로그인แค่หลับไปงีบเดียวตื่นมาอีกทีก็กลายเป็นนางร้ายเบอร์หนึ่งของนิยายที่ตัวเองเพิ่งด่าจบไป วีรกรรมเจ้าของร่างเดิมคือที่สุดของความพัง ปั่นหัวคุณชายตระกูลใหญ่พร้อมกัน 4 คน ทั้งแม่ทัพ พ่อค้า หมอเทวดา แล้วเททิ้งหน้าตาเฉยตอนตระกูลเขาล้มละลาย แถมยังกล้าไปเหยียบหน้ารัชทายาทกลางงานหลวงอีก ผลกรรมในนิยายบอกไว้ชัดมากว่าวันเกิดฮ่องเต้ปีหน้า คือวันที่ทั้ง 4 คนจะร่วมมือกันลากนางไปเช็คบิล ส่งนางเอกตัวจริงขึ้นครองรัก ส่วนนางร้ายน่ะเหรอก็ตายอนาถข้างถนนไงล่ะ แต่เดี๋ยวก่อนฉันคือคนอ่านนิยายมาก่อนนะ ฉันรู้สปอยล์ทุกอย่าง ในเมื่อสวรรค์ส่งมาเกิดใหม่ทั้งที ก็ขอฉีก Bad End เขียนรูทใหม่เองละกัน
더 보기ยามเฉิน วันที่ ๑๕ เดือน ๖ ณ ลานกว้างหน้าวังบูรพาผืนธงรบสีแดงฉานนาม ‘พยัคฆ์ขาว’ โบกสะบัดท้าทายสายลมอย่างองอาจโครม! โครม! โครม!ประตูใหญ่ของวังหลวงทั้งสี่ทิศปิดตายลงอย่างแน่นหนา กำลังพลทหารสามพันนายในสังกัดของจ้าวหลิงเซียวเข้าตรึงกำลังควบคุมพื้นที่ไว้ทุกตารางนิ้ว คันธนูทุกคันถูกขึ้นสายเตรียมพร้อม ดาบคมปลาบทุกเล่มถูกชักออกจากฝักประดับบารมี“จับกุมตัวผู้คิดคบคิดกบฏล้มล้างราชบัลลังก์! หลิวเหวินคัง!” เสียงตวาดกร้าวของจ้าวหลิงเซียวดังกึกก้องกัมปนาทมาจากบนหอคอยสูง ชุดเกราะทองคำสุกปลั่งสะท้อนแดดประกายเจิดจ้าก้าบ!!!เจ้าพยัคฆ์ขาว... ยืนหยัดอยู่ใจกลางลานกว้าง ร่างกายสวมชุดเกราะทองคำเต็มยศ มีผืนธงรบปักแน่นอยู่บนแผ่นหลัง มันยืดอกตั้งมั่น มิได้แสดงความหวาดกลัวต่อเสียงกลองรบที่รัวสนั่นเลยแม้แต่น้อยตัวข้า... เจียงลั่วอวี่ ยืนตระหง่านอยู่บนขั้นบันไดหินอ่อนของตำหนักเย็น สวมใส่อาภรณ์สีแดงฉานดุจโลหิตของแม่ทัพใหญ่ ในหัตถ์กุมพัดหยกดำไว้มั่นศึกสุดท้ายเพื่อชำระหนี้แค้น... เริ่มต้นขึ้นแล้วยามซื่อ ณ ประตูวังทิศตะวันตก“เปิดประตูวังหลวงเดี๋ยวนี้! พวกมึงล่วงรู้หรือไม่ว่ากูคือใคร... กูคือกั๋วกง!”
