All Chapters of ช่วงพักฟื้นหลังคลอดไร้เงาคุณ หย่าแล้วจะร้องไห้ทำไม: Chapter 1 - Chapter 10

30 Chapters

บทที่ 1

“ที่รัก วันนี้ลูกครบหนึ่งเดือนแล้ว คุณมารับพวกเราได้ไหม?”หลินซ่าอุ้มลูกสาวที่ถูกห่ออยู่ในผ้าห่อตัวไว้ในอ้อมแขน น้ำเสียงเรียบสงบของเธอแฝงไปด้วยความคาดหวังอย่างระมัดระวังปลายสายโทรศัพท์ ฟู่เยี่ยนฉือพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง จนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกอย่างไร“ตอนนี้ผมมีธุระด่วนกะทันหัน เดี๋ยวผมจะให้คนขับรถไปรับคุณกับลูกกลับบ้าน”ตอนคลอดลูกและตลอดช่วงอยู่ไฟเป็นเวลาหนึ่งเดือน ฟู่เยี่ยนฉือก็ไม่เคยอยู่ด้วยเลย เพราะยุ่งกับงานตลอดตอนนี้ลูกครบหนึ่งเดือน ออกจากช่วงอยู่ไฟแล้ว แต่เขาก็ยังมาไม่ได้เหมือนเดิมหัวใจของหลินซ่าบีบรัดขึ้นมาเล็กน้อย ฝืนกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา“…งั้นก็ได้ ฉันเข้าใจแล้ว”“ซ่าซ่า คุณเป็นคนเข้มแข็งมาตลอด ผมเชื่อว่าเรื่องคลอดลูกแค่นี้ คุณต้องจัดการเองได้แน่นอน สู้ ๆ นะ คุณเป็นคุณแม่ที่เก่งที่สุด”ฟู่เยี่ยนฉือพูดจบก็วางสายทันทีน้ำเสียงแบบหัวหน้าที่กำลังให้กำลังใจลูกน้อง ทำให้หัวใจของหลินซ่าราวกับถูกเข็มทิ่มแทงในจังหวะนั้นเอง ฉินหวาย เพื่อนสนิทของฟู่เยี่ยนฉือก็โทรเข้ามา“พี่สะใภ้ คืนนี้ผมมีธุระด่วน ต้องขอโทษด้วยนะครับ งานเลี้ยงฉลองครบเดือนที่โรงแรมซิงเย่าผมคงไ
Read more

บทที่ 2

ภายในห้องจัดเลี้ยงสายตาของหลินซ่าจับจ้องฟู่เยี่ยนฉือไม่กะพริบ เห็นเพียงว่าเขาใบหน้าเปล่งปลั่ง ถือแก้วไวน์ไว้ในมือ แล้วพาซูอวี่โหรวเดินไปตามโต๊ะต่าง ๆ เพื่อชนแก้วทักทายแขกเหรื่อภายในงาน“เพื่อนผม เจียงหยาง ตอนนี้อยู่ต่างประเทศ ไปทำโครงการลับด้านโครงสร้างพื้นฐาน ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งปีถึงจะกลับมาได้ วันนี้งานฉลองครบหนึ่งเดือน ผมขอดื่มแทนเขาเอง”“อวี่โหรวเพิ่งพ้นช่วงอยู่ไฟมา ยังดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ แล้วก็ห้ามดื่มของเย็นด้วย เอาแบบนี้นะ แก้วที่พวกคุณจะชนกับเธอ ผมดื่มแทนเอง”……หลินซ่ารู้สึกขึ้นมาทันทีว่าน้ำส้มที่ดื่มเข้าไปนั้นเย็นจัดและขมฝาด จนในอกเย็นเยียบไปหมดร่วมงานกับฟู่เยี่ยนฉือมาหลายปี ทุกครั้งที่ต้องไปงานสังสรรค์ เขามักจะผลักเธอออกไปโดยไม่ลังเล พร้อมชมว่าเธอดื่มเก่ง ดื่มเยอะแค่ไหนก็ไม่เมาเธอไม่เคยเห็นเขาดื่มเก่งมากขนาดนี้มาก่อน แบบที่ยอมชนแก้วกับทุกคนไม่มีปฏิเสธ และยิ่งไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งเขาจะยอมดื่มแทนคนอื่นมองใบหน้าหล่อเหลาที่ค่อย ๆ แดงระเรื่อของเขา หลินซ่าก็รู้สึกถึงความขมขื่นและการแดกดันอย่างอธิบายไม่ถูกเธอทนไม่ไหว กำลังจะก้าวเข้าไปข้างหน้า แต่ในตอนนั้นเอง พิธ
Read more

