Semua Bab มารดาผู้เปลี่ยนแปลงดวงชะตาของนางร้าย : Bab 31 - Bab 40

40 Bab

โอสถอันเย้ายวน2

“ดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าท่านพ่อนั้นสนใจในตัวของนางมาก หากข้าขับไล่นางออกไป ท่านพ่อก็คงจะเป็นทุกข์ เพียงแต่ว่าข้ามิอยากเห็นผู้หญิงคนไหนมาทดแทนในตำแหน่งท่านแม่ของข้าเจ้าค่ะ”จางเฟยฉีเอ่ยขึ้นอย่างตรงไปตรงมา“แสดงว่าเจ้าคงจะมิอยากให้ข้าแต่งงานใหม่เลยกระมัง เช่นนั้นเจ้าจะให้นางอยู่ในตำแหน่งอะไรระหว่างเจ้ากับนางดี แต่มิว่าเจ้าจะให้นางอยู่ในตำแหน่งอะไร พ่อก็ขอบอกให้เจ้าได้รับรู้เอาไว้ตามตรงว่าพ่อมิสามารถขับไล่นางให้ออกไปไกลตาได้ อีกทั้งยังมิอาจให้นางแยกห่างกายได้ มิเช่นนั้นหัวใจพ่อจักทรมาน”“ท่านพ่อกล่าวออกมาเช่นนี้ หมายความว่าท่านพ่อรักนางไปแล้วอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?”ยิ่งถามคำถามนี้ออกมา จางเฟยฉีก็ยิ่งร้องไห้โฮออกมาด้วยความทุกข์หนัก นางกลัวจริงๆ ว่านางจะสูญเสียคนที่นางรักนอกจากมารดาไปอีกคนแล้ว“พ่อมิรู้หัวใจตัวเองหรอกว่าในตอนนี้พ่อนั้นรักนางหรือไม่ แต่สำหรับเจ้าพ่อบอกได้คำเดียวว่าพ่อรักเจ้ามากนะอาฉี และจะรักไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วย เจ้ามิต้องกลัวว่าจะมีใครมาแย่งความรักที่พ่อมีต่อเจ้าไปได้หรอกนะ อีกทั้งจะไม่มีใครแย่งพ่อไปจากเจ้าได้เลย ความรักที่ดีคือการได้เห็นคนที่เรารักมี
Baca selengkapnya

เด็กน้อยเริ่มดีขึ้น

หยวนเข่อซิงนอนพักรักษาตัวในกระโจมของท่านแม่ทัพไปสามวันสามคืนเต็มอาการของนางก็ดีขึ้นมาตามลำดับ จึงได้ลุกขึ้นมาทำอาหาร ทำขนมหวานและทำงานเย็บปักถักร้อยของนางไปตามประสา มิรู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ว่าสองคนพ่อลูกนี้ดูซูบผอมไปลงบ้างราวกับคนอดข้าวอดน้ำอย่างไรอย่างนั้น อีกทั้งเมื่อยามที่หยวนเข่อซิงทำอาหารไปให้กับพวกเขาทั้งคู่ สองคนพ่อลูกต่างก็พากันกินอาหารที่เธอทำขึ้นหมดไปในพริบตาเดียว ไจ่ไจ๋จึงได้ป้องปากกระซิบให้เธอทราบมาว่า ในช่วงที่เธอล้มป่วยไปนี้ ทั้งท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงและจางเฟยฉีนั้นมิยอมแตะต้องอาหารใดเลยแม้แต่น้อยเพราะติดใจในรสเสน่ห์ปากจวักของเธอนั่นเองหยวนเข่อซิงได้ทำตามคำพูดที่ตนเองเคยพูดเอาไว้ คือได้มอบสิ่งของล้ำค่าที่ตนเองมีให้กับผู้ชนะ เธอจึงได้ฝากกระเป๋าสะพายข้างและผ้าผูกผมที่เธอถักขึ้นมานี้ให้ไจ่ไจ๋นำไปส่งมอบให้กับเด็กน้อย ซึ่งจางเฟยฉีเองก็ยอมรับสิ่งของเหล่านั้นไว้แต่โดยดี อีกทั้งยังฝากคำขอบคุณมาให้กับหยวนเข่อซิงด้วยนอกจากนี้ในแต่ละวันจางเฟยฉียังตั้งอกตั้งใจเรียนเขียนอ่านทุกสิ่งอย่างเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งนางยังได้เปลี่ยนแปลงตนเองจากเด็กอารมณ์ร้ายให้กลายเป็นเด็กที่อ
Baca selengkapnya

