LOGINฝากซีรีย์ชุด นางร้าย เรื่องที่ 1 ชื่อเรื่อง เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง เกริ่น เมื่อฉันทะลุมิติมาเข้ามาในนิยายบทบาทนางร้ายที่เป็นสาวใช้อุ่นเตียงให้พระเอก แน่นอนว่าหน้าที่ที่ได้รับจากมารดาพระเอกคือการสอนบทเรียนผู้ใหญ่ให้กับพระเอกนิยายเพื่อเตรียมพร้อมไปแต่งงานกับนางเอกนิยายนั่นเอง เรื่องที่ 2 ชื่อเรื่อง เมื่อเจนzทะลุมิติไปเป็นนางร้ายแสนชัง เกริ่น เมื่อเด็กเจนz ทะลุมิติมาในนิยายแปลจีนโบราณที่ตนเองหยิบมาอ่านเรื่องแรกในชีวิต บทบาทที่ได้มาสวมคือ นางร้ายสิวเขอะ ที่ตามตอแยรักพระเอกบ้านจนแต่เป็นลูกหลานขุนนางเก่า (ทำไม?) ประจบประแจงแม่พระเอกนิยายเห็นแก่ตัว (เพื่อ?) โดยไม่สนใจว่าตัวเองจะถูกตั้งฉายาว่า "สตรีหน้าผีไร้ยางอายแห่งเมืองหลวง" ดังนั้นเด็กเจน z คนนี้จึงขอเปลี่ยนโชคชะตามาเป็นคนดีคนสวยขา เริศ เชิด รวยทรัพย์ เจ้าของคลินิกความงามเป็นของตัวเอง ดีกว่าเจ้าค่ะ
View Moreบทส่งท้ายหนึ่งเดือนผ่านไปเสียงกลองแต่งงานดังสะท้อนไปทั่วเมืองเลี่ยงหลินในเช้าวันนั้น ขบวนขันหมากอลังการแห่มาจนถึงที่ว่าการเมืองที่ถูกตกแต่งด้วยผ้าแดงผืนยาว โคมมงคลห้อยระย้ารับลม ดอกไม้สดแต่งแต้มไปทั่ว ท้องถนนเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะยินดีจากชาวเมืองที่มาเป็นสักขีพยานในงานแต่งอันยิ่งใหญ่ของเจ้าเมืองผู้ทรงอำนาจกับหญิงสาวผู้มีรอยยิ้มประดับใจผู้คนแต่ในยามเช้าตรู่ในช่วงเวลาที่เจ้าสาวควรนั่งนิ่งรอแต่งหน้าอยู่หลังฉากผ้าอย่างเคร่งครัด กลับมีสิ่งผิดแผกเกิดขึ้นห้องแต่งตัวด้านในอาคารใหญ่ถูกปิดลงกลอนจากภายในบ่าวสาวใช้ที่เตรียมจะเข้ามาแต่งหน้าให้เจ้าสาวถูกชายหนุ่มในชุดคลุมแดงสั่งให้ออกไปรอเสียก่อน เสียงฝีเท้าของพวกนางค่อย ๆ ห่างออกไป พร้อมเสียงหัวใจที่ยังสั่นจากแววตาของเขาภายในห้องมีชุดเจ้าสาวสีแดงเข้มถูกแขวนไว้เรียบร้อยทว่าเจ้าสาวกลับยังมิได้มีโอกาสสวมมันสักทีเพราะ...หลิวซือเย่ถูกอุ้มมานั่งอยู่ริมเตียง ผิวขาวจัดของนางแดงระเรื่อ เสื้อคลุมบางถูกปลดหลุดจากไหล่ ผมยาวสยาย ดวงตาฉ่ำวาวมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างอ่อนแรงอ๋องหวังเต๋อหมิงยืนประจันอยู่ตรงหน้า ร่างสูงใหญ่โน้มเข้าหา มือข้างหนึ่งเชยคางนางขึ้น
