LOGIN'เซียวหนิงเยว่' มือสังหารอันดับหนึ่งทะลุมิติมาอยู่ในร่างคุณหนูขยะแห่งโลกอสูรที่ถูกลอบวางยาจนเตลิดเข้าป่าหมอกอสูร ยังไม่ทันได้คิดบัญชีแค้นกลับพบว่าตนกำลังตั้งครรภ์ 'แฝดห้าสายเลือดปริศนา' ที่กำลังสูบกลืนพลังชีวิตไปอย่างบ้าคลั่ง! เพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากความตายและฝูงสัตว์กลายพันธุ์ อดีตนักฆ่าสาวจึงต้องงัดระบบฟาร์มมิติ ออกมาจับจอบสับดิน ปลูกผักวิญญาณ และสับกะโหลกอสูรทมิฬเพื่อหาพลังงานมาป้อนก้อนแป้งในท้อง อุตส่าห์ตั้งใจจะใช้ชีวิตสงบๆ ถือจอบฟาดหน้าพวกสวะที่มารังควาน ทว่า... กลิ่นอายบริสุทธิ์กลับดึงดูดกลุ่มบุรุษปริศนาที่แผ่รังสีอันตรายระดับจ้าวอสูร ให้เข้ามาป้วนเปี้ยนกางอาณาเขตอยู่รอบพื้นที่ฟาร์มอย่างไม่อาจสลัดหลุด "หลีกไป! ข้าแค่อยากทำฟาร์ม ไม่ได้อยากรับเดรัจฉานหน้าไหนมาเป็นสามี!"
View More"คุณหนู... ตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้วขอรับ"
น้ำเสียงสั่นพร่าแหบโหยดุจใบไม้ร่วงหล่น ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในเรือนไม้ซอมซ่อ
เปลือกตาที่เคยปิดสนิทเบิกโพลงขึ้นในฉับพลัน นัยน์ตาสีดำขลับทอประกายเย็นเยียบดุจคมดาบกวาดมองรอบทิศทาง
"เจ้าเป็นใคร" น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถาม ราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงรังสีคุกคามจนอีกฝ่ายผงะหงายหลัง
"ขะ... ข้าน้อยคือหมอประจำจวน... คุณหนูเซียว ท่านสลบไปถึงสามวันเต็ม..." หมอชราละล่ำละลักตอบม่านตาของชายชราเบิกกว้าง สตรีตรงหน้าคือขยะตระกูลเซียวที่ใครๆ ต่างเหยียบย่ำ ทว่าบัดนี้กลิ่นอายรอบตัวกลับเปลี่ยนไปราวกับสัตว์นักล่าที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลและพร้อมจะขย้ำคอหอยเหยื่อ
"เมื่อครู่ เจ้าพล่ามเรื่องอันใด"
เซียวหนิงเยว่เค้นเสียงยันกายลุกขึ้นนั่ง แผ่นหลังตั้งตรงดุจคันศรที่ถูกง้างจนตึง สายตาเยือกเย็นล็อกเป้าไปที่เส้นเลือดใหญ่เต้นตุบๆ บนลำคอของหมอชรา ประเมินวิถีการลงมือในหัวอย่างรวดเร็ว หากชายผู้นี้ตุกติกเพียงสะบัดมือกระแทกลูกกระเดือก ทุกอย่างย่อมจบสิ้นในกระบวนท่าเดียว
"ขะ... ข้าน้อยมิได้พล่าม ชีพจรของท่าน... ชีพจรเต้นผสานรุนแรงดุจคลื่นกระแทกฝั่ง... มีร่องรอยของพลังชีวิตก่อกำเนิด..." หมอชราโขกศีรษะลงกับพื้นกระดานไม้เสียงดังปึง "คุณหนู... ท่านตั้งครรภ์ลูกของสัตว์อสูรตนใดมา เหตุใดกลิ่นอายในครรภ์จึงได้ดุร้ายและแผ่รังสีคุกคามถึงเพียงนี้"
ตั้งครรภ์...
