All Chapters of คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต: Chapter 11 - Chapter 20

25 Chapters

บทที่ 11

ข้าก้าวออกจากหอโอสถกงยามที่ตะวันเริ่มลาลับขอบฟ้า​รอยเข็มทั้งสามจุดบนอกเสื้อยังคงความรู้สึกชาหนึบ ทว่าลมหายใจกลับปรอดโปร่งขึ้นมาก ขวด ‘ยาบำรุง’ ของกงอวี้หลันถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในแขนเสื้อ คืนนี้ข้าจำเป็นต้องดื่มมันตามคำสั่ง​ทว่ายามนี้... ข้ามิมีเวลาแม้แต่จะพักผ่อน​“ไปโรงจำนำตระกูลเจียง” ข้าสั่งการเสี่ยวเถาอย่างฉับไว​“คุณหนูเจ้าคะ! ท่านเพิ่งจะผ่านการฝังเข็มมาเหตุใดจึงมิยอมพักผ่อนก่อนเล่าเจ้าคะ!”​“ข้าจะพัก... ก็ต่อเมื่อลมหายใจสุดท้ายสิ้นสุดลงเท่านั้น” ข้าไอออกมาเบาๆ พลางกุมอกไว้ ยามนี้พิษซ่างหานส่านถูกสะกดไว้ได้เจ็ดวัน “ยามจื่อคืนนี้ โกดังผ้าไหมของเสิ่นชิงโจวจะถูกเพลิงเผาผลาญ หากเขาไม่ทำตามแผนการในจดหมาย... โทษกบฏย่อมพรากชีวิตเขาไปแน่”​โรงจำนำตระกูลเจียง... บัดนี้เก้าในสิบส่วนตกเป็นของเสิ่นชิงโจวไปเสียแล้ว​ป้ายหน้าร้านถูกเปลี่ยนเป็น ‘โรงจำนำตระกูลเสิ่น’ อักษรสีทองอร่ามใหม่เอี่ยม ทว่าร่องรอยเดิมของตระกูลข้ายังคงหลงเหลืออยู่ ข้าลงจากรถม้าท่ามกลางกลิ่นควันไฟที่โชยมาตามลม ทางทิศตะวันตกท้องฟ้าพลันกลายเป็นสีชาดหนาตา​เพลิงไหม้เกิดขึ้นจริง...​“คุณหนู! ดูนั่นเจ้าค่ะ! โกดังผ้าไหม!” เสี่
last updateLast Updated : 2026-05-11
Read more

บทที่ 12

ยามเซิน ณ ค่ายทหารทิศอุดร​ข้ามาตามนัดหมาย ‘รับประทานอาหาร’ ของมู่เจ๋อตามที่เขาได้สั่งการไว้​ทว่าอาภรณ์ที่ข้าเลือกสวมใส่กลับมิใช่ชุดที่งดงามเฉิดฉาย ข้าเลือกชุดผ้าฝ้ายสีเทาเรียบง่าย แขนเสื้อยาวคลุมถึงข้อมือเพื่อปกปิดร่องรอยเข็มของกงอวี้หลันและรอยช้ำที่ถูกเขากดข่มไว้เมื่อยามเช้า​“คุณหนูแน่ใจนะเจ้าคะว่าจะมิผัดหน้าเสียหน่อย?” เสี่ยวเถาถามด้วยความกังวล ใบหน้านางพอกแป้งจนขาวนวล ทว่าใบหน้าของข้านั้นกลับซีดเซียวและริมฝีปากแห้งผาก เนื่องด้วยเมื่อยามเที่ยงข้าเพิ่งจะกระอักโลหิตออกมาอีกครา​พิษซ่างหานส่านเข้าสู่สี่วันแล้ว แม้โอสถของหมอกงจะสะกดไว้ได้ ทว่าหากข้าฝืนใช้เรี่ยวแรงเกินกำลัง พิษร้ายย่อมตีกลับขึ้นมา​“ข้ามาเพื่อกินข้าว มิได้มาเพื่อให้ใคร ‘กิน’ ข้าเสียหน่อย” ข้าขึ้นม้าด้วยตนเองโดยมิพึ่งพารถม้า​ข้ากระตุกบังเหียน มุ่งหน้าออกจากเมืองจวินโจวเข้าสู่ค่ายทหารยามสนธยา ธงพยัคฆ์ขาวโบกสะบัด เสียงฝึกรบดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้าหมื่นชีวิต ทว่าเมื่อข้าขี่ม้าเข้าไปข้างใน บรรยากาศกลับเงียบงันลงทันตา ทหารทั้งค่ายต่างหยุดมือและจับจ้องมาที่ข้า... เจียงลั่วอวี่ นางมารที่หาญกล้าย่างกรายเข้าสู่ถิ่นของศัตรู​“ทา
last updateLast Updated : 2026-05-11
Read more

