All Chapters of เพียงเธอในราตรี: Chapter 11 - Chapter 20

24 Chapters

บทที่ 11

พนักงานเหลือบมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะปฏิเสธอย่างสุภาพ "ขออภัยค่ะคุณผู้ชาย เราไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลของผู้โดยสารได้ค่ะ""นั่นภรรยาผมนะ!" ลู่สือหลานตะคอกด้วยดวงตาแดงก่ำ "ผมต้องการคุยกับเธอ!""คุณคะ หากคุณมีธุระด่วน คุณสามารถลองติดต่อเจ้าตัวโดยตรงได้นะคะ""ก็เธอปิดเครื่องไง!""ถ้าอย่างนั้นต้องขออภัยด้วยจริงๆ ค่ะ เราไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้"ลู่สือหลานยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่เดินพลุกพล่านในโถงสนามบิน เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงความมืดแปดด้านและทำอะไรไม่ถูกอย่างมหันต์เขารนรานเหมือนแมลงวันหัวขาด เดินวนไปวนมาในโถงสนามบินกว้าง จ้องมองหน้าจอที่คอยอัปเดตข้อมูลเที่ยวบินที่กำลังบินไปทั่วทุกมุมโลกเขาไม่รู้เลยว่าเธอไปที่ไหนไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะต้องเริ่มหาจากจุดไหนสุดท้าย เขาก็ทำได้เพียงขับรถกลับบ้าน บ้านที่ไม่มีเซี่ยงเฉียวอยู่นั้น เย็นเฉียบราวกับห้องแช่แข็งเมื่อก่อนไม่ว่าเขาจะกลับดึกแค่ไหน ในห้องรับแขกจะมีไฟดวงหนึ่งเปิดทิ้งไว้รอเขาเสมอ แต่ตอนนี้ กลับมืดสนิดเขาเปิดไฟ แสงไฟสีขาวซีดสาดส่องจนเห็นว่าบ้านทั้งหลังนั้นว่างเปล่าเพียงใดเขาเดินไปที่ตู้เหล้า เปิดเหล้าแรงๆ ออกมาขวดหนึ่งแล้ว
Read more

บทที่ 12

ประโยคนี้ราวกับมีดคมกริบที่ปักฉึกเข้ากลางใจอันสับสนวุ่นวายขอลู่สือหลานอย่างแม่นยำเขาตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ใบหน้าค่อยๆ ซีดเผือดลงทีละนิดสวี่โยวเห็นท่าทางของเขาแบบนั้น ก็รู้สึกเวทนาขึ้นมาบ้าง"เฉียวเฉียวก่อนจะไปบอกกับฉันว่า" เธอเบาเสียงลง แต่ทุกคำกลับทิ่มแทงใจ "ถ้าลู่สือหลานมาตามหาเธอ ให้บอกเขาไปว่า ไม่มีความทุกข์ใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าใจที่ตายด้านไปแล้ว ฉันไม่มีแม้แต่แรงจะเกลียดเขาแล้วด้วยซ้ำ"ลู่สือหลานตัวสั่นไปทั้งตัว ราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงออกไปจนหมด เขาถอยหลังโซเซไปก้าวหนึ่ง ก่อนแผ่นหลังจะกระแทกเข้ากับกำแพงที่เย็นเฉียบอย่างแรงไม่มีความทุกข์ใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าใจที่ตายด้านไปแล้ว ไม่มีแม้แต่แรงจะเกลียดดังนั้นเขาไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะถูกเธอเกลียดแล้วงั้นเหรอ?สวี่โยวเหลือบมองเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินจากไปลู่สือหลานยืนอยู่ตรงนั้นนานมาก จนขาทั้งสองข้างเริ่มชาไปหมด ถึงค่อยๆ เดินกลับไปที่รถเขาไม่ได้กลับบ้าน คฤหาสน์ที่ว่างเปล่าหลังนั้น เขาไม่กล้ากลับไปเขาขับรถวนไปทั่วเมืองอย่างไร้จุดหมาย จนสุดท้ายมาจอดนิ่งอยู่ที่ริมแม่น้ำเขานั่งอยู่ในรถ มองดูผิวน้ำที่มืดมิดนอกหน้าต่า
Read more

