All Chapters of บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P: Chapter 21 - Chapter 30

55 Chapters

บทสนทนาบนโต๊ะอาหาร

"คุณชายลู่ คุณชายเหลียง พวกท่านเป็นอันใดไป?" ชางฉีเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัยกับอาการละเมอเพ้อพกของสองคนตรงหน้า"เอ่อ คือ พวกเราก็ปกติดีนี่! จะเป็นอันใดไปได้เล่า!"องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นหน้าตาเหรอหรา"ใช่ พวกเราไม่ได้เป็นอันใดเลยแม้แต่น้อย" อ๋องน้อยเฉินลู่กล่าวสำทับ"ข้าลองชิมกล้วยพวกนี้ดูแล้วรสชาติหวานกลมกล่อมดีเพราะฉะนั้นเราจึงมิต้องใช้น้ำผึ้งปริมาณมากในการเชื่อมก็ได้" ชางฉีพูดพลางหั่นกล้วยออกมาขนาดพอดีคำพร้อมทั้งจัดเรียงกล้วยไว้บนจานใบใหญ่และเทน้ำผึ้งราดลงไปก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยทั้งสามคนช่วยกันยกจานอาหารออกไปจัดเรียงไว้บนโต๊ะอาหารอย่างเป็นระเบียบ เหวินเฉียนที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่เห็นบรรยากาศคึกครื้นนั้นแล้วจึงอดที่จะลุกขึ้นมาตักข้าวใส่ลงในชามข้าวให้แต่ละคนด้วยตนเองมิได้บุรุษทั้งสามคนต่างพากันคีบอาหารใส่ลงในชามข้าวของชางฉีอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ชางฉีเองก็คีบอาหารให้พวกเขาแต่ละคนกลับคืนด้วยความเอาใจใส่ บรรยากาศการกินอาหารร่วมกันแลดูอบอุ่นครื้นเครงยิ่ง องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเองไม่เคยได้รับความรู้สึกผ่อนคลายเบาสบายใจไร้กังวลเช่นนี้มาก่อนเลย จึงเอาแต่ลอบยิ้มกั
Read more

ผิงกงกงคนช่างยุ

องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงทรงเสด็จกลับตำหนักของตนไปด้วยใจที่เหม่อลอย"ซื่อสัตย์ มั่นคงจริงใจ มีหัวใจมั่นในรักเดียว ไร้ซึ่งความหลอกลวงเช่นนั้นรึ" พระองค์ทรงทวนคำพูดของชางฉีซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นด้วยความสะเทือนใจ จนกระทั่งเผลอเขียนราชโองการจะสละราชบัลลังก์ของตนไปโดยมิรู้ตัวผิงกงกงขันทีข้างกายคนสนิทเอ่ยขออนุญาตเข้ามาในห้องทรงงาน พร้อมทั้งเดินถือถาดน้ำชาเข้ามาด้วยหวังให้องค์ฮ่องเต้ทรงได้จิบชาผ่อนคลาย แต่พอเหลือบสายตาไปมองเห็นราชโองการที่องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงทรงเขียนขึ้นมาแล้ว ผิงกงกงก็แทบจะเป็นลมล้มลงไปกับพื้น แต่เมื่อมองเห็นความทุกข์ระทมขมขื่นบนแววตาคู่นั้นแล้ว ผิงกงกงจึงสูดลมหายใจเข้าปอดไปลึกๆ แทน “ฝ่าบาททรงมีเรื่องทุกข์ใจอันใดอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ?” ผิงกงกงคุกเข่าลงเอ่ยถามด้วยความนอบน้อมและห่วงใยจับใจนัก “ก็จะเรื่องอันใด หากมิใช่เรื่องรักเขาแล้วเขาไม่ยอมรักตอบ” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงตอบพลางลอบถอนหายใจยาว‘ความรักอันใดกัน ถึงขั้นทำให้บัลลังก์มังกรต้องสั่นสะเทือนขึ้นมามากถึงเพียงนี้ บุปผางามผู้ใดกันนะที่ขวัญเทียมฟ้ากล้าทำร้ายจิตใจของฝ่าบาท นี่ช่างเป็น
Read more

