บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P

บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P

last updateLast Updated : 2026-03-16
By:  อ้ายเฟยOngoing
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 rating. 1 review
55Chapters
2.2Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ชางฉี โฉมสะคราญล่มปฐพี หวังเพียงจะมีรักดีแค่รักเดียว แต่ไฉน ไยต้องได้แต่งงานกับสามีบ้าตัณหาราคะอย่างหนัก ถึงสองคนนี้กันด้วยเล่า!!?

View More

Chapter 1

เดินทาง

วันที่แปด  เดือนสิบเอ็ด  ช่วงคิมหันตฤดู  รถม้าคันงามที่บังคับด้วยสารถีร่างโตถึงสองคนด้วยกันกำลังวิ่งเหยาะย่างมาตามทางรถม้าด้วยความสง่าผ่าเผย

ดอกเหมยสีชมพูสดปลิวร่วงหล่นลงมาจากต้นต้องกระทบหลังคา

รถม้าอยู่เป็นระยะ  ราวกับกำลังเปิดทางต้อนรับโฉมสะคราญอยู่อย่าง

ใจจดใจจ่อ

"คุณหนูเจ้าคะ  คุณหนู"  เสียงร้องเรียกแผ่วเบาที่ดังขึ้นอยู่ข้างริมใบหูเล็ก  ทำให้ชางฉีดรุณีน้อยรูปงามบุตรีขุนนางขั้นหนึ่งท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินแห่งลั่วหลางต้องค่อยๆปรือเปลือกตาจากการหลับใหลตื่นขึ้นมาโดยทันที

"มีอันใดกันหรือเสี่ยวจู?" 

ร่างเล็กเอ่ยถามพร้อมทั้งกระชับเสื้อคลุมที่ปักลายวิหคชมบุปผาของตนให้แน่นขึ้นมาอีก

"ตอนนี้เป็นเวลารุ่งเช้าแล้วอากาศดียิ่งนัก  บ่าวเลยปลุกคุณหนูให้ตื่นขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าเจ้าค่ะ"   

เสี่ยวจูบ่าวสาวคนสนิทข้างกายของชางฉีบุตรีรูปงามเพียง

หนึ่งเดียวของท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสดใส 

ทำเอาผู้เป็นนายถึงกับเปิดผ้าม่านรถม้าออกมาดูบรรยากาศภายนอกเช่นเดียวกัน

"ติงเกอ  เหอจิ้ง จอดรถม้าด้วย  ข้าอยากจะลงไปอาบแดด

รับความอบอุ่นจากแสงตะวันยามเช้าก่อน  แล้วเราค่อยเดินทางไปหา

ท่านราชครูเหวินเฉียนได้หรือไม่?" 

ชางฉีกล่าวกับสารถีของตนน้ำเสียงนุ่ม

"ขออภัยด้วยขอรับคุณหนู  ท่านอัครมหาเสนาบดีสั่งความเอาไว้ว่าห้ามจอดรถม้าในพื้นที่สุ่มเสี่ยงอันก่อให้เกิดอันตรายได้นะขอรับ" 

ติงเกอตอบกลับมาน้ำเสียงเคร่งขรึม

"อ้อ  เช่นนั้นเองหรอกหรือ  แล้วพอจะมีที่ใด  ที่ข้าสามารถลงไปเดินเล่นผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางครั้งนี้ได้บ้างเล่า?"

ชางฉีเอ่ยถามด้วยความอ่อนโยน  ถึงแม้ว่านางจะมีชาติตระกูลที่สูงส่งแต่นางก็ไม่เคยถือตัวและวางท่าทางยิ่งใหญ่คับฟ้าแต่ประการใด 

อีกทั้งนางยังเป็นคนจิตใจดีงามเหมาะสมกับความงดงามของรูปร่างหน้าตาตนเองอีกด้วย

                                            

"เรียนคุณหนูผ่านไปอีกราวสิบลี้ก็จะถึงจุดพักรถม้าแล้วขอรับ  บริเวณนั้นถึงจะมีคนพลุกพล่านนัก  แต่ใกล้กันกับจุดพักรถม้า

จะมีสวนดอกไม้ตั้งอยู่ไม่ห่างไกลกันมากเท่าใดนัก  คุณหนูสามารถลงไปเดินเล่นได้นานราวหนึ่งเค่อขอรับ"  เหอจิ้งตอบขึ้นอย่างฉะฉาน

"ขอบใจพวกเจ้ามากนะ" 

ชางฉีเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งระบายรอยยิ้มน้อยๆออกมาทางสีหน้า 

ทำเอาเสี่ยวจูถึงกับนิ่งอึ้งตะลึงงันตัวแข็งค้างไปชั่วขณะ

"เสี่ยวจู  เสี่ยวจู  เจ้าเป็นอันใดไปหรือ?" 

