ท่านอ๋องเป็นของข้า

ท่านอ๋องเป็นของข้า

last updateHuling Na-update : 2026-02-20
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
94Mga Kabanata
354views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

ท่านอ๋องแห่งแคว้นหมิงรังเกียจที่จะอภิเษกสมรสกับองค์หญิงแคว้นจินเพราะได้ข่าวว่านางทั้งอัปลักษณ์และโหดร้าย ครั้นรู้ว่านางมิได้ต้องการตนก็บังเกิดทิฐิมานะ หมายจะทำให้นางหลงรักตนให้จงได้

view more

Kabanata 1

บทที่ 1 เพียงเจ้าเปลี่ยนเป้าหมาย

เมื่อหรงฉือมาถึงสนามบินประเทศเอนาวาก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว

วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ

เธอได้รับข้อความอวยพรวันเกิดทันทีที่เปิดโทรศัพท์

โดยทั้งหมดนั้นล้วนเป็นเพื่อนร่วมงานและเพื่อนของเธอส่งมา

แต่กลับไม่มีข้อความใดๆ จากเฟิงถิงเซินเลย

ซึ่งทำให้หรงฉือหน้าบึ้ง

เธอมาถึงวิลล่าตอนสี่ทุ่มกว่า

เมื่อป้าหลิวเห็นเธอก็อึ้งไปชั่วขณะ “คุณผู้หญิง คุณ... คุณมาได้ยังไงคะ”

“ถิงเซินกับซินซินล่ะ”

“คุณผู้ชายยังไม่กลับ ส่วนคุณหนูกำลังเล่นอยู่ในห้องค่ะ”

จากนั้นหรงฉือจึงยื่นกระเป๋าเดินทางให้เธอ เมื่อขึ้นไปชั้นบนก็เห็นลูกสาวในชุดนอนกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเล็กๆ อย่างตั้งใจ ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร แต่จริงจังมาก ถึงกับไม่รู้ตัวว่ามีคนเข้ามาในห้อง

“ซินซิน?”

เมื่อเฟิงจิ่งซินได้ยินเสียงก็หันกลับมามองพร้อมร้องด้วยความดีใจว่า “คุณแม่!”

จากนั้นก็หันกลับไปทำสิ่งที่ทำค้างไว้ต่อ

หรงฉือเดินเข้าไปกอดลูกสาว ทันทีที่เธอหอมลูกก็ถูกผลักออก “แม่คะ หนูกำลังยุ่งอยู่ค่ะ”

หรงฉือไม่เจอหน้าลูกสาวสองเดือนแล้ว จึงคิดถึงมาก ไม่ว่าจะหอมเท่าไหร่ก็รู้สึกไม่พอ และอยากจะพูดคุยกับลูกสาวมาก

แต่เมื่อเห็นลูกสาวตั้งอกตั้งใจขนาดนี้จึงไม่อยากขัดความสุขของเธอ “ซินซินกำลังทำสร้อยคอเปลือกหอยอยู่เหรอคะ”

“ใช่ค่ะ” พอพูดถึงตรงนี้ เห็นได้ชัดว่าเฟิงจิ่งซินดูเหมือนจะสนใจขึ้นมาทันที “อีกหนึ่งสัปดาห์ก็เป็นวันเกิดของน้าอู๋อู๋แล้ว นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่หนูกับคุณพ่อเตรียมไว้ให้คุณน้าอู๋อู๋ค่ะ เปลือกหอยพวกนี้ หนูกับคุณพ่อตั้งใจใช้เครื่องมือขัดเชียวนะ สวยมากใช่ไหมคะ”

หรงฉือถึงกับรู้สึกจุกในอก เธอยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ได้ยินลูกสาวพูดอย่างดีใจโดยหันหลังให้เธอว่า “คุณพ่อยังสั่งทำของขวัญชิ้นอื่นให้น้าอู๋อู๋โดยเฉพาะด้วยนะ พรุ่งนี้...”

หรงฉือรู้สึกจุกในอก และกลั้นไม่ไหว “ซินซิน... จำวันเกิดของแม่ได้ไหมคะ”

“หา? อะไรนะคะ” เฟิงจิ่งซินเงยหน้าขึ้นมองเธอแวบหนึ่ง แล้วก้มหน้ามองพวงลูกปัดในมือพร้อมบ่นว่า “คุณแม่อย่าพูดกับหนูสิ ลูกปัดเรียงผิดหมดแล้ว”

หรงฉือจึงปล่อยแขนจากเธอ และไม่พูดอะไรอีก

เธอยืนอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ แต่ลูกสาวก็ไม่เงยหน้าขึ้นมองเธอเลยสักแวบ หรงฉือจึงเม้มปากก่อนจะออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

