All Chapters of ท่านอ๋องเป็นของข้า: Chapter 61 - Chapter 70

94 Chapters

บทที่ 61 ท่านแม่ทัพแต่งฮูหยิน

บรรดาแม่สื่อในเมืองหลวงแคว้นจินล้วนแตกตื่นเมื่อได้ข่าวว่าแม่ทัพใหญ่ จินหลี่หมิงแห่งค่ายอินทรีรับราชโองการสมรสพระราชทานกับน้องสาวของจวิ้นอ๋องแคว้นหมิงนามจินฉิงอี ดอกท้อเหล็กกลับมาเบ่งบานเช่นนี้นับเป็นปรากฏการณ์อันอัศจรรย์ยิ่ง บรรดาฮูหยินที่ในวัยสาวเคยหมายปองเมียงมองแม่ทัพจินมาก่อนต่างถอนหายใจด้วยความเสียดายที่ตนมิใช่สตรีผู้มีดาวโชคนำทางผู้นั้น ในวัยสามสิบหกปี ชายหนุ่มทั้งหลายอาจจะมีบุตรสาวออกเรือนได้แล้ว ทว่าท่านแม่ทัพยังไม่มีทายาทสืบสกุลแม้สักคน ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลา รูปร่างสูงใหญ่สง่างามของท่านแม่ทัพจินในชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดสั่นสะท้านจิตใจหญิงสาวที่ยืนรอชมขบวนแห่สองข้างทาง แม้เขาจะอายุมากแล้วแต่ก็ยังเป็นชายหนุ่มผู้มีเรือนร่างกำยำใบหน้าหล่อเหลาไม่เสื่อมคลาย ซ้ำยังมีกลิ่นอายความสุขุมภูมิฐานตามวัยและอำนาจหน้าที่ที่ชวนหลงใหลอีกด้วย จินอ๋องและพระชายาพระราชทานทรัพย์สินและข้าวของให้จำนวนมาก แม่ทัพจินเป็นทั้งน้องชายของพระชายาและน้องชายบุญธรรมของจินอ๋อง นับเป็นผู้มีความสำคัญยิ่งต่อแคว้นจิน งานแต่งนี้จึงนับเป็นงานอภิเษกสมรสที่ยิ่งใหญ่ของแคว้น ขบวนรับเจ้าสาว
Read more

บทที่ 62 ได้เข้าหอกับเจ้าเสียที

เจ้าสาวที่เปิดผ้าคลุมดูเหตุการณ์วุ่นวายถึงกับตกตะลึง “ฮุ่ยจูลุกขึ้นมาก่อน” นางรีบเข้าไปประคองสาวใช้ของตนออกจากร่างของหยางหมิง เสียงฮือฮาจากบรรดานายทหารที่ยืนมุงดูอยู่หน้าประตูห้องหอทำเอาซ่งฮุ่ยจูหน้าแดงก่ำ“เจ้าพูดบ้าอะไร ผู้ใดไปแอบดูเจ้ากัน ”หยางหมิงที่นอนหงายอยู่ใบหน้าแดงเถือกด้วยฤทธิ์สุรา ยังคงชี้ไปที่ซ่งฮุ่ยจู “เจ้าจูบข้าแล้ว รับผิดชอบข้าด้วย ชั่วชีวิตของข้ายังมิเคยมีสตรีใดมาลวนลามเช่นนี้”“ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะของเหยียนเหลยและนายทหารที่ยืนมุงดูดังก้องเรือนหอ แม่ทัพจินที่นอนฟังเสียงหยางหมิงอยู่สักพัก ลืมตาขึ้นตะแคงหน้ามามอง“ผู้ใดกันลวนลามรองแม่ทัพของข้า”“ท่านแม่ทัพได้สติแล้ว!” สาวใช้อีกคนร้องออกมาเหยียนเหลยประคองหยางหมิงให้ลุกขึ้น จินฉิงอีขึ้นเดินไปนั่งที่ริมเตียงข้างเจ้าบ่าว “เป็นสาวใช้ของฮูหยินขอรับ”“มิใช่เสียหน่อย! มันเป็นเรื่องบังเอิญต่างหากเล่า” ซ่งฮุ่ยจูปฏิเสธทั้งที่หน้าแดงก่ำ เมื่อครู่นางจุมพิตบุรุษผู้นั้นต่อหน้าธารกำนัลไปแล้ว นับจากนี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใดกันแม่ทัพจินลุกขึ้นนั่งยิ้มน้อยๆ เมื่อหันไปมองซ่งฮุ่ยจูและหยางหมิง “เอาเถิด ค่อยมาชำระความกันใหม่ วันนี้ขอให้ข้าได้เ
Read more

