Semua Bab หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร: Bab 11 - Bab 20

46 Bab

บทที่ 11 : กฎเหล็กสามก้าว

"ในเมื่อพวกเจ้าความจำเสื่อม จำชื่อแซ่โคตรเหง้าเผ่าพันธุ์ของตัวเองไม่ได้... ข้าก็ขี้เกียจมานั่งชี้หน้าเรียก 'เฮ้ย' หรือ 'ไอ้ตัวผู้' ทีละคนให้วุ่นวาย"เซียวหนิงเยว่กอดอก นัยน์ตาสีดำขลับดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองร่างของบุรุษอสูรทั้งห้าที่นอนระเกะระกะพักรักษาตัวอยู่ภายในเรือน แม้พวกเขาจะเพิ่งรอดพ้นจากความตาย อาภรณ์ฉีกขาดเปื้อนเลือด และต้องนอนซมอยู่บนเตียงไม้ ทว่ารูปลักษณ์และกลิ่นอายตัวผู้จ่าฝูงที่แผ่ออกมากลับโดดเด่นสะดุดตา จนสตรีอสูรทั้งแผ่นดินต้องหลั่งน้ำตาด้วยความริษยาหากได้พานพบ"พวกเจ้าติดหนี้ชีวิตข้า ดังนั้นในฐานะนายหญิง ข้าจะตั้งชื่อให้พวกเจ้าใหม่ก็แล้วกัน เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้งาน... ใครมีปัญหา ก็เชิญไสหัวออกไปให้แร้งอสูรจิกกินข้างนอก"สายตาของนางปะทะเข้ากับบุรุษร่างกำยำที่นั่งเอนหลังพิงผนังห้องอยู่ใกล้ที่สุด เขาสวมเพียงกางเกงหนังสัตว์ที่ขาดวิ่น เปลือยท่อนบนที่พันด้วยผ้าพันแผลชุ่มเลือด ทว่ามัดกล้ามเนื้อสีแทนและเรือนผมสีทองฟูฟ่องดุจแผงคอราชสีห์ยังคงดูดุดัน นัยน์ตาสีอำพันจ้องมองนางราวกับสัตว์ร้ายบาดเจ็บ"เจ้าบุรุษผมทองกล้ามโตหน้าดุ... อาอิน"ถัดมาคือชายหนุ่มที่นอนตะแคงอยู่บนฟูกไม้ ชุด
Baca selengkapnya

บทที่ 12 : ใครคือเดรัจฉานหน้าโง่

เซียวหนิงเยว่ยกปลายนิ้วเรียวขึ้นแตะจี้สร้อยมิติสีเขียวมรกตที่ห้อยอยู่ตรงลำคอเบาๆ พริบตานั้น หน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าของ 'ระบบฟาร์มมิติลับ' ก็สว่างวาบและลอยเด่นขึ้นมาเบื้องหน้าทันที[ติ๊ง ภารกิจรายวัน : ถอนวัชพืชวิญญาณและพรวนดิน 1 แปลง / รางวัล: 100 แต้มระบบ]หญิงสาวยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ นางยอมเจียดแต้มระบบแลกเปลี่ยน 'น้ำพุวิญญาณสมานแผล' ผสมลงในยาต้มให้พวกทาสทั้งห้าดื่มเพียงคืนเดียว บาดแผลฉกรรจ์เจียนตายของเหล่าจ้าวอสูรบรรพกาลก็สมานตัวจนเหลือเพียงรอยแผลเป็น พละกำลังฟื้นฟูคืนมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ด้วยฤทธิ์ยาและร่างกายอันเหนือชั้นของพวกเขาในเมื่อนางลงทุนรักษาไปแล้ว... ก็ถึงเวลาที่สุนัขรับใช้ต้องตอบแทนหนี้ชีวิตแกร๊บ...เสียงด้ามจอบกระดูกสัตว์หักละเอียดคามือหนาทึบของบุรุษอสูร แทนที่ทาสแรงงานความจำเสื่อมจะตั้งใจพรวนดิน พวกเขาเค้นพละกำลังมหาศาลออกมาประลองกันราวกับเวทีอวดเบ่งพละกำลังเพื่อเรียกร้องความสนใจจาก 'ตัวเมีย' เพียงหนึ่งเดียวในอาณาเขตอาอินกระชากต้นไม้ใหญ่ติดราก อาซงทุบหินผาด้วยหมัดหลุนๆ ขณะที่อาเย่ว์แสร้งปลดกระดุมเสื้อโชว์แผงอกเปื้อนเหงื่อพลางโพสท่ายั่วยวนเกินจำเป็น[ติ๊ง ยินดีด้วย ฟ
Baca selengkapnya

