หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร

หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร

last updateDernière mise à jour : 2026-06-28
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
72Chapitres
2.6KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

'เซียวหนิงเยว่' มือสังหารอันดับหนึ่งทะลุมิติมาอยู่ในร่างคุณหนูขยะแห่งโลกอสูรที่ถูกลอบวางยาจนเตลิดเข้าป่าหมอกอสูร ยังไม่ทันได้คิดบัญชีแค้นกลับพบว่าตนกำลังตั้งครรภ์ 'แฝดห้าสายเลือดปริศนา' ที่กำลังสูบกลืนพลังชีวิตไปอย่างบ้าคลั่ง! เพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากความตายและฝูงสัตว์กลายพันธุ์ อดีตนักฆ่าสาวจึงต้องงัดระบบฟาร์มมิติ ออกมาจับจอบสับดิน ปลูกผักวิญญาณ และสับกะโหลกอสูรทมิฬเพื่อหาพลังงานมาป้อนก้อนแป้งในท้อง อุตส่าห์ตั้งใจจะใช้ชีวิตสงบๆ ถือจอบฟาดหน้าพวกสวะที่มารังควาน ทว่า... กลิ่นอายบริสุทธิ์กลับดึงดูดกลุ่มบุรุษปริศนาที่แผ่รังสีอันตรายระดับจ้าวอสูร ให้เข้ามาป้วนเปี้ยนกางอาณาเขตอยู่รอบพื้นที่ฟาร์มอย่างไม่อาจสลัดหลุด "หลีกไป! ข้าแค่อยากทำฟาร์ม ไม่ได้อยากรับเดรัจฉานหน้าไหนมาเป็นสามี!"

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 : อุ้มครรภ์สายเลือดอสูร

"คุณหนู... ตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้วขอรับ"

น้ำเสียงสั่นพร่าแหบโหยดุจใบไม้ร่วงหล่น ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในเรือนไม้ซอมซ่อ

เปลือกตาที่เคยปิดสนิทเบิกโพลงขึ้นในฉับพลัน นัยน์ตาสีดำขลับทอประกายเย็นเยียบดุจคมดาบกวาดมองรอบทิศทาง

"เจ้าเป็นใคร" น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถาม ราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงรังสีคุกคามจนอีกฝ่ายผงะหงายหลัง

"ขะ... ข้าน้อยคือหมอประจำจวน... คุณหนูเซียว ท่านสลบไปถึงสามวันเต็ม..." หมอชราละล่ำละลักตอบม่านตาของชายชราเบิกกว้าง สตรีตรงหน้าคือขยะตระกูลเซียวที่ใครๆ ต่างเหยียบย่ำ ทว่าบัดนี้กลิ่นอายรอบตัวกลับเปลี่ยนไปราวกับสัตว์นักล่าที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลและพร้อมจะขย้ำคอหอยเหยื่อ

"เมื่อครู่ เจ้าพล่ามเรื่องอันใด"

เซียวหนิงเยว่เค้นเสียงยันกายลุกขึ้นนั่ง แผ่นหลังตั้งตรงดุจคันศรที่ถูกง้างจนตึง สายตาเยือกเย็นล็อกเป้าไปที่เส้นเลือดใหญ่เต้นตุบๆ บนลำคอของหมอชรา ประเมินวิถีการลงมือในหัวอย่างรวดเร็ว หากชายผู้นี้ตุกติกเพียงสะบัดมือกระแทกลูกกระเดือก ทุกอย่างย่อมจบสิ้นในกระบวนท่าเดียว

"ขะ... ข้าน้อยมิได้พล่าม ชีพจรของท่าน... ชีพจรเต้นผสานรุนแรงดุจคลื่นกระแทกฝั่ง... มีร่องรอยของพลังชีวิตก่อกำเนิด..." หมอชราโขกศีรษะลงกับพื้นกระดานไม้เสียงดังปึง "คุณหนู... ท่านตั้งครรภ์ลูกของสัตว์อสูรตนใดมา เหตุใดกลิ่นอายในครรภ์จึงได้ดุร้ายและแผ่รังสีคุกคามถึงเพียงนี้"

ตั้งครรภ์...