บทที่ 13

ยามซวี คืนเดือนมืด​จวนกั๋วกงตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองจวินโจว กำแพงสูงตระหง่านและประตูเหล็กหนาหนักบ่งบอกถึงอำนาจ ทหารยามเดินตรวจตราอย่างเข้มงวดทุกหนึ่งเค่อ ทว่าคืนนี้เบื้องหน้าจวนกลับมี ‘ทหารม้า’ ร้อยนายของมู่เจ๋อล้อมไว้เงียบเชียบ ธงพยัคฆ์ขาวปลิวไสวประหนึ่งข่มขวัญมิให้ผู้ใดกล้าขยับเขยื้อน​ข้ายืนหลบอยู่ในเงามืดหลังต้นไทรใหญ่ในอาภรณ์สีดำรัดกุม ปิดบังใบหน้ามิดชิด ปิ่นหงส์ทองถูกเก็บไปเหลือเพียงมีดสั้นเล่มเดียวในแขนเสื้อ และ ‘ผงหมอกนิทรา’ ที่ข้าลอบหยิบมาจากหอโอสถกง​ข้างกายข้าคือเสี่ยวเถาที่ตัวสั่นเทาดุจลูกนก และ... มู่เจ๋อ​เขามิได้สวมเกราะ ทว่าอาภรณ์สีดำธรรมดากลับมิอาจปกปิดรังสีสังหารได้ ดาบใหญ่สะพายอยู่เบื้องหลัง ดวงตาคมกริบกวาดมองจวนกั๋วกงดุจมองค่ายศัตรูที่ต้องตีให้แตก​“จดจำไว้ให้ดี” เขากระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เจ้ามีเวลาเพียงหนึ่งชั่วยามนับจากพลุสัญญาณถูกยิงขึ้นฟ้า หากเจ้ามิออกมา... ข้าจะสั่งเผาที่นี่ให้สิ้นซาก”​“ท่านแม่ทัพ...” เสี่ยวเถาร่ำไห้กระซิบ “ให้บ่าวเข้าไปแทนเถิดเจ้าค่ะ...”​“เจ้าเข้าไปก็มีแต่จะม้วยมลายเปล่าๆ” มู่เจ๋อตอกกลับเสียงเรียบ “เจ้านายของเจ้า... ย่อมเอาตัวรอดได้ เพ
last updateLast Updated : 2026-05-11
Read more