ชางฉีเอ่ยถามขึ้นพร้อมทั้งโบกมือไปมาข้างหน้าเสี่ยวจูเบาๆ

"คุณหนูเจ้าคะ  คุณหนูช่างงดงามนัก  หากบ่าวมิได้คอยติดตาม

รับใช้ใกล้ชิดคุณหนูมาตั้งแต่บ่าวยังเล็ก  บ่าวคงอดที่จะใจสั่นหวั่นไหวจนอกแตกตายมิได้เลยนะเจ้าคะกับความงดงามของคุณหนู" 

เสี่ยวจูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหม่อลอยก่อนจะดึงสติกลับคืนมาหาตนเองได้

"เจ้าก็ช่างกล่าวหนักเกินไปแล้ว  หญิงงามเมืองหลวงแคว้นซ่งมีมากมายนัก  ชาวเมืองลั่วหลางอย่างเราคงจะเทียบอันใดกับพวกนางมิติดหรอกกระมัง"  ชางฉีเอ่ยขึ้นยิ้มๆพร้อมทั้งส่ายศีรษะไปมาเบาๆ

"บ่าวพูดจริงๆนะเจ้าคะ"  เสี่ยวจูยังคงยืนยันน้ำเสียงหนักแน่น

เป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถม้าได้หยุดลงเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าได้เดินทางมาถึงยังจุดพักรถม้าแล้ว

ชางฉีค่อยๆแง้มผ้าม่านเปิดออกมาดูบรรยากาศภายนอกด้วยความตื่นตาตื่นใจ 

                                         

แทบจะนับครั้งได้เลยกระมังที่นางได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกจวนของท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินได้ 

และเหตุผลในการที่บิดาจำต้องกัดฟันหลั่งเลือดส่งนางออกนอกเมืองลั่วหลางคือ  ต้องการให้นางมาศึกษาหาความรู้กับท่านราชครู

เหวินเฉียนบุตรชายสหายสนิทของบิดาเพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้และช่วยต่อดวงชะตาให้กับนางนั่นเอง

ย้อนไปเมื่อสองเดือนก่อนในวันที่ชางฉีอายุครบสิบห้าปีบริบูรณ์  จวนของท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินได้เกิดปรากฏการณ์

ฝนดาวตกครั้งใหญ่ขึ้น  ทั่วทั้งจวนได้มีม่านหมอกสีทองมาปกคลุมเอาไว้เป็นระยะเวลาถึงหนึ่งชั่วยามเต็ม  หลังจากนั้นท้องฟ้าจึงนิ่งสงบลงได้ดังเดิม  และพระจันทร์บนท้องฟ้าจึงสามารถกลับมาทอแสงเย็นนวลตาได้ดังเก่า      

เหตุการณ์ครานั้นสะเทือนไปถึงพระราชวังหลวงของแคว้นหลง 

อีกทั้งเหตุยังเกิดขึ้นที่เมืองลั่วหลางซึ่งเมืองหลวงของแคว้นหลงอีกด้วย 

จึงทำให้ท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ

วันรุ่งขึ้นจึงได้ให้คนไปเชิญนักพรตผู้เก่งกล้าสามารถจากนอก

เมืองหลวงให้เข้ามายังจวนของตนโดยเร่งด่วน  

นักพรตผู้นั้นได้ทำนายดวงชะตาของผู้ที่เกี่ยวข้องโดยละเอียดพร้อมทั้งบอกถึงวิธีแก้ไขเอาไว้อย่างเสร็จสรรพ

หลังจากส่งท่านนักพรตกลับไปแล้ว  บิดาจึงได้เรียกพบนางเป็นการด่วนเพื่อชี้แจงให้นางได้รับทราบถึงคำทำนายนั้น  และขอให้นางช่วยเหลือครอบครัวโดยการปฏิบัติตามคำสั่งของบิดาอย่างเคร่งครัด นางจึง