บทที่ 13

บันทึกหยุดลงตรงนี้ไปช่วงหนึ่ง เมื่อพลิกหน้าต่อไป วันที่บันทึกคือวันที่เธอแท้งลูกลายมือเละมาก บางจุดถูกรอยน้ำซึมจนหมึกจางจนอ่านแทบไม่ออก "ลูกไม่อยู่แล้ว เขาก็บอกว่า ถ้าฉันไม่ผลักฉินเหยา เขาก็คงไม่ขังฉันไว้แบบนั้น เขาบอกว่าฉินเหยามีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ แรงผลักนั้นเกือบจะเอาชีวิตเธอไป เขาบอกว่า เขาจะชดเชยให้ฉันได้""ลู่สือหลาน ทั้งความรักและชีวิตของฉัน มันไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับคุณ"บรรทัดสุดท้ายของหน้านั้น เธอกดปากกาเกือบจะทะลุราวกับสั่นสะท้านด้วยความสิ้นหวัง "ฉันดูเหมือนจะฝืนต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ” บันทึกจบลงเพียงเท่านี้ หน้าหลังจากนั้นว่างเปล่าลู่สือหลานเปิดไปถึงหน้าสุดท้าย มีกระดาษยับยู่ยี่แผ่นหนึ่งร่วงหล่นออกมาเขาเก็บมันขึ้นมาแล้วคลี่ออก มันคือใบอัลตราซาวด์วันที่บนนั้นตรงกับวันที่เธอแท้งพอดี มีเงารางๆ เป็นก้อนเล็กๆ อยู่ในภาพ ด้านล่างเขียนว่า ตั้งครรภ์ในมดลูกระยะแรก ประมาณ 12 สัปดาห์ด้านหลังมีรอยคราบน้ำตาที่แห้งเหือด และมีตัวอักษรแถวหนึ่งที่เล็กมากๆ ลายมือดูอ่อนแรงราวกับใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเขียนขึ้นมา"ลูกจ๋า แม่ขอโทษนะที่ปกป้องหนูไว้ไม่ได้ และขอโทษด้วยน
Read more

บทที่ 14

เซี่ยงเฉียวเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นเขา รอยยิ้มบนใบหน้าก็หายวับไปในทันที เหลือไว้เพียงความเย็นชาไร้อารมณ์ และความรำคาญที่เห็นได้ชัด "คุณลู่?" เธอพูดแต่น้ำเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ใดๆ "มีธุระอะไรคะ?"คำว่า "คุณลู่" สองคำนี้ เปรียบเสมือนเข็มสามเล่มที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจของลู่สือหลานอย่างแรงเขาอ้าปากค้าง ก่อนจะพูดด้วยเสียงแหบแห้ง "ผมมาหาคุณ... กลับไปกับผมเถอะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน""ระหว่างเรา" เซี่ยงเฉียวมองเขาด้วยสายตาที่เหมือนมองคนแปลกหน้า "ตั้งแต่วันที่ใบหย่ามีผลบังคับใช้ ก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว"“คุณลู่ กรุณาหลีกทางด้วยค่ะ ฉันรีบ” พูดจบเธอก็เตรียมเดินอ้อมเขาไป ลู่สือหลานรีบคว้าข้อมือเธอไว้ทันที ผิวที่สัมผัสได้นั้นอุ่นและเนียนละเอียด แต่กลับทำให้หัวใจเขาสั่นไหว"ผมขอโทษนะเฉียวเฉียว"เสียงเขาแหบพร่าแทบจะเป็นการวิงวอน "ผมรู้ว่าผมผิดไปแล้ว ผิดไปอย่างไม่น่าให้อภัย... ดูนี่สิ ผมเอาแหวนแต่งงานมาด้วย เรามาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม?” เขาล้วงเอาแหวนแต่งงานวงนั้นออกมาจากกระเป๋า แบไว้บนฝ่ามือแล้วยื่นไปตรงหน้าเธอท่าทางของเขาดูต่ำต้อยจนแทบจะจมดินเซี่ยงเฉียวก้มลงมองแหวนที่สะท้อน
Read more

