All Chapters of สุดทางรักครั้งที่ 99: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่ 1

วันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองที่หลินซื่อกรุ๊ปได้โปรเจกต์ที่เขตตะวันออกของเมืองแล้วก็เป็นวันที่สามที่ผมออกจากโรงพยาบาลหลังจากการผ่าตัดตับแต่ตอนที่เลขาหนุ่มหล่อไทป์หมาเด็กของหลินเยียนหรานชนแชมเปญหกใส่หุ้นส่วนจนเลอะไปทั้งตัวสิ่งแรกที่หลินเยียนหรานทำคือปกป้องเลขาของตัวเองแล้วก็พูดสั่งผมอย่างไม่ลังเล“ฉีอวี่ รีบขอโทษประธานหลิวสิ”ผมชะงักเล็กน้อย ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆหุ้นส่วนก็สีหน้าขุ่นมัว ชี้หน้าจางเฉินอี้ด้วยความโมโห“ประธานหลิน เขาคือคนผิด ฉันต้องการคำขอโทษจากเขาเท่านั้น”จางเฉินอี้น้ำตาคลอเบ้า ดึงแขนเสื้อหลินเยียนหรานเหมือนขอความช่วยเหลือ ท่าทางเหมือนโดนรังแกยังไงยังงั้นหลินเยียนหรานแตะมือเขาอย่างอ่อนโยน จากนั้นมองมาทางผมอย่างเย็นชา“มัวอึ้งอะไรอยู่ล่ะ ทำโทษตัวเองด้วยการดื่มไวน์เดี๋ยวนี้”“ถ้าดื่มแก้วเดียวแล้วประธานหลิวยังไม่หายโกรธก็เพิ่มเป็นสองแก้ว ถ้าสองแก้วไม่พอก็เพิ่มเป็นสามแก้ว ดื่มจนกว่าประธานหลิวจะหายโกรธ”เธอลืมไปแล้วว่าผมเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้หรือเธออาจจะไม่สนใจเลยก็ได้คนรอบๆ อดซุบซิบไม่ได้ สายตาที่มองผมเต็มไปด้วยความดูหมิ่นทุกคนรู้ว่านี่ไม่
Read more

บทที่ 2

จางเฉินอี้จับมือเธอ แววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม“เข้าใจแล้วครับประธานหลิน คุณดีกับผมมากเลย”ใช่ เธอดีกับนายมากเลยผมเพิ่งรู้ตัวว่าไวน์ที่ดื่มไปนั้นทำให้แสบคอจนรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตาไม่เป็นไรผมบอกตัวเองยังไงก็เหลือแค่ 2 ใบแล้วหลังจากฉลองกันเสร็จ ผมกำลังจะเปิดประตูรถเข้าไปนั่งที่เบาะข้างคนขับด้วยความเคยชินแต่เพิ่งจับประตูรถ ผมก็ได้ยินเสียงล็อกประตูรถหลินเยียนหรานลดกระจกรถลง มองผมด้วยสายตาเย็นชา“นายเรียกแท็กซี่กลับเถอะ ฉันเพิ่งล้างรถ ตัวนายมีแต่กลิ่นเหล้า เหม็นจะแย่”เหมือนเธอลืมไปแล้วว่ากลิ่นเหล้าบนตัวผมมาจากไหน ความรังเกียจที่ฉายออกมาจากดวงตาชัดเจนยิ่งกว่าความสว่างของไฟถนนถ้าตามปกติผมจะรีบดื่มน้ำ งอแงแล้วอธิบายให้เธอฟังว่า: ดื่มนิดหน่อยเอง กลิ่นไม่แรงหรอกหรือไม่ก็โวยวายกลางถนน ถามเธอด้วยความโมโหว่า: เมื่อกี้ทำไมต้องให้ฉันขอโทษแทนจางเฉินอี้ด้วย?ทว่าครั้งนี้ผมทำเพียงแค่ยิ้มแล้วพยักหน้า“โอเค ขับรถระวังด้วยนะ”หลินเยียนหรานคลายมือที่กำพวงมาลัยอยู่ เธอหันมามองผมทันที“ฉีอวี่ นาย......”เพิ่งจะอ้าปากพูด จางเฉินอี้ก็เดินมาพร้อมรอยยิ้มแล้วดันผมออกไป“ประธานหลินครับ ผมเก
Read more