เมื่อป้าหลิวเห็นเธอจึงถามว่า “คุณผู้หญิงคะ เมื่อกี้ฉันโทรหาคุณผู้ชาย คุณผู้ชายบอกว่าคืนนี้เขามีธุระ ให้คุณพักผ่อนก่อนได้เลย”

“ฉันรู้แล้ว”

หรงฉือเอ่ยตอบ เมื่อนึกถึงคำพูดของลูกสาวเมื่อครู่ก็นิ่งไปชั่วขณะ จากนั้นโทรหาเฟิงถิงเซิน

ผ่านไปสักพักเขาถึงรับสาย แต่เขากลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างมากว่า “ผมมีธุระ พรุ่งนี้ค่อย——”

“ถิงเซิน ดึกขนาดนี้แล้ว ใครเหรอ”

นั่นเป็นเสียงของหลินอู๋

หรงฉือกำโทรศัพท์แน่น

“ไม่มีอะไร”

เฟิงถิงเซินกดตัดสายไปแล้วโดยไม่รอให้หรงฉือพูดอะไร

พวกเขาเป็นสามีภรรยาที่ไม่เจอหน้ากันสามเดือนแล้ว กว่าเธอจะเดินทางมาประเทศเอนาวา เขาไม่รีบกลับบ้านมาเจอเธอก็ยังพอทน แต่แค่รับสาย เขายังไม่มีความอดทนที่จะฟังเธอพูดให้จบ...

แต่งงานกันมาตั้งหลายปี แต่เขาก็ยังคงเย็นชา ห่างเหิน และรำคาญเธอแบบนี้เสมอมา

จนเธอชินแล้ว

หากเป็นเมื่อก่อน เธอต้องโทรหาเขาอีกครั้งแน่ๆ แล้วถามเขาว่าอยู่ที่ไหน จะกลับมาได้ไหมอย่างอดทน

แต่วันนี้อาจเป็นเพราะเหนื่อยมาก เธอจึงหมดอารมณ์ที่จะทำสิ่งนั้นขึ้นมาเฉยๆ

หลังจากที่เธอตื่นมาในวันรุ่งขึ้น พอคิดดูแล้ว ก็โทรหาเฟิงถิงเซิน

เวลาที่ประเทศเอนาวาเร็วกว่าประเทศจีนประมาณสิบเจ็ดถึงสิบแปดชั่วโมง วันนี้ที่ประเทศเอนาวาจึงเป็นวันเกิดของเธอ

เธอมาประเทศเอนาวาในครั้งนี้ นอกจากคิดถึงลูกสาวและเฟิงถิงเซินมากแล้ว ก็ยังมีความหวังว่าพวกเขาสามคนจะได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาในวันพิเศษนี้

นี่คือสิ่งที่เธอปรารถนาในวันเกิดปีนี้

แต่เฟิงถิงเซินกลับไม่รับสาย

ผ่านไปนานมาก เขาถึงส่งข้อความกลับมาว่า

[มีธุระอะไร]

หรงฉือ : [ตอนเที่ยงว่างไหม พาซินซินไปด้วย พวกเราสามคนไปทานข้าวด้วยกันไหม]

[เข้าใจแล้ว จองเสร็จแล้วค่อยส่งที่อยู่ให้ผม]

หรงฉือ : [โอเค]

จากนั้นก็ไม่มีข้อความใดๆ จากเฟิงถิงเซินอีกเลย

เขาจำไม่ได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเธอ

ถึงแม้ว่าหรงฉือจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ในใจก็ยังอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้

หลังจากอาบน้ำล้างหน้าเสร็จ ขณะที่หรงฉือเตรียมจะลงไปชั้นล่าง ก็ได้ยินเสียงของลูกสาวและป้าหลิวดังมาจากชั้นล่าง

“คุณผู้หญิงมา คุณหนูไม่ดีใจเหรอคะ”

“หนูกับคุณพ่อสัญญากับน้าอู๋อู๋แล้วว่าพรุ่งนี้จะไปเที่ยวริมทะเลด้วยกัน แต่คุณแม่มากะทันหัน ถ้าไปกับพวกเราด้วย พวกเราต้องอึดอัดมากแน่ๆ ค่ะ”

“อีกอย่าง คุณแม่ใจร้ายมาก และชอบใจร้ายกับน้าอู๋อู๋——”

“คุณหนูคะ คุณผู้หญิงต่างหากที่เป็นแม่ของคุณหนู พูดแบบนี้ไม่ได้นะ มันจะทำให้คุณผู้หญิงเสียใจ รู้ไหมคะ”

“หนูรู้ แต่หนูกับคุณพ่อชอบน้าอู๋อู๋มากกว่านี่คะ หนูให้น้าอู๋อู๋เป็นแม่ของหนูไม่ได้เหรอคะ”

“...”

