All Chapters of บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P: Chapter 31 - Chapter 40

55 Chapters

ชางฉีเดินทางเข้าวังหลวง

ผิงกงกงนั่งรถม้ามาที่จวนของเหวินเฉียนอีกครั้งด้วยความร้อนใจเป็นอย่างยิ่งเหวินเฉียนที่กำลังนั่งคัดตำราอยู่ถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยเมื่ออาฟุได้เข้ามารายงานว่าผิงกงกงมาขอเข้าพบตนตั้งแต่ยามเช้าตรู่เอาเช่นนี้เพียงพบเจอหน้ากันคราแรก ผิงกงกงก็เข่าอ่อนทรุดตัวลงไปนั่งอยู่ที่พื้น พร้อมทั้งร้องห่มร้องไห้ออกมาสะอึกสะอื้น"มีอันใดกันหรือ เกิดอันใดขึ้นหรือผิงกงกง ค่อยพูดค่อยจากันก่อนเถิด ตั้งสติดีๆเอาไว้ก่อนเถิดนะ" เหวินเฉียนกล่าวให้สติ"เกิดเรื่องใหญ่แล้วท่านราชครู ฝ่าบาททรง ฝ่าบาททรงประชวรหนักแล้ว พระองค์ทรงตรอมใจอย่างหนัก ปิดตำหนักมิยอมกิน มิยอมดื่มจนพระวรกายผ่ายผอมลงไปถนัดตามาได้สามราตรีแล้ว ก่อนที่ข้าจะเดินทางออกนอกวังหลวงครานี้ฝ่าบาททรงหมดสติไปยังมิฟื้นตื่นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งตรงปลายนิ้วชี้ของฝ่าบาทยังมีเลือดไหลออกมาไม่หยุดด้วย" ผิงกงกงพูดไปก็ยกหลังมือกลมป้อมขึ้นมาเช็ดหยาดน้ำตาของตนไปด้วย"เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นเล่า ที่ฝ่าบาททรงงดการประชุมเหล่าขุนนางไปหลายวันเดิมทีแจ้งมาว่าเพราะพระองค์จะทรงสะสางฎีกามิใช่หรืออีกทั้งเมื่อวานก่อนฝ่าบาทก็ทรงเสด็จออกว่าราชการแล้ว
Read more

คลี่คลาย 1

ชางฉีนั่งรถม้าคันเดียวกันกับผิงกงกงไปด้วยท่าทีนิ่งสงบส่วนผิงกงกงนั้นเอาแต่ลอบกลืนน้ำลายลงคออยู่บ่อยครั้ง พร้อมทั้งชำเลืองมองมายังขนมเหมยฮวาที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจอยู่เป็นระยะชางฉีเห็นดังนั้นจึงระบายรอยยิ้มน้อยๆออกมาทางสีหน้า และหยิบขนมเหมยฮวาหนึ่งชิ้นส่งให้กับผิงกงกงด้วยความเอื้ออาทร "ขนมเหมยฮวานี่ข้าพึ่งคิดค้นสูตรได้เมื่อไม่กี่วันก่อน นี่ก็พึ่งลองหัดทำดูเป็นครั้งแรก หากท่านผิงกงกงไม่รังเกียจก็ลองชิมดูสักชิ้นเถอะนะเจ้าคะ""แม่นางชางฉีตั้งใจทำขนมชิ้นนี้ไปให้ฝ่าบาทมิใช่หรือ ข้ามิกล้า ข้ามิกล้ากินขนมชิ้นนี้หรอก" ผิงกงกงพูดพลางลอบกลืนน้ำลายลงคอไปด้วยความเสียดายอีกครั้ง"ว้า!! ช่างน่าเสียดายเสียจริง หากขนมนี่อร่อยก็แล้วไปเถิดแต่หากขนมนี่รสชาติไม่อร่อยขึ้นมาแล้วผู้ใดกันจะกล้าถวายขนมพวกนี้ให้กับองค์ฮ่องเต้กันได้เล่า แคว้นซ่งนี่ช่างหาผู้มีน้ำใจมาชิมขนมให้ข้าคนนี้ได้ยากเย็นยิ่งนัก" ชางฉีพูดพลางลอบถอนหายใจยาว"ข้าชิม ข้าชิม" ผิงกงกงละล่ำละลักพูดขึ้นมาปากคอสั่น ดรุณีน้อยรูปงามผู้นี้มีอิทธิพลต่อฝ่าบาทยิ่งนัก แล้วจะให้ขันทีแก่เช่นเขากล้าขัดใจนางได้อย่างไร หากองค์ฮ่องเต้ทรงทร
Read more