ต้องออกเดินทางมาที่แคว้นซ่งโดยไม่มีทางเลี่ยง

"เราไปกันเถิดเจ้าค่ะคุณหนู" 

เสี่ยวจูเอ่ยขึ้นและรีบลงจากรถม้าไปยืนต้อนรับคุณหนูของนางด้านข้างรถม้า

ชางฉีค่อยๆก้าวขาเดินลงจากรถม้าไปด้วยท่วงท่าสง่างามยิ่ง

ผู้คนโดยรอบบริเวณนั้นต่างพากันหยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง

บ้างก็เผลอทำของหลุดจากมือ  บ้างก็เข่าอ่อนแรงจนทรุดลงไปกับพื้น

บ้างก็ตื่นตะลึงตาค้างอ้าปากหวอเสียจนแมลงวันบินเข้าไปวางไข่ได้จนเต็มท้อง  บางคนก็ถึงกับยกมือขึ้นมากอบกุมทรวงอกข้างซ้ายบริเวณตำแหน่งหัวใจเอาไว้แน่น  และพยายามอ้าปากสูดลมหายใจเข้าปอดไปด้วยอาการติดขัด

ชางฉีเห็นดังนั้นจึงรีบเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่งด้วยความรวดเร็ว 

'ผู้คนแคว้นซ่งช่างแปลกประหลาดกันนัก  ทำราวกับมิเคยพบเจอคนต่างถิ่นมาก่อน!?' 

ชางฉีคิดขึ้นพลางทอดสายตาลงมองการแต่งกายของตนแล้วก็ต้องเผลอคิดหนักขึ้นมาในทันใด

หรือว่าก่อนจะเดินทางไปหาพี่เฉียนที่จวนท่านราชครู  นางควรแวะร้านขายเสื้อผ้าแล้วเลือกซื้อเครื่องแต่งกายใหม่ด้วยชุดของคนเมืองนี้กันดีนะ?