บทที่ยี่สิบสอง แทบเท้าเช้าวันถัดมาแสงแดดแรกสาดทาบหน้าหอคณิกาเจียวหั่ว แต่ครั้งนี้มิใช่เพียงแสงอาทิตย์ที่ปลุกผู้คนให้ลืมตา หากเป็นเสียงเอะอะโกลาหลหน้าหอที่ทำให้ชาวบ้านและผู้คนในละแวกต่างพากันเดินมามุงดูกลางลานหน้าหอ มีชายสองคนถูกมัดมือไพล่หลัง นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น คนหนึ่งในนั้นคือผู้ดูแลร้านสุราที่เคยกระซิบข่าวลือเรื่องหอคณิกาฆาตกรรม ส่วนอีกคนคือบ่าวในจวนตระกูลหวังที่เคยแฝงตัวมาสืบข่าวในหอหลายครั้งและที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทหารที่ควบคุมสถานการณ์คือบุรุษในชุดอาภรณ์เจ้าหน้าที่ราชสำนักผู้หนึ่ง แผ่นป้ายบ่งบอกตำแหน่งสูงส่งจากทางการบนอกเด่นชัดมิอาจปฏิเสธได้ว่าเป็นผู้ใดอื่นนอกจากเจ้าเมืองคนใหม่ เฉินเต๋อหมิง“ประชาชนแห่งเมืองเลี่ยงหลินทุกคน โปรดสดับรับฟัง” เสียงทรงอำนาจของอ๋องหนุ่มเอ่ยขึ้นดังก้อง“บุคคลเหล่านี้ได้กระทำการใส่ร้ายป้ายสีหอคณิกาเจียวหั่วโดยไม่มีหลักฐาน ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หอเสียหาย ผู้คนต้องตกงานและสูญเสียรายได้ ข้าในฐานะผู้ปกครองเมืองนี้ จะไม่ปล่อยให้ความอยุติธรรมดำรงอยู่”เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นจากฝูงชน“และข้าจะเปิดเผยตรงนี้ว่า...ผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด คือลูกช
บทที่ยี่สิบเอ็ด นางเป็นของเขา“ท่านจะทำอะไร…” หลิวซือเย่ร้องเบา ๆ พยายามดึงมือกลับ แต่แรงของนางสู้เขาไม่ได้เลยเขาลากนางมาจนถึงอีกฝั่งหนึ่งของห้องซึ่งกว้างขวางอย่างยิ่ง เพราะห้องแห่งนี้เป็นห้องพิเศษสำหรับแขกสำคัญ ภายในจึงมีทั้งโต๊ะรับแขกใหญ่ ม่านกั้น และเตียงรับรองบุนวมขนาดใหญ่ประดับผ้าม่านโปร่งลายดอกไม้เย็บด้วยด้ายเนื้อดีเขาหยุดยืนที่ข้างเตียง มองหน้านางโดยยังไม่ปล่อยมือ“ท่านจะทำอะไร หม่อมฉันบอกแล้วว่าปล่อย...”ม่านบางของเตียงชั้นในไหวเบา ๆ ราวกับกำลังรับรู้ถึงบรรยากาศร้อนแรงที่ปะทุขึ้นดวงตาคมของอ๋องหนุ่มจับจ้องใบหน้างามที่บัดนี้แดงระเรื่อ ดวงใจของเขาเหมือนถูกฉีกเมื่อเห็นความลังเลในแววตานั้น ก่อนเอ่ยเสียงต่ำอย่างเจ็บลึก“เจ้าคิดว่าจะหลอกใช้ประโยชน์จากข้าแล้วไล่แล้วข้าจะไปหรือ เย่เอ๋อร์...ข้าไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้นนะ”หลิวซือเย่สะดุ้งเล็กน้อย น้ำเสียงนั้นทั้งกรุ่นโกรธและเว้าวอน เธอเบือนหน้าหนี แต่เขาใช้มืออุ่นรั้งปลายคางของนางไว้ บังคับให้หันมาสบตา“ท่านอ๋อง...ท่านโกรธที่ข้าหลอกใช้ท่านหรือ เหอะ ในอดีตข้าก็รู้สึกเช่นเดียวกับท่านในเวลานี้กระมัง ข้าเจ็บไม่แพ้ท่านหรอกเพคะ”คำถามนั้นแผ่ว
