"ตัวประกอบทะลุมิติขอพลิกกระดาน"

"ตัวประกอบทะลุมิติขอพลิกกระดาน"

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-09
โดย:  มาตารดาจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
35บท
2.8Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ทะลุมิติมาเป็นสาวใช้ที่มีบทบรรยายแค่บรรทัดเดียว คือถูกโบยจนตายเพื่อเป็นแพะรับบาป! เวลาชีวิตเหลือ 30 วัน ทางรอดเดียวคือต้องใช้ 'พลังอ่านใจ' หาเงินเพื่อไถ่ตัว และยืมมือเจ้าพ่อตลาดมืดพลิกกระดานชีวิต"

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ : บรรทัดเดียวที่ชี้เป็นชี้ตาย

บทนำ : บรรทัดเดียวที่ชี้เป็นชี้ตาย

ความเย็นเยียบของน้ำในต้นยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.) แทงทะลุเข้าไปถึงกระดูก

นิ้วมือที่บวมแดงและเต็มไปด้วยรอยปริแตกจากการแช่น้ำด่างขยี้ผ้า ขยับอย่างเชื่องช้าตามสัญชาตญาณ เสียงไม้กระดานซักผ้ากระทบกันดังเป็นจังหวะสะท้อนก้องไปทั่ว ‘เรือนซักล้าง’ อันชื้นแฉะและเหม็นอับของจวนตระกูลป่าย

‘เวินซิงจื่อ’ ก้มหน้ามองเงาสะท้อนของตนเองในกะละมังไม้ซักผ้า ใบหน้าที่สะท้อนกลับมาซูบผอม ซีดเซียว และมีรอยช้ำจางๆ ที่โหนกแก้ม ดวงตาที่เคยสุกสกาวในโลกก่อน บัดนี้เหลือเพียงแววตาของคนที่กำลังถูกต้อนให้จนมุม

นี่เป็นวันที่สามแล้ว... วันที่สามนับตั้งแต่เธอตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาววัยสิบหกปีที่มีชื่อและแซ่เดียวกันกับเธอ

ตลอดสามวันที่ผ่านมา เวินซิงจื่อไม่ได้โวยวาย ไม่ได้กรีดร้องหาความจริงว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ เธอเพียงแค่ก้มหน้าทำหน้าที่ซักผ้ากองโต กัดฟันทนการทุบตีจากหัวหน้าแม่บ้าน และลอบสังเกตทุกสิ่งรอบตัวอย่างเงียบเชียบ ราวกับสัตว์เล็กๆ ที่กำลังประเมินอันตรายในป่าใหญ่

จนกระทั่งเมื่อคืนนี้เอง... ที่เศษเสี้ยวความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหลอมรวมเข้ากับความทรงจำของเธออย่างสมบูรณ์ และมันทำให้เธอค้นพบความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าการเป็นทาสรับใช้

ที่นี่ไม่ใช่แค่ยุคโบราณที่ไม่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ แต่มันคือโลกในนิยายเรื่อง ‘เล่ห์รักตำหนักบูรพา’ นิยายชิงอำนาจสุดดราม่าที่เธอเคยอ่านผ่านตาเมื่อเดือนก่อน!

หากสวรรค์ให้เธอทะลุมิติมาเป็นนางเอกผู้เก่งกาจ หรือแม้แต่นางร้ายผู้มีอำนาจล้นฟ้า อย่างน้อยเธอก็คงมีไพ่ในมือให้พอสู้กลับได้บ้าง แต่นี่อะไร...

