Masukฝากซีรีย์ชุด นางร้าย เรื่องที่ 1 ชื่อเรื่อง เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง เกริ่น เมื่อฉันทะลุมิติมาเข้ามาในนิยายบทบาทนางร้ายที่เป็นสาวใช้อุ่นเตียงให้พระเอก แน่นอนว่าหน้าที่ที่ได้รับจากมารดาพระเอกคือการสอนบทเรียนผู้ใหญ่ให้กับพระเอกนิยายเพื่อเตรียมพร้อมไปแต่งงานกับนางเอกนิยายนั่นเอง เรื่องที่ 2 ชื่อเรื่อง เมื่อเจนzทะลุมิติไปเป็นนางร้ายแสนชัง เกริ่น เมื่อเด็กเจนz ทะลุมิติมาในนิยายแปลจีนโบราณที่ตนเองหยิบมาอ่านเรื่องแรกในชีวิต บทบาทที่ได้มาสวมคือ นางร้ายสิวเขอะ ที่ตามตอแยรักพระเอกบ้านจนแต่เป็นลูกหลานขุนนางเก่า (ทำไม?) ประจบประแจงแม่พระเอกนิยายเห็นแก่ตัว (เพื่อ?) โดยไม่สนใจว่าตัวเองจะถูกตั้งฉายาว่า "สตรีหน้าผีไร้ยางอายแห่งเมืองหลวง" ดังนั้นเด็กเจน z คนนี้จึงขอเปลี่ยนโชคชะตามาเป็นคนดีคนสวยขา เริศ เชิด รวยทรัพย์ เจ้าของคลินิกความงามเป็นของตัวเอง ดีกว่าเจ้าค่ะ
Lihat lebih banyakเย่วชิง วัยย่าง 27 ปี เลขานุการคนเก่งประจำบริษัทใหญ่ ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าเธอคือมือขวาของผู้บริหารที่ไม่มีวันลาป่วยหรือมาสายแม้แต่ครั้งเดียว
เธอเติบโตมาอย่างเด็กกำพร้า พ่อแม่จากไปตั้งแต่ยังเล็ก ต้องอยู่กับญาติที่ไม่อยากรบกวนเกินจำเป็น ทำให้เย่วชิงคุ้นชินกับการสู้ชีวิตด้วยตัวเองตั้งแต่วัยเรียน ทุนการศึกษาในทุกช่วงชีวิตคือสิ่งเดียวที่เธอยึดมั่นว่าจะต้องคว้ามาให้ได้ เพื่อไม่เป็นภาระของใคร แน่นอนว่าเธอทำสำเร็จ พอเรียนจบปริญญามาหญิงสาวได้รับการทาบทามให้มาทำงานที่บริษัทชั้นนำ
ชีวิตประจำวันของเธอถูกขีดเส้นด้วยงานเอกสาร การประชุม และการแก้ปัญหาวันละร้อยอย่างในบริษัทและคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่ความเหนื่อยล้าถาโถมมากกว่าทุกวัน
บนเตียงนอนในคอนโดขนาดกลาง เย่วชิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนผ่านหน้าจออย่างไร้จุดหมาย จนโฆษณาหนังสือเล่มหนึ่งเด้งขึ้นมา
‘ท่านแม่ทัพไร้รักกับคุณหนูใหญ่เอาแต่ใจ’
นิยายรักจีนโบราณที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของเธอมาก่อน
เย่วชิงไม่ค่อยมีเวลาอ่านนิยายสักเท่าไหร่ในชีวิต แต่ด้วยความอยากลองและสมองที่อ่อนล้าจากงาน วันนี้เธอจึงกดเข้าไปอ่านด้วยความคิดว่า สักหน่อยจะเป็นไรไป
ทว่าไม่คาดคิดว่ามันจะดึงความสนใจจากเธอเข้าไปในโลกอีกใบได้เร็วขนาดนี้