คำสั้นๆ คล้ายกุญแจเปื้อนเลือดที่กระชากผนึกความทรงจำของ 'เจ้าของร่างเดิม' ให้ทะลักล้นออกมา

อดีตมือสังหารรหัสศูนย์ศูนย์หนึ่งที่เพิ่งทะลุมิติมาสวมรอยแทนคุณหนูผู้อาภัพที่สิ้นใจไปเมื่อสามวันก่อน ถึงกับต้องขบกรามแน่นเมื่อเศษเสี้ยวความทรงจำที่ไม่ใช่ของตน หลั่งไหลเข้าสู่ห้วงสำนึกดุจพายุหมุน

ภาพเหตุการณ์เมื่อหนึ่งเดือนก่อนปรากฏชัดเจน... ถ้วยชาที่ 'เซียวรั่วเสวี่ย' พี่สาวต่างมารดาสายเลือดอสรพิษหยกขาว ผู้มีฉากหน้าบริสุทธิ์ผุดผ่อง แสร้งทำเป็นหวังดีนำมาให้ แท้จริงแล้วซุกซ่อน 'หญ้ากลืนสติ' ยาปลุกกำหนัดฤทธิ์ร้ายกาจที่ผสมผสานกับยาสลายปราณ

รสชาติฝาดเฝื่อนที่ถูกหลอกให้กลืนลงคอ ตามมาด้วยการเตลิดหนีตายเข้าไปในส่วนลึกของป่าหมอกอสูร

ในค่ำคืนอันมืดมิดนั้น ไม่มีแสงจันทร์สาดส่อง ไม่มีถ้อยคำพลอดรักหวานหู มีเพียงเงาทะมึนขนาดมหึมาที่โถมทับลงมาดุจภูเขาถล่ม

"อึก..." เซียวหนิงเยว่กำผ้าห่มแน่น

กลิ่นอายบุรุษเพศและสาบสางของสัตว์ป่าในความทรงจำยังคงทำให้สติสัมปชัญญะพร่ามัว กลิ่นอายเหล่านั้นดุร้าย แข็งกร้าว และเต็มไปด้วยสัญชาตญาณการครอบครองอาณาเขตราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังขย้ำเหยื่อชิ้นโอชะ

เดรัจฉานตนนั้นคือตัวใด... หญิงสาวจำใบหน้าไม่ได้ จำได้เพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วง เสียงคำรามต่ำลึกในลำคอ และนัยน์ตาสัตว์ป่าที่วาวโรจน์ทะลวงความมืดมิด

"คุณหนู... ร่างกายของท่านบอบบางไร้ปราณวิญญาณ ทว่าสิ่งอัปมงคลในครรภ์กลับกำลังสูดกลืนพลังชีวิตอย่างตะกละตะกลาม..."

เสียงของหมอชราดึงสติเซียวหนิงเยว่กลับสู่โลกความจริง "หากปล่อยไว้... ก้อนเลือดเดรัจฉานนี้จะสูบเลือดสูบเนื้อจนท่านแห้งตายกลายเป็นซากศพ"

"หุบปากสกปรกของเจ้าซะ"

วาจาเย็นเยียบดุจคมมีดน้ำแข็งตวัดตัดบท หมอชราหุบปากฉับราวกับถูกบีบคอหอย

อดีตมือสังหารเลื่อนฝ่ามือที่เคยเปื้อนเลือดคนมานับไม่ถ้วน สัมผัสลงบนหน้าท้องแบนราบของตนเองอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกประหลาดสายหนึ่งแล่นปราดเข้าสู่หัวใจที่เคยตายด้าน

ในอดีตชาติ รหัสศูนย์ศูนย์หนึ่งคือเครื่องจักรสังหารที่ถูกหล่อหลอมมาด้วยเลือด ไร้ราก ไร้ครอบครัว ไร้คนเหลียวแล ถูกใช้งานและเตรียมถูกทิ้งขว้างดุจเศษขยะ

ทว่าบัดนี้... ภายใต้ฝ่ามือนี้ นางกลับสัมผัสได้ถึง 'สายใยชีวิต' อ่อนจางที่กำลังดูดกลืนพลังเพื่อดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างตะกละตะกลาม... ช่างเป็นสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถอดแบบมาจากนางไม่มีผิดเพี้ยน

นี่คือสายเลือดของนาง คือสมบัติชิ้นเดียวในสองภพชาติที่เป็นของนางอย่างแท้จริง

'เจ้าอสูรน้อย... ช่างตะกละตะกลามสูบพลังชีวิตข้าตั้งแต่ยังไม่เป็นตัวเชียวหรือ'

