บททั้งหมดของ ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง: บทที่ 71 - บทที่ 80

93

ออเซาะ

ปู้จิงห่มผ้าให้อาหยวนของนางอย่างเบามือ ใบหน้าที่ซีดเซียวจากการเสียเลือดของเขาทำเอาปู้จิงถึงกับรู้สึกปวดใจ หากนางเข้าไปช่วยเขาไม่ทัน ปู้จิงก็ไม่รู้เลยว่าเขาจะบาดเจ็บสาหัสมากกว่านี้สักเพียงใด นางได้แต่คิดว่าใครกันช่างใจร้ายจนกล้าส่งคนมาฆ่าคู่หมั้นนางหลายครั้งขนาดนี้ เมื่อปู้จิงคิดถึงคราแรกที่พบกัน กระต่ายน้อยตัวนี้ของนางก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้ว ยังดีที่ครั้งนี้มีหมอหลวงเดินทางมาด้วยหลายคน เพราะการล่าสัตว์ประจำปีจัดขึ้นสามวันเป็นประจำทุกปี หมอจึงสำคัญมากในการมาล่าสัตว์ทุกครั้ง“น้ำ...ขอน้ำ” เสียงของอาหยวนดังขึ้นเบา ๆ&ld
อ่านเพิ่มเติม

สัตว์ประหลาด

“เกิดอะไรขึ้นกันนะ หรือว่ายาพิษข้าหมดอายุ” แม่เฒ่าพิษที่ยืนหลบมุมดูอยู่ไกล ๆ พึมพำขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ ยาพิษนั้นนางปรุงขึ้นมาจากสัตว์พิษกว่าสามสิบชนิดอย่างยากลำบาก และยังจับคนมาทดสอบพิษอีกหลายร้อยคนจนได้พิษที่ไร้สีไร้กลิ่นออกมาจำนวนหนึ่ง แม่เฒ่าพิษคิดไปคิดมาก็เริ่มไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองสักเท่าไหร่ นางเลือกที่จะหายวับไปและทดลองนำพิษมาใช้กับตัวเอง ด้วยคิดว่าขนาดปู้จิงยังไม่เป็นอันใด แม่เฒ่าพิษจึงกินพิษเข้าไปโดยตรงเหมือนปู้จิง แต่พอลิ้นนางสัมผัสกับพิษเล็กน้อยเท่านั้น ตัวของแม่เฒ่าพิษก็ถึงกับล้มตึงลงกับพื้นแล้วน้ำลายฟูมปากทันที นางที่กลัวตายยิ่งกว่าอะไรดีรีบหยิบยาถอนพิษมากินลงไปจนสองเค่อต่อมาอาการจึงได้ดีขึ้น“สัตว์ประหลาด นางต้องเป็นสัตว์ประหลาดแน่ ๆ” แม่เฒ่าพิษที่ยังนอนกับพื้นด้วยสติอันเลื่อนลอยเอ่ยขึ้นเบา ๆ อย่างกับคนบ้า กว่างานเลี้ยงรอบค่ำจะเลิก เวลาก็ผ่านไปจนถึงปลายยามซวีแล้ว ปู้จิงกลัวว่าชินอ๋องจะพักผ่อนไม่เพียงพอจึงได้ลากเขากลับไปที่กระโจมโดยไม่สนใจว่าชินอ๋องจะกำลังคุยอะไรอยู่กับทหารองครักษ์ของพระองค์ที่มารายงานเรื่องการเฝ้าเวรยาม“เจ้าป่วยอยู่ต้องรีบนอนรู้หรือไม่ เรื่องงานให้ฉางอ
อ่านเพิ่มเติม

