Semua Bab เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ: Bab 11 - Bab 20

59 Bab

11. สกุลชุน (2)

งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างน่าเบื่อ ไม่มีสิ่งใดแตกต่างกับงานเลี้ยงฉลองทั่วไป เหล่าขุนนางที่อยากเชื่อมสัมพันธ์กับคนใหญ่คนโตก็ใช้โอกาสนี้เข้าหาเชื้อพระวงศ์และขุนนางใหญ่ แน่นอนว่าเฉวียนหย่งเฟิงและเว่ยเมิ่งเหยารับการคารวะไปหลายจอก“หม่อมฉันขอออกไปสูดอากาศด้านนอกนะเพคะ”“อย่าได้สร้างเรื่องให้กระทบมาถึงข้าเล่า”“จิ๊ หม่อมฉันมิใช่ตัวปัญหาเสียหน่อย” พอสุราเข้าปาก ความกล้าก็ดูจะมากขึ้นตาม คนงามถึงขั้นชักสีหน้าใส่สวามีตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้ใดต่อว่านางด้วยถ้อยคำเช่นนี้ กับคนในครอบครัวยิ่งไม่เคยมี แล้วบุรุษตรงหน้าเป็นใครกัน“นี่เจ้า-”“พอๆ อยู่ด้านนอกรักษากิริยาบ้าง” ไท่เฟยรู้นิสัยบุตรชายดี หากต่อความยาว เรื่องนี้ไม่มีทางจบ“เช่นนั้นหม่อมฉันขออนุญาตนะเพคะ” ว่าเพียงเท่านั้นเว่ยเมิ่งเหยาก็ปลีกตัวออกมา โดยมีเหล่านางกำนัลและขันทีติดตามอย่างที่ควรจะเป็นร่างบางเดินลัดเลาะออกมาจากโถงงานเลี้ยง ย่างก้าวตามทางที่มุ่งหน้าไปยังสวนดอกไม้ นึกถึงยามนั้นนางมิเคยได้เฉียดกายเข้ามาเสียด้วยซ้ำ ทว่าวันนี้กลับไม่มีผู้ใดกล้าห้ามนาง เพียงเสี้ยวความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวเว่ยเมิ่งเหยาตัดสินใจหันหลังให้สวนดอกไม้งดงาม จุด
Baca selengkapnya

12. แส้ไหมถัก (1)

“หายไปที่ใดมา” ทันทีที่ร่างบอบบางนั่งลงข้างๆ เฉวียนหย่งเฟิงก็อดถามไม่ได้ มีอย่างที่ไหนเป็นคนต่างบ้านต่างเมือง ดันเดินเพ่นพ่านไปทั่ว หากเกิดเรื่องขึ้นมาคงไม่พ้นเป็นเขาที่ต้องออกหน้าจัดการ“สามีของชุนซิ่นเยว่เป็นคนอย่างไรหรือเพคะ”“เจ้าจะอยากรู้เรื่องของผู้อื่นไปทำไม”“เพียงแค่ตอบ ยากนักหรือเพคะ” เว่ยเมิ่งเหยาเริ่มจะทนไม่ไหวกับสวามีผู้นี้ แสดงท่าทีรำคาญจนมี่มี่ต้องดึงชายอาภรณ์ห้ามปราม บ่าวรับใช้คนสนิทรู้ดีทีเดียว ว่าหากได้ดื่มสุราแล้ว คุณหนูที่เคยเรียบร้อยว่าง่าย ก็กลายเป็นคนละคนขนาดนายท่านกับคุณชายทั้งสองยังส่ายหัว เพราะตามเอาใจไม่ถูก“ฟู่กงจวิ่นถือว่าเป็นบุรุษที่ดีพ่ะย่ะค่ะหวังเฟย เป็นคนมีคุณธรรม วางตัวดี มีความสามารถหลายด้าน ไม่ว่าเรื่องใดเขาก็รู้ไปเสียทุกอย่าง ถึงกระนั้นกลับสอบจองหงวนไม่ผ่านเสียที”“...” ดูท่าแล้วชายหนุ่มจะเป็นพวกรู้ไม่จริงกระมัง“แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีที่สตรีหมายปองนะพ่ะย่ะค่ะ เพราะเอาใจฮูหยินเป็นที่หนึ่ง ยอมแต่งเข้าสกุลชุน ทั้งยังเอ่ยคำสาบานว่าจะไม่รับอนุ ไม่แต่งภรรยารอง” หงอู่ คนสนิทของชินอ๋องกล่าวรายงานแทนนายเหนือหัว มิเช่นนั้นนายทั้งสองคงโต้เถียงกันไม่หยุด“
Baca selengkapnya