บทที่ 3

หลินซ่าเหยียบคันเร่งมิด ขับรถกลับไปยังบ้านที่เป็นเรือนหอของทั้งสองที่วิลล่าเถาหยวนตอนที่เธอผลักประตูเข้าไป ป้าหลิว คนรับใช้เก่าในวิลล่า กำลังอยู่กับพี่จาง พี่เลี้ยงเด็กที่หลินซ่าเป็นคนจ้าง ทั้งสองกำลังหยอกล้อเด็กอยู่พอทั้งสองคนเห็นสีหน้าของหลินซ่าซีดเผือด ก็พากันตกใจทันที“คุณนาย เป็นอะไรไปคะ?”หลินซ่าฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย“ไม่เป็นไร ฉันหิวแล้ว ช่วยทำบะหมี่น้ำขิงให้ฉันสักชามหน่อย”หลินซ่ารับลูกมาจากมือพี่จาง พอได้เห็นใบหน้าเล็ก ๆ ชมพูระเรื่อของลูกน้อย ความรู้สึกที่วุ่นวายซับซ้อนในใจของเธอก็สงบลงในที่สุดเธอก้มลงจูบแก้มลูกเบา ๆ ก่อนส่งสัญญาณให้พี่จางพาเด็กกลับไปนอนที่ห้องตอนนั้นป้าหลิวยกบะหมี่ที่ต้มเสร็จแล้วมาให้ หลินซ่าเพิ่งได้กินบะหมี่ร้อนคำแรกวินาทีถัดมา รูปถ่ายหลายใบที่ถูกส่งเข้ามาในอีเมลที่ใช้ทำงาน ก็ทำให้ความโกรธที่เธอเพิ่งกดเอาไว้ ปะทุขึ้นมาอีกครั้งทันทีภาพเหล่านั้นถูกส่งมาจากอีเมลนิรนาม ทั้งหมดเป็นหลักฐานชัดเจนว่า ตั้งแต่ซูอวี่โหรวตั้งครรภ์จนคลอด ฟู่เยี่ยนฉือคอยอยู่เคียงข้างเธอไม่ห่างภาพถ่ายเหล่านี้คมชัด ทุกอิริยาบถใกล้ชิดสนิทสนม ครอบคลุมทั้งฉากในสวนสาธารณะ โรงพย
Read more

บทที่ 4

ป้าหลิวตกใจจนทำอะไรไม่ถูก รีบวิ่งออกมาจากห้อง แล้วร้องตะโกนเสียงหลงออกมา“แผ่นดินไหว! ใช่แผ่นดินไหวหรือเปล่า?”พี่จางอุ้มเด็กที่ร้องไห้จ้าลั่น พอได้ยินเสียงก็ตกใจ รีบวิ่งออกไปทั้งเท้าเปล่า มือหิ้วกระเป๋าไว้ด้วย จนไม่ทันได้ใส่รองเท้า……ทั้งสองคนพุ่งเข้ามาในห้องนั่งเล่น แล้วก็ต้องชะงักไป เมื่อเห็นหลินซ่าที่ปกติสุขุมมีเหตุผล กำลังคลุ้มคลั่งทุบข้าวของที่เธอเคยรักลงกับพื้นทีละชิ้นป้าหลิวรีบพุ่งเข้าไปห้ามอย่างร้อนรน“คุณนาย อย่าทุบเลยค่ะ! มีอะไรค่อย ๆ พูดกันดี ๆ นะคะ คุณนาย!”พี่จางอุ้มเด็กที่ร้องไห้ไม่หยุด พลางโยกปลอบไปด้วย น้ำเสียงสั่นเครือ “คุณนาย หยุดเถอะค่ะ อย่าทำให้เด็กตกใจเลย!”พอได้ยินเสียงร้องไห้ของลูกที่แผดออกมาจนแทบขาดใจ ร่างของหลินซ่าก็อ่อนยวบลง ราวกับแรงทั้งหมดถูกดูดหายไปหมดในที่สุดเธอก็วางแจกันเครื่องเคลือบลายครามในมือลง แล้วก้าวไปข้างหน้า ดึงลูกน้อยเข้ามากอดไว้แน่นเด็กน้อยร้องไห้จนหน้าแดงก่ำ กำหมัดเล็ก ๆ ทั้งสองข้างแน่นพี่จางขยับเข้ามาใกล้ พูดอย่างร้อนใจ “น่าจะหิวนมค่ะ ฉันชงนมผงให้แล้วแต่เธอไม่ยอมกิน เธอยอมกินแค่นมแม่! คุณนาย รีบให้นมเถอะ!”หลินซ่าแทบไม่ลังเล
Read more