เมื่อความจริงถูกเปิดเผย

ทางด้านอ๋องน้อยเฉินลู่เองก็กำลังเร่งทำคะแนนอย่างหนักเช่นเดียวกัน ถึงขั้นเสนอตัวมาเป็นผู้ฝึกสอนชางฉีคัดอักษรฮั่นด้วยพระองค์เอง โดยอ้างว่าเหวินเฉียนนั้นเป็นถึงท่านราชครูของเหล่าเชื้อพระวงศ์ในวังหลวง อาจจะมีเวลาดูแลสอดส่องชางฉีได้ไม่มากนัก เขาจึงได้อาสามาทำหน้าที่นี้แทนชางฉีให้การต้อนรับอ๋องน้อยเฉินลู่เป็นอย่างดี โดยคำศัพท์ที่ชางฉีอยากจะลองเรียนรู้ในวันนี้คือคำว่า องค์จักรพรรดิ และบรรดาศักดิ์ของเชื้อพระวงศ์ต่างๆนั่นเองอ๋องน้อยเฉินลู่ให้ความตั้งอกตั้งใจสอนเป็นอย่างดียิ่ง จวบจนตะวันใกล้จะลาลับขอบฟ้าไปแล้วเต็มที ชางฉีจึงหยุดพักการคัดอักษรลงได้“ขอบคุณคุณชายลู่ยิ่งนักนะเจ้าคะ ที่เมตตาสอนข้าฝึกคัดอักษรฮั่นในวันนี้” ชางฉีเอ่ยขึ้นน้ำเสียงแสดงออกถึงความขอบคุณพร้อมทั้งค้อมศีรษะลงเล็กน้อย“มิเป็นไรข้าเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง วันพรุ่งนี้ข้าจะมาสอนเจ้าคัดอักษรฮั่นคำอื่นด้วยดีหรือไม่?” อ๋องน้อยเฉินลู่เอ่ยขึ้นน้ำเสียงยินดีเป็นอย่างยิ่ง“อย่าลำบากคุณชายลู่เลยเจ้าค่ะ ข้าขอคัดอักษรฮั่นที่เรียนวันนี้สักหลายๆ รอบก่อนดีกว่าจะได้ฝึกเขียนให้คล่องมือ” ชางฉีว่าพลางระบายรอยยิ้มน้อยๆออกมาทางสีหน้า
Read more

คำทำนายคู่บุพเพ1

สายลมเย็นโชยพัดมาแผ่วเบา ค่ำคืนนี้เหวินเฉียนรู้สึกนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายชอบกล จึงได้เดินออกมาตรวจสอบดูดวงดาวบนท้องฟ้าพร้อมลางสังหรณ์แปลกๆ จากนั้นเขาจึงเข้าไปขีดเขียนคำนายของดวงดาวและดวงชะตาของชางฉีพร้อมทั้งอ๋องน้อยเฉินลู่ และองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงบนแผ่นกระดาษไปมาอยู่ถึงหนึ่งชั่วยามเต็มและแล้วข้อความในจดหมายที่ท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินเขียนส่งมาถึงตนก็ลอยเข้ามาอยู่ในห้วงแห่งความคิด ใจความว่า“ถึงอาเฉียนหลานรัก ที่ผ่านมาเจ้าก็คงจะรู้ว่าลุงรักอาฉีมากมายเพียงใด ตั้งแต่นางกำพร้ามารดาไปเมื่อตอนอายุเจ็ดขวบ ลุงก็ดูแลทะนุถนอมนางมาโดยตลอด แต่ด้วยเหตุอาเพศร้ายได้บังเกิดขึ้นที่จวนของลุงในวันครบรอบวันเกิดของอาฉีที่อายุครบสิบห้าปีบริบูรณ์พอดี ก็ทำเอาลุงกินไม่ได้ นอนไม่หลับอยู่เป็นประจำ อาฉีจำต้องม้วยมรณะหากนางมิมีคู่บุพเพมาช่วยต่อดวงชะตาของนางเอาไว้ โหรได้ทำนายว่าเนื้อคู่ของนางอยู่ทางทิศที่เจ้าอยู่ ลุงจึงต้องส่งตัวนางไปหาเพื่อพึ่งบารมีของเจ้า พอจะมีทางใดหรือไม่ที่อาฉีจะได้เข้าพิธีวิวาห์ภายในไม่เกินสามเดือนนับจากนี้ อาเฉียนช่วยน้องด้วยนะ อาฉีจะตายไม่ได้เป็นอันขาด ลุงอยู่
Read more

