Se connecter‘เป็นเทพเซียนแล้วอย่างไร อิ่มทิพย์งั้นหรือ ไร้รสชาติสิ้นดี รสราคะต่างหากที่ทำให้ถึงสรวงสวรรค์อย่างแท้จริง’
Voir plus‘เสวี่ยอิ๋ง’ ปีศาจแมวสีขาวราวหิมะ ร่างแปลงคือโฉมงามล่มเมือง นางมิต้องการบำเพ็ญตบะเพื่อเป็นเทพเซียน หากเพียงเพื่อคงความอ่อนเยาว์เท่านั้น
หนทางสู่การเป็นเซียนสำหรับปีศาจคือการบำเพ็ญตบะ ทว่าหนทางสู่การเป็นอมตะคือการเสพสังวาสกับสิ่งมีชีวิต 10,000 ชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือปีศาจ กระทั่งสัตว์ด้วยกันยังได้ กฎมีเพียงอย่างเดียวคือเมื่อเสพสมกับสิ่งมีชีวิตตัวเดิมจะไม่นับ
แต่นั่นไม่เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อย
เพราะถึงอย่างไรแมวพเนจรเช่นเสวี่ยอิ๋งก็ไม่นิยมชมชอบกินของเก่า
เรียกได้ว่าเลือกกินอย่างยิ่ง!!
〰〰〰🐈〰〰〰
อ๊ะ!! อ๊า!!
เสียงครางหวิวแว่วมาตามสายลม คละเคล้าไปกับเสียงจิ้งหรีดเรไรฟังดูคล้ายดนตรีประกอบบทเพลงบทหนึ่ง หากแต่เป็นบทเพลงที่ชวนให้ผู้ฟังหน้าแดง ขนในกายลุกชันอย่างซ่านสยิว
เป็นบทเพลงแห่งราคะกลางป่าลึกที่ไม่ร้างไร้ผู้คน
ท่ามกลางแสงจากคบเพลิงที่ถูกจุดรอบกระโจม เปลวสีส้มส่องกระทบลงบนร่างชายฉกรรจ์นับสิบ ซึ่งกำลังล้อมเป็นวงกลมคล้ายมุงดูอะไรบางอย่าง เสียงครางกระหึ่มในลำคอ และมือสากกร้านชักรูดบริเวณจุดกึ่งกลางลำตัวดังมาจากทั่วทุกทิศ สายตาหื่นกระหายหลายคู่จับจ้องไปยังจุดศูนย์กลางเป็นตาเดียว
“อ๊ะ!! ได้โปรดปล่อยข้าไปเถิด” เสียงครางผะแผ่วคล้ายคนโรยแรงเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกเม้มแน่นจนบวมแดง ดวงตาหงส์คลอหยาดน้ำดูน่าทะนุถนอมและน่ารังแกในเวลาเดียวกัน เรือนร่างอวบอัดเปล่าเปลือยเต็มไปด้วยรอยช้ำสีกุหลาบจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้ตีตรา ผมสีหมึกจรดเอวคอดกิ่วส่ายไปมาขณะที่มือทั้งสองตกลงข้างลำตัว หากไม่ถูกมือใหญ่โอบประคองแผ่นหลังไว้คงได้ตกลงมาหัวฟาดพื้นเป็นแน่
ยอดปทุมถันสีหวานชูชันล่อตา จนต้องดูดเม้มกลืนกินเข้าไปในโพรงปากอย่างตะกละตะกลาม สตรีผู้โชคร้ายมิอาจทานทนยามเมื่อไรหนวดครูดไปตามผิวสีน้ำนมจนขึ้นสีระเรื่อชวนมอง ดวงตาหวานหยาดเยิ้มอย่างมิอาจต้านทานเมื่อราคะเข้าครอบงำ
กลีบดอกไม้สีแดงสดโอบล้อมท่อนลำมหึมาที่ถูกเคลือบน้ำหวานจนมันวาว สะโพกอวบอิ่มกระทบหน้าขาแกร่งเป็นจังหวะหนักดังสะท้อนในความมืดของราตรีกาล ผสานกับเสียงหอบหายใจรอบตัวพานให้ร่างแน่งน้อยหวั่นผวา อกสั่นขวัญแขวนจนทั่วทั้งร่างสั่นสะท้าน
“หัวหน้า ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว” บุรุษวัยกลัดมันที่นั่งอยู่บนพื้นไม่ไกลนักกลั้นใจเอ่ยออกมาในที่สุด เมื่อหัวหน้าของมันขึ้นสวรรค์ไปสองรอบติดยังไม่ยอมปล่อยร่างงามออกจากอ้อมอก ไล้เลียริมฝีปากแห้งผากจนมันเลื่อมเป็นรอบที่ร้อยก็ยังคงไร้วี่แววว่าตนจะได้สานต่อ ดวงตามากราคะไม่ละไปจากกลีบบอบบางที่ถูกลำกายกระทุ้งจนเลือดติดออกมากับปลายหัวหยักยามถอดถอน ก่อนกดกระแทกเข้าไปใหม่สุดแรงจนคนถูกกระทำอ้าปากค้างด้วยความเจ็บจุกเกินจะบรรยาย