ป้าหลิวพูดอะไรบางอย่าง แต่หรงฉือได้ยินไม่ชัด

เธอเลี้ยงลูกจนโตมากับมือ แต่ช่วงสองปีนี้พ่อลูกมีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ลูกสาวจึงติดเฟิงถิงเซิน ปีที่แล้วเฟิงถิงเซินมาขยายตลาดที่ประเทศเอนาวา ลูกสาวก็ดื้อดึงจะตามมาด้วย

ตอนแรกเธอก็ไม่ยอม เพราะย่อมอยากให้ลูกอยู่กับเธอมากกว่า

แต่เธอก็ไม่อาจทำให้ลูกสาวเสียใจจึงยอมตกลง

แต่คิดไม่ถึงว่า...

ในเวลานี้หรงฉือเหมือนถูกสะกด หน้าซีดขาวและยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับ

เธอปฏิเสธงานและมาที่ประเทศเอนาวาคราวนี้เพราะต้องการใช้เวลาอยู่กับลูกสาวมากขึ้น

แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีความจำเป็นนั้นแล้ว

หรงฉือกลับเข้าห้อง แล้วนำของขวัญที่เอามาจากประเทศจีนใส่กลับเข้าไปในกระเป๋าเดินทาง

ผ่านไปสักพัก ป้าหลิวถึงโทรมาบอกว่าเธอพาลูกออกไปเที่ยวเล่นแล้ว และบอกว่าถ้ามีธุระอะไรก็ให้โทรหาเธอ

หรงฉือนั่งลงบนเตียง ในใจว่างเปล่าและรู้สึกเคว้งคว้าง

เธอทิ้งงานและตั้งใจมาที่นี่ แต่กลับกลายเป็นว่าไม่มีใครต้องการเธอจริงๆ

การมาของเธอถือเป็นเรื่องตลกสิ้นดี

นานมากหลังจากนั้นเธอถึงออกบ้าน

แล้วเดินเตร็ดเตร่ไปอย่างไร้จุดหมายในประเทศที่ทั้งแปลกและคุ้นเคยแห่งนี้

พอเกือบจะใกล้เที่ยงเธอถึงนึกขึ้นได้ว่านัดทานข้าวเที่ยงกับเฟิงถิงเซิน

เมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอได้ยินเมื่อตอนเช้า ขณะที่เธอกำลังลังเลว่าจะกลับบ้านไปรับลูกสาวหรือไม่ จู่ๆ เธอก็ได้รับข้อความจากเฟิงถิงเซิน

[ตอนเที่ยงมีธุระ ยกเลิกมื้อเที่ยง]

หรงฉือไม่รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อยที่เห็นข้อความนั้น

เพราะเธอชินแล้ว

ในสายตาของเฟิงถิงเซินแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือสังสรรค์กับเพื่อนฝูง... ยังไงอะไรๆ ก็สำคัญกว่าภรรยาคนนี้เสมอ

แผนการที่นัดหมายกับเธอไว้ เขามักจะยกเลิกตามใจชอบเสมอ

ไม่เคยคำนึงถึงความรู้สึกของเธอเลยด้วยซ้ำ

ถามว่าผิดหวังไหม

เมื่อก่อนอาจจะใช่

แต่ตอนนี้เธอด้านชาจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว

หรงฉือสับสนมากกว่า

เธอรีบร้อนมากที่นี่ แต่ไม่ว่าจะเป็นสามีหรือลูกสาว สิ่งที่เธอได้รับตอบกลับมาล้วนเป็นความเย็นชา

จู่ๆ เธอก็ขับรถมาถึงร้านอาหารที่เมื่อก่อนเธอกับเฟิงถิงเซินเคยมาด้วยกันบ่อยๆ โดยไม่รู้ตัว

ขณะที่เธอกำลังจะเข้าไปในร้านก็เห็นเฟิงถิงเซิน หลินอู๋ และยังมีเฟิงจิ่งซิน ทั้งสามคนอยู่ในร้าน

หลินอู๋นั่งอยู่ข้างลูกสาวอย่างสนิทสนม

เธอพลางคุยกับเฟิงถิงเซินไปพลางหยอกล้อลูกสาว

ลูกสาวแกว่งขาอย่างมีความสุข เล่นกับหลินอู๋อย่างสนุกสนาน แล้วก็ยื่นหน้าไปกินขนมที่หลินอู๋กินแล้ว

ส่วนเฟิงถิงเซินยิ้มพลางคีบอาหารให้พวกเธอ แต่สายตากลับเอาแต่จับจ้องไปที่หลินอู๋ที่อยู่ตรงข้ามเขา ราวกับในสายตาของเขามีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น