บทที่ 5

“ร่างกายของคนไข้หลังคลอดอ่อนแอมาก ก่อนหน้านี้ก็เคยเสียเลือดมากจนต้องกู้ชีพ ทำให้เสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำจนเป็นลมได้ง่าย จำเป็นต้องดูแลเรื่องโภชนาการให้ดี และห้ามมีอารมณ์แปรปรวนรุนแรงเด็ดขาด”หลังจากตรวจเสร็จแล้ว หลินซ่ายังคงหมดสติหลับอยู่ หมอก็อธิบายอาการให้ถังกั่วฟังอยู่ภายในห้องผู้ป่วยพี่จางยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วถอนหายใจ“คุณนายก็พักฟื้นหลังคลอดได้ไม่ค่อยดี ช่วงครึ่งเดือนแรกคัดเต้านมเจ็บจนแทบไม่กล้ากินอะไร พอครึ่งเดือนหลังลูกก็ท้องอืดอาหารไม่ย่อย ร้องงอแงตอนกลางคืน เธอก็ยังยืนยันจะให้นมเอง กลางคืนไม่เคยได้นอนเต็มอิ่มเลย กลางวันยังต้องทำงานอีก ร่างกายเลยแทบไม่ได้ฟื้นตัวกลับมาเลย”ถังกั่วพอได้ยินแบบนั้น ก็โกรธจนแทบระเบิดออกมาเธอโทรหาฟู่เยี่ยนฉือรัว ๆ แต่ก็ไม่มีคนรับสาย สุดท้ายจึงได้แต่ถ่ายรูปหลินซ่าที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยส่งไปให้ พร้อมแนบข้อความหนึ่งประโยค[ฟู่เยี่ยนฉือ ให้เวลานาย 20 นาที รีบมาที่นี่ ไม่งั้นฉันจะเป็นคนแรกที่ยุยงให้ภรรยาคุณหย่ากับคุณ!]แต่ฟู่เยี่ยนฉือกลับเหมือนหายไปจากโลกนี้ ยังเงียบหายไร้การติดต่ออยู่เหมือนเดิมถังกั่วมองหลินซ่าที่ผอมซูบอยู่บนเตียง น้ำตารื้นขึ
Read more

บทที่ 6

ถังกั่วกลัวว่าหลินซ่าจะเสียใจ สุดท้ายก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ฟู่เยี่ยนฉือไม่แม้แต่จะตอบข้อความเลยจนกระทั่งหลินซ่าออกจากโรงพยาบาล ฟู่เยี่ยนฉือก็ยังไม่ปรากฏตัวเลยหลังออกจากโรงพยาบาล ทั้งสองคนก็พาหลีหลีกับพี่จางย้ายเข้าไปอยู่ที่ “ว่านซื่อเซิ่งจิ่ง” — คอนโดที่ตกแต่งเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่ที่หลินซ่าซื้อไว้เมื่อครึ่งปีก่อนห้องของถังกั่วอยู่ตรงข้ามพอดี การซื้อห้องอยู่ติดกันแบบเพื่อนซี้เป็นความฝันที่พวกเธอตั้งไว้ตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยดังนั้น เมื่อครึ่งปีก่อนพอได้ยินว่าห้องตรงข้ามของถังกั่วกำลังจะขาย หลินซ่าก็ซื้อไว้ทันทีโดยไม่ลังเลบ้านมีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน เพียงแต่ดูโล่งไปหน่อยถังกั่วรีบกลับไปเอาผ้าห่ม กาน้ำ และของใช้ประจำวันอื่น ๆ จากบ้านตัวเองมาหลินซ่าทำรายการของให้พี่จางไปซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วก็เรียกรถขนของมาขนของใช้เด็กทั้งหมดที่เตรียมไว้ให้ลูกสาวจากบ้านเถาหยวนมาไว้ที่นี่ฟ้ามืดลงสนิทแล้วตอนนั้นเอง ฟู่เยี่ยนฉือถึงได้โทรมาเสียทีหลินซ่ามองคำว่า “สามี” บนหน้าจอ แล้วกดวางสาย ลบชื่อที่บันทึกไว้ และบล็อกทันทีโดยไม่ลังเลไม่นานนัก โทรศัพท์ของถังกั่วก็ด
Read more

