คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต

คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต

last updateآخر تحديث : 2026-06-19
بواسطة:  ลลินรดาمكتمل
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
40فصول
645وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

แค่หลับไปงีบเดียวตื่นมาอีกทีก็กลายเป็นนางร้ายเบอร์หนึ่งของนิยายที่ตัวเองเพิ่งด่าจบไป วีรกรรมเจ้าของร่างเดิมคือที่สุดของความพัง ปั่นหัวคุณชายตระกูลใหญ่พร้อมกัน 4 คน ทั้งแม่ทัพ พ่อค้า หมอเทวดา แล้วเททิ้งหน้าตาเฉยตอนตระกูลเขาล้มละลาย แถมยังกล้าไปเหยียบหน้ารัชทายาทกลางงานหลวงอีก ผลกรรมในนิยายบอกไว้ชัดมากว่าวันเกิดฮ่องเต้ปีหน้า คือวันที่ทั้ง 4 คนจะร่วมมือกันลากนางไปเช็คบิล ส่งนางเอกตัวจริงขึ้นครองรัก ส่วนนางร้ายน่ะเหรอก็ตายอนาถข้างถนนไงล่ะ แต่เดี๋ยวก่อนฉันคือคนอ่านนิยายมาก่อนนะ ฉันรู้สปอยล์ทุกอย่าง ในเมื่อสวรรค์ส่งมาเกิดใหม่ทั้งที ก็ขอฉีก Bad End เขียนรูทใหม่เองละกัน

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 ตื่นมาอยู่ในร่างของนางร้าย

“คุณหนูเจ้าคะ ตื่นเถิดเจ้าค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ท่านแม่ทัพมู่เจ๋อนำกำลังทหารห้าหมื่นนายล้อมจวนเราไว้หมดแล้วเจ้าค่ะ! เขาประกาศก้องว่าจะบุกเข้ามาปลิดชีพนางมารร้ายเช่นคุณหนู นำศีรษะไปเสียบประจานหน้าประตูเมืองให้จงได้เจ้าค่ะ!”

​เสียงแหลมเล็กระคายหูดังก้องทะลุผ่านม่านความฝัน ข้าที่กำลังฝันหวานถึงโชคลาภก้อนโตพลันสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกสายฟ้าฟาด

​แม่ทัพมู่เจ๋อ? ห้าหมื่นนาย? ใครจะบุกมาตัดหัวใครกัน!

​โดยปกติแล้ว เสียงที่ควรจะปลุกข้าคือเสียงแจ้งเตือนจากหัวหน้างานในช่วงเช้าตรู่ ข้าเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนธรรมดาในเมืองหลวงที่ชีวิตวนเวียนอยู่กับการใช้หนี้บัตรเครดิตและผ่อนสมาร์ทโฟนเพียงเท่านั้น แล้วแม่ทัพที่ชื่อมู่เจ๋อนี่มาจากซีรีส์เรื่องไหนกัน ข้าไม่เห็นจะเคยได้ยินชื่อมาก่อน

​ทว่าเมื่อลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาไม่ใช่เพดานห้องเช่าที่มีรอยน้ำรั่วซึมอย่างที่คุ้นชิน แต่กลับเป็นคานไม้แกะสลักลายหงส์มังกรพันตู ปิดทองคำเปลวเหลืองอร่ามดูวิจิตร ม่านมุ้งสีแดงฉานปักลายดอกโบตั๋นห้อยระย้า กลิ่นกำยานหอมเย็นอบอวลไปทั่วบริเวณ

​เดี๋ยวนะ... นี่ห้องนอนหรือศาลเจ้ากันแน่?

​“เสี่ยวเถา...” นามนี้ผุดขึ้นมาในหัวพร้อมกับริมฝีปากที่ขยับเรียกออกไปเองโดยสัญชาตญาณ เสียงที่เปล่งออกมานั้นหวานใสดั่งกระดิ่งเงิน มิใช่เสียงแหบพร่าจากการอดนอนอย่างที่เป็นมา

​“เมื่อครู่เจ้าว่าอย่างไรนะ ใครจะมาเอาชีวิตใคร?”

​ม่านมุ้งถูกแหวกออกอย่างแรง เด็กสาวในชุดสีเขียวอ่อนรีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าข้างเตียง นางหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงกราวกับลูกนกตกน้ำ

​“ก็ท่านแม่ทัพมู่เจ๋ออย่างไรเล่าเจ้าคะที่คุณหนูเคยลวงเขาว่าล้มป่วยปางตาย บังคับให้เขาทิ้งแนวรบชายแดนมาแต่งงานด้วย พอท่านแม่ทัพทิ้งกองทัพมาหา คุณหนูกลับกราบทูลฮ่องเต้ว่าเขาก่อกบฏ! บัดนี้ความจริงเปิดเผย ฮ่องเต้คืนยศให้ท่านแม่ทัพแล้ว เขาจึงโกรธแค้นจนยกทัพมาล้อมจวน บอกว่าจะเอาชีวิตคุณหนูไปเซ่นดวงวิญญาณพี่น้องทหารสามพันคนที่ต้องตายไปเจ้าค่ะ!”