13. แส้ไหมถัก (2)

“มอบการแสดงนี้เป็นของขวัญให้ท่านเสนาบดีชุน หวังเหลือเกินว่าท่านจะอายุยืนยาวทันได้เห็นความเป็นไปของสกุลชุน”สิ้นประโยคอวยพรที่ฟังดูขัดหู มือเรียวยาวก็ตวัดแส้เบาๆ เส้นไหมถักสะบัดโค้งอ่อนช้อย กายงามโอนอ่อนร่ายรำไปตามจังหวะดนตรี ปลายแส้แหวกมวลอากาศรอบข้างจนเกิดเสียงดัง ให้คนที่เคลิบเคลิ้มไปกับการขยับร่างกายอันแสนเย้ายวนได้ดึงสติกลับมาจังหวะการร่ายรำมิได้เร่งรีบ ฝีเท้าเบาเคลื่อนหมุนพลางโบกสะบัดแส้หยกเป็นวงคลื่น วาดลวดลายอ่อนโยนในอากาศ ทว่าบางคราวก็ฉับไวปานสายฟ้าปัง!!! ปลายแซ่ฟาดลงกลางโต๊ะที่อยู่ต่อหน้าชุนซิ่นเยว่ จนแตกเป็นสองเสี่ยง“กรี๊ด!!!!!” เสียงกรีดร้องของสตรีสกุลชุนที่นั่งอยู่บริเวณนั้นดังขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะชุนซิ่นเยว่ที่บัดนี้โผเข้ากอดสามีด้วยเนื้อตัวสั่นเทาผู้คนในงานเลี้ยงต่างตกอกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงจะมีแต่นักรบที่ผ่านสงครามมานับไม่ถ้วนเท่านั้นที่ไม่หวั่นเกรงเล่อฟางหัวยกยิ้มเล็กน้อย สายตาที่ใช้มองสะใภ้มิได้ติดรำคาญเหมือนในวันแรกๆ ที่พบเจอ แต่จะให้เป็นแววตาที่ชื่นชมยินดีก็คงจะเร็วไป“ขอประทานอภัยเพคะฮองเฮา ต้องขออภัยฮูหยินฟู่ ข้ามิได้ฝึกร่ายรำมานาน จึงพลาด” เว่ยเมิ่ง
Baca selengkapnya

14. แส้ไหมถัก (3)

