INICIAR SESIÓNชาติก่อนเป็นลูกอนุ บิดาไม่รัก มารดาไร้ทางปกป้อง ถูกรังแกจนตาย เกิดมาภพนี้มีพร้อมทุกอย่าง แต่ชะตากลับส่งนางมาแต่งกับอ๋องแคว้นเดิมที่ไร้ใจ 'คำก็รำคาญ สองคำก็รังเกียจ เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจเถิด' เรื่องย่อ : ชาติก่อนเกิดเป็นเพียงบุตรอนุ บิดาไม่รัก มารดาก็ไร้ทางจะปกป้อง จำใจต้องถูกน้องสาวต่างมารดากลั่นแกล้งมาตั้งแต่เล็ก พอเติบใหญ่ขึ้น เรื่องราวก็ยิ่งหนักหนา บานปลายถึงแก่ชีวิต ความอยุติธรรมเหล่านั้นฝังรากลึกในใจกระทั่งลืมตาดูโลกอีกครั้ง ทว่าชาตินี้กลับได้เป็นถึงบุตรีเพียงคนเดียวขององครักษ์คนสนิทของฝ่าบาท เป็นที่รักของครอบครัว สิ่งที่ไม่เคยได้รับในชาติก่อน วันนี้กลับได้ทุกอย่าง เว่ยเมิ่งเหยาจึงหวงแหนครอบครัวนี้เป็นที่สุด แต่แล้วชะตาก็เล่นตลก แคว้นเฉวียนทักท้วงเรื่องสัญญาหมั้นหมายเมื่อครั้งยังอยู่ในครรภ์มารดา ทำให้เมิ่งเหยาจำต้องแต่งไปยังแคว้นเดิม กลับไปพบหน้าครอบครัวที่ทำร้ายนาง ซ้ำครอบครัวสวามียังไม่ต้อนรับ “หยุดมองข้าด้วยแววตาใสซื่อเช่นนั้น ข้าเกลียดสตรีอ่อนแอปวกเปียกเช่นเจ้าที่สุด” “ท่านอ๋องจะไปที่ใดเพคะ คืนเข้าหอ คู่บ่าวสาว-” “เรื่องของข้า! ข้ามิคิดอยากแต่งกับเจ้า อย่าได้กระทำตนเจ้ากี้เจ้าการราวกับเป็นภรรยาของข้าจริงๆ”
Ver más“นี่ของเสี่ยวจินหรือ ที่แท้เจ้าแมวตัวส้มนั่นก็เป็นคุณชายเล็กสกุลเว่ยนี่เอง” หย่งเฟิงหัวเราะร่ายามหันไปเห็นเบาะนุ่มถูกจัดวางไว้เป็นอย่างดี ทั้งเนื้อผ้าที่ใช้เย็บ ลวดลายที่ปักดูก็รู้ว่าใส่ใจ“แน่สิเพคะ ป่านนี้คงไปเดินเล่นรอบจวนแล้วกระมัง ไม่ได้มาเสียนาน”เฉวียนหย่งเฟิงอดไม่ได้ที่จะเดินสำรวจรอบห้องนอนของภรรยา ภายในห้องถูกจัดเป็นสัดส่วนชัดเจน ถึงขั้นใช้ฉากกั้นลายพู่กันของยอดฝีมือ โต๊ะเครื่องประดับก็มีเรียงรายกัน ไหนจะชั้นวางของที่เก็บของในความทรงจำพวกนี้อีก“ท่านพ่อกับท่านแม่มักเก็บของใช้สมัยพวกเรายังเด็กเอาไว้ให้พวกเราดูเพคะ ของเสี่ยวเหอกับเสี่ยวหนิงก็มีอยู่ในห้องของพวกเขา”“หึๆ ข้ากำลังจินตนาการว่าเจ้าใส่ชุดนี้แล้วจะเป็นเช่นไร” เฉวียนหย่งเฟิงหยิบชุดที่เมิ่งเหยาใส่ยามอายุเพียงสองหนาวขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้มกริ่ม“มันเก่าแล้วนะเพคะ อย่าจับแรง”“ข้ามิได้ลงแรงเสียหน่อย แล้วอันนี้เล่าคือสิ่งใด”“ผ้าเช็ดหน้าผืนแรกที่หม่อมฉันปักเองเพคะ ปักออกมาได้ไม่งามเท่าใด” เมิ่งเหยาไล้มือลงบนเส้นด้ายด้วยความคิดถึงเฉวียนหย่งเฟิงรับรู้มาโดยตลอดว่าเมิ่งเอ๋อร์รักครอบครัวของนางมาก วันนี้จึงเข้าใจเหตุผลทุกอย่าง คนที