ตัวหนังสือถูกเลื่อนอ่านผ่านสายตาอย่างเพลิดเพลิน เนื้อเรื่องพาเธอไหลไปในโลกของแม่ทัพหนุ่มเย็นชาและคุณหนูใหญ่จอมเอาแต่ใจ จนกระทั่งเหลือเพียงบทส่งท้ายให้ตอนปิดเรื่องที่เป็นฉากนางร้ายของเรื่องกำลังถูกลงทัณฑ์จากผลของการกระทำของตน
ทว่าความล้าก็ชนะเย่วชิงเผลอหลับไปทั้งที่โทรศัพท์ยังวางบนอกในที่สุด
เมื่อเปลือกตาคู่สวยเปิดขึ้นอีกครั้งเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวตื่นแต่แทนที่จะเจอเพดานคอนโดกลับเป็นเพดานไม้แกะสลัก กลิ่นกำยานลอยอวล และเสียงฝีเท้าของบ่าวสาวในชุดโบราณรอบกายนางสร้างความงุนงงให้เลขาสาวอย่างยิ่ง
ความรู้สึกต่อมาที่แล่นเข้าสู่สติ คือความเย็นของน้ำที่โอบล้อมกาย ร่างกายเหมือนกำลังลอยอยู่แต่ไม่ใช่ความฝันแน่ เพราะเสียงกระฉอกของน้ำและแรงมือที่ถูลงมาบนผิวมันชัดเกินไป
กลิ่นกำยานผสมกลิ่นหอมหวานของน้ำชุ่มดอกไม้ลอยอบอวลในอากาศ เมื่อสายตาเริ่มปรับรับแสงได้ดีขึ้น กวาดมองรอบกาย ภาพที่เห็นคือขอบอ่างไม้ขนาดใหญ่และแสงตะเกียงน้ำมันที่ส่องลอดม่านบาง น้ำกระเพื่อมดังประสานกับเสียงพูดคุยของสาวใช้รอบกายที่ยังไม่สังเกตว่าคนที่พวกนางกำลังนินทาอยู่นั้นตื่นแล้ว
“เห็นไหมล่ะ สุดท้ายก็สมใจนางแล้ว”
“ก็แหงสิ ลูกสาวหัวหน้าสาวใช้ประจบฮูหยินใหญ่ได้สำเร็จ จะมีอะไรยากเล่า”
“ฮึ…ได้ปีนเตียงไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของคุณชาย คอยสอนบทเรียนรักให้ท่านก่อนแต่งกับคุณหนูใหญ่ในอนาคต เหอะ สมใจนางแล้วกระมัง”
“แต่อย่างไรก็ยังเป็นได้แค่สาวใช้อุ่นเตียงอยู่ดี นึกว่าคุณชายจะหลงรักแล้วรับเป็นอนุอย่างนั้นหรือ ฮ่า ๆ ฝันไปเถอะ”
“จริงเชียว ข้ายังจำน้ำเสียงนางเมื่อเช้าได้ชัดเจน ทำเหมือนตัวเองเป็นนายหญิงคอยสั่งให้พวกเรามาขัดเนื้อถูตัวให้อย่างนี้”
แรงมือยังคงขัดผิวของเย่วชิงในร่างใครก็ไม่รู้ไม่หยุด ขณะที่เสียงหัวเราะเบา ๆ สลับคำประชดประชันแทงเข้าหูทุกคำ
เย่วชิงแกล้งหลับตาอีกรอบและนิ่ง ไม่ใช่เพราะโกรธจนพูดไม่ออกแต่เพราะประโยคเหล่านี้มันคุ้นเสียจนขนลุก
นี่มัน… บทสนทนาเดียวกับในนิยายที่เธอเพิ่งอ่านเมื่อคืนก่อนเผลอหลับคาโทรศัพท์นี่!
หัวใจเย่วชิงเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับใกล้จะทะลุออกมานอกอก
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ
อ่างไม้…น้ำหอม…สาวใช้กำลังขัดตัว…
และคนที่พวกนางนินทาว่าเป็น “สาวใช้อุ่นเตียง” นั่นคือเธอที่กำลังอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้อย่างนั้นเหรอ?
