تسجيل الدخولภรรยาเคยรักผมขนาดไหนน่ะเหรอ? ตอนนั้นเธออยากแต่งงานกับผมมาก ถึงกับขอผมแต่งงานตั้ง 99 ครั้ง จนกระทั่งครั้งที่ 100 ในที่สุดผมก็พ่ายแพ้ให้กับความมั่นคงของเธอ วันแต่งงานผมเอาบัตรขอคืนดีให้เธอ 99 ใบ ผมสัญญาว่าถ้ายังใช้บัตรขอคืนดีไม่หมด ผมก็จะยังอยู่เคียงข้างเธอ แต่งงานกันมาได้ห้าปี เธอใช้บัตรขอคืนดีทุกครั้งที่ออกไปอยู่กับหนุ่มในดวงใจ เมื่อเธอใช้บัตรขอคืนดีถึงใบที่ 97 จู่ๆ ภรรยาก็สังเกตเห็นว่าผมเปลี่ยนไป ผมไม่ร้องไห้โวยวายและไม่รั้งเธออีกแล้ว ตอนเธอขาดสติเพราะเลขาหนุ่มหล่อไทป์หมาเด็ก ผมถามเธอด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ถ้าเธอไปอยู่กับเขา ฉันใช้บัตรขอคืนดีได้ไหม?” หญิงสาวชะงักเล็กน้อย เธอใจอ่อนอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก “ได้สิ เพิ่งใช้ไปได้แค่ 60 กว่าใบเอง นายอยากใช้ก็ใช้สิ” ผมขานรับและปล่อยให้เธอออกไป ที่แท้เธอไม่รู้เลยสินะว่าเธอใช้บัตรขอคืนดีไป 97 ใบแล้ว และบัตรขอคืนดีของเราเหลือเพียงแค่ 2 ใบสุดท้าย
عرض المزيدบางครั้งถ้าเหนื่อยๆ ก็จะไปพักที่หมู่บ้านชาวประมงที่ลิกูเรียหนึ่งสัปดาห์เวลาผ่านไปหนึ่งปี ผมได้เป็นทนายที่มีหุ้นส่วนในสำนักงานกฎหมาย หน้าที่การงานก้าวหน้าและมั่นคงขึ้นเรื่อยๆทุกอย่างกำลังไปได้สวย ยกเว้นตอนเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของหลินเยียนหรานที่ใต้ตึกเป็นบางครั้ง ทำให้ผมรู้สึกอารมณ์เสียนิดหน่อยแยกทางกันหนึ่งปี เธอได้สัญญาหย่าร้าง 99 ฉบับ แต่เธอไม่ยอมเซ็นสักทีดูเหมือนเธอจะใช้ความกล้าเหมือนตอนที่เริ่มตามจีบผมอย่างไม่อายอะไรทั้งนั้น เพื่อให้ผมรู้สึกเห็นใจ แล้วก็กลับไปคบกับเธออีกครั้งช่วงแรกๆ ผมก็รู้สึกหวั่นไหวอยู่บ้างแต่หลังจากเห็นข้อความที่เพื่อนร่วมงานส่งมา ความรู้สึกเห็นใจบ้าๆ บอๆ ก็หายไปทันทีหลินเยียนหรานไปหาพ่อแม่ของผม เล่าทุกอย่างให้พวกท่านฟัง ร้องไห้สะอึกสะอื้นบอกว่าเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปแต่เธอคงลืมไปสินะว่าลูกได้นิสัยมาจากพ่อแม่สิ่งที่เธอทำมันเลวร้ายจนผมไม่อาจรับได้ เธอคิดว่าพ่อแม่ผมจะรับได้อย่างนั้นเหรอแม่ฟังจบแล้วไล่เธอออกไปทันที ท่านรีบโทรหาผมแล้วบอกว่าทำถูกแล้วที่ตัดสินใจหย่าความกังวลในตอนแรกหายไปทันทีตั้งแต่นั้นมาหลินเยียนหรานก็ไม่โผล่มาใต้ตึกบริษั
“สองปีมานี้ฉันให้ความสำคัญกับจางเฉินอี้มากเกินไป เพราะฉันเห็นว่าเขาเหมือนนายเมื่อเก้าปีก่อน ฉันเข้าใจผิดว่าตัวเองชอบเขา”“แต่หลังจากนายจากฉันไป ฉันเพิ่งรู้ว่าฉันไม่ได้ชอบเขาเลย มันเป็นแค่ภาพลวงตา คนที่ฉันรักมาตลอดคือนาย”ผมมองเธอพร้อมกับแสยะยิ้มมุมปาก สะกดกลั้นความรู้สึกพะอืดพะอมเอาไว้หญิงสาวยังคงพรั่งพรูสิ่งที่ตัวเองเข้าใจว่ามันคือความในใจสุดซึ้งออกมา“หลายปีมานี้ฉันเห็นการทำงานของนายมาตลอด อาจเป็นเพราะนายทำงานเก่งจนทำให้ฉันรู้สึกกดดัน ทำให้ฉันรู้สึกว่านายเปลี่ยนไป”“นายเป็นคนฉลาดและแข็งแกร่ง เหมือนเครื่องจักรที่เย็นชาและไร้ความรู้สึก”“พอมีจางเฉินอี้โผล่มาในชีวิต ฉันก็เลยอยากทำความรู้จัก เหมือนฉันได้เห็นนายตอนเจอกันครั้งแรกอีกครั้ง......”“อาอวี่ ฉันไม่อยากหย่า แล้วก็ไม่อยากเสียนายไป เห็นแก่ที่ฉันต่อสู้กับความกลัวเพื่อบินมาหานายที่ต่างประเทศ ช่วยอภัยให้ฉันสักครั้งได้ไหม?”ระหว่างพูด หลินเยียนหรานร้องไห้ออกมา แต่ในใจผมหลงเหลือเพียงความเฉยเมยนี่คือผู้หญิงที่ผมรัก เธอเป็นคนนอกใจผมแท้ๆ แต่ยังพยายามแก้ตัวให้ตัวเองไม่หยุดแถมยังบอกว่าผมเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอนอกใจด้วยเธอบอกว่าผ