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

อ้ายเฟย
อ้ายเฟย
สนุกมากๆๆๆค่ะ แซ่บมากๆๆๆ 55555
2026-03-19 14:14:30
1
0
55 Chapters
พบเจอ
เสี่ยวจูเดินตามหลังคุณหนูของตนมาติดๆ จนกระทั่งชางฉีแอบลอบใช้วิชาตัวเบาโผทะยานขึ้นสู่ปลายยอดไม้เพื่ออาบแดด ด้วยไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาผู้ใดอีก เสี่ยวจูก็พลันตกตะลึงอ้าปากค้างขึ้นมาในทันที"คุณหนูเจ้าคะ!!" เสี่ยวจูร้องขึ้นด้วยความตกใจมือเล็กทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมาปิดปากเอาไว้ด้วยคาดไม่ถึง"เสี่ยวจูเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้า รีบกลับไปที่จุดพักรถม้า ซื้อน้ำและอาหารไปให้ติงเกอ เหอจิ้งและข้าด้วย" ชางฉีเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสดใสพร้อมทั้งยกมือขึ้นโบกไปมาหวังให้เสี่ยวจูได้สบายใจ แต่นอกจากบ่าวรับใช้ของตนจะยังคงอ้าปากค้างราวคนกรามแข็งหุบไม่ลงแล้ว ยังเอาแต่จ้องมองไปที่ด้านหลังของชางฉีด้วย"ข้าบอกให้ไปอย่างไรเล่า" ชางฉีกล่าวย้ำขึ้นมาอีกรอบพร้อมทั้งเม้มริมฝีปากนิดๆอย่างนึกขัดใจได้ยินดังนั้นเสี่ยวจูจึงจำต้องล่าถอยไปอย่างไม่มีทางเลี่ยงในขณะที่ชางฉีได้หันเสี้ยวหน้ามองมายังด้านหลัง นางก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อพบเจอเข้ากับบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งที่รูปร่างสูงใหญ่กำยำเป็นอย่างมาก หากเทียบขนาดตัวกันระหว่างบุรุษหนุ่มผู้นี้กับติงเกอและเหอจิ้งแล้วเขาสูงกว่าสองคนนั้นได้ราวครึ่งศอก (ยี่สิบห้าเซนติเมตร) ได้กระ
Read more
ติดหนี้บุญคุณ1
ชางฉีรีบเดินมาที่รถม้าของตน และพยักหน้าลงน้อยๆให้เสี่ยวจูช่วยประคองตนเองขึ้นรถม้า ก่อนจะร้องบอกให้ติงเกอกับเหอจิ้งเดินทางต่อไปได้สายลมเย็นอันอ่อนโยนพัดเข้ามาในรถม้าอยู่เป็นระยะ กลีบดอกเหมยดอกหนึ่งได้ถูกสายลมพัดเข้ามาข้างในรถม้าตกลงบนตักของชางฉีเข้าพอดี นางจึงให้เสี่ยวจูช่วยประดับดอกเหมยนี้ไว้บนมวยผม"วันนี้บ่าวสังเกตพบว่าดอกเหมยร่วงหล่นลงมามากกว่าปกติเลยนะเจ้าคะ ราวกับว่ากำลังให้การต้อนรับคุณหนูอยู่อย่างไรอย่างนั้น"เสี่ยวจูพูดพลางจัดตกแต่งประดับดอกเหมยลงบนมวยผมให้คุณหนูของตนอย่างเบามือ"ดอกเหมยร่วงโรยโปรยปราย แต่ภายในใจกลับอบอุ่นยิ่ง"ชางฉีเอ่ยขึ้นยิ้มๆ ใบหน้างามหวานซึ้งมีริ้วสีแดงปรากฏขึ้นจางๆ"คุณชายผู้นั้นเขาเป็นใครกันหรือเจ้าคะคุณหนู?"เสี่ยวจูอดถามขึ้นด้วยความสงสัยมิได้"เขาบอกเขาชื่อเฉินลู่"ชางฉีตอบไปเพียงเท่านั้น ติงเกอก็ส่งเสียงร้องบอกอยู่ข้างนอกรถม้าว่าตอนนี้ได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงของแคว้นซ่งแล้ว คาดว่าคงใช้เวลาเดินทางอีกเพียงหนึ่งเค่อก็จะถึงจวนของท่านราชครูเหวินเฉียนแล้วชางฉีได้ยินแล้วจึงส่งเสียงตอบออกไปว่า"ติงเกอ เหอจิ้ง พวกเจ้าช่วยแวะร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับ
Read more
ติดหนี้บุญคุณ2