เซียวหนิงเยว่แค่นหัวเราะเบาๆ ทว่าฝ่ามือกลับลูบไล้หน้าท้องแบนราบอย่างทะนุถนอม นัยน์ตาที่เคยเย็นชาและว่างเปล่ามาตลอดชีวิต บัดนี้กลับทอประกายความอ่อนโยนผสานกับความรักอันลึกซึ้ง

นี่คือสายเลือดของนาง... คือครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่นางจะขอใช้ทั้งชีวิตเพื่อปกป้องและทะนุถนอม อดีตนักฆ่าสาบานกับตนเองในใจ ว่านางจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ด้วยความรักทั้งหมดที่มี และจะผลักดันให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งและสง่างามที่สุด

หากลูกของนางต้องการพลังงาน... มารดาผู้นี้ก็จะไปถลกหนังอสูรทมิฬทั้งป่ามาเคี่ยวสกัดให้ดื่มกินจนกว่าจะพอใจ!

"ขะ... ข้าน้อยขอแนะนำให้ท่านดื่มยาขับเลือด... ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"

หมอชราเสนอทางรอดด้วยความหวังดี มือเหี่ยวย่นสั่นเทาขณะล้วงขวดหยกบรรจุโอสถสีดำคล้ำออกจากสาบเสื้อ

ทว่าขวดหยกยังไม่ทันแตะถึงมือเซียวหนิงเยว่ ฝ่ามือเรียวบางกลับปัดมันทิ้งจนแตกกระจายเสียงดังเพล้ง สมุนไพรข้นหนืดกลิ่นฉุนรุนแรงสาดกระเซ็นเต็มพื้นกระดาน

"ยาขับเลือดงั้นรึ"

เซียวหนิงเยว่เอียงคอ ม่านตาหดแคบลงดุจมัจจุราชล็อกเป้าหมาย รังสีฆ่าฟันแผ่ซ่านจนอุณหภูมิภายในห้องเย็นเยียบลงฉับพลัน

"หากเจ้ากล้าเอ่ยคำว่าทำลายสายเลือดของข้าอีกแม้แต่ครึ่งคำ ข้าจะควักลิ้นเจ้าออกมาสับเป็นชิ้นๆ แล้วยัดกลับลงไปในคอหอยเสีย"

หมอชราหน้าซีดเผือดดุจกระดาษ ล้มลุกคลุกคลานถอยร่นไปจนชิดกำแพง สตรีตรงหน้ามิใช่คุณหนูผู้อ่อนแออีกต่อไป หากแต่เป็นอสูรร้ายในคราบมนุษย์

"จำเอาไว้... เด็กในท้องคือสายเลือดของข้า ใครกล้าแตะต้องแม้แต่ปลายเล็บ มันผู้นั้นต้องถูกส่งลงนรกขุมที่ลึกที่สุด"

น้ำเสียงเยือกเย็นตอกย้ำเจตจำนงเด็ดขาด ทุกถ้อยคำหนักแน่นดุจขุนเขาตอกลิ่มลงบนผืนปฐพี

สำหรับเครื่องจักรสังหารที่โดดเดี่ยวและไร้รากเหง้ามาทั้งชีวิต... สายเลือดในครรภ์นี้คือครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นของนางอย่างแท้จริง

แม้ต้นกำเนิดจะมาจากเดรัจฉานหน้าไหนในคืนอัปยศ แต่นี่คือสมบัติของนางแต่เพียงผู้เดียว สัญชาตญาณการหวงแหนของนักฆ่าถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ นับจากวินาทีนี้ ใครกล้ามาพรากสายเลือดไปจากนาง มันผู้นั้นต้องกลายเป็นศพ

ทว่าความเงียบสงบอันน่าขนลุกคงอยู่ได้เพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น

ปัง!!... โครมมมม!!!

เสียงดังโครมสนั่นกึกก้องเมื่อบานประตูไม้เนื้อแข็งถูกถีบกระจุยจากด้านนอก เศษไม้ปลิวว่อนเฉียดใบหน้าของเซียวหนิงเยว่ไปเพียงแค่คืบ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทไม่แม้แต่จะกะพริบหลบ

กลิ่นอายคุกคามดุดันของสัตว์นักล่าพุ่งทะลวงเข้ามาในห้องอย่างป่าเถื่อน พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างสองสาย...

