Todos os capítulos de เสวี่ยอิ๋ง แมวร่านราคะ NC20+: Capítulo 21 - Capítulo 30

48 Capítulos

บทที่ X ลึงค์หยกเนื้อดีนี่ก็มิเลวเลย 1/2

แมวขาวสวมบทเป็นสตรีอ่อนแอผู้กำลังถูกเหล่าสตรีด้วยกันรังแกได้อย่างแยบยล เรือนร่างอวบอิ่มเปล่าเปลือยดิ้นรนขัดขืนเล็กน้อย ขาเรียวขาวเสียดสีกับผ้าปูเตียงสีดำไปมา กลายเป็นภาพงดงามประการหนึ่ง กระทั่งสตรีด้วยกันยังต้องลอบริษยาในใจ "ลู่เจียวไปจับขานางไว้" พระสนมหันไปออกคำสั่งกับนางกำนัลคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างกาย หยิบลำลึงค์หยกในกล่องไม้มาถือไว้ในมือเสียเอง "เพคะ" ลู่เจียวรับคำก่อนนำกล่องไม้วางไว้ปลายแท่นบรรทม ก้าวเข้าประชิดร่างอวบอัด จับขาเรียวไว้โดยไม่คิดยั้งแรง ดวงตาหงส์กวาดมองโดยรอบก่อนจะสะดุดเข้ากับผ้าสีขาวผืนยาวที่ใช้สำหรับผูกผมวางไว้บนโต๊ะไม้มุมห้อง นางเดินไปหยิบผ้าผืนนั้นมาก่อนจะนำมันมัดข้อมือที่ถูกจับไพล่หลังของเสวี่ยอิ๋ง "คิดจะทำอันใด ปล่อยข้านะ" แมวขาวทำท่าทางตื่นตระหนก พยายามใช้แรงน้อยนิดเพื่อดึงแขนตนเองให้หลุดพ้นจากพันธนาการ หากแต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อลี่จูจับแขนนางแรงขึ้น ซ้ำยังใช้เล็บจิกจนเลือดซิบ เสวี่ยอิ๋งเบ้หน้าเจ็บแสบ ชั่วขณะหนึ่งดวงตาสีรัตติกาลแปรเปลี่ยนเป็นสีอำพัน ประกายวาววับวาบผ่านรูม่านตาที่หดแคบ แอบทด
Ler mais

บทที่ X ลึงค์หยกเนื้อดีนี่ก็มิเลวเลย 2/2

"ชอบนักมิใช่หรือ หากเจ้าอยากนักก็ควรไปเสพสมกับบุรุษที่ยังไม่มีเจ้าของ หากไม่มีปัญญาหาเองก็จงใช้ของปลอมเสีย" มือเรียวขยับลำลึงค์เข้าออกทันทีที่สอดใส่ เห็นท่าทางทุกข์ทรมานบิดเร่ากายไปมาของผู้ถูกกระทำยิ่งรู้สึกสาแก่ใจ กระแทกกระทั้นเข้าออกไม่ยั้งแรง มองน้ำสีแดงจางๆที่ผสมออกมากับเมือกสีใสด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว ช่องทางบอบบางฉีกขาดมีเลือดไหลซึมเมื่อถูกทะลวงด้วยของใหญ่กว่าข้อแขน "ฮึก...อ๊ะ...ได้โปรดหยุดเถิด" เสวี่ยอิ๋งครางเสียงสั่น ใบหน้างดงามส่ายไปมา ดวงตาคลอหยาดน้ำมองพระสนมอย่างเว้าวอน ความรู้สึกถูกทะลวงด้วยของแข็งเย็นเฉียบเป็นเช่นนี้นี่เอง "อย่าทำเป็นสำออยหน่อยเลย คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้าผ่านบุรุษมามากเพียงใด" นอกจากจะไม่ทำตามคำขอแล้ว มือเรียวยังออกแรงเน้นหนัก กดกระแทกแทงเข้าไปลึกสุดโคนอย่างไร้ปรานี "เจ้าพูดอันใด ข้ามีเพียงองค์ชายหยางหย่งอวี้เพียงเท่านั้น" เสวี่ยอิ๋งส่ายหน้าไปมา ดวงตาคลอด้วยหยาดน้ำช่างน่ารังแกยิ่งนัก หากบุรุษใดพบเห็นคงใจอ่อนยวบ แต่มิใช่กับพระสนมที่โทสะพวยพุ่งเสียยิ่งกว่าเดิม สิ่งที่เสวี่ยอิ๋งพูดไม่ต่างกับ
Ler mais

