All Chapters of "ตัวประกอบทะลุมิติขอพลิกกระดาน": Chapter 1 - Chapter 10

35 Chapters

บทนำ : บรรทัดเดียวที่ชี้เป็นชี้ตาย

บทนำ : บรรทัดเดียวที่ชี้เป็นชี้ตายความเย็นเยียบของน้ำในต้นยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.) แทงทะลุเข้าไปถึงกระดูกนิ้วมือที่บวมแดงและเต็มไปด้วยรอยปริแตกจากการแช่น้ำด่างขยี้ผ้า ขยับอย่างเชื่องช้าตามสัญชาตญาณ เสียงไม้กระดานซักผ้ากระทบกันดังเป็นจังหวะสะท้อนก้องไปทั่ว ‘เรือนซักล้าง’ อันชื้นแฉะและเหม็นอับของจวนตระกูลป่าย‘เวินซิงจื่อ’ ก้มหน้ามองเงาสะท้อนของตนเองในกะละมังไม้ซักผ้า ใบหน้าที่สะท้อนกลับมาซูบผอม ซีดเซียว และมีรอยช้ำจางๆ ที่โหนกแก้ม ดวงตาที่เคยสุกสกาวในโลกก่อน บัดนี้เหลือเพียงแววตาของคนที่กำลังถูกต้อนให้จนมุมนี่เป็นวันที่สามแล้ว... วันที่สามนับตั้งแต่เธอตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาววัยสิบหกปีที่มีชื่อและแซ่เดียวกันกับเธอตลอดสามวันที่ผ่านมา เวินซิงจื่อไม่ได้โวยวาย ไม่ได้กรีดร้องหาความจริงว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ เธอเพียงแค่ก้มหน้าทำหน้าที่ซักผ้ากองโต กัดฟันทนการทุบตีจากหัวหน้าแม่บ้าน และลอบสังเกตทุกสิ่งรอบตัวอย่างเงียบเชียบ ราวกับสัตว์เล็กๆ ที่กำลังประเมินอันตรายในป่าใหญ่จนกระทั่งเมื่อคืนนี้เอง... ที่เศษเสี้ยวความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหลอมรวมเข้ากับความทรงจำของเธออย่างสมบูรณ์ และมั
Read more

บทที่ 1: ทุนรอนก้อนแรกจากหัวขโมย

บทที่ 1: ทุนรอนก้อนแรกจากหัวขโมยยามซวี (19.00 - 20.59 น.) ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว แทนที่ด้วยความมืดมิดและลมหนาวที่พัดกรีดผิวหนังลานซักล้างที่เคยเต็มไปด้วยเสียงจอแจบัดนี้เงียบสงัด เวินซิงจื่อลากสังขารที่หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่วกลับมายัง ‘เรือนนอนเตาผิง’ ซึ่งเป็นชื่อที่ฟังดูดีเกินจริง สำหรับห้องพักซอมซ่อที่อัดแน่นไปด้วยสาวใช้ระดับล่างกว่าสิบชีวิต กลิ่นอับชื้น เหงื่อไคล และกลิ่นดินโคลนลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้อง ซิงจื่อก็ตรงไปยังโต๊ะไม้เก่าคร่ำคร่ากลางห้อง บนนั้นมีตะกร้าสานใบเล็กที่เหลือเพียง ‘หมั่นโถวเย็นชืด’ สองลูกแข็งๆ วางทิ้งไว้ให้คนรั้งท้ายอย่างเธอเด็กสาวทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่ง คว้าหมั่นโถวที่แข็งจนแทบจะปาหัวสุนัขแตกมากัดกินอย่างไม่เกี่ยงงอน แม้รสชาติจะจืดชืดและฝืดคอจนต้องพยายามกลืนลงไปอย่างยากลำบาก แต่สำหรับร่างกายที่ทำงานหนักมาทั้งวันโดยไม่มีข้าวตกถึงท้องเลย นี่คือสิ่งต่อชีวิตชั้นดี‘ในโลกก่อน ฉันเคยกินสเต็กเนื้อวากิวจานละหลายพัน มาตอนนี้ต้องมากัดก้อนแป้งแข็งๆ … ชีวิตหนอชีวิต’ ซิงจื่อแค่นยิ้มเยาะตัวเองในใจ ขณะเคี้ยวหมั่นโถวช้าๆ ดวงตาดอกท้อของเธ
Read more

