ชุมนุมผี "ศรัทธานำทาง แต่ความกลัวนำหน้า"

ชุมนุมผี "ศรัทธานำทาง แต่ความกลัวนำหน้า"

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-02
โดย:  babybunny จบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
19บท
212views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

​ในรั้วโรงเรียนมัธยมที่ดูเงียบสงบ กลับมีกลุ่มนักเรียน 7 คนที่เรียกตัวเองว่า "ชุมนุมผี" พวกเขาไม่ใช่แค่เด็กก๊วยที่ชอบลองดี แต่ละคนกลับครอบครอง "สัมผัสพิเศษ" ที่ต่างกัน ทั้งการมองเห็น การได้ยิน ไปจนถึงการได้กลิ่นวิญญาณ โดยมีศรัทธาในพระเจ้าเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงหนึ่งเดียว ​เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อข่าวการฆ่าตัวตายปริศนาของนักเรียนคนหนึ่งแพร่สะพัดไปทั่ว แก๊งชุมนุมผีจึงตัดสินใจออกสืบหาความจริง แต่ยิ่งถลำลึก บรรยากาศอึดอัดและเหตุการณ์ประหลาดกลับยิ่งรุมเร้า จนกระทั่งหนึ่งในสมาชิกถูกวิญญาณอาฆาตลากไปผนึกไว้ในมิติที่มองไม่เห็น ​เพื่อนที่เหลือต้องเผชิญกับบททดสอบศรัทธาอันบ้าคลั่ง เมื่อผีร้ายสร้างภาพลวงตาปั่นหัวให้พวกเขาหวาดระแวงกันเอง ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอด้วยความกลัวว่า "มึงนั่นแหละที่ตาย!" พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องร่วมมือกันทำภารกิจ "แก้บนแทนผี" ที่เสี่ยงตายและน่าขนลุก เพื่อชิงตัวเพื่อนรักกลับคืนมาก่อนที่วิญญาณจะถูกกัดกินจนหมดสิ้น ​ศรัทธาจะนำทางพวกเขาให้รอดพ้น หรือความกลัวจะนำหน้าจนมิตรภาพต้องแตกสลาย? พิสูจน์ความหลอนที่เล่นกับใจได้ใน "ชุมนุมผี" ​นามปากกา: babybunny

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 กลิ่นธูปในห้องเรียนที่ว่างเปล่า

氷室彩葉(ひむろ いろは)は力なくベッドに横たわり、冷たい器具が、鈍く痛む下腹部を滑っていく感触に耐えていた。

「赤ちゃんは……大丈夫ですか……?」震える声で尋ねると、医師は憐れむように溜息をついた。

「切迫流産です。残念ながら……お子さんの心音は、もう聞こえません」

その瞬間、彩葉はシーツを強く握りしめた。心臓が氷の手で鷲掴みにされたように、軋む。

「仮に心音が確認できたとしても、出産は推奨できませんでした。火災で大量の有毒煙を吸い込まれている。胎児への影響は計り知れません」

二時間前──氷室グループ傘下の新エネルギー研究室で火災が発生し、彩葉は開発中の最新チップを守るため、躊躇なく炎の中に飛び込んだ。

チップは守れたものの、彼女自身は濃い煙に巻かれて意識を失ったのだ。

救急室に運ばれた時、体は擦り傷だらけで、下半身からは血が流れ、目を覆いたくなるほどの惨状だったという。

家庭と仕事に昼夜を問わず奔走し、心身ともに疲れ果てていた彼女は、この時になって初めて、自分のお腹に新しい命が宿っていたこと──妊娠二ヶ月だったことを知った。

「あなたはまだ若い。きっとまた授かりますよ」

医師はそう慰めながら、「今は安静が第一です。ご主人に連絡して、付き添ってもらってください」と告げた。

身を起こすことすら億劫な体で、彩葉は夫である氷室蒼真(ひむろ そうま)に電話をかけるのを躊躇った。

二日前、彼は息子の氷室瞳真(ひむろ とうま)を連れてM国へ出張したばかりだ。

「プロジェクトの商談だ」と彼は言っていた。仕事中の彼が、邪魔をされることを何よりも嫌うことを、彩葉は知っていた。ここ二日間、彼からの連絡は一切ない。それほど忙しいのだろうか。