ปกป้องจางเฟยฉี

หยวนเข่อซิงใช้ชีวิตกับจางเฟยฉีและท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงไปในแต่ละวันด้วยความสุขสงบและความเรียบง่าย ราวกับว่าทุกคนได้เป็นคนในครอบครัวเดียวกันไปโดยปริยาย เหลือเวลาอีกเพียงสามวันเท่านั้นทุกคนก็ต้องพากันเดินทางเข้าเมืองหลวง เพื่อไปร่วมถวายพระพรต่อฉีอ๋องและพระชายาหลิงเหมยซูตามทำเนียบเชิญแล้ว หยวนเข่อซิงจึงรับผิดชอบจัดเตรียมข้าวของที่ต้องใช้ในการเดินทางให้ทั้งสองคนพ่อลูกนั้นด้วยตอนนี้นางกับจางเฟยฉีมีความสนิทสนมกันมากขึ้น จนจางเฟยฉีถึงกับเอ่ยปากชวนหยวนเข่อซิงให้ไปนอนค้างกับนางที่ในกระโจมที่พักแล้ว อีกทั้งจางเฟยฉียังได้ไปกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับผู้เป็นบิดาด้วยก่อนท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงจะพยักหน้าลงกล่าวคำอนุญาตออกมาด้วยสีหน้าที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออกเท่าใดนักสุดท้ายแล้วเขาก็มิอาจที่ข่มตาให้หลับลงได้ดังเช่นทุกวัน ถึงขั้นแอบลอบเข้าไปในกระโจมของบุตรสาวอุ้มเอาหยวนเข่อซิงกลับเข้าไปนอนกอดด้านในกระโจมของตนอีกจนได้ สร้างความหัวเสียให้เกิดขึ้นกับเด็กน้อยเป็นอย่างมาก เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าพี่สาวแสนสวยไม่ได้นอนอยู่ข้างกายของนางเสียแล้ว ท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงจึงถูกเด็กน้อยดุไปตามระเบียบ
Baca selengkapnya

ได้รับความทรงจำกลับคืน

“อ่ะ เสด็จพี่สี่รอข้าด้วยเพคะ”น้ำเสียงเล็กๆ อันสดใสของเด็กหญิงผมม้าหน้าตาน่ารักน่าชังผู้หนึ่งร้องเรียกเด็กชายร่างสูงขึ้นพร้อมรอยยิ้มทั้งสองคนต่างวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน“เอวี๋ยนเจียอี น้องหญิงรอเสด็จพี่รัชทายาทด้วยสิ” เด็กชายอีกคนพูดพร้อมถือที่ตักผีเสื้อวิ่งมาทางนี้ด้วยความรวดเร็วกระฉับกระเฉง“เสด็จพี่รัชทายาทเพคะ ผีเสื้อเพคะ ผีเสื้ออยู่ทางนั้นเพคะ”เด็กหญิงพูดพร้อมชี้นิ้วไปยังสนามหญ้าเขียวขจีที่มีดอกไม้ขึ้นอยู่เต็มไปหมด“องค์รัชทายาท ไปเถอะ พวกเราไปจับผีเสื้อกันตรงนั้นเร็วเข้า” เด็กชายร่างสูงพูดขึ้นก่อนจะถือถุงใส่ผีเสื้อวิ่งนำไปด้านหน้า“ได้สิ พี่สี่รอข้ากับเจียอีด้วย”องค์รัชทายาทหน้าตาผ่องใสสวมใส่กวานสีทองสุกปลั่งรีบก้าวขาวิ่งตามเด็กชายที่สูงที่สุดในกลุ่มไปในทันใด ก่อนไปเด็กชายยังมิวายหันหน้ามาพูดกับน้องน้อยด้วยความห่วงใยว่า“เจียอี เจ้ารีบตามพี่มานะ”“เพคะ เสด็จพี่รัชทายาท”เด็กหญิงขานรับคำพร้อมรีบวิ่งตามไปอย่างช้าๆ แต่ทว่ากลับถูกผีเสื้อตัวโตปีกสวยตัวหนึ่งบินวนโฉบมาเข้าใกล้ให้เด็กน้อยละความสนใจที่จะวิ่งไปสนามหญ้าเสียก่อนผีเสื้อตัวนั้นได้บินลอยวนพาเด็กน้อยให้เดินออกไป
Baca selengkapnya