บทที่ XI แมวพเนจรกลับไปเยี่ยมบ้านพร้อมสมบัติ 1/2

เสวี่ยอิ๋งอยู่กับองค์ชายหยางหย่งอวี้มาสามวันจึงเริ่มเบื่อหน่าย นางคิดจะพเนจรอีกครั้งเพื่อร่อนเร่หาราคะรสร้อนแรง เจ้าของตำหนักออกไปโรงเตี๊ยมในยามวิกาล เนื่องด้วยมีแมวฝูงใหญ่เข้ามาก่อกวนแขกเหรื่อจนปั่นป่วน ส่วนผู้อยู่เบื้องหลังทำเป็นหลับใหลด้วยความอ่อนเพลีย จากบทรักรุนแรงที่เพิ่งจบลงได้เพียงไม่นาน ร่างเย้ายวนในชุดสีแดงสดลุกขึ้นนั่งแกว่งเท้าไปมาในห้องบรรทมขององค์ชายหยางหย่งอวี้ หลังจากเสียงฝีเท้าห่างออกไปไกลพอสมควร ปากอ้าหาวเห็นเขี้ยวเล็กๆโผล่ออกมา ดวงตาปรือปรอยท่าทางเกียจคร้านอย่างยิ่ง นิ้วเรียวเคาะลงบนที่นอนนุ่มนานหลายนาที ก่อนที่ร่างเย้ายวนจะลุกขึ้นบิดขี้เกียจ เร้นกายหายไปในความมืดอย่างไร้ร่องรอยเฉกเช่นที่ชอบทำ เงาสายหนึ่งมุ่งหน้าไปยังตำหนักซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เป้าหมายคือกล่องไม้ที่บรรจุบางอย่างเอาไว้ ดวงตาเรียวรีจ้องลึกเข้าไปภายในห้อง คบเพลิงถูกดับจนรอบด้านตกอยู่ในความมืด มีเพียงแสงจากดวงจันทร์ลอดผ่านผ้าม่านที่ถูกเปิดทิ้งไว้ หูเรียวเล็กกระดิกยามได้ยินเสียงฝีเท้าสองคู่ใกล้เข้ามา เป็นทหารรักษาเวรยามสองคนเดินตรวจตราอยู่รอบนอก
Ler mais

บทที่ XI แมวพเนจรกลับไปเยี่ยมบ้านพร้อมสมบัติ 2/2

สตรีงดงามในอาภรณ์สีเขียวอ่อนสบายตาเดินทอดน่องไปตามตลาด มือหนึ่งถือหมั่นโถวลูกอวบ อีกข้างถือถังหูลู่หวานฉ่ำ เห็นคนกำลังมุงดูบางอย่างจึงเดินแหวกฝูงชนเข้าไปดูด้วย ตอนแรกคนที่ถูกเบียดอ้าปากเพื่อด่าทอ ประโยคต่อมากลายเป็นคำชื่นชมเสียได้ "นี่เจ้าไม่มีตา…งะ...งดงามยิ่งนัก" "นางใช่มนุษย์แน่หรือ มิใช่ว่าเทพบุปผาแปลงกายลงมาหรอกนะ" ถ้อยคำเหล่านี้ล้วนเข้าหูขาวผ่องที่กระดิกระริก ขณะดวงตาเรียวรีกวาดมองตัวอักษรซึ่งถูกเขียนลงบนกระดาษด้วยตัวประณีตบรรจง ที่แท้คือประกาศรับศิษย์ใหม่ของหุบเขาหลิ่งซาน ซึ่งจะจัดขึ้นปีละครั้งที่ตีนเขา โดยการจัดประลองความสามารถทั้งหมดสามรอบ รอบที่หนึ่ง สมาธิขั้นสูง รอบที่สอง ประชันเขียนยันต์ และรอบที่สาม ประลองกระบี่ หุบเขาหลิ่งซาน (ภูเขาแห่งสายลม) มิมีผู้ใดไม่รู้จัก เลื่องชื่อด้านเพลงกระบี่อันแข็งแกร่ง ท่วงท่าสง่างามดุจสายลม ค่ายกลที่ล้อมรอบหุบเขาไม่มีผู้ใดทำลายลงได้ มิใช่หนึ่งปีรับศิษย์เพียงหนึ่งครั้ง แต่ทุกครั้งยังรับแค่ 10 คนเท่านั้น เช่นนี้แล้วบุรุษแลสตรีมากฝีมือรอคอยมานานนับปี
Ler mais