เวินซิงจื่อหลับตาลง ภาพตัวอักษรในหน้านิยายบทที่สี่สิบห้าผุดขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน ราวกับถูกสลักไว้ด้วยมีดอาบเลือด

‘เหตุการณ์วางยาพิษในงานเลี้ยงบุปผาแดงถูกเปิดโปง ทว่าหลักฐานทั้งหมดกลับชี้ไปที่เรือนซักล้าง เวินซิงจื่อ สาวใช้ระดับล่างผู้โชคร้ายถูกลากตัวมายังลานกว้าง นางถูกทุบตีด้วยไม้พลองจนเนื้อแตก เลือดสาดกระเซ็นเปื้อนลานหิน เสียงกรีดร้องขอความเมตตาเงียบหายไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้าย... นางเป็นเพียงแพะรับบาปที่ถูกคุณหนูใหญ่ป่ายหว่านหรงเหยียบย่ำเพื่อเอาตัวรอด’

ใช่... บรรทัดเดียว... ทั้งเรื่องมีชื่อของ ‘เวินซิงจื่อ’ ปรากฏอยู่เพียงแค่บรรทัดเดียวเท่านั้น!

"นังซิงจื่อ! มัวเหม่อหาบิดาเจ้าหรืออย่างไร! ผ้ากองนั้นของฮูหยินรอง หากซักไม่เสร็จก่อนตะวันตรงหัว วันนี้เจ้าไม่ต้องกินข้าว!"

เสียงแหลมปรี๊ดของ ‘ป้าหลิว’ หญิงวัยกลางคนร่างท้วมผู้คุมเรือนซักล้างดังแหวกอากาศมาแต่ไกล ก่อนที่แส้หวายเส้นเล็กจะฟาดลงมาที่กลางหลังของเด็กสาวอย่างไม่ออมแรง

เพียะ!

"โอ๊ย!"

เวินซิงจื่อสะดุ้งสุดตัว ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนน้ำตาแทบเล็ด แต่เธอรีบก้มหน้าซ่อนแววตาแข็งกร้าวเอาไว้ แล้วแกล้งทำตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

"ขะ... ข้าจะรีบซักเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะป้าหลิว ข้าผิดไปแล้ว" เสียงของเธอสั่นเครือ แหบพร่า ฟังดูน่าสมเพชตามแบบฉบับของสาวใช้หัวอ่อน

ป้าหลิวกระชากแขนเสื้อของซิงจื่ออย่างแรงจนร่างบางแทบถลาไปข้างหน้า มือหยาบกร้านของนางบีบลงบนต้นแขนของเด็กสาวอย่างจงใจสร้างความเจ็บปวด

แต่ในเสี้ยววินาทีที่ผิวหนังของทั้งสองสัมผัสกันนั้นเอง...

[ติ๊ง!]

เสียงบางอย่างคล้ายหยดน้ำกระทบผิวน้ำดังขึ้นในโสตประสาทของเวินซิงจื่อ ตามมาด้วยเสียงกระซิบที่ดังก้องอยู่ในหัว... ซึ่งไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นเสียงความคิด!

‘นังเด็กนี่หน้าตาน่ารังเกียจชะมัด ปล่อยให้ทำงานหนักจนตายไปก็ดี แม่นมจ้าวสั่งมาแล้วว่าให้หาตัวตายตัวแทนเผื่อไว้สำหรับแผนการเดือนหน้า นังซิงจื่อนี่แหละเหมาะที่สุด ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีใครเหลียวแล ตายไปสักคนจวนนี้ก็ไม่สะเทือน’

ดวงตาของเวินซิงจื่อเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยภายใต้เส้นผมที่ปรกหน้า

พลังอ่านใจ... ตลอดสามวันที่ผ่านมา เธอเพิ่งสังเกตเห็นความผิดปกตินี้เมื่อวานซืน ทุกครั้งที่มีการสัมผัสทางกายโดยตรงกับบุคคลอื่น เธอจะได้ยินเสียงความคิดในใจของคนคนนั้น ไม่ใช่ทุกเรื่องที่คิด แต่เป็น ‘เจตนาเบื้องลึก’ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเธอในขณะนั้น

เวินซิงจื่อลอบสูดหายใจลึก ข่มความตื่นตระหนกเอาไว้ ปล่อยให้ป้าหลิวด่าทอและผลักร่างเธอจนล้มลงไปกองกับพื้นเปียกแฉะ ก่อนที่หญิงร่างท้วมจะเดินสะบัดก้นจากไป

