All Chapters of ทะลุมิติทั้งที ขอเหมาสามีอสูรทั้งห้าคน: Chapter 1 - Chapter 10

30 Chapters

บทที่ 1

ไป๋อันอันเบิกตาโพลงขึ้นมาอย่างกะทันหัน สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือผืนป่าอันเขียวชอุ่มแมกไม้หนาทึบ เงาไม้พาดผ่านสลับไปมาทันใดนั้น สายลมระลอกหนึ่งพัดผ่าน ใบไม้ของต้นไม้ยักษ์เหล่านั้นเสียดสีกันจนเกิดเสียงดังซ่าๆไป๋อันอันค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากพื้นหญ้าใบหน้าเล็กๆ ของเธอซีดเผือด สายตาเต็มไปด้วยความสับสนมึนงงจากนั้นก็พึมพำกับตัวเอง “ที่นี่ที่ไหน? ฉันตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”เธอไม่เข้าใจเลยว่าเพราะอะไร... ทั้งที่ตนเองใช้ตอร์ปิโดไปทั้งลูกแล้วแท้ๆ แต่กลับ... ยังมีชีวิตอยู่?ภาพสีเขียวขจีเบื้องหน้านี้ช่างดูสดชื่นและเป็นธรรมชาติราวกับป่าดึกดำบรรพ์ที่เคยเห็นในบันทึกเอกสารมันแตกต่างจากโลกที่เธอเคยอยู่อย่างสิ้นเชิงในโลกที่ไป๋อันอันเคยอาศัยอยู่ มนุษย์ใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองจนสภาพแวดล้อมเลวร้ายอย่างยิ่งพายุทรายปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง จะเห็นเงาไม้เขียวขจีที่มีชีวิตชีวาแบบนี้ได้อย่างไรต่อมา สัตว์ต่างๆ ก็เริ่มกลายพันธุ์และมนุษย์ที่กินสัตว์กลายพันธุ์เหล่านั้นเข้าไป ก็เกิดการกลายพันธุ์ตามไปด้วยพวกเขากลายเป็นตัวประหลาดหน้าตาสยดสยองมีเขี้ยวงอกออกมา ราวกับศพเดินได้ที่ไร้สติปัญญาเมื่อเห็นค
Read more

บทที่ 2

เมื่อได้ยินคำพูดของเฟิงโม่ไป๋ ไป๋อันอันก็ชะงักไปครู่หนึ่ง พอเรียกสติกลับมาได้แล้ว ก็มองพ่อหนุ่มสุดหล่อตรงหน้าอีกครั้งหนังสัตว์ที่เขาพันไว้รอบตัว มีลวดลายแปลกประหลาด ไป๋อันอันเองก็ดูไม่ออกว่าเป็นหนังของสัตว์ชนิดไหน... การแต่งกายของพ่อหนุ่มสุดหล่อคนนี้ ดูเหมือนพวกมนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์ในหนังสือไม่มีผิดหรือว่าตัวเองจะทะลุมิติมาอยู่ในโลกดึกดำบรรพ์แล้ว?แต่เมื่อมองผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาไร้ที่ติจนเกินไปตรงหน้านี้ ไป๋อันอันก็รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ จึงพิจารณานัยน์ตาสีเขียวที่ดูจริงจังและแน่วแน่คู่นั้นของเขาทันใดนั้น ไป๋อันอันก็ฉุกคิดขึ้นมาได้นึกไปถึงหมาป่าขาวตัวใหญ่ดวงตาสีเขียวที่เห็นก่อนจะหมดสติไป ในใจก็พลันบังเกิดความคิดอันน่าตื่นตระหนกขึ้นมา“ท่าน... เป็นปีศาจหมาป่าหรือ?”ไป๋อันอันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย แต่มือกลับกำแน่น บังคับตัวเองให้สงบลงในใจคิดว่า ต่อให้พ่อหนุ่มสุดหล่อตรงหน้าจะเป็นปีศาจหมาป่า แต่ดูจากตอนนี้แล้ว เขาก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรกับตนอย่างไรเสีย ในดวงตาสีเขียวคู่นั้นมีแต่ความหวังดีที่บริสุทธิ์เทียบกับสายตาเห็นแก่ตัวและน่าขยะแขยงของพวกคนในฐานทัพก่
Read more

