Tous les chapitres de : Chapitre 1 - Chapitre 10

14

1. ทวงสัญญา

ซ่า! ผมยาวสลวยของเด็กสาววัยสิบเจ็ดหนาวถูกกระชากขึ้นจากน้ำ กายบอบบางเปียกชุ่มไปทั้งตัว เพราะน้องสาวที่อายุห่างกันเพียงสองหนาวสั่งให้บ่าวไพร่จับนางมัดมือไพล่หลังแน่นอนว่าระดับน้ำในลำธารสูงเพียงต้นขามิอาจทำอันตรายได้ ทว่าชุนผิงหลานถูกจับกดลงไปในน้ำครั้งแล้วครั้งเล่า แม้นางจะดีดดิ้นเพียงใดก็มิอาจสูงแรงบ่าวชายพวกนั้นได้“แคกๆ แคก! นะ น้องหญิง วะ ไว้ชีวิตพี่เถิด” เสียงของคนสำลักน้ำพยายามร้องขอชีวิตจากผู้เป็นน้องสาว ที่ยืนมองอยู่ไม่ไกล“หึ ลูกอนุเช่นเจ้าสมควรนับสายเลือดกับข้าหรือ! ข้าเกลียดเจ้านัก น้ำตาของเจ้า! ใบหน้าของเจ้า! ใครต่อใครก็หลงใหล” เด็กสาวที่พึ่งพ้นวัยปักปิ่นเดินเข้ามาบีบคางเล็ก จิกเล็บลงไปจนเป็นรอย“ฮึก คะ คุณหนู”“ดูทีว่าหากใบหน้าของเจ้ามีตำหนิ กายของเจ้าแปดเปื้อนมลทิน สกุลเล่อยังคิดจะแต่งเจ้าเป็นฮูหยินให้พี่เล่อซางอีกหรือไม่!” มือเรียวผลักใบหน้างามนั้นอย่างไม่ออมแรง จนเล็บคมกรีดบนหน้าเนียนเป็นแผลยาวชุนผิงหลานเกิดในสกุลเสนาบดีชุนหม่า แม้บิดาเป็นถึงขุนนางใหญ่ แต่มารดาของนางเป็นเพียงบ่าวอุ่นเตียงที่ได้เลื่อนขึ้นมาเป็นอนุเพราะให้กำเนิดทายาทสกุลชุน เด็กสาวมีรูปร่างหน้าตาน่ารักน่
last updateDernière mise à jour : 2026-03-01
Read More

2. ตัดสินใจด้วยตัวเอง (1)

“น้องหญิง ของพวกนี้เสียแล้ว มันเน่าหมดแล้ว”“เน่าก็ต้องกิน ข้าสั่ง เจ้ากล้าขัดหรือ กินเข้าไป!!!” เสียงแหลมตะคอก พลางหันไปสั่งให้บ่าวไพร่ยัดผลไม้เน่าพวกนั้นเข้าปากผู้เป็นพี่สาว เด็กน้อยวัยเพียงเก้าหนาวเอาแต่ร้องไห้ แม้แต่แรงจะส่ายหน้าปฏิเสธยังมิอาจสู้ได้“อื้อ ปล่อยข้า!!! เฮือก!” เว่ยเมิ่งเหยาสะดุ้งตื่น ร่างบางผุดลุกขึ้นนั่งหอบหายใจกับความฝันที่เหมือนจริงขึ้นทุกวัน มือสั่นยกขึ้นเช็ดปากเมื่อภาพในหัวยังฉายซ้ำอยู่เรื่องเดิมๆก้อนเนื้อในอกเต้นรัว นอกจากความหวาดกลัวคงเป็นความเจ็บปวดและเคียดแค้นที่นับวันยิ่งเพิ่มขึ้นเพราะเหตุใดกัน ทั้งที่นางฝันถึงเรื่องราวในอดีตครั้งสุดท้าย ก็ตอนอายุสี่ห้าหนาว แล้วทำไมถึงกลับมาฝันถึงเรื่องพวกนี้อีก มิใช่ว่านางปล่อยวางได้แล้วหรือ หรือในใจยังเจ็บช้ำกับความอยุติธรรมที่ได้รับอยู่อีก‘ฝ่าบาทแคว้นเฉวียน เห็นสมควรว่าถึงเวลาส่งเทียบหมั้นมายังสกุลเว่ยแล้ว แต่งคุณหนูเว่ยเมิ่งเหยาให้ชินอ๋องเฉวียนหย่งเฟิง’“แคว้นเฉวียน” เว่ยเมิ่งเหยาพึมพำกับตนเองเบาๆ ขณะที่ภาพความทรงจำอันเลวร้ายยังฉายวนซ้ำในหัวเสียงดูถูกเหยียดหยาม เรื่องราวที่ถูกกลั่นแกล้ง ความเจ็บปวดที่ได้รับ ทุกอย่า
last updateDernière mise à jour : 2026-03-01
Read More