นี่มันบทของเย่วชิง นางร้ายชื่อเดียวกันกับเธอโดยบังเอิญที่เป็นลูกสาวหัวหน้าสาวใช้ซึ่งคิดว่าตัวเองสถานะพิเศษกว่าสาวใช้คนอื่นเพราะได้ขึ้นเตียงคุณชายเจ้าของจวน แต่จุดจบนั้นแสนอนาถ ถูกเฆี่ยนแล้วขายเข้าซ่องไม่ใช่หรือ
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!
อย่าบอกนะว่าเธอทะลุมิติเข้ามาในนิยาย แล้วดันมาอยู่ในร่างนางร้ายสาวใช้อุ่นเตียงของพระเอก
แม้เหตุการณ์ตรงหน้าจะชวนให้ผู้คนตกใจลนลานเพียงใด แต่หญิงสาวกลับมิได้ปล่อยให้ความตื่นตระหนกครอบงำได้เนิ่นนาน ด้วยนิสัยปรับตัวเก่งมาตั้งแต่เยาว์วัย เพียงชั่วอึดใจนางก็ตั้งสติได้ แล้วเริ่มคิดหาคำตอบแก่ความวิปริตที่เกิดขึ้นนี้
หากข้ามาอยู่ในร่างนี้จริง ก็ต้องหาทางพิสูจน์ให้มั่นใจก่อน คิดได้ดังนั้นจบหญิงสาวจึงลืมขึ้นเต็มตา เหลือบมองสาวใช้สามนางที่นั่งล้อมอ่างไม้ไว้รอบด้าน มือหนึ่งขัดถูผิวกายของนาง อีกมือคอยชโลมน้ำหอมชุ่มไปทั่วลำตัว ท่าทีของแต่ละนางเต็มไปด้วยความฝืนใจ ใบหน้าขุ่นมัวราวมิอาจซ่อนความรังเกียจ
เธอเอียงคอน้อย ๆ สายตาคมคายกวาดมองแต่ละคน ก่อนเอ่ยด้วยเสียงสงบ “พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใดให้ข้าอยู่หรือ เหตุใดต้องขัดตัวและชโลมน้ำหอมแก่ข้าด้วย”
ภาษาที่ปรับให้เข้ากับสิ่งที่เพิ่งได้ยินทำให้เธอนั้นไม่ถูกสงสัยใดใด
สาวใช้ทั้งสามชะงักมือลง พลันสบตากันด้วยความงุนงง ราวกับได้ยินถ้อยคำพิสดารนัก คนหนึ่งหัวเราะหยันในลำคอ ก่อนกล่าวตอบ
“แม่นางเย่วชิง หรือว่าเจ้าลืมไปแล้ว ฮูหยินใหญ่ได้มอบหมายให้เจ้าเข้าไปอุ่นเตียงถวายคุณชายน่ะ”
อีกนางหนึ่งเสริม น้ำเสียงเจือเยาะ “เจ้าเองเป็นผู้ได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่นี้แท้ ๆ ไยกลับทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องราว ต้องการเยาะเย้ยพวกข้าเสียอย่างนั้น”
คำกล่าวนั้นทำให้หัวใจของเลขาสาวเต้นแรงขึ้น ความทรงจำในเนื้อเรื่องที่อ่านเมื่อคราวยังอยู่ในโลกเดิมพลันแจ่มชัดยิ่งนัก
ต้องใช่แน่ ๆ
หากไม่อยากหลอกตนเองอีกต่อไป เห็นทีเลขาสาวคงต้องยอมรับให้ได้ว่าตนเองมีชะตากรรมที่หนีไม่พ้นการเข้ามาอยู่ในนิยายที่เพิ่งอ่านแถมยังเป็นบทนางร้ายไม่ผิดแน่!
