ชุมนุมผี "ศรัทธานำทาง แต่ความกลัวนำหน้า"

ชุมนุมผี "ศรัทธานำทาง แต่ความกลัวนำหน้า"

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-05-02
Oleh:  babybunny Tamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
Belum ada penilaian
19Bab
317Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

​ในรั้วโรงเรียนมัธยมที่ดูเงียบสงบ กลับมีกลุ่มนักเรียน 7 คนที่เรียกตัวเองว่า "ชุมนุมผี" พวกเขาไม่ใช่แค่เด็กก๊วยที่ชอบลองดี แต่ละคนกลับครอบครอง "สัมผัสพิเศษ" ที่ต่างกัน ทั้งการมองเห็น การได้ยิน ไปจนถึงการได้กลิ่นวิญญาณ โดยมีศรัทธาในพระเจ้าเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงหนึ่งเดียว ​เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อข่าวการฆ่าตัวตายปริศนาของนักเรียนคนหนึ่งแพร่สะพัดไปทั่ว แก๊งชุมนุมผีจึงตัดสินใจออกสืบหาความจริง แต่ยิ่งถลำลึก บรรยากาศอึดอัดและเหตุการณ์ประหลาดกลับยิ่งรุมเร้า จนกระทั่งหนึ่งในสมาชิกถูกวิญญาณอาฆาตลากไปผนึกไว้ในมิติที่มองไม่เห็น ​เพื่อนที่เหลือต้องเผชิญกับบททดสอบศรัทธาอันบ้าคลั่ง เมื่อผีร้ายสร้างภาพลวงตาปั่นหัวให้พวกเขาหวาดระแวงกันเอง ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอด้วยความกลัวว่า "มึงนั่นแหละที่ตาย!" พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องร่วมมือกันทำภารกิจ "แก้บนแทนผี" ที่เสี่ยงตายและน่าขนลุก เพื่อชิงตัวเพื่อนรักกลับคืนมาก่อนที่วิญญาณจะถูกกัดกินจนหมดสิ้น ​ศรัทธาจะนำทางพวกเขาให้รอดพ้น หรือความกลัวจะนำหน้าจนมิตรภาพต้องแตกสลาย? พิสูจน์ความหลอนที่เล่นกับใจได้ใน "ชุมนุมผี" ​นามปากกา: babybunny

Lihat lebih banyak

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
19 Bab
บทที่ 1 กลิ่นธูปในห้องเรียนที่ว่างเปล่า
ท่ามกลางแสงอาทิตย์สีส้มสลัวที่กำลังจะลับขอบฟ้าหลังอาคารเรียนไม้เก่าแก่ของโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด ความเงียบเชียบที่ควรจะเป็นเวลาเลิกเรียนกลับถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดที่มองไม่เห็น บรรยากาศในทางเดินยาวเหยียดดูราวกับจะบีบอัดเข้าหากัน ทุกอย่างดูเป็นปกติ... ยกเว้นเพียงห้องชมรมเล็กๆ ที่มุมตึก ซึ่งมีป้ายไม้กระดำกระด่างแขวนไว้ว่า “ชุมนุมผี” ​“กูบอกแล้วไงว่าอย่าท้า! พระเจ้าไม่ได้สร้างปากมึงมาเพื่อให้มึงเอาไปแกว่งหาเท้าผีนะไอ้ธาม!” ​เสียงตะโกนของ พีท สมาชิกสายกวนประจำกลุ่มดังแหวกความเงียบ เขากำลังยืนกอดอก พิงผนังห้องชมรมที่เต็มไปด้วยเศษขนมของ บับเบิ้ล สายตาของเขาจ้องมองไปที่หัวหน้าแก๊งอย่าง ธาม ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ แต่ปากยังเก่งอยู่ ​“กูไม่ได้ท้า! กูแค่บอกว่า... ถ้าผีนักเรียนที่ฆ่าตัวตายคนนั้นมีจริง ก็ออกมาให้เห็นสิ จะได้รู้ว่าพระเจ้าจะคุ้มครองเราไหม” ธามตอบเสียงสั่น พลางกระชับกางเขนอันเบ้อเริ่มที่แขวนอยู่ที่คอจนมันเกือบจะรัดคอตัวเองเสียตายก่อนผีมา ​“แล้วเป็นไงล่ะ...” กวี หนุ่มแว่นผู้เงียบขรึมพูดขึ้นสั้นๆ เขาขยับแว่นสายตาหนึ่งครั้ง ก่อนจะมองจ้องไปที่มุมห้องมืดๆ ที่ไม่มีใครก
Baca selengkapnya
บทที่ 2 กฎของการซ่อนตัว (และกลิ่นน้ำเน่าที่ตามติด)
เสียงฝีเท้าหกคู่ดังสะท้อนก้องไปตามโถงทางเดินไม้ที่บิดเบี้ยวตามกาลเวลา ความมืดในอาคารเรียนหลังนี้ไม่ได้เป็นสีดำสนิท แต่มันเป็นสีม่วงคล้ำที่ชวนให้รู้สึกคลื่นไส้ ทุกก้าวย่างที่พวกเขามุ่งหน้าไปสู่บันไดทางขึ้นดาดฟ้า บรรยากาศรอบตัวเริ่มข้นคลักจนเหมือนกำลังเดินลุยอยู่ในหนองน้ำที่มองไม่เห็น ​"หยุดก่อน!" กวี หนุ่มแว่นกระชากคอเสื้อ ธาม ไว้จนเกือบหงายหลัง ​"อะไรของมึงวะกวี! บับเบิ้ลหายไปนะเว้ย!" ธามโวยวาย แต่อาการสั่นที่หัวเข่ายังปิดไม่มิด ​"มึงมองดูบันได..." กวีดันแว่นที่เริ่มมีฝ้าเกาะ ทั้งที่อากาศร้อนอบอ้าว สัมผัสที่ 2: การมองเห็น ของเขาทำให้เขาสังเกตเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองพลาดไป "ขั้นบันไดมันหายไป... ไม่ใช่สิ มันเปลี่ยนที่ ทุกครั้งที่เรากะพริบตา จำนวนขั้นบันไดมันจะไม่เท่าเดิม" ​"มันกำลังเล่นตลกกับเรา" พีท พูดพลางกุมท้ายทอยที่ตอนนี้เย็นจัดจนรู้สึกเหมือนมีน้ำแข็งมานาบ "ลางสังหรณ์กูบอกว่า ถ้าเราเดินขึ้นไปสุ่มสี่สุ่มห้า เราจะไม่ได้ไปโผล่ที่ดาดฟ้า แต่น่าจะไปโผล่ที่ไหนสักที่... ที่ไม่มีทางกลับออกมา" ​"แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ! บับเบิ้ลป่านนี้ไม่โดนผีเคี้ยวไปแล้วเหรอ!" มีน เริ่มโมโห เธอหยิบสเปรย์น้ำม
Baca selengkapnya
บทที่ 3 สมาชิกหมายเลข 7 และบททดสอบความไว้ใจ
ท่ามกลางความมืดมิดบนชานพักบันไดที่นำไปสู่ดาดฟ้า ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกละเอียด เสียงหวีดหวิวของมันฟังดูเหมือนเสียงหัวเราะเยาะเย้ย คำพูดของกวีทำให้หัวใจของทุกคนหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความอึดอัดที่เคยเป็นเพียงบรรยากาศรอบตัว บัดนี้มันเริ่มบีบคั้นออกมาจากภายในจิตใจของแต่ละคน ​“มึง... มึงนับผิดหรือเปล่ากวี” ธามถามเสียงสั่น ขนลุกซู่ไปทั้งตัวจนกางเขนที่คอสั่นกระทบกันดัง กริ๊ก... กริ๊ก... ​“กูเป็นคนสายตาดีที่สุดในกลุ่มนะธาม และกูมีสติพอที่จะนับเลขหนึ่งถึงเจ็ดไม่พลาด” กวีตอบโดยไม่หันมามอง เขาจ้องเขม็งไปที่เงามืดที่ทอดตัวยาวอยู่เบื้องหลังเพื่อนๆ “เมื่อกี้ตอนวิ่งหนีออกมาจากห้องเก็บของ กูนับเงาที่ทอดบนพื้น... มันมีเจ็ดเงา ทั้งที่บับเบิ้ลไม่ได้อยู่กับเรา” ​“งั้นก็แปลว่า...” โจชัวพึมพำ มือที่กุมกางเขนอยู่เริ่มสั่น “มี ‘บางอย่าง’ แทรกซึมเข้ามาอยู่กับเราตั้งแต่ตอนที่ไฟดับ” ​ความกดดันพุ่งทะยานสู่ขีดสุด ทุกคนขยับถอยห่างออกจากกันโดยอัตโนมัติ จนเกิดเป็นวงกลมหลวมๆ บนชานพักบันไดแคบๆ ต่างคนต่างจ้องหน้ากันผ่านแสงไฟฉายที่สั่นระริกในมือของธาม แสงไฟที่ส่ายไปมาทำให้ใบหน้าของเพื่อนที่เคยคุ้นเคย
Baca selengkapnya
บทที่ 4 นาฏศิลป์สยองขวัญและหุ่นนางรำตัวที่เจ็ด
เสียงฝีเท้าของ พีท กวี และไค ดังถี่กระชั้นไปตามทางเดินชั้นสองที่มืดสนิท ความอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากกำแพงห้องเรียนแต่ละห้องทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่ในอุโมงค์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ยิ่งเข้าใกล้ห้องนาฏศิลป์ที่อยู่สุดทางเดิน กลิ่นอับชื้นของผ้าเก่าและแป้งผัดหน้าก็ยิ่งรุนแรงขึ้นจนน่าคลื่นไส้ ​“กวี... มึงยังเห็นอะไรแปลกๆ อยู่ไหม” พีทถามพลางหอบหายใจ สัมผัสที่ 3: ลางสังหรณ์ ของเขากำลังสั่นเตือนเหมือนเข็มนาฬิกาที่หมุนย้อนกลับ มันบอกว่าเวลาของบับเบิ้ลบนดาดฟ้าเหลือน้อยลงทุกที ​“กูเห็น... แต่กูไม่อยากพูด” กวีตอบสั้นๆ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งไปที่บานประตูไม้แกะสลักของห้องนาฏศิลป์ที่แง้มอยู่นิดๆ “ที่พื้น... มีรอยรำมวยโบราณเป็นคราบเลือดลากยาวเข้าไปข้างใน และที่สำคัญ... กูเห็นเงาคนยืนอยู่หลังม่าน... ไม่ใช่คนเดียว แต่นับสิบ” ​ไคที่ถูกพีทพยุงอยู่เริ่มได้สติมั่นคงขึ้น เขาแตะผนังห้องเรียนข้างๆ แล้วหลับตาลงนิมิตสีแดงฉานวูบเข้ามา “ความอาฆาตในห้องนี้มันแรงมาก... ผีฟ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่นี่คือที่กักขัง ‘ความลับ’ ที่เธออยากให้เราหาให้เจอ กุญแจดอกนั้น... มันไม่ใช่แค่กุญแจล็อคเกอร์ แต่มันคือกุ
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ไดอารี่สีเลือดและความลับใต้เงามืด
ความเงียบงันกลับเข้าปกคลุมโรงเรียนมัธยมอีกครั้งหลังจากพายุแห่งวิญญาณบนดาดฟ้าสงบลง แต่สำหรับแก๊งชุมนุมผีทั้ง 7 คน ความสงบนี้กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกไม่มั่นคงอย่างประหลาด พวกเขาเดินลงจากอาคารเรียนด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้ง บับเบิ้ลยังคงเกาะแขนโจชัวแน่น มืออีกข้างกำซองขนมที่ว่างเปล่าไว้ราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย ​"เราต้องไปที่ห้องล็อคเกอร์" พีท พูดขึ้นสมาธิของเขาจดจ่ออยู่กับกุญแจหมายเลข 