​เสี่ยวเถาร่ายยาวรวดเดียว แต่ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักอึ้งราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจข้า

​มู่เจ๋อถูกหลอกให้ทิ้งทัพ ใส่ร้ายว่าเป็นกบฏ และตอนนี้กำลังมาทวงแค้น?

​พล็อตเรื่องเช่นนี้มัน... นี่คือนิยายเรื่อง ‘หงส์เหนือบัลลังก์’ ที่ข้าเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืนชัดๆ! เรื่องราวของนางเอก ‘ไป๋หลิง’ ผู้แสนดีที่ต้องเผชิญวิบากกรรม แต่ที่น่าสะพรึงยิ่งกว่าคือตัวละครฝั่งตรงข้าม...

​“เอากระจกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!” ข้าตวาดสั่งด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า

​เสี่ยวเถารีบส่งคันฉ่องทองเหลืองมาให้ มือข้าสั่นจนเกือบทำมันร่วงหล่น ทันทีที่เงาสะท้อนปรากฏ ข้าแทบอยากจะสิ้นสติไปเสียตรงนั้น

​ใบหน้าในกระจกงดงามจนลืมหายใจ ผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกชั้นเลิศ คิ้วโก่งดั่งคันศร ริมฝีปากแดงก่ำดั่งผลอิงเถา ดวงตารูปหงส์เชิดขึ้นเล็กน้อยแฝงแววหยิ่งยโสและร้ายกาจ

​ข้าจำคำบรรยายนี้ได้แม่นยำ นี่คือ ‘เจียงลั่วอวี่’ นางร้ายที่ข้าเพิ่งเขียนคอมเมนต์ด่าทอไปเมื่อคืน แล้วเหตุใดข้าจึงต้องมาอยู่ในร่างของสตรีที่อีกหนึ่งปีข้างหน้าจะต้องถูกประหารด้วยวิธีแล่เนื้อพันชิ้นในวันเฉลิมพระชนมพรรษาด้วยเล่า!

​“วะ... วันนี้วันที่เท่าไหร่!” ข้าคว้าคอเสื้อเสี่ยวเถามาถาม

​“วันที่สิบห้า เดือนสาม ปีจ้าวหยวนที่สิบแปดเจ้าค่ะ... อีกเพียงหนึ่งปีก็จะถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาแล้ว...”

​เหลือเวลาอีกเพียง 365 วัน นับถอยหลังสู่ลานประหาร!

​โครม!

​บานประตูไม้จันทน์สลักลายมังกรถูกถีบจนกระเด็นหลุดออกราวกับเศษกระดาษ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วห้อง ท่ามกลางหมอกฝุ่นนั้น บุรุษร่างสูงสง่าในชุดเกราะสีดำทมิฬก้าวเข้ามา กลิ่นอายคาวเลือดและรังสีอำมหิตจากสนามรบแผ่ซ่านจนอากาศเย็นเยียบ

​เส้นผมสีดำสนิทสยายเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าคมเข้มราวกับเทพสงครามปั้นแต่ง แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับกำลังมองเพียงมดปลวกในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมยืนยันชัดเจน... เขาคือ มู่เจ๋อ แม่ทัพทิศอุดรผู้เกรียงไกร

​“เจียงลั่วอวี่” เสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไว้ด้วยความอาฆาต “ข้ากลับมาจากขุมนรกเพื่อมาทวงหนี้เลือดให้พี่น้องร่วมรบของข้า!”

​เสียงเกราะกระทบกันดังกึกก้องทุกย่างก้าว กระบี่ยาวในมือลากครูดไปกับพื้นจนเกิดเสียงบาดหู เสี่ยวเถากรีดร้องด้วยความหวาดกลัวก่อนจะล้มพับสิ้นสติไป

​เขาเดินมาหยุดตรงหน้าข้า ปลายกระบี่ที่ยังมีคราบเลือดติดอยู่จ่อเข้าที่ใต้คาง ความเย็นเฉียบของโลหะแล่นปราดเข้าสู่ผิวหนัง เขางัดปลายกระบี่ขึ้นบังคับให้ข้าต้องสบตา

​“สามปีในสมรภูมิ ข้าสังหารคนเป็นหมื่นเพื่อปกป้องราษฎรเช่นเจ้า แต่เจ้ากลับใช้เพียงคำลวงว่าคิดถึง หลอกให้ข้าทิ้งทหารสามพันนายให้ตายตกตามกันเพียงเพราะข้าเชื่อใจสตรีใจทรามอย่างเจ้า!” น้ำเสียงเขาราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความแค้นขุมลึก “วันนี้ข้าจะมาทวงคืนทุกอย่าง... ด้วยชีวิตของเจ้า!”