บทที่สิบแปด นางร้ายร้อนแรง“เจ้ากำลังเมา”เสียงเขาแผ่วลงกว่าทุกครั้ง พลางคลายวงแขนให้ห่างออก แต่แทนที่หลี่จื่อเหยาจะดีดตัวถอยหนี นางกลับรั้งเสื้อคลุมของเขาไว้แน่น ใบหน้าซุกเข้าที่แผงอกอย่างเต็มแรง ริมฝีปากกระซิบอู้อี้“ก็เจ้าหล่อ…หล่อเกินไป…”จ้าวอี้หานแทบหลุดหัวเราะออกมา หากไม่ใช่เพราะร่างกายนางกำลังกดทับอยู่และมือเล็ก ๆ กำลังคืบคลานไปบนอกเขาราวกับสำรวจทรัพย์สมบัติ“นี่มัน…”คำพูดติดค้างในลำคอ เมื่อจู่ ๆ มือของนางแตะลงตรงจุดที่ทำให้กล้ามเนื้อเขาตึงเครียดขึ้นมาโดยอัตโนมัติหญิงสาวขยับตัวคร่อมตักเขา ผ้าคลุมไหล่ผืนบางพลิ้วเลื่อนเปิดเผยเนินไหล่ขาวนวล“จะหยุดทำไม…”เสียงกระซิบเจือกลิ่นสุราเอ่ยขึ้น พลางจ้องตาเขาอย่างไม่หวาดหวั่น ดวงตาคมของอ๋องหนุ่มวูบหนึ่งทอประกายวาบขึ้นในความมืด ก่อนเขาก็หันหน้าไปยังประตู เพียงแค่กระตุกมุมปากเล็กน้อย ทหารทั้งหลายที่ก้มหน้าอยู่ด้านนอกก็สะดุ้งเฮือก ก่อนจะพากันเดินถอยออกห่างอย่างเงียบงันไม่ต่างจากเงาในราตรีไม่ทันไร เสียงประตูบานใหญ่ก็ค่อย ๆ ปิดลงอย่างแนบเนียน...ปังท่ามกลางความเงียบสงัดในห้องพักที่แสงเทียนสลัวไหวอยู่บนโต๊ะไม้ จ้าวอี้หานก้มลงกระซิบชิดริมฝีป
“หืม...คนใหม่หรือจ๊ะ...” เสียงของหลี่จื่อเหยาอู้อี้ออกมา “หน้าคุ้นจังเลยนะเรา ตัวใหญ่น่ากอดดีจัง”จ้าวอี้หานที่ควรจะโกรธ ทว่ากลับกัดฟันแน่นปล่อยให้สตรีขี้เมาลูบไล้มือไปทั่วแผ่นอกของเขาหลี่จื่อเหลาหลับตาพริ้มแล้วคลอเคลียกับฝ่ามือเขาราวกับหมอนข้างจนเขาต้องเอ่ยเสียงต่ำเพื่อเตือนให้นางได้สติขึ้นมาบ้าง“เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครกันแน่”หลี่จื่อเหยาหัวเราะคิก ก่อนจะยกนิ้วขึ้นแตะที่จมูกเขาแล้วพูดช้า ๆ ชัด ๆ “นายโลมพรีเมียมที่ข้าจ้างมานั่งคุยเล่นใช่มะ...”“นายโลม?” อ๋องหนุ่มเลิกคิ้ว“ใช่ แค่คุยเป็นเพื่อนดื่มกับข้า แล้วก็ฟังข้าบ่น...ก็พอ...”คำสุดท้ายหลุดออกมาเสียงดัง จ้าวอี้หานหลุบตามองหญิงสาวที่ตอนนี้พยายามดึงชายเสื้อของเขาไปกอดเอาไว้“อืม...เสื้อนี่เนื้อดีจัง...เนื้อผ้าพรีเมียมแน่เลย...”“...”ทหารที่เฝ้าเจ้านายรอรับคำสั่งอยู่หน้าประตูห้องสบตากันด้วยแววตาอึ้งงัน บางคนแทบจะทำดาบในมือร่วงหล่น บางคนสะกดกลั้นลมหายใจ หวั่นเกรงว่าหากเผลอหลุดหัวเราะออกมาแม้เพียงนิดเดียว ศีรษะของตนคงต้องกลิ้งอยู่บนพื้นไม้ในพริบตาไม่มีผู้ใดกล้าพูดออกมา แม้อยากจะกระซิบเสียงเบาบอกคุณหนูใจกล้าผู้นั้นเหลือเกินว่า‘คุณหนูหล