หนึ่งคือร่างสูงใหญ่ทะมึนแผ่กลิ่นอายอสูรพยัคฆ์เขี้ยวดาบดุดันเหี้ยมเกรียม อีกหนึ่งคือสตรีร่างอรชรที่แผ่กลิ่นอายเหม็นเขียว ผสานเสียงเกล็ดเสียดสีและเสียงสั่นกระดิ่งของอสรพิษทองแดง...

ทั้งสองก้าวเข้ามาแผ่รังสีสังหารปิดกั้นทางหนีทุกสัดส่วน

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
72
บทที่ 1 : อุ้มครรภ์สายเลือดอสูร
"คุณหนู... ตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้วขอรับ"น้ำเสียงสั่นพร่าแหบโหยดุจใบไม้ร่วงหล่น ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในเรือนไม้ซอมซ่อเปลือกตาที่เคยปิดสนิทเบิกโพลงขึ้นในฉับพลัน นัยน์ตาสีดำขลับทอประกายเย็นเยียบดุจคมดาบกวาดมองรอบทิศทาง"เจ้าเป็นใคร" น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถาม ราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงรังสีคุกคามจนอีกฝ่ายผงะหงายหลัง"ขะ... ข้าน้อยคือหมอประจำจวน... คุณหนูเซียว ท่านสลบไปถึงสามวันเต็ม..." หมอชราละล่ำละลักตอบม่านตาของชายชราเบิกกว้าง สตรีตรงหน้าคือขยะตระกูลเซียวที่ใครๆ ต่างเหยียบย่ำ ทว่าบัดนี้กลิ่นอายรอบตัวกลับเปลี่ยนไปราวกับสัตว์นักล่าที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลและพร้อมจะขย้ำคอหอยเหยื่อ"เมื่อครู่ เจ้าพล่ามเรื่องอันใด"เซียวหนิงเยว่เค้นเสียงยันกายลุกขึ้นนั่ง แผ่นหลังตั้งตรงดุจคันศรที่ถูกง้างจนตึง สายตาเยือกเย็นล็อกเป้าไปที่เส้นเลือดใหญ่เต้นตุบๆ บนลำคอของหมอชรา ประเมินวิถีการลงมือในหัวอย่างรวดเร็ว หากชายผู้นี้ตุกติกเพียงสะบัดมือกระแทกลูกกระเดือก ทุกอย่างย่อมจบสิ้นในกระบวนท่าเดียว"ขะ... ข้าน้อยมิได้พล่าม ชีพจรของท่าน... ชีพจรเต้นผสานรุนแรงดุจคลื่นกระแทกฝั่ง... มีร่องรอยของพลังชีวิตก่อกำ
Read More
บทที่ 2 : จิตสังหารสยบพยัคฆ์
ฝุ่นไม้จางลง ปรากฏร่างของบิดาและแม่เลี้ยงที่ก้าวล่วงล้ำเข้ามาในเรือนซอมซ่อ"ช่างเหม็นสาบสางเสียจริง"ไป๋อวี้หลาน สตรีแพศยาสายเลือดอสรพิษกระดิ่งทองแดง ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดจมูก แสร้งบีบน้ำตาสะอึกสะอื้น"ท่านพี่ ดูสภาพขยะชิ้นนี้สิเจ้าคะ หายหัวเข้าป่าหมอกอสูรไปเป็นเดือน กลับมาพร้อมมารหัวขนของเดรัจฉานตัวใดก็มิรู้ จวนตระกูลเซียวของเราต้องแปดเปื้อนคาวโลกีย์ก็เพราะความร่านของตัวบัดซบแท้ๆ"เซียวเจิ้นหนาน ผู้นำตระกูลพยัคฆ์ ก้าวอาดๆ เหยียบเศษประตูพังยับ นัยน์ตาสีอำพันวาวโรจน์ดุจสัตว์ร้าย รังสีคุกคามระดับจ่าฝูงถูกปลดปล่อยออกมากดทับบรรยากาศโดยรอบ มวลปราณดิบเถื่อนหมายบดขยี้กระดูกของสตรีบนเตียงให้แหลกเหลว บังคับให้สตรีไร้ปราณต้องหมอบคลานยอมจำนนตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าผู้อ่อนแอห้วงบรรยากาศภายในห้องบิดเบี้ยวตามแรงอารมณ์ของผู้นำตระกูล ขาเตียงไม้ที่ผุพังเริ่มลั่นเปรี๊ยะราวกับจะหักสะบั้น กระดูกในร่างของเซียวหนิงเยว่ถูกปราณพยัคฆ์กดทับจนปวดร้าวราวกับมีหินผานับพันชั่งทับลงมาบนบ่ากลิ่นคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาถึงลำคอ ทว่าอดีตมือสังหารเพียงแค่กลืนมันกลับลงไปอย่างเงียบเชียบ สองมือกำแน่นอยู่ใต้ผ้าห่มเก่าขาด ไม่ยอมแม้แ
