เสวี่ยอิ๋ง แมวร่านราคะ NC20+의 모든 챕터: 챕터 1 - 챕터 10

48 챕터

บทที่ I แมวพเนจรกับกลุ่มโจรราคะ 1/3

‘เสวี่ยอิ๋ง’ ปีศาจแมวสีขาวราวหิมะ ร่างแปลงคือโฉมงามล่มเมือง นางมิต้องการบำเพ็ญตบะเพื่อเป็นเทพเซียน หากเพียงเพื่อคงความอ่อนเยาว์เท่านั้น หนทางสู่การเป็นเซียนสำหรับปีศาจคือการบำเพ็ญตบะ ทว่าหนทางสู่การเป็นอมตะคือการเสพสังวาสกับสิ่งมีชีวิต 10,000 ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือปีศาจ กระทั่งสัตว์ด้วยกันยังได้ กฎมีเพียงอย่างเดียวคือเมื่อเสพสมกับสิ่งมีชีวิตตัวเดิมจะไม่นับ แต่นั่นไม่เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อย เพราะถึงอย่างไรแมวพเนจรเช่นเสวี่ยอิ๋งก็ไม่นิยมชมชอบกินของเก่า เรียกได้ว่าเลือกกินอย่างยิ่ง!! 〰〰〰🐈〰〰〰 อ๊ะ!! อ๊า!! เสียงครางหวิวแว่วมาตามสายลม คละเคล้าไปกับเสียงจิ้งหรีดเรไรฟังดูคล้ายดนตรีประกอบบทเพลงบทหนึ่ง หากแต่เป็นบทเพลงที่ชวนให้ผู้ฟังหน้าแดง ขนในกายลุกชันอย่างซ่านสยิว เป็นบทเพลงแห่งราคะกลางป่าลึกที่ไม่ร้างไร้ผู้คน ท่ามกลางแสงจากคบเพลิงที่ถูกจุดรอบกระโจม เปลวสีส้มส่องกระทบลงบนร่างชายฉกรรจ์นับสิบ ซึ่งกำลังล้อมเป็นวงกลมคล้ายมุงดูอะไรบางอย่าง เส
더 보기

บทที่ I แมวพเนจรกับกลุ่มโจรราคะ 2/3

“อยากได้ก็เข้าด้านหลัง” เสียงแหบทุ้มเจือความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ ดวงตาดุกร้าวตวัดมองลูกสมุนคนสนิทที่นั่งอยู่ด้านข้าง มันกำลังยื่นหน้าเข้ามาดูบทละเลงรักระยะประชิดไม่ยอมไปไหนจนพาลให้นึกหงุดหงิด เมื่อได้รับอนุญาตไม่รีรอ รีบลุกขึ้นไปยืนซ้อนหลังหญิงสาว ผิวขาวราวน้ำนมสะท้อนแสงจากคบเพลิงชวนให้คนมองกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เสียงกิจกรรมเข้าจังหวะจากตอนแรกเพียงผิวเนื้อสัมผัสกัน นานเข้ากลายเป็นเสียงเฉอะแฉะ มือหยาบกร้านที่รูดรั้งกลางกายสั่นน้อยๆ เมื่อมันกำลังตื่นเต้น ตั้งแต่เกิดมาจนป่านนี้ พบสตรีและบุรุษหนุ่มหน้าตาหมดจรดมามากมายนับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยพานพบใครงดงามเย้ายวนเช่นนี้มาก่อน กลิ่นหอมอ่อนของดอกซากุระที่โชยออกมาจากตัวราวกับยาปลุกกำหนัด คล้ายถูกจิ้งจอกสาวล่อลวงให้มัวเมาในรสราคะก็มิปาน “อึก!! ยะ…อย่า” ร่างขาวนวลสะดุ้งเฮือกเมื่อรับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งที่ทั้งร้อนทั้งใหญ่ไม่น้อยหน้าไปกว่าสิ่งที่อยู่ในท้องตอนนี้กำลังถูกดันเข้ามาอย่างเชื่องช้า โดยไร้ซึ่งการเบิกทางเมื่ออีกฝ่ายทนไม่ไหวอีกต่อไป เสียงร้องห้ามปรามน่าสงสาร ไฉนเลยฟังไปมาคล้ายกำลังเชิญชวน “หัวหน้
더 보기