13 ในมือที่เขารับมาจากธาม "กุญแจดอกนี้คือเหตุผลที่วิญญาณของฟ้ายังไปไหนไม่ได้ มันไม่ใช่แค่การแก้บน แต่มันคือการทวงคืนความยุติธรรม" ​"แต่ตอนนี้มันเกือบเที่ยงคืนแล้วนะพีท" ธาม ท้วงพลางบิดกางเกงที่เริ่มแห้งจนแข็งกระด้าง "กูว่าเราควรกลับไปตั้งหลักที่คริสตจักรหรือที่ไหนสักที่ก่อนดีไหม... กลิ่นฉี่กูเริ่มทำลายโสตประสาทการดมกลิ่นของกูเองแล้วเนี่ย" ​"ถ้าเราไม่ทำคืนนี้ คนร้ายจะไหวตัวทัน" ไค พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกังวล "เงามืดที่กูเห็นข้างล่างตึกเมื่อกี้... มันไม่ใช่ผี แต่มันคือคน และเขารู้แล้วว่าเราได้กุญแจมา" ​คำพูดของไคทำให้ทุกคนหยุดกริก ความกดดัน เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งในรูปแบบของความหวาดระแวงต่อ
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ความเงียบที่น่ากลัวกว่าเสียงกรีดร้อง
แสงไฟนีออนในโถงทางเดินกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับสนิททิ้งให้ความมืดเข้าปกคลุมร่างของครูประทีปที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ความเงียบที่เกิดขึ้นตามมานั้นไม่ได้ทำให้พวกเขาสบายใจขึ้นเลย แต่มันกลับน่าอึดอัดจน มีน ต้องกระชับมือที่ถือสเปรย์น้ำมนต์ไว้จนสั่น ​"เขา... ตายหรือเปล่าวะ" ธาม กระซิบถาม เสียงของเขาแหบพร่าพลางใช้เท้าสะกิดไหล่ครูประทีปเบาๆ เหมือนเช็กว่ามีปฏิกิริยาตอบสนองไหม ​"ยังไม่ตายหรอก แค่โดน 'ศรัทธากระแทกหน้า' เข้าไปน่ะ" พีท ตอบพลางเช็ดเหงื่อที่ขมับ "แต่เราต้องรีบไปจากตรงนี้ ก่อนที่ภารโรงหรือใครจะมาเห็นพวกเรายืนอยู่เหนือร่างครูที่หมดสติ มันอธิบายยากนะเว้ย ว่าพวกเราไม่ได้รุมสกรัมครูเขา" ​"แล้วไดอารี่ล่ะ" กวี ถาม พลางขยับแว่นที่เบี้ยวจากการชุลมุน "ถ้าเราทิ้งไว้ที่นี่ ครูประทีปตื่นมาก็คงทำลายมันทิ้งแน่" ​"กูเก็บไว้เอง" พีทยัดไดอารี่สีแดงเข้มเข้าไปในกระเป๋านักเรียน "ไปที่โบสถ์เก่าหลังโรงเรียนกันเถอะ ไคบอกว่านั่นคือที่ที่ฟ้าโดนกักขังใช่ไหม" ​ไค พยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเขาดูเหนื่อยล้าจากการใช้นิมิตติดต่อกัน "ที่นั่น... มันมีกลิ่นของคำสาปที่แรงกว่านี้ กุญแจหมายเลข 13 ไม่ได้แค่เปิดล็อคเกอร์ แต่มันค
Baca selengkapnya
​บทที่ 7 กางเขนเหล็กกับอาคมโลกันตร์