​เขากดปลายกระบี่ลงจนเลือดเริ่มซึมออกมา สมองของข้าขาวโพลนไปหมด

​ในนิยายฉากนี้ไม่ได้บอกรายละเอียดไว้ชัดเจน คิดว่าข้าจะบีบน้ำตาร้องขอความเมตตาหรือ? ไม่เลย... มู่เจ๋อเกลียดสตรีเสแสร้งเป็นที่สุด

​คิดสิเจียงลั่วอวี่! จุดอ่อนของมู่เจ๋อคือความยุติธรรมและความรับผิดชอบ เขาไม่สังหารคนไร้ทางสู้ และมักให้โอกาสคนที่สำนึกผิดเสมอ

​ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!

​ข้ากัดฟันสูดหายใจลึก ยื่นมืออันสั่นเทาออกไป ใช้ปลายนิ้วคีบข้างคมกระบี่แล้วค่อยๆ ดันมันออกห่างจากคออย่างช้าๆ

​มู่เจ๋อชะงักไป คิ้วเข้มขมวดมุ่น

​“ท่านแม่ทัพมู่” เสียงของข้าแม้จะสั่นพร่าแต่ทว่ามั่นคง “หากข้า เจียงลั่วอวี่ผู้นี้ ยอมรับต่อหน้าท่านและฟ้าดินว่าข้าชั่วช้าสมควรตายหมื่นครั้ง และหากข้าบอกว่าข้าพร้อมจะชดใช้ทุกอย่างด้วยชีวิตและลมหายใจที่เหลืออยู่... ท่านจะเมตตาให้โอกาสข้าไถ่โทษสักครั้งได้หรือไม่?”

​บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ

​“เจ้าคิดจะเล่นลิ้นอันใดอีก?” เขาแค่นเสียงหยัน “สันดานเช่นเจ้า ข้าย่อมประจักษ์ดี”

​“ข้ามมิได้เล่นลิ้นเจ้าค่ะ” ข้าสวนกลับทันควัน “ข้าขอสาบานต่อดวงวิญญาณทหารสามพันนายของท่านและต่อสรวงสวรรค์ หนี้เลือดที่ข้าติดค้างท่านไว้ ข้าจะชดใช้คืนให้จนสิ้นภายในวันเฉลิมพระชนมพรรษาปีหน้า หากทำมิได้ ข้าจะขอแบกศีรษะตนเองขึ้นสู่แท่นประหาร ให้ราษฎรสาปแช่ง ให้แร้งกากินศพจนไม่เหลือซาก!”

​คำสาบานในยุคสมัยนี้มีความสำคัญยิ่งนัก หากผิดคำสัตย์ย่อมไม่ได้ผุดได้เกิด

​มู่เจ๋อกำด้ามกระบี่แน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน กรามของเขาขบกันจนเป็นสัน สุดท้ายจึงพ่นลมหายใจออกมา

​“ดี!” คำเดียวแต่หนักแน่นดั่งขุนเขา “ข้าจะรอดูว่าเจียงลั่วอวี่ผู้ปากกล้าจะไถ่โทษได้เพียงใด หรือสุดท้ายจะต้องไปจบชีวิตที่ลานประหารตามคำสาบานของตนเอง!”

​ฉึบ!

​เขาสะบัดกระบี่เก็บเข้าฝักแล้วหมุนตัวเดินจากไป โดยไม่แม้แต่จะหันมามองข้าอีก

​“อีกหนึ่งปีเจอกันที่ลานประหาร อย่าทำให้ข้าต้องผิดหวังเล่า”

​ปัง!

​กรอบประตูที่เหลืออยู่ถูกกระแทกจนฝุ่นร่วงกราว

​ข้าทรุดตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง มือลูบแผลที่คอพลางหอบหายใจรัว

​รอดไปได้หนึ่งด่าน... นี่คือก้าวที่ง่ายที่สุด เพราะมู่เจ๋อยังมีคุณธรรมกำกับใจ แต่ข้างนอกนั่นยังมีอีกสามคน ทั้งเสิ่นชิงโจว กงอวี้หลัน...

​ทันใดนั้น ภาพจำในอดีตก็ผุดขึ้นมา เป็นงานเลี้ยงที่ร่างเดิมเมามายจนเดินไปเหยียบชายฉลองพระองค์สีทองปักลายมังกรจนเจ้าของชุดเสียหลักหน้าคะมำต่อหน้าขุนนางทั้งราชสำนัก มิหนำซ้ำยังชี้หน้าด่ากราดว่า

​“อ่อนแอไร้น้ำยา ดีแต่หลบอยู่ในวังเป็นทารกไม่รู้จักโต กล้าออกรบเหมือนท่านแม่ทัพมู่บ้างหรือไม่!”