その時、携帯の短い振動が静寂を破った。

画面に表示されたのは、異母妹である林雫(はやし しずく)の名前。

震える指でメッセージを開いた彩葉は、息を呑んだ。

そこに添付されていたのは、一枚の写真。雫が息子の瞳真を抱きしめ、二人で笑顔のハートマークを作っている。そしてその隣には、眉目秀麗な夫・蒼真が静かに座っていた。

結婚写真すら「くだらない」と撮ろうとしなかった彼が、その写真の中では、薄い唇の端をわずかに上げ、滅多に見せない穏やかな笑みを浮かべていた。

その姿は、まるで幸せな三人家族そのものだった。

【お姉ちゃん、今ね、蒼真さんと瞳真くんとミュージカルを観てるの。「ナイチンゲールの歌」って、お姉ちゃんが一番好きな作品よね?お姉ちゃんの代わりに、私が先に観ちゃった!】

チケットは常に完売で、手に入れることすら困難な人気の演目。

いつか一緒に観に行きたい、と何度も蒼真に伝えたが、いつも冷たく突き放されるだけだった。

「今忙しいんだ。それに瞳真もまだ小さい。また今度だ」

……忙しいんじゃなかった。ただ、自分と行きたくなかっただけなんだ。

元々張り裂けそうだった胸に、鋭い杭を打ち込まれたような激痛が走る。

それでも諦めきれず、病室に戻った彩葉は腹部の痛みに耐えながら、蒼真に電話をかけた。

数回のコールの後、低く、それでいて芯のある冷ややかな声が鼓膜を揺らす。

「……どうした」

「蒼真……ごめんなさい、体調が悪くて、病院にいるの。少しだけ、早く帰ってきてもらえないかな……?」彼女の顔は蒼白で、声には力がなかった。

「こっちはまだ商談中だ。戻るのは二日後になる。家のことは山根に任せろ」蒼真の態度は、どこか冷めていた。

彩葉はスマホとを握りしめる。「……ねえ。もしかして、雫と一緒にいるの?」

その問いに、蒼真の声は露骨な苛立ちを滲ませた。「彩葉、そんな詮索に何の意味がある?もう五年だぞ。雫は妹のようなものだと何度も言ったはずだ。仮に一緒にいたとして、それがどうした。

最近のお前は、仮病まで使って同情を引こうとするようになったのか?」

「パパ、声大きいよ!僕と雫の邪魔しないでよ!」

電話の向こうから、瞳真の高い声が響いた。「もうママなんてほっときなよ!本当にうざいんだから!」

彩葉が何かを言う前に、通話は一方的に切られた。

ほんの少しの時間すら、彩葉のために割いてはくれない。

がらんとした病室で、彼女は布団を固く握りしめ、体の芯から冷えていくのを感じていた。

三日後、彩葉は無理を言って退院した。

研究開発部の仕事が、まだ山のように残っていたからだ。

特に今回の新製品発表会は、蒼真も期待を寄せている。そして自分にとっても、この二年間心血を注いできたプロジェクトを、成功させたかった。

夕方、疲れ切った体を引きずってブリリアージュ潮見の自宅に戻ると、リビングから楽しげな笑い声が聞こえてきた。

息子の瞳真と、雫の声だ。

胸がどきり、と嫌な音を立てる。彩葉はとっさに身を隠し、鉢植えの影からリビングの様子を窺った。

ソファには、氷室父子の間に座る雫の姿があった。テーブルの上には、バースデーケーキ。そして彼女の首には、赤いルビーのネックレスが輝いていた。それは某高級ブランドの世界限定品だ。

先月、ショーウィンドウで見かけて心惹かれたものの、目を見張るような値段に諦めた、あのネックレス。

それが今、雫の胸元を飾っている。

「蒼真さん、素敵なプレゼントをありがとう。すごく嬉しいわ」雫はペンダントに優しく触れ、潤んだ瞳で男の端整で凛々しい顔を見つめる。「でも、こんな高価なもの……これからは無理しないで。気持ちだけで十分嬉しいから」

