Semua Bab ท่านอ๋องเป็นของข้า: Bab 51 - Bab 60

94 Bab

บทที่ 51 ช่วยข้าง้อนางด้วย

เมื่อจินอ๋องประกาศเช่นนั้น ชายหนุ่มทั้งงานต่างส่งเสียงฮือฮา สุสานขุมทรัพย์เขาซงซานนั้นเป็นตำนานที่กล่าวขานกันในหมู่ผู้เฒ่าผู้แก่ แต่มีคนยืนยันว่า สุสานนี้มีอยู่จริงเพราะเคยมีคนเห็นทางเข้าสุสานมาแล้ว เพียงแต่ภายหลังเกิดพายุหิมะถล่มบนเทือกเขาซงซานทำให้ร่องรอยนั้นหายไป จวิ้นอ๋องแววตาสลดลงเล็กน้อย แม้จะรู้ว่า กุญแจสุสานอยู่ที่องค์หญิงจินเฟิ่ง ทว่าทางเข้าสุสานนั้นกลับมิมีผู้ใดล่วงรู้ เช่นนี้แล้วจะกุญแจนั้นจะมีประโยชน์อันใด “เจ้าทำได้หรือไม่เล่า ” จินอ๋องทำน้ำเสียงคล้ายเย้ยหยัน พระชายาหงเพิ่งแอบกระซิบก่อนเข้ามายังงานนี้ว่าพระธิดาของตนนั้นดูเปลี่ยนไปคล้ายสตรีกำลังตกอยู่ในห้วงรัก จินอ๋องรู้สึกหงุดหงิดเป็นกำลังที่บุตรสาวโดนเจ้าหนุ่มรูปงามผู้นี้มาล่อลวงให้หลงรัก บุตรสาวสุดที่รักของเขากำลังปันใจไปรักผู้อื่น จวิ้นอ๋องรู้สึกว่าตนถูกท้าทาย ความถือดีในเกียรติศักดิ์ศรีพลุ่งพล่านขึ้น “ทำได้พะย่ะค่ะ” “เอาเถิด เพียงแค่เจ้าพยายามก็นับว่าดีแล้ว เพราะเปิ่นหวางยังไม่รู้ว่า ผู้อื่นในที่นี้อาจจะทำได้เช่นกัน” จินอ๋องลุกขึ้นยืน “ในที่นี้ ผู้ใดที่ต้องการอภิเษกสมรสกับอ
Baca selengkapnya

บทที่ 52 โทษทัณฑ์จากแม่ทัพจิน

“เจ้าดู! มันเรียกนางว่า เฟิ่งเอ๋อร์” จวิ้นอ๋องกัดฟันกรอดๆ ขณะนั้นเสียงดนตรีกำลังบรรเลง เหล่านางรำก็เริ่มออกมาแสดงกันอีกครั้ง จวิ้นอ๋องจึงมิได้ยินสิ่งใดอีก เพียงเห็นว่า สิงจิ้งถิงไปนั่งอยู่ข้างเฟิ่งเอ๋อร์ของเขา และพูดคุยกับนางอย่างสนิทสนม ไม่ว่าเขาพยายามส่งจิตไปหา หวังให้นางหันมาสบตาเพียงใด นางก็มิหันมาแลสักน้อย จวิ้นอ๋องถึงกับคอตก ‘มังกรเจ้าเล่ห์ นี่คิดจะผลักดันข้าให้ออกหาสุสานขุมทรัพย์สินะ ร้ายกาจนัก’ ครั้นมองไปทางจินอ๋องกับพระชายาหงเหม่ยจิง เขาก็รู้สึกว่า ทั้งคู่น่าจะรู้เห็นกับหมิงฮ่องเต้ ‘จะว่าไป เรื่องเมื่อกี้คล้ายกับฉากงิ้วที่ข้าเป็นเหยื่อไม่มีผิด’ “พี่วั่งซู ข้าว่าเราคงโดนฮ่องเต้เล่นงานเสียแล้ว” “หือ!” จวิ้นอ๋องป้องปากกระซิบกับญาติผู้พี่ จินวั่งซูฟังจบพยักหน้าแล้วตบพัดงูดำดังพรึ่บ!“นั่นสินะ ข้าก็ว่ามันแปลกๆ” พวกเขามองไปทางใต้เท้าจาง ก็เห็นฝ่ายนั้นมองกลับมาด้วยแววตามีเลศนัย “จากนี้ เจ้าคิดว่าเราควรทำสิ่งใดต่อ ” จวิ้นอ๋องยิ้มน้อยๆ “เราจะทำสิ่งใดได้ ข้าก็ต้องหาสุสานขุมทรัพย์เพื่อเฟิ่งเอ๋อร์ของข้า เอาไว้ส่วนความดีความชอบนี้เราค่
Baca selengkapnya