บทที่ I แมวพเนจรกับกลุ่มโจรราคะ 3/3

ถ้ำคับแคบด้านหลังและกลีบดอกไม้ด้านหน้าไม่ว่างเว้นจากการถูกชำเรา รวมถึงปากน้อยๆ ที่อ้าจนตึงเมื่อถูกจิกกระชากผมให้รับท่อนเนื้อสีเข้มเข้าไป กลิ่นคาวลอยคละคลุ้งในอากาศชวนให้คลื่นเหียน เสียงหัวเราะของหัวหน้ากลุ่มโจรดังมาเป็นระยะเมื่อมันอารมณ์ดีอย่างหาได้ยาก จิบสุราพูดคุยกับลูกสมุนทั้งที่สายตายังคงมองมายังจุดที่ตนเพิ่งจากมา เหยื่อเลอโฉมที่หมายมั่นว่าจะนำไปขายในตัวเมือง ดูท่าจะประมูลได้ราคาสูงลิ่ว จวบจนค่อนคืนที่ถูกลำกายมากมายและเหล่าบุรุษมากหน้าหลายตาเวียนมาหยอกเย้า บางคนเมื่อเสร็จกิจไปนั่งดื่มสุราจนเมาหลับกองกับพื้น บางคนกรึ่มเมาก็แวะเวียนมารีดน้ำในกายจนแห้งเหือด ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงถึงยอมเลิกรา ความกำหนัดและราคะบังตาจนไม่มีใครสงสัยเลยสักนิด สตรีท่าทางบอบบางสามารถรองรับชายฉกรรจ์วัยกลัดมันได้เกือบยี่สิบคนโดยที่ไม่สลบไปเสียก่อนเชียวหรือ ซ้ำยังครางแผ่วในลำคอทุกครั้งที่ลำลึงค์ขยับเข้าเติมเต็ม ท้องน้อยนูนออกมาจากน้ำที่คั่งค้างภายใน บัดนี้ถูกจับให้นั่งคร่อมทับบนกายของบุรุษหน้าละอ่อนซึ่งดูจะอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม หากแต่อาวุธกลางลำตัวไม่ได้น้อยตามไปด้วยเลย มันทำห
더 보기

บทที่ II แมวหิวกับอสรพิษหื่น 1/2

ร่างสีขาวโลดแล่นไปมาในป่า โผล่ตรงโน้นผลุบตรงนี้ที พวงหางนุ่มฟูแกว่งไกวไปมาเมื่อมันกำลังอารมณ์ดี จะไม่ให้อารมณ์ดีได้อย่างไร ในเมื่อก่อนจากกลุ่มโจรราคะมา มันได้ยินบางสิ่งที่เข้าหูยิ่งนัก อีกทั้งได้หยิบของบางอย่างติดมือมาด้วย งานประมูลที่จะเกิดขึ้นอีก 3 ราตรีในเมืองหยางจง อย่างไรเล่า ด้วยนิสัยชอบพเนจร การที่จะให้แมวรักอิสระถูกจับไปขายทอดตลาด มิสู้พาตัวเองไปถวายถึงที่ดีกว่าหรือ แถมยังได้เงินไว้ใช้สอยอีกด้วย เรียกได้ว่าขายตัวเองกินอย่างแท้จริง เมี๊ยว!! ยิ่งคิดยิ่งอารมณ์ดี ปากเล็กร้องเพลงเป็นจังหวะสั้นสลับยาว สายลมพัดใบไม้พลิ้วไหวก่อเกิดเป็นท่วงทำนองไพเราะ อุ้งเท้ามังคุดสีปุยเมฆดูนุ่มฟูขยับไปมาคล่องแคล่ว เป็นผลพวงมาจากตบะราคะที่สั่งสมมานานนับสองพันเจ็ดร้อยปี ทำให้ร่างอุดมไปด้วยเนื้อนุ่มเบาหวิว ก้าวเพียงเท้าเดียวไปได้ไกลถึงหนึ่งลี้ หนทางสู่การคงความอ่อนเยาว์อยู่ไม่ไกลนัก ตอนนี้บำเพ็ญตบะราคะได้ถึง 9,994 ชีวิต รวมกับเมื่อคืนที่เก็บได้เป็นกอบเป็นกำนับว่าคุ้มค่ายิ่ง เสวี่ยอิ๋งคิดคำนวณในใจ นอกจากได้ตบะเพิ่มแล้วยังอิ่มหนำจนพุงกาง แต่เ
더 보기