บทที่ 3

ผมวางสายแล้วปิดคอมพิวเตอร์ด้วยท่าทีเรียบเฉย“ไม่มีอะไรหรอก ฉันคุยเรื่องหย่ากับอาจารย์น่ะ”สีหน้าหลินเยียนหรานเปลี่ยนไปทันที เธอแทบจะพุ่งเข้ามาหาผม“หย่าอะไร? นายจะหย่ากับฉันเหรอ?”ผมถอยหลังเล็กน้อย ทำเป็นพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า“ไม่ใช่ เป็นคดีความของคนอื่นน่ะ อาจารย์แค่ถามความเห็นฉัน”หญิงสาวถอนหายใจอย่างโล่งอก ยื่นถุงกระดาษในมือมาให้ผม“นี่ของนาย”ลายบนถุงกระดาษเป็นลายของร้านเค้กที่ผมชอบมากก่อนแต่งงานกัน เวลาที่หลินเยียนหรานทำให้ผมโกรธ เธอจะไปซื้อเค้กร้านนี้ให้ผมตลอดร้านนี้ดังมาก ทุกครั้งที่ไปซื้อต้องต่อคิวถึงสองชั่วโมงขอแค่ผมเอ่ยปากว่าอยากกิน ไม่ว่าฝนตกหรือแดดออก เธอก็ไปต่อคิวซื้อมาง้อผมบางครั้งผมสงสารเธอ เลยบอกให้เธอจ้างคนไปซื้อมาให้แต่หลินเยียนหรานกลับพูดว่า“อาอวี่ ไม่เป็นไรเลย ฉันยินดีทำให้นายด้วยความเต็มใจ”เมื่อคิดถึงเรื่องพวกนี้ ผมรู้สึกอบอุ่นในใจ อดยิ้มออกมาไม่ได้ ผมรับถุงกระดาษมาเปิดดู“คิดไม่ถึงว่าเธอยังจำ......นี่อะไร?”ผมมองเธออย่างตกตะลึง รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีในถุงกระดาษไม่ใช่เค้กอย่างที่ผมคิดไว้ แต่เป็นเสื้อผ้าสองชิ้นที่มีกลิ่นเหล้าชิ้นแรกเป็นสูทของ
Read more

บทที่ 4

ผมชะงักเล็กน้อย เผลอมองมือตัวเองโดยไม่รู้ตัวเพราะทำงานบ้านมาหลายปี ทำให้ผิวหนังที่มือหยาบขึ้นเยอะ มิน่าล่ะเธอถึงรังเกียจผมผมไม่อยากฟังต่อแล้ว รีบหนีเข้าไปในห้องน้ำด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยหลังผ่านไปสิบนาที หลินเยียนหรานมาเคาะประตู“ฉีอวี่ ที่บริษัทมีเรื่องนิดหน่อย ฉันต้องไปดูก่อน นายรีบเข้านอนนะ”ผมขานรับก่อนเธอจะออกไป จู่ๆ ผมพูดขึ้นมาว่า“หลินเยียนหราน ถ้าเธอไม่กลับมา ฉันใช้บัตรขอคืนดีได้ไหม?”ผมมองเธอ ยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ที่หัวตาเพราะรีบจนไม่ทันเช็ดมันหญิงสาวชะงักปลายเท้าแล้วหันกลับมาทันที“ได้สิ”หลินเยียนหรานยิ้มให้ผมด้วยสีหน้าผ่อนคลาย“นายไม่ต้องห่วง ฉันกลับบ้านก่อนเที่ยงคืนแน่นอน นายไม่ต้องใช้บัตรขอคืนดีหรอก”ผมมองใบหน้าเธอที่ไม่ค่อยต่างจากห้าปีก่อนสักเท่าไร สะกดกลั้นความขมขื่นในใจแล้วยิ้มบางๆ“โอเค ฉันจะรอเธอนะ”เหลืออีกสามชั่วโมงจะเที่ยงคืนผมจ้างคนไปซื้อเค้กมาให้ แถมยังให้ค่าจ้างแพงมากด้วยเสี่ยวเจิ้งผู้ช่วยของหลินเยียนหรานโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียบ่นว่าตอนนี้ยังทำโอทีอยู่เลย ทั้งบริษัทเหลือแค่เธอคนเดียวหลินเยียนหรานส่งข้อความมาว่า[เพิ่งถึงบริ
Read more