บทที่ 63 แผนที่สุสานขุมทรัพย์

สายวันนี้มีเรื่องฮือฮาทั่วท้องพระโรง เหล่าขุนนางต่างจับกลุ่มสนทนาเมื่อมีผู้นำแผนที่ของสุสานขุมทรัพย์ออกมาเร่ขายถึงสี่คน แผนที่แต่ละแผ่นล้วนวาดบริเวณภูเขาซงซานแต่ระบุตำแหน่งสุสานขุมทรัพย์ไว้คนละที่ “พวกเจ้าว่า ในแผนที่ทั้งสี่แบบนั้น มีแบบใดเป็นของจริงหรือไม่ ” “ไม่แน่หรอก อาจจะมีพ่อค้าหัวใสคิดจะหาประโยชน์จากสิ่งที่จินอ๋องประกาศก็ได้” “หือ!” “ในเมื่อจินอ๋องให้ความสำคัญกับสุสานขุมทรัพย์ พวกเจ้าคิดว่า เหล่านักล่าสมบัติจะไม่ต้องการบ้างหรือไร อาจจะมิใช่เพื่อการครอบครององค์หญิงจินเฟิ่ง ทว่าการค้นพบสุสานก็นำความร่ำรวยมามิใช่หรือ นั่นย่อมทำให้ยอดขายแผนที่ทำรายได้ถล่มทลาย” ทุกคนล้วนพยักเพยิดเพราะรู้กันว่า สุสานขุมทรัพย์ที่กล่าวกันคล้ายตำนานนั้นหากมีคนพบแผนที่เข้าจริงๆ เพื่อความร่ำรวยก็น่าจะออกตามล่า จินอ๋องเสด็จขึ้นสู่บัลลังก์เพื่อว่าราชการ แม่ทัพจินได้รับพระบรมราชานุญาตให้หยุดงานได้เจ็ดวันหลังจากแต่งงานจึงมิได้เข้าประชุม ใต้เท้าเถาจึงกราบทูลเรื่องแผนที่ เมื่อจินอ๋องได้เห็นก็แสดงความแปลกพระทัย “เมื่อเช้าตอนที่กระหม่อมเดิน
Read more

บทที่ 64 หมดเวลาหวานชื่นแล้ว

จินหลี่หมิงที่เพิ่งผ่านห้วงแห่งความสุขสม ล่วงเข้าวันที่สี่เขาเพิ่งออกก้าวขาออกจากห้องหอ ‘ยังมีเวลาอีกตั้งสี่วัน หรือว่าจะขอจินอ๋องหยุดงานอยู่เป็นเพื่อนฮูหยินอีกสักเจ็ดวันดี’ ทว่ายังไม่ทันจะคิดคำพูดไปขอลางานเพิ่ม พ่อบ้านก็เข้ามารายงานว่ามีผู้มาขอพบจวิ้นอ๋องจิบน้ำชารออยู่ครู่ใหญ่กว่าแม่ทัพจินจะออกมา ทำเอาเขาหงุดหงิดไม่น้อย ‘เจ้าแม่ทัพชรานี่ พอได้ฮูหยินเด็กเข้าหน่อยชักจะเหลวไหล แขกมาหาก็ไม่ใส่ใจจะต้อนรับ’ ครั้นจินหลี่หมิงปรากฏกายก็อดจะแขวะไม่ได้“ท่านคงจะมีความสุขจนลืมมารับแขกแล้วกระมัง”แม่ทัพจินเหล่ตามองจวิ้นอ๋อง ยิ้มมุมปากคล้ายจะเยาะเย้ยเจ้าหนุ่มรูปงามที่กลั่นแกล้งเขามาหลายครั้ง คราวก่อนจวิ้นอ๋องผู้นี้ก็ทำข้อแลกเปลี่ยนเพื่อแลกการนัดหมายกับจินเฟิ่งหลานรักของเขา ครั้งนี้เขาได้แต่งงานกับจินฉิงอีแล้ว บุรุษเจ้าเล่ห์ยังคิดจะมาต่อรองเรื่องใดอีก “เจ้าก็น่าจะรู้ว่ามาในช่วงนี้ ผู้ใดจะคิดอยากออกมาสนทนากับแขกเล่า”“ข้าจะมาเตือนท่านว่า หมดเวลาหวานชื่นแล้ว”“หือ!”จวิ้นอ๋องหยิบแผนที่ทั้งสี่ออกมาให้แม่ทัพจิน เมื่อฟังเหตุการณ์ช่วงนี้แล้ว จินหลี่หมิงก็รู้สึกร้อนใจขึ้นมา “คงมีคนอยู่เบื้องห
Read more