蒼真は淡然とした表情で言った。「金などどうでもいい。お前が喜んでくれるなら、それが一番だ」

「ねえねえ雫、お目々閉じて!」瞳真がはしゃいだ声で言った。

雫が素直に瞳を閉じると、瞳真は小さな手で、色とりどりのクリスタルが繋がれたブレスレットを彼女の腕に通した。

「もう開けていいよ!」

「わぁ、綺麗!」雫は驚きの表情を見せた。

瞳真はへへっと笑い、頭を掻く。「これね、僕が一つひとつ選んで、糸に通したんだ。雫への誕生日プレゼント!」

「ありがとう、瞳真くん。一生大切にするわ」雫が身をかがめて瞳真の額にキスをしようとした、その時。

瞳真は自ら顔を上げ、ちゅっ、と音を立てて雫の頬にキスをした。

瞳真は父親に似て、どこか冷めた子供だった。実の母親である彩葉にさえ、ほとんど懐こうとしなかったのに。

自分が喉から手が出るほど欲しかったものを、雫はこんなにもたやすく手に入れてしまう。

嫉妬と絶望で、胸の奥がキリキリと痛んだ。

瞳真はキラキラした目で雫を見つめ、真剣な顔で言う。「雫は体が弱いから、これからは僕とパパが守ってあげる。だから安心してね」

「ふふっ……ありがとう。頼りにしてるわね」雫は恥じらうように頬を染め、ちらりと隣の男に視線を送る。

蒼真は切れ長の瞳を細め、自らケーキを一切れ切り、雫の手に渡す。

血の気が、すうっと引いていく。立っていられなくなりそうだった。

全身全霊で愛した夫は、他の女の誕生日を祝い、命がけで産んだ息子は、母親からすべてを奪った女を守ると誓う。

彩葉は、赤く染まった目で静かに笑った。そして踵を返すと、五年もの間自分を縛り付けた結婚という名の牢獄から、毅然と歩み出した。

自宅の外は、冷たい雨が降っていた。

全身ずぶ濡れになりながら、彩葉は道端に立ち、久しぶりにかける番号を呼び出す。電話の向こうから、懐かしい声が聞こえた。

「お嬢!お久しぶり!元気か?」

「えぇ、元気よ」彼女は微笑んだ。その美しい瞳には、かつてないほど冷徹な光が宿っていた。

「離婚することにしたの。だからお願い、離婚協議書を用意してちょうだい。なるべく、早くね」

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
19
บทที่ 1 กลิ่นธูปในห้องเรียนที่ว่างเปล่า
ท่ามกลางแสงอาทิตย์สีส้มสลัวที่กำลังจะลับขอบฟ้าหลังอาคารเรียนไม้เก่าแก่ของโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด ความเงียบเชียบที่ควรจะเป็นเวลาเลิกเรียนกลับถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดที่มองไม่เห็น บรรยากาศในทางเดินยาวเหยียดดูราวกับจะบีบอัดเข้าหากัน ทุกอย่างดูเป็นปกติ... ยกเว้นเพียงห้องชมรมเล็กๆ ที่มุมตึก ซึ่งมีป้ายไม้กระดำกระด่างแขวนไว้ว่า “ชุมนุมผี” ​“กูบอกแล้วไงว่าอย่าท้า! พระเจ้าไม่ได้สร้างปากมึงมาเพื่อให้มึงเอาไปแกว่งหาเท้าผีนะไอ้ธาม!” ​เสียงตะโกนของ พีท สมาชิกสายกวนประจำกลุ่มดังแหวกความเงียบ เขากำลังยืนกอดอก พิงผนังห้องชมรมที่เต็มไปด้วยเศษขนมของ บับเบิ้ล สายตาของเขาจ้องมองไปที่หัวหน้าแก๊งอย่าง ธาม ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ แต่ปากยังเก่งอยู่ ​“กูไม่ได้ท้า! กูแค่บอกว่า... ถ้าผีนักเรียนที่ฆ่าตัวตายคนนั้นมีจริง ก็ออกมาให้เห็นสิ จะได้รู้ว่าพระเจ้าจะคุ้มครองเราไหม” ธามตอบเสียงสั่น พลางกระชับกางเขนอันเบ้อเริ่มที่แขวนอยู่ที่คอจนมันเกือบจะรัดคอตัวเองเสียตายก่อนผีมา ​“แล้วเป็นไงล่ะ...” กวี หนุ่มแว่นผู้เงียบขรึมพูดขึ้นสั้นๆ เขาขยับแว่นสายตาหนึ่งครั้ง ก่อนจะมองจ้องไปที่มุมห้องมืดๆ ที่ไม่มีใครก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 กฎของการซ่อนตัว (และกลิ่นน้ำเน่าที่ตามติด)