คำทำนายคู่บุพเพ 2

เหวินเฉียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงฟังดูแล้วเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างมาก “แสดงว่าพวกเขาบีบบังคับจิตใจพี่เฉียนมิให้บอกความจริงเรื่องนี้ให้ข้าได้รับรู้ใช่หรือไม่เจ้าคะ?” ชางฉีถามย้ำเพื่อความแน่ใจ โลกใบนี้นางจะทะเลาะกับใครก็ได้ จะผิดใจกันกับใครก็ได้ มีเพียงแค่สองคนนี้เท่านั้น หนึ่งคือบิดาบังเกิดเกล้า สองคือเหวินเฉียนที่นางไม่อยากจะทะเลาะและผิดใจด้วย “อาฉีพวกเขาไม่ได้บังคับข้า แต่พวกเขาขอร้องข้ามิให้ข้าบอกความจริงเรื่องนี้ให้เจ้าได้รับรู้ ก็ด้วยเพราะพวกเขาทั้งสองคนตกหลุมรักเจ้า พวกเขายอมรับท่าทีอันห่างเหิน และระยะห่างระหว่างชนชั้นนั้นมิได้ ข้าเป็นบุรุษชายชาตรีเช่นกันย่อมมองปราดเดียวก็ดูออกว่าพวกเขาสองคนให้ความสนใจต่อเจ้ามากขนาดไหน” เหวินเฉียนพูดขึ้นอย่างช้าๆชัดๆ “แต่ข้าไม่ชอบพวกเขา และข้าก็ไม่เชื่อว่าพวกเขาจะให้ความสนใจต่อข้าจริงๆ พวกเขาแค่พากันมาปั่นหัวข้าเล่น กลั่นแกล้งข้าเล่น เห็นข้าเป็นเพียงตัวตลกผู้นึงกันเท่านั้นแหล่ะ” ชางฉีพูดขึ้นด้วยความน้อยใจพร้อมทั้งร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น เหวินเฉียนเห็นดังนั้นก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก จึงได้โอบกอดชาง
Read more

แลกหมัด

หลังกล่าวออดอ้อนเหวินเฉียนเสร็จ ชางฉีก็ขออนุญาตไปหาซื้อของใช้ในเมืองด้วยกันกับเสี่ยวจูสองคนต่อทั้งสองคนนั่งรถม้าออกจากจวนของเหวินเฉียนไปด้วยความนิ่งสงบ จุดหมายปลายทางครั้งนี้ของชางฉีคือการไปหาเลือกซื้อเสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัวให้ตนและเสี่ยวจูนั่นเองบรรยากาศการกินอาหารเช้าร่วมกันวันนี้ของอ๋องน้อยเฉินลู่ และเหวินเฉียนปกคลุมไปด้วยความอึมครึมเป็นอย่างยิ่งทั้งสองฝ่ายต่างนิ่งเงียบ มิกล้าปริปากพูดคุยอันใดให้มากความนักสุดท้ายแล้วอ๋องน้อยเฉินลู่ก็เป็นฝ่ายทนความกดดันนั่นไม่ไหวจึงปริปากถามขึ้นมาก่อนว่า “นางรู้เรื่องราวของข้าแล้วเช่นนั้นหรือ?” อ๋องน้อยเฉินลู่ยอมปริปากพูดขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงอันชอกช้ำระกำใจ“นางทราบแล้วด้วยตัวของนางเองพ่ะย่ะค่ะ” เหวินเฉียนตอบอย่างสงวนถ้อยคำ“มิคิดเลยว่าการตั้งใจสอนคัดอักษรฮั่นของข้า จะทำให้นางได้รู้จักสถานะที่แท้จริงของข้าได้รวดเร็วเช่นนี้” อ๋องน้อยเฉินลู่ว่าพลางลอบถอนหายใจยาว“ช้าเร็วอย่างไรนางก็ต้องรู้ มิทราบนับจากนี้ไปท่านอ๋องทรงคิดวางแผนเอาไว้ว่าจะทำเช่นไรต่อไปดีหรือพ่ะย่ะค่ะ?” เหวินเฉียนพูดพลางรินชาใส่ลงในจอกชาด้วยกิริยาสุขุม“คงต้องได้ไปแจ้
Read more

