All Chapters of ชุมนุมผี "ศรัทธานำทาง แต่ความกลัวนำหน้า": Chapter 1 - Chapter 10

19 Chapters

บทที่ 1 กลิ่นธูปในห้องเรียนที่ว่างเปล่า

ท่ามกลางแสงอาทิตย์สีส้มสลัวที่กำลังจะลับขอบฟ้าหลังอาคารเรียนไม้เก่าแก่ของโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด ความเงียบเชียบที่ควรจะเป็นเวลาเลิกเรียนกลับถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดที่มองไม่เห็น บรรยากาศในทางเดินยาวเหยียดดูราวกับจะบีบอัดเข้าหากัน ทุกอย่างดูเป็นปกติ... ยกเว้นเพียงห้องชมรมเล็กๆ ที่มุมตึก ซึ่งมีป้ายไม้กระดำกระด่างแขวนไว้ว่า “ชุมนุมผี” ​“กูบอกแล้วไงว่าอย่าท้า! พระเจ้าไม่ได้สร้างปากมึงมาเพื่อให้มึงเอาไปแกว่งหาเท้าผีนะไอ้ธาม!” ​เสียงตะโกนของ พีท สมาชิกสายกวนประจำกลุ่มดังแหวกความเงียบ เขากำลังยืนกอดอก พิงผนังห้องชมรมที่เต็มไปด้วยเศษขนมของ บับเบิ้ล สายตาของเขาจ้องมองไปที่หัวหน้าแก๊งอย่าง ธาม ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ แต่ปากยังเก่งอยู่ ​“กูไม่ได้ท้า! กูแค่บอกว่า... ถ้าผีนักเรียนที่ฆ่าตัวตายคนนั้นมีจริง ก็ออกมาให้เห็นสิ จะได้รู้ว่าพระเจ้าจะคุ้มครองเราไหม” ธามตอบเสียงสั่น พลางกระชับกางเขนอันเบ้อเริ่มที่แขวนอยู่ที่คอจนมันเกือบจะรัดคอตัวเองเสียตายก่อนผีมา ​“แล้วเป็นไงล่ะ...” กวี หนุ่มแว่นผู้เงียบขรึมพูดขึ้นสั้นๆ เขาขยับแว่นสายตาหนึ่งครั้ง ก่อนจะมองจ้องไปที่มุมห้องมืดๆ ที่ไม่มีใครก
last updateLast Updated : 2026-04-30
Read more

บทที่ 2 กฎของการซ่อนตัว (และกลิ่นน้ำเน่าที่ตามติด)

เสียงฝีเท้าหกคู่ดังสะท้อนก้องไปตามโถงทางเดินไม้ที่บิดเบี้ยวตามกาลเวลา ความมืดในอาคารเรียนหลังนี้ไม่ได้เป็นสีดำสนิท แต่มันเป็นสีม่วงคล้ำที่ชวนให้รู้สึกคลื่นไส้ ทุกก้าวย่างที่พวกเขามุ่งหน้าไปสู่บันไดทางขึ้นดาดฟ้า บรรยากาศรอบตัวเริ่มข้นคลักจนเหมือนกำลังเดินลุยอยู่ในหนองน้ำที่มองไม่เห็น ​"หยุดก่อน!" กวี หนุ่มแว่นกระชากคอเสื้อ ธาม ไว้จนเกือบหงายหลัง ​"อะไรของมึงวะกวี! บับเบิ้ลหายไปนะเว้ย!" ธามโวยวาย แต่อาการสั่นที่หัวเข่ายังปิดไม่มิด ​"มึงมองดูบันได..." กวีดันแว่นที่เริ่มมีฝ้าเกาะ ทั้งที่อากาศร้อนอบอ้าว สัมผัสที่ 2: การมองเห็น ของเขาทำให้เขาสังเกตเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองพลาดไป "ขั้นบันไดมันหายไป... ไม่ใช่สิ มันเปลี่ยนที่ ทุกครั้งที่เรากะพริบตา จำนวนขั้นบันไดมันจะไม่เท่าเดิม" ​"มันกำลังเล่นตลกกับเรา" พีท พูดพลางกุมท้ายทอยที่ตอนนี้เย็นจัดจนรู้สึกเหมือนมีน้ำแข็งมานาบ "ลางสังหรณ์กูบอกว่า ถ้าเราเดินขึ้นไปสุ่มสี่สุ่มห้า เราจะไม่ได้ไปโผล่ที่ดาดฟ้า แต่น่าจะไปโผล่ที่ไหนสักที่... ที่ไม่มีทางกลับออกมา" ​"แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ! บับเบิ้ลป่านนี้ไม่โดนผีเคี้ยวไปแล้วเหรอ!" มีน เริ่มโมโห เธอหยิบสเปรย์น้ำม
last updateLast Updated : 2026-05-01
Read more