3. ตัดสินใจด้วยตัวเอง (2)

“หากเราไม่ตกลง แล้วเกิดสงครามขึ้นจริง ก็ถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้ชินอ๋องแคว้นเฉวียนตายไวขึ้น”“หมายความว่าทางเราจะส่งเมิ่งเอ๋อร์ไปหรือไม่ ย่อมเป็นผลดีต่อฮ่องเต้แคว้นเฉวียน แต่เป็นผลเสียกับจวนอ๋อง”“เป็นเช่นนั้น” สองสหายสบตากันนิ่งก่อนหน้านี้ความขัดแย้งภายในแคว้นเฉวียน พวกเขารับรู้มาโดยตลอด ฮ่องเต้พระองค์ก่อนของแคว้นเฉวียนสวรรคตกะทันหัน ราชโองการแต่งตั้งผู้สืบบัลลังก์ ที่คิดว่าจะเป็นเฉวียนเฮ่อหรานกลับกลายเป็นเฉวียนเทียนฉี“แล้วอย่างนี้ยิ่งไม่เป็นอันตรายต่อเมิ่งเอ๋อร์หรือเพคะฝ่าบาท ข่าวลือของชินอ๋องผู้นั้นเขาว่าโหดเหี้ยม ซ้ำยังเจ้าเล่ห์ และแสดงออกชัดเจนว่าอยากครองบัลลังก์” ฮองเฮาของแคว้นท้วงถามด้วยความเป็นห่วง พระนางเองก็เห็นเมิ่งเหยามาตั้งแต่เด็ก“ขอฝ่าบาททรงเมตตาเมิ่งเอ๋อร์ด้วยเถิดเพคะ” จางหยู่เยียนได้ยินคำพูดเหล่านั้น ก็รู้สึกหวั่นใจ จนองค์รัชทายาทต้องรีบเข้ามานั่งประคองปลอบผู้เป็นน้าเว่ยเฉิงหยวนกำมือตนเองแน่น เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวแต่กลับปล่อยให้ฮูหยินและบุตรต้องทุกข์ใจ“กระหม่อมไม่มีทางให้เมิ่งเอ๋อร์แต่งไปแคว้นเฉวียนเป็นแน่ หากฝ่าบาทมิคิดเช่นเดียวกับกระหม่อม ก็ถือเสียว่าเราทั้งคู่ต
last updateDernière mise à jour : 2026-03-01
Read More

4. ตัดสินใจด้วยตัวเอง (3)