บทที่ 15

พูดจบ เธอก็ลุกขึ้น โดยไม่มองเขาอีกแม้แต่ครั้งเดียว หันหลังเดินไปริมถนน เรียกแท็กซี่แล้วจากไปอย่างไม่หันกลับมาลู่สือหลานนอนอยู่บนพื้นถนนที่เย็นเฉียบ มองตามทางที่เธอจากไป หน้าอกของเขาเหมือนถูกฉีกกระชากออกอย่างแรงจนเจ็บปวดร้าวไปทั้งตัวความเจ็บปวดทางกาย ยังเทียบไม่ได้แม้แต่หนึ่งในหมื่นของความเจ็บปวดจากถ้อยคำของเธอนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเธอ ในวินาทีที่ผลักเธอออกไปนั้น เขาไม่ได้นึกถึงตัวเองเลยสักนิดเขาคิดเพียงแค่ว่า เธอจะต้องไม่เป็นอะไรแต่เธอกลับไม่แม้แต่จะปรายตามามองเขาเลยด้วยซ้ำเธอบอกว่า เลือดของเขามันน่าสะอิดสะเอียนเธอบอกว่า ต่อให้เขาตายเพื่อเธอ เธอก็จะไม่มีวันหันหลังกลับมาลู่สือหลานหลับตาลง หยาดน้ำตาไหลจากหางตาปนไปกับคราบเลือดและสิ่งสกปรกบนใบหน้าแขนซ้ายของลู่สือหลานหักจนต้องเข้าเฝือก ส่วนขาขวาก็ฟกช้ำอย่างรุนแรงจนต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงหมอแนะนำให้เขาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อรอดูอาการ แต่เขาปฏิเสธเขาจัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาล แล้วใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินกะเผลกกลับโรงแรมวันที่สอง เขาก็ไปปรากฏตัวที่ใต้ตึกบริษัทของเซี่ยงเฉียวอีกครั้งแขนเข้าเฝือกคล้อ
Read more

บทที่ 16

ในสมองของลู่สือหลานเกิดเสียงดังวิ้ง ราวกับมีบางอย่างระเบิดออกสารช่วยให้ไฟติดห้องของฉินเหยาเขานึกถึงคืนนั้น วันที่ฉินเหยาบอกว่ากลัวเลยขอค้างคืน เซี่ยงเฉียวพูดว่า "ห้องพักแขกอยู่ชั้นหนึ่งห้องด้านในสุด ผ้าปูที่นอนปลอกหมอนสะอาดหมดแล้ว อยากอยู่ก็อยู่เถอะ"เธอช่างดูสงบและไร้ความรู้สึกถึงเพียงนั้นตอนนั้นเขายังคิดว่าเธอเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนเป็นคนที่มีเหตุผลความมากขึ้นแต่ตอนนี้พอมาคิดดู นั่นไม่ใช่ความมีเหตุผลเลย แต่มันคือใจที่ตายด้านไปแล้วต่างหากมันคือความทุกข์ใจที่สุด เป็นใจที่ตายด้านแล้วจริงๆ"ยังมีอีกครับ..." เสียงของผู้ช่วยเบาลงไปอีก "เรื่องที่ระเบียงวันนั้น... เราได้ให้คนไปถามพนักงานเสิร์ฟสองสามคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นแล้วครับ มีคนบอกว่า เห็นคุณฉินเหยาเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาคุณเซี่ยงเฉียวก่อน ทั้งคู่คุยกันไม่กี่ประโยค จากนั้นจู่ๆ คุณฉินเหยาก็ยื่นมือออกไปผลักคุณเซี่ยงครับ...""ตอนที่คุณเซี่ยงเฉียวกำลังจะร่วงลงไป เธอคว้าข้อมือของคุณฉินเหยาเอาไว้ได้ แต่ก็ปล่อยมือออกอย่างรวดเร็วครับ...""หลังจากนั้นคุณฉินเหยาบอกกับท่านประธานว่า คุณเซี่ยงเฉียวจะลากเธอไปตายด้วยกัน แต่จากคำบอกเล
Read more