บทที่ 53 ข้าคงต้องหาคนช่วย

จินวั่งซูเดินกลับไปหาจวิ้นอ๋อง “เห็นที เจ้าคงจะปล่อยให้บุตรหัวหน้าเผ่าเหยี่ยวภูผาผู้นั้นมาลอยหน้าลอยตาในแคว้นจินนานไม่ได้เสียแล้ว” “ใช่! ต้องกำจัด” จวิ้นอ๋องขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน จ้องไปทางชายหนุ่มผอมสูง ที่นั่งเคียงคู่สนทนากับองค์หญิงจินเฟิ่ง “คุยอันใดกันนานนักหนา” “ชายหญิงพึงใจ สนทนาเรื่องใดล้วนเพลิดเพลิน” จินวั่งซูแกล้งเอ่ยลอยๆ ทำเอาจวิ้นอ๋องตบโต๊ะดังปัง จนกาเหล้าคว่ำ “โอ๊ะ! เจ้าเบาหน่อย ดีนะที่ยังมีเสียงดนตรีกลบเกลื่อนไว้” “ฮึ่มๆ ท่านรีบไปสืบเรื่องสิงจิ้งถิงมาให้ข้าเดี๋ยวนี้” “ได้!” จวิ้นอ๋องช่างพูดเรื่องที่เขาชอบเสียเหลือเกิน ‘เรื่องของชาวบ้าน คือ งานของข้า’ จินวั่งซูเคยกล่าวไว้ เขาคิดจะเขียนเป็นคติพจน์ติดไว้ห้องอ่านหนังสือด้วยซ้ำ แต่จวิ้นอ๋องยืนยันว่า คติพจน์เช่นนี้ควรเก็บไว้ในใจอย่าให้ผู้อื่นรู้ชัดแจ้งจะดีกว่า ระหว่างที่สิงจิ้งถิง ผู้มีใบหน้าคมคาย รูปร่างสูงกว่าชายหนุ่มทุกคนในงานออกไปแสดงความสามารถในการใช้อาวุธสารพัดรูปแบบอย่างน่าทึ่ง จินวั่งซูก็เที่ยวไปหาเรื่องคุยกับนางกำนัลอาวุโสหลายคนที่ยืนอยู่ด้านหลังคอยควบคุมนางกำนัลเ
Baca selengkapnya

บทที่ 54 เอาพวกเจ้าไปเข้าคุก

แม่ทัพจินจ้องมองกุนซือสองพี่น้องเขม็ง “พวกเจ้าจงใจปกปิดชื่อแซ่ที่แท้จริงแก่ข้า โกหกข้า!” น้ำเสียงของแม่ทัพจินแฝงด้วยความโกรธเคือง “ที่นี่คือกองทัพเรามีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดยิ่งนัก หากยังคิดจะทำงานร่วมกันต่อไปพวกเจ้าก็ต้องรับโทษ หรือไม่ก็เดินออกไปจากที่นี่เสียในวันนี้” จวิ้นอ๋องหน้าเจื่อน เขาไม่อยากจะไปจากกองทัพ เพราะที่นี่เป็นที่เดียวที่เขาจะได้พบกับจินเฟิ่งส่วนตัวได้ “ข้ายอมให้ท่านลงโทษ” “จวิ้นอ๋อง!” จินวั่งซูหน้าเสีย เขาไม่อยากถูกลงโทษ เคยได้ยินมาว่า จินหลี่หมิโหดเหี้ยมนัก ยามลงโทษนายทหารไม่เคยรอมชอมสักครั้ง “พี่วั่งซู เราทำผิด ยอมรับโทษแต่โดยดีจะดีกว่า” จวิ้นอ๋องหันมาบอกกับญาติผู้พี่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วหันกลับไปสบตากับแม่ทัพจิน “ท่านสั่งลงโทษพวกเราได้เลย” “ทหาร! เอากุนซือทั้งสองคนไปขังเดี๋ยวนี้!” ทหารหน้าห้องแม่ทัพจินเข้ามาโค้งศีรษะให้กับกุนซือทั้งสอง “เชิญพวกท่านตามข้ามา” แม้จะถูกสั่งขัง แต่เป็นไปตามกฎของกองทัพ เหล่าทหารจึงให้เกียรติเขาสองพี่น้อง เมื่อเข้าไปในคุก จินวั่งซูได้แต่แปลกใจที่คนอย่างจวิ้นอ๋องจอมแผนการยอมติด
Baca selengkapnya