เด็กสาวยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า น้ำเย็นเฉียบซึมผ่านเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อจนหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ แต่มันกลับทำให้สติของเธอแจ่มชัดยิ่งขึ้น

ในนิยาย งานเลี้ยงบุปผาแดงจะจัดขึ้นในอีกสามสิบวันข้างหน้า นั่นหมายความว่า... นาฬิกาทรายแห่งชีวิตของเธอได้เริ่มนับถอยหลังแล้ว

เวลาเหลือแค่ 30 วัน สถานะปัจจุบัน: ทาสเรือนซักล้างที่ไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ เงินเก็บ: ไม่มีสักอีแปะเดียว หนทางเดียวที่จะรอดพ้นจากการเป็นแพะรับบาปและเดินออกจากจวนนรกแห่งนี้ได้อย่างถูกกฎหมาย คือการจ่ายค่า ‘ไถ่ถอนสัญญาตัว’ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 50 ตำลึงทอง!

สำหรับสาวใช้ที่ได้เบี้ยหวัดเดือนละไม่ถึงครึ่งตำลึงเงิน การหาเงิน 50 ตำลึงทองในเวลา 30 วัน เป็นเรื่องที่เพ้อฝันยิ่งกว่าการปีนบันไดขึ้นไปเด็ดดาว

เวินซิงจื่อยื่นมือที่สั่นเทาและแดงก่ำลงไปในน้ำเย็นจัดอีกครั้ง คว้าเสื้อผ้าไหมเนื้อดีของฮูหยินรองขึ้นมาขยี้ ทว่าคราวนี้... มุมปากที่เคยเม้มแน่นด้วยความหวาดกลัว กลับค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน

ในโลกก่อน เธอคือคนที่ไต่เต้าจากเด็กกำพร้าข้างถนนจนกลายเป็นนักเจรจาต่อรองผู้ไร้พ่าย ในเมื่อสวรรค์ส่งเธอมาตาย พร้อมกับมอบพลังในการสอดแนมความคิดคนมาให้...

‘อยากให้ฉันเป็นแพะรับบาปงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ’

ดวงตาดอกท้อที่เคยหม่นหมอง บัดนี้ทอประกายวาวโรจน์ราวกับสัตว์ร้ายที่ตื่นจากการหลับใหล

การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด... การพลิกกระดานชะตากรรมของตัวประกอบบรรทัดเดียว... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว


แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
35
บทนำ : บรรทัดเดียวที่ชี้เป็นชี้ตาย
บทนำ : บรรทัดเดียวที่ชี้เป็นชี้ตายความเย็นเยียบของน้ำในต้นยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.) แทงทะลุเข้าไปถึงกระดูกนิ้วมือที่บวมแดงและเต็มไปด้วยรอยปริแตกจากการแช่น้ำด่างขยี้ผ้า ขยับอย่างเชื่องช้าตามสัญชาตญาณ เสียงไม้กระดานซักผ้ากระทบกันดังเป็นจังหวะสะท้อนก้องไปทั่ว ‘เรือนซักล้าง’ อันชื้นแฉะและเหม็นอับของจวนตระกูลป่าย‘เวินซิงจื่อ’ ก้มหน้ามองเงาสะท้อนของตนเองในกะละมังไม้ซักผ้า ใบหน้าที่สะท้อนกลับมาซูบผอม ซีดเซียว และมีรอยช้ำจางๆ ที่โหนกแก้ม ดวงตาที่เคยสุกสกาวในโลกก่อน บัดนี้เหลือเพียงแววตาของคนที่กำลังถูกต้อนให้จนมุมนี่เป็นวันที่สามแล้ว... วันที่สามนับตั้งแต่เธอตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาววัยสิบหกปีที่มีชื่อและแซ่เดียวกันกับเธอตลอดสามวันที่ผ่านมา เวินซิงจื่อไม่ได้โวยวาย ไม่ได้กรีดร้องหาความจริงว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ เธอเพียงแค่ก้มหน้าทำหน้าที่ซักผ้ากองโต กัดฟันทนการทุบตีจากหัวหน้าแม่บ้าน และลอบสังเกตทุกสิ่งรอบตัวอย่างเงียบเชียบ ราวกับสัตว์เล็กๆ ที่กำลังประเมินอันตรายในป่าใหญ่จนกระทั่งเมื่อคืนนี้เอง... ที่เศษเสี้ยวความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหลอมรวมเข้ากับความทรงจำของเธออย่างสมบูรณ์ และมั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1: ทุนรอนก้อนแรกจากหัวขโมย
บทที่ 1: ทุนรอนก้อนแรกจากหัวขโมยยามซวี (19.00 - 20.59 น.) ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว แทนที่ด้วยความมืดมิดและลมหนาวที่พัดกรีดผิวหนังลานซักล้างที่เคยเต็มไปด้วยเสียงจอแจบัดนี้เงียบสงัด เวินซิงจื่อลากสังขารที่หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่วกลับมายัง ‘เรือนนอนเตาผิง’ ซึ่งเป็นชื่อที่ฟังดูดีเกินจริง สำหรับห้องพักซอมซ่อที่อัดแน่นไปด้วยสาวใช้ระดับล่างกว่าสิบชีวิต กลิ่นอับชื้น เหงื่อไคล และกลิ่นดินโคลนลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้อง ซิงจื่อก็ตรงไปยังโต๊ะไม้เก่าคร่ำคร่ากลางห้อง บนนั้นมีตะกร้าสานใบเล็กที่เหลือเพียง ‘หมั่นโถวเย็นชืด’ สองลูกแข็งๆ วางทิ้งไว้ให้คนรั้งท้ายอย่างเธอเด็กสาวทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่ง คว้าหมั่นโถวที่แข็งจนแทบจะปาหัวสุนัขแตกมากัดกินอย่างไม่เกี่ยงงอน แม้รสชาติจะจืดชืดและฝืดคอจนต้องพยายามกลืนลงไปอย่างยากลำบาก แต่สำหรับร่างกายที่ทำงานหนักมาทั้งวันโดยไม่มีข้าวตกถึงท้องเลย นี่คือสิ่งต่อชีวิตชั้นดี‘ในโลกก่อน ฉันเคยกินสเต็กเนื้อวากิวจานละหลายพัน มาตอนนี้ต้องมากัดก้อนแป้งแข็งๆ … ชีวิตหนอชีวิต’ ซิงจื่อแค่นยิ้มเยาะตัวเองในใจ ขณะเคี้ยวหมั่นโถวช้าๆ ดวงตาดอกท้อของเธ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2: การเจรจากับสุนัขเฝ้าประตู