คำสั้นๆ คล้ายกุญแจเปื้อนเลือดที่กระชากผนึกความทรงจำของ 'เจ้าของร่างเดิม' ให้ทะลักล้นออกมา
อดีตมือสังหารรหัสศูนย์ศูนย์หนึ่งที่เพิ่งทะลุมิติมาสวมรอยแทนคุณหนูผู้อาภัพที่สิ้นใจไปเมื่อสามวันก่อน ถึงกับต้องขบกรามแน่นเมื่อเศษเสี้ยวความทรงจำที่ไม่ใช่ของตน หลั่งไหลเข้าสู่ห้วงสำนึกดุจพายุหมุน
ภาพเหตุการณ์เมื่อหนึ่งเดือนก่อนปรากฏชัดเจน... ถ้วยชาที่ 'เซียวรั่วเสวี่ย' พี่สาวต่างมารดาสายเลือดอสรพิษหยกขาว ผู้มีฉากหน้าบริสุทธิ์ผุดผ่อง แสร้งทำเป็นหวังดีนำมาให้ แท้จริงแล้วซุกซ่อน 'หญ้ากลืนสติ' ยาปลุกกำหนัดฤทธิ์ร้ายกาจที่ผสมผสานกับยาสลายปราณ
รสชาติฝาดเฝื่อนที่ถูกหลอกให้กลืนลงคอ ตามมาด้วยการเตลิดหนีตายเข้าไปในส่วนลึกของป่าหมอกอสูร
ในค่ำคืนอันมืดมิดนั้น ไม่มีแสงจันทร์สาดส่อง ไม่มีถ้อยคำพลอดรักหวานหู มีเพียงเงาทะมึนขนาดมหึมาที่โถมทับลงมาดุจภูเขาถล่ม
"อึก..." เซียวหนิงเยว่กำผ้าห่มแน่น
กลิ่นอายบุรุษเพศและสาบสางของสัตว์ป่าในความทรงจำยังคงทำให้สติสัมปชัญญะพร่ามัว กลิ่นอายเหล่านั้นดุร้าย แข็งกร้าว และเต็มไปด้วยสัญชาตญาณการครอบครองอาณาเขตราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังขย้ำเหยื่อชิ้นโอชะ
เดรัจฉานตนนั้นคือตัวใด... หญิงสาวจำใบหน้าไม่ได้ จำได้เพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วง เสียงคำรามต่ำลึกในลำคอ และนัยน์ตาสัตว์ป่าที่วาวโรจน์ทะลวงความมืดมิด
"คุณหนู... ร่างกายของท่านบอบบางไร้ปราณวิญญาณ ทว่าสิ่งอัปมงคลในครรภ์กลับกำลังสูดกลืนพลังชีวิตอย่างตะกละตะกลาม..."
เสียงของหมอชราดึงสติเซียวหนิงเยว่กลับสู่โลกความจริง "หากปล่อยไว้... ก้อนเลือดเดรัจฉานนี้จะสูบเลือดสูบเนื้อจนท่านแห้งตายกลายเป็นซากศพ"
"หุบปากสกปรกของเจ้าซะ"
วาจาเย็นเยียบดุจคมมีดน้ำแข็งตวัดตัดบท หมอชราหุบปากฉับราวกับถูกบีบคอหอย
อดีตมือสังหารเลื่อนฝ่ามือที่เคยเปื้อนเลือดคนมานับไม่ถ้วน สัมผัสลงบนหน้าท้องแบนราบของตนเองอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกประหลาดสายหนึ่งแล่นปราดเข้าสู่หัวใจที่เคยตายด้าน
ในอดีตชาติ รหัสศูนย์ศูนย์หนึ่งคือเครื่องจักรสังหารที่ถูกหล่อหลอมมาด้วยเลือด ไร้ราก ไร้ครอบครัว ไร้คนเหลียวแล ถูกใช้งานและเตรียมถูกทิ้งขว้างดุจเศษขยะ
ทว่าบัดนี้... ภายใต้ฝ่ามือนี้ นางกลับสัมผัสได้ถึง 'สายใยชีวิต' อ่อนจางที่กำลังดูดกลืนพลังเพื่อดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างตะกละตะกลาม... ช่างเป็นสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถอดแบบมาจากนางไม่มีผิดเพี้ยน