แม้แต่ธุรกิจที่ต่างประเทศ เธอก็ยังให้คนสนิทอย่างผมเอาสัญญาที่เธอลงชื่อเรียบร้อยไปจัดการแทนเธอ“เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมจู่ๆ ก็จะไปต่างประเทศล่ะ?”อีกฝ่ายถามจี้หลินเยียนหรานเงียบครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจออกมา“ฉีอวี่ไปแล้ว......”“ห้ะ?” อีกฝ่ายตกใจเล็กน้อย ที่แปลกคืออีกฝ่ายไม่ได้ถามอะไรต่อ“ฉันขอถามหน่อย สามปีมานี้พวกเธอรู้สึกว่าฉันปฏิบัติกับจางเฉินอี้เกินขอบเขตไปหน่อยหรือเปล่า? รู้สึกว่าฉันทำผิดต่อฉีอวี่หรือเปล่า?”คำพูดของเธอทำให้เพื่อนสนิทเงียบกริบบางครั้งความเงียบก็คือคำตอบที่ดีที่สุด“ฉันเข้าใจแล้ว”หลินเยียนหรานพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวด“ฉันผิดเอง ตั้งแต่จางเฉินอี้เข้ามาในชีวิต ฉันก็หลงเขาโดยไม่รู้ตัว”“ฉันรู้สึกว่าบางครั้งเขาเหมือนฉีอวี่ตอนวัยรุ่น มีแต่ความสดใสร่าเริง”“แต่ฉันควรแยกแยะให้ชัดเจนว่าพวกเขาไม่ใช่คนเดียวกัน”“สองปีมานี้ฉันใช้โอกาส 99 ครั้งที่ฉีอวี่ให้ฉันจนหมด”“ฉันไม่เคยคิดที่จะแยกทางกับเขาเลย แต่ตอนนี้เขาไม่ต้องการฉันแล้ว”เมื่อพูดจบ เสียงของหญิงสาวแผ่วเบาและสั่นเครือ มีเสียงสะอื้นที่กลั้นเอาไว้ด้วยเพื่อนสนิทเงียบอยู่นานก่อนจะพูดว่า“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว”
แม้เธอเอาแต่พูดปลอบใจตัวเองไม่หยุด แต่พอเห็นโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าของผมเธอก็ยังกระวนกระวายใจอยู่ดีแม้แต่ตอนทำงานก็ยังไม่มีสมาธิหลินเยียนหรานเห็นโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าของผม เธอรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นเรื่อยๆสุดท้ายเธอทนไม่ไหว เรียกหัวหน้าฝ่ายบุคคลมาพบ“ประธานหลิน มีงานอะไรให้ผมจัดการหรือเปล่าครับ?”“วันนี้ฉีอวี่ลาเหรอ?”หญิงสาวอ่านเอกสารตรงหน้าแล้วถามเหมือนไม่ใส่ใจหัวหน้าฝ่ายบุคคลชะงักเล็กน้อย มองเธอด้วยใบหน้าประหลาดใจ“หัวหน้าฉีลาออกแล้วครับ”“อะไรนะ?!”มือที่กำลังเซ็นชื่อชะงักไปทันที เธอกดปลายปากกาจนกระดาษฉีก“ลาออกเมื่อไร? ใครอนุมัติ? ทำไมฉันไม่รู้เลย?”หัวหน้าฝ่ายบุคคลพูดด้วยความงุนงง“เขายื่นลาออกเมื่อคืน คุณเป็นคนกดอนุมัติเมื่อเช้าครับ!”คำพูดพวกนี้ทำให้หลินเยียนหรานรู้สึกเหมือนโดนอะไรฟาดใส่ เธอถึงกับช็อกไปเลยเธอเปิดคอมพิวเตอร์แล้วกวาดตาดูอีเมลอย่างรวดเร็ว กดเปิดอีเมลใบลาออกเพียงฉบับเดียวด้วยมืออันสั่นเทาเมื่อเห็นชื่อของฉีอวี่ที่อยู่ด้านล่าง ความหวาดกลัวมหาศาลถาโถมใส่เธอทันที“ยกเลิกใบลาออกฉบับนี้! เดี๋ยวนี้!”หัวหน้าฝ่ายบุคคลปาดเหงื่อบนหน้าผาก พูดด้วยเสียงสั่นเ











