Masukทะลุมิติมาเป็นสาวใช้ที่มีบทบรรยายแค่บรรทัดเดียว คือถูกโบยจนตายเพื่อเป็นแพะรับบาป! เวลาชีวิตเหลือ 30 วัน ทางรอดเดียวคือต้องใช้ 'พลังอ่านใจ' หาเงินเพื่อไถ่ตัว และยืมมือเจ้าพ่อตลาดมืดพลิกกระดานชีวิต"
Lihat lebih banyakตอนพิเศษ 2: คำทำนายแห่งดวงดาว และทายาทแห่งซิงจวินสามเดือนหลังจากการจัดงานวิวาห์ที่สั่นสะเทือนไปทั้งเมืองหลวง อาณาจักรการค้าของหอซิงจวินก็ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ไม่เพียงแต่ผูกขาดสินค้าความงาม แต่ยังครอบคลุมไปถึงเส้นทางขนส่งทางน้ำและโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ทั่วแคว้นใต้ยามโหย่ว (17.00 - 18.59 น.) ในวันเทศกาลโคมไฟ ถนนสายหลักของเมืองหลวงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ออกมาเฉลิมฉลอง แสงจากโคมกระดาษนับพันดวงสาดส่องให้ค่ำคืนนี้สว่างไสวราวกับกลางวันท่ามกลางฝูงชน มีร่างของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่พรางตัวด้วยเสื้อคลุมเรียบง่าย แต่ไม่อาจปิดบังรัศมีอันโดดเด่นได้ เวินซิงจื่อในชุดกระโปรงสีพีชอ่อนกำลังถือไม้เสียบถังหูลู่ (ผลไม้เคลือบน้ำตาล) เคี้ยวอย่างอารมณ์ดี โดยมีม่อจวินเยวียนในชุดสีเข้มคอยเดินซ้อนอยู่ด้านหลัง แขนแกร่งคอยโอบกันไม่ให้ผู้คนเบียดเบียนภรรยาของตน"อาเยวียน ข้าอยากกินขนมจีบร้านนั้น ท่านไปซื้อให้ข้าหน่อยสิ" ซิงจื่อชี้ไม้ถังหูลู่ไปยังร้านรถเข็นที่คิวยาวเหยียดม่อจวินเยวียนถอนหายใจอย่างอ่อนใจ แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความตามใจขั้นสุด "รอข้าอยู่ตรงนี้ ห้ามเดินไ
ตอนพิเศษ 1: วิวาห์สะท้านแคว้น และค่ำคืนแห่งการควบรวมกิจการสายลมต้นฤดูเหมันต์พัดความเย็นเยียบมาเยือนเมืองหลวงอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศ ณ ถนนตลาดตะวันออกกลับร้อนระอุและคึกคักยิ่งกว่าเทศกาลใดๆ ในรอบสิบปีโคมไฟสีแดงมงคลถูกแขวนประดับตลอดสองข้างทางทอดยาวไปจนถึงหน้า ‘หอการค้าซิงจวิน’ ซึ่งบัดนี้ได้ควบรวมตึกฝั่งตรงข้ามจนกลายเป็นอาณาจักรการค้าที่ยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดในเมืองหลวงวันนี้คือวันมงคลสมรสของ ‘เวินซิงจื่อ’ ประธานหอการค้าผู้มั่งคั่ง และ ‘ม่อจวินเยวียน’ อดีตเจ้าพ่อตลาดมืดที่บัดนี้ล้างมือในอ่างทองคำ ขึ้นมาเป็นคหบดีใหญ่เคียงข้างภรรยายามซื่อ (09.00 - 10.59 น.) ณ ห้องแต่งตัวชั้นบนสุดของหอการค้าเวินซิงจื่อในชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงปักลวดลายหงส์สยายปีกด้วยดิ้นทองคำแท้ กำลังนั่งให้เสี่ยวลี่และสาวใช้อีกสามคนช่วยกันประดับปิ่นมุกและมงกุฎทองคำลงบนเรือนผม ริมฝีปากที่ถูกแต้มด้วยชาดสีสดคลี่ยิ้มบางๆ เมื่อมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกบานใหญ่"นายหญิงงดงามเหลือเกินเจ้าค่ะ" เสี่ยวลี่เอ่ยชมด้วยดวงตาเ
บทที่ 32: หมากรุกกระดานสุดท้าย(จบบริบูรณ์)ยามจื่อ (23.00 - 00.59 น.) ณ ตำหนักคุนหนิงอันเงียบเหงากลิ่นยาต้มขมปร่าลอยคลุ้งไปทั่วห้องบรรทม ฮองเฮาค่อยๆ ลืมพระเนตรขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่าง พระอุระยังคงอึดอัดราวกับมีหินก้อนใหญ่ทับไว้ ภาพสุดท้ายที่จำได้คือพระองค์ยกถ้วยชาขึ้นดื่ม ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป"ฮองเฮา! ทรงฟื้นแล้ว!" นางกำนัลคนสนิทถลาเข้ามาคุกเข่าร่ำไห้อยู่ข้างเตียงฮองเฮาพยายามยันพระวรกายขึ้นนั่ง พระเนตรเบิกกว้างเมื่อความทรงจำกลับมา "ยาพิษ... นังเด็กนั่น... มันสลับยาพิษของข้า! หมอหลวง! หมอหลวงตรวจพบพิษในถ้วยชาหรือไม่! ข้าจะเอาผิดมัน!"