นี่คือสายเลือดของนาง คือสมบัติชิ้นเดียวในสองภพชาติที่เป็นของนางอย่างแท้จริง
'เจ้าอสูรน้อย... ช่างตะกละตะกลามสูบพลังชีวิตข้าตั้งแต่ยังไม่เป็นตัวเชียวหรือ'
เซียวหนิงเยว่แค่นหัวเราะเบาๆ ทว่าฝ่ามือกลับลูบไล้หน้าท้องแบนราบอย่างทะนุถนอม นัยน์ตาที่เคยเย็นชาและว่างเปล่ามาตลอดชีวิต บัดนี้กลับทอประกายความอ่อนโยนผสานกับความรักอันลึกซึ้ง
นี่คือสายเลือดของนาง... คือครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่นางจะขอใช้ทั้งชีวิตเพื่อปกป้องและทะนุถนอม อดีตนักฆ่าสาบานกับตนเองในใจ ว่านางจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ด้วยความรักทั้งหมดที่มี และจะผลักดันให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งและสง่างามที่สุด
หากลูกของนางต้องการพลังงาน... มารดาผู้นี้ก็จะไปถลกหนังอสูรทมิฬทั้งป่ามาเคี่ยวสกัดให้ดื่มกินจนกว่าจะพอใจ!
"ขะ... ข้าน้อยขอแนะนำให้ท่านดื่มยาขับเลือด... ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"
หมอชราเสนอทางรอดด้วยความหวังดี มือเหี่ยวย่นสั่นเทาขณะล้วงขวดหยกบรรจุโอสถสีดำคล้ำออกจากสาบเสื้อ
ทว่าขวดหยกยังไม่ทันแตะถึงมือเซียวหนิงเยว่ ฝ่ามือเรียวบางกลับปัดมันทิ้งจนแตกกระจายเสียงดังเพล้ง สมุนไพรข้นหนืดกลิ่นฉุนรุนแรงสาดกระเซ็นเต็มพื้นกระดาน
"ยาขับเลือดงั้นรึ"
เซียวหนิงเยว่เอียงคอ ม่านตาหดแคบลงดุจมัจจุราชล็อกเป้าหมาย รังสีฆ่าฟันแผ่ซ่านจนอุณหภูมิภายในห้องเย็นเยียบลงฉับพลัน
"หากเจ้ากล้าเอ่ยคำว่าทำลายสายเลือดของข้าอีกแม้แต่ครึ่งคำ ข้าจะควักลิ้นเจ้าออกมาสับเป็นชิ้นๆ แล้วยัดกลับลงไปในคอหอยเสีย"
หมอชราหน้าซีดเผือดดุจกระดาษ ล้มลุกคลุกคลานถอยร่นไปจนชิดกำแพง สตรีตรงหน้ามิใช่คุณหนูผู้อ่อนแออีกต่อไป หากแต่เป็นอสูรร้ายในคราบมนุษย์
"จำเอาไว้... เด็กในท้องคือสายเลือดของข้า ใครกล้าแตะต้องแม้แต่ปลายเล็บ มันผู้นั้นต้องถูกส่งลงนรกขุมที่ลึกที่สุด"
น้ำเสียงเยือกเย็นตอกย้ำเจตจำนงเด็ดขาด ทุกถ้อยคำหนักแน่นดุจขุนเขาตอกลิ่มลงบนผืนปฐพี
สำหรับเครื่องจักรสังหารที่โดดเดี่ยวและไร้รากเหง้ามาทั้งชีวิต... สายเลือดในครรภ์นี้คือครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นของนางอย่างแท้จริง
แม้ต้นกำเนิดจะมาจากเดรัจฉานหน้าไหนในคืนอัปยศ แต่นี่คือสมบัติของนางแต่เพียงผู้เดียว สัญชาตญาณการหวงแหนของนักฆ่าถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ นับจากวินาทีนี้ ใครกล้ามาพรากสายเลือดไปจากนาง มันผู้นั้นต้องกลายเป็นศพ
ทว่าความเงียบสงบอันน่าขนลุกคงอยู่ได้เพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น
ปัง!!... โครมมมม!!!