Read More
บทที่ 3 : กระชากหน้ากากดอกบัวขาว
"ท่านพ่อ... โปรดระงับโทสะด้วยเถิดเจ้าค่ะ"เสียงหวานใสเจือสะอื้นดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียด เซียวรั่วเสวี่ย คุณหนูใหญ่สายเลือดอสรพิษหยกขาว ก้าวกรีดกรายออกมาจากเบื้องหลังผู้นำตระกูล ใบหน้างดงามดูบริสุทธิ์ดุจดอกบัวขาวอาบชุ่มด้วยหยาดน้ำตาแห่งความผิดหวัง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่นางสวมใส่ดูขัดแย้งกับกลิ่นอายเย็นเยียบของสัตว์เลือดเย็นที่แผ่กระจายออกมาจากเกล็ดสีขาวจางๆ บริเวณลำคอ"น้องรอง... เหตุใดเจ้าจึงดื้อรั้นปานนี้ ท่านพ่อเมตตาเลี้ยงดูเจ้ามา แต่เจ้ากลับทำเรื่องผิดจารีตจนตั้งครรภ์ ซ้ำยังกำเริบเสิบสานข่มขู่ท่านพ่ออีกหรือ"เซียวรั่วเสวี่ยแสร้งทอดถอนใจ นัยน์ตาเรียวเล็กทอประกายริษยาที่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิด ทว่าน้ำเสียงกลับดัดจริตให้ดูน่าสงสารราวกับปวดใจนักหนา "สตรีที่ทำให้วงศ์ตระกูลต้องแปดเปื้อนเช่นเจ้า... หากมิยอมรับผิด ก็สมควรถูกถอดถอนชื่อออกจากผังตระกูลเซียว เพื่อมิให้บรรพชนต้องมัวหมองนะน้องรอง!"เซียวหนิงเยว่เพียงปลายตามองสตรีดอกบัวขาว ประสาทสัมผัสของอดีตมือสังหารสูดดมกลิ่นอายในห้วงอากาศ สัญชาตญาณนักล่าทำการคัดกรองกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเหม็นสาบของพยัคฆ์ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งจั
Read More
บทที่ 4 : การหลบลี้ที่เหนือความคาดหมาย
ตลอดเส้นทางจากประตูเมืองจนถึงชายแดนรกร้าง เซียวหนิงเยว่รับรู้ได้ตลอดเวลาว่ามี 'หนูโสโครก' สะกดรอยตามมาไม่ห่าง ทว่าอดีตมือสังหารกลับแสร้งก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ล่อลวงพวกมันมาจนถึงสถานที่ที่เหมาะแก่การเป็นหลุมฝังศพของพวกมันที่สุดลมพัดกรรโชกแรง หอบเอากลิ่นดินชื้นแฉะและกลิ่นซากศพเน่าเปื่อยลอยแตะจมูกทันทีที่เซียวหนิงเยว่เหยียบย่างเข้าสู่เขตแดนป่าหมอกอสูร บรรยากาศรอบกายมืดสลัว แสงจันทร์ถูกบดบังด้วยเรือนยอดไม้หนาทึบ"ช่างเป็นการเลือกหลุมฝังศพได้เหมาะสมกับขยะเช่นเจ้าเสียนี่กระไร"เสียงคำรามต่ำเหี้ยมเกรียมดังแทรกความเงียบงัน หูของสตรีไร้ปราณกระตุกรับกระแสเสียงที่ผิดจังหวะ กิ่งไม้ด้านบนลู่ลมเบาเกินไป สัญชาตญาณเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัย ขนอ่อนหลังคอตั้งชันขึ้นในชั่วพริบตา"กลิ่นสาบสุนัขรับใช้ของเซียวเจิ้นหนานช่างเหม็นโฉ่จนข้าอยากจะอาเจียน"เซียวหนิงเยว่แค่นเสียงหยัน นัยน์ตาสีดำขลับตวัดมองความมืดมิดเบื้องบนอย่างเยือกเย็น ร่างบอบบางไม่มีทีท่าหวาดหวั่นแม้จะถูกล้อมด้วยจิตสังหาร "พวกเจ้าซ่อนตัวได้อ่อนหัดสิ้นดี ปล่อยให้ข้าล่อมาจนถึงที่นี่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก""ปากดีนักนะนังแพศยา"ยอดฝีมือตระกูลพยัคฆ์ชุ