หน้าท้องแบนราบนูนขึ้นตามการขยับเคลื่อนของสิ่งที่มุดเข้าออก แม้จะเห็นเช่นนั้นก็ไม่มีความสงสารเจือปนเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความหื่นกระหายไม่ปิดบัง
“นั่นสิหัวหน้า ข้าก็อยากลิ้มลองนางแล้ว” เมื่อมีคนหนึ่งกล้าพูด คนที่เหลือย่อมเห็นดีเห็นงามด้วย เอ่ยออกมาเป็นเสียงเดียวกันราวกับกำลังประท้วงขอความเป็นธรรม ทั้งที่กำลังรุมย่ำยีสตรีเพียงนางเดียวอยู่แท้ๆ
เสียงครางต่ำในลำคอมาพร้อมอาการกระตุกเกร็ง ลำแขนใหญ่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อโอบเอวบางเข้าหาตัวแน่น ปลดปล่อยลาวาอุ่นร้อนเข้าไปในโพรงสวรรค์จนร่างแน่งน้อยสั่นระริก รับน้ำเชื้ออุ่นเข้ามาในกายโดยมิอาจขัดขืน
“อยากได้ก็เข้าด้านหลัง”
〰〰〰🐈〰〰〰
สองสามีภรรยาทะเลาะกันอีหรอบไหนไม่ทราบได้จึงมีร่างเปลือยเปล่าพัวพันกันอยู่ในน้ำ ถึงตอนนี้มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและบทขับขานของนกน้อย ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่พูดได้อยู่โดยรอบ เสวี่ยอิ๋งจำได้ว่าถูกหางของสุนัขปากเสียดึงลงไปในน้ำ ทว่าถูกเปลื้องผ้าตอนไหนนั้นจำไม่ค่อยได้ ด้วยกำลังเมารสจูบร้อนแรงที่ถูกป้อนให้ไม่ขาด บุปผากลางกายปลิ้นเข้าออกตามการสอดใส่ของท่อนลึงค์ น้ำในสระกระเพื่อมไหวเป็นจังหวะรับกับสะโพกสอบ ไร้ลำลึงค์เติมเต็มรูก็เปรียบดั่งไร้ซึ่งชีวิต นางชอบที่จะขาดใจตายคาท่อนลำของบุรุษเพศมากกว่าขาดของ ดังนั้นแมวขาวจึงลืมความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้าไปจนสิ้นยกแขนโอบรอบลำคอหนา พลางบดจูบเร่งเร้าให้กลางกายอวบใหญ่เพิ่มแรงกระทำขึ้นอีก กลีบบอบบางแดงก่ำแถมยังบวมเบ่งทว่าผู้เป็นเจ้าของหาได้รู้สึกเจ็บ รูกลางกลีบถูกชำเราไม่หยุดพักนางยิ่งได้ใจ ลีลาวาดเอวโยกเข้าออกและหมุนคว้านเป็นวงกลมของอู๋ซั่วเยียนนับว่าพัฒนาขึ้นมาก ตราบใดที่เขารับประทานอร่อยนางก็ยังคงไม่ไปไหน “แรงกว่านี้ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวพวกเด็กๆจะเจ็บเอานะ” อู๋ซั่วเยียนทราบความปรารถนาของนา
แมวขาวถูกอุ้มไม่ปล่อย นางเองก็ชมชอบจึงไม่ได้ทักท้วง ซ้ำยังไม่แม้แต่จะขัดเขินยามมีผู้อื่นพบเห็น “จะพาข้าไปที่ใด” เสวี่ยอิ๋งอดสงสัยไม่ได้เมื่อเห็นว่าเดินมาไกลยังไม่ถึงเสียที ซ้ำยังเป็นทางทอดยาวไม่คุ้นตา รู้เพียงว่าทิวทัศน์ไม่เลวเลยทีเดียว อู๋ซั่วเยียนเผยรอยยิ้มลึกลับ เดินทอดน่องอย่างสบายใจ แม้จะตอบคำถามก็ไม่ได้คลายข้อสงสัยให้แมวขาวเลย “ไปถึงเจ้าก็จะรู้เอง” ผ่านมาหนึ่งก้านธูปมาหยุดหน้ากำแพงสีขาวสูงสามเมตร เหนือประตูมีป้ายทองคำสลักตัวอักษรสีดำไว้สองพยางค์ ‘ไป๋เฮย’ แมวขาวหรี่ตาลงเมื่อเห็นชื่อไม่เข้าตา พลันคิดว่าช่างไร้รสนิยมเสียจริง ทว่าดูเหมือนผู้คิดชื่อจะมองไม่เห็น