บทที่ยี่สิบ ผัวที่ไหนความรู้สึกเย็นเยียบในใจหลิวซือเย่กลับร้อนผ่าวขึ้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบุรุษที่เริ่มเผยความอันตรายออกมาชัดเจน นางไม่อาจเปิดประตูหนีได้คงต้องหาทางถ่วงเวลาเพื่อทำให้สหายร่วมงานที่หอรู้สึกเอะใจจนมาเคาะห้องนี้ช่วยนางหลิวซือเย่สูดหายใจเข้าลึก ๆ สลัดความกลัวทิ้งแล้วพลันหันกลับไปส่งยิ้มหวาน“โถ่ ข้าอุตส่าห์อยากเล่นตัวสักหน่อยเจ้าค่ะคุณชาย” น้ำเสียงนางออดอ้อนขึ้นทันตา “ท่านทำลายมารยาหญิงพังหมดเลยนะเจ้าคะ ทำเช่นนี้ข้าก็แย่สิเจ้าคะ ถ้าคุณชายไม่ปล่อยให้ข้าเล่นตัวเสียบ้าง อีกหน่อยคุณชายอย่าเบื่อตัวข้าก็แล้วกันนะเจ้าคะ”นางก้าวกลับไปหาเขาด้วยท่าทีอ่อนช้อย ก่อนจะค่อย ๆ ทรุดนั่งลงบนตักของชายหนุ่มอย่างแนบเนียน ลมหายใจหอมกรุ่นเฉียดใกล้ใบหูของอีกฝ่ายขณะมือบางแตะแก้มเขาเบา ๆหวังเจียเล่อดูจะตกตะลึงไปชั่วครู่ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความพึงใจอย่างเห็นได้ชัด “ข้ารู้ว่าเจ้ามีใจให้ข้าเย่เอ๋อร์...”“มีใจหรือไม่มี เอาไว้ข้าตอบตอนหมดจอกนี้ก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ” หลิวซือเย่ยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางยกจอกเหล้าขึ้นแนบปากของเขา “วันนี้เราดื่มฉลองกันเถิดเจ้าค่ะ”นางรินเหล้าให้เขาด้วยจังหวะชำนาญ ป้อนจอกแล้วจอก
บทที่ห้า เกี่ยวก้อยเป็นสหาย เซี่ยเจ๋อรุ่ยโน้มตัวลงคร่อมเย่วชิง มือใหญ่วางบนต้นขาเนียนราวกำลังสัมผัสสมบัติอันล้ำค่า ดวงตาคมกวาดมองบุปผาที่เบ่งบานอยู่ตรงหน้า เสียงลมหายใจของเขาหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัวเย่วชิงชี้นิ้วลงเบา ๆ “ตรงนี้…คุณชายต้องให้ความสำคัญ”เขาพยักหน้าช้า ๆ ก่อนโน้มศีรษะลง ปลายลิ้นร้อนแตะส
“อืม… อ่า…” เสียงทุ้มสั่นระรัว ผสานกับลมหายใจหนักที่แทบจะกลายเป็นเสียงกระเส่า ทำให้บรรยากาศในห้องข้นคลั่กไปด้วยความร้อนแรงเย่วชิงเพิ่มแรงบีบเล็กน้อยแล้วเร่งจังหวะ รูดขึ้นลงต่อเนื่องทให้ได้ยินเสียงครางของแม่ทัพหนุ่มดังชัดขึ้น “อืมม… เย่วชิง…อา…” กล้ามเนื้อหน้าท้องกระตุกตามแรงมือทุกครั้ง ดวงตาคมห
บทที่สี่ ขาที่สามยามวิกาลมาถึงในที่สุด แสงตะเกียงน้ำมันในเรือนนอนของแม่ทัพหนุ่มส่องละมุนทั่วห้อง เย่วชิงวางห่อผ้าสีหม่นบนโต๊ะเตี้ย คลี่ออกเผยให้เห็นตำราข้างหมอนสามเล่มที่เพิ่งได้มาจากร้านหนังสือมือสองเซี่ยเจ๋อรุ่ยนั่งพิงหมอนบนเตียง มองนางด้วยสายตาผสมระหว่างความสงสัยและระวัง “นี่คือหนังสือที่เจ้า
“จำข้าไม่ได้หรือ ข้าลู่เพ่ยอย่างไรเล่า”เย่วชิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ลู่เพ่ย? ในหนังสือไม่มีตัวละครนี้นี่นาความงุนงงฉายชัดในดวงตา แต่ยังคงพยักหน้ารับด้วยมารยาท“อืม จำได้สิ ช่วงนี้ข้าเครียดสมองเลยมึนเบลอ”ลู่เพ่ยมองนางด้วยแววตาที่อ่อนลง “เราเคยเป็นสหายกันเมื่อก่อน ข้าได้ยินว่าเจ้าจะไปจ่ายตลาด ข้าเสร็จงาน

