บทที่ XII การทดสอบของหุบเขาหลิ่งซาน 1/2

บริเวณตีนเขาของหุบเขาหลิ่งซานเนืองแน่นไปด้วยผู้คน เนื่องด้วยวันนี้มีการทดสอบเพื่อรับศิษย์ มีเพียงคนของหุบเขาเท่านั้นที่สามารถล่วงล้ำเข้าไปในอาณาบริเวณซึ่งมีเขตอาคมแกร่งกล้าได้ เช่นนั้นมีผู้ใดบ้างที่มิอยากฝากตัวเป็นศิษย์ มีรอยเท้าย่ำไว้บนหุบเขาเลื่องชื่อเพียงรอยเดียวก็นับว่าเหยียบย่ำไปบนปุยเมฆสูงแล้ว ทว่านั่นไม่ใช่เป้าหมายของแมวขาวตัวหนึ่ง เสวี่ยอิ๋งต่อแถวเพื่อลงชื่อเข้าร่วมการทดสอบ แถวยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา ด้านหน้าของนางมีบ่าวรับใช้ยืนพัดให้เจ้านายอย่างขยันขันแข็ง ถัดไปมีบุรุษแต่งตัวคล้ายจอมยุทธพเนจร คาดกระบี่ไว้ด้านหลังท่าทางมุ่งมั่น ยืนจนปวดเมื่อยในที่สุดก็ถึงคิว เสวี่ยอิ๋งจรดปลายพู่กันลงบนกระดาษในลำดับที่ 132 เสร็จสิ้นถึงถูกเรียกตัวไปนั่งประจำที่ ลานโล่งกลางแจ้งถูกใช้เป็นสถานที่ในด่านทดสอบแรก ลูกศิษย์ของหุบเขาหลิ่งซานสวมชุดสีฟ้าปักลายเมฆา เป็นผู้จัดแจงให้คนที่ลงชื่อก่อนหน้านั่งเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ จากยามเฉิน [1] ถึงยามซื่อ [2] ดวงตะวันฉายแสงอ่อนเริ่มร้อนระอุ เหงื่อเม็ดเล็กไหลลงข้างขมับพานให้รู้สึกเหนียวเหนอะอยู่บ้าง
Ler mais

บทที่ XII การทดสอบของหุบเขาหลิ่งซาน 2/2

หลังจากรับประทานอาหารที่พ่อครัวจากหุบเขาหลิ่งซานเตรียมไว้ให้ผู้ผ่านเข้ารอบ นั่งพักอีกครึ่งชั่วยามก็ได้เวลาเข้าสู่สนามทดสอบในรอบที่สอง แผ่นยันต์เปล่าถูกแจกจ่ายให้คนละสามแผ่น โต๊ะทรงเตี้ยจัดเรียงเป็นแถวยาว คุณชายหน้าหยกที่ยืนอยู่ก่อนหน้าตอนต่อแถวลงชื่อก็ผ่านเข้ารอบมาได้ รวมถึงจอมยุทธพเนจรผู้นั้นก็ด้วย เสวี่ยอิ๋งละสายตาจากคนทั้งคู่มามองแผ่นยันต์สีเหลือง ขนาดของมันเทียบเท่าฝ่ามือพอดี พู่กันถูกจัดเตรียมไว้ด้านข้างพร้อมใช้งาน "การทดสอบรอบที่สองคือการเขียนยันต์ มีทั้งหมด 3 หัวข้อด้วยกัน ผู้ที่จะผ่านเข้ารอบได้ต้องผ่านทั้งหมด หากผิดพลาดเพียงนิดเดียวจะถือว่าไม่ผ่าน" ศิษย์ของหุบเขาหลิ่งซานประกาศก้อง นางจำได้ว่าเขาคือศิษย์เอกของประมุขหุบเขาในปีก่อนตอนกล่าวแนะนำตัว "แผ่นที่หนึ่ง ยันต์คุ้มภัย" ได้ยินเช่นนั้นผู้เข้าร่วมการทดสอบมิรอช้า วาดยันต์ลงไปอย่างขะมักเขม้น ต่างจากแมวขาวที่นั่งเอามือเท้าคาง อีกข้างจับพู่กันจุ่มหมึกขีดเขียนคล้ายกำลังวาดรูปทิวทัศน์ก็มิปาน รายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบถูกเรียกเข้ารับการทดสอบทีละคน ศิษย์เอกปีที่แล้วของหุบเขาหลิ่งซานเป
Ler mais

