Mag-log in'เซียวหนิงเยว่' มือสังหารอันดับหนึ่งทะลุมิติมาอยู่ในร่างคุณหนูขยะแห่งโลกอสูรที่ถูกลอบวางยาจนเตลิดเข้าป่าหมอกอสูร ยังไม่ทันได้คิดบัญชีแค้นกลับพบว่าตนกำลังตั้งครรภ์ 'แฝดห้าสายเลือดปริศนา' ที่กำลังสูบกลืนพลังชีวิตไปอย่างบ้าคลั่ง! เพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากความตายและฝูงสัตว์กลายพันธุ์ อดีตนักฆ่าสาวจึงต้องงัดระบบฟาร์มมิติ ออกมาจับจอบสับดิน ปลูกผักวิญญาณ และสับกะโหลกอสูรทมิฬเพื่อหาพลังงานมาป้อนก้อนแป้งในท้อง อุตส่าห์ตั้งใจจะใช้ชีวิตสงบๆ ถือจอบฟาดหน้าพวกสวะที่มารังควาน ทว่า... กลิ่นอายบริสุทธิ์กลับดึงดูดกลุ่มบุรุษปริศนาที่แผ่รังสีอันตรายระดับจ้าวอสูร ให้เข้ามาป้วนเปี้ยนกางอาณาเขตอยู่รอบพื้นที่ฟาร์มอย่างไม่อาจสลัดหลุด "หลีกไป! ข้าแค่อยากทำฟาร์ม ไม่ได้อยากรับเดรัจฉานหน้าไหนมาเป็นสามี!"
view more"อย่าซื้อโอสถร้านนี้! ข้าได้ยินมาว่าสมุนไพรพวกนี้ปลูกด้วยซากศพ!" "นางคือมารดาอสูร! สินค้านางย่อมเป็นของอัปมงคล นำความวิบัติมาสู่ผู้กลืนกิน!" "ลูกในท้องนางเป็นอสูรวิปริต! ของในร้านก็ต้องเป็นของอสูรโสโครก!"เสียงตะโกนปลุกปั่นดังกึกก้องถนนย่านประตูตะวันออก เช้าวันที่สองของการเปิด ‘หอโอสถและเสบียงเร้นเงา’ ฝูงชนที่หลั่งไหลมาเพราะข่าวลือเรื่องยาวิเศษเมื่อวาน บัดนี้เบียดเสียดกันหนาแน่นยิ่งกว่าเดิม ทว่าบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย กลุ่มบุรุษสวมหมวกฟางที่แฝงตัวอยู่ในฝูงชนผลัดกันตะโกนสาดโคลน ขัดขวางมิให้ผู้ใดก้าวข้ามธรณีประตูร้าน แม้ป้ายราคาจะดึงดูดใจ ทว่าความหวาดกลัวต่อสิ่งอัปมงคลก็ทำให้ชาวเมืองลังเลภายในโถงร้านอันเงียบสงัด เซียวหนิงเยว่นั่งเอนกายอยู่หลังโต๊ะไม้สลัก ปลายนิ้วเรียวประคองถ้วยชาสมุนไพรขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ข้อกล่าวหาว่าใช้วิชามารหรือหลอกลวงหาได้ทำให้ผิวน้ำชาในถ้วยสั่นไหว ทว่าเมื่อถ้อยคำลามปามถึง ‘อสูรวิปริตในท้อง’ เปลือกตาที่หลุบต่ำพลันเปิดขึ้นดวงตาของนางหยุดนิ่ง อากาศภายในโถงร้านเย็นเยียบลงในชั่วพริบตาตี้อ๋าวเทียนที่ยืนพิงเสาไม้อยู่ด้านข้างรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลง
"ของลวงโลกกระมัง... สมุนไพรวิญญาณระดับกลางราคาเพียงเท่านี้ จะเป็นของแท้ได้อย่างไร""ข้าได้ยินว่าตระกูลเซียวตั้งราคาไว้สูงกว่านี้สามเท่า ร้านซอมซ่อหน้าประตูตะวันออกนี่คงเอาเศษหญ้ามาต้มหลอกขายเป็นแน่"เสียงซุบซิบนินทาดังเซ็งแซ่เบื้องหน้า 'หอโอสถและเสบียงเร้นเงา' ฝูงชนเบียดเสียดกันจนถนนแทบไร้ทางเดิน ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาแม้แต่ผู้เดียว สายตานับร้อยคู่จับจ้องป้ายราคาสินค้าด้วยความเคลือบแคลงใจตี้อ๋าวเทียนยืนกอดอกพิงกรอบประตู แผงคอสีทองชูชันด้วยความหงุดหงิด จ้าวราชสีห์ทองคำผู้เคยฉีกทึ้งอสูรยักษ์ด้วยมือเปล่า บัดนี้ต้องมาทำหน้าที่เฝ้าหน้าร้านรับฟังคำสบประมาทของพวกมดปลวก มัดกล้ามเนื้อบนท่อนแขนแกร่งกระตุกเกร็ง หากมิใช่เพราะกฎเหล็กของสตรีด้านใน ป่านนี้เขาคงหิ้วคอพวกปากมากเข้ามาบังคับกรอกยาให้รู้แล้วรู้รอดลึกเข้าไปในโถงร้านอันเงียบสงบ เซียวหนิงเยว่นั่งเอนกายพิงพนักเก้าอี้ไม้สลัก ปลายนิ้วเรียวประคองถ้วยชาสมุนไพรร้อนกรุ่นขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาทอดมองความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความสงบนิ่ง[แจ้งเตือน: ทายาทสายเลือดบรรพกาลในครรภ์ต้องการปราณอ่อนบริสุทธิ์เพิ่มเติมเพื่อหล่อเล
"ย่านประตูตะวันออกมีแต่กลิ่นเหงื่อคาวและพวกแรงงานรับจ้าง เหตุใดท่านไม่เลือกเปิดร้านในตลาดกลางที่พวกคหบดีและพ่อค้าใหญ่เดินสัญจรเล่าขอรับ?"หูจิ่วเยวียนขยับพัดมายาในมือ ปิดบังรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะทอดสายตามองอาคารไม้ซอมซ่อเบื้องหน้า บริเวณนี้คือจุดตัดของลานรับจ้างและเส้นทางผ่านของพวกนักล่าระดับล่าง กลิ่นสุราราคาถูกและโคลนตมลอยปะปนในมวลอากาศเซียวหนิงเยว่ก้าวข้ามแอ่งน้ำขังด้วยวิถีเท้าอันเงียบเชียบ นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองผู้คนที่เดินขวักไขว่"ผู้มั่งมีล้วนมีทางเลือกให้เดินอยู่แล้ว" เซียวหนิงเยว่เอ่ยเสียงเรียบ "ข้าจะเริ่มจากคนที่ไม่มีทางเลือก"จังหวะนั้นเอง สตรีร่างผอมซีดนางหนึ่งเดินประคองครรภ์ที่นูนเด่น จูงมือเด็กเล็กวัยเตาะแตะเดินผ่านหน้าร้านไป เสื้อผ้าของนางปุปะ ขอบตาดำคล้ำจากการอดหลับอดนอน ทว่าอ้อมแขนกลับกอดประคองบุตรน้อยไว้แน่นเซียวหนิงเยว่หยุดสายตาอยู่ที่สองแม่ลูกนั้นนานกว่าปกติ มือบางยกขึ้นแตะหน้าท้องของตนเองโดยสัญชาตญาณ ไห่ยวี่เจ๋อที่ยืนอยู่เบื้องหลังสังเกตเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของนายหญิง จึงก้าวเข้ามาเงียบๆ"ผู้ที่กำลังอุ้มชูชีวิตไว้ในท้อง..