บทที่ 2: การเจรจากับสุนัขเฝ้าประตู

บทที่ 2: การเจรจากับสุนัขเฝ้าประตูยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.) เสียงระฆังทองเหลืองหน้าเรือนพักบ่าวไพร่ดังเหง่งหง่าง ปลุกให้เหล่าสาวใช้ระดับล่างต้องงัวเงียตื่นขึ้นมาเผชิญกับความเป็นจริงอันโหดร้ายอีกครั้งเวินซิงจื่อลืมตาขึ้นท่ามกลางความสลัว เธอไม่ได้หลับลึกนัก สัมผัสเย็นเยียบของปิ่นหยกขาวที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อแนบเนื้อ คอยเตือนสติเธอตลอดคืนถึงเดิมพันชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง เด็กสาวรีบจัดการเสื้อผ้าของตนเองให้เรียบร้อย ซ่อนสมบัติชิ้นแรกไว้ในจุดที่มิดชิดที่สุด ก่อนจะลุกขึ้นไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆสายตาของเธอลอบสังเกตชุนฮวา สาวใช้รุ่นพี่ตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าเบิกบานผิดปกติ นางแอบล้วงมือเข้าไปใต้เตียง คลำห่อผ้าไหมที่ซ่อนไว้ เมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งของวัตถุที่อยู่ด้านใน (ซึ่งซิงจื่อสลับเป็นก้อนหินเรียบร้อยแล้ว) ชุนฮวาก็ลอบยิ้มมุมปากอย่างมาดหมาย แล้วรีบเก็บที่นอนเตรียมตัวออกไปทำงาน‘รีบไปเถอะพี่สาว... หวังว่าตอนที่ท่านเปิดห่อผ้าออกดูหน้าเถ้าแก่โรงรับจำนำ คงจะไม่ช็อกจนหน้ามืดไปเสียก่อนนะ’ ซิงจื่อแค่นยิ้มในใจหน้าที่ของซิงจื่อในช่วงเช้าคือการรวบรวมขี้เถ้าจากเตาผิงและเศษขยะมูลฝอยจากเรือนซักล้าง นำใส่รถ
Read more

บทที่ 3: ละครฉากใหญ่ในเรือนซักล้าง

บทที่ 3: ละครฉากใหญ่ในเรือนซักล้างทันทีที่เสียงแผดร้องของชุนฮวาดังแว่วมาตามลม สมองของเวินซิงจื่อที่เคยเป็นถึงนักเจรจาระดับหัวกะทิก็ประมวลผลสถานการณ์ล่วงหน้าไปแล้วถึงสิบก้าวแปดตำลึงเงินในแขนเสื้อตอนนี้ไม่ใช่โชคลาภ แต่เป็น ‘ตั๋วสู่ปรโลก’สำหรับสาวใช้ระดับล่างที่ได้เบี้ยหวัดเดือนละไม่กี่ร้อยอีแปะ การมีเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ติดตัว หากถูกค้นเจอ ย่อมไม่พ้นถูกยัดข้อหาขโมยของเจ้านายอย่างไม่ต้องสงสัย เธอไม่โง่พอที่จะหอบเงินเดินดุ่มๆ เข้าไปในดงงูพิษที่กำลังแตกตื่นหรอกร่างบางรีบหักเลี้ยวรถเข็นไม้หลบเข้าไปทางด้านหลังของ ‘เรือนต้มน้ำ’ ซึ่งเป็นมุมอับสายตา ซิงจื่อกวาดสายตามองหาที่ซ่อนชั่วคราวอย่างรวดเร็ว สายตาไปสะดุดเข้ากับกองฟืนและเตาต้มน้ำเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เธอย่อตัวลง ดึงอิฐก้อนหนึ่งที่หลุดร่อนออกจากฐานเตา ซุกก้อนเงินแปดตำลึงเข้าไปในช่องว่างนั้นอย่างระมัดระวัง แล้วโกยเอาขี้เถ้าและเศษดินดำๆ มากลบปิดทับจนเนียนสนิทเมื่อจัดการลบร่องรอยที่มือเรียบร้อย เธอจึงสูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้กลายเป็นสาวใช้ผู้ตื่นตระหนกและหวาดกลัว ก่อนจะสาวเท้าวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในลานเรือนซักล้างสภาพภายในเรือนนอนเตาผิง
Read more