บทที่ 55 โบยได้ก็ต้องโบย

องค์หญิงจินเฟิ่งเห็นว่าไม่สามารถเกลี้ยกล่อมแม่ทัพจินหลี่หมิงได้แล้ว นางจึงยอมออกจากห้องท่านน้าแต่โดยดี เมื่อเดินถึงหน้าห้องกลับได้ยินนายทหารสองคนยืนคุยกัน “พวกเขาจะโดนโบยด้วยหรือไม่ ” “ยังไม่แน่ โกหกแม่ทัพปกติจะขังสิบห้าวันนะ ส่วนโทษโบยขึ้นกับความร้ายแรงที่กระทำความผิด” พวกเขาสองคนยืนหันหลังให้นางจึงไม่รู้ว่า องค์หญิงเดินผ่านไป จินเฟิ่งตกใจที่เขาจะถูกขังถึงสิบห้าวัน รวมถึงอาจจะโดนโบยด้วย นางทนไม่ไหวจึงต้องลงไปที่คุกเพื่อเยี่ยมเขา “ท่านจะไม่หันหน้ามาคุยกับข้าสักหน่อยหรือ ” จวิ้นอ๋องต้องใช้เล็บจิกหลังมืออีกข้างตนเองไว้ ‘ข้าจะใจอ่อนไม่ได้ เช่นนั้นกว่าจะง้อนางได้คงอีกนาน’ “ข้าติดคุกสักพักก็ดีมิใช่หรือ องค์หญิงเองก็คงไม่อยากจะเห็นหน้าข้า” น้ำเสียงห่างเหินของเขาทำเอานางใจหายวาบ ชาไปถึงปลายมือปลายเท้า หัวใจถูกบีบรัดด้วยความเจ็บปวด เขาคงจะโกรธนางจริงๆ เสียแล้ว คืนนั้นที่งานเลี้ยงนางยังมิได้ตอบคำถามของเขา แต่ไป๋อวี้มาขัดเสียก่อน “จินวั่งซูท่านช่วยหันหลังไปสักครู่ได้หรือไม่ ” นางหันไปขอร้องญาติผู้พี่ของเขา จินวั่งซูทำหน้าง
Baca selengkapnya

บทที่ 56 นางจะเป็นฮูหยินและบุตรี

จินหลี่หมิงก้าวเข้าไปในห้องขังพร้อมหยางหมิงและเหยียนเหลย รองแม่ทัพคู่ใจทั้งสอง จวิ้นอ๋องกับจินวั่งซูนั่งอยู่บนตั่งเคียงคู่กัน คล้ายกับรู้ว่าเขาจะมา “พวกเขารอข้าอยู่หรือ ” “ได้เวลาที่ท่านจะมาตัดสินโทษพวกข้าแล้วนี่ ” จวิ้นอ๋องยกยิ้มมุมปาก “อันที่จริงโทษของพวกเจ้า ต้องถูกกักขังสิบห้าวันและโบยอีกคนละห้าสิบครั้ง” “หา!” จินวั่งซูอุทานเสียงดัง กำลังจะผุดลุกขึ้น จวิ้นอ๋องจึงคว้าแขนของเขาไว้ให้นั่งลง “พี่วั่งซู ท่านใจเย็นก่อน” จินวั่งซูเห็นท่าทางน้องชายนั่งนิ่งดูใจเย็นก็สบายใจขึ้น จึงยอมนั่งลงแต่โดยดี จวิ้นอ๋องหันมามองญาติผู้พี่ยกยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก เขาหันกลับไปสบตากับแม่ทัพจิน “ท่านให้รองแม่ทัพทั้งสองออกไปรอด้านนอกก่อนได้หรือไม่ ” จินหลี่หมิงอึกอักอยู่ครู่หนึ่งจึงหันไปสั่งให้สองคนด้านหลังออกไปตามที่จวิ้นอ๋องขอร้อง เขาเหล่หางตามองอ๋องหนุ่มแห่งแคว้นหมิง หลังจากฐานะของอีกฝ่ายถูกเปิดเผยต่อหน้าพระที่นั่ง เขาเพิ่งสังเกตว่า เจ้าหนุ่มกุนซือหมิงเฉินกงผู้นี้ ใบหน้าคมคาย บุคลิกสง่างาม วิธีการพูดดูสุขุมรอบคอบเหนือคนทั่วไปนัก ลักษณะเช่น
Baca selengkapnya