ยามจื่อ คืนวันที่ ๑๔ เดือน ๖ ณ นอกกำแพงเมืองหลวง ค่ายทหารกั๋วกงบรรยากาศโดยรอบมืดมิด สงบสงัด... ทว่ากลับอบอวลไปด้วยกระแสแห่งความเดือดพล่าน“เร็วเข้า!” เสี่ยวเถาลอบกระซิบเสียงแผ่ว นางอยู่ในชุดพรางกายสีดำสนิท ใบหน้าคลุมปิดมิดชิด ในมือประคองขวดยาสลบ ‘นิทราไร้ลักษณ์’ ของท่านหมอกงไว้อย่างระมัดระวัง “คุณหนูสั่งการมา... ให้เทลงไปในบ่อน้ำใหญ่ประจำค่ายเพียงบ่อเดียวก็เพียงพอแล้ว”เบื้องหลังของนางมีพลทหารฝีมือดีของมู่เจ๋อจำนวนสิบนาย แสร้งปลอมแปลงกายเป็นชาวบ้าน แบกถังน้ำเข้ามาอย่างเงียบเชียบ“แม่นางแน่ใจนะ... ว่าตัวยานี้จะไม่คร่าชีวิตพวกมัน?” ทหารผู้หนึ่งเอ่ยถามด้วยความกังวล“มิสิ้นชีพดอก... เพียงแต่จำต้องหลับสนิทนิทราไปสามวันสามคืนเต็ม” เสี่ยวเถาเอ่ยตอบ “ท่านหมอกงคำนวณปริมาณยาไว้ถี่ถ้วนแล้ว ยาจักออกฤทธิ์ครอบคลุมตั้งแต่วันที่สิบห้าถึงวันที่สิบเจ็ดมิขาดสาย”สามวันสามคืน... กองทัพห้าหมื่นนายของกั๋วกงจักต้องหลับใหลไร้ทางสู้ยกค่าย“ลงมือ!”ซ่า...ของเหลวสีม่วงครามถูกเทลงสู่ก้นบ่อน้ำใหญ่ใจกลางค่ายทหาร กลิ่นอายของมันจางหายไปในอากาศ ละลายกลมกลืนไปกับสายน้ำอย่างรวดเร็ว ไร้สี ไร้รส และไร้กลิ่นท
ยามรุ่ง วันเสาร์ ณ เมืองหลวง“เหมืองน้ำแข็งพังทลาย! พังทลายสิ้นแล้ว!”“คนงานดับสูญร่วมสามสิบชีวิต! น้ำแข็งขาดตลาดทั่วทั้งเมืองหลวง!”“หอการค้าเจียงเสิ่น... ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำแข็งสิบเท่าตัว!”เสียงป่าวร้องตะโกนก้องดังระงมไปทั่วทุกตรอกซอกซอย ทั่วทั้งตลาด และเหลาชาทุกแห่งหน คนของเสิ่นชิงโจวจำนวนหนึ่งร้อยนายกระจายกำลังทำงานได้มีประสิทธิภาพเกินกว่าที่คาดคิดไว้เสียอีกข้ายืนตระหง่านอยู่บนหอคอยสูงของตำหนักเย็น ทอดสายตามองลงไปยังเบื้องล่าง... ยามนี้เมืองหลวงกำลังเดือดพล่านประดุจน้ำร้อน ร้านรวงต่างพากันปิดป้ายประกาศ ‘น้ำแข็งหมดสิ้น’ บรรดาคหบดีผู้มั่งคั่งต่างแย่งชิงกว้านซื้อจนถึงขั้นลงไม้ลงมือตบตีกันที่หน้าหอการค้า แม้กระทั่งทหารในสังกัดของกั๋วกงก็ยังวิ่งวุ่นออกกว้านซื้ออย่างลนลาน“คุณหนูเจ้าคะ! ราคาพุ่งทะยานขึ้นแล้วเจ้าค่ะ!” เสี่ยวเถาวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมารายงาน พลางยื่นใบราคาสินค้าให้ข้าดูด้วยมืออันสั่นเทา “เมื่อวานนี้... ราคายังคงอยู่ที่หนึ่งตำลึงต่อก้อน ทว่ายามนี้... กลับพุ่งสูงถึงสิบตำลึงแล้วเจ้าค่ะ!”สิบเท่าตัว... ภายในค่ำคืนเดียว“ทางฝั่งกั๋วกง... เคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง?”“ยังมิ
