Semua Bab ข้าถูกถอนหมั้นก่อนวันออกเรือน: Bab 31 - Bab 40

46 Bab

บทที่ 4.5

เขา...พยายามดันนางให้ใบหน้าอยู่เหนือน้ำ พยายามกอดร่างที่อ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงเพราะความตื่นตระหนก ส่งเสียงบอกนางว่าอย่ากลัว พยายามเรียกสติของนางเอาไว้ กระทั่งมองเห็นเงาทะมึนเบื้องหน้าไม่ไกล แผ่นหินที่ยื่นลงมาจากด้านบนอวี้เฟิงเหลียนไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงกอดหญิงสาวให้แน่นขึ้น เบี่ยงตัวหมุนเพื่อบดบังหญิงสาวเอาไว้ในอก เมื่อเข้าใกล้แผ่นหินนั้นหลังของเขาจึงกระแทกอย่างแรงจนทั้งสองเกือบหลุดออกจากอ้อมกอดของกันและกัน“คุณชายรอง!!” นางตะโกนแข่งกับเสียงน้ำ ทั้งสองยังคงไหลไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด นี่เป็นโพรงน้ำจากบนเขาไหลลงไปยังแม่น้ำเบื้องล่าง ยังดีที่โพรงนี้กว้างพอ หากเป็นโพรงเล็กๆ ที่ไม่อาจลอดผ่าน เขาเองก็เกรงว่าชีวิตคงสิ้นสุดวันนี้เสียแล้วแผ่นหลังเสียดปลาบเพราะแรงกระแทก เขารับรู้ได้ว่าแรงกระแทกนั้นมาเบาเลย ความแสบร้อนตามมาแต่ไม่มีเวลาสำหรับความเจ็บปวด ตอนที่ทั้งสองร่วงลู่ลงไปกับโพรงน้ำที่เป็นทางออก อวี้เฟิงเหลียนกอดกระชับอ้อมแขนแน่น ร่างกายเป็นไปเองโดยไม่ทันได้คิด เบี่ยงตัวรับแรงกระแทกเมื่อตกกระทบลงบนผืนน้ำเบื้องล่างชั่วขณะที่เขา...พยายามรวบรวมกำลังฝ่ากระแสน้ำ เขากลับมองเห็นเสิ่นหมิง
Baca selengkapnya

บทที่ 4.6

“แล้วในช่วงระยะครึ่งปีนี้ แดนตะวันตกจะขาดแคลนข้าวเปลือก ข้าวสาร ธัญพืช รวมไปถึงอาหารหรือไม่”เขาชะงัก “ครึ่งปี??”นางเงยหน้าขึ้นมองเขา “ใช่ ครึ่งปี ข้าเองก็ไม่มั่นใจ แต่หากเกิดขึ้นจริงๆ ท่านช่วงนี้ควรเตรียมตัวรับมือไม่ดีกว่าหรือ ฝนฟ้าปีนี้ช่างไม่ปรานีเอาเสียเลย ข้าลงใต้ไปหลายคราเห็นสภาพของเขื่อนที่ค่อนข้างเก่าทั้งยังมีรอยร้าว เคยกังวลเรื่องฝนที่ตกหนักติดๆ กัน ปีนี้ในเดือนเดียวทางเหนือตกหนักสามครั้ง ทางตะวันออกไม่น้อยหน้า ตะวันออกเองก็ฝนหนาขึ้น น้ำทั้งหมดนั้นไหลไปรวมกันที่แดนใต้ เพาะปลูกก็ที่นั่น ธัญพืชก็ที่นั่น เรียกได้ว่าเทียนซานนั้นมีหัวใจหลักอยู่ที่ตระกูลเฉิน”เขามองนางนิ่งนาน “เจ้ากักตุนเพราะรู้ว่าจะเกิดอุทกภัย?!”“จะเป็นไปได้อย่างไร ข้ามิใช่จะรู้อนาคต”ก็จริง...“ข้าก็บอกแล้วว่ารู้สึกว่าฝนหนักกว่าทุกปี แถมเห็นสภาพเขื่อนนั้นแล้วด้วย”เขาก็ยังกังขาอยู่ดีทว่าสิ่งที่นางบอกก็น่าเชื่อกว่าการจะพูดว่านางล่วงรู้สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น นางจะรู้ได้อย่างไรว่าปีนี้ฝนจะตกหนักต่อเนื่อง จะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำจะท่วมจริงหรือไม่ ยิ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีคนของเขารายงานเรื่องเขื่อนที่อาจรับน้ำไม่ไหว...“เอาล
Baca selengkapnya