นี่น่ะหรือที่เฟิงถิงเซินบอกว่ามีธุระ

นี่น่ะหรือลูกสาวที่เธออุ้มท้องมาสิบเดือน แลกชีวิตคลอดออกมา

ทันใดนั้นหรงฉือพลันหัวเราะ

เธอยืนมองพวกเขาอยู่กับที่

ผ่านไปสักพักถึงละสายตาหนี แล้วหันหลังจากไป

หรงฉือเตรียมข้อตกลงการหย่าร้างหนึ่งฉบับทันทีที่เมื่อกลับถึงวิลล่า

เขาเป็นความฝันในวัยเยาว์ของเธอ แต่เขาไม่เคยมองเธอเลย

ถ้าไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุในคืนนั้นและแรงกดดันจากคุณปู่ เขาคงไม่แต่งงานกับเธอเด็ดขาด

เธอในอดีตไร้เดียงสา คิดว่าเพียงแค่เธอพยายาม เขาก็จะมองเห็นในสักวันแน่นอน

แต่ความเป็นจริงกลับตบหน้าเธออย่างแรง

หกปีแล้ว

เธอควรตื่นได้แล้ว

หลังจากเอาข้อตกลงการหย่าร้างใส่ในซองเอกสาร แล้วสั่งป้าหลิวมอบให้เฟิงถิงเซิน หรงฉือก็ลากกระเป๋าเดินทางขึ้นรถ จากนั้นสั่งคนขับรถว่า “ไปสนามบิน”