Read More
บทที่ 5 : มิติโอสถสวรรค์
กลิ่นคาวเลือดของฝูงหมาป่าวิปริตมลายหายไป ห้วงอากาศถูกแทนที่ด้วยปราณวิญญาณบริสุทธิ์เข้มข้นจนแทบจับต้องได้ เซียวหนิงเยว่ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีดำขลับกวาดมองรอบทิศอย่างระแวดระวัง นางไม่ได้อยู่ในวงล้อมของเดรัจฉาน ทว่ากำลังยืนอยู่กลางผืนดินดำขลับอันเงียบสงบดินสีดำเบื้องล่างอ่อนนุ่มทว่าอุดมไปด้วยพลังชีวิต กลิ่นอายบริสุทธิ์ชำระล้างคาวเลือดที่ติดค้างในปอดจนหมดสิ้น อดีตมือสังหารหยัดเท้าตั้งมั่น สัญชาตญาณระวังภัยเปิดรับทุกสรรพเสียง ทว่ามีเพียงความเงียบสงัดและเสียงน้ำไหลรินบางเบา นางทดลองสูดลมหายใจลึก โคจรพลังตามสัญชาตญาณ... น่าเสียดายที่ร่างนี้ยังคงไร้ปราณวิญญาณทว่าสัมผัสการตอบสนองของกล้ามเนื้อและโสตประสาทกลับเฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออยู่ในห้วงอากาศเช่นนี้[ติ๊ง... ยินดีต้อนรับผู้สืบทอดเข้าสู่ 'ระบบฟาร์มมิติโอสถสวรรค์']เสียงเรียบเฉยดังก้องขึ้นในห้วงความคิด แสงสีมรกตสว่างวาบจากสร้อยคอที่ซุกซ่อนอยู่ใต้สาบเสื้อ เซียวหนิงเยว่ล้วงหยิบอัญมณีสีเขียวขึ้นมาพิจารณา นัยน์ตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด"ระบบฟาร์มมิติ... อธิบายเงื่อนไขของเจ้ามา" นางเอ่ยเสียงเรียบ ไม่ตื่นตระหนก ทว่าประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็
Read More
บทที่ 6 : เมื่อมารดาสาปแช่ง
[ติ๊ง! แจ้งเตือนข้อจำกัดระดับมิติ...]เสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ดังก้องขึ้นในห้วงความคิด ตัดสลับกับเสียงหอบหายใจของอดีตนักฆ่าที่เพิ่งทรุดตัวลงนั่งบนดินดำขลับ"อธิบายกติกาของเจ้ามาไอ้ระบบ ข้าเกลียดการรอคอย" เซียวหนิงเยว่แค่นเสียง นัยน์ตาสีดำสนิทดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองหน้าจอโปร่งแสงที่เด้งขึ้นมาเบื้องหน้า[มิติโอสถสวรรค์ระดับที่หนึ่ง อนุญาตให้ผู้สืบทอดพำนักอยู่ได้เพียงวันละสองชั่วยามเท่านั้น! หากฝ่าฝืนพำนักอยู่เกินเวลา พลังงานมิติจะเหือดแห้ง และสายเลือดบรรพกาลลึกลับทั้งห้าในครรภ์จะหันไปสูบกลืนอวัยวะภายในของท่านเพื่อประทังความหิวแทน!][เงื่อนไขการขยายเวลา: ผู้สืบทอดต้องนำ 'ผลผลิตวิญญาณระดับต่ำ' จำนวน 100 ชิ้น มาสังเวยแก่ระบบเพื่ออัปเกรดระดับมิติ!]"เดี๋ยว... ผลผลิตวิญญาณระดับต่ำคือสิ่งใด ข้าเพิ่งทะลุมิติมา จะเอาเมล็ดพันธุ์จากที่ใดมาปลูกให้เจ้าตั้งร้อยชิ้น" เซียวหนิงเยว่ขมวดคิ้วถามอย่างหงุดหงิด[แจ้งเตือนผู้สืบทอด: ภายในมิติมี 'วัชพืชวิญญาณ' ขึ้นรกชัฏ พวกมันถูกนับเป็นผลผลิตระดับต่ำเช่นกัน ท่านสามารถถอนมันมาสังเวยแก่ระบบได