ล่าสัตว์วันสุดท้าย

“ขอบใจเจ้ามากนะชินอ๋อง” ฮ่องเต้อดตรัสคำนี้ออกมาไม่ได้ หากไม่มีน้องชายที่เสียสละตนเองออกรบตั้งแต่อายุสิบขวบ พระองค์ก็คงไม่ได้เป็นฮ่องเต้มาถึงทุกวันนี้แน่ อีกทั้งราชกิจน้อยใหญ่ที่ชินอ๋องช่วยเหลือพระองค์ตลอดสิบปีที่ผ่านมาก็ช่วยพระองค์ได้มากด้วย สองพี่น้องตรัสคุยกันอย่างสนิทสนม ฮองเฮาที่รับฟังอยู่ด้วยก็ยิ้มบางออกมาที่เห็นว่าพระสวามีและน้องชายรักกันดีไม่ต่างจากเมื่อสิบปีก่อนเลย ตอนนั้นพระนางเพิ่งอภิเษกกับรัชทายาทได้ไม่ถึงหนึ่งปีก็เกิดการกบฏขึ้นจนทำให้ฮ่องเต้พระองค์ก่อนและฮองเฮาสิ้นพระชนม์ กว่าเหตุการณ์จะสงบ พระนางก็ต้องตกระกำลำบากมาไม่น้อย โชคดีที่ชินอ๋องกับตระกูลของพระนางช่วยกันกอบกู้ราชวงศ์กลับมาได้ในอีกหนึ่งปีต่อมา ถึงแม้ว่าตอนนี้ทางตระกูลของนางจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับราชสำนักมากนักเพื่อป้องกันความหวาดระแวง แต่พวกเขาก็ยังคงคอยปกป้องพระนางอยู่อย่างลับ ๆ ปู้จิงที่ตอนนี้ควบม้าเข้าไปยังป่าลึกมากกว่าเมื่อวาน นางในตอนนี้ยิงกวางได้อีกหนึ่งตัวแล้ว นับว่าภูเขาไหวเสวี่ยแห่งนี้ช่างอุดมสมบูรณ์มากจริง ๆ ปู้จิงปล่อยให้องครักษ์จัดการกวางตัวนั้นเช่นเคย ส่วนตัวนางเองก็ควบม้าลึกเข้าไปอีก กระทั่งปู้จิงเห็น
อ่านเพิ่มเติม

ขาดลอย

ปู้จิงส่งชินอ๋องกลับกระโจมเสร็จ นางก็เข้าไปอาบน้ำพักผ่อนอยู่ในกระโจมของตนเองจนกระทั่งหนึ่งชั่วยามก่อนงานเลี้ยงช่วงค่ำ แม่นมหวู่ปลุกปู้จิงขึ้นมาเปลี่ยนเครื่องแต่งกายและสวมเครื่องประดับให้สมฐานะท่านหญิงอีกครั้ง“โธ่ท่านป้า วันสุดท้ายแล้วท่านยังจะประโคมเครื่องประดับใส่หัวข้าอีก” ปู้จิงบ่นป้อย ๆ“ไม่ได้สิเจ้าคะท่านหญิง ยิ่งวันสุดท้ายท่านยิ่งจะต้องงามสง่านะเจ้าคะ” แม่นมหวู่ส่ายหัวให้กับเด็กสาวขี้บ่นตรงหน้านางอย่างนึกเอ็นดู“เฮ้อ การเป็นท่านหญิงช่างยุ่งยากเสียจริง” ปู้จิงอมลมไว้ในปากอย่างแง่งอน บ่าวทั้งสี่ที่คอยดูแลปู้จิงเห็นท่าทางน่ารักของเจ้านายก็อดก้มหน้ายิ้มขำตามไปด้วยไม่ได้ พวกนางคิดว่าท่านหญิงช่างน่ารักนัก ไม่ว่าท่านหญิงทำสิ่งใดก็ดูน่ารักไปหมด“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ ท่านหญิงดูในกระจกสิว่างามหรือไม่” แม่นมหวู่ยิ้มบางออกมา“ว้าว งามมากท่านป้า แต่ข้าหมายถึงเครื่องประดับนะเจ้าคะ” ปู้จิงแลบลิ้นสีชมพูออกมาอย่างทะเล้น ทำเอาคนที่เห็นต่างพากันหัวเราะเบา ๆ ออกมาทันที“เฮ้อ ท่านหญิงนี่ล่ะก็ ไปหาท่านอ๋องกันดีกว่าเจ้าค่ะ จะได้ออกไปที่งานเลี้ยง” แม่นมหวู่เห็นว่าเหลือเวลาอีกไม่นานงานเลี้ยงก็จะเริ่มแล้ว
อ่านเพิ่มเติม