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
94 Kabanata
บทที่ 1 เพียงเจ้าเปลี่ยนเป้าหมาย
หมิงฮ่องเต้พระราชทานตำแหน่งสำคัญที่ยังไม่มีผู้ใดในรัชกาลนี้ได้ดำรงมาก่อน นั่นคือ ชินอ๋อง หรือองค์ชายขั้นหนึ่งให้กับจวิ้นอ๋อง หมิงจิ้นเหอ ผู้เป็นแม่ทัพแห่งภาคเหนือ คุมกองกำลังพยัคฆ์เหินอันเกรียงไกรชินอ๋องผู้นั้นอภิเษกสมรสกับฟ่านซิ่วอิง บุตรีใต้เท้าฟ่าน เสนาบดีฝ่ายซ้ายคนสำคัญ และเป็นหลานของฮองไทเฮาที่เป็นพระมารดาเลี้ยงของฮ่องเต้ชื่อเสียงที่โด่งดังอย่างยิ่งในยามนี้ของชินอ๋องกับพระชายาเอก คือ การที่มีบุตรฝาแฝดถึงสี่คน กล่าวขานกันว่า พระชายาเอกผู้นี้คือ เทพีแห่งการมีบุตรที่สวรรค์เบื้องบนประทานพรมาให้ชินอ๋องผู้เป็นแม่ทัพที่มีฉายาว่า ‘ปีศาจภูเขา’ ควงทวนฟาดฟันศัตรูไม่เคยลดละ ถือดาบตัดหัวคนไม่กระพริบตาผู้นั้น บัดนี้กำลังสาละวนกับการเลี้ยงทารกน้อยทั้งสี่ช่วยพระชายาจนไม่ได้สนใจเข้าเฝ้าฮ่องเต้เป็นการส่วนตัวเช่นแต่ก่อนบัดนี้ หมิงฮ่องเต้ กำลังวางแผนที่จะเข้าไปยึดเอาทรัพยากรในแคว้นจิน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้นหมิง คำว่า ‘จิน’ ที่แปลว่า ทองนั้น มีที่มาจากเหมืองทองคำที่แคว้นนี้ครอบครองอยู่มาหลายชั่วอายุคน นับตั้งแต่ยังดำรงเป็นชนเผ่า จวบจนสถาปนาแคว้นขึ้น“นี่สิบสอง นับตั้งแต่คราวนั้น
Magbasa pa
บทที่ 2 พ่อค้าหนุ่มรูปงาม
แคว้นจินมีพื้นที่น้อยกว่าแคว้นหมิงมาก ซ้ำยังไม่มีที่ราบมากพอจะปลูกข้าวเลี้ยงดูคนทั้งหมด จึงต้องสั่งซื้อข้าวสารจากแคว้นหมิงและแคว้นเหลียนซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำไหลผ่าน อุดมสมบูรณ์ยิ่งจวิ้นอ๋อง หมิงเฉินกง กับจินวั่งซูจึงปลอมตัวเป็นพ่อค้าข้าวสารและค้าเกลือ สินค้าพวกนี้จินวั่งซูไม่ได้คิดจะลงทุนสักนิด“ข้าวสารกับเกลือในร้านของท่านปู่มีมากมาย เดี๋ยวข้าไปขอมาเอง” มิคาดในช่วงที่ทั้งสองแอบปรึกษากันที่ศาลานั่งเล่นในคฤหาสน์ตระกูลจิน น้องสาวคนเล็กของจินวั่งซูแอบได้ยินเข้า ‘พี่วั่งซูออกไปเที่ยวเตร่ต่างเมืองได้ แล้วข้าเล่า เมื่อไหร่ท่านพ่อจะอนุญาตเสียที’ จินฉิงอีเป็นลูกที่ท่านจิน คหบดีใหญ่ไม่คาดคิดว่าจะได้มา เพราะครานั้น ฮูหยินรองก็คลอดบุตรชายมาเพิ่มแล้วหนึ่ง และบุตรสาวอีกหนึ่ง ฮูหยินเอก เซียงผิงที่ไม่ยอมตั้งท้องเสียทีภายหลังกลับมีจินฉิงอีออกมา ห่างกับจินวั่งซูถึง หกปี นางอายุสิบแปดปีนี้ ด้วยความห่วงและหวงลูกสาวคนเล็ก แม้จะมีผู้มาทาบทาม คหบดีจินก็ยังไม่ตอบรับผู้ใด “จวิ้นอ๋อง ให้ข้าไปเที่ยวด้วยคนได้หรือไม่” ใบหน้าที่ละม้ายจินวั่งซู จมูก
Magbasa pa
บทที่ 3 นี่หรือคือโจรภูเขา
จินฉิงอีหัวเราะคิกคักเมื่อซ่งฮุ่ยจูหยิบเอาห่อของส่วนตัวที่นางนำมาด้วยเพียงห่อเดียวขึ้นมาเปิดดู“เจ้าค้นระวังด้วยล่ะ ในนั้นล้วนเป็นของพี่วั่งซู” “ท่านเข้าไปขโมยของในห้องคุณชายอีกแล้วหรือเจ้าคะ” “พี่วั่งซูไม่อยู่ป้องกันเอง ช่วยไม่ได้ ข้าใช้วิชาตัวเบาขั้นสูงทีเดียวกว่าจะหยิบเอาของพวกนี้มาได้” จินฉิงอีเชิดหน้าภาคภูมิใจเรือนของจินวั่งซูวางกลไกไว้พิสดารนัก เขากับจวิ้นอ๋องหมิงเฉินกงมักจะค้นคว้าพวกอาวุธลับหรือสิ่งประดิษฐ์แปลกๆ ด้วยกันเป็นประจำ ล่าสุดตอนที่นางแอบเข้าไปขโมยของพวกนี้ก็เห็นอาวุธลับสี่แฉกวางอยู่บนตู้ ยังไม่มีเวลาพิจารณาก็ต้องรีบออกมาก่อนที่ฝ้าเพดานจะปล่อยควันพิษออกมาเสียก่อนถ้าจะว่าไป...