อู๋ซั่วเยียนอมยิ้มดวงตาเปล่งประกายคล้ายจะเรืองแสงได้ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ “นี่คือตำหนักไป๋เฮย ข้าเตรียมไว้ให้พวกเด็กๆ เจ้าชอบหรือไม่” เสวี่ยอิ๋งครางอืมในลำคอ แม้ชื่อจะไม่น่าอภิรมย์ ทว่าภายในนั้นไม่มีตำหนิเลย มองไปที่ใดล้วนงดงามราวกับจำลองมาจากสวรรค์ สวนถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ แบ่งแยกพักผ่อนและวิ่งเล่นออกจากกันชัดเจน มุมจิบน้ำชาทานของ
“ข้าไม่คิดจะเชื่อมสัมพันธไมตรีกับผู้ใดทั้งนั้น” ยังไม่ทันที่ขันทีหน้าห้องจะขานนามผู้มาใหม่ ประตูบานใหญ่พลันเปิดออกอีกครั้ง พร้อมการปรากฏตัวของจักรพรรดิหนุ่ม ร่างสูงใหญ่สวมอาภรณ์ดำปักดิ้นทอง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งทว่าคิ้วกลับขมวดเล็กน้อย แรงกดดันสายหนึ่งกระจายโอบล้อมทั่วบริเวณ “ถวายพระพรฝ่าบาท” ขุนนางคุกเข่าลงก้มศีรษะจรดพื้นคำนับเจ้าชีวิต องค์หญิงน้อยเองก็คุกเข่าก้มหน้าลง นางแอบชำเลืองมองเขาทว่าอู๋ซั่วเยียนกลับไม่แม้แต่จะชายตามองนาง เดินผ่านดรุณีน้อยขึ้นไปบนบัลลังก์ที่มีแมวขาวนั่งเท้าคางด้วยท่าทางเกียจคร้านเช่นเคย “หากข้ามาช้ากว่านี้ เกรงว่าเจ้าคงรับนางเข้าวังหวังแล้วกระมัง” ยังไม่ทันอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ แล้วเหตุใดอู๋ซั่วเยียนจะอ่านแววตาระริกระรี้ของแมวขาวไม่ออก เรื่องล้อเล่นกับความรู้สึกผู้อื่นเสวี่ยอิ๋งนั้นบรรลุขั้นสูงสุดแล้ว อู๋ซั่วเยียนยกร่างอวบขึ้นก่อนที่เขาจะลงไปนั่งแทน และวางนางไว้บนตักอีกที แมวขาวไม่มีท่าทีสะทกสะท้านไม่พอยังโน้มลำคออีกคนลงมา ตามด้วยประกบปากแนบชิดแลกลิ้นกันด้วยความเคยชิน เหล่าขุนนางยังคงก้มห
ภาพในตอนนี้จะว่าปกติก็ปกติ จะว่าแปลกประหลาดก็เพียงเล็กน้อย แมวขาวนั่งเอกเขนกอยู่บนบัลลังก์มังกรโดยมีเหล่าขุนนางยืนเรียงแถวตอนยาวอยู่ด้านล่าง แบ่งเป็นสองฝั่งบู๊และบุ๋น บรรยากาศเงียบสงบภายใต้กิริยาอันสำรวมของขุนนาง ราวกับว่ากำลังอยู่ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ก็มิปาน เสวี่ยอิ๋งเองก็ไม่ใช่คนมิรู้สถานการณ์ นางวางท่วงท่าสูงส่งเฉกเช่นราชินีได้อย่างเหมาะสม ใบหน้างดงามจนคนมองลืมหายใจเชิดสูง ดวงตากดต่ำมองผู้ใต้อาณัติของสามี “เรียนองค์ราชินี บัดนี้แคว้นจ้าวยอมสวามิภักดิ์ต่อแคว้นอู๋ของพวกเราแล้ว อีกหนึ่งเดือนให้หลังจะส่งของบรรณาการมาให้พ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพวัยกลางคนก้าวออกมารายงานเป็นผู้แรก เหลือบมองพระพักตร์งดงามเพียงชั่วครู่ก่อนจะรีบก้มหน้าลง บุรุษเช่นตนอยู่ชายแดนมาแรมปีเพิ่งกลับถึงวังหลวง ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างของผู้คนกล่าวถึงราชินี นับว่าไม่เกินจริงแต่อย่างใด งดงามล่มสามภพ!! ไม่แปลกใจที่จักรพรรดิผู้อยู่เหนือกษัตริย์หลายพระองค์จะลุ่มหลง แมวขาวผู้ไม่รู้สี่รู้แปดหูผึ่ง ในหัวจินตนาการถึงของนุ่มฟู เพชรนิลจินดาล้วนอยู่นอกสายตา ฟูกนิ่มและอาภ