บทที่ XIII แมวขาวกราบไหว้อาจารย์ 1/2

เสวี่ยอิ๋งเดินถือถาดไม้เข้ามาเพียงลำพัง ด้านในบรรจุของทำพิธีฝากตัวเป็นศิษย์หกอย่างด้วยกัน ของทั้งหมดถูกจัดเตรียมไว้พร้อมเมื่อพรุ่งนี้เช้าคนของหุบเขาหลิ่งซานจะเดินทางกลับขึ้นเขา จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการรับศิษย์ใหม่เพื่อมอบตราประทับประจำตัว จึงจะผ่านม่านอาคมของประมุขชิงเยว่ฉินไปได้ ถือเป็นคนของหุบเขาโดยสมบูรณ์ คบเพลิงถูกจุดตามมุมเสาทั้งสี่ด้าน ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงเตียงนอน โต๊ะน้ำชา โต๊ะทำงาน และฉากกั้นห้องอาบน้ำ แมวขาวกวาดตามองโดยรอบพลางเก็บรายละเอียด หูเรียวรีกระดิกน้อยๆยามได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมดังออกมาจากหลังฉากกั้น เงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหวเชื่องช้าในถังไม้ใบใหญ่ ไอสีขาวลอยกรุ่นจากผิวน้ำพานให้เลือดในกายสูบฉีด ไม่รู้เมื่อใดที่ขาทั้งสองหยุดยืนนิ่ง ดวงตาจ้องมองภาพงดงามนั้นมิไหวติง ลิ้นเล็กสีชมพูแลบเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหาย ว่าที่อาจารย์ของศิษย์ช่างเร่าร้อนนัก “นั่งรอก่อน” เสียงทุ้มต่ำดังออกมาจากหลังฉากกั้น แมวขาวพลันได้สติยอมเดินไปนั่งรอที่โต๊ะน้ำชาอย่างรู้ความ ดวงตาเรียวรีหรี่ลงเมื่อเห็นมือข้างหนึ่งลูบไล้เรือนกาย ศีรษะเอนไป
Ler mais

บทที่ XIII แมวขาวกราบไหว้อาจารย์ 2/2

“หึ! เช่นนั้นก็แสดงให้ข้าดูเสียสิ ว่าเจ้าทำอันใดได้มากกว่าดูอย่างที่พูดหรือไม่” ชิงเยว่ฉินรับถาดไม้ไว้ก่อนจะนำมาวางข้างตัว เป็นการยอมรับกลายๆว่ารับแมวขาวเป็นศิษย์ ทั้งยังเป็นการอนุญาตอย่างเปิดเผย เสวี่ยอิ๋งคุกเข่าลงตรงหน้า เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายในการกราบไหว้อาจารย์ แทนที่นางจะคารวะเขาด้วยการแนบหน้าผากจรดพื้น กลับก้มลงหยุดอยู่หน้าตักเสียนี่ มือเรียวแหวกผ้าที่คลุมเรือนร่างสูงใหญ่ออก สิ่งที่นางจินตนาการพลันปรากฏสู่สายตา กลางกายบุรุษเพศแม้กำลังหลับใหลทว่ามองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ธรรมดา “อ่า!...นี่คือวิธีที่เจ้าใช้คำนับข้าเป็นอาจารย์งั้นหรือ” ใบหน้าคมคร้ามเชิดขึ้นเมื่อลิ้นเรียวแหลมตวัดส่วนปลายเข้ากับรูเล็กตรงจุดกึ่งกลาง มือนุ่มจับอาวุธกลางกายของบุรุษเพศตั้งขึ้นเพื่อปรนเปรอ “แล้วท่านว่าอย่างไร ชอบหรือไม่เล่า” แก้วตาใสเงยขึ้นมองใบหน้าคม ชิงเยว่ฉินก้มหน้าลงมามอง ดวงตาสองคู่ประสานกันคล้ายถูกกระแสไฟวิ่งผ่านเส้นเลือดใหญ่ ก่อนที่มือหนาจะกดศีรษะลูกศิษย์คนใหม่ให้แนบชิดกลางกาย ท่อนลึงค์มีปฏิกิริยารวดเร็วนัก เพียงปลุกเร้าไม่นานตั้งตระหง่านชี้หน้าแม
Ler mais