Read More
บทที่ 7 : คลาดกันเพียงคืบ
"กร๊อบ..." เสียงกระดูกสันหลังลั่นเกรียวกราวทันทีที่อดีตนักฆ่าขยับตัวลุกขึ้นยืน อากาศยามเช้าตรู่หน้าโพรงไม้เย็นเยียบจนแทบทะลุถึงกระดูก อาการปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย สภาพการนอนขดตัวซ่อนในดงไม้ชื้นแฉะไม่ใช่สิ่งที่สตรีตั้งครรภ์แฝดห้าควรต้องเผชิญเซียวหนิงเยว่กัดฟันพยุงร่างก้าวเท้าออกจากฐานที่มั่นชั่วคราว นัยน์ตาสีดำขลับดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองผลงานรอบบริเวณ... ซากอสูรกลายพันธุ์ระดับต่ำสามตัวนอนจมกองเลือดตายเกลื่อน ลำคอและดวงตาของพวกมันถูกเจาะทะลุด้วยไม้แหลมอาบพิษจากกับดักที่นางขึงตึงไว้เมื่อคืนอย่างไร้ที่ติอดีตมือสังหารตวัดมีดสั้นผ่ากะโหลกอสูรอย่างชำนาญ ควักเอาผลึกแก่นพลังงานเปื้อนเลือดสีขุ่นออกมาสามชิ้น นิ้วเรียวลองนำแก่นผลึกแตะเข้ากับ จี้สร้อยมิติที่สวมอยู่บนลำคอระหง หวังใช้สิ่งนี้สังเวยเพื่อเลื่อนระดับมิติ[ติ๊ง! ปฏิเสธการดูดซับเพื่อเลื่อนระดับ!][ระบบมิติโอสถสวรรค์รับรองเฉพาะ 'ผลผลิตทางการเกษตร' เพื่อใช้ในการอัปเกรดเลเวลเท่านั้น!]"ไอ้ระบบหน้าเลือด! เลือกกินนักนะ!" เซียวหนิงเยว่สบถด่าอย่างเหลืออด ริมฝีปากซีดเซียวเหย
Read More
บทที่ 8 : ภารกิจอาณาเขต
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงห้าสายเหยียบย่ำเศษซากกิ่งไม้แหลกละเอียดดุจพายุคลั่ง ระยะห่างระหว่างจ้าวอสูรบรรพกาลและเป้าหมายหดสั้นลงเหลือเพียงไม่ถึงสิบลี้ทว่าพริบตานั้น ผืนฟ้าเหนือป่าหมอกอสูรพลันบิดเบี้ยวมวลเมฆดำทะมึนถูกฉีกกระชากออก ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเลือดแดงฉานดุจโลหิตเดือดพล่าน แรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นปะทุจากใต้ฝ่าเท้าจนต้นไม้โบราณหักโค่น กลิ่นอายความตายทะลักทลายออกมาจากใจกลางป่าลึก"หยุดก่อน!"บรรพชนจิ้งจอกเก้าหางตวาดลั่น หูจิ้งจอกสีน้ำตาลแดงกระตุกรับคลื่นเสียงความถี่ต่ำ นัยน์ตาเรียวสวยที่เคยเปี่ยมด้วยตัณหาแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นเฉียบขาดดุจน้ำแข็ง"รอยแยกอเวจีใจกลางป่ากำลังจะเปิดออก! หน้าที่ค้ำยันอาณาเขตคือสิ่งสำคัญที่สุด พวกเราคือจ้าวบรรพกาล... จะมาเสียสติทิ้งภารกิจใหญ่หลวงของเผ่าพันธุ์ เพียงเพราะตามดมกลิ่นสตรีแค่นางเดียวไม่ได้! หากป่าหมอกล่มสลาย ทุกสิ่งก็จบสิ้น... ดึงสติกลับมาซะ!"ยอดบุรุษอีกสี่คนชะงักฝีเท้ากะทันหัน สัญชาตญาณสัตว์ป่าในร่างร้องเตือนถึงภัยพิบัติระดับทำลายล้าง ทว่ากลิ่นหอมหวานของสตรีปริศนายังคงยั่วยวนอยู่เบื้องหน้าเพียงเอื้อม
