All Chapters of ฟาดรักนายน้อยตระกูลเฟิง: Chapter 11 - Chapter 20

35 Chapters

11.อ่อยขั้นสูง

ความเงียบสงัดยามค่ำคืนในสำนักมักจะเป็นอุปสรรคต่อคนรักสนุกเสมอ แต่ไม่ใช่กับเฟิงหลิงฉี คุณชายน้อยจากตระกูลเฟิงผู้มีใบหน้าประหนึ่งสลักจากหยก แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ ร่างโปร่งในชุดศิษย์สายนอกลอบเร้นกายผ่านเงาไม้ มุ่งหน้าสู่เรือนพักสันโดษของอาจารย์อวี้หาญ บุรุษหนุ่มผู้เคร่งครัดที่หลิงฉีแอบเล็งเอาไว้ทั้งในฐานะศิษย์และ อย่างอื่น"ข้าว่าข้าตาไม่ฝาดแน่ๆ วันก่อนเห็นท่านอาจารย์ยกไหดินเผาลายเมฆาเข้าไปในห้องตำรา กลิ่นหอมฟุ้งนั่นมันสุราลืมพันปีชัดๆ!"หลิงฉีพึมพำกับตัวเองขณะหย่อนเท้าลงบนระเบียงไม้เงียบกริบ เขาใช้ทักษะตัวเบามาใช้ขโมยของ แอบมุดเข้าทางหน้าต่างห้องตำรา และเพียงไม่นาน นิ้วเรียวก็คลำไปเจอไหเหล้าที่ถูกซ่อนไว้หลังชั้นหนังสือชั้นล่างสุด"เจอตัวแล้ว" หลิงฉีแย้มยิ้มคว้าไหสุราขึ้นมา ก่อนกอดไว้อย่างผู้ชนะ"ขโมยของพี่ชายข้านี่... โทษหนักถึงขั้นต้องโบยเชียวนะคุณชายน้อย"หลิงฉีสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำไหเหล้าหลุดมือ เขาหันขวับไปตามเสียงหวานใสที่เจือความขี้เล่น ร่างที่นั่งกอดอกพิงขอบประตูอยู่คือดรุณีในชุดสีฟ้าคราม ใบหน้าของนางมีความคล้ายคลึงกับอวี้หาญถึงเจ็ดส่วน หากแต่ดวงตาคู่นั้นดูซุกซนแ
Read more

12.ขัดเกลานิสัยหรือจะสู้ขัดใจข้า!

"หุบปาก!" อวี้เทียนหรงตวาดลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น เขามองหลิงฉีด้วยสายตาเหยียดหยาม "เจ้าเด็กชั้นต่ำ! กล้าดีอย่างไรมาทำตัวสำส่อนในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะสั่งตัดลิ้นเจ้า!" หลิงฉีตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวที่เพิ่งเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก เขาเหลือบมองอวี้หาญที่ยังคงคุกเข่านิ่งไม่ไหวติง ก่อนจะรีบวิ่งหนีออกไปจากหอตำราตามคำสั่งเมื่อเหลือเพียงพ่อลูก อวี้เทียนหรงก็พุ่งเข้าไปตบหน้าอวี้หาญจนใบหน้าคมคร้ามหันไปตามแรงฝ่ามือ "เจ้ามันเดรัจฉาน! เจ้าเป็นถึงเจ้าสำนัก เป็นหน้าตาของตระกูลอวี้ แต่กลับมามั่วสุมกับศิษย์ชายต่ำต้อย! เจ้าคิดจะทำให้สำนักวิถีวารีสงบที่บรรพชนสร้างมาด้วยเลือดต้องมัวหมองในมือเจ้างั้นรึ!""ข้าผิดไปแล้ว ท่านพ่อ" อวี้หาญกล่าวเสียงสั่น ทว่าแววตายังแฝงไปด้วยความเจ็บปวด "ผิดงั้นรึ? คำว่าผิดของเจ้ามันน้อยไป!" อวี้เทียนหรงคำราม "ในฐานะที่เจ้าละเมิดกฎเหล็กของสำนัก และทำให้เกียรติของตำแหน่งเจ้าสำนักเสื่อมเสีย ข้าจะลงโทษเจ้าด้วยทัณฑ์วารีเยือกแข็ง..เจ้าจงแช่ตัวในบ่อน้ำเย็นใต้หุบเขาเป็นเวลาสามวันสามคืน พร้อมรับการโบยจากแส้หนามอีกสามสิบที
Read more