บทที่ 3 สมาชิกหมายเลข 7 และบททดสอบความไว้ใจ

ท่ามกลางความมืดมิดบนชานพักบันไดที่นำไปสู่ดาดฟ้า ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกละเอียด เสียงหวีดหวิวของมันฟังดูเหมือนเสียงหัวเราะเยาะเย้ย คำพูดของกวีทำให้หัวใจของทุกคนหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความอึดอัดที่เคยเป็นเพียงบรรยากาศรอบตัว บัดนี้มันเริ่มบีบคั้นออกมาจากภายในจิตใจของแต่ละคน ​“มึง... มึงนับผิดหรือเปล่ากวี” ธามถามเสียงสั่น ขนลุกซู่ไปทั้งตัวจนกางเขนที่คอสั่นกระทบกันดัง กริ๊ก... กริ๊ก... ​“กูเป็นคนสายตาดีที่สุดในกลุ่มนะธาม และกูมีสติพอที่จะนับเลขหนึ่งถึงเจ็ดไม่พลาด” กวีตอบโดยไม่หันมามอง เขาจ้องเขม็งไปที่เงามืดที่ทอดตัวยาวอยู่เบื้องหลังเพื่อนๆ “เมื่อกี้ตอนวิ่งหนีออกมาจากห้องเก็บของ กูนับเงาที่ทอดบนพื้น... มันมีเจ็ดเงา ทั้งที่บับเบิ้ลไม่ได้อยู่กับเรา” ​“งั้นก็แปลว่า...” โจชัวพึมพำ มือที่กุมกางเขนอยู่เริ่มสั่น “มี ‘บางอย่าง’ แทรกซึมเข้ามาอยู่กับเราตั้งแต่ตอนที่ไฟดับ” ​ความกดดันพุ่งทะยานสู่ขีดสุด ทุกคนขยับถอยห่างออกจากกันโดยอัตโนมัติ จนเกิดเป็นวงกลมหลวมๆ บนชานพักบันไดแคบๆ ต่างคนต่างจ้องหน้ากันผ่านแสงไฟฉายที่สั่นระริกในมือของธาม แสงไฟที่ส่ายไปมาทำให้ใบหน้าของเพื่อนที่เคยคุ้นเคย
last updateLast Updated : 2026-05-01
Read more

บทที่ 4 นาฏศิลป์สยองขวัญและหุ่นนางรำตัวที่เจ็ด

เสียงฝีเท้าของ พีท กวี และไค ดังถี่กระชั้นไปตามทางเดินชั้นสองที่มืดสนิท ความอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากกำแพงห้องเรียนแต่ละห้องทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่ในอุโมงค์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ยิ่งเข้าใกล้ห้องนาฏศิลป์ที่อยู่สุดทางเดิน กลิ่นอับชื้นของผ้าเก่าและแป้งผัดหน้าก็ยิ่งรุนแรงขึ้นจนน่าคลื่นไส้ ​“กวี... มึงยังเห็นอะไรแปลกๆ อยู่ไหม” พีทถามพลางหอบหายใจ สัมผัสที่ 3: ลางสังหรณ์ ของเขากำลังสั่นเตือนเหมือนเข็มนาฬิกาที่หมุนย้อนกลับ มันบอกว่าเวลาของบับเบิ้ลบนดาดฟ้าเหลือน้อยลงทุกที ​“กูเห็น... แต่กูไม่อยากพูด” กวีตอบสั้นๆ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งไปที่บานประตูไม้แกะสลักของห้องนาฏศิลป์ที่แง้มอยู่นิดๆ “ที่พื้น... มีรอยรำมวยโบราณเป็นคราบเลือดลากยาวเข้าไปข้างใน และที่สำคัญ... กูเห็นเงาคนยืนอยู่หลังม่าน... ไม่ใช่คนเดียว แต่นับสิบ” ​ไคที่ถูกพีทพยุงอยู่เริ่มได้สติมั่นคงขึ้น เขาแตะผนังห้องเรียนข้างๆ แล้วหลับตาลงนิมิตสีแดงฉานวูบเข้ามา “ความอาฆาตในห้องนี้มันแรงมาก... ผีฟ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่นี่คือที่กักขัง ‘ความลับ’ ที่เธออยากให้เราหาให้เจอ กุญแจดอกนั้น... มันไม่ใช่แค่กุญแจล็อคเกอร์ แต่มันคือกุ
last updateLast Updated : 2026-05-01
Read more