"ข้าควรจะถามเจ้ามากกว่าว่าเจ้าอ่านภาษาฮั่นไม่ออกหรือนี่เป็นห้องทดลองเสื้อสำหรับบุรุษ มิใช่ของสตรีเสียหน่อยแล้วเจ้าเข้ามาได้อย่างไรกัน?" ฮ่องเต้จูอี้เหลียงถามกลับ"ข้า ข้า" ชางฉีเอ่ยออกมาน้ำเสียงขาดๆหายๆ นางยอมรับว่ามีภาษาฮั่นบางคำที่นางอ่านไม่ออกจริงๆ เนื่องด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานางชอบแอบหนีไปฝึกยุทธ์ด้วยความสนุกสนานมากกว่าการนั่งคัดตำราเป็นไหนๆ"เอาเถอะ ข้ายังไม่สามารถออกจากห้องทดลองเสื้อไปในยามนี้ได้ ส่วนเจ้าเองก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว"ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงราบเรียบแต่สายตากลับไม่ได้ละไปจากใบหน้างามหวานซึ้งเลยแม้แต่น้อย"เจ้าหันหลังไปทีสิ" ชางฉีออกคำสั่ง องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเองจึงต้องทำตามโดยไม่มีทางเลี่ยงเวลาผ่านไปได้สักพัก ชางฉีก็ยังแต่งกายไม่เสร็จเสียที เหตุใดเสื้อผ้าของคนแคว้นซ่งจึงได้ดูรัดรูปมากขนาดนี้กันนะ? หน้าอกหน้าใจของนางถูกเนื้อผ้าบีบรัดจนล้นทะลักออกมามากขนาดนี้แล้ว นางจะทำเช่นไรต่อไปดี ให้คนโง่มาวิเคราะห์ก็ยังคิดได้ว่านางมิสามารถใส่ชุดนี้เดินออกไปภายนอกได้จริงๆ"พี่ชายเจ้าคะ" ชางฉีไม่มีทางเลือกแล้วในยามนี้จึงต้องเอ่ยขอร้องบุรุษตรงหน้าขึ้นมา
Read more
แขกผู้มาเยือน
ณ จวนท่านราชครูเหวินเฉียนบุรุษรูปร่างสูงโปร่ง ท่างท่าสง่างามยิ่งกำลังนั่งจิบชาดอกเหมยอยู่ด้วยอาการนิ่งสงบ เขานั่งนับนิ้วมือไปมาอยู่สักพัก จึงเอ่ยขึ้นมาว่า"อาฟุ เจ้าช่วยจัดเตรียมของว่างขนมหวานและชาขาวผสมน้ำผึ้งไว้สำหรับต้อนรับแขกสามคนของข้าที่กำลังจะมาเยือนในตอนนี้ด้วยนะ""ขอรับคุณชาย" อาฟุพ่อบ้านรุ่นใหญ่วัยชราค้อมกายรับคำสั่งด้วยความนอบน้อมเขาได้ยินคุณชายสั่งความเอาไว้ว่า จะมีดรุณีน้อยรูปงามจากต่างเมืองมาขออาศัยอยู่ภายในจวนเพื่อทำการศึกษาหาวิชาความรู้ในสถานศึกษาของท่านราชครูเหวินเฉียนคุณชายรูปงามของเขาเท่านั้นเองมิใช่หรอกหรือ? แต่เหตุใดคุณชายถึงได้กล่าวว่าจะมีแขกเดินทางมาหาถึงสามคนพร้อมกันในยามนี้ด้วยนะ"ยังไม่รีบไปจัดการอีก" เหวินเฉียนกล่าวกำชับ เขาจึงรีบเดินไปจัดเตรียมของว่างและน้ำชาโดยทันทีเวลาผ่านไปได้ชั่วขณะ อาฟุก็ได้นำของว่างมาจัดเรียงวางไว้จนเต็มโต๊ะ อีกหนึ่งเค่อผ่านไปชาขาวผสมน้ำผึ้งก็ถูกยกมาวางลงบนโต๊ะติดๆ กันเหวินเฉียนทอดสายตามองขนมหวานบนโต๊ะด้วยความพึงพอใจ ของทุกอย่างวันนี้ที่เขาจัดเตรียมเอาไว้ล้วนเป็นของชอบของชางฉีทั้งหมด ไม่ได้พบเจอกันมานานหลายปี ป
Read more
แสร้งเป็นลม
เหวินเฉียนเดินมาที่ห้องรับรองด้านหน้าราวกับเหาะได้ เขาหยุดชะงักนิ่งอยู่หน้าประตูทางเข้าราวกับคนวิญญาณแทบหลุดออกมาจากร่างดรุณีน้อยรูปงามราวสรวงสวรรค์สร้าง คืออาฉีน้องรักของเขาเมื่อหลายปีก่อนจริงๆหรือ? 