ข่าวการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์แพร่กระจายไปทั่วทั้งแคว้น มีแต่ผู้คนไม่เห็นด้วย เพราะสงสารคุณหนูเว่ยที่ต้องไปใช้ชีวิตกับชายโหดเหี้ยมอย่างชินอ๋องเฉวียนหย่งเฟิง ซ้ำอีกฝ่ายยังหมายปองจะแต่งสตรีอื่นอยู่แล้ว มีข่าวลือมากมายที่ถูกเล่าต่อกันมาว่าชินอ๋องไม่ยินดีแต่งสตรีต่างแคว้น ถึงขั้นเอ่ยว่าจะส่งคนมาลอบฆ่าว่าที่เจ้าสาวแต่สุดท้ายจะทำเช่นไรได้ ในเมื่อคุณหนูเว่ยตอบรับการแต่งงานนี้ด้วยตนเอง หนึ่งเพราะไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้นต้องจบลง อีกเหตุผลเพราะคุณหนูเว่ยเมิ่งเหยามีใจให้กับชินอ๋องแคว้นเฉวียนอยู่ก่อนแล้ว“ข้าก็คิดอยู่ ว่าเหตุใดคุณหนูเว่ยมิยอมแต่งออกเสียที ทั้งที่มีแม่สื่อจากหลายสกุลมาทาบทาม ที่แท้เพราะมีบุรุษในใจแล้วนี่เอง”“แต่ก็นะ ชินอ๋องผู้นั้นได้ข่าวว่าผ่านมาหลายสงคราม แม้แต่เด็กกับสตรียังฆ่ามาแล้ว เช่นนี้จะไม่เป็นไรหรือ”“เจ้าคิดว่าบุตรีองครักษ์เว่ย อ่อนแอหรือไรเล่า ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าคุณหนูเว่ยไม่ต่างจากบิดาสักนิด” พ่อค้าแม่ขายต่างก็จับกลุ่มพูดคุยกันทว่าภายในจวนสกุลเว่ยกลับเงียบสงัด มื้อเย็นวันนี้ไม่มีบทสนทนา ไร้เสียงหัวเราะ มีเพียงเสียงทานข้าวเงียบๆ ของคนสกุลเว่ยทั้งหก ไม่นานนัก
last updateDernière mise à jour : 2026-03-01
Read More

5. การจากลา (1)

ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวยาวหลายสิบคัน เดินทางเข้าสู่เมืองหลวงแคว้นเฉวียนท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของชาวบ้าน มุ่งหน้าไปยังวังหลวงซึ่งเป็นสถานที่จัดงานอภิเษกให้กับชินอ๋องของแคว้นเหล่าราษฎรต่างปีติยินดี ด้วยเพราะเห็นว่าชินอ๋องของพวกเขาตรากตรำออกรบจนไม่มีเวลาหาคู่ครอง บัดนี้ได้สตรีที่เพียบพร้อม แม้จะเป็นสามัญชนต่างแคว้นแต่ฝ่าบาทแคว้นต้งหนานก็ให้ความสำคัญ ตรัสถึงว่าที่ชินหวังเฟย ว่าเป็นหลานของพระองค์“หนานเนี่ยนเจิน ถวายพระพรฝ่าบาท” องค์รัชทายาทแคว้นเฉวียนประสานมือค้อมตัวคำนับองค์กษัตริย์เฉวียนเทียนฉีแทบเท้าของกษัตริย์มีสาวงามคอยบีบนวดแข้งขาให้ ทั้งที่อยู่ต่อหน้าข้าราชบริพารมากมาย ช่างสมกับที่ราษฎรเล่าขานกันว่าเป็นกษัตริย์ไร้ความสามารถ เสเพล มากตัณหา เหล่านางกำนัลในตำหนักล้วนได้ถวายงานบนแท่นบรรทมเนี่ยนเจินได้แต่หวังว่าสวามีของน้องสาวจะไม่ใช่บุรุษเช่นนี้“ตามสบายๆ องค์รัชทายาทถึงขั้นสละเวลามาร่วมงานแต่งของเจ้า ถือเป็นเกียรติของชินอ๋องและว่าที่ชินหวังเฟยแล้ว”“เป็นหน้าที่ของพี่ชายที่ต้องมาส่งน้องสาวพ่ะย่ะค่ะ อันที่จริงเสด็จพ่อเองก็รอส่งหลานรักให้ถึงมือเจ้าบ่าว ไม่คิดว่าชินอ๋องจะติดภารกิจในวันสำคั
last updateDernière mise à jour : 2026-03-01
Read More