บทที่ 65 ซงซานมิง่ายอย่างที่คิด

องค์หญิงจินเฟิ่งยืนมองเทือกเขาสูงตระหง่านที่ทอดยาวสุดสายตา ชายหนุ่มร่างสูงเพรียวในชุดปักลายขนนกอินทรียืนอยู่เคียงข้าง “ข้าบอกเจ้าแล้วเฟิ่งเอ๋อร์ หนทางข้างหน้ายาวไกลและอันตรายนัก” “แล้วอย่างไรเล่า ข้าต้องมาเพื่อปกป้องตนเองและครอบครัวอยู่ดี” สิงจิ้งถิงทำหน้าหนักใจ “เจ้าคิดจะหาสุสานขุมทรัพย์แข่งกับข้าจริงหรือ ” “เจ้าเป็นหนึ่งในสี่คู่แข่งคนสำคัญนี่นา ความจริงต้องนับข้าเป็นคนที่ห้าด้วย เพราะข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดชนะการแข่งขัน สิทธิ์ในการเลือกเจ้าบ่าวควรจะอยู่ในมือข้าถึงจะถูกต้อง” “เจ้าคิดอันใดของเจ้า อย่างไรข้าก็สมควรจะได้เป็นเจ้าบ่าว เพราะข้าจองเจ้ามาตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้ว” จินเฟิ่งหันมามองสิงจิ้งถิงด้วยสายตาดูถูก “เจ้าคิดว่า คนอย่างข้าจะยอมให้ผู้ใดมาจับจองง่ายๆ เช่นนั้นหรือ ชีวิตเป็นของข้า ข้าย่อมเลือกได้เอง” “เจ้าช่างแปลกประหลาดนัก เฟิ่งเอ๋อร์” “เจ้าไม่เข้าใจก็เรื่องของเจ้า” องค์หญิงจินเฟิ่งหันไปมองด้านหลัง จวิ้นอ๋องนั่งอยู่บนหลังม้าใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มมาให้นาง ถัดไปเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรแห่งกองทัพอินท
Read more

บทที่ 66 ข้าอยากให้เจ้าหยุดพูด

เมื่อนางหันมามองเขาตรงๆ หยางหมิงตาเบิกโพลง “เจ้าคือสตรีในห้องหอ ผู้นั้น” ซ่งฮุ่ยจูตกใจ ตั้งแต่รู้ว่าฮูหยินจินคิดจะตามท่านแม่ทัพไปหาสุสานขุมทรัพย์ นางอยู่ในฐานะผู้รับใช้ก็รู้ตัวแล้วว่าหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเหล่าขุนศึกที่เห็นเหตุการณ์เข้าห้องหอวันนั้น ที่สำคัญนางต้องได้พบผู้ชายที่นางจูบแก้มเขาต่อหน้าธารกำนัลผู้นั้น นางถลึงตาใส่ชายรูปในชุดทหารรูปร่างสูงใหญ่ตรงหน้า “ใช่! เจ้าจะทักข้าเสียงดังเช่นนี้ทำไมกัน อยากให้ผู้อื่นมาหัวเราะเยาะข้าหรืออย่างไร ” “เอ๋! นี่เจ้าลวนลามข้าแล้วไม่คิดจะรับผิดชอบหรือไรกัน ” หยางหมิงลืมสิ่งที่ตนคิดจะมาทำไปชั่วขณะ ก้าวเข้าไปหานางอย่างลืมตัว “ท่านแม่ของข้าสั่งเอาไว้ หากสตรีใดจูบข้า สตรีนางนั้นก็สมควรได้เป็นฮูหยินของข้า” หยางหมิงเป็นคนขวานผ่าซาก ซ้ำยังชอบใช้กำลัง ท่านแม่ของเขาพยายามไปทาบทามคุณหนูหลายตระกูลให้ แต่หยางหมิงที่โผงผาง พูดจาไม่เกรงใจผู้ใด เมื่อรู้ข่าวก็บุกไปบอกกล่าวยกเลิกทุกครั้ง ทำให้ไม่มีครอบครัวใดกล้ายอมรับหมั้นจากรองแม่ทัพหนุ่มผู้นี้ หยางหมิงถือว่าตนเองเป็นนักรบจึงไม่อยากแต่งงานเพื่อจะได้รับใช้
Read more

