บทที่สิบสาม ขอทดลองจริง“ฮึก...”กลับมายังกระโจมมีเพียงแสงตะเกียงน้ำมันส่องสลัว เงาร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพหนุ่มก้าวเข้ามาพร้อมกับอุ้มเย่วชิงที่กอดคอเขาแน่นไม่ยอมปล่อย เสียงสะอื้นยังดังอยู่ไม่ขาด ชายหนุ่มค่อย ๆ โน้มตัวลงวางนางบนฟูกชั่วคราวที่ปูเป็นที่นอนของตนเอง“วางใจเถิด...ยามนี้ไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้แล้ว” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนจนผิดวิสัยสำหรับแม่ทัพที่มักมีแต่ความดุดันในสนามรบเย่วชิงยังคงสะอื้น แววตาแดงก่ำเอียงมองคนตรงหน้า คล้ายตกอยู่ในภวังค์แห่งความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อน หัวใจที่หวาดกลัวค่อย ๆ คลายลงอย่างช้า ๆแม่ทัพหนุ่มยกมือหยาบกร้านจากการจับดาบมาซับน้ำตาที่ข้างแก้มนางอย่างแผ่วเบา “ไม่เป็นไรแล้ว คราวหลังเจ้าอย่าได้เข้าไปในที่อันตรายเช่นนั้นอีก”เย่วชิงส่ายหน้าเบา ๆ เสียงแผ่วสั่น “แต่...ถ้าข้าไม่ขวางไว้ พวกมันคงขโมยเสบียงไปหมด แล้วพวกท่านจะเดือดร้อนนี่นา”แววตาคมกริบพลันเข้มขึ้น แม่ทัพหนุ่มเอ่ยเสียงห้วนราวกับโกรธ “แต่ชีวิตเจ้าสำคัญกว่าเสบียงใด ๆ คราวหลังอย่าได้เอาตัวเองไปเสี่ยงเช่นนั้นอีกหาไม่มีความสามารถมากพอ”คำพูดนั้นทำเอาเย่วชิงที่พยายามสงบใจอยู่แล้วกลับสะอื้นขึ้นมาใหม่ ราวกั
Last Updated : 2026-05-05 Read more