ทว่าความคิดของเว่ยเมิ่งเหยากลับผิดมหันต์ชุนซิ่นเยว่ไม่ลงโทษสาวใช้ในตอนนั้นก็จริง แต่เช้าวันถัดมา เหล่าแม่ครัวจวนอ๋องต่างพูดคุยกันว่าสาวใช้สกุลชุนนางหนึ่งถูกโบยจนไม้หัก ซ้ำยังมิให้หมอมารักษา ยาเพียงขนานเดียวยังไม่เมตตา ทำทั้งหมดนี้เพียงเพราะเรื่องที่วางกาชาเสียงดัง“เจ้าไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ ชุนซิ่นเยว่” อดีตคุณหนูเว่ยแค่นหัวเราะให้กับความคิดก่อนหน้าของตน นางคิดได้อย่างไรว่าคนเช่นนั้นจะกลับตัวกลับใจได้“หวังเฟยว่าอย่างไรนะเพคะ”“ไม่มีอะไร พวกเจ้ามีใครพอจะรู้จักนางหรือไม่”“หม่อมฉันรู้จักเพคะ พี่น้องถิงเหม่ย ถิงสวี เคยพบกันที่ตลาดหลายครา” นางกำนัลในโรงครัวต้องออกไปซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารแทบทุกวัน จึงได้พบปะกับบ่าวไพร่สกุลขุนนางบ่อยครั้ง“เช่นนั้นเจ้าเอาเงินนี่ไปซื้อยาให้นางที นึกแล้วเวทนานัก”“ขอบพระทัยเพคะหวังเฟย สองพี่น้องเป็นคนรู้บุญรู้คุณ หม่อมฉันจะให้พวกนางมาขอบพระทัยหวังเฟยด้วยตนเองแน่เพคะ”“อืม ไว้หายดีค่อยว่ากัน” เว่ยเมิ่งเหยาไม่ปฏิเสธ เหตุผลที่ช่วยบ่าวสกุลชุนนอกจากความสงสาร นางก็หวังประโยชน์เช่นกัน“จริงสิมี่มี่ เจ้าบอกว่านางรำในงานเมื่อวานเป็นนางโลมอย่างนั้นหรือ”“ใช่เพคะ นาง
Baca selengkapnya

15. กลิ่นคุ้นเคย (1)

ร่างเพรียวบางในชุดนางรำเดินลัดเลาะไปตามทาง เพื่อตามหานางรำที่เห็นวันนั้น เมิ่งเหยาเพียงอยากทำความรู้จักกับหลันเอ๋อร์ อยากรู้ว่าชายหญิงมีความสัมพันธ์กันอย่างไรกันแน่“เหตุใดมาอยู่ที่นี่ ลงไปช่วยต้อนรับแขกด้านล่างได้แล้ว นี่หรือว่าคนใหม่ที่พึ่งมาวันนี้หรือ”“เอ่อ ใช่เจ้าค่ะ พอดีข้าปวดหนักอยากไปห้องสุขาเจ้าค่ะ” เมิ่งเหยางอตัวกุมท้อง สตรีอวบอั๋นตรงหน้าดูแล้วคงเป็นแม่เล้าของที่นี่“เช่นนั้นก็รีบไป แล้วมาหาข้าที่ห้องใหญ่ทางนั้น เข้าใจหรือไม่”“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” กายงามย่อคำนับสตรีวัยกลางคน พลางรีบแยกตัวออกมาเมิ่งเหยากระชับผ้าคลุมหน้าของตนให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ขาเรียวรีบสาวเท้าไปดูตามห้องต่างๆ กลับไม่พบแม้แต่เงาของคนที่ตามหา“หรือว่านางจะไม่ใช่คนของที่นี่” ชินหวังเฟยถอนหายใจด้วยความผิดหวังนางเดินดูทุกห้องจนมาสุดที่บันไดทางลงอีกฝั่งแล้ว แต่ในขณะที่เมิ่งเหยากำลังจะถอดใจกลับรู้สึกตงิดใจกับทางลงนั้นชอบกลฝีเท้าเบาเหยียบเดินลงไปตามขั้นบันไดช้าๆ ทีแรกคิดว่าบันไดนี้จะเป็นทางลงไปชั้นหนึ่ง แต่มันกลับเป็นทางออกมาทางด้านหลังหอนางโลม เห็นดังนั้นจึงนึกถึงเหตุการณ์ที่แคว้นต้งหนานขึ้นมาได้องค์รัชทายาทแอบพา
Baca selengkapnya

16. กลิ่นคุ้นเคย (2)