บทที่ 14

ยามเฉิน ณ หอโอสถกง​ข้ามายืนอยู่เบื้องหน้าหอโอสถอีกครา เร็วกว่าวันนัดหมายเดิมถึงเจ็ดวัน... ด้วยใจที่มิอาจทนรอได้อีกต่อไป​คัมภีร์แพทย์สวรรค์อันล้ำค่าถูกห่อหุ้มไว้อย่างมิดชิดแนบกาย ทว่าสิ่งที่หนักอึ้งยิ่งกว่าคัมภีร์ในมือ คือคำสัตย์สาบานของมู่เจ๋อเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา​‘หากเจ้าสิ้นชีพข้างในนั้น ข้าจะไปสังหารกงอวี้หลัน ล้างบางหอโอสถ แล้วจะตายตามเจ้าไป’​บุรุษมุทะลุเยี่ยงเขา หากกล่าวแล้วย่อมทำจริงเป็นแน่ ข้าจึงต้องเร่งรีบนำ ‘ชีวิต’ กลับมาคืนให้เขาโดยเร็วที่สุด​“คุณหนู... ท่านแน่ใจนะเจ้าคะ?” เสี่ยวเถาหน้าซีดเผือด “ยามที่ท่านแม่ทัพข่มขู่ว่าจะเผาหอโอสถเมื่อคืน ท่านหมอกงคงจะโกรธเคืองพวกเรามิใช่น้อย”​“โกรธเพียงใดข้าก็ต้องมา” ข้าไอออกมาเบาๆ แม้จักมิมีโลหิตซึมทว่าในลำคอกลับขมขื่นรุนแรง “ยาถอนพิษอยู่ในมือเขา และข้าเหลือเวลาเพียงสี่วันเท่านั้น”​ข้าผลักประตูเข้าไป ภายในโถงเงียบงันผิดตา เหล่าศิษย์ของเขาทั้งหลายต่างพากันหลบสายตาข้าด้วยความหวาดหวั่น ข้าสั่งความให้คนไปแจ้งกงอวี้หลันว่า ‘ข้านำของสำคัญมาแลกเปลี่ยน’ มินานนักข้าก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปพบเขาเพียงลำพัง​ภายในห้องปรุงยา... กลิ่นสมุนไพรรสขมแล
last updateLast Updated : 2026-05-12
Read more

บทที่ 15

วันแรกของการพักฟื้น​ข้านอนแผ่อยู่บนเตียงท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของโสมคนล้ำค่าที่มู่เจ๋อมอบให้ เสี่ยวเถาเฝ้าปรนนิบัติอยู่ข้างกายมิยอมห่าง คอยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้ข้าทุกครึ่งชั่วยาม​“คุณหนู ดื่มน้ำขิงอีกสักนิดนะเจ้าคะ ท่านหมอกงกำชับนักหนาว่าห้ามรับประทานของเย็น”​ข้าจิบน้ำขิงรสเผ็ดร้อนพลางถอนหายใจ ร่างกายเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ท่านหมอหลิวมาตรวจชีพจรเมื่อเช้าและเอ่ยชมว่าข้า ‘ราวกับได้ชีวิตใหม่’ ทว่าอาการอ่อนเพลียยังคงมีอยู่ กงอวี้หลันสั่งห้ามข้าใช้แรงและห้าม ‘คนตัวร้อน’ เข้าใกล้เด็ดขาด ซึ่งข้าย่อมรู้ดีว่าเขาหมายถึงมู่เจ๋อผู้มีไอความร้อนดุจเตาไฟผู้นั้น​ก๊อก ก๊อก ก๊อก​“คุณหนูเจียงขอรับ มีแขกมาขอพบขอรับ” เสียงพ่อบ้านตะโกนข้ามประตูเข้ามา​“ผู้ใดกัน?” เสี่ยวเถาถามกลับ​“พ่อค้าเสิ่น... เสิ่นชิงโจวขอรับ”​ข้าสำลักน้ำขิงทันควัน! จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ผู้นั้นไฉนจึงมาเร็วนัก ข้าเพิ่งจะได้พักเพียงวันเดียวเท่านั้น​“บอกเขาว่าข้ายังสลบไสลมิได้สติ...” ทว่ามิทันขาดคำ ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างถือวิสาสะ​เสิ่นชิงโจวก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามในชุดสีนิลขลิบเงิน มือถือพัดจีบสะบัดเบาๆ ใบหน้าที่เคยเกรอะกรังบัดนี้
last updateLast Updated : 2026-05-12
Read more