เสียงดังโครมสนั่นกึกก้องเมื่อบานประตูไม้เนื้อแข็งถูกถีบกระจุยจากด้านนอก เศษไม้ปลิวว่อนเฉียดใบหน้าของเซียวหนิงเยว่ไปเพียงแค่คืบ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทไม่แม้แต่จะกะพริบหลบ
กลิ่นอายคุกคามดุดันของสัตว์นักล่าพุ่งทะลวงเข้ามาในห้องอย่างป่าเถื่อน พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างสองสาย...
หนึ่งคือร่างสูงใหญ่ทะมึนแผ่กลิ่นอายอสูรพยัคฆ์เขี้ยวดาบดุดันเหี้ยมเกรียม อีกหนึ่งคือสตรีร่างอรชรที่แผ่กลิ่นอายเหม็นเขียว ผสานเสียงเกล็ดเสียดสีและเสียงสั่นกระดิ่งของอสรพิษทองแดง...
ทั้งสองก้าวเข้ามาแผ่รังสีสังหารปิดกั้นทางหนีทุกสัดส่วน
"อย่าซื้อโอสถร้านนี้! ข้าได้ยินมาว่าสมุนไพรพวกนี้ปลูกด้วยซากศพ!" "นางคือมารดาอสูร! สินค้านางย่อมเป็นของอัปมงคล นำความวิบัติมาสู่ผู้กลืนกิน!" "ลูกในท้องนางเป็นอสูรวิปริต! ของในร้านก็ต้องเป็นของอสูรโสโครก!"เสียงตะโกนปลุกปั่นดังกึกก้องถนนย่านประตูตะวันออก เช้าวันที่สองของการเปิด ‘หอโอสถและเสบียงเร้นเงา’ ฝูงชนที่หลั่งไหลมาเพราะข่าวลือเรื่องยาวิเศษเมื่อวาน บัดนี้เบียดเสียดกันหนาแน่นยิ่งกว่าเดิม ทว่าบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย กลุ่มบุรุษสวมหมวกฟางที่แฝงตัวอยู่ในฝูงชนผลัดกันตะโกนสาดโคลน ขัดขวางมิให้ผู้ใดก้าวข้ามธรณีประตูร้าน แม้ป้ายราคาจะดึงดูดใจ ทว่าความหวาดกลัวต่อสิ่งอัปมงคลก็ทำให้ชาวเมืองลังเลภายในโถงร้านอันเงียบสงัด เซียวหนิงเยว่นั่งเอนกายอยู่หลังโต๊ะไม้สลัก ปลายนิ้วเรียวประคองถ้วยชาสมุนไพรขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ข้อกล่าวหาว่าใช้วิชามารหรือหลอกลวงหาได้ทำให้ผิวน้ำชาในถ้วยสั่นไหว ทว่าเมื่อถ้อยคำลามปามถึง ‘อสูรวิปริตในท้อง’ เปลือกตาที่หลุบต่ำพลันเปิดขึ้นดวงตาของนางหยุดนิ่ง อากาศภายในโถงร้านเย็นเยียบลงในชั่วพริบตาตี้อ๋าวเทียนที่ยืนพิงเสาไม้อยู่ด้านข้างรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลง
"ของลวงโลกกระมัง... สมุนไพรวิญญาณระดับกลางราคาเพียงเท่านี้ จะเป็นของแท้ได้อย่างไร""ข้าได้ยินว่าตระกูลเซียวตั้งราคาไว้สูงกว่านี้สามเท่า ร้านซอมซ่อหน้าประตูตะวันออกนี่คงเอาเศษหญ้ามาต้มหลอกขายเป็นแน่"เสียงซุบซิบนินทาดังเซ็งแซ่เบื้องหน้า 'หอโอสถและเสบียงเร้นเงา' ฝูงชนเบียดเสียดกันจนถนนแทบไร้ทางเดิน ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาแม้แต่ผู้เดียว สายตานับร้อยคู่จับจ้องป้ายราคาสินค้าด้วยความเคลือบแคลงใจตี้อ๋าวเทียนยืนกอดอกพิงกรอบประตู แผงคอสีทองชูชันด้วยความหงุดหงิด จ้าวราชสีห์ทองคำผู้เคยฉีกทึ้งอสูรยักษ์ด้วยมือเปล่า บัดนี้ต้องมาทำหน้าที่เฝ้าหน้าร้านรับฟังคำสบประมาทของพวกมดปลวก มัดกล้ามเนื้อบนท่อนแขนแกร่งกระตุกเกร็ง หากมิใช่เพราะกฎเหล็กของสตรีด้านใน ป่านนี้เขาคงหิ้วคอพวกปากมากเข้ามาบังคับกรอกยาให้รู้แล้วรู้รอดลึกเข้าไปในโถงร้านอันเงียบสงบ เซียวหนิงเยว่นั่งเอนกายพิงพนักเก้าอี้ไม้สลัก ปลายนิ้วเรียวประคองถ้วยชาสมุนไพรร้อนกรุ่นขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาทอดมองความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความสงบนิ่ง[แจ้งเตือน: ทายาทสายเลือดบรรพกาลในครรภ์ต้องการปราณอ่อนบริสุทธิ์เพิ่มเติมเพื่อหล่อเล
"ย่านประตูตะวันออกมีแต่กลิ่นเหงื่อคาวและพวกแรงงานรับจ้าง เหตุใดท่านไม่เลือกเปิดร้านในตลาดกลางที่พวกคหบดีและพ่อค้าใหญ่เดินสัญจรเล่าขอรับ?"หูจิ่วเยวียนขยับพัดมายาในมือ ปิดบังรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะทอดสายตามองอาคารไม้ซอมซ่อเบื้องหน้า บริเวณนี้คือจุดตัดของลานรับจ้างและเส้นทางผ่านของพวกนักล่าระดับล่าง กลิ่นสุราราคาถูกและโคลนตมลอยปะปนในมวลอากาศเซียวหนิงเยว่ก้าวข้ามแอ่งน้ำขังด้วยวิถีเท้าอันเงียบเชียบ นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองผู้คนที่เดินขวักไขว่"ผู้มั่งมีล้วนมีทางเลือกให้เดินอยู่แล้ว" เซียวหนิงเยว่เอ่ยเสียงเรียบ "ข้าจะเริ่มจากคนที่ไม่มีทางเลือก"จังหวะนั้นเอง สตรีร่างผอมซีดนางหนึ่งเดินประคองครรภ์ที่นูนเด่น จูงมือเด็กเล็กวัยเตาะแตะเดินผ่านหน้าร้านไป เสื้อผ้าของนางปุปะ ขอบตาดำคล้ำจากการอดหลับอดนอน ทว่าอ้อมแขนกลับกอดประคองบุตรน้อยไว้แน่นเซียวหนิงเยว่หยุดสายตาอยู่ที่สองแม่ลูกนั้นนานกว่าปกติ มือบางยกขึ้นแตะหน้าท้องของตนเองโดยสัญชาตญาณ ไห่ยวี่เจ๋อที่ยืนอยู่เบื้องหลังสังเกตเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของนายหญิง จึงก้าวเข้ามาเงียบๆ"ผู้ที่กำลังอุ้มชูชีวิตไว้ในท้อง..