บทที่ 13 : บิดาขยะที่ตายจาก

จอกไม้ไผ่บรรจุน้ำแร่บริสุทธิ์ถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากซีดเผือด สตรีอุ้มท้องกลืนน้ำเย็นเยียบดับกระหายอย่างเชื่องช้า อดีตมือสังหารหาได้มีท่าทีหวาดหวั่นต่อรังสีอำมหิตและแรงกดดันระดับจ่าฝูงที่กดทับจนมวลอากาศบิดเบี้ยวเลยแม้แต่น้อยนัยน์ตาสีดำสนิทดุจพญาเหยี่ยวปรายมองใบหน้าดุดันของอาอินที่กำลังเดือดพล่านประหนึ่งภูเขาไฟเตรียมปะทุ นางลดจอกไม้ไผ่ลง ก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าเย็นชาจับขั้วหัวใจ"ตัวผู้ที่ทิ้งเชื้อพันธุ์พวกนี้ไว้... ช่างอ่อนแอและไร้ค่ายิ่งนัก"เซียวหนิงเยว่ปั้นน้ำเป็นตัวด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ขั้นสุด "สวะนั่นโดนสัตว์ร้ายขย้ำตายไปนานแล้ว กระดูกคงถูกแร้งทึ้งจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก... และจงจำฝังหัวเอาไว้ ห้ามเอ่ยถึงตัวผู้อายุสั้นไร้น้ำยาผู้นั้นให้รำคาญหูอีกเป็นอันขาด"สิ้นคำประกาศิตของหญิงสาว พายุโทสะและรังสีสังหารที่เคยคุกรุ่นแทบเผาผลาญป่าหมอกอสูร พลันมลายหายไปราวกับถูกสาดทิ้งด้วยน้ำเย็นจัดมัดกล้ามเนื้อตึงเครียดของบุรุษทั้งห้าผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาสัตว์ป่าที่เคยวาวโรจน์ด้วยความหึงหวง สลับเปลี่ยนเป็นความโล่งอกและแอบสะใจอย่างปิดไม่ม
Baca selengkapnya

บทที่ 14 : ฉีกร่างสุนัขลอบกัด

"ผ่าท้อง... เอามารหัวขนมาทำเป็นอาหารให้อสูรกลายพันธุ์"ทันทีที่คำต้องห้ามหลุดออกจากปากหัวหน้านักล่าเผ่าพยัคฆ์เขี้ยวดาบ สติสัมปชัญญะของบุรุษอสูรทั้งห้าก็ขาดผึงลงอย่างสมบูรณ์ อุณหภูมิรอบอาณาเขตเรือนไม้ลดฮวบดิ่งพสุธา หยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าวิญญาณจับตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งแตกร้าว กลิ่นอายสังหารระดับจ่าฝูงปะทุเดือดจนมวลอากาศบิดเบี้ยวนัยน์ตาสัตว์ป่าของยอดบุรุษทั้งห้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดุจมัจจุราชจากขุมนรก"บังอาจเอ่ยคำอัปมงคลต่อหน้านายหญิง..." อาอินขบกรามแน่นจนเลือดซึม นัยน์ตาสีอำพันวาวโรจน์ "วันนี้ป่าหมอกอสูรจะต้องชโลมไปด้วยเลือดของพวกสวะชั้นต่ำ!""ข้าจะควักลูกตาพวกมันออกมาบดขยี้ทีละดวง..." อาซง จ้าวหมีบรรพกาลคำรามต่ำ ดัดนิ้วมือจนกระดูกลั่นกร๊อบ"อย่าให้เหลือแม้แต่เศษซาก" อาเย่ว์เอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ผู้ใดกล้าแตะต้องสายเลือดของนายหญิง ย่อมต้องถูกสับกระดูกเป็นหมื่นชิ้น!ร่างกำยำทั้งห้าพุ่งทะยานออกนอกขอบเขตค่ายกลลวงตาประดุจสายฟ้าฟาด ไม่รอให้สตรีอุ้มท้องเอ่ยปากสั่งการ อาอินเบิกม่านตาขยายกว้าง สองมือเปล่าที่อัดแน่นด้วยมัดกล้ามเนื้
Baca selengkapnya