ชีวิตของหลันเอ๋อร์ช่างน่าสงสารนักเว่ยเมิ่งเหยาเดินลัดเลาะกลับขึ้นไปในหอหยวนซางด้วยความรู้สึกเวทนา สาวงามอดคิดถึงอดีตตนเองมิได้ หากครานั้นนางไม่ยอมตาย ชีวิตของนางคงไม่ต่างกับหลันเอ๋อร์“พวกเจ้าเห็นนางโลมที่เข้ามาใหม่หรือไม่ นางมาเข้าห้องสุขาไม่รู้ว่าตอนนี้พลัดหลงหรือไม่ พวกเจ้าช่วยข้าตามหาที” เสียงของแม่เล้าดังมาไกลๆ เมิ่งเหยาจึงรีบเปลี่ยนทิศทาง เดิมทีคิดจะลงไปชั้นล่างพามี่มี่กลับ แต่ตอนนี้คงต้องหาที่หลบก่อนวี๊ด~ วี๊ด~ เสียงเป่าปากเป็นจังหวะที่คุ้นหู ดังแทรกเข้ามาในจังหวะของดนตรี อดีตคุณหนูสกุลเว่ยจึงรับรู้ได้ทันทีว่าเกิดเรื่องขึ้นแล้ว มือเรียวยกขึ้นแนบปาก เป่าลมออกไปเป็นการตอบรับสารจากมี่มี่ ให้รู้ว่านางปลอดภัยดี“ลองไปหาทางนั้น”เว่ยเมิ่งเหยาได้ยินเสียงก็ตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปในห้องโถงรับแขกที่ไร้คน ตั้งใจว่าจะซ่อนตัวอยู่ในนี้ชั่วครู่แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ชินหวังเฟยจะก้าวขาผิดออกจากเรือน ทุกอย่างจึงผิดแผนไปเสียหมด ขนาดคิดว่าห้องนี้ว่าง ยังมีแขกเข้ามาใช้บริการเสียอย่างนั้น“เชิญเจ้าค่ะนายท่าน ข้าจะรีบไปแจ้งแม่นางเจียงฉิงให้เจ้าค่ะ”“อืม ช่วยเร่งให้ที ข้ามีเวลาไม่มาก” เสียงทุ้มใหญ่ที่แ
Baca selengkapnya

17. กลิ่นคุ้นเคย (3)

“เฮ้อ~ ข้าเกือบถูกจับได้เสียแล้วมี่มี่” เว่ยเมิ่งเหยาถอนหายใจยาว พลางล้มตัวนอนบนเตียงทันทีที่กลับมาถึงเรือน“ใจหม่อมฉันเต้นจนจะหลุดออกมาอยู่แล้วเพคะ”“เฉวียนหย่งเฟิง ฝีมือดีไม่น้อย ขนาดเขาไม่เอาจริงข้ายังเกือบพลาดท่า”“ต่อไปต้องระวังให้มากนะเพคะ แม่ทัพใหญ่ของแคว้นดูแคลนมิได้เด็ดขาด” มี่มี่เตือนสติ พลางจัดการนำเสื้อตัวนอกไปเก็บเข้าที่ ก่อนจะนำน้ำมาให้เจ้านายล้างหน้าล้างตา“หาว~ เสี่ยวจินมานี่มา ข้าขอกอดเจ้าหน่อย” ร่างเพรียวบางขยับไปคว้าเจ้าแมวส้มเข้ามากอด ปล่อยให้มี่มี่ช่วยห่มผ้าดับไฟให้ ศีรษะเล็กซุกเข้ากับขนนุ่มพลางเคลิ้มหลับด้วยความเหนื่อยล้าปังๆๆ เสียงเคาะประตูด้านนอกดังจนคนสะดุ้งตื่นจากห้วงนิทรา มี่มี่รีบลุกออกไปดูนอกเรือน เห็นว่านางกำนัลกำลังเปิดประตูให้เจ้าของจวนเดินจ้ำอ้าวเข้ามาในเรือน“เอ่อ ท่านอ๋องเพคะ หวังเฟยเข้านอนแล้ว-”“หลีกไป สามีภรรยาจะพูดคุยกัน เจ้าอย่าก้าวก่าย” ว่าเพียงเท่านั้น เฉวียนหย่งเฟิงก็เดินตรงมาเปิดประตูห้องนอนของชายา ตาคมเห็นคนงามทำท่างัวเงียก็นึกขัน เดินเข้าไปดึงแขนเล็กให้ลุกขึ้นนั่ง“อ๊ะ จะทำอันใดเพคะ”“อยู่นิ่งๆ” ไม่พูดพร่ำทำเพลงจมูกโด่งยื่นเข้าไปสูดดมกลิ่
Baca selengkapnya