ยามสาย วันศุกร์ ณ ตำหนักเย็น“คุณหนูเจ้าคะ! มาแล้วเจ้าค่ะ! ส่งตรงมาครบทั้งสี่ทิศเลยเจ้าค่ะ!” เสี่ยวเถาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง ในมือประคองถาดไม้อย่างระมัดระวัง บนถาดนั้นมีห่อผ้ารูปทรงประหลาดสี่ห่อ... มันคือ ‘ขนมเป็ด’ สี่ห่อทว่าลักษณะและสีสันการห่อกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงห่อที่หนึ่ง: ผ้าไหมสีดำสนิท ปักลวดลายพยัคฆ์เหิมเกริมห่อที่สอง: ผ้าไหมสีน้ำเงินคราม ปักลวดลายพัดโบกสะบัดห่อที่สาม: ผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ ปักลวดลายเข็มเงินเรียวยาวห่อที่สี่: ผ้าไหมสีทองสุกปลั่ง ปักลวดลายมังกรทะยานฟ้า“ของฝากจากผู้ใดบ้างงั้นหรือ?” ข้าละสายตาพลางวางพู่กันในมือลง หลังจากเพิ่งจรดหมึกเขียนแผนที่กลยุทธ์ฉบับปรับปรุงใหม่เสร็จสิ้น“ของท่านแม่ทัพเสือ พ่อค้าเสิ่น ท่านหมอเทวดากง และองค์รัชทายาทเจ้าค่ะ!” เสี่ยวเถารายงานตามตรง “ทุกคนฝากถ้อยคำมาเหมือนกันว่าเป็น ‘ขนมบำรุงรักษากาย’ ทว่า... น้ำหนักของมันกลับหนักอึ้งแปลกๆ เจ้าค่ะ”ข้าเอื้อมมือไปแกะห่อผ้าไหมสีดำสนิทออกเป็นลำดับแรก ด้านในบรรจุขนมเป็ดห้าชิ้น... และมีกระดาษแผ่นเล็กพับซ่อนอยู่หนึ่งแผ่น‘ซ้อมรบเสร็จสิ้น กองทัพพร้อมพรัก รอคอยเพียงอาณัติสัญญาณจากมึ
ยามอู่ ณ หอโอสถกงป้ายไม้สีนิลสลักตัวอักษรสีเงินเด่นชัดนาม ‘หอโอสถเทวราช’ แขวนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กลิ่นสมุนไพรรสขมลอยมาปะทะจมูกตั้งแต่ต้นตรอก เหล่าคนไข้ต่างยืนรอกันเนืองแน่นจนล้นออกมานอกประตู ทว่าเมื่อรถม้าตระกูลเจียงเคลื่อนเข้ามา ทุกคนต่างพากันแหวกทางให้พลางกระซิบกระซาบด้วยความชิงชัง“นั่นอย่
แสงเงินแสงทองยังมิพ้นขอบฟ้า ข้าก็เร่งรุดขึ้นรถม้าด้วยความรีบร้อน“คุณหนูเจ้าคะ! ท่านจะไปที่ใดอีก! ท่านไอเป็นเลือดมาทั้งคืนแล้วนะเจ้าคะ!” เสี่ยวเถาร่ำไห้พลางวิ่งตามมาเกาะขอบหน้าต่างรถม้าด้วยความกังวล“ค่ายทหารทิศอุดร” ข้าใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ไอโขลกออกมาจนได้ยินเสียงแว่วในอก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจน
ยามไห่ วังหลวงข้ายืนอยู่เบื้องหน้าตำหนักบูรพาที่ประทับขององค์รัชทายาทลมหนาวปลายเดือนสามพัดชายอาภรณ์สีชาดปลิวไสว ปิ่นหงส์ทองบนศีรษะหนักอึ้งดุจมีศิลาทับไว้ทว่าหนักไม่เท่าความรู้สึกในอกยามนี้ภายใน…มีเขาอยู่จ้าวหลิงเซียวและถ้วยน้ำแกงที่ถูกวางยาปลุกกำหนัด“หยุด! ที่นี่เขตหวงห้าม!” ทหารยามไขว้ทวนขว
“คุณหนูเจ้าคะ! แย่แล้วเจ้าค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”เสียงร้องตะโกนของเสี่ยวเถาปลุกข้าให้ตื่นจากภวังค์ นางพุ่งพรวดเข้ามาเขย่ากายข้าจนหัวสั่นหัวคลอน ในมือกำม้วนกระดาษสี่ฉบับแน่น ใบหน้าซีดเผือดราวกับเห็นภูตผีมาปรากฏกายอยู่ตรงหน้า“แค่ก... มีเรื่องอันใด?” ข้ายันกายลุกขึ้น ไอโขลกออกมาเบาๆ พยายามกลืนรส