บทที่ 16

ยามเฉิน ณ วังหลวง​“คุณหนู! มิได้นะเจ้าคะ! ท่านหมอกงสั่งห้ามใช้แรงเด็ดขาด! ท่านแม่ทัพมู่ก็กำชับให้บำรุงร่างกาย! ท่านจะ... จะเข้าวังจริงๆ หรือเจ้าคะ!?”​เสี่ยวเถาวิ่งวุ่นอยู่รอบกายข้า พยายามนำเสื้อคลุมมาสวมทับและจัดเตรียมยาลมยาหอมให้วุ่นวายไปหมด ทว่าข้ากลับเลือกที่จะรวบผมขึ้นอย่างประณีต ปักปิ่นหงส์ทองไว้อย่างมั่นคง แม้ใบหน้าจะซีดเซียวทว่าข้าก็ได้ผลัดแป้งกลบเกลื่อนไว้แล้ว​“ข้าต้องไป” ข้าเอ่ยสั้นๆ “ในจดหมายระบุชัดเจนว่า ‘หากเจ้ามิมา... ข้าจะเผาจวนของเจ้าให้ราบคาบ’”​“แต่คุณหนูเพิ่งจะพ้นขีดอันตรายนะเจ้าคะ!”​“เขาเพียง... หงุดหงิดใจที่ข้าขาดการติดต่อไปเพียงสองวันเท่านั้น” ข้าส่องกระจกดูความเรียบร้อย พลางเอากลีบกุหลาบขยี้ริมฝีปากให้ดูมีสีสันขึ้นบ้าง “เสี่ยวเถา เจ้าจงเฝ้าจวนไว้ให้ดี หากยามเซินข้ายังมิกลับมา... จงไปแจ้งท่านแม่ทัพมู่ บอกให้เขามา ‘เผาวัง’ เสีย!”​ข้าขึ้นรถม้ามุ่งสู่วังหลวงด้วยใจที่เต้นรัว ท่านหมอกงสั่งห้ามข้าสัมผัส ‘คนตัวร้อน’ มู่เจ๋อนั้นดุจเตาไฟเดินได้ ส่วนจ้าวหลิงเซียว... ยามนี้คงเปรียบเสมือนกองเพลิงที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า ข้ากำลังจะก้าวเข้าไปอยู่ท่ามกลางกองเพลิงสอง
last updateLast Updated : 2026-05-13
Read more

บทที่ 17

วันที่สามของการพักฟื้น​ข้ามิอาจอยู่นิ่งได้​“คุณหนู! ท่านหมอกงกำชับนักหนาว่าห้ามฝืนกำลัง! ท่านแม่ทัพก็ส่งโสมมาให้บำรุง! องค์รัชทายาทก็มีรับสั่งให้เข้าวัง! แล้วเหตุใด... ท่านจึงจะขึ้นเขาไปอีกเจ้าคะ!?”​เสี่ยวเถาวิ่งวุ่นตามข้าที่กำลังก้าวขึ้นรถม้า ในมือนางถือร่มพับและเครื่องหอมไว้พัลวัน​“ข้าต้องไป” ข้าตอบอย่างหนักแน่น “เสิ่นชิงโจวส่งข่าวมาว่าฝายกั้นน้ำเสร็จสิ้นแล้ว ข้าต้องไปตรวจสอบด้วยตาตนเอง หากข้ามิไป... จิ้งจอกผู้นั้นอาจจะยักยอกงบประมาณเอาได้”​รถม้าเคลื่อนออกจากจวน มุ่งหน้าสู่ลำห้วยบนยอดเขาที่อากาศหนาวเหน็บ ลมพัดแรงจนน้ำในห้วยเริ่มจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ทว่าสิ่งที่ทำให้ข้ารู้สึกเย็นวาบยิ่งกว่าอากาศ คือภาพเบื้องหน้า...​ที่ริมฝายหิน มีบุรุษสองคนยืนเผชิญหน้ากัน​คนหนึ่งอยู่ในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้ม ถือพัดจีบด้วยท่ายิ้มแย้มประดุจจิ้งจอก... เสิ่นชิงโจว​อีกคนหนึ่งในชุดสีดำทะมัดทะแมง ดาบใหญ่สะพายหลัง ใบหน้าดุดันดุจขุนพลสวรรค์... มู่เจ๋อ​ทั้งสองยืนห่างกันเพียงห้าก้าว ทว่าสายตาที่ประสานกันนั้นกลับมีประกายไฟแห่งความขัดแย้งคุโชน​“โอ้ คุณหนูเจียงมาถึงพอดี” เสิ่นชิงโจวเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มหวาน “ม
last updateLast Updated : 2026-05-13
Read more