กลิ่นควันกำยานที่ลอยมาจากไม้เท้ากระดูกของแม่เฒ่าเริ่มหนาแน่นจนกลายเป็นหมอกสีเทาหม่นที่พยายามจะแทรกซึมเข้าสู่ปอดของทุกคน ธาม รู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่พุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ จมูกของเขาเริ่มทำงานหนักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สัมผัสที่ 1: การได้กลิ่น บอกเขาว่านี่ไม่ใช่แค่ควันธรรมดา แต่มันคือ "ควันสะกดวิญญาณ" ที่มีกลิ่นสาบเหมือนคนตายที่ถูกฝังไว้ใต้ดินมานานแสนนาน ​"ถอยไปอยู่ข้างหลังกู!" ธามตะโกนก้อง เสียงของเขาคราวนี้ไม่ได้สั่นเหมือนตอนที่เจอผีในห้องชมรม เขากระชากกางเขนเหล็กที่พีทเพิ่งช่วยซ่อมให้ (ด้วยสก็อตเทปและลวดหนามเล็กๆ) ออกมาถือไว้มั่น "ในนามของพระผู้เป็นเจ้า... ยัยแก่! มนต์ดำของมึงทำอะไรศรัทธาพวกกูไม่ได้หรอก!" ​แม่เฒ่าไสยดำหัวเราะจนตัวโยน เสียงนั้นแหบพร่าเหมือนเสียงกระดาษทรายถูไปกับผิวไม้ "ศรัทธาเหรอ? ไอ้เด็กน้อย... เจ้าจะเอาศรัทธาที่กินไม่ได้มาสู้กับ 'พรายอาฆาต' ที่ข้าเลี้ยงมาด้วยเลือดนักเรียนสาวพวกนี้งั้นรึ?" ​สิ้นคำพูดของแม่เฒ่า เงามืดใต้แท่นพิธีก็เริ่มเดือดพล่าน ร่างของเด็กสาวนับสิบคนในชุดนักเรียนสีซีดจางค่อยๆ คืบคลานออกมาจากความมืด ดวงตาของพวกเธอเป็นสีดำสนิทและมีเลือดไหลรินออกม
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ห้องลับใต้แท่นบูชา และรอยแผลที่ยังไม่แห้ง
กลิ่นคาวเลือดที่เคยพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในตอนแรก บัดนี้มันเปลี่ยนเป็นกลิ่นอับชื้นและเหม็นเน่าเหมือนซากสัตว์ที่สะสมมานานหลายปี ธาม ที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาจนกางเกงเปียกชุ่มพยายามประคองตัวลุกขึ้นยืน เขาชูกางเขนเหล็กที่ยังคงมีความร้อนหลงเหลืออยู่เป็นไฟนำทาง ​“กูนำเอง...” ธามพูดเสียงหนักแน่น แต่ขาพับขาสั่นจน พีท ต้องเข้ามาช่วยพยุงไว้อีกแรง ​“เออ เท่ให้ตลอดนะมึง อย่าไปล้มทับผีข้างล่างล่ะ” พีทประชดเบาๆ แต่ในใจเขารู้สึกทึ่งในความกล้าของเพื่อนคนนี้จริงๆ ​บันไดหินแคบๆ ที่ทอดตัวลงสู่เบื้องล่างนั้นเต็มไปด้วยคราบตะไคร่น้ำและรอยขูดขีดเหมือนมีคนพยายามจะตะเกียกตะกายหนีขึ้นมา กวี ส่องไฟฉายไล่ไปตามผนังดิน สัมผัสที่ 2 ของเขามองเห็น "พลังงานสีดำ" ที่ไหลเวียนอยู่ตามรอยแตกของหิน มันเหมือนเส้นเลือดของปีศาจที่หล่อเลี้ยงห้องใต้ดินนี้ไว้ ​“ทุกคน ระวังตัวด้วย” โจชัว เตือนพลางพึมพำบทภาวนาเบาๆ “ข้างล่างนี้... ศรัทธาของพวกเราจะโดนกดดันหนักกว่าเดิม เพราะมันคือ 'อาณาเขต' ของมัน” ​เมื่อเท้าทั้งเจ็ดคู่แตะสู่พื้นห้องใต้ดิน แสงไฟฉายส่ายไปพบกับภาพที่ทำให้ มีน ต้องเบือนหน้าหนีและ บับเบิ้ล เกือบจะอาเจียนออกมาอีกรอบ ห้องโถงกว้
Baca selengkapnya
บทที่ 9 จดหมายสีเลือดและคำเชิญสู่นรก