บทที่ XIV ฝากตัวเป็นศิษย์คนโปรด 1/2

ร่างเปลือยเปล่าอวบอัดไปทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นเนินเนื้ออวบอิ่มที่มีจุกสีชมพูประดับอยู่ตรงกลาง บั้นท้ายแน่นตึงเด้งสู้มือ และเนื้อนวลขาวผ่องซึ่งไม่ว่าจะจับตรงใดล้วนนุ่มนิ่มไปเสียหมด กลีบอวบอูมกลางกายไร้ขนราวทารกแรกเกิดรอให้อาจารย์ป้ายแดงแย้มออกมาดูชม สัมผัสอย่างร้อนเร่าจวบจนรุ่งสาง ซึ่งชิงเยว่ฉินก็มิขัดลูกศิษย์คนใหม่ ร่างสูงดึงแมวขาวลงไปนอนบนเตียงก่อนที่จะตามขึ้นไปคร่อม ริมฝีปากได้รูปฉกลงประกบริมฝีปากอวบอิ่ม ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดพัวพันเกิดเป็นเสียงหยาบโลน ดวงตาหงส์ฉ่ำเยิ้มมองตามน้ำสีใสยืดออกตามติดเรียวปากที่ถอยห่างอย่างแสนเสียดาย ทว่าก็ยอมรับได้เมื่อเขาใช้มันเพื่อปรนเปรอซาลาเปาขาวอวบสองลูกของนาง มือสากกร้านเคล้นคลึงจนขึ้นรอยแดงขณะที่ลิ้นสากตวัดเลียยอดถันชูชัน เสียงดูดดึงผสานไปกับเสียงเฉอะแฉะของน้ำลาย ร่างอวบอัดบิดเร่าไปมา ขาเรียวขาวเสียดสีกับผ้าปูเตียงจนยับยู่ ร่องรักกลางกลีบกุหลาบงามตอดกระตุกปวดไปทั้งรู “อ๊ะ…ท่านอาจารย์” ยามเผยอปากเรียกอาจารย์กลับทำให้กลางกายบุรุษเพศร้อนผ่าว มันขยายใหญ่ส่วนปลายหัวมีน้ำซึมออกมา เส้นเอ็นพันโดยรอบเต้นตุ๊บจวนจะป
Ler mais

บทที่ XIV ฝากตัวเป็นศิษย์คนโปรด 2/2

นางถูกอาจารย์สอนบทเรียนใหม่ในทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่าสองชั่วยาม แต่ละบทเรียนไม่ซ้ำท่าและสถานที่ เฉกเช่นในตอนนี้ที่เขาพานางมาฝึกในถ้ำ “อ๊ะ…อื้อ…ศิษย์จุกเจ้าค่ะ” “เป็นเจ้าที่นั่งทับลงมาเอง” เสวี่ยอิ๋งน้ำตาคลอ ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวยามที่นางกดสะโพกลงบนหน้าขาแกร่ง ของแข็งร้อนผ่าวที่ตั้งผงาดสอดเข้ามาลึกสุดโคน ถึงกระนั้นแมวขาวยังไม่ยอมแพ้ กระดกสะโพกขึ้นและกดเข้าไปใหม่ มือจับบ่าแกร่งของคนที่นั่งเป็นรูปปั้นพิงผนังถ้ำเพื่อทรงตัว เมื่อชินกับระดับความลึกจึงร่อนสะโพกพลิ้วไหว ท่าทางเป็นธรรมชาติราวกับกำลังร่ายรำ แสงจากคบเพลิงที่ถูกจุดทั้งสี่ทิศวูบไหว สะท้อนเงาสองร่างซึ่งนั่งทับขยับโยกกัน เปลวเพลิงที่ว่าร้อนยังไม่เทียบเท่าสองศิษย์อาจารย์ ชิงเยว่ฉินกัดกรามกรอดเมื่อทนไม่ไหวจึงเป็นฝ่ายช้อนข้อพับขาแมวขาวขึ้นจากพื้น จับนางขย่มใส่ท่อนลึงค์ในท่าลิงอุ้มแตงจนหัวสั่นคลอน “อ๊ะ…อ๊ะ…อาจารย์…ศิษย์เสียวเหลือเกิน” ถ้อยคำหยาบโลนกระตุ้นกำหนัดบุรุษเพศ ถูกยั่วยวนปานนี้แม้เป็นเทพเซียนยังไม่แน่ว่าจะทนไหว ชิงเยว่ฉินไม่เคยพบสตรีต้องตาจึงเอาแต่ฝึกฝน ยามได้ลิ้มรสราคะเร่าร้อ
Ler mais
ANTERIOR
12345
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status