กฎเกณฑ์

“ท่านป้า นี่เงินห้าพันตำลึงเจ้าค่ะ ท่านเอาไปซื้อบ่าวมาดูแลจวนเพิ่มนะเจ้าคะ เงินที่เหลือท่านก็เอาไว้บริหารจัดการจวนก็แล้วกัน ท่านก็รู้ว่าข้ากินจุ ยังไงก็หาพ่อครัวดี ๆ มาไว้ทำอาหารให้ข้าด้วยนะเจ้าคะ” ปู้จิงยื่นตั๋วแลกเงินที่ได้รับมาจากงานล่าสัตว์ให้แม่นมหวู่“ทราบแล้วเจ้าค่ะท่านหญิง บ่าวจะลงบัญชีเอาไว้ให้นะเจ้าคะ” แม่นมหวู่ไม่คิดว่าปู้จิงจะไว้วางใจนางมากถึงเพียงนี้ แน่นอนว่าแม่นมหวู่เองก็จะจัดการจวนของท่านหญิงให้ดีเช่นกัน“ขอบคุณท่านป้ามากนะเจ้าคะ ข้าขอไปเดินเล่นรอบ ๆ จวนสักหน่อย” ปู้จิงที่ยังอยู่ในชุดขี่ม้าบอกอย่างร่าเริง ตอนนี้นางส่งเจ้าม้าให้องครักษ์นำไปดูแลแล้ว“ให้เสี่ยวซื่อกับเสี่ยวชุ่ยไปด้วยนะเจ้าคะ” แม่นมหวู่ยังคงเป็นห่วงว่าท่านหญิงจะหลงทาง เพราะจวนแห่งนี้ใหญ่พอ ๆ กับจวนชินอ๋องเลยทีเดียว“ได้เจ้าค่ะ พี่สาวไปกันเถอะ” ปู้จิงยิ้มกว้างแล้วรีบเดินนำหน้าไปทันที เมื่อครู่นางไม่ได้ดูเรือนอื่นเลยนอกจากเรือนหลักที่แม่นมหวู่เลือกห้องเอาไว้ให้นาง แม่นมหวู่ให้องครักษ์เตรียมรถม้าเพื่อไปยังร้านขายทาสในเมืองหลวง โดยนางพาบ่าวรับใช้ไปด้วยอีกสองคน แม่นมหวู่ลองคาดเดาจำนวนทาสที่ต้องซื้อก็พบว่านางคง
อ่านเพิ่มเติม

เคลื่อนไหว

“ท่านหญิงได้โปรดใจเย็นเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวบ่าวจะอธิบายให้หมัวมัวฟังเอง ท่านหญิงเชิญกินต่อเลยนะเจ้าคะ” แม่นมหวู่กลัวว่าท่านหญิงของนางจะเสียกิริยาไปมากกว่านี้จึงต้องเข้ามาเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ย“อื้อ” ปู้จิงพยักหน้ารับคำแม่นมหวู่ จากนั้นนางก็ไม่สนใจกฎการกินอะไรทั้งนั้น แต่รีบสวาปามอาหารอย่างคนที่กำลังหิวจัดจนนางกำนัลทั้งสี่ต่างตกใจไม่น้อย“เฮ้อ หมัวมัว เรื่องกฎเกณฑ์เหล่านี้ท่านอ๋องสั่งให้ท่านหญิงละเว้นได้เจ้าค่ะ ฝากท่านบอกฮองเฮาด้วยว่าท่านหญิงไม่คุ้นชินกับธรรมเนียมเหล่านี้จริง ๆ” แม่นมหวู่ไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายมากเกินไป นางเองก็เห็นว่ากิริยามารยาทของท่านหญิงนางก็ไม่ถึงกับเลวร้ายจนต้องมาฝึกฝนกฎเกณฑ์คร่ำครึเหล่านี้ แม่นมหวู่อยากให้ท่านหญิงใช้ชีวิตอย่างมีความสุข“ในเมื่อแม่นมกล่าวเช่นนี้ ข้าก็จะไปทูลฮองเฮาให้เจ้าค่ะ ส่วนกฎเกณฑ์อื่น ๆ รบกวนแม่นมหวู่สอนท่านหญิงสักหน่อยนะเจ้าคะ ข้าคิดว่าคงไม่ได้มาสอนท่านหญิงอีกแล้ว” หมัวมัวเองก็ไม่อยากฝืนใจท่านหญิง อย่างไรเสียฮองเฮาก็รับสั่งแล้วว่าให้สอนเท่าที่ท่านหญิงจะทำได้“ขอบคุณหมัวมัวที่เข้าใจเจ้าค่ะ พวกท่านไปกินอาหารก่อนค่อยกลับนะเจ้าคะ ข้าให้คนเต
อ่านเพิ่มเติม