บทที่ II แมวหิวกับอสรพิษหื่น 2/2

“แมวน้อย เจ้าช่างใจกล้านัก หากไม่กลัวตายข้าจะสนองให้ ถึงตอนนั้นต่อให้เจ้าร้องขอชีวิตก็อย่าคิดว่าข้าจะปรานี” ถ้อยคำหยาบโลนและแววตาหื่นกระหายพร้อมจะฉีกกระชากร่างแน่งน้อยออกเป็นสองส่วน ไม่ทำให้เสวี่ยอิ๋งตื่นตระหนกแต่อย่างใด ใบหน้าอ่อนเยาว์แย้มยิ้มเชิญชวน ก่อนร่างเปล่าเปลือยจะอ้าขาออกตั้งชันกับพื้น อวดกุหลาบสีสดปิดสนิทราวกับไม่เคยถูกภมรใดล่วงล้ำ การบำเพ็ญตบะราคะจะส่งผลให้ร่างกายรักษาบาดแผลได้รวดเร็ว โดยเฉพาะส่วนอ่อนไหวที่ถูกใช้งานอย่างหนักหน่วง พักผ่อนเพียงชั่วข้ามคืนก็กลับสู่สภาพสวยสดตามเดิม ยิ่งตบะสูงมากเท่าไหร่ขีดความสามารถยิ่งมากตาม กับเสวี่ยอิ๋งซึ่งขยันบำเพ็ญตบะนั้นเรียกว่าใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว ฟ่อ!!! อสรพิษยักษ์ไม่รอช้าพุ่งเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็วราวศรธนูหลุดจากเกาทัณฑ์ ส่วนหัวมุดเข้ากลางหว่างขาหามุมเหมาะก่อนใช้ลิ้นสองแฉกแลบเลียเกสรดอกไม้เพื่อกระตุ้นให้มันผลิน้ำหวาน ส่วนหางเลื้อยพันอกอวบนำส่วนปลายสะกิดปทุมถันสีชมพูไปมา เรือนร่างอวบอัดสั่นสะท้านเมื่อถูกโจมตีจุดอ่อนไหวพร้อมกัน เรียวลิ้นสองแฉกแหย่เข้าไปในโพรงอ่อนนุ่ม ตวัดไปมาด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล เพีย
더 보기

บทที่ III แมวจรกับกระบองแฝดยักษ์ 1/2

เสวี่ยอิ๋งกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเห็นกระบองยักษ์ ผิวรอบนอกเป็นสีดำขรุขระมันวาว โดยเฉพาะตรงส่วนปลายหัวหยักที่ดูจะนูนออกมาเป็นพิเศษ คล้ายถูกฝังมุกไว้โดยรอบ และไม่ได้มีเพียงหนึ่งแต่มีถึงสอง!! กระบองคู่ผงาดตั้งตรงพร้อมรบในสนามสวาทที่ไม่มีผู้ใดยอมลงให้กัน เสวี่ยอิ๋งยื่นมือไปจับกระบองที่อยู่ด้านบนคล้ายกำลังหยอกเย้า เรียวนิ้วยาวขาวดุจลำเทียนกอบกุมอาวุธร้ายก่อนขยับรูดไปมา ฟ่อ!! อสรพิษคำรามในลำคอ ลิ้นสองแฉกแลบเลียริมฝีปาก ดวงตาเรียวรีจับจ้องการกระทำของสตรีเบื้องล่างตาไม่กะพริบท่าทางร่านสวาทนั่นน่าจับกระแทกให้จมเกล็ด กกกอดรัดไว้ด้วยลำตัวมหึมาข้ามวันข้ามคืนเสียจริง ขยับนานเข้ากลายเป็นเสวี่ยอิ๋งเสียเองที่ทนไม่ไหว ท้องน้อยร่ำร้องอยากถูกเชื้ออสรพิษเติมเต็ม กลีบสีแดงสดเคลือบเมือกใสเมื่อนำกระบองสีดำถูไถภายนอกเกิดเป็นภาพลามกประการหนึ่ง มือเล็กกดปลายกระบองเข้าไปในรูคับแคบ แหวกกลีบดอกไม้เป็นทางยาว เปิดเปลือยร่องน้ำหวานให้อสรพิษเข้าไปเชยชม ผนังอ่อนนุ่มตอดรัดเป็นจังหวะหนัก ยิ่งแทรกลึกยิ่งบีบถี่จนอสรพิษทนไม่ไหว อัดกระแทกกระบองยักษ์ลงรูในคราวเด
더 보기