คลี่คลาย 2

ชางฉีเอ่ยขึ้นนอบน้อมอย่างเต็มพิธีการ บิดาของนางเป็นถึงขุนนางขั้นหนึ่งท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินเลยเชียวนะ เพราะฉะนั้นกิริยามารยาทของนางย่อมต้องงดงามสูงส่งไม่มีจุดด่างพร้อยเป็นอันขาดองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงได้ยินดังนั้นจึงตวัดสายพระเนตรอันขุ่นมัวดุดันคาดโทษส่งไปให้กับผิงกงกงอย่างไม่ยอมไว้หน้า พร้อมทั้งรัับกล่องขนมมาไว้กับตนอย่างช้าๆ แต่ก็ยังไม่กล้าหยิบขนมขึ้นมากินแม้แต่เพียงชิ้นเดียวชางฉีเห็นดังนั้นจึงคิดไปเองว่า องค์ฮ่องเต้อาจจะทรงรังเกียจขนมฝีมือตนเองเข้า จึงเอ่ยขึ้นมาอย่างเจียมตัวว่า "หม่อมฉันรู้ตัวเองดีว่า ขนมที่หม่อมฉันทำรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ อีกทั้งรสชาติคงมิอร่อยล้ำเท่าใด ขอฝ่าบาททรงพระราชอภัยให้กับหม่อมฉันด้วย ครั้งหน้าหม่อมฉันมิกล้านำของฝากใดมาถวายให้กับฝ่าบาทอีกต่อไปแล้ว วันนี้หม่อมฉันก็มารบกวนเวลาของฝ่าบาทนานมากแล้ว เห็นทีหม่อมฉันคงต้องขอทูลลากลับก่อนนะเพคะ" ชางฉีพูดพลางลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ"สวยสด งดงาม หวานล้ำ สูงส่ง จนไม่อาจจะเอื้อมถึง โอกาสเพียงน้อยนิดก็ไม่เคยจะได้รับ มีเพียงหัวใจดวงหนึ่งที่บอบช้ำเพราะรักจนเจ็บหนักแทบปางตาย โฉมเอ๋ยโฉมงามไฉนใยเจ
Read more

น้อยใจ

ผิงกงกงมองดูภาพแห่งความสุขนั้น ด้วยความสุขล้นปรี่อยู่ข้างในหัวใจเช่นเดียวกัน ทางด้านชางฉีเองเมื่อเห็นว่าองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงทรงมีท่าทีผ่อนคลาย และดูดีขึ้นมามากแล้วจึงขอตัวกลับจวนของเหวินเฉียนไป และแน่นอนว่าองค์ฮ่องเต้ย่อมมิปรารถนาให้นางแยกห่างจากตนไปไวนัก จึงขันอาสาขอติดตามไปส่งนางถึงยังที่จวนของเหวินเฉียนด้วยทั้งคู่นั่งรถม้ามาด้วยกันด้วยบรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย ชางฉีเองเอาแต่มองออกไปข้างนอกรถม้าด้วยความตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศโดยรอบ ในใจพลันหวนคิดไปถึงบิดาขึ้นมาอย่างอดมิได้ ใบหน้างามพลันเศร้าสลดลงไปทันตา“เจ้าเป็นอันใดไปหรืออาฉี เหตุใดจึงดูเศร้าสร้อยนักล่ะ” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง พร้อมทั้งเอื้อมมือของตนเข้าไปกอบกุมมือของชางฉีเอาไว้ด้วยความห่วงใยชางฉีทอดสายตามองมือของตนที่ถูกจับกระชับไว้ในอุ้งมือใหญ่ด้วยความรู้สึกใจเต้นตึกตักแปลกๆ นางมิได้ชักมือของตนกลับแต่อย่างใดเพียงเอ่ยออกมาว่า “หม่อมฉันเห็นบรรยากาศภายนอกอันคึกคักนี้แล้ว จึงอดคิดถึง ท่านพ่อขึ้นมามิได้เพคะ” ชางฉีเอ่ยขึ้นเสียงเบา“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้สักระยะแล้วย่อมต้องคิดถึงบิดาขึ้นมาเป็นเ
Read more