บทที่ 3

“อันอัน เจ้าชอบอสูรหมูป่าน้อยนี่หรือไม่? เนื้อของมันนุ่มมาก ในป่าดึกดำบรรพ์นี้ เป็นของอร่อยที่หาได้ยาก”เฟิงโม่ไป๋เอ่ยปากขึ้นอย่างกะทันหัน ดึงสติของไป๋อันอันกลับมาเธอได้สติและหันไปมองเฟิงโม่ไป๋เห็นเพียงเขาคืนร่างเป็นมนุษย์แล้ว บนบ่าแบกสัตว์ตัวใหญ่มาด้วยตัวหนึ่งไม่รู้ว่ามันตายแล้ว หรือว่าแค่สลบไป เพราะร่างของมันอ่อนปวกเปียกไปหมดไป๋อันอันกวาดสายตามองผ่านๆ รู้สึกว่าสัตว์ตัวนั้นดูคล้ายกับหมูป่าแต่เธอยังไม่ทันได้สังเกตอย่างละเอียด เฟิงโม่ไป๋ก็โยนสัตว์ที่เรียกว่าอสูรหมูป่าน้อยนี้ไว้ข้างๆจากนั้นเขาก็ยิ้มอย่างสดใสให้ไป๋อันอัน“เจ้ารออีกประเดี๋ยว ก็จะได้กินแล้ว”พูดจบ เขาก็ย่อตัวลงตรงหน้าอสูรหมูป่าน้อย ยื่นมือข้างหนึ่งออกไป ทันใดนั้น กรงเล็บข้างนั้นก็ยาวเฟื้อย และดูแหลมคมอย่างยิ่งราวกับกรงเล็บเหล็กของวูล์ฟเวอรีนในภาพยนตร์ที่เธอเคยดูเมื่อก่อน มองแวบเดียวก็รู้ว่าคมกริบอย่างมากจากนั้น เฟิงโม่ไป๋ก็ใช้เล็บนั้น ราวกับมีดขนาดเล็กที่คล่องแคล่ว กรีดท้องอสูรหมูป่าน้อยออกในทันทีภายในถ้ำ เริ่มคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นไป๋อันอันขมวดคิ้ว รู้สึกว่ากลิ่นนี้มันยากจะทนอยู่บ้าง
Read more

บทที่ 4

“ต้าไป๋ ที่ท่านบอกว่ามนุษย์สัตว์อสูรธาตุไฟระดับห้าก่อนหน้านี้ มันคืออะไรกัน?”เมื่อได้ยินเสียงใสๆ ของแม่นางน้อย หมาป่าขาวตัวใหญ่ที่หมอบอยู่ข้างเท้าก็เงยหน้าขึ้นดวงตาที่เปล่งประกายสีเขียวอันลึกลับจ้องมองไปที่ไป๋อันอัน คิดว่านางคงจะเป็นมนุษย์สัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษที่มาจากดินแดนอื่นจึงค่อยๆ อธิบายให้ไป๋อันอันฟังอย่างละเอียดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่แท้โลกใบนี้ตัวเมียมีจำนวนน้อยมากโดยพื้นฐานแล้ว เผ่าพันธุ์หนึ่งที่มีสมาชิกหลายสิบคน อย่างมากก็จะมีตัวเมียเพียงหนึ่งหรือสองตัวเท่านั้น ที่เหลือเป็นตัวผู้ทั้งหมดทว่าเทพสัตว์อสูรก็มีความยุติธรรมมาก จึงได้มอบความสามารถพิเศษให้กับตัวผู้ ซึ่งก็คือระดับพลังมีธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุไม้ และธาตุดินกล่าวกันว่ายังมีธาตุสายฟ้าอีกด้วย แต่ปัจจุบันทั้งดินแดนโลกแห่งสัตว์อสูรนี้ ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนเป็นเพียงตำนานเล่าขานเท่านั้นอย่างไรก็ตาม พลังธาตุเหล่านี้จะปรากฏออกมาก็ต่อเมื่อมนุษย์สัตว์อสูรก้าวเข้าสู่ระดับห้าขึ้นไปส่วนระดับนั้น แบ่งออกเป็นระดับหนึ่งถึงระดับสิบอาศัยการฝึกฝนด้วยตนเอง มนุษย์สัตว์อสูรส่วนใหญ่จะอยู่ที่ระดับสามขึ้นไปยกเว้นพวกที่ขี้เ
Read more