บทที่ 5

ผมไม่สนใจมือถือที่สั่นไม่หยุด กดปิดเครื่องทันทีตั้งแต่นี้ไป ชีวิตคู่ห้าปีของผมกับหลินเยียนหรานสิ้นสุดลงแล้วที่โรงแรม หลังจากหลินเยียนหรานเห็นข้อความของผม เธอส่งข้อความหาผมอย่างบ้าคลั่ง[หย่าเหรอ? อย่างี่เง่า บัตรขอคืนดีเหลือตั้งเยอะ จะใช้หมดเร็วขนาดนั้นได้ยังไง?][ไม่ชอบของขวัญที่ฉันให้เหรอ? งั้นฉันเลือกให้ใหม่ดีไหม?][ฉีอวี่ รับสายสิ เรามาคุยกันดีๆ][ปิดเครื่องทำไม? นายโกรธจริงเหรอ?]หญิงสาวยังคงไม่เชื่อว่าผมจะเมินเธอ เอาแต่โทรหาผมอย่างไม่ยอมแพ้หลังจากได้ยินเสียงตอบรับอัตโนมัติอันเยือกเย็นในครั้งที่ 39 หลินเยียนหรานเริ่มใจคอไม่ดีแล้ว“เป็นไปไม่ได้......เป็นไปไม่ได้......ก่อนออกมายังดีๆ อยู่เลย......”ท่าทีของผมตอนพูดถึงบัตรขอคืนดีแวบเข้ามาในหัวเธอ ตอนนั้นผมดูนิ่งมากนิ่งจนเหมือน......ไม่รู้สึกอะไรแล้วเมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินเยียนหรานรีบหยิบเสื้อมาใส่จางเฉินอี้เอามือโอบรอบคอหลินเยียนหราน เอาหน้าซุกหน้าอกเธอเหมือนอ้อน“ประธานหลิน คุณสัญญาว่าจะอยู่กับผมทั้งคืน......”หลินเยียนหรานดันเขาออกอย่างร้อนใจ เธอรีบวิ่งออกไปโดยไม่อธิบายอะไรสักคำเธอโทรหาผมตลอดทาง โทรซ้ำๆ อยู่อ
Read more

บทที่ 6

หลังจากนั้นเธอถึงกับช็อกอีกครั้งในตู้โชว์ที่วางเรียงรายอยู่ตรงกำแพง เต็มไปด้วยของขวัญที่เธอซื้อให้ผมเมื่อสังเกตดูดีๆ จะเห็นนาฬิกาข้อมือที่เหมือนกันสามเรือนวางอยู่ตรงตู้ที่อยู่ตรงกลางหนึ่งในนั้นมีใบเสร็จที่เพิ่งออกเมื่อวานนี้เธอเผลอนึกถึงนาฬิกาข้อมือรุ่น Midnight Pont des Amoureux ที่ซื้อให้เลขาหนุ่มเมื่อวานนี้หลังจากเห็นหุ่นผอมบางน่าทะนุถนอมของจางเฉินอี้ เธอรีบส่งคนไปสั่งทำนาฬิกาที่ฝรั่งเศสทันทีแล้วก็ส่งมาในคืนนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาหรือเรื่องความตั้งใจ ของทั้งตู้นี้ไม่สามารถเทียบได้เลยหลินเยียนหรานจมอยู่กับความคิดความรักที่เธอเคยมีให้ผมเพียงคนเดียว กลายเป็นข้าวของราคาถูกที่ซ้ำซากจำเจแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ?คืนนั้นเธอนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ดื่มไวน์ในตู้ไวน์จนหมดก็ยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการหลินเยียนหรานเพิ่งมาถึงบริษัท จางเฉินอี้ก็ตามเข้ามาในห้องทำงาน“ประธานหลิน นี่คือสัญญาเมื่อวานนี้ครับ”จางเฉินอี้วางเอกสารลงบนโต๊ะแล้วเดินมาข้างหลินเยียนหรานด้วยความเคยชิน จากนั้นวางมือข้างหนึ่งลงบนไหล่ของเธอเมื่อก่อนนี่คือความสัมพันธ์คลุมเครือที่รู้กันแค่สองคนทว่าตอนนี้
Read more