บทที่ 7

ฟู่เยี่ยนฉือมองห้องนั่งเล่นที่เละเทะไปหมด ก่อนทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา จุดบุหรี่ขึ้นมวนหนึ่ง อกอึดอัดแน่นจนหายใจไม่ทั่วท้อง“ป้าหลิว ฉันดีกับคุณนายยังไม่พออีกเหรอ? ถึงขั้นต้องโมโหขนาดนี้เลยเหรอ?”ป้าหลิวกวาดพื้นไปพลาง เอ่ยปลอบอย่างแผ่วเบาไปพลาง“คุณฟู่ดีกับคุณนายมากจริง ๆ แต่งงานกันมาตั้งห้าปีไม่เคยเห็นพวกคุณมีปากเสียงกันเลย เพียงแต่ผู้หญิงพอคลอดลูกแล้ว อารมณ์ก็ย่อมแปรปรวนได้ง่าย เสี่ยงเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอดมากขึ้น ยิ่งต้องการความใส่ใจจากสามีให้มากกว่าเดิม”ฟู่เยี่ยนฉือขมวดคิ้ว“หมายความว่าเธอเป็นซึมเศร้าหลังคลอดเหรอ? แต่ผู้หญิงคนอื่นเขาคลอดลูกแล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนไปขนาดนี้นะ ยังอ่อนโยนเอาใจใส่เหมือนเดิม”ป้าหลิวชะงักไปเล็กน้อย “ผู้หญิงคนอื่นเขา?”ฟู่เยี่ยนฉือรู้ตัวว่าพูดพลาด สายตาวูบไหวเล็กน้อย“ฉันหมายถึงน้องสาวของฉันก็เพิ่งคลอดเหมือนกัน แต่ก็ยังอ่อนโยนเหมือนเดิม ไม่เคยงี่เง่าไร้เหตุผลแบบนี้เลย”ป้าหลิวมีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย“อ้อ อย่างนั้นเธอก็คงมีสามีอยู่ข้างกายตลอดล่ะสิ ไม่เหมือนคุณนาย ตั้งแต่ตั้งครรภ์ คลอดลูก จนถึงเลี้ยงลูก ล้วนต้องแบกรับอยู่คนเดียว การคลอดลูกสำหรับผู้หญิง
Read more

บทที่ 8

“อย่าทำตัวเอาแต่ใจแล้วก็งี่เง่าแบบนี้ คิดให้ดี ๆ ก่อนแล้วค่อยมาคุยเรื่องหย่า ผมให้เวลาคุณสามวัน!”ฟู่เยี่ยนฉือสีหน้าเย็นชา หันหลังแล้วกระแทกประตูเดินออกไปทันทีเสียงดังสนั่นทำให้ลูกสาวที่กำลังหลับสนิทสะดุ้งตื่น เสียงร้องไห้แหลมบาดหูของทารกดังขึ้นก้องไปทั่วห้องทันทีตั้งแต่เขาเข้ามาจนถึงตอนนี้ เขาไม่เคยคิดจะมองลูกสาวเลยสักครั้ง แม้แต่ตอนออกไป เขายังลืมไปเลยว่าในห้องมีลูกตัวเองอยู่หลินซ่ากัดริมฝีปากล่างแน่น ความแค้นในดวงตายิ่งทวีความรุนแรง ความเจ็บปวดในใจปั่นป่วนราวคลื่นโหมซัดคืนนั้น หลินซ่าพลิกตัวไปมานอนไม่หลับช่วงดึกของคืน ลุกขึ้นมาให้นมลูกด้วยตัวเองอีกสองครั้งพอฟ้าสาง เธอฝืนลุกขึ้นทั้งที่ใต้ตาคล้ำเป็นวงเข้ม ร่างกายปวดเมื่อยไปหมด แต่จู่ ๆ ก็รู้สึกหน้ามืดโลกหมุน ก่อนจะทรุดล้มลงไปทั้งอย่างนั้นโดยควบคุมตัวเองไม่ได้“ซ่าซ่า!”ถังกั่วเปิดประตูเข้ามาพอดี พอเห็นภาพนั้นก็หน้าถอดสี รีบพุ่งเข้าไปประคองเธอทันที“ตายจริง สีหน้าเธอทำไมแย่ขนาดนี้? พี่จางบอกว่าเมื่อคืนฟู่เยี่ยนฉือมาหาเหรอ? ไอ้หมอนั่นมันทำให้เธอเครียดอีกแล้วใช่ไหม?”หลินซ่าลืมตาขึ้นอย่างมึนงง ภาพตรงหน้าราวกับมีถังกั่วนั
Read more