บทที่ 15 : รีดข้อมูล

เสียงรองเท้าหนังเหยียบย่ำแอ่งโลหิตและเศษกระดูกแหลกละเอียดดังเฉอะแฉะ ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าขนลุกหลังพายุสังหารสงบลงเซียวหนิงเยว่ปรายตามองยอดบุรุษทั้งห้าที่จู่ๆ ก็ยืนนิ่งเป็นรูปสลัก นัยน์ตาสัตว์ป่าที่เคยวาวโรจน์บัดนี้กลับเอาแต่จ้องมองหน้าท้องของนางด้วยแววตาเทิดทูนบูชาราวกับเห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อดีตนักฆ่าคร้านจะใส่ใจสุนัขรับใช้ที่ทำตัววิปลาสไปชั่วขณะ สตรีอุ้มท้องก้าวข้ามกองซากศพด้วยท่วงท่าเย็นชา ปลายเท้าหยุดลงเบื้องหน้าร่างของหัวหน้านักล่าสวมหน้ากากกะโหลก ก่อนจะทิ้งน้ำหนักเหยียบยอดอกที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของมันอย่างแรงจนได้ยินเสียงซี่โครงลั่นร้าว!"อั้ก!" หัวหน้านักล่ากระอักเลือดสีดำทะลักสวบ!มีดเขี้ยวอสูรอาบพิษถูกชักออกจากฝักและจ้วงแทงลงบนปากแผลเหวอะหวะบริเวณหัวไหล่ที่ขาดสะบั้นอย่างแม่นยำ พิษร้ายแล่นพล่านกัดกินเส้นประสาทจนร่างบนพื้นกระตุกเกร็งอย่างบ้าคลั่ง"อ๊ากก! ปล่อยข้า!""ร้องให้พอใจ... แต่อย่าเพิ่งรีบตายก่อนที่ข้าจะอนุญาต"มัจจุราชสาวเค้นเสียงเหี้ยมเกรียม มือเรียวออกแรงบิดด้ามมีดคว้านลึกลงไปในเนื้อจนศัตรูเบิกตาถลน
Baca selengkapnya

บทที่ 16 : เกวียนกระดูกอสูร

แกรก... กึก...เสียงเสียดสีของท่อนกระดูกและแผ่นไม้ดังสะท้อนก้องลานดินหน้ากระท่อม เซียวหนิงเยว่กวาดต้อนสมบัติที่เพิ่งปล้นชิงมาจากซากศพหน่วยนักล่าเงาพยัคฆ์ ผสานเข้ากับทรัพยากรไม้สนจากระบบฟาร์มมิติ นำมาประกอบโครงสร้างเป็น 'เกวียนกระดูกอสูร' ขนาดใหญ่โตโอ่อ่าเซียวหนิงเยว่ลงมือประกอบพาหนะอย่างคล่องแคล่ว อาศัยทักษะการสร้างค่ายพักแรมผสานกับอุปกรณ์ทุ่นแรงจากระบบ โครงล้อดัดแปลงจากกะโหลกไฮยีน่ากลายพันธุ์ ท้องเกวียนถูกปูทับด้วยขนสัตว์วิญญาณระดับสูงที่แลกเปลี่ยนมาจนหนานุ่มฟูฟ่องประหนึ่งปุยเมฆ เพื่อรับประกันว่าทุกการเคลื่อนไหวจะไม่สร้างแรงกระเทือนถึงก้อนแป้งทั้งห้าในหน้าท้องแบนราบทว่าเมื่อพาหนะพร้อมสรรพ วิกฤตการณ์แรกกลับบังเกิดเมื่อถึงเวลาต้องจัดหาสัตว์พาหนะมาเทียมเกวียน"ไม่มีทาง ข้าไม่อนุญาต"อาอิน จ้าวราชสีห์ทองคำคำรามลั่นจนต้นไม้ใบหญ้าสั่นสะเทือน นัยน์ตาสีอำพันขีดตั้งขวางจดจ้องฝูงสัตว์อสูรระดับต่ำที่เดินผ่านไปมาด้วยแววตาเหยียดหยามขั้นสุด"สัตว์อสูรชั้นต่ำพวกนั้นสกปรกและเชื่องช้ายิ่งกว่าเต่าคลาน... พวกสวะโสโครกไม่มีสิทธิ์มาลากเกวียนให้นายหญิง"
Baca selengkapnya