13.บททดสอบที่ไร้ความปรานี

ท่ามกลางม่านหมอกสลัวที่ปกคลุมยอดเขา ทั่วหุบเขาสำนักวิถีวารีสงบเยือกเย็น และตอกย้ำถึงกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดที่ไม่มีผู้ใดล่วงละเมิดได้ ทว่าสำหรับเฟิงหลิงฉี มันคือสัญญาณแห่งนรกที่คืบคลานเข้ามาหาเขาทุกเช้าวันใหม่บนลานหินกว้างที่ขนาบข้างด้วยหน้าผาสูงชัน ร่างโปร่งในชุดศิษย์สำนักสีขาวสะอาดตาบัดนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อจนผ้าเนื้อหยาบแนบไปกับแผ่นหลังบาง เขาจำต้องแบกถังน้ำไม้ขนาดใหญ่สองข้างด้วยคานไม้ไผ่ ยืนหยัดอยู่บนหลักไม้เตี้ยๆ เพียงขาเดียว ท่ามกลางลมหนาวที่พัดกรรโชกบาดผิว“หลังตรง! จิตจดจ่ออยู่กับลมหายใจ มิใช่จดจ่ออยู่กับความเหนื่อยยาก”น้ำเสียงเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกดังมาจากเบื้องหลัง อาจารย์อวี้หาญ ปรากฏกายในชุดคลุมสีครามเข้ม ใบหน้าที่เคยซีดเซียวจากการรับบทลงโทษเมื่อสองวันก่อน บัดนี้กลับมานิ่งสนิทราวกับรูปสลักหินหยก แม้ร่องรอยความอ่อนล้าจะยังหลงเหลืออยู่ในดวงตาที่ลึกโพลน แต่ตบะบารมีที่แผ่ออกมากลับเข้มข้นและกดดันยิ่งกว่าเดิมเพียงสองวันเท่านั้นที่อวี้หาญใช้ในการฝืนสังขารพักฟื้นจากทัณฑ์ทรมานที่ได้รับเพราะลูกศิษย์ตัวแสบเป็นต้นเหตุ ในใจของเขานั้นสลักไว้อย่างแน่วแน่ ภาระหน้าที่ขัดเกลาหยกดิบอย่างเฟิง
Read more

14.อัคคีพ่ายธารา

เสียงปะทะของปราณอัคคีอันร้อนระอุกับปราณวารีที่เยือกเย็นดังกึกก้องไปทั่วลานฝึกหินศิลา เปลวเพลิงสีแดงฉานจากฝ่ามือของฉินเยว่ พุ่งทะยานเข้าใส่ราวกับมังกรคลุ้มคลั่ง หวังจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางกั้นระหว่างเขากับของรักที่หมายตาไว้ ทว่าอวี้หาญกลับยืนหยัดมั่นคงดุจขุนเขาที่ไม่มีวันทลาย กระบี่ไม้ในมือของเขาเคลื่อนไหวเป็นวงกลม พลิ้วไหวราวกับสายน้ำที่ไร้รูปร่าง แต่กลับสลายพลังทำลายล้างของเจ้าเมืองหนุ่มได้อย่างหมดจด“เจ้าเมืองฉิน ร่างกายข้าอาจจะยังไม่สมบูรณ์ แต่ตบะแห่งวารีสงบมิใช่สิ่งที่คนเขลาจะดูหมิ่นได้!” อวี้หาญประกาศก้อง ดวงตาที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้วาวโรจน์ด้วยรังสีอำนาจฉินเยว่กัดฟันกรอด ความหงุดหงิดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เขาถนัดการใช้กำลังสยบทุกสิ่ง ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับวิชาสายอ่อนสยบแข็งของอวี้หาญ กระบวนท่าที่ดุดันของเขากลับถูกย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งเขาร้อนรุ่ม ปราณในกายก็ยิ่งตีกลับจนกระอักเลือดออกมา“อึก... เจ้า!” ฉินเยว่พุ่งตัวเข้าใส่อีกครั้งด้วยโทสะที่บดบังทัศนวิสัยเปรี้ยง!อวี้หาญวาดกระบี่ไม้เพียงครั้งเดียว ปลายกระบี่กระทบเข้ากับจุดกึ่งกลางหน้าอกของฉินเยว่อย่างแม่นย
Read more