ท่านอ๋องหายไปแล้ว!! 1

ตะวันเริ่มจะคล้อยต่ำลงมามากแล้วเต็มที องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงก็ยังไม่ยอมเสด็จกลับตำหนักของตนไปแต่อย่างใด จนกระทั่งชางฉีต้องเอ่ยปากขับไล่ขึ้นมาทางอ้อมว่า “นี่ก็ได้เวลาที่หม่อมฉันจะเข้าครัวแล้วเต็มที ฝ่าบาทจะมิทรงเสด็จกลับไปสะสางฎีกาที่ตำหนักต่อหรอกหรือเพคะ?”“ข้าอยากอยู่เป็นลูกมือคอยช่วยเหลือเจ้าในการเข้าครัวทำอาหาร ข้าอยากกินอาหารพร้อมกันกับเจ้า ข้าผิดหรือ?” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงแสร้งเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจเป็นอย่างยิ่ง“ก็หม่อมฉันได้ยินพี่เฉียนกับผิงกงกล่าวว่าฝ่าบาททรงปิดตำหนักตั้งหลายวันหลายคืนก็เพื่อการสะสางฎีกานี่มิใช่หรือเพคะ?” ชางฉีขมวดคิ้วถามขึ้นด้วยความสงสัย“เบื้องหน้าคือการทำงานหนักเพื่อปวงประชา เบื้องรักนั้นหนาคือการแอบรักใครบางคนจนเอ่อล้นไปทั้งหัวใจ” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงว่าพลางส่งสายตาวิบวับระยิบระยับราวกับจะขอความรักไปในตัวมอบให้กับชางฉีด้วย“คารมคมคายดีมากขนาดนี้ มิน่าเล่าเหล่าสนมนางในจึงได้เยอะนัก” ชางฉีว่าพลางส่งรอยยิ้มล้อเลียนกลับไปให้“นั่นเป็นเพียงเรื่องในอดีตเท่านั้น ส่วนปัจจุบันหวังว่าเราจะได้เข้าพิธีแต่งงานกันในไวๆ นี้ด้วยจะได้หรือไม่
Read more

ท่านอ๋องหายไปแล้ว!! 2

ชางฉีเอ่ยให้กำลังใจพร้อมทั้งคลายวงแขนออกจากการกอดกระชับองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงออกอย่างช้าๆ“เช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวเข้าครัวไปทำอาหารก่อนนะเพคะ”“ไปสิ ข้าขอขันอาสาปอกเปลือกกล้วยอีกจะได้หรือไม่วันนี้?”องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงกล่าวกลั้วหัวเราะ ทำเอาชางฉีถึงกับต้องพลอยหัวเราะคิกคักไปด้วยความชอบพอใจสักพักชางฉีจึงได้สั่งความให้เสี่ยวจูไปแจ้งแก่เหวินเฉียนว่าวันนี้ตนเองและองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงจะทรงอยู่ร่วมเสวยอาหารเย็นด้วย หลังจากนั้นทั้งสองคนจึงช่วยกันทำอาหารอยู่ราวครึ่งชั่วยามก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย จึงพากันนำเอาอาหารเหล่านั้นไปกินร่วมกันยังจวนของเหวินเฉียนแต่บรรยากาศวันนี้ดูแปลกไปกว่าทุกวัน เพราะคนที่ต้องมาร่วมวงกินอาหารด้วยกันอีกคนหนึ่งกลับยังไม่ยอมโผล่หน้าออกมาเลยแม้แต่น้อย“อาฟุ เจ้าช่วยไปเรียนเชิญท่านอ๋องให้ออกมาร่วมเสวยอาหารเย็นในวันนี้ร่วมกันเถอะ เร็วเข้า อย่าให้ฝ่าบาททรงรอนานมากไปกว่านี้เลย” เหวินเฉียนสั่งการพ่อบ้านของตนน้ำเสียงเข้ม“ขอรับคุณชาย” อาฟุค้อมกายรับคำสั่งก่อนจะเร้นกายออกจากจวนของเหวินเฉียนไปเรียนเชิญท่านอ๋องน้อยเฉินลู่ยังเรือนพักรับรองหลังใหญ่อย่างรวดเร็วแต่ม
Read more