บทที่ 5 ไดอารี่สีเลือดและความลับใต้เงามืด

ความเงียบงันกลับเข้าปกคลุมโรงเรียนมัธยมอีกครั้งหลังจากพายุแห่งวิญญาณบนดาดฟ้าสงบลง แต่สำหรับแก๊งชุมนุมผีทั้ง 7 คน ความสงบนี้กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกไม่มั่นคงอย่างประหลาด พวกเขาเดินลงจากอาคารเรียนด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้ง บับเบิ้ลยังคงเกาะแขนโจชัวแน่น มืออีกข้างกำซองขนมที่ว่างเปล่าไว้ราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย ​"เราต้องไปที่ห้องล็อคเกอร์" พีท พูดขึ้นสมาธิของเขาจดจ่ออยู่กับกุญแจหมายเลข 13 ในมือที่เขารับมาจากธาม "กุญแจดอกนี้คือเหตุผลที่วิญญาณของฟ้ายังไปไหนไม่ได้ มันไม่ใช่แค่การแก้บน แต่มันคือการทวงคืนความยุติธรรม" ​"แต่ตอนนี้มันเกือบเที่ยงคืนแล้วนะพีท" ธาม ท้วงพลางบิดกางเกงที่เริ่มแห้งจนแข็งกระด้าง "กูว่าเราควรกลับไปตั้งหลักที่คริสตจักรหรือที่ไหนสักที่ก่อนดีไหม... กลิ่นฉี่กูเริ่มทำลายโสตประสาทการดมกลิ่นของกูเองแล้วเนี่ย" ​"ถ้าเราไม่ทำคืนนี้ คนร้ายจะไหวตัวทัน" ไค พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกังวล "เงามืดที่กูเห็นข้างล่างตึกเมื่อกี้... มันไม่ใช่ผี แต่มันคือคน และเขารู้แล้วว่าเราได้กุญแจมา" ​คำพูดของไคทำให้ทุกคนหยุดกริก ความกดดัน เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งในรูปแบบของความหวาดระแวงต่อ
last updateLast Updated : 2026-05-01
Read more

บทที่ 6 ความเงียบที่น่ากลัวกว่าเสียงกรีดร้อง

แสงไฟนีออนในโถงทางเดินกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับสนิททิ้งให้ความมืดเข้าปกคลุมร่างของครูประทีปที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ความเงียบที่เกิดขึ้นตามมานั้นไม่ได้ทำให้พวกเขาสบายใจขึ้นเลย แต่มันกลับน่าอึดอัดจน มีน ต้องกระชับมือที่ถือสเปรย์น้ำมนต์ไว้จนสั่น ​"เขา... ตายหรือเปล่าวะ" ธาม กระซิบถาม เสียงของเขาแหบพร่าพลางใช้เท้าสะกิดไหล่ครูประทีปเบาๆ เหมือนเช็กว่ามีปฏิกิริยาตอบสนองไหม ​"ยังไม่ตายหรอก แค่โดน 'ศรัทธากระแทกหน้า' เข้าไปน่ะ" พีท ตอบพลางเช็ดเหงื่อที่ขมับ "แต่เราต้องรีบไปจากตรงนี้ ก่อนที่ภารโรงหรือใครจะมาเห็นพวกเรายืนอยู่เหนือร่างครูที่หมดสติ มันอธิบายยากนะเว้ย ว่าพวกเราไม่ได้รุมสกรัมครูเขา" ​"แล้วไดอารี่ล่ะ" กวี ถาม พลางขยับแว่นที่เบี้ยวจากการชุลมุน "ถ้าเราทิ้งไว้ที่นี่ ครูประทีปตื่นมาก็คงทำลายมันทิ้งแน่" ​"กูเก็บไว้เอง" พีทยัดไดอารี่สีแดงเข้มเข้าไปในกระเป๋านักเรียน "ไปที่โบสถ์เก่าหลังโรงเรียนกันเถอะ ไคบอกว่านั่นคือที่ที่ฟ้าโดนกักขังใช่ไหม" ​ไค พยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเขาดูเหนื่อยล้าจากการใช้นิมิตติดต่อกัน "ที่นั่น... มันมีกลิ่นของคำสาปที่แรงกว่านี้ กุญแจหมายเลข 13 ไม่ได้แค่เปิดล็อคเกอร์ แต่มันค
last updateLast Updated : 2026-05-01
Read more