บทที่ III แมวจรกับกระบองแฝดยักษ์ 2/2

ร่างอวบอัดหัวสั่นคลอนตามแรงกระแทก ริมฝีปากอิ่มน้ำเม้มเข้าหากันเมื่อในที่สุดรูสีสดด้านหลังถูกกระบองอีกอันชำแรกเข้ามาเสียที หากอสรพิษชักช้ากว่านี้เกรงว่านางคงได้แปลงร่างเป็นแมวแล้วใช้อุ้งเท้าแจกยันต์ให้กระบองคู่จนเลือดซิบถึงจะพอใจ ฟ่อ!! ฟ่อ!! อสรพิษคำรามในลำคอ ยามกระบองทั้งสองมุดเข้าในรู น้ำเชื้องูที่ปริ่มปลายยอดหยักเคลือบผนังนุ่มไปสุดทาง กระแทกถูกจุดๆหนึ่งที่ทำให้ร่างอวบสะดุ้งเฮือก ช่องทางคับแคบรัดแน่นกว่าครั้งไหนจนอสรพิษติดใจ กระแทกซ้ำตรงจุดเดิมอยู่อย่างนั้น จวบจนพระอาทิตย์ทอแสงอ่อน กระบองแฝดถึงได้ถอนออกจากร่างงาม หน้าท้องแบนราบนูนออกมาคล้ายกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ เมื่อมันถูกกักเก็บเชื้อพันธุ์อสรพิษไว้จนเต็ม บางส่วนไหลออกมาเปื้อนต้นขาด้านใน กลิ่นคาวคละคลุ้งแตะจมูกกระจายกลิ่นอ่อนโชยไปตามลม ดวงหน้างดงามหลับพริ้มแลดูอิ่มเอิบคล้ายคนกินอิ่มนอนสบาย ดวงตาหงส์ลืมขึ้นเมื่อส่วนที่ถูกเติมเต็มมาหลายชั่วยามโล่ง นึกอาวรณ์กระบองแฝดจนมองตามตาละห้อย ลิ้นเล็กสีชมพูแลบเลียริมฝีปากอย่างยั่วยวน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เจ้างูหื่นพาร่างนางมาสมสู่บนต้นไม้ใหญ่ที่พบ
더 보기

บทที่ IV เป็นแมวก็ยังต้องหาเงิน 1/2

ตลาดในเมืองหยางจงเนืองแน่นไปด้วยผู้คน พ่อค้าจากต่างแคว้นขนเกวียนใส่สินค้าเพื่อนำมาขาย บ้างนำมาประมูลในค่ำคืนที่จะถึงนี้ โคมไฟถูกจุดแขวนไว้ตามร้านรวงเมื่อดวงตะวันใกล้จะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศยามเย็นเหมาะสำหรับการจับจ่ายใช้สอย ตั้งแต่ช่วงเวลานี้เป็นต้นไปผู้คนจึงคึกคักมากเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับแมวขาวที่อยู่ในร่างมนุษย์ นางสวมชุดผ้าไหมเนื้อดีจากต่างแคว้นที่แอบหยิบมาจากเกวียนขนสินค้าขณะผู้คนเผลอ นับว่าเป็นแมวย่องมืออาชีพ อาภรณ์สีขาวปักลายดอกโบตั๋นขับเน้นผิวขาวผ่องราวหิมะจนแทบกลืนกินไปกับเนื้อผ้า ร่างอวบอัดเย้ายวนส่งกลิ่นหอมอ่อนของดอกซากุระขณะเดินทอดน่องไปตามทาง ทุกชีวิตที่พานพบต่างหยุดชะงัก บุรุษใดได้มองเป็นต้องนิ่งงัน จ้องร่างนวลนางไม่วางตากระทั่งเดินผ่านไปไกลยังไม่ได้สติ เสวี่ยอิ๋งแย้มรอยยิ้มแห่งวสันตฤดู ดวงหน้างดงามยิ่งอ่อนละมุนชวนให้ผู้คนคันยุบยิบในใจ อยากโอบประคองไว้ในอุ้งมืออย่างทะนุถนอม หากกล่าวว่าจิ้งจอกมีมนตร์ทำให้ผู้พบเห็นลุ่มหลง เช่นนั้นแมวพเนจรอย่างนางก็เปรียบดั่งอาหารชั้นเลิศ เพียงได้มองต้องอยากลิ้มลอง หากได้ช
더 보기