บทที่ 5

“อันอัน?”เมื่อเห็นแม่นางน้อยเริ่มเหม่อลอย เฟิงโม่ไป๋ที่กำลังจะเดินออกจากถ้ำก็หยุดชะงักลง เขาก้าวขากลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าไป๋อันอัน“หืม? มีอะไรหรือ?”ในที่สุด เฟิงโม่ไป๋ผู้ซื่อบื้อก็สัมผัสได้ถึงความประหม่าของแม่นางน้อยแล้วเขาเงยหน้าขึ้น มองสำรวจแม่นางน้อยและพบว่านางไม่กล้ามองท่อนบนที่เปลือยเปล่าของเขาตรงๆ ... ดวงตาสีเขียวของเฟิงโม่ไป๋ปรากฏประกายแสงวาบหนึ่งพาดผ่านครู่ต่อมา เขาเอ่ยกับไป๋อันอันว่า “อันอัน เจ้ารอสักครู่”พูดจบ ก็เห็นชายหนุ่มวิ่งไปที่มุมถ้ำซึ่งมีกองหนังสัตว์วางซ้อนกันอยู่ เขาหยิบหนังสัตว์สีดำผืนหนึ่งออกมา แล้วเอามาพันรอบท่อนบนของตนเองไป๋อันอันมองการกระทำของเขาแล้ว ก็รู้สึกว่าหมาป่าขาวตัวใหญ่ตัวนี้ช่างใส่ใจเหลือเกิน ทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นยิ่งขึ้นนานแค่ไหนแล้วที่ไม่มีใครสนใจความรู้สึกของตน?พอนึกถึงตรงนี้ ดวงตาของไป๋อันอันก็เริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแต่เธอพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ พลางคิดในใจว่า ตัวเองกลายเป็นคนอ่อนไหวแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร?“อันอัน ข้าไม่รู้ว่าการเปลือยท่อนบนจะทำให้เจ้าอาย คนที่เผ่าของเจ้าทุกคนต้องสวม... สวม...?”“สวมเสื้อผ้า”ไป๋อัน
Read more

บทที่ 6

ไป๋อันอันและเฟิงโม่ไป๋ที่คืนร่างเป็นหมาป่าขาวตัวใหญ่ กำลังเดินเคียงคู่กันไปในป่าเธอมองสำรวจทุกสิ่งรอบตัวด้วยความอยากรู้อยากเห็นเฟิงโม่ไป๋บอกว่าที่นี่เรียกว่าป่าดึกดำบรรพ์แต่ไป๋อันอันกลับรู้สึกว่า ที่นี่มันดึกดำบรรพ์ตรงไหนกัน?นี่มันทัศนียภาพที่งดงามเกินคำบรรยายชัดๆมองออกไปสุดลูกหูลูกตา มีแต่ต้นไม้โบราณขนาดยักษ์ที่สูงเสียดฟ้ารากไม้ขดพันกันไปมา กิ่งก้านที่แผ่ขยายออกไปพร้อมกับใบไม้เขียวขจีหนาแน่น ช่วยบดบังแสงแดดที่แผดเผา ทำให้ไป๋อันอันที่ยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศนี้ รู้สึกสบายอย่างยิ่งตอนที่ทะลุมิติมายังต่างโลก ตนเองรู้สึกมึนงงและสับสน ประกอบกับการปรากฏตัวของเฟิงโม่ไป๋ ทำให้ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ จึงไม่ได้ชื่นชมทิวทัศน์ธรรมชาติที่หาดูไม่ได้ในโลกเดิมตอนนี้พอได้มาเห็นความงามของป่าที่ทั้งเก่าแก่และลึกลับแห่งนี้ ไป๋อันอันรู้สึกราวกับว่าเธอได้หลุดเข้ามาในดินแดนสวรรค์ที่ทำให้จิตใจเบิกบานไม่นานนัก ไป๋อันอันก็ถูกเหล่าพฤกษาและมวลบุปผาแปลกตาค่อยๆ ดึงดูดความสนใจไปจนตาลายหมาป่าขาวตัวใหญ่มองแม่นางน้อยข้างกายที่ดื่มด่ำกับธรรมชาติ เขาก็หรี่ดวงตาหมาป่าสีเขียวลง เชิดหัวหมาป่าขนาดใหญ่ขึ้น เพื่
Read more