เสียงฝีเท้าหกคู่ดังสะท้อนก้องไปตามโถงทางเดินไม้ที่บิดเบี้ยวตามกาลเวลา ความมืดในอาคารเรียนหลังนี้ไม่ได้เป็นสีดำสนิท แต่มันเป็นสีม่วงคล้ำที่ชวนให้รู้สึกคลื่นไส้ ทุกก้าวย่างที่พวกเขามุ่งหน้าไปสู่บันไดทางขึ้นดาดฟ้า บรรยากาศรอบตัวเริ่มข้นคลักจนเหมือนกำลังเดินลุยอยู่ในหนองน้ำที่มองไม่เห็น ​"หยุดก่อน!" กวี หนุ่มแว่นกระชากคอเสื้อ ธาม ไว้จนเกือบหงายหลัง ​"อะไรของมึงวะกวี! บับเบิ้ลหายไปนะเว้ย!" ธามโวยวาย แต่อาการสั่นที่หัวเข่ายังปิดไม่มิด ​"มึงมองดูบันได..." กวีดันแว่นที่เริ่มมีฝ้าเกาะ ทั้งที่อากาศร้อนอบอ้าว สัมผัสที่ 2: การมองเห็น ของเขาทำให้เขาสังเกตเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองพลาดไป "ขั้นบันไดมันหายไป... ไม่ใช่สิ มันเปลี่ยนที่ ทุกครั้งที่เรากะพริบตา จำนวนขั้นบันไดมันจะไม่เท่าเดิม" ​"มันกำลังเล่นตลกกับเรา" พีท พูดพลางกุมท้ายทอยที่ตอนนี้เย็นจัดจนรู้สึกเหมือนมีน้ำแข็งมานาบ "ลางสังหรณ์กูบอกว่า ถ้าเราเดินขึ้นไปสุ่มสี่สุ่มห้า เราจะไม่ได้ไปโผล่ที่ดาดฟ้า แต่น่าจะไปโผล่ที่ไหนสักที่... ที่ไม่มีทางกลับออกมา" ​"แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ! บับเบิ้ลป่านนี้ไม่โดนผีเคี้ยวไปแล้วเหรอ!" มีน เริ่มโมโห เธอหยิบสเปรย์น้ำม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 สมาชิกหมายเลข 7 และบททดสอบความไว้ใจ
ท่ามกลางความมืดมิดบนชานพักบันไดที่นำไปสู่ดาดฟ้า ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกละเอียด เสียงหวีดหวิวของมันฟังดูเหมือนเสียงหัวเราะเยาะเย้ย คำพูดของกวีทำให้หัวใจของทุกคนหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความอึดอัดที่เคยเป็นเพียงบรรยากาศรอบตัว บัดนี้มันเริ่มบีบคั้นออกมาจากภายในจิตใจของแต่ละคน ​“มึง... มึงนับผิดหรือเปล่ากวี” ธามถามเสียงสั่น ขนลุกซู่ไปทั้งตัวจนกางเขนที่คอสั่นกระทบกันดัง กริ๊ก... กริ๊ก... ​“กูเป็นคนสายตาดีที่สุดในกลุ่มนะธาม และกูมีสติพอที่จะนับเลขหนึ่งถึงเจ็ดไม่พลาด” กวีตอบโดยไม่หันมามอง เขาจ้องเขม็งไปที่เงามืดที่ทอดตัวยาวอยู่เบื้องหลังเพื่อนๆ “เมื่อกี้ตอนวิ่งหนีออกมาจากห้องเก็บของ กูนับเงาที่ทอดบนพื้น... มันมีเจ็ดเงา ทั้งที่บับเบิ้ลไม่ได้อยู่กับเรา” ​“งั้นก็แปลว่า...” โจชัวพึมพำ มือที่กุมกางเขนอยู่เริ่มสั่น “มี ‘บางอย่าง’ แทรกซึมเข้ามาอยู่กับเราตั้งแต่ตอนที่ไฟดับ” ​ความกดดันพุ่งทะยานสู่ขีดสุด ทุกคนขยับถอยห่างออกจากกันโดยอัตโนมัติ จนเกิดเป็นวงกลมหลวมๆ บนชานพักบันไดแคบๆ ต่างคนต่างจ้องหน้ากันผ่านแสงไฟฉายที่สั่นระริกในมือของธาม แสงไฟที่ส่ายไปมาทำให้ใบหน้าของเพื่อนที่เคยคุ้นเคย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 นาฏศิลป์สยองขวัญและหุ่นนางรำตัวที่เจ็ด