บทที่ 2: การเจรจากับสุนัขเฝ้าประตูยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.) เสียงระฆังทองเหลืองหน้าเรือนพักบ่าวไพร่ดังเหง่งหง่าง ปลุกให้เหล่าสาวใช้ระดับล่างต้องงัวเงียตื่นขึ้นมาเผชิญกับความเป็นจริงอันโหดร้ายอีกครั้งเวินซิงจื่อลืมตาขึ้นท่ามกลางความสลัว เธอไม่ได้หลับลึกนัก สัมผัสเย็นเยียบของปิ่นหยกขาวที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อแนบเนื้อ คอยเตือนสติเธอตลอดคืนถึงเดิมพันชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง เด็กสาวรีบจัดการเสื้อผ้าของตนเองให้เรียบร้อย ซ่อนสมบัติชิ้นแรกไว้ในจุดที่มิดชิดที่สุด ก่อนจะลุกขึ้นไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆสายตาของเธอลอบสังเกตชุนฮวา สาวใช้รุ่นพี่ตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าเบิกบานผิดปกติ นางแอบล้วงมือเข้าไปใต้เตียง คลำห่อผ้าไหมที่ซ่อนไว้ เมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งของวัตถุที่อยู่ด้านใน (ซึ่งซิงจื่อสลับเป็นก้อนหินเรียบร้อยแล้ว) ชุนฮวาก็ลอบยิ้มมุมปากอย่างมาดหมาย แล้วรีบเก็บที่นอนเตรียมตัวออกไปทำงาน‘รีบไปเถอะพี่สาว... หวังว่าตอนที่ท่านเปิดห่อผ้าออกดูหน้าเถ้าแก่โรงรับจำนำ คงจะไม่ช็อกจนหน้ามืดไปเสียก่อนนะ’ ซิงจื่อแค่นยิ้มในใจหน้าที่ของซิงจื่อในช่วงเช้าคือการรวบรวมขี้เถ้าจากเตาผิงและเศษขยะมูลฝอยจากเรือนซักล้าง นำใส่รถ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3: ละครฉากใหญ่ในเรือนซักล้าง
บทที่ 3: ละครฉากใหญ่ในเรือนซักล้างทันทีที่เสียงแผดร้องของชุนฮวาดังแว่วมาตามลม สมองของเวินซิงจื่อที่เคยเป็นถึงนักเจรจาระดับหัวกะทิก็ประมวลผลสถานการณ์ล่วงหน้าไปแล้วถึงสิบก้าวแปดตำลึงเงินในแขนเสื้อตอนนี้ไม่ใช่โชคลาภ แต่เป็น ‘ตั๋วสู่ปรโลก’สำหรับสาวใช้ระดับล่างที่ได้เบี้ยหวัดเดือนละไม่กี่ร้อยอีแปะ การมีเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ติดตัว หากถูกค้นเจอ ย่อมไม่พ้นถูกยัดข้อหาขโมยของเจ้านายอย่างไม่ต้องสงสัย เธอไม่โง่พอที่จะหอบเงินเดินดุ่มๆ เข้าไปในดงงูพิษที่กำลังแตกตื่นหรอกร่างบางรีบหักเลี้ยวรถเข็นไม้หลบเข้าไปทางด้านหลังของ ‘เรือนต้มน้ำ’ ซึ่งเป็นมุมอับสายตา ซิงจื่อกวาดสายตามองหาที่ซ่อนชั่วคราวอย่างรวดเร็ว สายตาไปสะดุดเข้ากับกองฟืนและเตาต้มน้ำเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เธอย่อตัวลง ดึงอิฐก้อนหนึ่งที่หลุดร่อนออกจากฐานเตา ซุกก้อนเงินแปดตำลึงเข้าไปในช่องว่างนั้นอย่างระมัดระวัง แล้วโกยเอาขี้เถ้าและเศษดินดำๆ มากลบปิดทับจนเนียนสนิทเมื่อจัดการลบร่องรอยที่มือเรียบร้อย เธอจึงสูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้กลายเป็นสาวใช้ผู้ตื่นตระหนกและหวาดกลัว ก่อนจะสาวเท้าวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในลานเรือนซักล้างสภาพภายในเรือนนอนเตาผิง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4: เส้นทางสายสุนัขลอดและโลกใบใหม่