บทที่ 17

ลู่สือหลานยังคงคุกเข่าบนพื้นอยู่แบบนั้น ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดจนกระทั่งขาทั้งสองข้างชาจนไร้ความรู้สึก จนลมหนาวพัดตัวเขาจนเย็นเฉียบไปทั้งตัว เขาถึงค่อยๆ ใช้มือยันพื้น พยายามที่ลุกขึ้นยืนขึ้นมาแต่เพราะขาขวาที่บาดเจ็บ ประกอบกับนั่งคุกเข่าเป็นเวลานานเกินไป เขาพยายามอยู่หลายครั้งแต่ก็ล้มเหลวสุดท้าย เขาแทบจะใช้วิธีคลานเพื่อไปเก็บไม้เท้าที่อยู่ด้านข้าง และใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีพยุงตัวลุกขึ้นยืนได้อย่างทุลักทุเลเขาใช้ไม้เท้าค้ำยัน พาร่างที่กะเผลกหันหลังเดินจากไปแผ่นหลังของเขาดูค่อมลง ราวกับชายชราที่อยู่ในวัยไม้ใกล้ฝั่งราตรีอันมืดมิดค่อย ๆ กลืนร่างของเขาจนหายไป ลู่สือหลานเดินทางกลับประเทศแล้วเขาไม่ปล่อยตัวให้ทรุดโทรมสกปรกเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป แต่กลับมาเป็นท่านประธานบริษัทลู่กรุ๊ปที่สวมสูทเนี้ยบ เรียบร้อยไร้ที่ติอีกครั้ง แต่ในส่วนลึกของแววตานั้น กลับเต็มไปด้วยความเย็นชาที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างสิ่งแรกที่เขาทำเมื่อกลับมาถึงบริษัท คือการรวบรวมหลักฐานทั้งหมดที่สืบพบเกี่ยวกับฉินเหยา ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด รายงานผลตรวจพิสูจน์ซากเพลิงไหม้ และคำให้การของพยานใน
Read more

บทที่ 18

ลู่สือหลานก้มหน้าลง จ้องมองเพื่อนเล่นในวัยเด็กที่เขาเคยคิดว่าต้องคอยปกป้องและตามใจคนนี้ ตอนนี้กลับรู้สึกเพียงแค่ว่าเธอทั้งแปลกหน้าและน่าสะอิดสะเอียนอย่างถึงที่สุด เขายกเท้าขึ้นสะบัดมือของเธอออกเบา ๆ "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป" เขาหันหลังกลับ ไม่มองเธออีก "ระหว่างเธอกับพี่ ถือว่าเราขาดกัน""ใครก็ได้ ส่งตัวเธอกลับไปโรงพยาบาลบ้าเดี๋ยวนี้! ถ้าฉันเห็นเธอมาโผล่หน้าให้ฉันกับเซี่ยงเฉียวเห็นอีก" เขาเว้นจังหวะ น้ำเสียงเย็นเยียบ "ฉันจะทำให้เธอได้รู้ซึ้งว่า คำว่าเสียใจทีหลังมันเป็นยังไง"ฉินเหยานั่งทรุดอยู่บนพื้น เธอมองแผ่นหลังที่แสนเด็ดขาดของเขา แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะเสียงแหลมขึ้นมา เสียงนั้นดังก้องบาดหู"เซี่ยงเฉียวไปตั้งนานแล้ว! เธอไม่เอาพี่แล้ว! พี่สือหลาน ตื่นได้แล้ว! เธอไม่มีวันให้อภัยพี่หรอก! สิ่งที่พี่ทำไปทั้งหมดนี้ เธอไม่มีวันรับรู้ด้วยซ้ำ! ต่อให้รู้เธอก็ไม่สนใจหรอก! เธอเกลียดพี่! เธอไม่มีวันให้อภัยพี่ไปตลอดชีวิต!"ฝีเท้าของลู่สือหลานชะงักไป แผ่นหลังของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะคำพูดที่ว่า "เธอไม่มีวันให้อภัยพี่หรอก" เหมือนมีดอาบยาพิษที่แทงเข้าส่วนที่อ่อนไหวและชุ่มไปด้วยเลือดเนื้อของเขาอ
Read more