เสียงฝีเท้าของ พีท กวี และไค ดังถี่กระชั้นไปตามทางเดินชั้นสองที่มืดสนิท ความอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากกำแพงห้องเรียนแต่ละห้องทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่ในอุโมงค์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ยิ่งเข้าใกล้ห้องนาฏศิลป์ที่อยู่สุดทางเดิน กลิ่นอับชื้นของผ้าเก่าและแป้งผัดหน้าก็ยิ่งรุนแรงขึ้นจนน่าคลื่นไส้ ​“กวี... มึงยังเห็นอะไรแปลกๆ อยู่ไหม” พีทถามพลางหอบหายใจ สัมผัสที่ 3: ลางสังหรณ์ ของเขากำลังสั่นเตือนเหมือนเข็มนาฬิกาที่หมุนย้อนกลับ มันบอกว่าเวลาของบับเบิ้ลบนดาดฟ้าเหลือน้อยลงทุกที ​“กูเห็น... แต่กูไม่อยากพูด” กวีตอบสั้นๆ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งไปที่บานประตูไม้แกะสลักของห้องนาฏศิลป์ที่แง้มอยู่นิดๆ “ที่พื้น... มีรอยรำมวยโบราณเป็นคราบเลือดลากยาวเข้าไปข้างใน และที่สำคัญ... กูเห็นเงาคนยืนอยู่หลังม่าน... ไม่ใช่คนเดียว แต่นับสิบ” ​ไคที่ถูกพีทพยุงอยู่เริ่มได้สติมั่นคงขึ้น เขาแตะผนังห้องเรียนข้างๆ แล้วหลับตาลงนิมิตสีแดงฉานวูบเข้ามา “ความอาฆาตในห้องนี้มันแรงมาก... ผีฟ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่นี่คือที่กักขัง ‘ความลับ’ ที่เธออยากให้เราหาให้เจอ กุญแจดอกนั้น... มันไม่ใช่แค่กุญแจล็อคเกอร์ แต่มันคือกุ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 ไดอารี่สีเลือดและความลับใต้เงามืด
ความเงียบงันกลับเข้าปกคลุมโรงเรียนมัธยมอีกครั้งหลังจากพายุแห่งวิญญาณบนดาดฟ้าสงบลง แต่สำหรับแก๊งชุมนุมผีทั้ง 7 คน ความสงบนี้กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกไม่มั่นคงอย่างประหลาด พวกเขาเดินลงจากอาคารเรียนด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้ง บับเบิ้ลยังคงเกาะแขนโจชัวแน่น มืออีกข้างกำซองขนมที่ว่างเปล่าไว้ราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย ​"เราต้องไปที่ห้องล็อคเกอร์" พีท พูดขึ้นสมาธิของเขาจดจ่ออยู่กับกุญแจหมายเลข 13 ในมือที่เขารับมาจากธาม "กุญแจดอกนี้คือเหตุผลที่วิญญาณของฟ้ายังไปไหนไม่ได้ มันไม่ใช่แค่การแก้บน แต่มันคือการทวงคืนความยุติธรรม" ​"แต่ตอนนี้มันเกือบเที่ยงคืนแล้วนะพีท" ธาม ท้วงพลางบิดกางเกงที่เริ่มแห้งจนแข็งกระด้าง "กูว่าเราควรกลับไปตั้งหลักที่คริสตจักรหรือที่ไหนสักที่ก่อนดีไหม... กลิ่นฉี่กูเริ่มทำลายโสตประสาทการดมกลิ่นของกูเองแล้วเนี่ย" ​"ถ้าเราไม่ทำคืนนี้ คนร้ายจะไหวตัวทัน" ไค พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกังวล "เงามืดที่กูเห็นข้างล่างตึกเมื่อกี้... มันไม่ใช่ผี แต่มันคือคน และเขารู้แล้วว่าเราได้กุญแจมา" ​คำพูดของไคทำให้ทุกคนหยุดกริก ความกดดัน เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งในรูปแบบของความหวาดระแวงต่อ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 ความเงียบที่น่ากลัวกว่าเสียงกรีดร้อง
แสงไฟนีออนในโถงทางเดินกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับสนิททิ้งให้ความมืดเข้าปกคลุมร่างของครูประทีปที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ความเงียบที่เกิดขึ้นตามมานั้นไม่ได้ทำให้พวกเขาสบายใจขึ้นเลย แต่มันกลับน่าอึดอัดจน มีน ต้องกระชับมือที่ถือสเปรย์น้ำมนต์ไว้จนสั่น ​"เขา... ตายหรือเปล่าวะ" ธาม กระซิบถาม เสียงของเขาแหบพร่าพลางใช้เท้าสะกิดไหล่ครูประทีปเบาๆ เหมือนเช็กว่ามีปฏิกิริยาตอบสนองไหม ​"ยังไม่ตายหรอก แค่โดน 'ศรัทธากระแทกหน้า' เข้าไปน่ะ" พีท ตอบพลางเช็ดเหงื่อที่ขมับ "แต่เราต้องรีบไปจากตรงนี้ ก่อนที่ภารโรงหรือใครจะมาเห็นพวกเรายืนอยู่เหนือร่างครูที่หมดสติ มันอธิบายยากนะเว้ย ว่าพวกเราไม่ได้รุมสกรัมครูเขา" ​"แล้วไดอารี่ล่ะ" กวี ถาม พลางขยับแว่นที่เบี้ยวจากการชุลมุน "ถ้าเราทิ้งไว้ที่นี่ ครูประทีปตื่นมาก็คงทำลายมันทิ้งแน่" ​"กูเก็บไว้เอง" พีทยัดไดอารี่สีแดงเข้มเข้าไปในกระเป๋านักเรียน "ไปที่โบสถ์เก่าหลังโรงเรียนกันเถอะ ไคบอกว่านั่นคือที่ที่ฟ้าโดนกักขังใช่ไหม" ​ไค พยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเขาดูเหนื่อยล้าจากการใช้นิมิตติดต่อกัน "ที่นั่น... มันมีกลิ่นของคำสาปที่แรงกว่านี้ กุญแจหมายเลข 13 ไม่ได้แค่เปิดล็อคเกอร์ แต่มันค
อ่านเพิ่มเติม
​บทที่ 7 กางเขนเหล็กกับอาคมโลกันตร์
กลิ่นควันกำยานที่ลอยมาจากไม้เท้ากระดูกของแม่เฒ่าเริ่มหนาแน่นจนกลายเป็นหมอกสีเทาหม่นที่พยายามจะแทรกซึมเข้าสู่ปอดของทุกคน ธาม รู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่พุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ จมูกของเขาเริ่มทำงานหนักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สัมผัสที่ 1: การได้กลิ่น บอกเขาว่านี่ไม่ใช่แค่ควันธรรมดา แต่มันคือ "ควันสะกดวิญญาณ" ที่มีกลิ่นสาบเหมือนคนตายที่ถูกฝังไว้ใต้ดินมานานแสนนาน ​"ถอยไปอยู่ข้างหลังกู!" ธามตะโกนก้อง เสียงของเขาคราวนี้ไม่ได้สั่นเหมือนตอนที่เจอผีในห้องชมรม เขากระชากกางเขนเหล็กที่พีทเพิ่งช่วยซ่อมให้ (ด้วยสก็อตเทปและลวดหนามเล็กๆ) ออกมาถือไว้มั่น "ในนามของพระผู้เป็นเจ้า... ยัยแก่! มนต์ดำของมึงทำอะไรศรัทธาพวกกูไม่ได้หรอก!" ​แม่เฒ่าไสยดำหัวเราะจนตัวโยน เสียงนั้นแหบพร่าเหมือนเสียงกระดาษทรายถูไปกับผิวไม้ "ศรัทธาเหรอ? ไอ้เด็กน้อย... เจ้าจะเอาศรัทธาที่กินไม่ได้มาสู้กับ 'พรายอาฆาต' ที่ข้าเลี้ยงมาด้วยเลือดนักเรียนสาวพวกนี้งั้นรึ?" ​สิ้นคำพูดของแม่เฒ่า เงามืดใต้แท่นพิธีก็เริ่มเดือดพล่าน ร่างของเด็กสาวนับสิบคนในชุดนักเรียนสีซีดจางค่อยๆ คืบคลานออกมาจากความมืด ดวงตาของพวกเธอเป็นสีดำสนิทและมีเลือดไหลรินออกม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 ห้องลับใต้แท่นบูชา และรอยแผลที่ยังไม่แห้ง
กลิ่นคาวเลือดที่เคยพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในตอนแรก บัดนี้มันเปลี่ยนเป็นกลิ่นอับชื้นและเหม็นเน่าเหมือนซากสัตว์ที่สะสมมานานหลายปี ธาม ที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาจนกางเกงเปียกชุ่มพยายามประคองตัวลุกขึ้นยืน เขาชูกางเขนเหล็กที่ยังคงมีความร้อนหลงเหลืออยู่เป็นไฟนำทาง ​“กูนำเอง...” ธามพูดเสียงหนักแน่น แต่ขาพับขาสั่นจน พีท ต้องเข้ามาช่วยพยุงไว้อีกแรง ​“เออ เท่ให้ตลอดนะมึง อย่าไปล้มทับผีข้างล่างล่ะ” พีทประชดเบาๆ แต่ในใจเขารู้สึกทึ่งในความกล้าของเพื่อนคนนี้จริงๆ ​บันไดหินแคบๆ ที่ทอดตัวลงสู่เบื้องล่างนั้นเต็มไปด้วยคราบตะไคร่น้ำและรอยขูดขีดเหมือนมีคนพยายามจะตะเกียกตะกายหนีขึ้นมา กวี ส่องไฟฉายไล่ไปตามผนังดิน สัมผัสที่ 2 ของเขามองเห็น "พลังงานสีดำ" ที่ไหลเวียนอยู่ตามรอยแตกของหิน มันเหมือนเส้นเลือดของปีศาจที่หล่อเลี้ยงห้องใต้ดินนี้ไว้ ​“ทุกคน ระวังตัวด้วย” โจชัว เตือนพลางพึมพำบทภาวนาเบาๆ “ข้างล่างนี้... ศรัทธาของพวกเราจะโดนกดดันหนักกว่าเดิม เพราะมันคือ 'อาณาเขต' ของมัน” ​เมื่อเท้าทั้งเจ็ดคู่แตะสู่พื้นห้องใต้ดิน แสงไฟฉายส่ายไปพบกับภาพที่ทำให้ มีน ต้องเบือนหน้าหนีและ บับเบิ้ล เกือบจะอาเจียนออกมาอีกรอบ ห้องโถงกว้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 จดหมายสีเลือดและคำเชิญสู่นรก