บทที่ 4: เส้นทางสายสุนัขลอดและโลกใบใหม่

บทที่ 4: เส้นทางสายสุนัขลอดและโลกใบใหม่ยามห้าย (21.00 - 22.59 น.) ราตรีสวัสดิ์ทอดตัวปกคลุมจวนตระกูลป่ายจนมืดมิด มีเพียงแสงจากโคมกระดาษที่แขวนอยู่ตามระเบียงทางเดินของเรือนเจ้านายเท่านั้นที่ยังคงสว่างไสว ทว่าในซอกหลืบของเรือนบ่าวไพร่ ทุกอย่างกลับจมดิ่งอยู่ในความเงียบงันและหนาวเหน็บเมื่อแน่ใจว่าเสียงลมหายใจของทุกคนในเรือนนอนเตาผิงราบเรียบสม่ำเสมอ เวินซิงจื่อก็ขยับตัวลุกขึ้น นางสวมเสื้อคลุมตัวเก่าที่บางเฉียบทับอีกชั้น แม้จะไม่อาจกันลมหนาวได้มากนัก แต่มันก็พรางตัวนางให้กลืนไปกับความมืดได้เป็นอย่างดีร่างบางลอบเร้นกายออกจากเรือนนอน ย่องฝีเท้าผ่านเรือนต้มน้ำไปยังมุมอับสายตาที่นางฝังเงินเอาไว้เมื่อตอนกลางวัน ซิงจื่อใช้กิ่งไม้เขี่ยขี้เถ้าและเศษดินออกอย่างระมัดระวัง หยิบเอาก้อนเงินหยวนเป่าจำนวนแปดตำลึงออกมาปัดฝุ่นผง แล้วซุกมันกลับเข้าไปในสาบเสื้อลึกสุดแนบกับผิวเนื้อ ความเย็นเยียบของก้อนเงินไม่ได้ทำให้นางหนาวสั่น แต่มันกลับเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่โหมกระพือความหวังในการเอาชีวิตรอดเป้าหมายคืนนี้มีสองอย่าง... หนึ่งคือเก็บหนี้ก้อนสุดท้ายจากตาเฒ่าโก่ว และสองคือหาทางออกจากจวนนรกแห่งนี้!ซิงจื่ออาศัยควา
Read more

บทที่ 5: การประเมินราคาที่ไม่มีสิ่งของ

บทที่ 5: การประเมินราคาที่ไม่มีสิ่งของเสียงไม้บานประตูหนักอึ้งเสียดสีกับบานพับเหล็กดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู เมื่อเวินซิงจื่อออกแรงผลักประตูโรงรับจำนำตระกูลม่อเข้าไปทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู บรรยากาศภายในก็ราวกับตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง กลิ่นอับชื้นและคาวเลือดของตลาดมืดถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมของไม้จันทน์และกำยานชั้นดี แสงสว่างภายในไม่ได้มาจากคบเพลิงหยาบกระด้าง แต่มาจากไข่มุกราตรีเม็ดเขื่องที่ฝังอยู่ตามมุมเสา สาดแสงสีนวลตาให้เห็นการตกแต่งที่หรูหราทว่าแฝงไปด้วยความน่าเกรงขามเบื้องหน้าของนางคือ โต๊ะยาวไม้ซื่อถาน’ (ไม้เนื้อแข็งราคาสูง) ที่ถูกตีขึ้นสูงตระหง่านระดับอก มันเป็นความจงใจตามแบบฉบับของโรงรับจำนำโบราณ เพื่อกดข่มผู้มาเยือนให้รู้สึกต่ำต้อยและต้องเงยหน้าขึ้นมองผู้ประเมินราคาหลังลูกกรงไม้เหล็กที่กั้นอยู่เหนือโต๊ะยาว ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมสวมชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มกำลังยืนก้มหน้าดีดลูกคิดในมืออย่างรวดเร็ว เสียงลูกคิดกระทบกันดังแต๊กๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขาคือ ‘หลงจู๊เฉียน’ ผู้ดูแลคลังด้านหน้าของโรงรับจำนำแห่งนี้"ที่นี่ไม่รับซื้อเศษผ้าขี้ริ้วหรือของโจรไร้ราคา หากเจ้าหลงทางก็จงหันหล
Read more