​ดวงตาสีอำพันคู่นั้นลุกโชนด้วยเพลิงโทสะและความอัปยศ เสียงทุ้มต่ำนั้นยังคงดังก้องในโสตประสาท

​“เจียงลั่วอวี่! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาเหยียบผ้าของข้า!”

​จ้าวหลิงเซียว รัชทายาทแห่งแคว้น...

​ข้ากำผ้าปูที่นอนแน่น ในบรรดาสี่บุรุษที่จองเวรข้า เหตุใดเสียงของเขาจึงตามมาหลอกหลอนชัดเจนที่สุดกันนะ

​365 วัน หนี้แค้นสี่ชีวิต และข้าที่มีเพียงข้อมูลจากนิยายในหัว...

​ข้ามองออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดรำไรดูงดงามยิ่งนัก แต่มันกลับมิได้ช่วยให้ใจที่ดิ่งลงเหวของข้าดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

___คุยกับไรท์___

เนื่องจากเป็นการแต่งแนวจีนโบราณครั้งแรกสำนวนของไรท์อาจจะมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลานะคะเพื่อพัฒนาให้ไรท์แต่งต่อไปจนถึงตอนจบ

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
40 فصول
บทที่ 1 ตื่นมาอยู่ในร่างของนางร้าย
“คุณหนูเจ้าคะ ตื่นเถิดเจ้าค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ท่านแม่ทัพมู่เจ๋อนำกำลังทหารห้าหมื่นนายล้อมจวนเราไว้หมดแล้วเจ้าค่ะ! เขาประกาศก้องว่าจะบุกเข้ามาปลิดชีพนางมารร้ายเช่นคุณหนู นำศีรษะไปเสียบประจานหน้าประตูเมืองให้จงได้เจ้าค่ะ!” ​เสียงแหลมเล็กระคายหูดังก้องทะลุผ่านม่านความฝัน ข้าที่กำลังฝันหวานถึงโชคลาภก้อนโตพลันสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกสายฟ้าฟาด ​แม่ทัพมู่เจ๋อ? ห้าหมื่นนาย? ใครจะบุกมาตัดหัวใครกัน! ​โดยปกติแล้ว เสียงที่ควรจะปลุกข้าคือเสียงแจ้งเตือนจากหัวหน้างานในช่วงเช้าตรู่ ข้าเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนธรรมดาในเมืองหลวงที่ชีวิตวนเวียนอยู่กับการใช้หนี้บัตรเครดิตและผ่อนสมาร์ทโฟนเพียงเท่านั้น แล้วแม่ทัพที่ชื่อมู่เจ๋อนี่มาจากซีรีส์เรื่องไหนกัน ข้าไม่เห็นจะเคยได้ยินชื่อมาก่อน ​ทว่าเมื่อลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาไม่ใช่เพดานห้องเช่าที่มีรอยน้ำรั่วซึมอย่างที่คุ้นชิน แต่กลับเป็นคานไม้แกะสลักลายหงส์มังกรพันตู ปิดทองคำเปลวเหลืองอร่ามดูวิจิตร ม่านมุ้งสีแดงฉานปักลายดอกโบตั๋นห้อยระย้า กลิ่นกำยานหอมเย็นอบอวลไปทั่วบริเวณ ​เดี๋ยวนะ... นี่ห้องนอนหรือศาลเจ้ากันแน่? ​“เสี่ยวเถา...” นามนี้ผุดขึ้นมาในหัวพ
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ไถ่โทษแทนร่างเดิม