ตามหาท่านอ๋อง 1

องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงได้ใช้วิชาตัวเบาพาชางฉีมุ่งหน้ามายังทะเลสาบหนานไห่โดยมิยอมหยุดพัก ชางฉีแอบลอบมองดูความมุ่งมั่นโดยมิเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยนั้นแล้ว จึงเอื้อมมือออกไปประคองข้างแก้มขององค์ฮ่องเต้เอาไว้ด้วยความขอบคุณ“ฝ่าบาททรงเหนื่อยหรือไม่เพคะ ขอทรงพระราชทานอภัยให้กับหม่อมฉันด้วยที่ทำตัวเป็นภาระให้กับพระองค์เช่นนี้” ชางฉีเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสำนึกผิด“ทุกข์ของอาฉีคือทุกข์ของข้า หากเจ้ามีความทุกข์ ข้าย่อมทุกข์มากกว่า หากแต่เจ้ามีความสุข ข้าเองก็สุขเช่นเดียวกัน” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงตรัสขึ้นพลางโน้มใบหน้าของตนลงมาจุมพิตเข้าที่หน้าผากมนด้วยความรักใคร่“เอ๊ะนั่น ไข่มุกราตรีส่องสว่างอยู่ตรงชายหาดนั่นนี่เพคะ” ชางฉีพูดขึ้นด้วยความดีใจพร้อมทั้งชี้นิ้วไปยังไข่มุกราตรีที่ส่องสว่างตรงทางเข้าเกาะ องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงทอดพระเนตรเห็นดังนั้นจึงโผทะยานตัวลงไปใช้ปลายเท้าสัมผัสเข้ากับหาดทรายอันอ่อนนุ่ม และวางชางฉีให้ยืนลงบนพื้นทรายด้วยความนุ่มนวลทั้งสองคนต่างพากันเดินหาอ๋องน้อยเฉินลู่ไปเรื่อยๆ ทางด้านชางฉีเองก็ป้องปากร้องตะโกนเรียกหาอ๋องน้อยเฉินลู่ไปด้วยอย่างมีความหวัง“ท่านอ๋องเพคะ ท่
Read more

ตามหาท่านอ๋อง 2

อ๋องน้อยเฉินลู่พูดพลางดึงมีดสั้นออกมาจากฝักอย่างช้าๆ หมายจะฆ่าตัวตายตามชางฉีไป แต่ก่อนที่จะตายจากไปพระองค์ได้ทอดสายตามองไปที่ร่างเล็กของชางฉีอีกครา ใบหน้าของนางช่างน่ารักน่าเอ็นดูนัก มิน่าจะต้องมาจบชีวิตลงเพราะเขาเป็นตัวต้นเหตุเลยแม้แต่น้อย“อภัยให้ข้าด้วยเถอะนะอาฉี” หลังกล่าวจบอ๋องน้อยเฉินลู่ก็ก้มหน้าลงไปประทับริมฝีปากของตนเข้ากับริมฝีปากของชางฉีแผ่วเบา พระองค์ทรงจุมพิตนางเนิ่นนานมาก หลังจากนั้นจึงผละออกมายกมีดขึ้นสูงหวังปลิดชีพตามชางฉีไป แต่องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเข้ามาห้ามเอาไว้ได้ทัน และชี้ให้ดูร่างของชางฉีที่ตอนนี้ปลายนิ้วนางเริ่มกระดิกได้ขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว“ดูนั่น อาฉียังไม่ตาย” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงตรัสขึ้นด้วยความดีพระทัย“แต่นางก็ยังไม่ยอมฟื้น” อ๋องน้อยเฉินลู่กล่าวแย้งขึ้นมาเสียงเบา“เจ้าจุมพิตนางอีกคราสิ เร็ว” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงพูดพลางผลักอ๋องน้อยเฉินลู่ให้เข้าไปหาชางฉีอีกครา พร้อมทั้งมองดูการจุมพิตนั้นด้วยความลุ้นระทึกอยู่ทุกชั่วขณะ ครั้งนี้ชางฉีเริ่มมีอาการเปลือกตาขยับยุกยิกไปมาทั้งสองข้าง แต่นางก็ยังไม่ยอมฟื้นขึ้นมาสักที อ๋องน้อยเฉินลู่จึงเอ่ยขึ้นมา
Read more