บทที่ 18

ยามเฉิน ณ วังหลวง วันที่สี่ของการพักฟื้น​“คุณหนู! เมื่อวานท่านเพิ่งจะกลับจากยอดเขา วันนี้จะเข้าวังอีกแล้วหรือเจ้าคะ! ท่านจะเอาชีวิตไปทิ้งจริงๆ หรือ!” เสี่ยวเถากอดขาข้าไว้แน่นพลางร่ำไห้สะอึกสะอื้น​“ปล่อยข้าเถิด” ข้าพยายามแกะมือนางออก แม้ใบหน้าจะซีดเซียวทว่าข้าก็ยังคงแต่งแต้มเครื่องสำอางเพื่อปกปิดรอยคล้ำใต้ตา “จดหมายนั่นระบุชัดเจนว่าหากข้ามิไป... เขาจะเผาจวนของพวกเรา ข้ามิไปมิได้”​ข้าขึ้นรถม้ามุ่งสู่ตำหนักบูรพา ในมือกำตราเข็มเงินของกงอวี้หลันไว้แน่นประหนึ่งเป็นเครื่องรางชิ้นสุดท้าย หากเกิดเหตุร้ายสิ่งนี้ย่อมช่วยชีวิตข้าได้หนึ่งครา​ทว่าเมื่อถึงที่หมาย... บรรยากาศกลับเงียบงันจนน่าใจหาย​ทหารยามมิได้ขัดขวางข้า ทว่าพวกเขากลับคุกเข่าลงทันทีที่เห็นหน้าข้า “คุณหนูเจียง! ในที่สุดท่านก็มาเสียที! ได้โปรดเข้าไปดูอาการขององค์รัชทายาทด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”​“พระองค์ทรงเป็นสิ่งใดกัน?” ใจข้าหล่นวูบด้วยความกังวล​“ตั้งแต่คุณหนูกลับไปเมื่อวาน พระองค์ก็มิยอมบรรทมหรือเสวยสิ่งใดเลย ทรงประทับนิ่งอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งเช้าวันนี้... ทรงมีพระวรกายร้อนจัดดุจเปลวเพลิงพ่ะย่ะค่ะ! หมอหลวงมาแล้วทว่าทรงไล่ตะเพิดออกไป
last updateLast Updated : 2026-05-14
Read more