บทที่ 4.7

“เจ้ากักตุนเสบียงเอาไว้ทั้งหมดเพียงคนเดียว ปล่อยให้คนจากแดนใต้ต้องอดๆ อยากๆ ตอนนี้ยังพยายามหลอกล่อผู้คนให้ยายไปแดนตะวันออก เจ้ามีจุดประสงค์ใดกันแน่! อุทกภัยครั้งนี้เจ้าเป็นต้นเหตุใช่หรือไม่ เจ้าทำอะไรกับเขื่อนกั้นน้ำ!”เสิ่นจิ่วก้าวออกมาด้วยความโกรธ “เจ้าพูดเหลวไหลอะไร! หรือเจ้าคิดว่าน้องสี่ของข้าจะล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า!? ฝนตกต่อเนื่องเขื่อนเกิดรอยร้าว น้องสี่บอกข้าให้ส่งจดหมายไปเตือนคุณชายเฉินพี่ชายของเจ้า เขาไม่เพียงไม่ใส่ใจยังหัวเราะเยาะข้า ข้าเตือนเขาตอนเดินทางไปทางใต้ เขายังคงเย้ยหยันว่าเป็นข้าที่คิดมากตีตนไปก่อนไข้ กล่าวว่าเขื่อนยังแข็งแรงดีทั้งที่มีรอยร้าวให้เห็นชัดเจน เป็นผู้ใดกันแน่ที่ใจดำอำมหิตไม่สนใจชีวิตชาวบ้าน!! อีกอย่างเสบียงพวกนั้นน้องสี่ของข้าใช้เงินซื้อหามาจากตระกูลเฉินของเจ้า ราคาเองก็ไม่ได้แตกต่างจากที่ตระกูลเฉินขายให้ผู้อื่นด้วยซ้ำ ที่กล่าวว่านางทำอะไรกับเขื่อนกั้นน้ำ เจ้ามีหลักฐาน?! เขื่อนเกิดรอยร้าวมากี่ปีแล้วพวกเจ้าเคยใส่ใจหรือไม่ เคยส่งคนเข้าไปซ่อมแซมตรวจดูสภาพหรือไม่ ใส่ร้ายกันเช่นนี้ยังคิดจะขอความช่วยเหลือจากป้อมตระกูลเสิ่น? น้องสี่พวกเรากลับ!!!”“ชะ...ช้า
Baca selengkapnya

บทที่ 4.8

เสิ่นจิ่วไม่ยอมปล่อยไปสักคน เขาหันไปมองสวีฮูหยิน “ส่วนพวกท่านไม่เพียงไม่ปรามเขาที่เสียมารยาท กลับยุ่งง่วนอยู่กับการปล่อยข่าวลือ ถือว่าตัวเองเป็นฝ่ายชนะที่สามารถประกาศถอนหมั้นก่อน ตอนนี้ยังกล้าตำหนิน้องสาวของข้า ทั้งที่มาเพื่อขอความช่วยเหลือแท้ ทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ” กล่าวจบเขาก็ยิ้มกว้าง“เจ้า!!” เสิ่นฮูหยินถลึงตามองเสิ่นจิ่ว “เป็นเพียงเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง กล้าดีอย่างไรมาหยาบคายในการประชุมสี่ตระกูลใหญ่ เจ้าก็แค่เด็กกำพร้า...”อยู่ๆ เสิ่นหมิงเล่อก็ถอนหายใจออกมาเสียงดัง “พวกท่านตอนนี้...จะนั่งลงสนทนากันดีๆ หรือว่าจะหาเรื่องต่อว่ากันเพื่อให้ตัวเองไม่เสียหน้า? หากรักหน้าตาตัวเองนัก มิสู้แยกย้ายกันไปแก้ปัญหาของตัวเอง ข้าเองก็มีเรื่องที่ต้องทำ น้ำจะท่วมนานแค่ไหนไม่มีใครบอกได้ ฝนจะตกหนักไปอีกกี่วัน กี่เดือนก็ยังไม่รู้แน่ชัด ประชาชนของแต่ละแดนก็คือคนของเทียนซาน ข้าตั้งค่ายผู้อพยพ ต้มโจ๊กแจกจ่ายอาหาร ก็เพราะเห็นแล้วว่าผู้คนอดอยาก จะโกรธแค้นข้าก็ดี จะด้วยรู้สึกขายหน้าก็ช่าง ความจริงก็คือแต่ละตระกูลล้วนขาดแคลนเสบียงกรัง เพียงเอ่ยปากขอความช่วยเหลือผู้อื่นดีๆ เอ่ยขอจากใจจริง เท่านี้ยากนั
Baca selengkapnya