บทที่ IV เป็นแมวก็ยังต้องหาเงิน 2/2

บันไดทอดยาวลงไปด้านล่างถูกจุดด้วยคบเพลิงให้แสงสว่างรำไร อากาศเย็นชื้นบวกกับเสียงดังตึกสะท้อนในความเงียบยามรองเท้ากระทบหินเนื้อหยาบให้ความรู้สึกวิเวกวังเวง บรรยากาศลึกลับซ่อนเงื่อนสมกับเป็นทางไปงานประมูลใต้ดิน สุดทางเดินเป็นห้องโถงโอ่อ่าซึ่งถูกประดับด้วยโคมสีแดงราวกับกำลังจัดงานเฉลิมฉลอง ด้านในสุดคือเวทียกสูงจากพื้นประมาณหนึ่ง ข้างหน้ามีเก้าอี้วางเรียงรายล้วนแต่มีตัวเลขเขียนไว้หลังพนักพิง เสวี่ยอิ๋งยกบัตรในมือขึ้นมาดู พบว่าเป็นหมายเลข 85 ดวงตาหงส์หรี่ลงก่อนกวาดหาที่นั่งซึ่งคาดว่าไม่น่าจะได้นั่ง เพียงชั่วครู่จึงพบ มองเลยขึ้นไปชั้นบนมีระเบียงยื่นออกมา สามารถมองเห็นเวทีด้านล่างได้ชัดเจน คงมีไว้สำหรับแขกผู้สูงศักดิ์เป็นแน่แท้ ห้องประมูลชั้นใต้ดินถูกออกแบบมาคล้ายกับโถงกว้างในโรงเตี๊ยมมิผิดเพี้ยน "ไม่ทราบว่าคุณหนูนำของมาประมูลด้วยหรือไม่ขอรับ" เสี่ยวเอ้อที่เดินนำอยู่ด้านหน้าหันกลับมาถาม ใบหน้าอ่อนเยาว์ก้มต่ำไม่กล้าสบตากับสตรีในอาภรณ์ขาวโดยตรง แต่ใบหน้าแดงก่ำบวกกับเสียงเต้นกระหน่ำของหัวใจมิอาจรอดพ้นหูตาแมวไปได้ เสวี่ยอิ๋งยกยิ้มเอ็นดูหนุ่
더 보기

บทที่ V ตรวจสอบสินค้า 1/2

ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าใกล้ จวบจนห่างกันเพียงหนึ่งลมหายใจถึงได้หยุด ปลายจมูกโด่งคลอเคลียไปกับแก้มสีชมพู ระเรื่อ กระซิบข้างหูด้วยเสียงโทนต่ำ "กลิ่นดี" ลมหายใจอุ่นเป่ารดซอกคอ สูดกลิ่นหอมอ่อนของดอกซากุระเข้าจมูก เสวี่ยอิ๋งยกมือขึ้นคล้องคอเถ้าแก่หย่ง กดศีรษะให้ใบหน้าหล่อเหลาแนบชิด ริมฝีปากหนาขบเม้มซอกคอขาวที่เอียงได้องศาพอเหมาะอย่างแผ่วเบา ด้วยมิอยากให้สินค้ามีตำหนิก่อนนำขึ้นประมูล กลิ่นกำยานหอมเย็นไม่ช่วยให้ผ่อนคลายอีกต่อไป เมื่อสองร่างซึ่งกำลังคลอเคลียกันเต็มไปด้วยความร้อนรุ่ม ไฟราคะถูกจุดขึ้นแทนที่ ยากจะมอดดับลงโดยง่าย เถ้าแก่หย่งผละริมฝีปากออกจากซอกคอขาว กลัวเหลือเกินว่าหากนานอีกนิดอาจอดใจไม่ไหว เผลอสร้างรอยสีกุหลาบให้สินค้ามีจุดด่างพร้อย บุรุษสุขุมเช่นตนลำพองใจมาตลอดว่ามิเคยลุ่มหลงสตรีใด มาบัดนี้กลับอยากกลืนน้ำลายตนเอง ดวงตาสีดำสะท้อนใบหน้างดงาม แววตาหวานฉ่ำคลอหยาดน้ำคล้ายแก้วในตากวาง เชิญชวนให้โน้มใบหน้าเข้าใกล้ เถ้าแก่หย่งครางแผ่วในลำคออย่างพึงใจ สตรีผู้นี้เป็นใครกันแน่ถึงทำให้ตนหลงใหลเช่นนี้ได้ ราวกับถูกมอมเมาด้
더 보기
이전
12345
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status