พี่ชายที่เป็นจวิ้นอ๋องของนาง มีของพิสดารกว่าพี่วั่งซูหลายร้อยเท่า เพียงแต่เขาซ่อนเอาไว้ในห้องใต้ดินที่วังปีกอินทรี เดินทางคราวนี้เห็นทีพี่ชายจะขนเอาอาวุธลับและเอาเหยี่ยวตัวนั้นออกมาด้วยเป็นแน่ นางเคยตามพี่วั่งซูไปวังของจวิ้นอ๋องด้านหลังของวังอินทรีมีเรือนลับซ่อนอยู่ ในเรือนนั้นเลี้ยงเหยี่ยวไว้หลายตัว หนึ่งในนั้นเป็นเหยี่ยวตาสีฟ้า จวิ้นอ๋องปล่อยมันออกไปสักหนึ่งเค่อมันก็
Magbasa pa
บทที่ 4 เจ้าคิดฝ่าดงพยัคฆ์
เส้นทางที่จะข้ามเทือกเขาหลงเฟยซานไปยังแคว้นจินมีทั้งทางตรงและทางอ้อม หากไปทางตรงจะข้ามเขาเพียงสองวัน แต่หากไปทางอ้อมจะต้องเดินทางถึงห้าวัน แต่ทางตรงนั้นล้วนไม่มีผู้ใดกล้าเสี่ยง ช่วงหนึ่งนั้นเป็นช่องเขาที่เกิดจากภูเขาที่ยุบลงในคืนที่ฟ้าพิโรธหนัก ฝนตกแรง ฟ้าผ่ายอดผาหิน พรานป่าที่ล่าสัตว์อยู่แถวนั้นเล่ากันว่า เทพเจ้าบนภูเขาดลบันดาลให้เกิดช่องทางเดินขนาดใหญ่ กว้างพอที่เกวียนสองคันผ่านพร้อมกันได้ ทว่าช่องทางนั้นกลับเป็นทางผ่านสำหรับฝูงสัตว์ที่จะไปกินน้ำยังแอ่งมรกตด้วย บางคราเหล่าพรานเห็นหมีดำ หรือไม่ก็เสือโคร่งป้วนเปี้ยนมารอจับกินกวางหรือกระทิง พวกเขาจึงไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้เส้นทางนี่นัก “เราจะผ่านไปทางช่องเขามรกต” เซียงเฉินกงประกาศให้คนทั้งขบวนทราบนอกจากจินวั่งซูและเหล่าองครักษ์แล้ว คนในสำนักคุ้มภัยและคนงานต่างพาคนตื่นตระหนก “คุณชาย ท่านไม่รู้หรือว่า เสือในช่องเขามรกตนั้นน่ากลัวเพียงใด ” ผู้นำคนจากสำนักหงส์ไฟรีบเตือนนายจ้าง “ไม่ต้องห่วง ข้าเตรียมอุปกรณ์ดักเสืออย่างดีมาด้วย” เซียงวั่งซูผู้พี่รีบยกมือสองข้างขึ้นห้ามปรามมิให้ทุกคนในขบวนคิดมาก
Magbasa pa
บทที่ 5 หญิงโหดผู้ฆ่าเสือ
เหล่าชายฉกรรจ์หันไปดูเสือตัวใหม่พร้อมกัน ตัวเก่าก็ยังร้องโฮก คำรามดิ้นรนจะออกจากตาข่าย ในขณะที่ตัวใหม่มีท่าทางดุร้ายกว่าตัวแรกยืนจังก้าอยู่บนชะง่อนหิน ดวงตาที่เหลืองทองทอประกายวาบวาว จ้องเขม็งมายังเพื่อนที่นอนอยู่ในตาข่าย “รับตาข่ายเร็ว” ชายมีปานตะโกนลั่น พร้อมขว้างตาข่ายอันใหม่ออกไป “ทางนี้” เซียงวั่งซูดีดตัวขึ้นรับทันที อีกสามคนก็มีปฏิกิริยาว่องไวเช่นกัน เสือตัวใหม่กระโดดเอาอุ้งเท้าหน้าปัดตาข่ายออก พลั่ก! ร่างลายเหลืองสลับริ้วดำ ยืนอย่างสง่างามบนกระสอบข้าวที่กองพะเนินสูงโฮก! โฮก! เสียงคำรามที่ดังกว่าเดิม ก้องไปทั่วภูผาหิน กลุ่มคนที่อยู่บนผาหินอีกฝั่งถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดหู “มันคลั่งแล้ว” แม่ทัพจินประสาทตึงเครียด “ท่านน้า ถ้าเป็นเช่นนี้พวกเขาอาจจะคุมไม่ได้”องค์หญิงจับจ้องเสือตัวใหม่ตาไม่กระพริบ นางเคยฆ่าเสือและหมีป่ามาแล้ว การได้เห็นเสือคลั่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักสู้ให้คุโชน คนในช่องเขาต่างผลัดกันเข้ารุกเสือตัวใหม่ การนำตาข่ายขึ้นอีกครั้งยังไม่สามารถหลอกล่อมันให้หลงทิศได้ ซ้ำร้ายเจ้าเสือตัวนั้นยังกระโดดลงไปหาเ