บทที่ 9

ฟู่เยี่ยนฉือเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะตะคอกใส่“ถังกั่ว คุณ…”ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็หันสายตาไป เห็นหลินซ่าเดินเข้ามา แล้วก็เหลือบเห็นพลาสเตอร์ที่แปะอยู่บนหลังมือของเธอ ริมฝีปากขยับน้อย ๆ เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูด ซูอวี่โหรวก็ร้องไห้ออกมาอย่างกะทันหัน“พี่เยี่ยน เหมือนมีเศษอะไรทิ่มเข้าไปในขาฉัน เจ็บมากเลย!”ซูอวี่โหรวดึงชายกระโปรงขึ้น เผยให้เห็นน่องขาวที่มีเศษแก้วขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวปักอยู่ เลือดค่อย ๆ ซึมไหลออกมาสายตาของฟู่เยี่ยนฉือเย็นวาบลงทันที รีบละสายตาที่มองหลินซ่ากลับมา โดยไม่พูดอะไรสักคำก็ย่อตัวลงไปตรวจดูทันที“แผลค่อนข้างลึก ต้องให้หมอรีบเอาออกให้ แล้วก็ต้องฉีดยากันบาดทะยักด้วย”เขาเข็นซูอวี่โหรวไปอย่างไม่ลังเล มุ่งหน้าไปทางห้องฉุกเฉินทันทีพี่เลี้ยงสองคนอุ้มเด็กแล้วรีบกรูกันตามไปหลินซ่ากระตุกมุมปากเงียบ ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มประชดประชัน เธอด้านชาไปแล้ว ราวกับไร้ความรู้สึกไปทั้งตัวถังกั่วโกรธจนตัวสั่นไปทั้งตัว อดไม่ได้ที่จะตะโกนเสียงดัง:“ฟู่เยี่ยนฉือ หยุดเดี๋ยวนี้นะโว้ย!คุณไม่เห็นเหรอว่าซ่าซ่าของพวกเรา…”ยังพูดไม่ทันจบ ร่างของหลินซ่าก
Read more

บทที่ 10

แต่พออ้าปากออกมา หลินซ่ากลับรู้สึกเหมือนหัวใจร่วงดิ่งลงสู่ขุมนรกทันที“ถังกั่ว คุณอย่ามายุแยงให้แตกกันเลย ซ่าซ่าเป็นน้าสะใภ้ของเฉินเป่า ก็ล้วนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ช่วยได้ก็ช่วยไปเถอะ ยังไงมันก็เหลือทิ้งอยู่แล้ว”เฉินเป่า… เรียกได้สนิทสนมเหลือเกิน ราวกับเป็นลูกแท้ ๆ ของเขาเองแต่ลูกสาวแท้ ๆ ของเขาเอง จนตอนนี้ครบหนึ่งเดือนแล้ว เขายังไม่เคยคิดจะไปแจ้งเกิดหรือแม้แต่ตั้งชื่อให้เธอเลยหลินซ่าก้มตามองเข็มน้ำเกลือที่หลังมือ พลางแค่นหัวเราะเยาะในใจ“ต่อให้ฉันเอาไปให้แมวจรกิน ก็ไม่มีทางเอาไปให้เฉินเป่าของคุณหรอก เลิกเพ้อฝันได้แล้ว”ฟู่เยี่ยนฉือสีหน้าขรึมลงเล็กน้อย แต่ก็ยังฝืนอดทน นั่งลงอย่างใจเย็นเขาวางซุปไก่ที่ถือมาไว้ข้าง ๆ เปิดฝา แล้วตักใส่ชามหนึ่ง ก่อนจะยื่นไปตรงหน้าหลินซ่า“ผมรู้ว่าในใจคุณยังโกรธอยู่ แต่ผมก็ไม่มีทางเลือก เจียงหยางโทรมาทุกวัน กำชับให้ผมดูแลอวี่โหรวกับเฉินเป่าให้ดี ผมก็แค่รับปากช่วยตามที่เพื่อนฝากฝังไว้”เขาตักขึ้นมาหนึ่งช้อนแล้วยื่นไปที่ริมปากของหลินซ่า น้ำเสียงอ่อนลงอีกเล็กน้อย“ซ่าซ่า คุณก็เคยเจอเจียงหยางมาแล้ว เขาเป็นคนเก่งหาตัวจับยาก ตอนนั้นโครงการตึกฉีเที
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status