บทที่ 6: ความลับของเรือนชั้นใน

บทที่ 6: ความลับของเรือนชั้นในยามโฉ่ว (01.00 - 02.59 น.) อากาศหนาวเหน็บจนน้ำค้างบนยอดหญ้าจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งเวินซิงจื่อมุดลอดช่องสุนัขกลับเข้ามาในเขตจวนตระกูลป่ายอย่างทุลักทุเล เสื้อคลุมตัวนอกเปื้อนโคลนและมีรอยขาดเพิ่มขึ้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่นางสนใจ มือเล็กสอดเข้าไปในอกเสื้อ สัมผัสกับตั๋วเงินมูลค่าหนึ่งร้อยตำลึงและป้ายหยกดำที่แผ่ไอเย็นเยียบ ความรู้สึกเหล่านั้นช่วยย้ำเตือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงรับจำนำตระกูลม่อไม่ใช่ความฝันนางลัดเลาะกลับมายังเรือนต้มน้ำร้างด้านหลังลานซักล้างอย่างเงียบเชียบ ทว่าครั้งนี้นางไม่ได้นำตั๋วเงินและป้ายหยกดำไปซ่อนไว้ในเตาอิฐเก่าเหมือนก้อนเงินหยวนเป่า สิ่งของมีค่าระดับนี้หากโดนความชื้นหรือหนูแทะคงจบสิ้นกันซิงจื่อล้วงเข็มและด้ายที่แอบจิ๊กมาจากตะกร้าของป้าหลิวเมื่อตอนกลางวัน จัดการเลาะตะเข็บซับในของ ‘เอี้ยมบังทรง’ (ชุดชั้นในโบราณ) ตัวที่เก่าที่สุดของนางออก ซุกตั๋วเงินพับเล็กๆ และป้ายหยกดำเข้าไป ก่อนจะเย็บปิดทับอย่างประณีตและแน่นหนาที่สุด แนบชิดติดกับผิวเนื้อตรงหน้าอก... สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดคือสถานที่ที่ไม่มีใครกล้าค้นหลังจากจัดการซ่อนสมบัติเรียบร้อย นา
Read more

บทที่ 7: อานุภาพของป้ายหยกดำและตัวอย่างสินค้า

บทที่ 7: อานุภาพของป้ายหยกดำและตัวอย่างสินค้ายามห้าย (21.00 - 22.59 น.) เสียงเคาะเกราะไม้ของเวรยามดังแว่วมาจากที่ไกลๆ เวินซิงจื่อในชุดเสื้อคลุมสีเข้มตัวเดิมมุดลอดผ่านช่องสุนัขใต้กำแพงจวนออกมาได้อย่างคล่องแคล่วกว่าเมื่อคืน คืนนี้นางพกเงินสดติดตัวมาเพียงสิบตำลึงเงิน ส่วนเงินที่เหลือและตั๋วเงินร้อยตำลึงยังคงถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนใต้ชั้นกางเกงและเอี้ยมบังทรงเป้าหมายของนางในคืนนี้ไม่ใช่โรงรับจำนำตระกูลม่อ แต่เป็น ‘หอโอสถร้อยวิถี’ ร้านขายยาสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเขตตลาดมืด ซึ่งตามข้อมูลที่นางแอบสืบมาจากพวกบ่าวไพร่ หอโอสถแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในเครือข่ายการค้าของตระกูลม่อเช่นกันเมื่อก้าวเข้าสู่เขตตลาดมืด ซิงจื่อดึงฮูดขึ้นคลุมศีรษะ เดินลัดเลาะผ่านฝูงชนที่พลุกพล่านกว่าเมื่อคืน ไม่นานนางก็มาหยุดอยู่หน้าร้านขายยาขนาดใหญ่สามคูหา กลิ่นสมุนไพรฉุนกึกผสมกับกลิ่นหอมเย็นๆ ลอยมาเตะจมูกภายในร้านมีลูกค้าประปราย เถ้าแก่ร่างผอมสูงท่าทางเจ้าเล่ห์กำลังยืนใช้ตาชั่งทองเหลืองชั่งสมุนไพรอยู่หลังเคาน์เตอร์ เมื่อเห็นซิงจื่อในสภาพเสื้อผ้าซอมซ่อเดินเข้ามา เขาก็เพียงแค่ปรายตามองด้วยหางตา"ยารักษาโรคหัด สมุนไพรแก้ฟกช้ำ
Read more