“คุณหนูเจ้าคะ! คุณหนูอย่าเพิ่งสิ้นใจนะเจ้าคะ!” ​ข้าลืมตาโพล่งขึ้นทันควัน พบเสี่ยวเถากำลังเขย่าร่างข้าจนศีรษะคลอนแคลน นางร่ำไห้สะอึกสะอื้นจนน้ำตานองหน้าดั่งทำนบแตก ​“ท่านแม่ทัพมู่จากไปแล้วเจ้าค่ะ แต่ทว่าประตูจวนถูกทำลายย่อยยับ เหล่าองครักษ์นอนบาดเจ็บเกลื่อนลาน อีกทั้ง... อีกทั้งยังมีกลุ่มคนมาปิดล้อมหน้าจวนเต็มไปหมดเลยเจ้าค่ะ!” ​ข้ายกมือกุมลำคอที่เส้นเลือดยังคงเต้นตุบ รอยกระบี่เมื่อครู่แม้เพียงถากถางแต่ความเย็นเฉียบยังบาดลึกถึงกระดูก รอดพ้นความตายมาได้เพราะอาศัยฝีปากโดยแท้ ​“ผู้ใดมาปิดล้อมอีก?” เสียงของข้าแห้งผากดั่งเม็ดทราย ​“เหล่าชาวบ้านเจ้าค่ะ... ราษฎรที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในศึกนอกด่านเมื่อสามปีก่อน พวกเขาประกาศก้องว่าจะมาสมทบกับท่านแม่ทัพ เพื่อปลิดชีพคุณหนูไปเซ่นสังเวยดวงวิญญาณคนในครอบครัวเจ้าค่ะ” ​ชะตากรรมหนอชะตากรรม... นี่เพียงด่านแรกเท่านั้นหรือ ​ข้ายันตัวลุกขึ้นด้วยขาที่สั่นเทาพยายามประคองกายที่อ่อนแรงไปที่หน้าต่าง แหวกม่านออกดูภาพเบื้องล่าง ​เบื้องล่างนั้นมีผู้คนนับร้อยออกมายืนออจนมืดฟ้ามัวดิน บ้างถือจอบถือเสียม บ้างชูป้ายวิญญาณของบิดามารดาหรือบุตรธรรรม ปากตะโ
اقرأ المزيد
บทที่ 3 พ่อค้าเสิ่นที่ถูกนางร้ายหลอก
ข้าเอนกายพักผ่อนได้เพียงสองชั่วยามก็ต้องตื่นจากนิทรา​เสี่ยวเถาเขย่าตัวข้าเบาๆ ดวงตาของนางยังคงบวมช้ำจากการร้องไห้ไม่จางหาย​“คุณหนูเจ้าคะ ท่านคัดรายชื่อมาทั้งคืน มิสู้พักผ่อนต่ออีกสักนิดเถิดเจ้าค่ะ จะรีบออกไปแจกจ่ายเงินทองตอนนี้เชียวหรือ?”​“หนี้ชีวิตนั้นเร่งด่วนปานไฟลามทุ่ง มิอาจรอช้าได้แม้เพียงเค่อเดียว” ข้ายันกายลุกขึ้น ความปวดร้าวแล่นพล่านไปทั้งแผ่นหลังประหนึ่งถูกขุนเขาข่มทับ แต่ในเมื่อเมื่อวานข้ารอดพ้นจากคมดาบของแม่ทัพมู่เจ๋อมาได้ วันนี้จะมาสิ้นใจเพียงเพราะอดนอนมิได้เด็ดขาด​ข้าสั่งการให้เสี่ยวเถาไปตามตัวหลงจู๊และหัวหน้าบัญชีตระกูลเจียงมาทั้งหมด พร้อมตั้งโต๊ะหน้าจวน ขึงป้ายผ้าตัวอักษรวิจิตรบรรจงว่า ‘กองทุนชดเชยศึกนอกด่านตระกูลเจียง’​เหล่าชาวบ้านที่เคยหมายจะเอาชีวิตข้าเมื่อวันวาน บัดนี้กลับเข้าแถวเรียงรายยาวเหยียดไปถึงหัวมุมถนน บางคนยังคงส่งสายตาชิงชังมาให้ แต่เมื่อเห็นหีบเงินหนึ่งร้อยตำลึงวางเรียงรายเป็นตับ พวกเขาก็ต่างลอบกลืนน้ำลายด้วยความโลภระคนยินดี​“ทุกท่านโปรดฟัง! ผู้ใดที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนทหารนอกด่านจงก้าวออกมา ข้ายืนยันว่าแจกจ่ายตามจริงมิมีคดโกง โดยมีท่านแม่ทัพมู่เจ๋อเ
اقرأ المزيد
บทที่ 4 จะไม่ยอมตาย
ขวดกระเบื้องหยกขาวเย็นเยียบวางนิ่งอยู่ในฝ่ามือของข้า​บนขวดจารึกไว้ว่า ‘ยาบำรุง’​ทว่าในความทรงจำจากต้นฉบับนิยาย... กงอวี้หลันส่งสิ่งนี้ให้เจียงลั่วอวี่จริง แท้จริงแล้วภายในคือ ‘ผงซ่างหาน’ ยาพิษร้ายที่ออกฤทธิ์ช้าอย่างเลือดเย็น ผู้ที่ดื่มกินเข้าไป สามวันแรกจะไอแห้ง วันที่สี่จะเริ่มกระอักโลหิต และเมื่อถึงวันที่เจ็ด ปอดจะถูกทำลายด้วยโลหิตที่ท่วมท้น ตายตกอย่างทุกข์ทรมานที่สุด​เขาผู้นี้มิได้สังหารด้วยคมดาบเช่นมู่เจ๋อ มิได้ประจานให้อัปยศเช่นจ้าวหลิงเซียว แต่เขากลับเลือกแช่แข็งชีวิตคนให้ตายตกไปอย่างช้า ๆ นี่หรือคือไมตรีจากหมอเทวดาผู้สูงส่ง​“คุณหนู นั่นสิ่งใดหรือเจ้าคะ?” เสี่ยวเถาที่เพิ่งตื่นเห็นข้านั่งจ้องขวดยาจึงรีบปราดเข้ามาถามด้วยความสงสัย “ผู้ใดส่งสิ่งนี้มาให้ในยามวิกาลกันเจ้าคะ?”