6. การจากลา (2)

“เจ้าจะบีบมือข้า จนเลือดออกเลยหรือไร”เฮือก!!! เสียงทุ้มต่ำติดไม่พอใจของคนข้างกาย ช่วยดึงสติของหญิงสาวให้หวนคืนมา ใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมหันไปมองว่าที่สวามีข้างกายรูปงาม...พูดคำนี้คงไม่ผิดนัก จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักเป็นกระจับ คิ้วคมนั้นส่งเสริมดวงตาเฉี่ยวนั้นดูมีเสน่ห์จนมิอยากละสายตา“มองไปด้านหน้า อย่าทำให้ข้าขายหน้าเชียว”“ขะ ขอพระทานอภัยเพคะ” เมิ่งเหยาหันกลับมามองตรง ก่อนหน้านางไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองถูกนางกำนัลพาเดินมาส่งให้เจ้าบ่าวแล้ว จึงเผลอจิกเล็บลงบนมือของอีกฝ่ายน้ำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจของว่าที่สวามี ทำให้เมิ่งเหยาต้องตั้งสติจดจ่ออยู่กับพิธีการตรงหน้า งานครานี้มีองค์รัชทายาทเข้าร่วมด้วยจะทำขายพระพักตร์มิได้เด็ดขาด ทุกย่างก้าวของนางต่อจากนี้แบกชื่อเสียงของแคว้นเอาไว้ จะไม่ยอมให้เสื่อมเสียเด็ดขาด“กราบไหว้ฟ้าดิน!!!” เสียงขานขั้นตอนพิธีเป็นไปตามลำดับ ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี สมเกียรติ สมฐานะ จนพี่น้องสกุลเว่ยและองค์รัชทายาทรู้สึกพอใจขึ้นมาบ้างกระทั่งขั้นตอนพิธีต่างๆ เสร็จสิ้นลง เว่ยเมิ่งเหยาก็ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับพี่น้อง นางถูกพาขึ้นรถม้า เพื่อส่งคู่บ่าวสาว
last updateDernière mise à jour : 2026-03-01
Read More

7. การจากลา (3)

ทว่าทันทีที่ตื่นขึ้นมา ความหวังเล็กๆ ของเว่ยเมิ่งเหยากลับพังลง จากที่องค์รัชทายาทและน้องชายทั้งสองจะอยู่ที่นี่อีกนาน กลับกลายเป็นว่าต้องกลับแคว้นทันที“เสี่ยวจิน ดูแลนายของเจ้าให้ดีเล่า อย่าให้ผู้ใดรังแกได้” เนี่ยนเจินส่งเจ้าแมวขนฟูที่นำมาจากแคว้นให้กับน้องสาว ซึ่งบัดนี้มีสีหน้าเศร้าลงถนัดตาจะไม่ให้เมิ่งเหยาเศร้าได้อย่างไร เช้าวันนี้ทันทีที่นางได้รับแจ้งจากมี่มี่ ว่าพี่น้องเดินทางมาพบ นางรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาทันใด รีบแต่งเนื้อแต่งตัวมาพบทั้งสามพอถึงห้องโถงสะใภ้คนใหม่ของจวนก็ย่อตัวคำนับมารดาสวามี สวามี และองค์รัชทายาท พลางกล่าวทักทายน้องชายด้วยน้ำเสียงสดใส ทว่ารอยยิ้มเจิดจ้าของนางกลับต้องเหือดหายไป เมื่อองค์รัชทายาทตรัสว่าต้องเดินทางกลับแคว้นแล้ว“...”“พี่หญิงอย่าทำหน้าเศร้าเช่นนั้นสิขอรับ”“อย่าเศร้าไปเลย เจ้าเติบใหญ่จนออกเรือนมาอยู่สวามีแล้ว ไท่เฟยสอนสิ่งใดให้เจ้าทำตาม อย่าได้ดื้อรั้น พระนางเป็นผู้ใหญ่ที่มีเมตตา อย่างไรเสียก็จะดูแลเจ้าไม่ต่างกับบุตรอีกคน ใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” หนานเนี่ยนเจินหันไปยิ้มบางๆ ให้มารดาของน้องเขยไท่เฟยเล่อฟางหัว เป็นชายาองค์เดียวของอดีตชินอ๋องเฮ่อหราน ยามอ
last updateDernière mise à jour : 2026-03-01
Read More