บทที่ 4.9

“อะไรหรือ” นางหันมาถามเขา“หมิงเล่อ”นางเลิกคิ้วมองเขา “ท่านสามารถเรียกข้า...เสี่ยวหวงหรง ท่านพ่อเรียกข้าเช่นนั้น”เขายิ้ม “เช่นนั้นเรียกข้า...เหอคุน”นางอมยิ้ม “ล้วนเป็นดอกบัวทั้งสิ้น หนึ่งเฟิงเหลียน[1] อีกหนึ่งเหอคุน[2] ข้า...ชอบดอกบัว” นางยิ้มจากนั้นจึงหมุนตัวขึ้นรถม้า อวี้เฟิงเหลียนคว้าแขนเสื้อของนางเอาไว้“เจ้า...ชอบจริงหรือ” เขายืนอยู่เบื้องล่างนางยืนอยู่บนรถม้ากำลังก้มลงมองเขาด้วยรอยยิ้ม“ชอบสิ” นางสบตากับเขาจากนั้นก็ตอบออกมาด้วยรอยยิ้มอวี้เฟิงเหลียนมองรอยยิ้มนั้นด้วยท่าทีเหม่อลอย “ข้าเองก็...ชอบแสงแห่งความเบิกบาน[3]”ชั่วขณะที่แสงของเมฆทะมึนบดบังเงาของคนทั้งสองจนดูมืดมน แสงในใจกลับส่องสว่างเจิดจ้าและงดงาม เขากับนางยิ้มให้กันด้วยดวงตาที่บอกถึงความนัยอันชัดเจนยามที่แยกจาก... หัวใจที่เต็มไปด้วยความห่วงหา ทว่าบนบ่าก็มีภาระหนักอึ้งให้ต้องแบกรับ เขาต้องดูแลความสงบแดนตะวันตก เสิ่นหมิงเล่อเองก็มีหน้าที่ดูแลแจกจ่าย รับผิดชอบปากท้องของผู้คนจำนวนไม่น้อยทั้งสอง...ตกลงกันว่าจะติดต่อถามไถ่ทุกข์สุขผ่านจดหมายที่มากับขบวนขนส่งจดหมายฉบับแรกของหญิงสาวมาถึงมือเขาตนที่เขาเพิ่งกลับมาถึงจวนตระกู
Baca selengkapnya

บทที่ 5.1

เทียนซานสี่ทิศล้วนได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ ข้าวปลาอาหารขาดแคลนอย่างหนัก ค่ายผู้อพยพเริ่มเกิดความวุ่นวาย ข่าวเรื่องตระกูลใหญ่ทั้งสี่ถูกโจมตี คัมภีร์แห่งปรมาจารย์หายไปในช่วงที่คนสี่ตระกูลต่างเดินทางมายังเมืองซื่อเปียน ยิ่งทำให้เกิดคำถามและข้อสงสัยมากมายเริ่มต้นจากตระกูลเสิ่นที่ถูกบุกรุก กระทั่งมีข่าวลือว่าคัมภีร์แห่งปรมาจารย์ถูกขโมย แต่จนแล้วจนรอดเสิ่นชิวก็ไม่เคยออกมายอมรับ กระทั่งครานี้เขาไม่มาประชุมร่วมกับสามตระกูล แต่ส่งบุตรสาวกับบุตรชายบุญธรรมมาแทน ยังความสงสัยมาให้คนทั่วเทียนซานอุทกภัย เขื่อนกั้นน้ำแตก เสบียงที่กักตุนก่อนผู้ใด ค่ายผู้อพยพที่คล้ายเป็นการทำความดีบังหน้า การประชุมที่หลอกล่อคนอีกสามตระกูลให้ออกมาจากจวน เปิดทางให้การบุกเข้าไปช่วงชิงคัมภีร์แห่งปรมาจารย์ง่ายดายขึ้น...ข้อสงสัยไม่ได้รับการคลี่คลาย อวี้เฟิงเหลียนจำต้องนำคนเดินทางไปยังป้อมตระกูลเสิ่น ขณะเดียวกันคนที่สองตระกูลที่กังขาและโกรธแค้นเป็นทุนเดิมก็มารวมตัวกัน ดังนั้นครั้งนี้ก็เท่ากับว่าสามตระกูลกำลังมุ่งหน้าไปยังป้อมตระกูลเสิ่น ทว่า...ทั้งหมดพบว่าป้อมตระกูลเสิ่นปิดเงียบไม่ยอมเปิดประตูรับแขกเขา...ร้องขอเข้
Baca selengkapnya