'เจ้ามันงดงามเกินกว่านางเซียนไปแล้วนะอาฉี!' เหวินเฉียนนึกขึ้นมาในใจพร้อมทั้งก้าวขาเดินเข้าไปข้างในห้องรับรองอย่างช้าๆ"พี่เฉียน" ชางฉีเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเบาหวิวพร้อมทั้งผุดลุกยืนขึ้นด้วยความดีใจแทบจะอยากโผเข้าไปจับมือเหวินเฉียนเขย่าขึ้นลงแรงๆ หลายๆครั้ง แต่ด้วยจำต้องรักษาระยะห่างระหว่างชายหญิง นางจึงทำได้เพียงยกมือขึ้นมาประสานกันและค้อมกายก้มศีรษะลงคำนับบุรุษตรงหน้าแทนเพียงเท่านั้น"ข้าน้อยชางฉีขอแสดงความคำนับต่อท่านราชครูเหวินเฉียนเจ้าค่ะ""ตามสบายเถอะนะอาฉี" เหวินเฉียนพูดพลางผายมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ชางฉีนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิมได้"ขอบคุณท่านราชครูเจ้าค่ะ" ชางฉีเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิม"เจ้าดั้นด้นเดินทางมาเหนื่อยๆ จิบชาดอกเหมยนี่ให้ชื่นใจสักหน่อยเถิด" เหวินเฉียนพูดพลางพยักหน้าลงน้อยๆให้สาวใช้ผู้หนึ่งนำชาดอกเหมยเข้ามาได้ เดิมทีเขาตั้งใจจะให้ชางฉีได้ดื่มชาขาวผส
Read more
ชางฉีน้อยโดนรังแก
เหวินเฉียนเห็นดังนั้นจึงคว้าอุ้มเอาร่างเล็กขึ้นมาแนบอกเดินมุ่งหน้านำชางฉีไปวางไว้บนตั่งกุ้ยเฟยในมุมหนึ่งของห้องโดยทันที"อาฉี อาฉีตื่นขึ้นมาเถิด พี่เฉียนอยู่ตรงนี้แล้ว" เหวินเฉียนพูดพลางเขย่าตัวของชางฉีไปมาเบาๆ'ตีข้าให้ตาย ข้าก็จะไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นอันขาด' ชางฉีคิดขึ้นมาในใจ ก็ในเมื่อนางสู้อุตส่าห์แสร้งเป็นลมเป็นแล้งได้อย่างแนบเนียนขนาดนี้ก็ด้วยเพราะไม่อยากพบเจอกับบุรุษแปลกหน้าถึงสองคนนี้อย่างไรกันเล่า!ฮ่องเต้จูอี้เหลียงทอดพระเนตรเห็นดังนั้นจึงได้ทรุดตัวลงไปนั่งบนตั่งกุ้ยเฟยข้างกายชางฉี และยกข้อมือขาวผ่องขึ้นมาวางบนหน้าขาตนเองอย่างช้าๆ ก่อนจะเริ่มทำการตรวจดูชีพจรของชางฉีโดยทันที หลังจากนั้นไม่นานก็ทรงอมยิ้มน้อยๆออกมาทางสีหน้าด้วยอาการรู้เท่าทัน"เห็นทีว่าข้าคงต้องให้คนไปตามหมอมาดูอาการของนางสักหน่อยแล้ว" เหวินเฉียนพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง"เจ้ามิต้องกระทำการถึงเพียงนั้นหรอกอาเฉียน ข้าคนนี้มีวิธีดีๆในการรักษานางแล้ว" อ๋องน้อยเฉินลู่พูดพลางโน้มใบหน้าของตนให้เข้าไปใกล้กับใบหน้าของชางฉีมากขึ้น จนกระแสลมหายใจอุ่นๆของทั้งคู่ปะทะเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วในตอนนี้ชาง
Read more
ผู้อื่นมีสิทธิ์โกรธองค์ฮ่องเต้ด้วยเช่นนั้นรึ?
ชางฉีเดินตามหลังอ๋องน้อยเฉินลู่ไปด้วยใจที่เหม่อลอย ดูเอาเถอะเดินทางมาถึงวันแรกนางก็เจอคนใจร้ายใช้คำพูดทำร้ายจิตใจเข้าเสียแล้ว'อีกทั้งเขายังบอกว่าจะเข้าเรียนที่สถานศึกษาของพี่เฉียนด้วยเช่นนั้นหรือ?' ชางฉีขบคิดขึ้นมาในใจพร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆหวังเรียกความเข้มแข็งและความเชื่อมั่นของตนกลับคืนมา"แม่นางชางฉี แม่นางชางฉี" อ๋องน้อยเฉินลู่พูดพลางดึงตัวของชางฉีที่ยังคงเดินหน้าต่อไปด้วยอาการเหม่อลอยให้หยุดเดินเสียที"ถึงเรือนจวี๋ฮวาแล้วนะ ส่วนเรือนอิงฮวาอยู่ถัดไปทางฝั่งโน้นราวหนึ่งลี้" อ๋องน้อยเฉินลู่พูดพลางผายมือไปยังทิศตะวันตกที่มีต้นไม้ขึ้นเขียวชะอุ่มและมีดอกไม้นาๆพรรณปลูกอยู่"ขอบคุณมากขอรับที่ช่วยนำทาง" ติงเกอและเหอจิ้งกล่าวคำขอบคุณพร้อมทั้งค้อมกายลงคำนับขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะเดินมุ่งหน้าแยกไปทางเรือนอิงฮวาที่อ๋องน้อยเฉินลู่ชี้บอก"เอ่อ คือ" ชางฉีขยับกายไปมาด้วยความอึดอัดที่อ๋องน้อยเฉินลู่ยังคงยืนโอบอยู่ทางด้านหลังและจับต้นแขนเล็กของนางเอาไว้มั่นเช่นนี้"ข้าต้องขออภัยแม่นางชางฉีด้วยนะ" อ๋องน้อยเฉินลู่กล่าวขึ้นด้วยความเสียดายพร้อมทั้งรีบปล่อยมือของตนออกและถอยห่าง