เปิดใจพูดคุย 1

ชางฉีที่กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับไปได้เพียงไม่กี่ชุด หลังจากได้ยินคนจากจวนของเหวินเฉียนมาตามตนให้กลับไปที่จวนโดยด่วนเนื่องด้วยเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว จึงรีบเดินทางกลับจวนไปในทันทีนางนึกเป็นห่วงเหวินเฉียนขึ้นมาจับใจนัก เนื่องจากเหตุการณ์ที่บ่าวรับใช้มารายงานนั้นเกิดขึ้นไวมาก นางจึงยังไม่ได้เอ่ยปากถามออกไปด้วยซ้ำว่าเรื่องใหญ่นั้นคือเรื่องอันใดกันหลังจากลงจากรถม้าแล้ว ชางฉีก็รีบเดินแกมวิ่งเข้าไปในจวนโดยทันที ภาพที่ปรากฏให้เห็นอยู่ตรงเบื้องหน้าทำเอาชางฉีถึงกับกำหมัดแน่น ด้วยอยากจะชกใครสักคนสองคนให้หน้าหงายขึ้นมาโดยมิรู้สาเหตุ“อาฉี ช่วยด้วยอาฉี ทั้งฝ่าบาทและท่านอ๋องทรงทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างหนัก แม้ว่าข้าจะพยายามห้ามปรามอย่างไรก็ไม่เป็นผล จวนของข้าแทบจะพังทลายราบลงมาเป็นหน้ากลองแล้ว ฉาฉีช่วยเมตตาข้า รีบเข้าไปห้ามพวกเขาทีเถอะนะ” เหวินเฉียนรีบวิ่งมาอยู่ด้านข้างของชางฉีพร้อมทั้งเอ่ยคำขอร้องขึ้นมาด้วยน้ำเสียงน่าสงสารยิ่ง ชางฉีได้ยินดังนั้นจึงมุ่งหน้าเดินตรงเข้าไปหาคู่กรณีทั้งคู่อย่างไม่หวั่นไหว“ทรงหยุดทะเลาะต่อยตีกันได้แล้วนะเพคะ” น้ำเสียงหวานที่ดังขึ้นท่ามกลา
Read more

เปิดใจพูดคุย 2

“อาฉีเจ้าใจเย็นๆก่อนเถิด ข้าว่าเจ้า ฝ่าบาท และท่านอ๋องมานั่งเปิดใจพูดคุยกันในสวนดอกเหมยตรงนั้นดีหรือไม่ ยืนจ้องตากันเนิ่นนานเช่นนี้เจ้าอาจจะปวดต้นคอเอาได้นะ” เหวินเฉียนเอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยจากใจแท้ ดูเอาเถอะอาฉีของเขารูปร่างอวบอิ่มจิ้มลิ้มพริ้งเพราสูงราวไม่กี่ฉื่อ แต่บุรุษทั้งสองคนตรงหน้ากลับดูตัวใหญ่โตดั่งยักษ์ปักหลั่นสองคนกำลังรุมฉีกทึ้งเนื้อของมนุษย์ตัวเล็กจิ๋วรูปงามอยู่ก็มิปาน “พี่เฉียนว่าดี ข้าก็ว่าดี ไปเถอะ พวกเราสามคนไปคุยกันให้รู้เรื่องเถอะ ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วกับสถานการณ์อันจับต้นชนปลายมิถูกนี้ อีกทั้งอนาคตข้างหน้าข้ากับฝ่าบาทและท่านอ๋องจำต้องเป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันอีก เพราะฉะนั้นข้าอยากจะพูดคุยให้เรื่องราวทุกอย่างจบลงในวันนี้เพื่อที่พวกเราจะได้ไม่ติดค้างอันใดกันอีก” ชางฉีเอ่ยขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ถ้อยคำประโยคเมื่อครู่ของนางกระทบเข้าที่ใจของบุรุษทั้งสามคนเข้าอย่างจัง ดูเอาเถอะนางเป็นเพียงอิสตรีรูปร่างสะโอดสะองงดงามเฉิดฉายแต่ใจคอกลับกว้างขวางนัก แล้วจะมิให้พวกเขาล้วนแต่นับถือในน้ำใจและเลื่อมใสนางจากใจจริงได้อย่างไร“เห็นด้วย ข้าเห็นด้วยกับเ
Read more