8. มิใช่เรื่องง่าย (1)

เว่ยเมิ่งเหยาก้าวย่างเข้ามาในเรือนของพระมารดาสวามีด้วยท่าทีเรียบร้อย สมกับที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดี ใบหน้างดงามติดยิ้มอ่อนมิได้ฉายแววเสแสร้งเหมือนยามอยู่กับสวามี เพราะอย่างไรเสีย ไท่เฟยก็เป็นผู้อาวุโสของเรือนแม้อีกฝ่ายจะไม่ชื่นชอบนางนัก กระนั้นผู้น้อยก็มิควรแสดงท่าทีแข็งกร้าว“คารวะไท่เฟยเพคะ”“อืม นั่งลงเถิด ข้าเรียกเจ้ามาเพราะจะนำบัญชีคุมของจวนให้” ไท่เฟยพยักหน้าให้นางกำนัลอาวุโสนำสมุดบัญชีและกุญแจคลังเก็บทรัพย์สินมาให้สะใภ้สตรีวัยเกือบสี่สิบหนาวยกชาขึ้นดื่ม แผ่นหลังเหยียดตรง ท่วงท่าแข็งแรงห้าวหาญสมกับเป็นอดีตรองแม่ทัพของแคว้น ใบหน้าตึงเรียบนั้นไม่ฉายแววความเสแสร้งให้เห็น แสดงออกว่าไม่พึงใจอย่างชัดเจนเพราะเช่นนี้เมิ่งเหยาจึงปรายตามองของในถาดที่นางกำนัลยื่นให้นางอย่างชั่งใจ“ให้หม่อมฉันหรือเพคะ”“ย่อมต้องเป็นเจ้า หรือมารดาเจ้ามิได้สอนว่าควรดูแลเรื่องในเรือนอย่างไร” คำถามซื่อตรงเชิงตำหนิ กระแทกใจผู้ฟังจนคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน“ท่านแม่อบรมเลี้ยงดูหม่อมฉันได้ดีทุกด้าน ไม่เคยขาดตกเพคะ แต่ที่หม่อมฉันถาม เพราะรู้ว่าไท่เฟยรังเกียจหม่อมฉัน จึงมิคิดว่าจะมอบหน้าที่นี้ให้” น้ำเสียงที
last updateDernière mise à jour : 2026-03-05
Read More

9. มิใช่เรื่องง่าย (2)