บทที่ 17 : สังเวียนเลือด

มวลอากาศถูกฉีกกระชากด้วยความเร็วระดับทะลวงกำแพงเสียง ร่างกำยำของยอดบุรุษทั้งห้าเตรียมพุ่งทะยานเข้าปะทะคลื่นอสูรเร่ร่อนนับร้อยดุจพยัคฆ์ติดปีก แต่ในเสี้ยววินาทีก่อนการปะทะ หน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าพลันเด้งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเซียวหนิงเยว่[ติ๊ง! ภารกิจพิเศษฉุกเฉิน: กวาดล้างภัยคุกคาม] [เป้าหมาย: สังหารฝูงอสูรเร่ร่อนทั้งหมดเพื่อปกป้องความปลอดภัยของทารกเทวะ] [รางวัลเมื่อสำเร็จ: ผลไม้วิญญาณระดับสูง 5 ผล และแต้มฟื้นฟู 1,000 แต้ม]หญิงสาวปรายตามองเงื่อนไขระบบสลับกับแผ่นหลังกว้างของบุรุษทั้งห้า แววตาเยือกเย็นเริ่มฉายความประเมินค่าอย่างรอบคอบ'ปราณวิญญาณของพวกมันบริสุทธิ์และทรงพลังขึ้นเรื่อยๆ สัญชาตญาณดิบเถื่อนผสานกับความภักดีที่ยอมแลกด้วยชีวิต... หากมองข้ามความน่ารำคาญไป ทาสสมองกล้ามพวกนี้คือกำแพงโลหิตที่แข็งแกร่งที่สุด สมควรหลอกใช้ให้คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยของสายเลือดในท้องข้า'ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มบางเบา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าดังกังวาน "พวกเจ้าฟังให้ดี ข้อเสนอนี้น่าจะถูกใจพวกเจ้า"ยอดบุรุษทั้งห้าชะงักฝีเท
Baca selengkapnya

บทที่ 18 : ตบหน้ากลางนคร

แม้คำขู่คำรามของสตรีรับใช้เผ่าจิ้งจอกจะดังก้องไปทั่วบริเวณหน้าประตูเมือง ทว่าเกวียนกระดูกอสูรกลับตั้งตระหง่านนิ่งสนิทดุจขุนเขา ไร้ซึ่งทีท่าว่าจะหลีกทางให้แม้แต่ครึ่งก้าว บรรดาบุรุษร่างยักษ์ผู้ทำหน้าที่ลากเกวียนเพียงแค่ปรายตามองขบวนเกี้ยวหรูหราด้วยแววตาเย็นชาดุจมองซากศพไร้ค่า"ยังไม่หลบอีกงั้นรึ! รนหาที่ตาย!"สตรีรับใช้ผู้เย่อหยิ่งแผดเสียงแหลมสูงจนแสบแก้วหู เมื่อเห็นว่ากลุ่มคนเถื่อนยังคงอวดดี สุนัขรับใช้จึงหมดความอดทน มือข้างหนึ่งกระชากแส้หนังอสูรอาบหนามแหลมเฟี้ยวขึ้นตวัดฟาดแหวกมวลอากาศ!ปลายแส้มรณะพุ่งเป้าหมายฉีกทึ้งม่านผ้าไหมของเกวียนกระดูก หวังประจานความซอมซ่อของผู้ที่อยู่ด้านในให้แหลกคาตาฝูงชน!ทว่า... รัศมีสังหารยังไม่ทันได้สัมผัสแม้แต่เส้นด้ายของม่านเกวียนหมับ!อาเฮย อสรพิษทมิฬผู้ทำหน้าที่ลากเกวียนอยู่ฝั่งซ้าย เคลื่อนไหวด้วยวิถีเลื้อยที่เงียบเชียบทว่าเร็วกว่าสายฟ้าฟาด ท่อนแขนแกร่งที่ปกคลุมด้วยเกล็ดนิลกาฬยื่นออกไปรับแส้หนามอสูรไว้ด้วยมือเปล่า!สตรีรับใช้เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ยังไม่ทันได้อ้าปากด่าทอ... อสรพิษทมิฬก็ออกแรงบีบเพ
Baca selengkapnya