​บทที่ 7 กางเขนเหล็กกับอาคมโลกันตร์

กลิ่นควันกำยานที่ลอยมาจากไม้เท้ากระดูกของแม่เฒ่าเริ่มหนาแน่นจนกลายเป็นหมอกสีเทาหม่นที่พยายามจะแทรกซึมเข้าสู่ปอดของทุกคน ธาม รู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่พุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ จมูกของเขาเริ่มทำงานหนักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สัมผัสที่ 1: การได้กลิ่น บอกเขาว่านี่ไม่ใช่แค่ควันธรรมดา แต่มันคือ "ควันสะกดวิญญาณ" ที่มีกลิ่นสาบเหมือนคนตายที่ถูกฝังไว้ใต้ดินมานานแสนนาน ​"ถอยไปอยู่ข้างหลังกู!" ธามตะโกนก้อง เสียงของเขาคราวนี้ไม่ได้สั่นเหมือนตอนที่เจอผีในห้องชมรม เขากระชากกางเขนเหล็กที่พีทเพิ่งช่วยซ่อมให้ (ด้วยสก็อตเทปและลวดหนามเล็กๆ) ออกมาถือไว้มั่น "ในนามของพระผู้เป็นเจ้า... ยัยแก่! มนต์ดำของมึงทำอะไรศรัทธาพวกกูไม่ได้หรอก!" ​แม่เฒ่าไสยดำหัวเราะจนตัวโยน เสียงนั้นแหบพร่าเหมือนเสียงกระดาษทรายถูไปกับผิวไม้ "ศรัทธาเหรอ? ไอ้เด็กน้อย... เจ้าจะเอาศรัทธาที่กินไม่ได้มาสู้กับ 'พรายอาฆาต' ที่ข้าเลี้ยงมาด้วยเลือดนักเรียนสาวพวกนี้งั้นรึ?" ​สิ้นคำพูดของแม่เฒ่า เงามืดใต้แท่นพิธีก็เริ่มเดือดพล่าน ร่างของเด็กสาวนับสิบคนในชุดนักเรียนสีซีดจางค่อยๆ คืบคลานออกมาจากความมืด ดวงตาของพวกเธอเป็นสีดำสนิทและมีเลือดไหลรินออกม
last updateLast Updated : 2026-05-01
Read more

บทที่ 8 ห้องลับใต้แท่นบูชา และรอยแผลที่ยังไม่แห้ง

กลิ่นคาวเลือดที่เคยพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในตอนแรก บัดนี้มันเปลี่ยนเป็นกลิ่นอับชื้นและเหม็นเน่าเหมือนซากสัตว์ที่สะสมมานานหลายปี ธาม ที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาจนกางเกงเปียกชุ่มพยายามประคองตัวลุกขึ้นยืน เขาชูกางเขนเหล็กที่ยังคงมีความร้อนหลงเหลืออยู่เป็นไฟนำทาง ​“กูนำเอง...” ธามพูดเสียงหนักแน่น แต่ขาพับขาสั่นจน พีท ต้องเข้ามาช่วยพยุงไว้อีกแรง ​“เออ เท่ให้ตลอดนะมึง อย่าไปล้มทับผีข้างล่างล่ะ” พีทประชดเบาๆ แต่ในใจเขารู้สึกทึ่งในความกล้าของเพื่อนคนนี้จริงๆ ​บันไดหินแคบๆ ที่ทอดตัวลงสู่เบื้องล่างนั้นเต็มไปด้วยคราบตะไคร่น้ำและรอยขูดขีดเหมือนมีคนพยายามจะตะเกียกตะกายหนีขึ้นมา กวี ส่องไฟฉายไล่ไปตามผนังดิน สัมผัสที่ 2 ของเขามองเห็น "พลังงานสีดำ" ที่ไหลเวียนอยู่ตามรอยแตกของหิน มันเหมือนเส้นเลือดของปีศาจที่หล่อเลี้ยงห้องใต้ดินนี้ไว้ ​“ทุกคน ระวังตัวด้วย” โจชัว เตือนพลางพึมพำบทภาวนาเบาๆ “ข้างล่างนี้... ศรัทธาของพวกเราจะโดนกดดันหนักกว่าเดิม เพราะมันคือ 'อาณาเขต' ของมัน” ​เมื่อเท้าทั้งเจ็ดคู่แตะสู่พื้นห้องใต้ดิน แสงไฟฉายส่ายไปพบกับภาพที่ทำให้ มีน ต้องเบือนหน้าหนีและ บับเบิ้ล เกือบจะอาเจียนออกมาอีกรอบ ห้องโถงกว้
last updateLast Updated : 2026-05-01
Read more