เจ็บหนัก

คำตอบที่ออกมาจากปากของชางฉีทำเอาองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงรู้สึกหัวใจบีบรัดเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง จนพระองค์แทบจะทรงตัวต่อไปเอาไว้ไม่อยู่“เจ้าจะมิให้โอกาสข้าสักครั้งเลยหรือ ครั้งเดียวก็ไม่ได้เช่นนั้นหรืออาฉี?” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงตรัสถามขึ้นด้วยความเจ็บปวดหัวใจ“แตงฝืนเด็ดมักรสไม่หวาน หม่อมฉันมิมีค่าคู่ควรพอให้พระองค์ต้องทรงลดตัวมาเสวนาคลุกคลีด้วยหรอกเพคะ หวังว่าที่คุยกันวันนี้เราคงคุยกันรู้เรื่องเข้าใจแล้ว เช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวก่อนนะเพคะ” ชางฉีพูดพลางค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ“อาฉีแล้วเรื่องของเราเล่า?” อ๋องน้อยเฉินลู่เอ่ยถามขึ้นด้วยความร้อนรนใจ“จดหมายที่ท่านแม่ของหม่อมฉันเขียนไว้เป็นลายมือของนางจริงๆ ส่วนเรื่องราวนับจากนี้ไปก็แล้วแต่ท่านอ๋องจะทรงพิจารณาดูเถิดเพคะ” ชางฉีตอบกลับมาน้ำเสียงราบเรียบ“อาฉี หากเจ้ามิเคยมีความรู้สึกดีๆให้กับข้าเลยแม้แต่เพียงน้อยข้าก็จะมิบังอาจฝืนใจใช้จดหมายฉบับนี้เหนี่ยวรั้งร่างกายของเจ้าเอาไว้หรอก ความจริงแล้วเจ้าต่างหากที่ดูงดงามสูงส่งจนเกินไป ข้าเป็นเพียงเฉินลู่หวังซื่อจื่อเท่านั้น บางคราก็คิดว่าตนเองต่างหากล่ะที่ไม่คู่ควรเหมาะสมกับเจ้าเอาเสี
Read more

ปิดตำหนัก

ช่วงเช้าวันที่สี่องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงทรงตัดสินใจออกว่าราชการด้วยสีหน้าอันมุ่งมั่น พระองค์ทรงตรัสขึ้นมาว่า นับจากนี้ไปจะทรงบริหารราชกิจของบ้านเมืองให้ดี ทุกๆสามปีจะมีเพียงการคัดเลือกนางในให้มาทำงานรับใช้ในราชสำนักเท่านั้น พระองค์จะไม่ทรงรับสนมเพิ่มอีก อีกทั้งตอนนี้เหล่าบรรดาสนมนางในก็มีมากในพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้ พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริให้ลดจำนวนคนลง เหลือเพียงพระสนมตำแหน่งสำคัญ และบรรดานางในรับใช้เพียงเท่านั้นมิได้มีมากกว่าแต่ก่อนแต่อย่างใดเหล่าขุนนางบางส่วนก็ให้การคัดค้านอย่างหนัก ด้วยว่าพระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ได้ไม่นานนัก อีกทั้งยังไม่มีพระโอรสหรือพระธิดาเลยสักพระองค์เดียว แล้วจะทรงยอมให้วังหลวงว่างเปล่ารกร้างผู้คนตามพระราชดำรินี้ได้อย่างไรแต่เหล่าขุนนางบางส่วนกลับให้การสนับสนุนแนวคิดนี้ขององค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียง อีกทั้งยังกล่าวยกย่องพระองค์ว่า ทรงมีเมตตาต่อเหล่าอาณาประชาราษฎร์เป็นที่ตั้ง มิคิดคำนึงถึงความสุขส่วนตนเลยแม้แต่น้อย องค์ฮ่องเต้ผู้แสนจะปรีชาเช่นนี้ใช่ว่าจะมีกันได้ง่ายๆเสียเมื่อไหร่กัน“เราต้องขอขอบคุณเหล่าบรรดาขุนนางทั้งหลายเป็นอย่างยิ่งที่ให้ความห
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status