ต้องรักและเห็นคุณค่าในตัวเอง1

เมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นมาเยือน ขบวนการเดินทางก็ได้เริ่มต้นออกเดินทางกันตั้งแต่เมื่อยามเช้าตรู่ คราวนี้ท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงมีความรัดกุมเป็นอย่างยิ่ง เขาได้จ้างผู้คุ้มกันขบวนมาเพิ่มจากทหารประจำการของเขาอยู่อีกมากมายหลายคน อีกทั้งยังได้นั่งรถม้าคันเดียวกันกับหยวนเข่อซิงและจางเฟยฉีด้วย จนขบวนเดินทางสามารถเดินทางมาถึงยังเมืองหลวงได้โดยสวัสดิภาพหยวนเข่อซิงถูกพาตัวเข้ามาพักในจวนท่านแม่ทัพหลังใหญ่ในทันใด เพียงก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้ามาถึง ท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงก็ได้พานางไปแนะนำตัวกับมารดาของเขา อีกทั้งยังได้บอกให้มารดาของเขารับทราบเอาไว้ว่าหลังเสร็จสิ้นจากงานเลี้ยงถวายพระพรในวังหลวงแล้ว เขาจะแต่งงานกันกับนางในทันที ซึ่งมารดาของท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงเองก็เป็นแม่ของว่าที่สามีที่จิตใจดีเป็นอย่างยิ่ง นอกจากจะมิได้ขัดขวางในความรักครั้งนี้ของผู้เป็นบุตรชายแล้ว ยังกล่าวถ้อยคำอวยพรออกมาให้ทั้งคู่อีกด้วยเหลือระยะเวลาอีกเพียงสามวันเท่านั้นในการที่หยวนเข่อซิงจะต้องเดินทางเข้าไปในวังหลวงพร้อมกันกับจางเฟยฉีและท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียง มารดาของเขาจึงได้นำเสื้อผ้าและเครื่องประดับมากมายหลายอย่าง
Baca selengkapnya

ต้องรักและเห็นคุณค่าในตัวเอง2

จางเฟยฉีนั้นได้ถือโคมไฟประดับรูปผีเสื้อน้อยติดมือออกมาเล่นด้วย เด็กน้อยนั่งเล่นแต่เพียงผู้เดียวลำพังเพราะนางยังไม่ค่อยเก่งเรื่องการเข้าสังคมกับกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกันนัก เนื่องด้วยงานเลี้ยงเริ่มขึ้นเมื่อช่วงยามโหยว่ (เวลา 18.00 น.) หลังจากกินเลี้ยงกันไปได้สักพัก ท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้มลงบอกว่าราตรีกาลกำลังคืบคลานเข้ามาเยือนแล้วเด็กชายผู้หนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดสูงศักดิ์ได้เดินเข้ามาหาหนูน้อยจางเฟยฉีอย่างช้าๆ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงเคียงข้างนางต่อ เขาเอ่ยถามออกไปน้ำเสียงนุ่มว่า“นี่ก็เริ่มมืดแล้ว เจ้าอยากจุดโคมไฟลวดลายผีเสื้อของเจ้าขึ้นมาหรือไม่?”“เอ๋ เจ้าคือใครเหตุใดจึงได้แต่งกายแปลกตาเหมือนไม่ใช่คนแคว้นอู่ของข้า” จางเฟยฉีกล่าวถามน้ำเสียงงุนงงสงสัย“ข้ามีนามว่าเอวี๋ยนคง มาจากแคว้นเอวี๋ยนน่ะ ข้าขอนั่งกับเจ้าได้หรือไม่ แล้วเจ้าชื่ออะไรอย่างนั้นหรือ?”“ข้าชื่อจางเฟยฉี หากเจ้าอยากนั่งก็นั่งสิ ข้าไม่ใช่คนหวงที่นั่งหรอกนะ แม่เลี้ยงของข้าเคยบอกข้าเอาไว้ว่าเราต้องเป็นคนดี และมีน้ำใจต่อผู้อื่น” จางเฟยฉีพูดพร้อมระบายรอยยิ้มน้อยๆ ออกมาให้ประดับอยู่บนใบหน้าทำเอาเด็กชายตรงหน้าต้องพลันสายต
Baca selengkapnya