บทที่ 19

ยามสาย ณ ตำหนักบูรพา​“คุณหนู... ท่านจักไหวจริงหรือเจ้าคะ? เมื่อวานท่านเฝ้าองค์รัชทายาททั้งวันทั้งคืน จนป่านนี้ท่านเองก็ยังมิได้พักผ่อนเลยนะเจ้าคะ” เสี่ยวเถาใช้ผ้าชุบน้ำคอยเช็ดหน้าให้ข้าอย่างเป็นกังวล “ท่านหมอกงกำชับให้พักเจ็ดวัน ทว่านี่เข้าวันที่ห้าแล้วท่านยังคงวุ่นวายมิหยุดหย่อน”​“ข้ายังมิตายเสียหน่อย” ข้าตอบพลางบรรจงคนข้าวต้มหมูสับในหม้อ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วห้องเครื่องเล็กที่ข้าขออนุญาตขันทีเข้าใช้งานเป็นพิเศษ​จ้าวหลิงเซียวบรรทมหลับอยู่บนแท่นประทับ แม้ไข้จะทุเลาลงแล้วทว่าพระวรกายยังอ่อนเพลียยิ่งนัก หมอหลวงกำชับว่าต้องเสวยของร้อนบ่อยๆ เพื่อฟื้นฟูกำลัง​“คุณหนูลงมือทำเองเช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ? ให้พ่อครัวหลวงจัดการให้มิสะดวกกว่าหรือ...”​“มิได้หรอก” ข้าซอยขิงใส่ลงไปเพิ่ม “องค์รัชทายาท... ทรงพึงพอใจจะเสวยเพียงฝีมือข้าเท่านั้น”​เมื่อคืนเขาละเมอเรียกชื่อข้าถึงสามครา ‘เจียงลั่วอวี่... อย่าไป...’ น้ำเสียงที่ดูเปราะบางนั้นทำให้ข้าตัดสินใจอยู่เฝ้าพระอาการด้วยตนเอง​ก๊อก ก๊อก ก๊อก​“ผู้ใดกัน?” เสี่ยวเถาเดินไปเปิดประตู​ทหารในชุดเกราะทมิฬยืนเด่นอยู่เบื้องหน้า ในมือถือปิ่นโตไม้สามชั้น “ท่านแม่ท
last updateLast Updated : 2026-05-14
Read more

บทที่ 20

ยามบ่าย ณ ตำหนักบูรพา​“คุณหนู! ท่านตัวร้อนยิ่งนักเจ้าค่ะ! ท่านหมอกงกำชับนักหนาว่าห้ามฝืนกำลัง ห้ามโดนลม... และห้ามให้บุรุษทั้งสามท่านแย่งกันปรนนิบัติเช่นนี้!” เสี่ยวเถาใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบหน้าผากข้าด้วยมือที่สั่นเทา​“ข้ามิได้ขอให้พวกเขาแย่งกันเสียหน่อย...” ข้านอนหมดสภาพอยู่บนตั่งข้างเตียงของจ้าวหลิงเซียว หลังจากตรากตรำปรุงข้าวต้มและเฝ้าไข้รัชทายาททั้งคืน ผลลัพธ์คือไข้พิษกลับมารุมเร้าข้าเสียเอง​จ้าวหลิงเซียวหายประชวรเกือบจะปลิดทิ้งแล้ว ทว่าเขากลับมิยอมให้ข้ากลับจวน “จงนอนพักที่นี่จนกว่าเจ้าจะหายดี” เขาออกคำสั่งขณะนั่งอ่านฎีกาอยู่ข้างกายข้า​ยามนี้เขาเสด็จไปที่ท้องพระโรงแล้ว ทิ้งให้ขันทีกว่าสี่คนและหมอหลวงอีกสองคนเฝ้าข้าไว้ ทว่า... กลับมิมีผู้ใดขัดขวางอาคันตุกะรายใหม่ได้เลย​ประตูตำหนักถูกเปิดออกพร้อมกลิ่นยาอันเป็นเอกลักษณ์​กงอวี้หลันในชุดขาวบริสุทธิ์ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย็นชาดุจน้ำแข็ง ในมือถือกล่องเข็มเงินที่พร้อมจะใช้งานได้ทุกเมื่อ เขาเดินตรงมาที่ตั่งพลางแตะชีพจรข้าเพียงครู่เดียวก็ขมวดคิ้ว​“ไข้สูง ชีพจรอ่อนแรง... ข้าสั่งห้ามเจ้าใช้แรงเจ็ดวัน ทว่านี่เพียงวันที่ห้า เจ้าไปกรำศึกกับ
last updateLast Updated : 2026-05-14
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status