บทที่ 7

แม้เธอเอาแต่พูดปลอบใจตัวเองไม่หยุด แต่พอเห็นโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าของผมเธอก็ยังกระวนกระวายใจอยู่ดีแม้แต่ตอนทำงานก็ยังไม่มีสมาธิหลินเยียนหรานเห็นโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าของผม เธอรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นเรื่อยๆสุดท้ายเธอทนไม่ไหว เรียกหัวหน้าฝ่ายบุคคลมาพบ“ประธานหลิน มีงานอะไรให้ผมจัดการหรือเปล่าครับ?”“วันนี้ฉีอวี่ลาเหรอ?”หญิงสาวอ่านเอกสารตรงหน้าแล้วถามเหมือนไม่ใส่ใจหัวหน้าฝ่ายบุคคลชะงักเล็กน้อย มองเธอด้วยใบหน้าประหลาดใจ“หัวหน้าฉีลาออกแล้วครับ”“อะไรนะ?!”มือที่กำลังเซ็นชื่อชะงักไปทันที เธอกดปลายปากกาจนกระดาษฉีก“ลาออกเมื่อไร? ใครอนุมัติ? ทำไมฉันไม่รู้เลย?”หัวหน้าฝ่ายบุคคลพูดด้วยความงุนงง“เขายื่นลาออกเมื่อคืน คุณเป็นคนกดอนุมัติเมื่อเช้าครับ!”คำพูดพวกนี้ทำให้หลินเยียนหรานรู้สึกเหมือนโดนอะไรฟาดใส่ เธอถึงกับช็อกไปเลยเธอเปิดคอมพิวเตอร์แล้วกวาดตาดูอีเมลอย่างรวดเร็ว กดเปิดอีเมลใบลาออกเพียงฉบับเดียวด้วยมืออันสั่นเทาเมื่อเห็นชื่อของฉีอวี่ที่อยู่ด้านล่าง ความหวาดกลัวมหาศาลถาโถมใส่เธอทันที“ยกเลิกใบลาออกฉบับนี้! เดี๋ยวนี้!”หัวหน้าฝ่ายบุคคลปาดเหงื่อบนหน้าผาก พูดด้วยเสียงสั่นเ
Read more

บทที่ 8

แม้แต่ธุรกิจที่ต่างประเทศ เธอก็ยังให้คนสนิทอย่างผมเอาสัญญาที่เธอลงชื่อเรียบร้อยไปจัดการแทนเธอ“เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมจู่ๆ ก็จะไปต่างประเทศล่ะ?”อีกฝ่ายถามจี้หลินเยียนหรานเงียบครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจออกมา“ฉีอวี่ไปแล้ว......”“ห้ะ?” อีกฝ่ายตกใจเล็กน้อย ที่แปลกคืออีกฝ่ายไม่ได้ถามอะไรต่อ“ฉันขอถามหน่อย สามปีมานี้พวกเธอรู้สึกว่าฉันปฏิบัติกับจางเฉินอี้เกินขอบเขตไปหน่อยหรือเปล่า? รู้สึกว่าฉันทำผิดต่อฉีอวี่หรือเปล่า?”คำพูดของเธอทำให้เพื่อนสนิทเงียบกริบบางครั้งความเงียบก็คือคำตอบที่ดีที่สุด“ฉันเข้าใจแล้ว”หลินเยียนหรานพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวด“ฉันผิดเอง ตั้งแต่จางเฉินอี้เข้ามาในชีวิต ฉันก็หลงเขาโดยไม่รู้ตัว”“ฉันรู้สึกว่าบางครั้งเขาเหมือนฉีอวี่ตอนวัยรุ่น มีแต่ความสดใสร่าเริง”“แต่ฉันควรแยกแยะให้ชัดเจนว่าพวกเขาไม่ใช่คนเดียวกัน”“สองปีมานี้ฉันใช้โอกาส 99 ครั้งที่ฉีอวี่ให้ฉันจนหมด”“ฉันไม่เคยคิดที่จะแยกทางกับเขาเลย แต่ตอนนี้เขาไม่ต้องการฉันแล้ว”เมื่อพูดจบ เสียงของหญิงสาวแผ่วเบาและสั่นเครือ มีเสียงสะอื้นที่กลั้นเอาไว้ด้วยเพื่อนสนิทเงียบอยู่นานก่อนจะพูดว่า“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว”
Read more

