“อย่าได้พูดจาเพ้อเจ้อเลยเพคะ นอนได้แล้ว” คำพูดของเมิ่งเหยายิ่งทำให้ก้อนเนื้อเท่ากำปั้นหดเล็กลงไปอีก แต่อยู่ๆ สัมผัสอุ่นตรงหน้าผากกลับทำให้ตาคมเบิกโพลงขึ้นริมฝีปากเล็กประทับบนหน้าผากกว้างเนิ่นนาน ก่อนจะผละตัวออกมา แต่นั่นทำเอาร่างสูงหน้าร้อนฉ่าราวกับเด็กหนุ่มไม่เคยเข้าใกล้สตรี“จะ เจ้า” มือหนายกขึ้นแตะหน้าผากตนเอง“หม่อมฉันมิใช่คนที่จะยอมให้ใครล่วงเกิน โดยไม่เต็มใจ หากในใจของท่านมีหม่อมฉัน ในใจของหม่อมฉันเองก็คงมีท่านอยู่ด้วย”“...”“เป็นถึงชินอ๋องเหตุใดมองการกระทำของสตรีเพียงคนเดียวไม่ออก” วันนั้นนางก้มลงไปจุมพิตเขาก่อนด้วยซ้ำ ทำไมถึงยังไม่รู้อีกคำพูดเหล่านั้นไม่ต่างอันใดกับคำสารภาพรัก สองสายตาสอดประสานกันอย่างลงตัว หย่งเฟิงไม่คิดเลยว่าชายาที่เคยลั่นวาจาว่ารังเกียจ บัดนี้จะมีผลต่อจิตใจเขามากมายถึงเพียงนี้แขนแกร่งดึงร่างเล็กเข้าหา ริมฝีปากประกบจูบลงบนอวัยวะเดียวกัน แม้จะเคยได้สัมผัสมาแล้ว ทว่าครั้งนี้กลับรู้สึกมากกว่าเดิม ทั้งเขาและนางต่างรับรู้ความรู้สึกของตนเองมิได้เหมือนครานั้นที่มีแต่ความสับสนใจในเฉวียนหย่งเฟิงดูดเม้มริมฝีปากบางไปตามอารมณ์ ยิ่งอีกฝ่ายเอียงศีรษะรับ ชายหนุ่มก็ยิ่
Ler mais