บทลงโทษฮูหยินแบบเร่าร้อน1

“เช่นนั้นแล้วพวกเราก็กลับกันเถิด”ท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเงียบขรึมอีกทั้งยังมีท่าทีนิ่งสงบลงไปอย่างถนัดตา เขาอุ้มเอาจางเฟยฉีขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน พร้อมเดินจูงมือหยวนเข่อซิงให้เดินตามไปติดๆแต่ไม่รู้ว่าเขาได้บีบมือนางหนักเกินไปแล้วหรือไม่ หยวนเข่อซิงจึงรู้สึกเจ็บมือขึ้นมาเอาเช่นนี้“ท่านแม่ทัพเจ้าคะ ข้าเจ็บเจ้าค่ะ”หยวนเข่อซิงติงขึ้นเสียงเบา“เจ็บแล้วไยเจ้าจึงต้องจ้องมองผู้อื่นราวกับจะกลืนกินเช่นนั้นด้วย”น้ำเสียงที่ท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงเปล่งออกมานั้นราวกับจะฆ่าคนให้ตายไปเลยทีเดียว หลังจากส่งบุตรสาวกลับเข้าจวนและให้หมอมาตรวจร่างกายของบุตรสาวแล้ว เขาจึงกึ่งลากกึ่งจูงหยวนเข่อซิงให้กลับเข้ามายังเรือนพักส่วนตัวโดยเร็วพลัน“ท่านแม่ทัพเป็นอันใดไปอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?”หยวนเข่อซิงขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย ก่อนหน้านี้ที่จะออกจากจวนไปเขายังดูอารมณ์ดีมีความสุขอยู่แท้ๆ แต่ทว่าในตอนนี้เองสภาพอารมณ์เขากลับเปลี่ยนแปลงไปคนละทิศละทางเลยทีเดียว“เหตุใดเจ้าจึงชอบจ้องมองดูผู้ชายคนอื่นนัก เจ้าชอบชินอ๋องแคว้นเอวี๋ยนอะไรนั่นหรืออย่างไร ขอบอกให้รู้เอาไว้ว่าข้าไม่ชอบ ไม่พอใจ และไม่ปรารถนา
Baca selengkapnya

บทลงโทษฮูหยินแบบเร่าร้อน2

หลังกล่าวจบปลายนิ้วยาวหยาบกร้านก็พยายามรุกรานช่อบุปผาน้อยในทันใด เขาช่างเจนจัดในการปลุกเร้าอารมณ์ของฟางเข่อซิงเป็นอย่างยิ่ง จวบจนน้ำหวานจากช่อบุปผาน้อยหลั่งริน เขาจึงก้มหน้าลงไปดูดชิมและส่งปลายลิ้นไปกวาดวนน้ำหวานเข้าปากไปอย่างเอร็ดอร่อยหยวนเข่อซิงหลับตาลงด้วยความอดสู เธอมาจากโลกยุคปัจจุบันอีกทั้งยังไม่ใช่คนโง่ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าในอีกไม่นานข้างหน้านี้ เขาและเธอจะต้องมีสัมพันธุ์ที่ลึกซึ้งต่อกันแล้วเกลียดเสียจริงนักเชียว แม้ว่าเธอจะพยายามกล่าวอ้างเหตุผลและความเป็นจริงอะไรให้เขาฟังแต่ท่านแม่ทัพจอมหน้ามืดตามัวผู้นี้ก็ยังมิยอมฟังอะไรเลยแม้แต่น้อยวันๆ นอกจากทำตัวเสียสติ และอารมณ์ขึ้นๆลงๆ มากเกินกว่าเหตุและรบเก่งแล้ว หยวนเข่อซิงก็มองไม่เห็นว่าเขายังจะมีประโยชน์อะไรอีกต่อไปแล้วหลังจากดูดชิมน้ำหวานจากช่อบุปผาน้อยไปจนพึงพอใจแล้ว เขาจึงได้จับเจ้าแก่นกายของเขามาจ่อเข้าที่ช่อบุปผางามแผ่วเบา แน่นอนว่าสายตาอันแน่วแน่ของท่านแม่ทัพผู้นี้ยังเอาแต่จดจ้อง จ้องมองมายังจุดเชื่อมต่อของเขาและนางอย่างไม่วางตา เป็นหยวนเข่อซิงเองที่มิอาจทนต่อสายตาผ่าวร้อนโลมเลียคู่นั้นของเขาได้ นางจึงหลับตาลงอย่า
Baca selengkapnya