บทที่ 9 จดหมายสีเลือดและคำเชิญสู่นรก

เช้าวันที่อากาศในจังหวัดระนองดูอึมครึมกว่าปกติ เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกลทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสลัวมัวซัว ธาม นั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าห้องชมรมชุมนุมผี พลางพัดกางเกงนักเรียนตัวเก่งที่เพิ่งแห้งหมาดๆ ด้วยสมุดจดบทสวด ​"กูว่าช่วงนี้ดวงกูตกว่ะพวักมึง" ธามบ่นกระปอดกระแปด "เมื่อคืนฝันว่าโดนผีนางรำรุมทึ้งหัว พอตื่นมาแมวที่บ้านก็ดันมาฉี่ใส่กางเกงกูอีก เหมือนฟ้าดินจะแกล้งให้กูเปียกตลอดเวลา" ​"นั่นเขาเรียก 'ลางบอกเหตุ' หรือเปล่าธาม" พีท พูดพลางขยับเก้าอี้มานั่งข้างๆ ในมือเขาถือจดหมายซองสีครีมดูหรูหราผิดกับบรรยากาศห้องชมรม "มีคนเอาไอ้นี่มาสอดไว้ใต้ประตูห้องชมรมเมื่อเช้า จ่าหน้าถึง 'แก๊ง 7 สัมผัส' โดยเฉพาะ" ​กวี และ โจชัว เดินเข้ามาสมทบพอดี กวีหยิบจดหมายขึ้นมาตรวจดูด้วย สัมผัสที่ 2 "จดหมายนี่มีไอสีดำจางๆ ลอยออกมา... มันมีกลิ่นของความตายที่เก่าแก่กว่าคดีพี่ฟ้าเยอะเลย" ​พีทค่อยๆ แกะซองออก ภายในมีกระดาษเนื้อดีและรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่ง รูปนั้นเป็นภาพชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ทรงยุโรปหลังใหญ่ที่ดูโอ่อ่าแต่บรรยากาศรอบข้างกลับดูแห้งแล้งจนน่าขนลุก และที่สำคัญ... ชายในรูปนั้นมีใบหน้าคล้ายกับ ไค อย่างกับค
last updateLast Updated : 2026-05-02
Read more

บทที่ 10 ฮวงจุ้ยเลือดและกำแพงวิญญาณ

เสียงบานประตูไม้โอ๊คขนาดใหญ่ปิดกระแทกไล่หลังดัง ปัง! ทันทีที่เท้าคู่สุดท้ายของ บับเบิ้ล ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา แรงกระแทกนั้นทำเอาฝุ่นหนาเตอะร่วงหล่นลงมาจากเพดานสูงลิ่ว แสงสว่างเดียวที่มีคือแสงไฟฉายจากมือของกวีและธามที่ส่ายไปมาท่ามกลางความมืดมิดที่ดูข้นคลักกว่าภายนอก ​"ยินดีต้อนรับสู่บ้าน... ของความตายว่ะ" พีท พึมพำพลางมองขึ้นไปบนโถงบันไดวนที่ดูเหมือนกระดูกสันหลังของยักษ์ ​ภายในคฤหาสน์วรโชติถูกตกแต่งด้วยความหรูหราแบบยุโรปย้อนยุค พรมสีแดงเข้มปูยาวไปตามทางเดินดูเหมือนสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวอาคาร แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องขนลุกชันคือ "กลิ่น" ​"อุ๊ย... พี่ธาม กลิ่นมัน..." บับเบิ้ลยกมืออุดจมูกพัลวัน สัมผัสที่ 6: การลิ้มรส ของเธอเริ่มทำงานล่วงหน้า รสชาติขมปร่าของสนิมและกลิ่นคาวจางๆ กระจายอยู่เต็มเพดานปาก "หนูรู้สึกเหมือน... เหมือนกำลังอมเหรียญบาทเก่าๆ อยู่เต็มปากเลยพี่" ​"ไม่ใช่แค่นั้นบับเบิ้ล..." ธาม พูดเสียงสั่น จมูกของเขาขยับยิกๆ อย่างบ้าคลั่ง สัมผัสที่ 1 ของเขาพบบางอย่างที่เลวร้ายกว่า "มันเป็นกลิ่นของ 'ยาอาบศพ' ปนกับกลิ่นดอกมณฑา... แต่มันไม่ได้มาจากข้างนอก แต่มันโชยออกมาจาก 'ผนังบ
last updateLast Updated : 2026-05-02
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status