บทที่ 57 คำสัญญาของสิงจิ้งถิง

ร่างสูงโปร่งในชุดชนเผ่าเหยี่ยวภูผาที่มีลายปักคล้ายลายปีกของเหยี่ยว ยืนกอดอกมองดูองค์หญิงจินเฟิ่งรำกระบี่ด้วยความชื่นชม“เยี่ยม! เจ้าช่างยอดเยี่ยม!” เขายืนปรบมืออยู่ข้างสนามเล็กๆ หน้าตำหนัก จินเฟิ่งส่งกระบี่ให้หลี่เปียวองครักษ์ประจำตัว ก่อนจะเดินเข้าไปหาสิงจิ้งถิง “เจ้าคิดว่า ฝีมือข้าพอจะขึ้นเขาซงซานไปตามหาสุสานขุมทรัพย์ได้หรือยัง ” “แน่นอน ฝีมือกระบี่ของเจ้าน่าจะพอเอาตัวรอดจากค่ายกลบนเขาได้แล้ว” “รายละเอียดของสุสานขุมทรัพย์ก่อนหิมะถล่มเป็นอย่างไร ” สิงจิ้งถิงมองนางแน่วแน่ “ข้าเล่าให้เจ้าฟังได้เป็นบางส่วนเท่านั้น เพราะข้าก็ต้องการเป็นผู้พิชิตสุสานเช่นกัน” “เจ้าอยากแต่งงานกับข้า หรืออยากได้สุสานกันแน่ ” องค์หญิงจินเฟิ่งสบตาเขาตรงๆ “หากข้าบอกว่า ทั้งสองอย่างเล่า” “เช่นนั้น เจ้ากับข้าก็นับเป็นคู่แข่งกันแล้ว” บุตรชายคนเดียวของหัวหน้าเผ่าเหยี่ยวภูผา หันมาตบไหล่นาง “เฟิ่งเอ๋อร์ แม้เราจะไม่เจอกันหลายปี แต่ข้าก็ไม่เคยลืมคำสัญญา” “หือ! สัญญาอันใด” ดวงตาสีฟ้าของสิงจิ้งถิงมองตรงมาที่นาง “เจ้า
Baca selengkapnya

บทที่ 58 นางเป็นคนของเผ่าข้า

องค์หญิงจินเฟิ่งจำต้องเดินออกจากอาคารนั้น สิงจิ้งถิงฉวยโอกาสที่นางออกไปก่อนหันมากล่าวกับจวิ้นอ๋อง“เจ้าต้องรู้ไว้ข้อหนึ่ง นับตั้งแต่นางอยู่ในครรภ์นางก็เป็นคนของเผ่าเหยี่ยวภูผาแล้ว นางถูกจับจองไว้เพื่อข้า” ใบหน้าผอมเพรียวคมสันยื่นเข้ามาใกล้คล้ายจะข่มขู่ จินวั่งซูที่เพิ่งเดินเข้ามาร้องเอะอะขึ้น“หากเจ้าแน่ใจเช่นนั้นก็ไปจับนางให้อยู่มือเถอะ” ญาติผู้พี่รีบเดินมาประจันหน้ากับสิงจิ้งถิงคล้ายจะปกป้องน้องชาย รองหัวหน้าเผ่าเหยี่ยวภูผา เหยียดร่างยืนเต็มความสูง แล้วก้มหน้าลงมามองจินวั่งซูอย่างคนเหนือกว่า“ข้ากับนางมีสัญญากันไว้ในวัยเยาว์ว่าจะแต่งงานกัน เช่นนั้นก็ย่อมเหนือกว่าบุรุษทุกคนอยู่แล้ว” ร่างสูงปรายตาปะทะกับจวิ้นอ๋องที่สูงไล่เลี่ยกันจวิ้นอ๋องยกยิ้มมุมปาก “ทุกอย่างขึ้นกับองค์หญิง หากนางเลือกใคร ผู้นั้นจึงถือว่าเป็นบุรุษของนาง”สิงจิ้งถิงมองใบหน้าท้าทายของจวิ้นอ๋อง นับตั้งแต่เห็นบุรุษรูปงามผู้นี้ในงานเลี้ยงคืนนั้น เขาก็นึกชังน้ำหน้ามาโดยตลอด ในแคว้นจินนี้ไม่มีผู้ใดคุณสมบัติเพียบพร้อมเท่าชายผู้นี้ นี่คือคู่แข่งที่เขานึกกลัว“หากเจ้าไม่เชื่อคำเตือนของข้าก็ตามใจเจ้า” สิงจิ้งถิงได้แต่แสร้งกล่า
Baca selengkapnya