กลิ่นอายดินดำข้นคลั่กปะปนกับกลิ่นสมุนไพรตลบอบอวลไปทั่วลานคฤหาสน์ เซียวหนิงเยว่ก้าวเดินไปตามร่องดินอย่างเชื่องช้า พลางก้มมองยอดอ่อนของพืชพรรณวิญญาณที่แทงยอดพ้นดินขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ผลจากการสาดปุ๋ยซากพิษกลั่นบริสุทธิ์ลงไปในชั้นปฐพีเมื่อคืนก่อน ทำให้สมุนไพรเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็วกว่าปกติถึงสี่เท่าหกส่วนปราณบริสุทธิ์จากโลกภายนอกไหลเวียนเข้าสู่ร่างของสตรีชุดดำอย่างไร้สิ่งใดกางกั้น พริบตานั้น ก้อนแป้งทั้งห้าชีวิตภายในหน้าท้องที่เริ่มนูนเด่นพลันขยับดิ้นเบาๆ เต้นตอบรับกระแสปราณอย่างร่าเริง พวกเขาแผ่ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านฝ่ามือของมารดาที่กำลังทาบลงบนหน้าท้อง"กินเก่งขึ้นทุกวัน..." เซียวหนิงเยว่เอ่ยพึมพำเสียงเบา นัยน์ตาที่มักราบเรียบและว่างเปล่า บัดนี้กลับแฝงแววตามใจสายเลือดของตนอย่างที่สุด"เช่นนั้นแม่ต้องปลูกให้มากกว่าเดิม ขุนพวกเจ้าให้อิ่มหนำจนสวรรค์ยังต้องยำเกรง"วูบ...ทันใดนั้น จี้อัญมณีสีเขียวมรกตกลางหน้าอกพลันระเบิดแสงสว่างวาบ อักขระแสงสีทองเรืองรองลอยเด่นขึ้นมาในห้วงสำนึกของนางอย่างฉับพลัน พร้อมกับกระแสความคิดจากกลไกสลับเปลี่ยนภายใ
บรรยากาศภายในห้องประเมินลับของหอคอยประมูลเงียบกริบจนแทบได้ยินเสียงเข็มร่วง หลงจู๊เฒ่าผู้เชี่ยวชาญการประเมินสมบัติล้ำค่าที่สุดในนครศิลา นั่งหลังค่อมอยู่เบื้องหน้าโต๊ะหยก มือที่เหี่ยวย่นสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมขณะใช้คีมคีบเม็ดยาสีทองสุกปลั่งขึ้นพินิจใกล้ๆหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากชายชรา นัยน์ตาฝ้าฟ
สิ้นประกาศิตเสียงเย็นเยียบดุจคมมีดที่สั่งให้ไปลากคอ 'อสูรมายาไฟ' ภายในสองชั่วยาม มวลอากาศภายในอาณาเขตค่ายกลพลันบิดเบี้ยวด้วยจิตสังหารรุนแรงจ้าวอสูรบรรพกาลทั้งห้าไม่แม้แต่จะปริปากถามไถ่เหตุผล หรือสงสัยในความบ้าคลั่งของภารกิจ ร่างกำยำกระโจนออกไปนอกขอบเขตกำแพงเร้นเงา พุ่งทะยานเข้าสู่ความมืดม
รุ่งอรุณสาดแสงกระทบกำแพงศิลาของคฤหาสน์ เซียวหนิงเยว่ก้าวพ้นธรณีประตูห้องพักด้วยใบหน้าซีดเผือดดุจกระดาษ แม้จะได้รับการชำระล้างจากบัวหิมะบรรพกาล ทว่าผลกระทบจากการที่ทารกแฝดปะทุพลังสายเลือดอย่างบ้าคลั่งในคืนก่อนหน้า กลับสูบเรี่ยวแรงของมนุษย์ไร้ปราณไปจนแทบเหือดแห้งร่างบอบบางสั่นสะท้านอย่างไม่
สิ้นประโยคตัดรอนอันเยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก เซียวหนิงเยว่สะบัดชายเสื้อคลุมที่ขาดวิ่น หมุนตัวก้าวเดินจากไปท่ามกลางความมืดมิดของตรอกร้อยหลิว แผ่นหลังบอบบางเหยียดตรงตั้งตระหง่าน ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์หรือเยื่อใยต่อบุรุษอสูรทั้งห้าที่ยืนนิ่งเป็นรูปสลักหินอยู่เบื้องหลังทว่า... อุตส่าห์พลิกแผ