ขายหน้า

“ท่านลุง ไอ้พวกบ้านี่มันหากว่าข้าล่วงเกินท่านอ๋องกับท่านหญิง ข้ากำลังคุยกับนังปู้จิงอยู่แท้ ๆ นะเจ้าคะ” จิ่วเหมยรีบเดินเข้าไปออดอ้อนคนที่อ้างตัวว่าเป็นญาติห่าง ๆ ของบ้านนางแล้วรับพวกนางเข้ามาเมืองหลวงก่อนหน้านี้“เงียบซะ! แค่นี้ยังขายหน้าไม่พออีกหรือ กระหม่อมขอประทานอภัยท่านอ๋องกับท่านหญิงด้วยพะย่ะค่ะ หลานสาวกระหม่อมไม่รู้ความ” เสนาบดีซ้ายรีบค้อมกายคำนับชินอ๋องและปู้จิงอย่างเสียไม่ได้ เขายังไม่สามารถต่อต้านชินอ๋องได้ในตอนนี้“ฮึ! เราก็นึกว่านางสูงส่งมาจากไหน ที่แท้ก็หลานสาวของท่านเสนาบดีนี่เอง” ชินอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงดูถูก เขาจำได้ดีว่าจิ่วเหมยตอนอยู่หมู่บ้านพูดสิ่งใดกับปู้จิงเอาไว้บ้าง“เจ้ารีบขอโทษชินอ๋องกับท่านหญิงเสีย!” หลิวกู้ถิงรีบหันไปตวาดใส่หน้าจิ่วเหมย เขารู้ดีว่าชินอ๋องกำลังหมายถึงสิ่งใด ตอนนี้หากเขาจัดการได้ไม่ดี รับรองว่าเรื่องคงบานปลายแน่“แต่ว่า…” จิ่วเหมยกระทืบเท้าเร่า ๆ อย่างไม่ยินยอม นางไม่อยากเชื่อว่าคู่หมั้นของปู้จิงเป็นถึงท่านอ๋องแห่งแคว้น อีกทั้งเหตุใดปู้จิงจึงกลายเป็นท่านหญิงได้ เรื่องนี้นางไม่ยินยอมพลั่ก! ตุ้บ! โอ้ย!“รีบขอโทษท่านอ๋องกับท่านหญิง!!” หลิวกู้ถิงตว
อ่านเพิ่มเติม

ลักพาตัว

งานเลี้ยงวันไหว้พระจันทร์กว่าจะเลิกก็กลางดึกแล้ว ชินอ๋องเห็นว่าปู้จิงง่วงมากจึงอาสาไปส่งนางที่จวนก่อน จากนั้นพระองค์จึงเดินทางกลับจวนพร้อมฉางอันเพียงสองคน เพราะอยู่ในเมืองหลวง ชินอ๋องจึงไม่ได้คิดที่จะระมัดระวังตัวอะไรนัก อย่างไรเสียในเมืองหลวงก็มีทหารคอยเดินเวรยามตลอดทั้งคืนอยู่แล้ว ขณะที่ชินอ๋องควบม้าเคียงคู่กับฉางอันกลับจวน อยู่ ๆ กลับมีชายชุดดำมากกว่าสามสิบคนมาล้อมพวกเขาเอาไว้ ชินอ๋องขมวดคิ้วมุ่นอย่างยุ่งยากพระทัย หากพระองค์ให้ฉางอันส่งสัญญาณออกไป ทั้งเมืองหลวงคงแตกตื่นแน่“พวกเจ้าต้องการอะไร” ชินอ๋องตรัสถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ฮึ! เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ แค่ไปกับพวกเราก็พอแล้ว” หัวหน้าชายชุดดำกล่าวอย่างดูถูก พวกเขามากันเป็นจำนวนมากจึงได้มั่นใจว่าจะสามารถกำราบเป้าหมายได้ไม่ยาก“ฆ่า!” ชินอ๋องตรัสเสียงดังแล้วลอยตัวชักกระบี่ออกมาฟาดฟันเหล่าชายชุดดำทันที ฉางอันเองก็ทำไม่ต่างกัน เขาคอยคุ้มกันชินอ๋องและจัดการชายชุดดำไปด้วยเพื่อเปิดทางให้ชินอ๋องหนีกลับจวนไปก่อน แต่น่าเสียดายที่สองแขนย่อมไม่อาจสู้สี่ฝ่ามือ ไม่ถึงสองเค่อชินอ๋องกับฉางอันก็ถูกจับมัดเอาไว้อย่างแน่นหนา ยังดีที่พวกเขาไม่ได้รับบาดเ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
5678910
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status