บทที่ 4: เส้นทางสายสุนัขลอดและโลกใบใหม่ยามห้าย (21.00 - 22.59 น.) ราตรีสวัสดิ์ทอดตัวปกคลุมจวนตระกูลป่ายจนมืดมิด มีเพียงแสงจากโคมกระดาษที่แขวนอยู่ตามระเบียงทางเดินของเรือนเจ้านายเท่านั้นที่ยังคงสว่างไสว ทว่าในซอกหลืบของเรือนบ่าวไพร่ ทุกอย่างกลับจมดิ่งอยู่ในความเงียบงันและหนาวเหน็บเมื่อแน่ใจว่าเสียงลมหายใจของทุกคนในเรือนนอนเตาผิงราบเรียบสม่ำเสมอ เวินซิงจื่อก็ขยับตัวลุกขึ้น นางสวมเสื้อคลุมตัวเก่าที่บางเฉียบทับอีกชั้น แม้จะไม่อาจกันลมหนาวได้มากนัก แต่มันก็พรางตัวนางให้กลืนไปกับความมืดได้เป็นอย่างดีร่างบางลอบเร้นกายออกจากเรือนนอน ย่องฝีเท้าผ่านเรือนต้มน้ำไปยังมุมอับสายตาที่นางฝังเงินเอาไว้เมื่อตอนกลางวัน ซิงจื่อใช้กิ่งไม้เขี่ยขี้เถ้าและเศษดินออกอย่างระมัดระวัง หยิบเอาก้อนเงินหยวนเป่าจำนวนแปดตำลึงออกมาปัดฝุ่นผง แล้วซุกมันกลับเข้าไปในสาบเสื้อลึกสุดแนบกับผิวเนื้อ ความเย็นเยียบของก้อนเงินไม่ได้ทำให้นางหนาวสั่น แต่มันกลับเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่โหมกระพือความหวังในการเอาชีวิตรอดเป้าหมายคืนนี้มีสองอย่าง... หนึ่งคือเก็บหนี้ก้อนสุดท้ายจากตาเฒ่าโก่ว และสองคือหาทางออกจากจวนนรกแห่งนี้!ซิงจื่ออาศัยควา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5: การประเมินราคาที่ไม่มีสิ่งของ
บทที่ 5: การประเมินราคาที่ไม่มีสิ่งของเสียงไม้บานประตูหนักอึ้งเสียดสีกับบานพับเหล็กดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู เมื่อเวินซิงจื่อออกแรงผลักประตูโรงรับจำนำตระกูลม่อเข้าไปทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู บรรยากาศภายในก็ราวกับตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง กลิ่นอับชื้นและคาวเลือดของตลาดมืดถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมของไม้จันทน์และกำยานชั้นดี แสงสว่างภายในไม่ได้มาจากคบเพลิงหยาบกระด้าง แต่มาจากไข่มุกราตรีเม็ดเขื่องที่ฝังอยู่ตามมุมเสา สาดแสงสีนวลตาให้เห็นการตกแต่งที่หรูหราทว่าแฝงไปด้วยความน่าเกรงขามเบื้องหน้าของนางคือ โต๊ะยาวไม้ซื่อถาน’ (ไม้เนื้อแข็งราคาสูง) ที่ถูกตีขึ้นสูงตระหง่านระดับอก มันเป็นความจงใจตามแบบฉบับของโรงรับจำนำโบราณ เพื่อกดข่มผู้มาเยือนให้รู้สึกต่ำต้อยและต้องเงยหน้าขึ้นมองผู้ประเมินราคาหลังลูกกรงไม้เหล็กที่กั้นอยู่เหนือโต๊ะยาว ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมสวมชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มกำลังยืนก้มหน้าดีดลูกคิดในมืออย่างรวดเร็ว เสียงลูกคิดกระทบกันดังแต๊กๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขาคือ ‘หลงจู๊เฉียน’ ผู้ดูแลคลังด้านหน้าของโรงรับจำนำแห่งนี้"ที่นี่ไม่รับซื้อเศษผ้าขี้ริ้วหรือของโจรไร้ราคา หากเจ้าหลงทางก็จงหันหล