​“กงอวี้หลัน” ข้าตอบสั้น ๆ​เพียงได้ยินนามนั้น เสี่ยวเถาก็หน้าถอดสีประหนึ่งไก่ต้ม นางถอยกรูดไปหลายก้าวพลางละล่ำละลักบอก “คุณหนู! อย่า... อย่าแตะต้องนะเจ้าคะ! คุณชายกงผู้นั้นเกลียดชังคุณหนูเข้ากระดูกดำ เขาเคยลั่นวาจาไว้ว่าจักไม่รักษาคนโฉดชั่ว ผู้ใดดื่มยาจากมือเขา ผู้นั้นจักต้อง...”​“จักต้องตาย” ข้าต่อประโยคให
اقرأ المزيد
บทที่ 5 นางร้ายเกือบอับอาย
“คุณหนู! พระราชโองการ... พระราชโองการจากวังหลวงมาถึงแล้วเจ้าค่ะ!”​เสี่ยวเถาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในจวนยามที่ข้ากำลังไอโขลกเป็นรอบที่สองของวัน แม้จักยังไม่มีโลหิตซึมออกมา ทว่าลำคอกลับแห้งผากประหนึ่งผืนดินขาดน้ำ ‘ผงซ่างหาน’ เริ่มสำแดงฤทธิ์เดชเสียแล้ว​ข้าปาดริมฝีปากพลางถามเสียงเรียบ “โองการว่าอย่างไร?”​“มีรับสั่งให้คุณหนูเข้าวังในคืนนี้เจ้าค่ะ ในงานเลี้ยงฉลองชัยชนะของท่านแม่ทัพมู่เจ๋อ องค์รัชทายาททรงมีบัญชาให้คุณหนูไปร่ายรำถวายหน้าพระที่นั่งเจ้าค่ะ”​คำบอกเล่านั้นทำให้ข้าเย็นวาบไปทั้งสรรพางค์กาย​จ้าวหลิงเซียว... รัชทายาทผู้ที่ร่างเดิมเคยล่วงเกินไว้อย่างแสนสาหัส ยามนางมึนเมาจนขาดสติ ได้บังอาจไปเหยียบชายฉลองพระองค์ของเขาจนเสียกิริยาต่อหน้าขุนนางทั้งราชสำนัก มิหนำซ้ำยังชี้หน้าตราหน้าเขาว่าเป็น ‘บุรุษขี้แยไร้น้ำยา’​ในนิยายบทนี้... เขาจงใจเรียกนางไปร่ายรำเพื่อกลั่นแกล้งให้ผ้าหลุดลุ่ยกลางลานหวังให้อัปยศจนมิมิต้องการมีชีวิตอยู่​“เขาเจาะจงให้ข้าร่ายรำบทใด?”​“บทเพลง... หงส์เหิน เจ้าค่ะ”​หงส์เหิน... ท่ารำที่ต้องหมุนกายและสะบัดชายอาภรณ์สูงชัน หากผิดพลาดเพียงกึ่งนิ้วย่อมกลายเป็นตัวตลกให้ผู้คนหัว
اقرأ المزيد
บทที่ 6 นางร้ายไม่ยอมแพ้
ยามกลับถึงจวน ข้าก็สำรอกออกมาจนสิ้นแรง​มิใช่เพราะเมามายจากการนั่งรถม้า ทว่าเป็เพราะ ‘ผงซ่างหาน’ เริ่มจู่โจมร่างกายจนปั่นป่วนไปหมด​“แค่ก! แค่กๆ!” ข้าใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ทว่าเมื่อคลี่ออกดู กลับพบจุดโลหิตสีแดงฉานกระจายตัวประหนึ่งหยาดเหมันต์ร่วงโรยลงบนหิมะ​โลหิต... มันเริ่มแล้วจริงๆ​“คุณหนู!” เสี่ยวเถาหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษขาว “ท่าน... ท่านกระอักโลหิตแล้วนะเจ้าคะ! ข้าจะไปตามหมอ ไม่สิ... หมอกงเป็นผู้วางยา ท่านต้องไปร้องขอความเป็นธรรมจากแม่ทัพมู่!”​“หุบปากเเดี๋ยวนี้” ข้าฉุดนางมานั่งลงข้างกาย “หากเจ้าโวยวายไป พรุ่งนี้คนทั้งเมืองย่อมรู้ว่าเจียงลั่วอวี่กำลังจะสิ้นชื่อ แล้วเจ้าคิดว่าบุรุษทั้งสามที่เหลือจะนิ่งเฉยหรือ? พวกเขาคงไม่รอให้ข้าตายเองหรอก แต่จะมาชิงปลิดชีพข้าเสียก่อนมากกว่า”​เสี่ยวเถากัดริมฝีปากจนสั่นเทา น้ำตาคลอเบ้า “แล้วจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ... อีกเพียงสามเดือนคุณหนูก็จะ...”​“ข้ามิยอมตาย” ข้าคว้าถ้วยชาขึ้นมาดื่มล้างรสขมปร่าในลำคอ “ข้าบอกเจ้าแล้วอย่างไรเล่า... ข้าจะมิยอมก้าวเท้าเข้าสู่ปรโลก จนกว่าจะชดใช้หนี้สินเหล่านี้ให้ครบถ้วน”​ข้าลากเสี่ยวเถาเข้าห้องนอน ลั่นดอนประตูหน้าต่าง