บทที่ 67 หากแพ้ต้องเป็นฮูหยิน

หยางหมิงหันไปมองหน้านาง รอยแผลบนใบหน้าเขาในยามนี้ต้องให้นางรับผิดชอบ “ข้าไม่เคยมีบาดแผลตรงนี้มาก่อน ในเมื่อเจ้าทำมันขึ้น เจ้าก็ต้องรับผิดชอบ” ซ่งฮุ่ยจูเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย “เจ้าอยากปากเสียทำไมเล่า ” “เจ้าเป็นคนจูบข้าเองนะ ข้าพูดเรื่องจริง ไม่เห็นจะต้องโกรธขนาดนี้” เสียงฮือฮารอบข้างดังขึ้น เมื่อได้ยินประโยคนั้นชัดเจน “เจ้ายังไม่หยุดปากอีก” ซ่งฮุ่ยจูหน้าขึ้นสีระเรื่อด้วยความอับอาย ทหารจำนวนมากล้อมวงดูการต่อสู้ของเขากับนาง ‘เจ้าทหารขี้เมาคนนี้วรยุทธ์เหนือกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก’ “ข้าขอประกาศต่อหน้าทุกคนในที่นี้ว่า ข้ารองแม่ทัพหยางหมิงจะต้องได้นางผู้นี้เป็นฮูหยิน เพราะนางทั้งจูบข้าและทั้งทำให้ข้าบาดเจ็บ นางก็ต้องรับผิดชอบและดูแลข้าตลอดชีวิต” หยางหมิงประกาศเสียงดังฟังชัด ทำเอาคนทั้งหมดทั้งปรบมือเป่าปากและโห่ฮาดังลั่น ซ่งฮุ่ยจูถลึงตาอีกครา “เจ้าพูดบ้าอันใด ” “หากข้าชนะเจ้า เจ้าจะต้องยอมเป็นภรรยาของข้า” “ไม่! ข้าไม่ยอมแพ้เด็ดขาด” ซ่งฮุ่ยจูกระโจนเข้าบุกอย่างบ้าคลั่งหยางหมิงยิ้มร้าย เขาไม่ยอมออมฝีมือ ศักดิ์ศรีของ
Read more

บทที่ 68 เจ้าสาวของหยางหมิง

นางขอให้เขาปล่อยนางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง หยางหมิงจับศีรษะนางมาจูบหน้าผาก แก้มซ้ายและแก้มขวา นางโมโหแต่ก็ขัดขืนไม่ได้ จึงยอมเออออเพื่อหลอกล่อให้เขาปล่อยนางไปทว่าเมื่อนางออกไปรับใช้ท่านแม่ทัพจินกับฮูหยินในตอนเช้า องค์หญิงจินเฟิ่ง จวิ้นอ๋อง จินวั่งซูและสิงจิ้งถิงก็ออกมาสมทบ ส่วนรองแม่ทัพหยางที่ปกติจะไปรับประทานอาหารกับเหล่านายทหารกลับเดินหน้าระรื่นมาขอร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร“เช้ามาก็ได้เจอหน้าเจ้า ช่างดีเสียจริง”ต่อหน้านายท่านทั้งสองซ่งฮุ่ยจูไม่กล้าโวยวาย ได้แต่หลบตาเขา แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน แม่ทัพจินยิ้มน้อยๆ มองดูหยางหมิงที่สายตาวนเวียนอยู่ที่ร่างของสาวใช้ประจำตัวของภรรยา“รองแม่ทัพหยาง เจ้าคิดจะจัดงานมงคลเมื่อใด ” องค์หญิงจินเฟิ่งเอ่ยเย้าเพราะนับตั้งแต่ลืมตาตื่น เรื่องนี้ก็เป็นที่โจษจันกันไปทั้งค่ายจวิ้นอ๋องกับสิงจิ้งถิงมองหยางหมิงด้วยความอิจฉา พวกเขาต่างอยากลุกขึ้นประกาศให้คนทั้งหลายรู้ว่าพวกเขาเป็นเจ้าขององค์หญิงจินเฟิ่ง“ข้าพร้อมตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว รอเพียงท่านแม่ทัพกับฮูหยินอนุญาต” หยางหมิงเอ่ยยิ้มๆ ใบหน้าขัดเขิน“ท่านพี่ ท่านรีบอนุญาตเร็วเข้า” ฮูหยินจินฉิงอีรีบหันไปฉอเ
Read more