หมอหลวงชราที่คุกเข่าอยู่อีกฝั่งรีบโขกศีรษะลงกับพื้นจนเลือดซิบ "ทูลฮองเฮา... กระหม่อมและหมอหลวงทั้งสำนักได้ตรวจสอบถ้วยชาและพระโลหิตของพระองค์อย่างละเอียดแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่... แต่ไม่พบร่องรอยของยาพิษใดๆ เลยพ่ะย่ะค่ะ""เป็นไปไม่ได้! ผงไร้ร่องรอยนั่นข้าสั่งคนเตรียมมาเอง..." ฮองเฮาชะงัก ชั่วขณะที่ความโกรธเกรี้ยวพุ่งปรี๊ด พระองค์ก็ตระหนักถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัวหากหมอหลวงต
บทที่ 31: เทศกาลล่าสัตว์ และศาสตร์แห่งยาพิษเจ็ดวันให้หลัง ณ อุทยานหลวงเขตพระราชฐานชั้นนอกสายลมวสันตฤดูพัดพาเอาความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกไม้ป่ามาปกคลุมลานกว้าง ทุ่งหญ้าสีเขียวขจีถูกเนรมิตให้กลายเป็นลานจัดงานเทศกาลล่าสัตว์ประจำปีอันแสนยิ่งใหญ่ กระโจมที่พักประดับด้วยธงทิวสีทองและสีแดงเรียงรายเป็นระเบียบ ทหารรักษาพระองค์สวมเกราะเต็มยศยืนรักษาการณ์อย่างเข้มงวดรถม้าของหอความงามซิงจวินค่อยๆ เคลื่อนมาเทียบที่ทางเข้าเขตพระราชฐาน เวินซิงจื่อก้าวลงจากรถม้าในชุดกระโปรงไหมสีขาวขลิบทอง เรียบหรูทว่าสง่างามไม่แพ้คุณหนูตระกูลขุนนางใหญ่ ผมยาวถูกเกล้าขึ้นประดับด้วยปิ่นหยกดำเพียงชิ้นเดียวด้านหลังของนางคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดองครักษ์สีน้ำเงินเข้ม แม้จะสวมหมวกปีกกว้างกดต่ำเพื่อพรางใบหน้า แต่กลิ่นอายความเย็นชาและแผงอกกว้างที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม ก็ทำให้เหล่านางกำนัลที่เดินผ่านไปมาต้องลอบชะม้ายตามอง"อาเยวียน... ข้าบอกให้ท่านเดินค้อมหลังลงนิดหนึ่งอย่างไรเล่า ท่านเดินยืดอกผ่าเผยราวกับเป็นแม่ทัพมาตรวจพลเช่นนี้ เดี๋ยวก็ถูกจับได้หรอกว่าไม่ใช่ข้ารับใ
บทที่ 5: การประเมินราคาที่ไม่มีสิ่งของเสียงไม้บานประตูหนักอึ้งเสียดสีกับบานพับเหล็กดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู เมื่อเวินซิงจื่อออกแรงผลักประตูโรงรับจำนำตระกูลม่อเข้าไปทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู บรรยากาศภายในก็ราวกับตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง กลิ่นอับชื้นและคาวเลือดของตลาดมืดถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมของ
บทที่ 4: เส้นทางสายสุนัขลอดและโลกใบใหม่ยามห้าย (21.00 - 22.59 น.) ราตรีสวัสดิ์ทอดตัวปกคลุมจวนตระกูลป่ายจนมืดมิด มีเพียงแสงจากโคมกระดาษที่แขวนอยู่ตามระเบียงทางเดินของเรือนเจ้านายเท่านั้นที่ยังคงสว่างไสว ทว่าในซอกหลืบของเรือนบ่าวไพร่ ทุกอย่างกลับจมดิ่งอยู่ในความเงียบงันและหนาวเหน็บเมื่อแน่ใจว่าเสีย
บทที่ 1: ทุนรอนก้อนแรกจากหัวขโมยยามซวี (19.00 - 20.59 น.) ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว แทนที่ด้วยความมืดมิดและลมหนาวที่พัดกรีดผิวหนังลานซักล้างที่เคยเต็มไปด้วยเสียงจอแจบัดนี้เงียบสงัด เวินซิงจื่อลากสังขารที่หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่วกลับมายัง ‘เรือนนอนเตาผิง’ ซึ่งเป็นชื่อที่ฟังดูดีเกินจริง
บทนำ : บรรทัดเดียวที่ชี้เป็นชี้ตายความเย็นเยียบของน้ำในต้นยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.) แทงทะลุเข้าไปถึงกระดูกนิ้วมือที่บวมแดงและเต็มไปด้วยรอยปริแตกจากการแช่น้ำด่างขยี้ผ้า ขยับอย่างเชื่องช้าตามสัญชาตญาณ เสียงไม้กระดานซักผ้ากระทบกันดังเป็นจังหวะสะท้อนก้องไปทั่ว ‘เรือนซักล้าง’ อันชื้นแฉะและเหม็นอับขอ