اقرأ المزيد
บทที่ 7
“คุณหนูเจ้าคะ! แย่แล้วเจ้าค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”​เสียงร้องตะโกนของเสี่ยวเถาปลุกข้าให้ตื่นจากภวังค์ นางพุ่งพรวดเข้ามาเขย่ากายข้าจนหัวสั่นหัวคลอน ในมือกำม้วนกระดาษสี่ฉบับแน่น ใบหน้าซีดเผือดราวกับเห็นภูตผีมาปรากฏกายอยู่ตรงหน้า​“แค่ก... มีเรื่องอันใด?” ข้ายันกายลุกขึ้น ไอโขลกออกมาเบาๆ พยายามกลืนรสคาวเลือดลงคออย่างสุดความสามารถ วันนี้เข้าสู่วันที่สองของพิษซ่างหานส่านแล้ว ข้าเหลือเวลาอีกเพียงห้าวันก่อนจะเข้าสู่ระยะสุดท้าย​“สารด่วนเจ้าค่ะ! มาพร้อมกันสี่ฉบับจากสี่ทิศ!” เสี่ยวเถาคลี่ม้วนกระดาษออก มือไม้นางสั่นเทาจนสังเกตเห็นได้ชัด​ฉบับแรก: ประทับตราพยัคฆ์แห่งแม่ทัพมู่‘ยามจื่อคืนนี้ จะมีผู้ลอบวางยาพิษในค่ายทหารทิศอุดร เป้าหมายคือสังหารแม่ทัพมู่ หากเขาสิ้นชีพ ทหารห้าหมื่นนายจะไร้หัวขบวน’​ใจข้าพลันเย็นเฉียบ ในนิยาย ‘ศึกเขาเหยียน’ มู่เจ๋อต้องพิษจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะคนใกล้ชิดทรยศ หากครั้งนี้ไร้ซึ่งแม่นางไป๋หลิงยื่นมือเข้าช่วย เขาคงมิมอดม้วยไปจริงๆ หรือ​ฉบับที่สอง: ตราประทับการค้าตระกูลเสิ่น‘ยามจื่อคืนนี้ โกดังผ้าไหมตระกูลเสิ่นจะถูกเพลิงเผาผลาญ พร้อมหลักฐานการค้าเกลือเถื่อนที่ถูกป้าย
اقرأ المزيد
บทที่ 8
ยามไห่ วังหลวงข้ายืนอยู่เบื้องหน้าตำหนักบูรพาที่ประทับขององค์รัชทายาทลมหนาวปลายเดือนสามพัดชายอาภรณ์สีชาดปลิวไสว ปิ่นหงส์ทองบนศีรษะหนักอึ้งดุจมีศิลาทับไว้ทว่าหนักไม่เท่าความรู้สึกในอกยามนี้ภายใน…มีเขาอยู่จ้าวหลิงเซียวและถ้วยน้ำแกงที่ถูกวางยาปลุกกำหนัด“หยุด! ที่นี่เขตหวงห้าม!” ทหารยามไขว้ทวนขวางข้ายกป้ายหยกตระกูลเจียงขึ้น “ข้าเจียงลั่วอวี่ มีเรื่องสำคัญต้องทูลองค์รัชทายาท”“มีพระบัญชา ห้ามผู้ใดรบกวนในคืนนี้!”แน่นอน…เขาต้องสั่งไว้แล้ว เพราะคืนนี้คือกับดักข้าสูดลมหายใจลึก กลิ่นกำยานในวังปะทะกับกลิ่นโลหิตจางในลำคอพิษซ่างหานส่านเริ่มกำเริบตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เขตวังไม่มีเวลาแล้ว“ถ้าเช่นนั้น…” ข้ายิ้มบาง ยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อย เผยข้อเท้าขาว“ไปทูลว่า ‘เจียงลั่วอวี่’ มาขอไถ่โทษด้วยตนเอง”ทหารทั้งสองสบตากัน สีหน้าลังเล“หากไม่ไปทูล…พรุ่งนี้ศีรษะของพวกเจ้ากับข้า อาจต้องตั้งคู่กันหน้าประตูเมือง” ข้ากล่าวเสียงเบาแต่ชัดเจน “เลือกเอาเถิด”หนึ่งในนั้นรีบวิ่งเข้าไป ข้ายืนรอ มือกำผ้าเช็ดหน้าแน่น คราบเลือดซึมออกมาเล็กน้อยหากเขาไม่ยอมพบ…ข้าก็จะกระอักโลหิตที่นี่ ให้ทุกคนได้เห็นไม่นาน ทหารผ