บทที่ 19

ผู้ช่วยกำโทรศัพท์แน่น หันไปมองชายในห้องผู้ป่วยที่ต้องประทังชีวิตด้วยความทรงจำและน้ำเกลือ จนร่างกายผ่ายผอมเหลือแต่กระดูกและแววตาว่างเปล่า เขารู้สึกจุกอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออกหนึ่งปีต่อมาเนื่องจากเซี่ยงเฉียวมีผลงานการทำงานที่โดดเด่น จึงถูกสำนักงานใหญ่ส่งตัวกลับประเทศ เพื่อเข้าร่วมงานแปลในประชุมนานาชาติครั้งสำคัญครั้งหนึ่งสถานที่จัดการประชุมคือศูนย์นิทรรศการและการประชุมระดับสูงสุดใจกลางเมืองตอนที่ลู่สือหลานรู้ข่าวนี้ เขากำลังประชุมอยู่ผู้ช่วยก้มลงกระซิบข้างหูเขาเบาๆ สองสามประโยค มือที่ถือปากกาของเขาชะงักทันที จนปลายปากกาขีดลากเป็นทางยาวบนเอกสารเขาเงียบไปนาน ก่อนจะโบกมือเป็นสัญญาณให้การประชุมดำเนินต่อไปแต่ในช่วงครึ่งหลังของการประชุม เขากลับใจลอยอย่างเห็นได้ชัด สายตามักจะเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่บ่อยครั้งเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง เขาขังตัวเองไว้ในห้องทำงาน และสูบบุหรี่หมดไปทั้งซองจากนั้น เขาก็สั่งให้คนไปติดสินบนพนักงานบริการคนหนึ่งในสถานที่จัดงานประชุมในวันประชุม เขานั่งอยู่ที่แถวหลังสุดและเป็นมุมอับที่สุดของฮอลล์ สวมหมวกและหน้ากากอนามัย ซ่อนตัวเองไว้ในเงามืดเขาไม่กล้า
Read more

บทที่ 20

บนรถพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์กำลังทำแผลอย่างเร่งด่วนและเฝ้าติดตามสัญญาณชีพเซี่ยงเฉียวนั่งอยู่ด้านข้าง บนมือและเสื้อโค้ตของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของลู่สือหลาน ทั้งเหนียวเหนอะหนะ อุ่นๆและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่เข้มข้นเธอมองชายบนเปลพยาบาลที่ใบหน้าขาวซีดและดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท ใบหน้าของเธอไม่มีอารมณ์ใดๆ มีเพียงริมฝีปากที่เม้มแน่นเท่านั้นที่เผยให้เห็นถึงความเครียดที่ยากจะสังเกตเห็นลู่สือหลานในระหว่างที่หมดสติ ละเมอพึมพำออกมาอย่างไร้สติอยู่ตลอดเวลา"เฉียวเฉียว... ผมขอโทษ...""ลูก... พ่อขอโทษ...""อย่าไปนะ... อย่าทิ้งผมไว้..."น้ำเสียงนั้นแหบพร่า แฝงไปด้วยความสิ้นหวังของคนที่กำลังจะตายเซี่ยงเฉียวหันหน้าหนี มองออกไปนอกหน้าต่างรถดูทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าด้านข้างของเธอดูเย็นชาเป็นพิเศษท่ามกลางแสงไฟที่วับๆ แวมๆเมื่อถึงโรงพยาบาล ลู่สือหลานก็ถูกเข็นตรงเข้าห้องผ่าตัดทันทีไฟหน้าห้องผ่าตัดสว่างขึ้นเซี่ยงเฉียวนั่งอยู่บนม้านั่งยาวในทางเดิน เลือดบนมือและเสื้อโค้ตของเธอแห้งกลายเป็นสีแดงคล้ำแล้วเธอไม่ได้ไปล้างทำความสะอาด ทำเพียงนั่งอยู่เงียบๆ จ้
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status