บทที่ 8: เหยื่อติดเบ็ดและปาฏิหาริย์ข้ามคืน

บทที่ 8: เหยื่อติดเบ็ดและปาฏิหาริย์ข้ามคืนยามเซิน (15.00 - 16.59 น.) ณ ห้องพักส่วนตัวของชุ่ยเอ๋อร์สาวใช้คนสนิทของคุณหนูใหญ่กระแทกประตูปิดลงอย่างหัวเสีย วันนี้นางเพิ่งถูกป่ายหว่านหรงปาถ้วยชาใส่จนหน้าผากแตกเป็นแผลซิบๆ โทษฐานที่หมอหลวงคนใหม่ก็ยังไม่สามารถรักษารอยแดงบนใบหน้าได้ ซ้ำร้ายตุ่มสิวหนองยังอักเสบเพิ่มขึ้นจนคุณหนูใหญ่กรี๊ดลั่นเรือน"โอ๊ย! ข้าจะบ้าตายอยู่แล้ว! ถ้าหน้ายังไม่หายก่อนงานเลี้ยงบุปผาแดง ข้าคงโดนโบยจนหลังลายแน่!" ชุ่ยเอ๋อร์บ่นกระปอดกระแปดขณะเดินไปหยิบตะกร้าผ้าของตนเองเพื่อจะเปลี่ยนชุดทว่าทันทีที่นางหยิบเสื้อคลุมตัวบนออก สายตาก็ปะทะเข้ากับโหลกระเบื้องเคลือบสีหยกใบเล็กจิ๋ว และเศษกระดาษที่ถูกผูกติดไว้ชุ่ยเอ๋อร์ขมวดคิ้ว ขยับเข้าไปใกล้แสงสว่างเพื่ออ่านข้อความบนกระดาษ เมื่อสายตาไล่ตามตัวอักษรที่ตวัดอย่างทรงพลัง ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนจากความงุนงง เป็นความตกตะลึง และกลายเป็นความโกรธเกรี้ยวในที่สุด"ห้าสิบตำลึงเงิน! ปล้นกันชัดๆ! ใครมันบังอาจเอาของพรรค์นี้มาซ่อนไว้ในตะกร้าข้า!"นางเตรียมจะปาโหลกระเบื้องนั้นทิ้งลงพื้น แต่สัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอดกลับหยุดมือของนางไว้ ชุ่ยเอ๋อร์ค่
Read more

บทที่ 9: การร่วมทุนกับหมาป่าในเงามืด

บทที่ 9: การร่วมทุนกับหมาป่าในเงามืดข่าวลือเรื่อง ‘ยาเทวดา’ ของคุณหนูใหญ่แพร่สะพัดไปทั่วจวนตระกูลป่ายอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่งเพียงข้ามคืน รอยแดงและตุ่มหนองบนใบหน้างดงามของป่ายหว่านหรงก็ยุบลงไปกว่าครึ่ง คุณหนูใหญ่อารมณ์ดีจนตกรางวัลให้บ่าวไพร่ในเรือนหมู่ตานกันถ้วนหน้า ชุ่ยเอ๋อร์เดินเชิดหน้าชูตาประหนึ่งเป็นวีรสตรีผู้กอบกู้สถานการณ์ แม้ในใจจะแอบลอบกลืนเลือดเมื่อนึกถึงเงินเก็บยี่สิบตำลึงที่หายวับไปกับตาก็ตามเวินซิงจื่อก้มหน้าก้มตาซักผ้าอยู่มุมหนึ่งของลานซักล้าง ลอบฟังบทสนทนาของเหล่าสาวใช้ที่กำลังตื่นเต้นกับข่าวนี้ด้วยรอยยิ้มบางเบา‘โอสถพอกหน้าสูตรชาเขียวผสมไข่มุกหิมะ สรรพคุณเร่งการผลัดเซลล์ผิวและลดการอักเสบขั้นสุด... ของมันแน่อยู่แล้ว’ นางคิดในใจทว่าเงินห้าสิบตำลึงจากชุ่ยเอ๋อร์ เป็นเพียง ‘เงินก้อนเดียว’ การจะสูบเลือดสูบเนื้อจากสาวใช้คนสนิทต่อไปเรื่อยๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะชุ่ยเอ๋อร์หมดตัวแล้ว และคุณหนูใหญ่ก็คงไม่ยอมจ่ายเงินระดับนั้นบ่อยๆ ซิงจื่อตระหนักดีว่า หากต้องการเงินถึง 500 ตำลึงเงิน (50 ตำลึงทอง) ในเวลาที่เหลืออีกเพียง 26 วัน นางต้องเปลี่ยนจาก ‘การขายปลีก’ เป็
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status