บทที่ 7

ทว่าปากกว้างโชกเลือดที่จินตนาการไว้ กลับไม่มาถึงเสียทีไป๋อันอันแอบชำเลืองมองไปพบว่าหมูป่าที่อยู่ตรงหน้า กำลังจ้องมองตนเองด้วยรอยยิ้มในดวงตาเล็กๆ ราวกับเม็ดถั่ว ยังแฝงไปด้วยสายตาแทะโลม?!“แม่นางน้อย เจ้าอย่ากลัวข้าเลย ถึงข้าจะหน้าตาอัปลักษณ์ แต่ข้าอ่อนโยนมากนะ”หมูป่าถึงกับพูดได้!ปากหมูขนาดใหญ่ที่อ้ากว้างต่อหน้าไป๋อันอันนั้น ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งออกมากลิ่นนั้นทำเอาไป๋อันอันรู้สึกจุกแน่นที่หน้าอก คลื่นไส้จนแทบจะอาเจียนออกมาเธอรีบยกมือขึ้นปิดปาก มองหมูป่าด้วยความหวาดกลัวจากนั้น ท่ามกลางความตกตะลึงของไป๋อันอัน หมูป่ายักษ์ตัวนั้นก็ค่อยๆ กลายร่างเป็นมนุษย์แถมยังเป็นผู้ชายร่างอ้วนฉุ ใบหน้าและเส้นผมมันเยิ้ม เปลือยกายล่อนจ้อนชายอ้วนฉุใช้ดวงตาเล็กๆ ที่หื่นกามกวาดตามองไป๋อันอันตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาเต็มไปด้วยความหื่นกระหายจากนั้นเขาก็ยกขาอ้วนๆ ขึ้น ไขมันทั่วร่างสั่นสะเทือน ขณะที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาไป๋อันอันทีละก้าวมนุษย์สัตว์อสูรหมูป่าเล็งแม่นางน้อยคนนี้ไว้ ตั้งแต่ตอนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามลำธารแล้วตอนนั้นเขาตื่นเต้นแทบแย่ ในโลกใบนี้ มีแม่นางน้อยที่งดงามขนาดนี้อยู่ด้วยหรื
Read more

บทที่ 8

เฟิงโม่ไป๋เงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาที่เปล่งประกายราวกับทางช้างเผือกของแม่นางน้อย เขารู้สึกราวกับว่าในนั้นมีแรงดึงดูดที่กำลังดูดกลืนวิญญาณของเขา ทำให้เขาจมดิ่งลงไปจนไม่อาจถอนตัวได้สายตาที่ประสานกันของทั้งสอง มีบางสิ่งบางอย่างเอ่อล้นออกมามากขึ้นเรื่อยๆ“อะแฮ่ม วันนี้ท่านล่าสัตว์มาได้หรือไม่?”เมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เริ่มแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ไป๋อันอันจึงรีบเอ่ยปากเพื่อทำลายความเงียบและความคลุมเครือนี้“อ๊ะ! อสูรหมูป่าน้อยของข้ายังอยู่ที่ริมลำธารโน่นเลย!”เฟิงโม่ไป๋ตบหน้าผากของตัวเอง รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยตอนนั้นรู้สึกเพียงว่า แม่นางน้อยหายตัวไป ก็เหมือนฟ้าถล่มลงมา จึงลืมเหยื่อของตนเองที่ล่ามาได้ไปเสียสนิท“อันอัน เจ้ารออยู่ที่นี่นะ ข้าจะกลับไปหาสักหน่อย”เมื่ออยู่ในอาณาเขตของตัวเองแล้ว เฟิงโม่ไป๋ก็ไม่กังวลว่าหมูป่านั่นจะมาจับตัวแม่นางน้อยไปอีกเขาจึงรีบคืนร่างเป็นสัตว์อสูร แล้วออกไปตามหาเหยื่อของตนในป่าดึกดำบรรพ์แห่งนี้ ยิ่งเข้าใกล้ฤดูหนาวมากเท่าไร ทรัพยากรอาหารจะยิ่งขาดแคลนและล่าสัตว์ได้ยากขึ้นตัวเขาเองจะหิวโหยก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าปล่อยให้แม่นางน้อยต้องทนหิวล่ะก็..
Read more