Read More
บทที่ 9 : รอยเลือดหน้าค่ายกล
กลิ่นหอมขมปร่าของสมุนไพรวิญญาณเดือดปุดอยู่ในหม้อดินเผา เซียวหนิงเยว่ใช้ทัพพีไม้คนน้ำแกงบำรุงครรภ์อย่างใจเย็น ผ่านมาหนึ่งวันเต็มหลังจากสร้างอาณาเขตลวงตา ทุกอย่างควรจะสงบสุขทว่า...เปรี้ยง!ม่านพลังงานถูกฉีกกระชากดังกึกก้องประดุจฟ้าผ่า คลื่นพลังปะทะกระแทกเศษดินกระจุยกระจาย กลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้งรุนแรงทะลวงโสตประสาท ร่างสะบักสะบอมชุ่มโชกไปด้วยโลหิตห้าสายร่วงหล่นจากท้องฟ้า กระแทกพื้นชานเรือนไม้จนฝุ่นตลบอดีตนักฆ่าไม่ส่งเสียงกรีดร้องตื่นตระหนก มีดสั้นอาบพิษถูกชักออกจากฝักในเสี้ยววินาที สองเท้าก้าวประชิดกองซากมนุษย์อย่างเงียบเชียบดุจมัจจุราช นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดประเมินความเสี่ยง สภาพของบุรุษรูปงามเหล่านี้เละเทะขั้นสุด บาดแผลเหวอะหวะจากการถูกพลังงานฉีกกระชาก ผสมกับอาการพิษอเวจีตีกลับจนแทบสิ้นชีพ"บาดแผลฉกรรจ์ทะลวงถึงกระดูก... เส้นชีพจรแหลกเหลวเกือบเจ็ดส่วน" เสียงแหบพร่าเอ่ยวิเคราะห์อย่างเยือกเย็นขณะใช้ปลายมีดเขี่ยสาบเสื้อที่ขาดวิ่น "รอดมาถึงหน้าค่ายกลของข้าได้ นับว่าพวกเจ้าอึดทนยิ่งกว่าเดรัจฉานทั่วไป"สายตาคมกริบตวัดมองออกไปนอกม่านพลังที่เพิ่งสมานตัวเข้าหากันอย่างระแวดระวัง"ตัวอันตรายระดับใ
Read More
บทที่ 10 : เหล่าชายฉกรรจ์ความจำเสื่อม
พรึ่บ!ข้อมือบางบิดพลิกด้วยองศาสวนทางสรีระปกติ สลัดหลุดจากการเกาะกุมอันแข็งแกร่งดุจคีมเหล็กอย่างว่องไว สตรีร่างบอบบางในชุดคลุมตัวโคร่งดีดตัวถอยร่นไปตั้งหลักห่างออกไปสามก้าว มีดสั้นอาบพิษกระชับแน่นในมือเตรียมเจาะทะลวงคอหอย สัญชาตญาณระวังภัยแผ่ซ่านครอบคลุมทุกตารางนิ้วทว่าบุรุษแปลกหน้ามิได้พุ่งทะยานเข้ามาฉีกกระชากเนื้อหนัง ร่างกำยำของบุรุษผมทองทรุดเกลือกกลิ้ง ฝ่ามือหนาทึบกุมขมับพลางส่งเสียงคำรามต่ำลึกด้วยความเจ็บปวดเจียนคลุ้มคลั่งเสียงครางฮือในลำคอดังประสานขึ้นรอบทิศ ยอดบุรุษอีกสี่ชีวิตที่เหลือเริ่มขยับเขยื้อนสะบักสะบอม เปลือกตาของพวกเขาเบิกโพลงขึ้นทีละคน ทว่าม่านตาสัตว์ป่าที่เคยดุดัน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสนและระแวดระวังภัยดุจสัตว์ร้ายที่ถูกต้อนให้จนตรอก"ข้า... เป็นใคร..." บุรุษผู้มีเรือนผมสีเงินและหูจิ้งจอกพึมพำแหบพร่า นัยน์ตาเรียวสวยกวาดมองสองมือเปื้อนโลหิตของตนเอง ทว่ารังสีสังหารเพื่อป้องกันตัวยังคงแผ่ซ่านรอบกาย สัญชาตญาณจ่าฝูงในสายเลือดไม่ยอมให้พวกเขาละทิ้งความเย่อหยิ่งแม้ในยามอ่อนแอบุรุษเรือนผมสีเขียวเข้มพยายามเค้นปราณพิษ ทว่ากลับกระอักเลือดสีดำออกมาคำโต นัยน์ตาสีมรกตเรียว
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status