บทที่ 59 เหตุใดเจ้าน่ารำคาญนัก

ทุกครั้งที่สิงจิ้งถิงยืนสนทนากับองค์หญิงจินเฟิ่ง ไป๋อวี้ก็จะยืนอยู่ไม่ห่างนัก เขารู้สึกหงุดหงิดเพราะรู้สึกว่า นางต้องได้ยินทุกประโยคที่เขาเอ่ยกับเฟิ่งเอ๋อร์เป็นแน่ ยามนี้ยิ่งแปลกนักจินเฟิ่งก็เข้าตำหนักไปแล้ว แต่นางกลับยืนมองเขานิ่งอยู่ ไม่สิ...ไม่ได้แค่มอง เรียกว่าจ้องจะดีกว่า นางเพิ่งเคยเห็นเขาแท้ๆ แต่กลับจ้องเอาๆ ‘สตรีในวังเยี่ยงใดจึงไม่มีมารยาทเช่นนี้ ยืนจ้องบุรุษอยู่ได้’ นางกำนัลคนอื่นต่างยืนเรียงรายอยู่ไม่ไกล หากแต่กลับไม่มีผู้ใดทำให้เขารู้สึกรำคาญใจได้เท่ากับนาง “นี่เจ้า! คิดจะมองข้าอีกนานหรือไม่ ” ไป๋อวี้ได้ยินเขาดุเช่นนั้น นางก็มีซ้ายมองขวา “ข้าหมายถึงเจ้านั่นล่ะ” นางเอานิ้วชี้หน้าตนเอง “ข้าจ้องมองท่านแล้วผิดที่ใดเล่า ” สิงจิ้งถิงเดือดดาล เขาถือว่าตนเองเป็นว่าที่คู่หมั้นขององค์หญิงจินเฟิ่ง แต่นางกำนัลผู้นี้กลับเอาแต่จ้องๆ ราวกับจะจับจองเขา สายตาของนางเจือความหมายแปลกๆ ที่ทำให้เขาอึดอัด “ข้าเป็นคู่หมายของขององค์หญิง ไม่สมควรที่เจ้าจะมองข้าเช่นนี้” “ท่านเป็นแล้วหรือ มิเห็นมีประกาศอย่างเป็นทางการ” สิงจิ้งถิงเห็นใบหน้างดงามที่ตอบด้วยความเ
Baca selengkapnya

บทที่ 60 โอกาสของแม่ทัพจิน

จวิ้นอ๋องควงทวนวงเดือนช้าๆ อานุภาพของการทำลายศัตรูเป็นที่รู้กันอยู่แล้วความคมของใบมีดที่คล้ายพระจันทร์เสี้ยวทั้งด้านซ้ายและขวา สามารถสร้างแผลฉกรรจ์ให้กับผู้ที่โดนคมของมัน ส่วนใบมีดปลายแหลมนั้น ก็สามารถปักเสียบเข้าไปได้ลึกจนอาจแทงทะลุร่าง นายทหารทั้งหมดนั่งมองอยู่ครึ่งเค่อยังไม่เห็นว่า ทวนวงเดือนนั้นจะถือเป็นอาวุธใหม่ได้อย่างไร พลันกุนซือหนุ่มกลับหมุนส่วนปลายของทวนออกมาทั้งชิ้น ส่วนปลายของมันมีโซ่เล็กๆ ติดเชื่อมอยู่กับด้ามของทวน เขาแกะใบมีดวงเดือนซ้ายและขวาออกมาขว้างไปยังเป้าหุ่นไล่กา จากนั้นก็ขว้างใบมีดปลายแหลมออกไป เมื่อปักลงยังหุ่นไล่กาแล้ว ก็กระชากโซ่นั้นให้ลากเอาหุ่นไล่กามาด้วย “อา....ทำได้หลายอย่างจริง!” แม่ทัพจินร้องออกมา เขารบทัพจับศึกมานานกลับไม่เคยคิดจะเอาทวนวงเดือนมาแยกออกเป็นชิ้นๆ เพื่อใช้ประโยชน์เช่นนี้ จวิ้นอ๋องสมกับเป็นคนในราชวงศ์หมิงที่ขึ้นชื่อว่าเจ้าเล่ห์และชาญฉลาดเสียจริง นายทหารที่ยืนดูอยู่ล้วนหันไปวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความสนใจ หยางหมิงที่ยืนคู่กับเหยียนเหลย ปรบมือเสียงดังกว่าผู้ใด “คราวนี้ล่ะ! หากอยู่ห่างข้าศึกข้าก็จะถอดเอาใบมีดมาขว้
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
45678
...
10
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status