Read more
ข้าแต่ง!! 1
ณ กองภูษาแห่งวังหลวงองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงทรงเสด็จมายังกองภูษาด้วยพระองค์เอง ก่อนจะทรงมีรับสั่งให้หัวหน้ากองภูษาเข้าเฝ้าพระองค์เป็นการด่วน"ข้าต้องการให้เจ้าตัดเย็บชุดสำหรับสตรีทั้งหมดสิบชุดด้วยกัน ลวดลายที่ปักให้ปักลายดอกเหมย ลายกระต่ายชมจันทร์ และลายดอกไม้นาๆชนิดอันงดงามให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ไม่เกินยามโหย่ว" เมื่อพบเจอเข้ากับหัวหน้ากองภูษาพระองค์ก็ทรงตรัสขึ้นอย่างตรงไปตรงมาในทันที "รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ" หัวหน้ากองกำลังภูษากล่าวขึ้นอย่างไม่มีทางเลี่ยง แม้ว่าตนจะยังมิรู้ว่าต้องตัดเย็บชุดให้ออกมาประมาณใด และขนาดใดก็ตามแต่ "นางสูงระดับนี้เพียงอกของข้า รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น เอวเล็กเพียงสองมือโอบ สะโพกผาย ทรวงอกโตดั่งผลโยว่จึ (ส้มโอ) แขนขาเรียวเล็กน่ารัก น่าทะนุถนอม ผ้าบรรณาการเนื้อดีจากเมืองเป่ยลี่มีอยู่ยี่สิบห้าพับอย่าลืมนำมาตัดเย็บชุดให้กับนางด้วย" หลังกล่าวจบองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงก็สะบัดชายชุดคลุมจากไปในทันทีคล้อยหลังขององค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงไปได้ไม่นานนัก หว่อหมิงป๋อหัวหน้ากองภูษาก็รีบไปประชุมปรึกษาหารือกับรองหัวหน้ากองภูษาด้วยความกลัดกลุ้มใจ"ตัดเย็บชุดครานี้
Read more
ข้าแต่ง!! 2
"พี่เฉียนวางแผนไว้ว่าจะเปิดสถานศึกษาขึ้นในตอนใดกันหรือเจ้าคะ?" ชางฉีพูดพลางคีบเต้าหู้ใส่ลงในชามข้าวของเหวินเฉียน"รอการก่อสร้างให้แล้วเสร็จอีกนิดน่าจะเป็นช่วงต้นเดือนหน้าถึงจะเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจอยากเข้าศึกษาให้มาสมัครเรียนได้" เหวินเฉียนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงดังกังวานพร้อมทั้งคีบเนื้อปลาสามรสวางไว้ในชามข้าวของชางฉี"เช่นนั้นภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนก่อนเปิดการศึกษาในสถานศึกษาของพี่เฉียน ข้าสามารถเที่ยวเล่นเปิดหูเปิดตาในแคว้นซ่งนี้ได้ใช่หรือไม่เจ้าคะ?" ชางฉีเอ่ยถามขึ้นอย่างมีความหวัง"เอ่อ คือ คือว่า" เหวินเฉียนตอบอ้ำๆอึ้งๆ เนื่องด้วยตนพึ่งจะได้รับจดหมายจากท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนหน้านี้ว่า ขอให้ตนช่วยดูแลชางฉีให้ดีและอย่าได้ตามใจนางมากจนเกินไปนักนั่นเอง"หากแม่นางชางฉีมิรังเกียจ ข้าขออาสาพาเจ้าเที่ยวชมไปในสถานที่ต่างๆที่เจ้าอยากจะไปเอง เพราะข้าก็เป็นคนต่างถิ่นที่อยากจะเที่ยวชมสิ่งอันงดงามน่าชมของแคว้นซ่งไปให้ถ้วนทั่วครบถ้วนเช่นเดียวกัน" อ๋องน้อยเฉินลู่รีบเสนอตัวขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดีปรีดาอย่างสุดฤทธิ์พร้อมทั้งคีบเนื้อหมูตุ๋นพะโล้ที่ตุ๋นจนเนื้อนิ่มแทบจ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status