18. กลิ่นที่คุ้นเคย (4)

“ไท่เฟย หม่อมฉันนำของว่างมาให้เพคะ” เสียงหวานดังขึ้นท่ามกลางเสียงกระบี่ที่กระทบกัน ผู้อาวุโสของจวนหยุดการซ้อมลง พลางเดินขึ้นมาบนศาลาเล่อฟางหัวหันมองสะใภ้ที่ไม่พึงใจด้วยสายตานิ่งสนิท นางกำนัลเห็นไท่เฟยนั่งลงแล้ว จึงพากันเข้ามาปรนนิบัติซับเหงื่อไคล“เห็นนางกำนัลบอกว่าเจ้าให้คนตรวจสอบทรัพย์สินหรือ”“เพคะ หม่อมฉันเห็นว่าเมื่อสองวันก่อน นางกำนัลของไท่เฟยหาผ้าไหมพระราชทานไม่พบ จึงมิได้นำมาตัดอาภรณ์ให้ไท่เฟย วันนี้หม่อมฉันเลยให้คนช่วยกันคัดแยกทรัพย์สินตามหมวดหมู่ เวลาหาของ จะได้หาง่ายขึ้นเพคะ” ว่าไป ก็จัดการรินน้ำชาและจัดขนมให้แม่สามี“อืม เช่นนั้นก็ดี” เล่อฟางหัวปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าเว่ยเมิ่งเหยาได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี ทั้งการปฏิบัติตนและงานบ้านงานเรือนไร้ที่ติ ก่อนหน้านี้เรื่องดูแลเรือนฟางหัวต้องศึกษาเอาเองเกือบทั้งหมด เพราะนางใช้ชีวิตในสนามรบเป็นส่วนใหญ่เรื่องที่เรียนย่อมมีแต่การรบ การต่อสู้ งานในเรือนมิใช่สิ่งที่นางชื่นชอบ มาวันนี้มีสะใภ้คอยจัดการให้ ตัวนางเองก็มีเวลาพักมากขึ้น“ไท่เฟยลองชิมดูเพคะ หม่อมฉันพึ่งหัดทำ ท่านป้าเถียนบอกว่าท่านมิค่อยชอบรสหวาน หม่อมฉันจึงปรับสูตรเสียใหม่”เล่
Baca selengkapnya

19. ขยะแขยง (1)