บทที่ 5.2

“เสิ่นหมิงเล่อเล่า” เฉินซีหลันเอ่ยถามทันทีหลังดื่มน้ำแกง“ข้าจะไปดูว่าคุณหนูตื่นแล้วหรือยัง รอสักครู่นะเจ้าคะ”“ข้าจะไปกับท่านด้วย” อวี้เฟิงเหลียนส่งเสียงรั้งแม่นมชุย“ดะ...ได้เจ้าค่ะ”ฉางสือ...แปลกใจกับท่าทีของแม่นมชุย เขาลุกขึ้นจากนั้นเดินตามผู้เป็นนายไป ในใจรู้สึกว่าที่นี่มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ทั้งสองขมวดคิ้วสบตากันไปมา กระทั่งพบว่าสถานีที่แม่นมชุยพาเดินเข้าไปนั้น ลึกเข้าไปในโถงถ้ำ อีกทั้งยังดูแคบลงเรื่อยๆด้านหลังมีเสียงทึบๆ ดังขึ้น พอหันไปมองก็พบว่าเป็นฉางสือที่อยู่ๆ ก็ล้มลงหมดสติ เขาเพิ่งปราดเข้าไปหลังศีรษะก็ถูกฟาด หันกลับไปก็พบว่าแม่นมชุยสองมือถือหินก้อนใหญ่ นางใช้หินนั่นฟาดเขาให้สลบอา...ดูเหมือนฉางสือจะโดนวางยา ของกินเหล่านั้นที่ถูกนำมารับรองล้วนมียาสลบ เขาไม่เป็นอะไรจึงต้องใช้หินฟาดให้สลบ ดังนั้น...นี่เป็นกับดัก!!!เสิ่นหมิงเล่อไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ตนเคยทำลงไปเท่าครั้งนี้มาก่อน... เดิมทีนางไม่เคยหวาดระแวง ไม่เคยรู้เลยว่านี่เป็นการกระทำของคนใกล้ตัวแท้ที่จริงแล้ว...คนที่กำลังเกิดความละโมบ หมายช่วงชิงคัมภีร์แห่งปรมาจารย์ กลับเป็น...บิดาของนางเอง!!!มองบิดาที่มีท่าทีราวกับคนเ
Baca selengkapnya

บทที่ 5.3

นางลืมตาพรวดจ้องมองตรงไปยังเฮยมั่ว เขาเองก็หันมามองนาง ในดวงตามีประกายของความรู้สึกผิด ...ตลอดมานางสนิทกับเฮยมั่วเพราะเขามักตามใจนางเสมอ ทว่าบัดนี้เล่า...“ข้าอยากพบเขา พี่รอง ได้โปรด” นางอยากพบอวี้เฟิงเหลียน อยากขอโทษเขา ...แม้เขาไม่ยกโทษให้นางนางก็ยังอยากขอโทษเขา“ข้าจะลองคิดดู ต้องดูว่าเขาจะเชื่อฟังอย่างว่าง่ายหรือไม่”ไม่มีทาง... อวี้เฟิงเหลียนไม่มีทางเชื่อฟัง ไม่มีทางว่าง่าย... พี่ชายคนรองของนางกับคนรักเดินหายออกไปแล้ว ความเงียบทำให้นางหวนคิดถึงฝันบอกเหตุ...ขณะที่นางนอนหายใจรวยรินในห้องใต้ ตอนนั้นนางคับแค้นตระกูลสวี เกลียดชังสวีเหยียนถิง เสียใจกับการสิ้นใจของบิดา กระทั่งตอนนี้มั่นใจว่าเป็นแผนการของบิดากับพี่รองของนางเอง!!!‘หากคิดว่าเรื่องที่เกิดไม่ยุติธรรม มิสู้ให้โอกาสเจ้าได้เลือก’‘...ผ่านเรื่องราวมามากมายเจ้าก็ยังไร้เดียงสาเช่นเดิม เจ้าคิดหรือว่ารู้ทุกเรื่อง เห็นทุกอย่าง สิ่งที่เจ้าคิดทั้งหมดถูกต้องจริงๆ หรือ ไม่เคยคิดเลยหรือว่าสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด’ปรมาจารย์ผู้ก่อเกิดสรรพสิ่งบอกนางเช่นนั้น‘ในเมื่อเจ้าบอกว่าไม่ยุติธรรม เช่นนั้นก็ให้เจ้าได้เผชิญกับความจริง ดูว
Baca selengkapnya