เช้าวันที่อากาศในจังหวัดระนองดูอึมครึมกว่าปกติ เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกลทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสลัวมัวซัว ธาม นั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าห้องชมรมชุมนุมผี พลางพัดกางเกงนักเรียนตัวเก่งที่เพิ่งแห้งหมาดๆ ด้วยสมุดจดบทสวด ​"กูว่าช่วงนี้ดวงกูตกว่ะพวักมึง" ธามบ่นกระปอดกระแปด "เมื่อคืนฝันว่าโดนผีนางรำรุมทึ้งหัว พอตื่นมาแมวที่บ้านก็ดันมาฉี่ใส่กางเกงกูอีก เหมือนฟ้าดินจะแกล้งให้กูเปียกตลอดเวลา" ​"นั่นเขาเรียก 'ลางบอกเหตุ' หรือเปล่าธาม" พีท พูดพลางขยับเก้าอี้มานั่งข้างๆ ในมือเขาถือจดหมายซองสีครีมดูหรูหราผิดกับบรรยากาศห้องชมรม "มีคนเอาไอ้นี่มาสอดไว้ใต้ประตูห้องชมรมเมื่อเช้า จ่าหน้าถึง 'แก๊ง 7 สัมผัส' โดยเฉพาะ" ​กวี และ โจชัว เดินเข้ามาสมทบพอดี กวีหยิบจดหมายขึ้นมาตรวจดูด้วย สัมผัสที่ 2 "จดหมายนี่มีไอสีดำจางๆ ลอยออกมา... มันมีกลิ่นของความตายที่เก่าแก่กว่าคดีพี่ฟ้าเยอะเลย" ​พีทค่อยๆ แกะซองออก ภายในมีกระดาษเนื้อดีและรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่ง รูปนั้นเป็นภาพชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ทรงยุโรปหลังใหญ่ที่ดูโอ่อ่าแต่บรรยากาศรอบข้างกลับดูแห้งแล้งจนน่าขนลุก และที่สำคัญ... ชายในรูปนั้นมีใบหน้าคล้ายกับ ไค อย่างกับค
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 ฮวงจุ้ยเลือดและกำแพงวิญญาณ
เสียงบานประตูไม้โอ๊คขนาดใหญ่ปิดกระแทกไล่หลังดัง ปัง! ทันทีที่เท้าคู่สุดท้ายของ บับเบิ้ล ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา แรงกระแทกนั้นทำเอาฝุ่นหนาเตอะร่วงหล่นลงมาจากเพดานสูงลิ่ว แสงสว่างเดียวที่มีคือแสงไฟฉายจากมือของกวีและธามที่ส่ายไปมาท่ามกลางความมืดมิดที่ดูข้นคลักกว่าภายนอก ​"ยินดีต้อนรับสู่บ้าน... ของความตายว่ะ" พีท พึมพำพลางมองขึ้นไปบนโถงบันไดวนที่ดูเหมือนกระดูกสันหลังของยักษ์ ​ภายในคฤหาสน์วรโชติถูกตกแต่งด้วยความหรูหราแบบยุโรปย้อนยุค พรมสีแดงเข้มปูยาวไปตามทางเดินดูเหมือนสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวอาคาร แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องขนลุกชันคือ "กลิ่น" ​"อุ๊ย... พี่ธาม กลิ่นมัน..." บับเบิ้ลยกมืออุดจมูกพัลวัน สัมผัสที่ 6: การลิ้มรส ของเธอเริ่มทำงานล่วงหน้า รสชาติขมปร่าของสนิมและกลิ่นคาวจางๆ กระจายอยู่เต็มเพดานปาก "หนูรู้สึกเหมือน... เหมือนกำลังอมเหรียญบาทเก่าๆ อยู่เต็มปากเลยพี่" ​"ไม่ใช่แค่นั้นบับเบิ้ล..." ธาม พูดเสียงสั่น จมูกของเขาขยับยิกๆ อย่างบ้าคลั่ง สัมผัสที่ 1 ของเขาพบบางอย่างที่เลวร้ายกว่า "มันเป็นกลิ่นของ 'ยาอาบศพ' ปนกับกลิ่นดอกมณฑา... แต่มันไม่ได้มาจากข้างนอก แต่มันโชยออกมาจาก 'ผนังบ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status