اقرأ المزيد
บทที่ 9
แสงเงินแสงทองยังมิพ้นขอบฟ้า ข้าก็เร่งรุดขึ้นรถม้าด้วยความรีบร้อน​“คุณหนูเจ้าคะ! ท่านจะไปที่ใดอีก! ท่านไอเป็นเลือดมาทั้งคืนแล้วนะเจ้าคะ!” เสี่ยวเถาร่ำไห้พลางวิ่งตามมาเกาะขอบหน้าต่างรถม้าด้วยความกังวล​“ค่ายทหารทิศอุดร” ข้าใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ไอโขลกออกมาจนได้ยินเสียงแว่วในอก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน “ข้าจะไปดูให้เห็นกับตาว่าท่านแม่ทัพ... ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่”​“คุณหนู! อย่าได้กล่าววาจาอัปมงคลเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ!”​“หากเขามิรอด... ข้าเองก็คงมิมิต่างกัน” ข้ายกยิ้มบางให้เสี่ยวเถา แม้ภายในใจจะสั่นระรัวดุจกลองรบ “ออกรถ!”​ล้อรถม้าบดถนนหินมุ่งหน้าออกจากเมืองจวินโจว ท้องฟ้าสางทอแสงสีโลหิตช่างงดงาม... ทว่ากลับดูราวกับลางร้ายที่คืบคลานเข้ามา​ยามจื่อเมื่อคืน ข้าส่งจดหมายลับให้มู่เจ๋อ แจ้งแผนการ ‘แกล้งตายซ้อนกลจับคนทรยศ’ หากเขาเชื่อในคำเตือน ข้าย่อมรอดพ้น แต่หากเขาคิดว่าข้าลวงหลอก... ทุกอย่างที่ข้าเพียรทำมาย่อมสูญสิ้น​ค่ายทหารทิศอุดรตั้งอยู่ห่างออกไปสามสิบลี้​เมื่อรถม้าเคลื่อนมาถึงหน้าด่าน ธงพยัคฆ์ขาวอันเป็นสัญลักษณ์ของเขายังคงโบกสะบัด ทว่าบรรยากาศกลับเงียบงันจนผิดปกติ​เงียบจนเ
اقرأ المزيد
บทที่ 10
ยามอู่ ณ หอโอสถกง​ป้ายไม้สีนิลสลักตัวอักษรสีเงินเด่นชัดนาม ‘หอโอสถเทวราช’ แขวนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กลิ่นสมุนไพรรสขมลอยมาปะทะจมูกตั้งแต่ต้นตรอก เหล่าคนไข้ต่างยืนรอกันเนืองแน่นจนล้นออกมานอกประตู ทว่าเมื่อรถม้าตระกูลเจียงเคลื่อนเข้ามา ทุกคนต่างพากันแหวกทางให้พลางกระซิบกระซาบด้วยความชิงชัง​“นั่นอย่างไรเล่า... สตรีไร้ยางอายที่ลอบขโมยคัมภีร์ของตระกูลกง”“ยังมีหน้ามาเหยียบที่นี่อีกหรือ? ท่านหมอกงสาบานไว้แล้วว่ามิตรวจรักษาคนชั่วช้า”​ข้าก้าวลงจากรถม้าในอาภรณ์สีเขียวอ่อนเรียบง่าย มิได้สวมใส่สีแดงหรือทองเพื่อหลีกเลี่ยงการยั่วโทสะเจ้าของสถานที่ ข้าไอออกมาเบาๆ พลางใช้ผ้าซับริมฝีปาก... โชคดีที่วันนี้พิษในกายยังมิสำแดงเดชรุนแรงนัก​“คุณหนู... แน่ใจหรือเจ้าคะ?” เสี่ยวเถากระซิบพลางกอดแขนข้าไว้แน่น “เข้าไปข้างใน... ท่านหมออาจจะใช้เข็มเงินทิ่มแทงท่านจริงๆ นะเจ้าคะ”​“เข็มร้อยแปดเล่มนั้นยังมิตกถึงมือข้าในวันนี้หรอก” ข้าตบมือปลอบโยนนาง “วันนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น”​ทันใดนั้น ประตูหอโอสถพลันเปิดออกด้วยแรงลมมหาศาล​กงอวี้หลันยืนเด่นสง่าอยู่กลางโถงรับแขก อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาเงินส่งเสริ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status