บทที่ 19 : นายน้อยนกยูง

กลิ่นหอมขมปร่าของสมุนไพรเดือดพล่าน ผสมผสานกับไอปราณบริสุทธิ์อบอวลไปทั่วห้วงมิติโอสถสวรรค์ขณะที่ยอดบุรุษทั้งห้ากำลังวุ่นวายกับการแย่งชิงพื้นที่เฝ้ายามหน้าห้องนอน เซียวหนิงเยว่ได้จัดการลงกลอนประตูบานหนาอย่างแน่นหนา ก่อนจะเรียกใช้งานระบบ พาร่างกายวูบหายเข้าไปยังพื้นที่เพาะปลูกลับหญิงสาวไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า ตลอดการเดินทางหลายวันที่ผ่านมานางแทบจะไม่มีเวลาเข้ามาจัดการภารกิจในมิติระบบเลย สองมือเรียวหยิบจับอุปกรณ์เกษตรอย่างคล่องแคล่ว จัดการถอนวัชพืชและเก็บเกี่ยวผลผลิตที่เติบโตเต็มที่ ก่อนจะตัก 'น้ำพุวิญญาณ' มารดน้ำพรวนดินเตรียมแปลงสมุนไพรใหม่อย่างทะมัดทะแมงขณะที่กำลังง่วนอยู่กับงาน มือบางก็เลื่อนมาลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อย สัมผัสอุ่นวาบแผ่ซ่านใต้ฝ่ามือราวกับก้อนแป้งในครรภ์กำลังเคลื่อนไหวตอบรับ นัยน์ตาที่มักเยือกเย็นดุจน้ำแข็งแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงหลายส่วน"พวกเจ้าเก่งมากที่อดทนเดินทางเหน็ดเหนื่อยมาด้วยกัน..." น้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยความรักเอื้อนเอ่ยกับสายเลือดทั้งห้า "อดทนอีกนิดนะ แม่จะชิง 'บัวหิมะบรรพกาล' มาบำรุงพวกเจ้าให้จงได้ ไม่ว่าหน้าไห
Baca selengkapnya

บทที่ 20 : ป้ายหยกทองคำ

สิ้นคำตวาดอันเย็นเยียบ กององครักษ์วิหคที่กำลังกางปีกเตรียมพุ่งทะยานพลันชะงักงันอยู่กับที่ราวกับถูกแช่แข็งข่งหลิงอวี่ นายน้อยเผ่านกยูงทองหันขวับไปตามเสียง นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยโทสะพลันสบเข้ากับสตรีในชุดคลุมผ้าไหมเมฆาที่เพิ่งก้าวพ้นธรณีประตูออกมา แม้สรีระภายใต้ชุดคลุมจะดูบอบบาง ทว่ารังสีคุกคามสูงศักดิ์ที่แผ่ซ่านออกมากลับกดทับจนบุรุษครึ่งวิหคเผลอกลั้นหายใจทว่า... ยังไม่ทันที่ข่งหลิงอวี่จะได้เอ่ยปากพ่นคำโอหัง ทักษะ 'ดวงตาแห่งสัจธรรม' ของเซียวหนิงเยว่ก็ถูกเรียกใช้งาน นัยน์ตาสีดำสนิททอประกายสีทองวาบผ่าน กวาดตวัดมองโครงสร้างร่างกายของเป้าหมายเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงห้าวินาที[ติ๊ง! ดวงตาแห่งสัจธรรมทำงานสำเร็จ!] [เป้าหมาย: ข่งหลิงอวี่ (นายน้อยเผ่านกยูงทอง)] [สถานะซ่อนเร้น: เส้นชีพจรปีกซ้ายอุดตันเรื้อรัง มีร่องรอยของพิษกัดกินกระดูกสะสมมานานนับปี อาการเข้าขั้นวิกฤต!]มุมปากของอดีตมือสังหารเหยียดยิ้มหยัน นัยน์ตาหรี่ลงดุจพญาเหยี่ยวล็อกเป้าหมาย"เส้นชีพจรปีกซ้ายอุดตันเรื้อรัง... กลิ่นเนื้อเน่าเปื่อยฝังลึกถึงกระดูก" เซี
Baca selengkapnya
Sebelumnya
12345
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status