Magbasa pa
บทที่ 6 ข้าคือจอมยุทธ์หญิง
เซียงวั่งซูพาน้องชายออกเดินเตร็ดเตร่ในเมืองหลวงจินตั้งแต่ยามเหม่า มิหวั่นตนเองจะต้องเผชิญอากาศหนาวเย็น ความอยากรู้อยากเห็นของเขามีอยู่ในตัวมากกว่าผู้ใด เครื่องแต่งกายที่ออกไปซื้อหามาเพิ่มเพียงพอที่จะทำให้ร่างกายขึ้นอุ่น ผู้คนที่นี่ล้วนเรือนร่างสูงใหญ่ผิวคล้ำ สุดปลายถนนกลางเมืองจะมีย่านของกลุ่มคนผิวขาว รูปร่างสันทัด คนพื้นเมืองทั้งสองเผ่านี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน แต่ก็อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ สองพี่น้องทำทีไปดื่มน้ำชา และหาอาหารเช้ากินที่ร้านมวลมิตร “เจ้าคงไม่ค่อยได้มาร้านแบบนี้ล่ะสินะ” “ใครจะมีโอกาสเหมือนท่านเล่า อยู่เมืองหมิงก็ต้องระวังคนรู้จัก ข้าจะปลอมตัวไปก็ไม่ใคร่สะดวก แต่อยู่ที่นี่คงจะมาได้บ่อยๆ” “เจ้าดูผู้คนสิ ล้วนแต่รูปร่างสูงใหญ่กันทั้งนั้น” เซียงเฉินกงนึกถึงหญิงสาวที่ฆ่าเสือ ผิวของนางคล้ำจัดยิ่งกว่าคนพื้นเมืองที่นี่ แต่ดวงตาของนางเป็นสีฟ้า มันคล้ายกับดวงตาของเหยี่ยวที่เขาเลี้ยงไว้ “ดวงตาของนางเหมือนตาของหลันเซ่อ” เซียงวั่งซูตบพับในมือดังป้าบ! “ใช่! หญิงที่ฆ่าเสือมีตาสีฟ้าเหมือนหลันเซ่อของเจ้า”
Magbasa pa
บทที่ 7 คนเช่นนั้นคือพี่ชายข้า
จินฉิงอีเป็นคนซอกแซกเช่นเดียวกับพี่ชายของนาง เพราะได้รับการถ่ายทอดวิธีเสาะหาข่าวสารทั้งทางเปิดเผย และทางลับ ไม่นานนักนางก็สืบรู้ว่า ร้านข้าวสารเซียงนั้น คือ ร้านของจวิ้นอ๋องและจินวั่งซู คนทั้งสองหยิบยืมแซ่ท่านแม่ของนางมาใช้เพื่อปกปิดตัวตน ช่างฉลาดเช่นเดียวกับนางที่โป้ปดเถาหนิงลี่ไปว่า ตนนั้นสกุลเซียง ในยามนี้เซียงฉิงอีได้ใช้ให้โจรภูเขา ฉีเจียตง เข้าไปสมัครเป็นผู้ช่วยเสมียนที่ร้านข้าวสารเซียง เพื่อจะได้สืบข่าวความเคลื่อนไหวของพี่ชาย “เจ้าจับตามองคนที่มีปานไว้ให้ดี หากเขาเรียกเหยี่ยวมาหา ให้เจ้ามาบอกข้า”เซียงฉิงอีมอบหมายให้ซ่งฮุ่ยจูมาคอยติดต่อกับฉีเจียตง ซ่งฮุ่ยจูไม่ชอบหน้าของฉีเจียตงเพราะนางไม่เชื่อว่าผู้ชายซื่อจนเซ่อซ่าคนนี้จะช่วยงานคุณหนูได้สำเร็จผล“เจ้าอย่าเซ่อจนเผลอพูดความลับเข้าล่ะ คุณชายใหญ่ฉลาดหลักแหลม ช่างสังเกต อาจจะจับผิดเจ้าได้ไม่ยาก”เห็นซ่งฮุ่ยจูดูถูกตนเองเช่นนั้น ฉีเจียตงยิ่งตั้งใจจะเพิ่มความระมัดระวังขึ้นอีกหลายส่วน เขาจะทำให้ซ่งฮุ่ยจูเห็นว่า เขามีประโยชน์ต่อคุณหนูเพียงใด แต่พอไปสมัครงานครั้งแรก เขากลับโดนเถ้าแก่เซียงปฏิเสธองครักษ์เงาฉินจางห
Magbasa pa
บทที่ 8 เสมียนหนุ่มร้านข้าวสาร
ไป๋อวี้นางกำนัลคนสนิทขององค์หญิงจินเฟิ่งมองการแต่งกายขององค์หญิงแล้วได้แต่ทอดถอนใจ องค์หญิงของนางแม้จะมีผิวกายคล้ำมากกว่าชาวพื้นเมือง หากแต่ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลคู่นั้นชวนให้คนต้องมองอย่างเผลอไผล สัดส่วนในวัยสาวถือว่าสมบูรณ์ที่สุด แต่นางมักใส่เสื้อผ้าที่หุ้มหนากว่าปกติในยามออกจากวังหลวง ทำให้ดูเป็นคนร่างหนา แม้แต่เอวก็แทบจะไม่เว้า “องค์หญิงเพคะ ชุดนี้อีกแล้ว” ชุดสีน้ำเงินเข้มแบบผู้ชายเป็นชุดที่องค์หญิงของนางมักจะสวมใส่เสมอ “ท่านน้าจะมารับแล้ว