เช้าวันที่อากาศในจังหวัดระนองดูอึมครึมกว่าปกติ เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกลทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสลัวมัวซัว ธาม นั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าห้องชมรมชุมนุมผี พลางพัดกางเกงนักเรียนตัวเก่งที่เพิ่งแห้งหมาดๆ ด้วยสมุดจดบทสวด ​"กูว่าช่วงนี้ดวงกูตกว่ะพวักมึง" ธามบ่นกระปอดกระแปด "เมื่อคืนฝันว่าโดนผีนางรำรุมทึ้งหัว พอตื่นมาแมวที่บ้านก็ดันมาฉี่ใส่กางเกงกูอีก เหมือนฟ้าดินจะแกล้งให้กูเปียกตลอดเวลา" ​"นั่นเขาเรียก 'ลางบอกเหตุ' หรือเปล่าธาม" พีท พูดพลางขยับเก้าอี้มานั่งข้างๆ ในมือเขาถือจดหมายซองสีครีมดูหรูหราผิดกับบรรยากาศห้องชมรม "มีคนเอาไอ้นี่มาสอดไว้ใต้ประตูห้องชมรมเมื่อเช้า จ่าหน้าถึง 'แก๊ง 7 สัมผัส' โดยเฉพาะ" ​กวี และ โจชัว เดินเข้ามาสมทบพอดี กวีหยิบจดหมายขึ้นมาตรวจดูด้วย สัมผัสที่ 2 "จดหมายนี่มีไอสีดำจางๆ ลอยออกมา... มันมีกลิ่นของความตายที่เก่าแก่กว่าคดีพี่ฟ้าเยอะเลย" ​พีทค่อยๆ แกะซองออก ภายในมีกระดาษเนื้อดีและรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่ง รูปนั้นเป็นภาพชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ทรงยุโรปหลังใหญ่ที่ดูโอ่อ่าแต่บรรยากาศรอบข้างกลับดูแห้งแล้งจนน่าขนลุก และที่สำคัญ... ชายในรูปนั้นมีใบหน้าคล้ายกับ ไค อย่างกับค
Baca selengkapnya
บทที่ 10 ฮวงจุ้ยเลือดและกำแพงวิญญาณ
เสียงบานประตูไม้โอ๊คขนาดใหญ่ปิดกระแทกไล่หลังดัง ปัง! ทันทีที่เท้าคู่สุดท้ายของ บับเบิ้ล ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา แรงกระแทกนั้นทำเอาฝุ่นหนาเตอะร่วงหล่นลงมาจากเพดานสูงลิ่ว แสงสว่างเดียวที่มีคือแสงไฟฉายจากมือของกวีและธามที่ส่ายไปมาท่ามกลางความมืดมิดที่ดูข้นคลักกว่าภายนอก ​"ยินดีต้อนรับสู่บ้าน... ของความตายว่ะ" พีท พึมพำพลางมองขึ้นไปบนโถงบันไดวนที่ดูเหมือนกระดูกสันหลังของยักษ์ ​ภายในคฤหาสน์วรโชติถูกตกแต่งด้วยความหรูหราแบบยุโรปย้อนยุค พรมสีแดงเข้มปูยาวไปตามทางเดินดูเหมือนสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวอาคาร แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องขนลุกชันคือ "กลิ่น" ​"อุ๊ย... พี่ธาม กลิ่นมัน..." บับเบิ้ลยกมืออุดจมูกพัลวัน สัมผัสที่ 6: การลิ้มรส ของเธอเริ่มทำงานล่วงหน้า รสชาติขมปร่าของสนิมและกลิ่นคาวจางๆ กระจายอยู่เต็มเพดานปาก "หนูรู้สึกเหมือน... เหมือนกำลังอมเหรียญบาทเก่าๆ อยู่เต็มปากเลยพี่" ​"ไม่ใช่แค่นั้นบับเบิ้ล..." ธาม พูดเสียงสั่น จมูกของเขาขยับยิกๆ อย่างบ้าคลั่ง สัมผัสที่ 1 ของเขาพบบางอย่างที่เลวร้ายกว่า "มันเป็นกลิ่นของ 'ยาอาบศพ' ปนกับกลิ่นดอกมณฑา... แต่มันไม่ได้มาจากข้างนอก แต่มันโชยออกมาจาก 'ผนังบ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status