บทที่ 69 เส้นทางสู่ป่าหิมะ

องค์หญิงจินเฟิ่งเดินเคียงคู่กับจวิ้นอ๋อง มีพรานป่าห้าคนที่ชำนาญเส้นทางเดินนำหน้า หนึ่งในนั้นคือฉีเจียตงที่เป็นผู้ช่วยเสมียนร้านข้าวสารอ้างว่าตนเคยเป็นโจรภูเขาขันอาสามาเดินนำทาง ส่วนจินวั่งซูนำหน้าหยางจื้อและหยางเจี้ยนองครักษ์ประจำตัวของจวิ้นอ๋อง หยางหมิงกับเหยียนเหลยรองแม่ทัพคู่หูเดินระวังท้าย ส่วนฉินจางหย่งและซุนอี้ทำหน้าที่องครักษ์เงาคอยติดตามมาเงียบๆ เลยจากเชิงเขาขึ้นมาไม่ไกลก็เป็นเขตป่าต้นไม้หนาแน่นที่ไม่สามารถขี่ม้าเข้าไปได้ ลูกหาบบางส่วนเดินรั้งท้ายพร้อมหอบหิ้วสัมภาระและอาหารการกิน การเดินทางในป่าส่วนนี้อีกสามวัน ระหว่างที่พวกเขาเดินขึ้นเขากลับมีคนทยอยสวนทางลงเรื่อยๆ “พวกท่านยังคิดจะขึ้นไปอีกเหรอ ข้างบนนั้นน่ากลัวเหลือเกิน”“ใช่ๆ โชคดีที่พวกเราออกมาจากป่าหิมะได้”สิ่งที่พวกเขาเล่าสู่กันฟังล้วนเป็นเรื่องความน่ากลัวของป่าหิมะมรณะและค่ายกลเขาวงกตที่หลายคนเข้าไปติดกับ คนส่วนหนึ่งเข้าไปแล้วไม่อาจกลับออกมา แต่คนที่ออกมาได้ล้วนแต่อยู่ในสภาพปางตาย สิงจิ้งถิงนำกลุ่มของเขาซึ่งล้วนเป็นชาวเผ่าเหยี่ยวภูผาที่คุ้นชินกับการใช้ชีวิตบนภูเขาหิมะหายลิบไปเบื้อง
Read more

บทที่ 70 ผจญพายุหิมะ

สัมภาระที่ไม่จำเป็นถูกวางทิ้งไว้ที่ชายป่าก่อนเข้าสู่เขตป่าหิมะ เงาตะคุ่มของคนนับสิบคนกำลังพุ่งจากป่าสนสีขาวเบื้องหน้าผ่านลานกว้างก่อนจะถึงชายป่าทึบ “นั่นอะไร ” เสียงร้องของจินวั่งซูดังขึ้น ทุกคนในขบวนกำลังเล็งไปที่จุดเดียว “คนน่ะสิ คนกลุ่มใหญ่เสียด้วย” พรานนำทางผู้หนึ่งเอ่ยเสียงดัง กลุ่มคนพวกนั้นวิ่งมาคล้ายเสียขวัญ ไม่ถึงหนึ่งเค่อพวกเขาก็วิ่งมาถึง จากเงาคล้ายจุดดำๆ ก็มองเห็นชัดเป็นร่างบุรุษกำยำ พวกเขาล้มลงคล้ายจะขาดใจ เสื้อผ้าขาดวิ่นไปหลายจุด บางคนมีบาดแผลเต็มตัว องค์หญิงจินเฟิ่งก้มลงมอง “รอยหมีข่วนนี่!” กลุ่มบุรุษที่เหน็ดเหนื่อยและเต็มไปด้วยบาดแผล ไร้กำลังจะเงยหน้าขึ้นตอบ เวลานี้พวกเขาต่างหอบหายใจ บางคนหิ้วปีกสหายลากจูงกันหนีตายมาเข้าเขตป่าทึบ ทั้งหมดสิบกว่าคนล้วนอยู่ในสภาพยับเยิน บุรุษร่างกำยำที่รั้งท้าย แม้จะมีบาดแผลเต็มตัว แต่ในมือยังถือดาบอันใหญ่สีเงินวาววับ เขาดูยังเหลือพละกำลังอยู่บ้าง หลังจากหยางจื้อยื่นถุงหนังบรรจุน้ำให้เขาดื่ม ชายผู้นั้นจึงมีแรงจะเอ่ยบอก “พวกข้าตัดสินใจลงมาจากเขา ทว่าขากลับผ่านป่าหิมะ ดันเจอหมีขา
Read more
PREV
1
...
5678910
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status