อาฉีคนตรง

“หยุดจุมพิตกันได้แล้วหรอกหรือ ข้านึกว่าพวกเจ้าทั้งสองคนจะจุมพิตกันไปจนถึงเช้าวันพรุ่งนี้เลยเสียอีก” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงตรัสถามขึ้นด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจเป็นอย่างยิ่ง ทำเอาชางฉีต้องรีบเดินมาจับชายแขนเสื้อของพระองค์กระตุกไปมาเบาๆ เพื่อแสดงความง้องอน แต่อีกฝ่ายกลับมีอาการแววตาเต้นระริกพร้อมทั้งสะบัดหน้าไปทางอื่นเพื่อหลบซ่อนความริษยาที่เกิดขึ้นอยู่ภายในจิตใจ“ฝ่าบาทเพคะ อย่างอนสิเพคะ เรื่องแค่นี้เอง” ชางฉีพูดพลางช้อนสายตากลมโตขึ้นไปมองดูองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงราวกับจะขอความเห็นใจไปในตัว ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับใจอ่อนยวบขึ้นมาโดยทันที จึงได้หันหน้ากลับมายังที่เก่า และวางมือใหญ่ของตนลงสัมผัสกับศีรษะเล็กพร้อมทั้งขยี้ศีรษะของชางฉีไปมาด้วยความเอ็นดู“หม่อมฉันว่านี่ก็ดึกมากแล้ว เราควรกลับไปยังจวนของพี่เฉียนกันดีหรือไม่เพคะ?” ชางฉีให้ข้อเสนอแนะน้ำเสียงอ่อนโยน“ที่เกาะนี่สายลมยามค่ำคืนพัดมาแรงนัก อีกทั้งยังมีหยาดน้ำค้างพร่างพรมเต็มไปหมด หากพวกเราพาอาฉีกลับจวนของท่านราชครูไปในยามนี้ พอกลับไปถึงแล้วเจ้าต้องเป็นไข้แน่ อย่ากระนั้นเลยมิสู้พวกเราพากันพักในเรือนหลังเล็กนี่จะมิดีกว่าหรื
Read more

การทำนายของเหวินเฉียน 1

ชางฉีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในยามเช้าโดยมีบุรุษถึงสองคนคอยปลุกนางด้วยวิธีการวาบหวิวเป็นอย่างยิ่งผู้หนึ่งจุมพิตที่ริมฝีปากบางของนางแผ่วเบา ผู้หนึ่งจุมพิตที่ซอกคอขาวหอมกรุ่นของนางพร้อมทั้งเม้มริมฝีปากดูดเม้มไปที่ซอกคอของนางอยู่เป็นจังหวะ ทำเอาชางฉีต้องรีบทุบหลังพวกเขาอย่างแรงคนละครั้ง ทั้งคู่จึงยอมละใบหน้าของตนออกมาจากนางได้ และเอ่ยทักทายขึ้นมาน้ำเสียงหวานละมุนว่า “อรุณสวัสดิ์ในยามเช้า อาฉีของพวกเราตื่นนอนแล้วเช่นนั้นหรือ?” อ๋องน้อยเฉินลู่พูดพลางจุมพิตแรงๆเข้าที่หน้าผากมนของชางฉีอีกครั้งด้วยความรักใคร่ด้านฮ่องเต้จูอี้เหลียงก็เอ่ยขึ้นมาว่า “ได้พบเจอกับคนที่เรารักยามเช้าหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมาเช่นนี้ทำให้รู้สึกอบอุ่นข้างในหัวใจนัก เมื่อคืนเจ้านอนหลับสบายดีหรือไม่?” หลังกล่าวจบองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงก็ใช้หลังมือลูบไล้กรอบหน้าของชางฉีไปมาแผ่วเบา“เมื่อคืนนี้หม่อมฉันจำได้ว่าเรากำลังพูดคุยกันอยู่ดีๆ นี่เพคะ แล้วหม่อมฉันนอนหลับไปตอนไหนกันนะ ไม่เห็นจะรู้ตัวเลยสักนิด” ชางฉีพูดพลางค่อยๆลุกขึ้นจากที่นอนอย่างช้าๆ“อาฉีจำมิได้หรือว่า เจ้ากำลังบอกรักพวกเราอยู่ดีๆ เจ้าก็นั่งหลับตาพริ้มไปเ
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status