กลิ่นอายดินดำข้นคลั่กปะปนกับกลิ่นสมุนไพรตลบอบอวลไปทั่วลานคฤหาสน์ เซียวหนิงเยว่ก้าวเดินไปตามร่องดินอย่างเชื่องช้า พลางก้มมองยอดอ่อนของพืชพรรณวิญญาณที่แทงยอดพ้นดินขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ผลจากการสาดปุ๋ยซากพิษกลั่นบริสุทธิ์ลงไปในชั้นปฐพีเมื่อคืนก่อน ทำให้สมุนไพรเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็วกว่าปกติถึงสี่เท่าหกส่วนปราณบริสุทธิ์จากโลกภายนอกไหลเวียนเข้าสู่ร่างของสตรีชุดดำอย่างไร้สิ่งใดกางกั้น พริบตานั้น ก้อนแป้งทั้งห้าชีวิตภายในหน้าท้องที่เริ่มนูนเด่นพลันขยับดิ้นเบาๆ เต้นตอบรับกระแสปราณอย่างร่าเริง พวกเขาแผ่ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านฝ่ามือของมารดาที่กำลังทาบลงบนหน้าท้อง"กินเก่งขึ้นทุกวัน..." เซียวหนิงเยว่เอ่ยพึมพำเสียงเบา นัยน์ตาที่มักราบเรียบและว่างเปล่า บัดนี้กลับแฝงแววตามใจสายเลือดของตนอย่างที่สุด"เช่นนั้นแม่ต้องปลูกให้มากกว่าเดิม ขุนพวกเจ้าให้อิ่มหนำจนสวรรค์ยังต้องยำเกรง"วูบ...ทันใดนั้น จี้อัญมณีสีเขียวมรกตกลางหน้าอกพลันระเบิดแสงสว่างวาบ อักขระแสงสีทองเรืองรองลอยเด่นขึ้นมาในห้วงสำนึกของนางอย่างฉับพลัน พร้อมกับกระแสความคิดจากกลไกสลับเปลี่ยนภายใ
รุ่งอรุณสาดแสงกระทบกำแพงศิลาของคฤหาสน์ เซียวหนิงเยว่ก้าวพ้นธรณีประตูห้องพักด้วยใบหน้าซีดเผือดดุจกระดาษ แม้จะได้รับการชำระล้างจากบัวหิมะบรรพกาล ทว่าผลกระทบจากการที่ทารกแฝดปะทุพลังสายเลือดอย่างบ้าคลั่งในคืนก่อนหน้า กลับสูบเรี่ยวแรงของมนุษย์ไร้ปราณไปจนแทบเหือดแห้งร่างบอบบางสั่นสะท้านอย่างไม่
สิ้นประโยคตัดรอนอันเยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก เซียวหนิงเยว่สะบัดชายเสื้อคลุมที่ขาดวิ่น หมุนตัวก้าวเดินจากไปท่ามกลางความมืดมิดของตรอกร้อยหลิว แผ่นหลังบอบบางเหยียดตรงตั้งตระหง่าน ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์หรือเยื่อใยต่อบุรุษอสูรทั้งห้าที่ยืนนิ่งเป็นรูปสลักหินอยู่เบื้องหลังทว่า... อุตส่าห์พลิกแผ
กลิ่นหอมขมปร่าของสมุนไพรวิญญาณเดือดปุดอยู่ในหม้อดินเผา เซียวหนิงเยว่ใช้ทัพพีไม้คนน้ำแกงบำรุงครรภ์อย่างใจเย็น ผ่านมาหนึ่งวันเต็มหลังจากสร้างอาณาเขตลวงตา ทุกอย่างควรจะสงบสุขทว่า...เปรี้ยง!ม่านพลังงานถูกฉีกกระชากดังกึกก้องประดุจฟ้าผ่า คลื่นพลังปะทะกระแทกเศษดินกระจุยกระจาย กลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้งรุนแ
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงห้าสายเหยียบย่ำเศษซากกิ่งไม้แหลกละเอียดดุจพายุคลั่ง ระยะห่างระหว่างจ้าวอสูรบรรพกาลและเป้าหมายหดสั้นลงเหลือเพียงไม่ถึงสิบลี้ทว่าพริบตานั้น ผืนฟ้าเหนือป่าหมอกอสูรพลันบิดเบี้ยวมวลเมฆดำทะมึนถูกฉีกกระชากออก ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเลือดแดงฉานดุจโลหิตเดือดพล่าน แรงสั่นสะ