บทที่สิบเจ็ด นางร้ายเมาแล้วสร้างเรื่องในห้องชั้นสองของหอนาง เวลานี้จากตอนแรกเป็นห้องคุยเจรจางานหาผลประโยชน์ร่วมกัน บัดนี้ได้กลายเป็นห้องที่เต็มไปด้วยความบันเทิง ผ่อนคลายอารมณ์เสียงพิณคลอเบา ๆ คลอเคล้าแสงตะเกียงสีชมพูสลัว ๆ บรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นบุหงาและกลิ่นสุราผสมกันจนชวนให้เวียนหัวสำหรับคนทั่วไปแต่ไม่ใช่กับหลี่จื่อเหยาที่กำลังเคลิบเคลิ้มเพราะเหมือนได้หวนคืนถึงวันเก่า ๆ ในชาติที่แล้วก่อนเรียนมหาลัย มีบางครั้งหญิงสาวและเพื่อนพากันไปเที่ยวคลับ เต้นและแข่งกันจีบหนุ่มในคลับหรูเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการอ่านหนังสือจนสอบติดคณะแพทย์ตามที่หวังหลี่จื่อเหยาในยามนี้เหมือนสตรีร่างใหม่เพราะดื่มสุราไปหลายจอก แววตาเจ้าเล่ห์ล้ำลึกนั่งไขว่ห้างอยู่บนเบาะนวมนุ่ม ผินหน้ายิ้มละไมให้นายโลมที่มามาจัดหามาให้ช่วยแขกรินสุราไม่ไกลนั้นก็มีอาอีและผู้คุ้มกันยืนมองหน้ากันเคร่งเครียดไม่รู้จะห้ามปรามคุณหนูของตนเองอย่างไรดี จะให้พากลับจวนตอนนี้ก็สายไปเสียแล้วบุรุษนายโลมสองคนหน้าตาขาวเพราะพอกแป้งเดินเข้ามา นั่งลงข้างหลี่จื่อเหยาอย่างว่าง่าย สีหน้ายิ้มแย้มประจบเอาใจเป็นที่สุด จนหลี่จื่อเหยาใจอ่อนยื่นถุงตำลึงเงิน
บทที่สิบหก นางร้ายเดินอวดโฉมหลี่จื่อเหยาพยักหน้าเนือย ๆ อย่างจำยอมในตอนที่อีกฝ่ายรับข้อเสนอการทดลองคบหากันอย่างน้อยตอนนี้ยังไม่ต้องเข้าเรือนหอในเร็ววันแต่อารมณ์เบาใจนั้นเพิ่งจะเกิดได้ไม่ถึงสักลมหายใจดี เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นอีกครั้ง“และหากครบหนึ่งเดือนแล้ว…ข้ายังคงยืนยันจะเลือกเจ้ามาเป็นพระชายา ข้าจะให้จัดพิธีแต่งงานในเจ็ดวันถัดไปทันที”“…”“โดยที่เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ไม่อาจอิดออด ไม่สามารถผลัดวันได้”หลี่จื่อเหยาเบิกตากว้าง ปากอ้าค้างอะ อ้าว…นี่มันบีบบังคับทางอ้อมในคราบการทดลองรักหรือเปล่าเนี่ยดวงตาคมปลาบของท่านอ๋องจ้องมองมาราวกับตอกย้ำความจริงข้อหนึ่งว่าไม่มีอะไรในคำพูดของเขาที่เป็นเพียงลมปากหลี่จื่อเหยากลืนน้ำลายอึกหนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นอย่างเชื่องช้า“เพคะ หม่อมฉันตกลง”ยิ้มแห้งพ่วงหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างฝืนธรรมชาติที่สุดในโลกภายนอกคือเด็กสาวผู้ยินดี ภายในคือเสียงตะโกนระดับห้างแตกชิบละ! ตกลงไปแล้ว ตกลงไปในหลุมแล้วจริง ๆ ด้วยท่านอ๋องจ้าวอี้หานยิ้มมุมปากอย่างพึงใจ สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่แววตากลับอ่อนลงเล็กน้อย คล้ายเห็นเหยื่อยอมติดกับดักก็รู้สึกพอใจและเพียงแวบเดียว