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6: ความลับของเรือนชั้นใน
บทที่ 6: ความลับของเรือนชั้นในยามโฉ่ว (01.00 - 02.59 น.) อากาศหนาวเหน็บจนน้ำค้างบนยอดหญ้าจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งเวินซิงจื่อมุดลอดช่องสุนัขกลับเข้ามาในเขตจวนตระกูลป่ายอย่างทุลักทุเล เสื้อคลุมตัวนอกเปื้อนโคลนและมีรอยขาดเพิ่มขึ้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่นางสนใจ มือเล็กสอดเข้าไปในอกเสื้อ สัมผัสกับตั๋วเงินมูลค่าหนึ่งร้อยตำลึงและป้ายหยกดำที่แผ่ไอเย็นเยียบ ความรู้สึกเหล่านั้นช่วยย้ำเตือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงรับจำนำตระกูลม่อไม่ใช่ความฝันนางลัดเลาะกลับมายังเรือนต้มน้ำร้างด้านหลังลานซักล้างอย่างเงียบเชียบ ทว่าครั้งนี้นางไม่ได้นำตั๋วเงินและป้ายหยกดำไปซ่อนไว้ในเตาอิฐเก่าเหมือนก้อนเงินหยวนเป่า สิ่งของมีค่าระดับนี้หากโดนความชื้นหรือหนูแทะคงจบสิ้นกันซิงจื่อล้วงเข็มและด้ายที่แอบจิ๊กมาจากตะกร้าของป้าหลิวเมื่อตอนกลางวัน จัดการเลาะตะเข็บซับในของ ‘เอี้ยมบังทรง’ (ชุดชั้นในโบราณ) ตัวที่เก่าที่สุดของนางออก ซุกตั๋วเงินพับเล็กๆ และป้ายหยกดำเข้าไป ก่อนจะเย็บปิดทับอย่างประณีตและแน่นหนาที่สุด แนบชิดติดกับผิวเนื้อตรงหน้าอก... สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดคือสถานที่ที่ไม่มีใครกล้าค้นหลังจากจัดการซ่อนสมบัติเรียบร้อย นา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7: อานุภาพของป้ายหยกดำและตัวอย่างสินค้า
บทที่ 7: อานุภาพของป้ายหยกดำและตัวอย่างสินค้ายามห้าย (21.00 - 22.59 น.) เสียงเคาะเกราะไม้ของเวรยามดังแว่วมาจากที่ไกลๆ เวินซิงจื่อในชุดเสื้อคลุมสีเข้มตัวเดิมมุดลอดผ่านช่องสุนัขใต้กำแพงจวนออกมาได้อย่างคล่องแคล่วกว่าเมื่อคืน คืนนี้นางพกเงินสดติดตัวมาเพียงสิบตำลึงเงิน ส่วนเงินที่เหลือและตั๋วเงินร้อยตำลึงยังคงถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนใต้ชั้นกางเกงและเอี้ยมบังทรงเป้าหมายของนางในคืนนี้ไม่ใช่โรงรับจำนำตระกูลม่อ แต่เป็น ‘หอโอสถร้อยวิถี’ ร้านขายยาสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเขตตลาดมืด ซึ่งตามข้อมูลที่นางแอบสืบมาจากพวกบ่าวไพร่ หอโอสถแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในเครือข่ายการค้าของตระกูลม่อเช่นกันเมื่อก้าวเข้าสู่เขตตลาดมืด ซิงจื่อดึงฮูดขึ้นคลุมศีรษะ เดินลัดเลาะผ่านฝูงชนที่พลุกพล่านกว่าเมื่อคืน ไม่นานนางก็มาหยุดอยู่หน้าร้านขายยาขนาดใหญ่สามคูหา กลิ่นสมุนไพรฉุนกึกผสมกับกลิ่นหอมเย็นๆ ลอยมาเตะจมูกภายในร้านมีลูกค้าประปราย เถ้าแก่ร่างผอมสูงท่าทางเจ้าเล่ห์กำลังยืนใช้ตาชั่งทองเหลืองชั่งสมุนไพรอยู่หลังเคาน์เตอร์ เมื่อเห็นซิงจื่อในสภาพเสื้อผ้าซอมซ่อเดินเข้ามา เขาก็เพียงแค่ปรายตามองด้วยหางตา"ยารักษาโรคหัด สมุนไพรแก้ฟกช้ำ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8: เหยื่อติดเบ็ดและปาฏิหาริย์ข้ามคืน