มี่มี่จัดการรินชาและเตรียมขนมไว้บนโต๊ะทำงานเจ้าของจวน ก่อนจะย่อตัวหันหลังออกจากห้องให้สองสามีภรรยาได้พูดคุยกัน ภายในห้องจึงมีเพียงชายหญิงและเจ้าแมวส้มที่จ้องหน้าเฉวียนหย่งเฟิง ส่งเสียงในลำคอคล้ายกำลังขู่อีกฝ่าย“เหตุใดยังไม่ออกไปอีก”“หม่อมฉันอยากสอบถามบางเรื่องเพคะ ขอหม่อมฉันนั่งได้หรือไม่”“ใครใช้ให้เจ้ายืนเล่า” คำพูดก่อกวนดังขึ้นจากบุรุษที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตามองม้วนตำรา“ขอบพระทัยเพคะ เอ่อ หม่อมฉันออกไปเดินตลาดได้หรือไม่เพคะ แล้วหากจะออกไปต้องขออนุญาตผู้ใดหรือไม่” คำถามนั้นทำให้คนฟังถึงขั้นวางม้วนตำราในมือ กายสูงใหญ่เอนพิงพนักเก้าอี้ พลางยกยิ้มมุมปาก“ออกไปได้ มิต้องขอผู้ใด เพียงแต่แจ้งให้พ่อบ้านรู้เอาไว้”“เข้าใจแล้วเพคะ”“แต่เจ้าจะไหวหรือ” ตาคมหรี่มองสาวงามนั่งอุ้มเจ้าแมวหน้าหยิ่งด้วยความดูแคลน“หืม” เมิ่งเหยาเห็นสายตาเช่นนั้นก็เอียงคอสงสัยในสิ่งที่ชายหนุ่มพูด“บิดาเจ้าคงจะบอกเจ้าอยู่กระมัง ว่าข้าแสดงออกชัดเจนว่าอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับฝ่าบาท ดังนั้นเจ้าควรระวังตัวเอาไว้บ้าง ไม่แน่ว่าวันที่เจ้าออกนอกจวน อาจจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตเจ้า” หย่งเฟิงมิได้พูดเกินจริงเลยสักนิด ทั้งเขาและเสด็
last updateDernière mise à jour : 2026-03-05
Read More

10. สกุลชุน (1)

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เสียงแส้กระทบลงบนผิวหนังเด็กหญิงวัยเพียงสิบสองหนาวอย่างต่อเนื่อง ชุนผิงหลานได้แต่กัดฟันร้องไห้ อดทนกับความเจ็บปวดที่ถูกบิดาลงโทษ“ต่อไปจะทำอีกหรือไม่”“มะ ไม่ทำแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ ขะ ข้าจะไม่พาน้องหญิงไปเสี่ยงอันตรายอีก” เสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตาจนผู้คนที่พบเห็นอดสงสารไม่ได้ มารดาของเด็กหญิงก็ได้แต่ร่ำไห้ เพราะมิอาจปกป้องบุตรสาวได้เหตุผลที่ถูกลงโทษวันนี้ เพราะระหว่างที่ชุนผิงหลานกำลังถูกชุนซิ่นเยว่กลั่นแกล้ง สั่งให้ปีนต้นไม้ นางดันพลาดตกลงมาทับน้องสาวที่อยู่ด้านล่างเด็กหญิงอายุน้อยกว่าร้องไห้โฮเมื่อเห็นรอยแผลถลอกบนแขน วิ่งโร่ไปฟ้องบิดามารดา ทว่าคำเอ่ยเล่ากลับต่างจากความเป็นจริง บอกว่าตนถูกผิงหลานชักชวนไปเล่นจนบาดเจ็บ“ดี! หากเจ้าทำอีก ข้าจะตีเจ้าให้ตายเสีย ไป!!!” นับจากนั้นเสียงตะคอกปนแหบก็เป็นเสียงที่ชุนผิงหลานหวาดกลัวมาตลอดชีวิตไม่สิ...อันที่จริงเรือนสกุลชุนแห่งนี้ ไม่มีที่ใดที่นางไม่หวาดกลัวเลย กระทั่งอยู่ในอ้อมกอดของมารดา ก็ไม่เคยรู้สึกอบอุ่น“เว่ยเมิ่งเหยา เมิ่งเหยา เมิ่งเหยา!” เฮือก!!!“เจ้าคะ เอ่อ เพคะ” คนงามหลุดออกมา
last updateDernière mise à jour : 2026-03-05
Read More
Dernier
12
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status