บทที่ 9

เฟิงโม่ไป๋สะบัดเลือดหมูที่ติดบนขนออกด้วยความรังเกียจพอเงยหัวหมาป่าขึ้น ก็พบว่าแม่นางน้อยที่อยู่บนต้นไม้ กำลังจ้องมองตนเองด้วยสายตาเป็นประกาย แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมในพริบตานั้น ความภาคภูมิใจในฐานะอสูรหมาป่าก็ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจเขาเชิดคางขึ้นอย่างทะนงตัวแกมหยิ่งเล็กน้อย ยกอุ้งเท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนร่างของอสูรหมูป่าน้อยตรงหน้า ท่าทางเหมือนสุนัขตัวโตที่กำลังรอให้เจ้านายเอ่ยชมไป๋อันอันเห็นภาพนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเฟิงโม่ไป๋ที่ปกติแล้วดูสุขุมเยือกเย็น กลับทำเหมือนเด็กๆ เสียอย่างนั้นเธอหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยชมเขาตามที่เจ้าหมาป่าขาวตัวใหญ่คาดหวัง“ต้าไป๋ ท่านเก่งเหลือเกิน”เมื่อได้ยินคำชมที่หวานหูและไพเราะจากแม่นางน้อย หมาป่าขาวตัวใหญ่ก็คืนร่างเป็นมนุษย์ด้วยความกระปรี้กระเปร่าจากนั้นเดินมาที่ใต้ต้นไม้ที่ไป๋อันอันอยู่ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจ “ข้าจะขุนเจ้าให้อ้วนท้วนขาวผ่องเลย”เฟิงโม่ไป๋ยื่นแขนยาวออกไป แล้วยกตัวไป๋อันอันลอยขึ้น ดวงตาสีเขียวจ้องมองนางด้วยความร้อนแรง แฝงไปด้วยความแน่วแน่และรักใคร่ลึกซึ้งไป๋อันอันถูกจ้องมองเช่นนี้ หัวใจก็เต้นรัว
Read more

บทที่ 10

เห็นเพียงชิ้นเนื้อกำลังถูกย่างอยู่บนแผ่นหิน จนเกิดเสียง “ฉ่า ฉ่า”กลิ่นหอมฉุยของเนื้อ ทำให้เฟิงโม่ไป๋อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายก่อนหน้านี้ตอนที่เขาย่างเนื้อให้แม่นางน้อย ไม่เห็นรู้สึกว่าเนื้อมันหอมขนาดนี้เลยเหตุใดพอผ่านมือของแม่นางน้อยแล้ว เนื้อพวกนี้ถึงได้ดูน่ากินล่ะ?เฟิงโม่ไป๋ชำเลืองมองแม่นางน้อยที่ยังคงง่วนอยู่กับการเลือกชิ้นเนื้อ ค่อยๆ ยื่นมือออกไป หวังจะขโมยเนื้อมากินเงียบๆ สักชิ้น“เพี๊ยะ”มือที่เฟิงโม่ไป๋แอบยื่นออกไป ถูกไป๋อันอันตีเบาๆเขาชักมือกลับ เห็นแม่นางน้อยจ้องมองเขาด้วยสายตาล้อเลียน“อะแฮ่ม ข้าแค่จะช่วยดูว่า... เนื้อมันสุกหรือยัง”ดวงตาสีเขียวของเฟิงโม่ไป๋ล่อกแล่กไปมาด้วยความขัดเขินนี่ตัวเองถึงกับอยากจะขโมยมื้อเที่ยงของแม่นางน้อยเชียวหรือ...“ข้าไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้ท่านกินสักหน่อย รอสักครู่”แม่นางน้อยยิ้มจนตาหยีพลางเหลือบมองเฟิงโม่ไป๋แวบหนึ่ง จากนั้น ก็หันมองซ้ายมองขวา เพื่อให้แน่ใจว่ารอบข้างไม่มีสิ่งใดผิดสังเกตจึงยกมือน้อยๆ ขึ้น แล้วหยิบขวดซอสบาร์บีคิวขวดหนึ่งออกมาเมื่อเห็นแม่นางน้อยที่จู่ๆ ก็ทำให้ของสิ่งหนึ่งปรากฏขึ้นมากลางอากาศ จากนั้นก็มาอยู่ในมือ เ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status