บทที่ 8: เหยื่อติดเบ็ดและปาฏิหาริย์ข้ามคืนยามเซิน (15.00 - 16.59 น.) ณ ห้องพักส่วนตัวของชุ่ยเอ๋อร์สาวใช้คนสนิทของคุณหนูใหญ่กระแทกประตูปิดลงอย่างหัวเสีย วันนี้นางเพิ่งถูกป่ายหว่านหรงปาถ้วยชาใส่จนหน้าผากแตกเป็นแผลซิบๆ โทษฐานที่หมอหลวงคนใหม่ก็ยังไม่สามารถรักษารอยแดงบนใบหน้าได้ ซ้ำร้ายตุ่มสิวหนองยังอักเสบเพิ่มขึ้นจนคุณหนูใหญ่กรี๊ดลั่นเรือน"โอ๊ย! ข้าจะบ้าตายอยู่แล้ว! ถ้าหน้ายังไม่หายก่อนงานเลี้ยงบุปผาแดง ข้าคงโดนโบยจนหลังลายแน่!" ชุ่ยเอ๋อร์บ่นกระปอดกระแปดขณะเดินไปหยิบตะกร้าผ้าของตนเองเพื่อจะเปลี่ยนชุดทว่าทันทีที่นางหยิบเสื้อคลุมตัวบนออก สายตาก็ปะทะเข้ากับโหลกระเบื้องเคลือบสีหยกใบเล็กจิ๋ว และเศษกระดาษที่ถูกผูกติดไว้ชุ่ยเอ๋อร์ขมวดคิ้ว ขยับเข้าไปใกล้แสงสว่างเพื่ออ่านข้อความบนกระดาษ เมื่อสายตาไล่ตามตัวอักษรที่ตวัดอย่างทรงพลัง ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนจากความงุนงง เป็นความตกตะลึง และกลายเป็นความโกรธเกรี้ยวในที่สุด"ห้าสิบตำลึงเงิน! ปล้นกันชัดๆ! ใครมันบังอาจเอาของพรรค์นี้มาซ่อนไว้ในตะกร้าข้า!"นางเตรียมจะปาโหลกระเบื้องนั้นทิ้งลงพื้น แต่สัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอดกลับหยุดมือของนางไว้ ชุ่ยเอ๋อร์ค่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9: การร่วมทุนกับหมาป่าในเงามืด
บทที่ 9: การร่วมทุนกับหมาป่าในเงามืดข่าวลือเรื่อง ‘ยาเทวดา’ ของคุณหนูใหญ่แพร่สะพัดไปทั่วจวนตระกูลป่ายอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่งเพียงข้ามคืน รอยแดงและตุ่มหนองบนใบหน้างดงามของป่ายหว่านหรงก็ยุบลงไปกว่าครึ่ง คุณหนูใหญ่อารมณ์ดีจนตกรางวัลให้บ่าวไพร่ในเรือนหมู่ตานกันถ้วนหน้า ชุ่ยเอ๋อร์เดินเชิดหน้าชูตาประหนึ่งเป็นวีรสตรีผู้กอบกู้สถานการณ์ แม้ในใจจะแอบลอบกลืนเลือดเมื่อนึกถึงเงินเก็บยี่สิบตำลึงที่หายวับไปกับตาก็ตามเวินซิงจื่อก้มหน้าก้มตาซักผ้าอยู่มุมหนึ่งของลานซักล้าง ลอบฟังบทสนทนาของเหล่าสาวใช้ที่กำลังตื่นเต้นกับข่าวนี้ด้วยรอยยิ้มบางเบา‘โอสถพอกหน้าสูตรชาเขียวผสมไข่มุกหิมะ สรรพคุณเร่งการผลัดเซลล์ผิวและลดการอักเสบขั้นสุด... ของมันแน่อยู่แล้ว’ นางคิดในใจทว่าเงินห้าสิบตำลึงจากชุ่ยเอ๋อร์ เป็นเพียง ‘เงินก้อนเดียว’ การจะสูบเลือดสูบเนื้อจากสาวใช้คนสนิทต่อไปเรื่อยๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะชุ่ยเอ๋อร์หมดตัวแล้ว และคุณหนูใหญ่ก็คงไม่ยอมจ่ายเงินระดับนั้นบ่อยๆ ซิงจื่อตระหนักดีว่า หากต้องการเงินถึง 500 ตำลึงเงิน (50 ตำลึงทอง) ในเวลาที่เหลืออีกเพียง 26 วัน นางต้องเปลี่ยนจาก ‘การขายปลีก’ เป็
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status