บทที่ 5.4

บิดาของนางกินข้าวได้มากขึ้นถ้วยหนึ่ง เฮยมั่วชอบหมูน้ำแดงที่นางทำมาก พี่ชายคนรองชอบเต้าหู้เผ็ดของนางจนขอเติมข้าวอีกชาม นาง...มองทุกคนกินข้าวล้อมวงแล้วหัวใจจมดิ่ง เมื่อก่อนตระกูลเสิ่นก็เคยนั่งกินข้าวเช่นนี้ ไม่รู้เมื่อไหร่ที่โต๊ะกินข้าวค่อยๆ ว่างเปล่า จำนวนคนลดลงเรื่อยๆอยู่ๆ เฮยมั่วก็ทิ้งตะเกียบ เขามองนางด้วยสายตาไม่เข้าใจ เสิ่นหมิงเล่อยังคงคีบไก่ฝอยเข้าปาก ทว่าข้างริมฝีปากกลับมีเลือดหยดลงเป็นทาง นางยิ้มเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นอวี๋ เขาเองก็ล้มหงายหลังกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งทว่า...บิดาของนางกินลูกกลอนวารีเข้าไป แน่นอนพิษใดๆ ก็ทำอันตรายเขาไม่ได้พิษนี้นางได้มาจากท่านน้าจี้ชิงมู่ นางซุกซ่อนปิ่นที่มีผงพิษเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน รอเวลาเพียงให้มีโอกาส และเสิ่นหมิงเล่อก็คือโอกาสที่ว่านางไม่มีทางเลือก ชีวิตคนมากมาย เทียนซานที่วุ่นวายเกินกว่าจะควบคุม อุทกภัยที่ยังคงรอคอยความช่วยเหลือ ชาวบ้านที่ยังคงไม่รอดพ้นจากความอดอยาก ทว่าบิดากับพี่ชายกลับฉวยโอกาสนี้ก่อความวุ่นวายเพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตน เพียงเพื่ออยากครอบครองความเป็นหนึ่ง แต่ต้องแลกมากับชาวบ้านที่กำลังจะอดตายทั้งเทียนซาน นาง...ไม่อาจปล่อยให้เรื
Baca selengkapnya

บทที่ 5.5

อวี้เฟิงเหลียนจ้องรายงานฉบับนั้นเขม็ง “คุณหนูสี่ตระกูลเสิ่นยังไม่ได้หมั้นหมายกับสวีเหยียนถิงหรอกหรือ มิใช่ว่าหมั้นแล้วและถอนหมั้นแล้วหรอกหรือ??”“คุณชาย? ข้าเพิ่งเคยได้ยินนะขอรับ หรือมีคนส่งข่าวมาก่อนหน้านั้น แต่ไม่มีในบันทึกนะขอรับ ข้าได้ยินมาว่านางเพิ่งอายุสิบหกปีทั้งยังไม่เคยออกจากป้อมตระกูลเสิ่น”“สิบหก...แต่ว่านาง...” เขายกมือขึ้นนวดขมับแรงๆ ความฝันกับความจริงเขาเองก็แยกแยะไม่ออก “ช่างเถิด” เงียบไปนานมากเขากลับหันไปมองฉางสือ “เจ้าให้คนจับตาดูหลิวหั่วกับหลิวพั่ง” เขามองปอยผมตัวเองอีกครั้ง สิ่งแรกที่เขาสงสัยก็คือหกอสรพิษ ดังนั้น...หากป้องกันได้ก็ควรป้องกัน“ยังมี...เจ้าช่วยอะไรข้าหน่อย ไปทางใต้ด้วยตัวเอง สืบหาตัวคุณหนูหลี่ หลี่เซวียนเอ๋อร์ ดูว่านางมีความสัมพันธ์กับสวีเหยียนถิงหรือไม่”“ขอรับ” ฉางสือเพิ่งรับคำก็เห็นผู้เป็นนายลุกขึ้น “แล้วคุณชาย...”“ข้าจะไปพบท่านพ่อ”ในเมื่อมันเริ่มต้นจากคัมภีร์ เช่นนั้นเขาควรจัดการกับคัมภีร์แห่งปรมาจารย์ตระกูลอวี้ก่อน เดิมทีบิดาไม่ได้มีความคิดเรื่องทายาท พี่ชายของเขาอ่อนด้อยเรื่องวรยุทธ์ เขาต่างหากที่ฝึกวิชาในคัมภีร์สำเร็จ เขาเข้าๆ ออกๆ หอคัมภีร์โด
Baca selengkapnya
Sebelumnya
12345
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status