บทที่ 9

“สองปีมานี้ฉันให้ความสำคัญกับจางเฉินอี้มากเกินไป เพราะฉันเห็นว่าเขาเหมือนนายเมื่อเก้าปีก่อน ฉันเข้าใจผิดว่าตัวเองชอบเขา”“แต่หลังจากนายจากฉันไป ฉันเพิ่งรู้ว่าฉันไม่ได้ชอบเขาเลย มันเป็นแค่ภาพลวงตา คนที่ฉันรักมาตลอดคือนาย”ผมมองเธอพร้อมกับแสยะยิ้มมุมปาก สะกดกลั้นความรู้สึกพะอืดพะอมเอาไว้หญิงสาวยังคงพรั่งพรูสิ่งที่ตัวเองเข้าใจว่ามันคือความในใจสุดซึ้งออกมา“หลายปีมานี้ฉันเห็นการทำงานของนายมาตลอด อาจเป็นเพราะนายทำงานเก่งจนทำให้ฉันรู้สึกกดดัน ทำให้ฉันรู้สึกว่านายเปลี่ยนไป”“นายเป็นคนฉลาดและแข็งแกร่ง เหมือนเครื่องจักรที่เย็นชาและไร้ความรู้สึก”“พอมีจางเฉินอี้โผล่มาในชีวิต ฉันก็เลยอยากทำความรู้จัก เหมือนฉันได้เห็นนายตอนเจอกันครั้งแรกอีกครั้ง......”“อาอวี่ ฉันไม่อยากหย่า แล้วก็ไม่อยากเสียนายไป เห็นแก่ที่ฉันต่อสู้กับความกลัวเพื่อบินมาหานายที่ต่างประเทศ ช่วยอภัยให้ฉันสักครั้งได้ไหม?”ระหว่างพูด หลินเยียนหรานร้องไห้ออกมา แต่ในใจผมหลงเหลือเพียงความเฉยเมยนี่คือผู้หญิงที่ผมรัก เธอเป็นคนนอกใจผมแท้ๆ แต่ยังพยายามแก้ตัวให้ตัวเองไม่หยุดแถมยังบอกว่าผมเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอนอกใจด้วยเธอบอกว่าผ
Read more

บทที่ 10

บางครั้งถ้าเหนื่อยๆ ก็จะไปพักที่หมู่บ้านชาวประมงที่ลิกูเรียหนึ่งสัปดาห์เวลาผ่านไปหนึ่งปี ผมได้เป็นทนายที่มีหุ้นส่วนในสำนักงานกฎหมาย หน้าที่การงานก้าวหน้าและมั่นคงขึ้นเรื่อยๆทุกอย่างกำลังไปได้สวย ยกเว้นตอนเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของหลินเยียนหรานที่ใต้ตึกเป็นบางครั้ง ทำให้ผมรู้สึกอารมณ์เสียนิดหน่อยแยกทางกันหนึ่งปี เธอได้สัญญาหย่าร้าง 99 ฉบับ แต่เธอไม่ยอมเซ็นสักทีดูเหมือนเธอจะใช้ความกล้าเหมือนตอนที่เริ่มตามจีบผมอย่างไม่อายอะไรทั้งนั้น เพื่อให้ผมรู้สึกเห็นใจ แล้วก็กลับไปคบกับเธออีกครั้งช่วงแรกๆ ผมก็รู้สึกหวั่นไหวอยู่บ้างแต่หลังจากเห็นข้อความที่เพื่อนร่วมงานส่งมา ความรู้สึกเห็นใจบ้าๆ บอๆ ก็หายไปทันทีหลินเยียนหรานไปหาพ่อแม่ของผม เล่าทุกอย่างให้พวกท่านฟัง ร้องไห้สะอึกสะอื้นบอกว่าเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปแต่เธอคงลืมไปสินะว่าลูกได้นิสัยมาจากพ่อแม่สิ่งที่เธอทำมันเลวร้ายจนผมไม่อาจรับได้ เธอคิดว่าพ่อแม่ผมจะรับได้อย่างนั้นเหรอแม่ฟังจบแล้วไล่เธอออกไปทันที ท่านรีบโทรหาผมแล้วบอกว่าทำถูกแล้วที่ตัดสินใจหย่าความกังวลในตอนแรกหายไปทันทีตั้งแต่นั้นมาหลินเยียนหรานก็ไม่โผล่มาใต้ตึกบริษั
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status