เจ้าอย่าบ่นอยู่เลย” จินเฟิ่งหันมาดุไป๋อวี้ ทำเอาฝ่ายนั้นหลบตาวูบ ไป๋อวี้เป็นสตรีเรียบร้อยได้รับการอบรมกริยามารยาทอย่างดี เชี่ยวชาญศาสตร์และศิลป์ทุกแขนงที่คุณหนูตระกูลใหญ่พึงสามารถ ไป๋อวี้เป็นบุตรของมือปราบไป๋แห่งหัวเมืองเป่าจูหรือเมืองไข่มุกวิเศษอยู่ชายทะเลภาคตะวันออก จินเฟิ่งเคยตามท่านน้าไปเมืองแห่งนี้ พักที่จวนของท่านเจ้าเมืองหลายวัน เมื่อได้พบไป๋อวี้รู้สึกถูกชะตาจึงชวนนางมาอยู่ที่วังหลวงด้วยกัน ครั้นไป๋อวี้อายุได้เก้าขวบบิดาจึงส่งนางเข้าวังเพื่อเรียนหนังสือและเป็นนางกำนัลของจินเฟิ่ง อาจารย์ที่ดีที่สุดจากทั่วทุกแคว้นถูกว่
Magbasa pa
บทที่ 9 ยังไม่หาเจ้าก็มา
จวิ้นอ๋องเป็นผู้แม่นยำเรื่องบัญชียิ่งนัก นั่นเป็นเพราะพระสนมเซียงมารดาเป็นลูกเจ้าของกิจการร้านแลกเงิน จึงถ่ายทอดความคิดเรื่องเงินทองให้กับโอรส ยุคสมัยที่การรบพุ่งไม่มากนัก หากไม่คิดทำการค้า มียศและเกียรติย่อมไม่เพียงพอ หากขาดทรัพย์แล้วล่ะก็ ทำการใดย่อมสำเร็จได้ยาก เซียงเฉินกงไม่ค่อยไว้ใจให้เซียงวั่งซูผู้พี่ทำการค้าเอง แท้จริงแม้เซียงวั่งซูหรือจินวั่งซูผู้นี้จะเติบโตมาในคฤหาสน์คหบดีจิน หากแต่เติบโตมาในช่วงที่ตระกูลฐานะมั่นคงเป็นปึกแผ่น จึงได้รับการเลี้ยงดูอย่างเอาอกเอาใจจากท่านปู่ เขาไม่เคยได้ดูแลการงานใดๆ แต่ละวันเอาแต่หมกมุ่นไปฟังเรื่องชาวบ้านหรือไม่ก็ตามหาสิ่งประดิษฐ์ที่เขาหลงใหล หลายคราที่หายจากคฤหาสน์ บางครั้งไม่ยอมเอาองครักษ์ประจำตัว คือ เฟิ่งหู่ไปด้วย สร้างความปวดหัวให้กับคนในครอบครัว ที่ต้องวิ่งวุ่นตามหาเพราะนายท่านใหญ่แห่งตระกูลจินนั้น รักใคร่หลานคนนี้ยิ่งกว่าหลานคนอื่น “ข้าจะมอบสมบัติส่วนตัวทั้งหมดให้จินวั่งซู พวกเจ้านั้น ข้าแบ่งกิจการให้แล้ว อย่ามาก้าวก่ายส่วนนี้”ท่านปู่ของจินวั่งซูก็มีนิสัยเหมือนเขา ไม่ว่าจะเป็นการชอบไปฟังเรื่องผู้อื่น เจ้าเล่ห์เ
Magbasa pa
บทที่ 10 คู่หมายนางมีมากมาย
เถ้าแก่น้อยแห่งร้านข้าวสารแนะนำตัวแล้วกล่าวขอบคุณองค์หญิงจินเฟิ่งที่ช่วยชีวิตตนจากเสือร้าย “ข้าน้อย ไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนองค์หญิง นอกจากยินดีรับใช้ในสิ่งที่ท่านต้องการ” คราแรกจินเฟิ่งคิดจะโบกมือปฏิเสธ แต่นางแอบเห็นรอยยกยิ้มมุมปาก ดูทีเขาจะเป็นคนมีลับลมคมในคนหนึ่ง “ดี เอาไว้ข้าคิดออกแล้วจะมาทวงกับเจ้า” จวิ้นอ๋องที่ลอบยิ้มเล็กน้อย แอบตกใจที่นางไม่ได้ปฏิเสธ เขาคิดว่า นางน่าจะเป็นหญิงสาวที่ทะนงในความเก่งกาจของตนจนไม่สนใจการตอบแทนพระคุณเล็กๆ น้อยๆ แต่นางกลับจดเขาไว้ในบัญชีบุญคุณ ทันใดขบวนของชายหนุ่มแต่งกายในชุดขุนนางก็เคลื่อนเข้ามาในร้าน “องค์หญิง ข้าตามหาท่านตั้งนาน” จวิ้นอ๋องมองดูชายหนุ่มผู้นั้น รูปโฉมนับว่า ไม่ด้อย ดูจากสายตาก็พอประเมินได้ว่า ฝ่ายนั้นมีจิตปฏิพัทธ์กับนาง “เจ้าจะตามหาข้าทำไมกัน งานการเจ้ามีเยอะแยะ” เจ้าหย่งจื้อ บุตรชายสายตรงของใต้เท้าเจ้าแห่งกรมโยธาธิการถึงกับหน้าม้าน แต่เพราะความที่ตามติดนางมาแต่เล็กแต่น้อยจึงไม่สนใจท่าทางเมินเฉยนั่น “การดูแลความปลอดภัยให้องค์หญิงก็เป็นหนึ่งในหน้าที่ของข้าราชบริพารเช่
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status