เส้นทางเชื่อมระหว่างชายแดนแคว้นต้งหนานและแคว้นเฉวียนถูกปรับปรุงให้สัญจรได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีกันระหว่างสองแคว้น ผู้คนขยับขยายการค้าระหว่างแคว้นจนกลายเป็นบ้านพี่เมืองน้องแน่นอนว่าการมาเยือนอย่างยิ่งใหญ่ของฝ่าบาทและฮองเฮาแคว้นเฉวียนสู่แคว้นต้งหนานเป็นเครื่องยืนยันว่าสองแคว้นผูกสัมพันธ์กันแน่นแฟ้น ยิ่งครานี้มิใช่การมาเยือนในฐานะทูตหรือเหตุผลทางด้านการเมือง เพียงเสด็จมาเยี่ยมบ้านเดิมของฮองเฮา ยิ่งเป็นนิมิตหมายอันดีว่าความผูกพันนี้หยั่งรากลึกถึงจิตใจ มิใช่เพียงฉากหน้าเป็นสัมพันธ์เพียงการทูต“ที่นี่ดูเปลี่ยนไปมากจริงๆ เมื่อก่อนตรงนี้เป็นที่ร้าง บัดนี้ทำเป็นแหล่งฝึกอาชีพสำหรับผู้ยากไร้ไปเสียแล้ว” เว่ยเมิ่งเหยาชี้ออกนอกหน้าต่างให้สวามีดู ทั้งที่ประคองโอรสองค์เล็กอยู่บนตัก ส่วนหย่งเฟิงเองก็มีเฉวียนหรานเซ่อนอนซบอยู่กับอกเช่นกัน“เจ้าไม่ได้มาเยือนที่นี่ก็หกเจ็ดปีได้แล้ว ทุกอย่างย่อมต้องเปลี่ยนไป แต่แคว้นต้งหนานเจริญรุ่งเรืองเหนือแคว้นของเรามากจริงๆ”“แคว้นเราพึ่งผ่านวิกฤติ ประชาชนยากไร้มานาน ย่อมต้องใช้เวลาเพคะ เห็นเช่นนี้กว่าเสด็จลุงฮ่องเต้กับองค์รัชทายาทจะช่วยกันสร้า
“เสด็จพ่อ” เสียงเล็กที่ยังไม่ชัดเจนเรียกหาคนมาใหม่ ภายในห้องบรรทมของฮองเฮาอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรคงเพื่อกลบกลิ่นคาวเลือด พอคิดถึงข้อนี้ใจแกร่งก็กระตุก รู้สึกผิดที่ตนมิได้อยู่ในยามที่คนรักลำบากสายตาของเจ้าแผ่นดินกวาดมองทั้งลูกและภรรยา ขาแกร่งเดินเข้าไปอุ้มเด็กน้อยวัยสองหนาวที่เล่นอยู่กับเสี่ยวจิน ไปหาเมิ่งเหยาที่นอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าอิดโรย แต่กลับยังส่งยิ้มบางมาให้สวามี“เป็นอย่างไรบ้าง” นัยน์ตาคมเคลื่อนมองสำรวจเมิ่งเหยาและเจ้าก้อนแป้งตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ มารดา“เป็นโอรสเพคะ”“น่าชัง จมูกเขาเหมือนเจ้า” นิ้วใหญ่ยื่นไปเขี่ยจมูกเล็ก ทำเอาทารกน้อยดิ้นหยุกหยิกเพราะถูกรบกวน สร้างเสียงหัวเราะให้พี่ชายได้เป็นอย่างดี“เสี่ยวหรานก็ชอบน้องใช่หรือไม่ ต่อไปต้องเป็นพี่ชายที่ดีนะ แม่เองก็จะบอกให้น้องเป็นน้องชายที่ดีเช่นกัน”“พ่ะย่ะค่ะ” เด็กชายตอบรับพลางเอียงแก้มให้มารดาจับ แต่ด้วยความเป็นเด็ก อยู่นิ่งได้ไม่นานก็ดิ้นจะลงจากอ้อมกอดบิดา เฉวียนหย่งเฟิงจึงปล่อยโอรสลงไปเล่นกับเสี่ยวจิน แน่นอนว่ามีมี่มี่คอยดูอยู่ไม่คลาดสายตา เพราะแม้จะยังเดินไม่คล่อง แต่ก็เคยทำให้ขันทีกำนัลวิ่งวุ่นไล่จับก