ท่านแม่ทัพที่เปลี่ยนแปลงไป

สกุณาขับขานบทเพลงอ่อนหวาน ดอกไม้ผลิบาน พระอาทิตย์เริ่มสาดแสงเข้ามาข้างในห้องนอนหยวนเข่อซิงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมกับพบว่านางได้มานอนอยู่ในอ้อมกอดของท่านแม่ทัพร่างโตนี่เสียแล้ว“ตื่นแล้วอย่างนั้นหรือฮูหยินของข้า เรามาทักทายกันในช่วงยามเช้าสักหน่อยอีกทีดีหรือไม่ เจ้าม้าศึกของข้ามันพร้อมในการออกรบแล้ว”ท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงว่าพลางนำร่างเล็กของหยวนเข่อซิงขึ้นมานอนทาบทับบนร่างกายใหญ่โตตัวเองเอาไว้“มิไหวหรอกเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ ในตอนนี้เองข้าบอบช้ำเสียจนเป็นไข้ไปแล้วเจ้าค่ะ”หยวนเข่อซิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร“เจ้าเป็นไข้อย่างนั้นหรอกหรือ โถ่ ฮูหยินของข้าช่างน่าสงสารเสียจริง เช่นนั้นพวกเราลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาอาบน้ำอุ่นกันเสียก่อนเถิด เจ้าเองก็จะได้ทำความสะอาดเนื้อตัวพอให้สดชื่นขึ้นมาบ้าง”หลังกล่าวจบคนร่างเปลือยหน้าไม่อายผู้นี้ก็ได้อุ้มเอาร่างเล็กของหยวนเข่อซิงออกไปแช่น้ำอุ่นด้วยกัน พร้อมลงมืออาบน้ำให้กับภรรยาด้วยความทะนุถนอมปนไปด้วยความมารยาสาไถยขอให้นางได้ปรนนิบัติเขากลับคืนไปบ้าง จนในตอนนี้เองเจ้าแก่นกายขนาดมหึมาของเขาก็ได้มาปรากฏอยู่ตรงใบหน้างามของหยวนเข
Baca selengkapnya

(ตอนจบบริบูรณ์) จุดจบอันสวยงาม

ท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงได้จัดงานแต่งงานระหว่างเขาและนางขึ้นมาอย่างที่เคยได้บอกกับนางเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติ แขกเหรื่อสำคัญมากมาย ขุนนางใหญ่น้อยทั่วทั้งเมืองหลวงต่างพากันมาเป็นสักขีพยานในการแต่งงานของท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงในครั้งนี้ อีกทั้งองค์ฮ่องเต้เองยังได้ทรงเสด็จมาเป็นประธานในพิธีแต่งงานให้กับเขาด้วยท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงได้ประกาศคำมั่นของเขาต่อหน้าเบื้องพระพักตร์และต่อหน้าทุกคนไปโดยรอบ ราวกับเป็นการขอพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้เป็นนัยกลายๆ ว่า นับจากนี้ไปเขาจะมีเพียงหยวนเข่อซิงเป็นภรรยาของเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น สร้างความตื้นตันใจให้เกิดขึ้นกับหยวนเข่อซิงเป็นอย่างมากทั้งคู่ใช้ชีวิตหลังแต่งงานด้วยกันอย่างมีความสุข จางเฟยฉีเองก็เริ่มเติบโตขึ้นมามากขึ้นในแต่ละวันด้วยเห็นแก่อนาคตของบุตรสาว ท่านแม่ทัพจางหลี่เฉียงจึงมิได้ออกไปประจำการที่ชายแดนอีกต่อไปแล้ว เขาตัดสินใจใช้ชีวิตปักหลักกันอยู่ที่เมืองหลวงกับลูกและภรรยาต่อจางเฟยฉีเองด้วยเป็นบุตรสาวของขุนนางฝ่ายบู๊คนสำคัญของแคว้น นางจึงมีโอกาสได้เข้าไปร่ำเรียนร่วมกับเชื้อพระวงศ์ในวังหลวง อีกทั้งจางเฟยฉีเองยังเป็นเด็กหน้าต
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1234
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status