“เจ้าดูนั่น ใช่คนนั้นหรือไม่”“ใช่ๆ งดงามเช่นนี้นี่เอง รองแม่ทัพเล่อซางถึงได้หลงใหล”เสียงซุบซิบนินทาทำให้ชุนผิงหลานรีบสาวเท้าก้าวผ่านกลุ่มคนพวกนั้นไปให้เร็วที่สุด หญิงสาวก้มหน้าแทบจะมุดดิน เพราะไม่อยากเป็นที่สนใจของคนในตลาด นางเพียงต้องการมาซื้อของให้น้องสาวเท่านั้น“หึ งามไม่เท่าใด แต่ลีลาเย้ายวนบนเตียงคงเป็นที่หนึ่ง เห็นว่ายอมพลีกายให้รองแม่ทัพจนเขาเปลี่ยนใจไม่แต่งกับคุณหนูชุนซิ่นเยว่”“จริงหรือ หน้าตาก็ดี ไม่คิดว่าจะใช้ตัวเข้าแลก”“ก็อย่างว่า สันดานไพร่ อย่างไรก็ไม่ทิ้งกำพืดเดิม” คำพูดถากถางมิได้สร้างรอยแผลภายนอก แต่กลับบาดลึกเข้าไปในใจผู้ฟังหากสิ่งที่พวกเขาเล่าเป็นจริงแม้เพียงเล็กน้อย ชุนผิงหลานจะก้มหน้ารับคำพวกนั้นแต่โดยดี ทว่านั่นมิได้มีเรื่องจริงสักข้อ นางกับท่านรองแม่ทัพเล่อซางเคยพบหน้ากันเพียงครั้งเดียว เขาช่วยนางมิให้ถูกโจรข่มเหง เคยสนทนากันเพียงประโยคสั้นๆ ตัวนางมิเคยรู้สึกรักหรือผูกพันกับอีกฝ่ายแม้แต่น้อยแล้วเหตุใดผู้คนจึงเอ่ยเล่าเรื่องเท็จพวกนี้กระนั้นคนต่ำต้อยเช่นชุนผิงหลานจะทำสิ่งใดได้ จะตอบโต้ก็ไม่กล้า จะเอ่ยเล่าความจริงออกไปใครเขาจะเชื่อ ก็คงได้แต่เดินร้องไห้กลับเ
Baca selengkapnya

20. ขยะแขยง (2)

“ชินหวังเฟย” ชายในชุดสีดำรัดกุมสามคนเดินมาดักหน้าคนที่กำลังเร่งรีบไปทำเรื่องสำคัญ“อ๊ะ พวกท่านเป็นใครกันเหตุใดจึงเสียมารยาท” มี่มี่แทรกกายเข้ามากันผู้เป็นนายเอาไว้ ดูจากท่าทางห้าวหาญและการแต่งกายด้วยผ้าชั้นดีนี่แล้ว คงมิใช่พวกโจรหรือคนถ่อยเป็นแน่“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมเป็นองครักษ์ของฝ่าบาท มาเชิญชินหวังเฟยไปร่วมดื่มชาที่อารามวัดไป๋หลินพ่ะย่ะค่ะ”“วัดไป๋หลินหรือ ไกลหรือไม่เล่า ข้ามิได้แจ้งไท่เฟยเอาไว้ว่าจะออกมานาน”“เป็นอารามที่อยู่ทางประตูเมืองด้านหลังพ่ะย่ะค่ะ มิได้ไกล” มือใหญ่ผายไปทางรถม้าที่เคลื่อนเข้ามาจอดเทียบเห็นเช่นนั้นแล้วเมิ่งเหยาก็ได้แต่เดินขึ้นรถม้าไป คนงามเฝ้าคิดมาตลอดทางว่าเหตุใดฝ่าบาทแคว้นเฉวียนถึงต้องการพบนาง ความสัมพันธ์ของสองอาหลานมิใคร่ลงรอยกัน การเรียกพบนางครานี้จะเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของทั้งสองหรือไม่นะ“ถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ร่างเพรียวบางเดินลงจากรถม้า พลางหันมองสาวใช้ แล้วขยับปากบอกให้อีกฝ่ายระวังโดยไร้เสียง ตากลมสอดส่องไปทั่วทุกสารทิศอารามแห่งนี้เงียบสงบ ทั้งที่มิได้อยู่ห่างไกลจากชุมชน องครักษ์ราวยี่สิบนายกระจายตัวอยู่ทั่วอาราม บนศาลาพักมีเจ้าแผ่นดิ
Baca selengkapnya
Sebelumnya
123456
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status