ผลัดเปลี่ยนผู้ครองแคว้นก็เหมือนได้แผ่นฟ้าใหม่ ภายใต้การปกครองขององค์ฮ่องเต้เฉวียนหย่งเฟิงนานนับสี่ปี ประชาราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุข ขุนนางคดโกงถูกจับไปลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่างจนไม่มีผู้ใดกล้าการทหารเข้มแข็ง ซ้ำยังผูกสัมพันธ์กับแคว้นต้งหนานแน่นแฟ้น แผ่นดินแคว้นเฉวียนจึงไม่มีผู้ใดกล้ารุกล้ำ ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี ทว่าคนที่ทุกข์ใจที่สุดคงหนีไม่พ้นโอรสสวรรค์ ยามต้องทนฟังพวกขุนนางเฒ่ายื่นฎีกาให้รับสนมเพิ่ม“ท่านจะพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ ด้วยเหตุใด ฟังมิเข้าใจหรือ ว่าวังหลังของข้ามีเพียงฮองเฮาเพียงผู้เดียวก็พอแล้ว”“แต่ฝ่าบาท ฮองเฮาเป็นคนแคว้นต้งหนาน ไหนเลยจะเข้าใจราษฎรแคว้นเฉวียนได้ดีเท่าคนแคว้นเฉวียนด้วยกันเล่าพ่ะย่ะค่ะ” คำพูดของใต้เท้าซ่งทำเอาหย่งเฟิงมีสีหน้ามืดครึ้มลงทันที“หากท่านว่าฮองเฮามิเข้าใจคนแคว้นเฉวียน เช่นนั้นข้าวนับพันกระสอบที่ฝ่าบาทแคว้นต้งหนานพระราชทานให้เมืองที่ประสบภัยของแคว้นเราเมื่อสองปีก่อน เป็นฝีมือผู้ใด”“...”“เศรษฐกิจการค้าทางทะเล ผู้ใดเสนอแนวคิดนี้จนทำให้แคว้นของเราลืมตาอ้าปากได้ เมื่อสมัยอดีตฮ่องเต้พวกท่านอยู่แต่ในเมืองหลวงเคยเดินทางออกไปต่างเมืองหรือไม่ เคยเห็นความ
“ท่านหมอฉีนำราชโองการของอดีตฮ่องเต้มาประกาศต่อหน้าทหารและราษฎร ว่าแท้จริงแล้วผู้ครองบัลลังก์ต้องเป็นอดีตชินอ๋องเฉวียนเฮ่อหราน หาใช่ฝ่าบาทไม่!” สิ้นเสียงรายงานก็เหมือนทุกอย่างจะพังทลายลงตรงหน้าเฉวียนเทียนฉีไม่ต่างกับคนเสียสติ เขาเดินหมากพลาด เขาเห็นแก่ที่ท่านหมอฉีเป็นหมอเทวดารักษาได้ทุกโรคจึงไว้ชีว
เพล้ง!!! เสียงแจกันลวดลายหรูหราถูกปัดตกจากแท่นวางจนแตกกระจายด้วยน้ำมือของจิ้งรุ่ยซือ มารดาแผ่นดินแคว้นเฉวียน“พวกเจ้า! พวกเจ้ากล้าปลอมแปลงราชโองการ”“ราชโองการนี้เป็นลายพระหัตถ์ของฝ่าบาท ซ้ำยังมีตราประทับชัดเจน จิ้งรุ่ยซือเจ้าเป็นสตรีบาป รับโทษตายย่อมเหมาะสมแล้ว” เสียงสะบัดของขันทีไม่เกรงกลัวฮองเฮา
“หวังเฟยเพคะ นี่ก็เย็นมาแล้วเรารีบกลับกันเถิด ประเดี๋ยวท่านอ๋องกลับมาไม่พบท่านคงเป็นเรื่องแน่” ช่วงนี้มี่มี่กลายเป็นคนของเฉวียนหย่งเฟิงเต็มตัวแล้ว นางสั่งอันใดก็หันไปมองแต่นายท่านตลอดว่าอนุญาตหรือไม่“เจ้ามันคนทรยศ เดี๋ยวนี้ข้าสั่งสิ่งใดก็ไม่ทำตาม”“โถ่ หวังเฟยเพคะ หม่อมฉันกับท่านอ๋องต่างก็เป็นห่วง
“กำลังจะใจอ่อนหรือ เจ้าถูกเลี้ยงดูมาดีเกินไป”“หม่อมฉันถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีจริงๆ เพคะ ท่านแม่มักสอนว่าอย่าได้รังแกผู้อื่น แต่ท่านพ่อก็มักจะเตือนเสมอว่าอย่าให้ผู้ใดมารังแก”“หึๆ เช่นนั้นเมื่อก่อนเจ้าคงไม่ต่างจากเทพบุปผาตัวน้อยกระมัง ทั้งบิดา น้องชาย ไหนจะองค์รัชทายาทกับฝ่าบาทอีก” เฉวียนหย่งเฟิงพูดหย






reseñas