15.พยัคฆ์ร้ายขยี้หงส์

คำพูดนั้นเหมือนเข็มพิษที่ทิ่มแทงเข้าไปในใจกลางความอับอายของฉินเยว่ เส้นเลือดที่ขมับของเจ้าเมืองหนุ่มเต้นตุบๆ "เจ้า!..เจ้ากล้าดีอย่างไรมาปากดีกับข้า!""ทำไม..ข้าพูดไม่ได้รึ? คนทั่วเขาเมฆาเขารู้กันหมดแล้วว่าเจ้ามันไร้น้ำยา สู้กระบี่ไม้ของอวี้หาญยังไม่ได้ แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนมาสยบข้า!" กงลั่วหมิงเยาะเย้ยพลางตั้งท่าเตรียมต่อสู้"หุบปากซะ! ข้าจะลากตัวเจ้ามาลงทัณฑ์เดี๋ยวนี้!"ฉินเยว่ไม่พูดพล่ามทำเพลง เขาพุ่งทะยานเข้าหากงลั่วหมิงด้วยพลังปราณทั้งหมดที่มี การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การปะทะของวารีกับไฟ แต่มันคือไฟปะทะไฟที่ร้อนแรงจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว กงลั่วหมิงเองก็มีฝีมือไม่ธรรมดา เขาซัดฝ่ามือเพลิงเข้าต้านทานอย่างสุดกำลังผ่านไปสามสิบกระบวนท่า ฝุ่นคลุ้งกระจายจนมองแทบไม่เห็นร่างของคนทั้งสอง กงลั่วหมิงเริ่มหอบหายใจหนัก แม้วิชาเพลิงกัลป์ผลาญฟ้าจะร้ายกาจ แต่พื้นฐานลมปราณของฉินเยว่ที่เป็นถึงเจ้าเมืองและผ่านศึกมาโชกโชนนั้นลึกซึ้งยิ่งนัก เกินกว่าจะต้านทานไหว บวกกับความบ้าคลั่งจากความโกรธทำให้พละกำลังของฉินเยว่ดูจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณในจังหวะที่กงลั่วหมิงเซเสียหลักเพราะความเหนื่อยล้า ฉินเยว่ใช้ท่าร่างด
Read more

16.กงขังโฮ่วถิง

แสงเทียนภายในห้องทรงงานของจวนเจ้าเมืองลั่วเฟิงวูบไหวตามแรงลมที่พัดผ่านบานหน้าต่างที่เปิดกว้าง ฉินเยว่นั่งทอดกายอยู่บนตั่งไม้จันทน์หอม ในมือถือถ้วยสุราหยกขาว ทว่าสายตามิได้จดจ่ออยู่กับรสเลิศของน้ำเมาตรงหน้าแม้แต่น้อย เขากำลังจ้องมองแผนที่ที่ตั้งของสำนักวิถีวารีสงบที่กางแผ่อยู่บนโต๊ะด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์กลและความกระหายแม้จะได้ระบายโทสะกับกงลั่วหมิงไปแล้วกลางป่า ทว่านั่นเป็นเพียงการดับกระหายชั่วคราว ความปรารถนาอันรุนแรงที่มีต่อเฟิงหลิงฉี กลับยิ่งทวีคูณดุจกองไฟที่ถูกพัดโหมกระหน่ำ ยิ่งถูกอวี้หาญขัดขวาง ยิ่งถูกยอดเขาเมฆาคล้อยกั้นขวาง ฉินเยว่กลับยิ่งอยากจะกระชากหงส์ขาวตัวนั้นลงมาแปดเปื้อนในกรงทองของตนให้ได้ และต้องได้!“อาสือ.. เจ้าว่าหากพยัคฆ์ต้องการจะจับม้าป่าที่ซ่อนตัวอยู่ในขุนเขาน้ำแข็ง มันควรทำอย่างไร?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากแผนที่อาสือผู้เป็นเงาติดตามและกุนซือสายมืด กล่าวตอบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก “เรียนท่านเจ้าเมือง หากพยัคฆ์บุกเข้าไปตรงๆ ย่อมถูกกับดักและหิมะถล่มทับ วิธีที่ดีที่สุดคือการล่อ ให้ม้าป่าตัวนั้นเดินออกมานอกอาณาเขตด้วยเท้าของมันเองขอรับ”“ล่อ
Read more

17.พิโรธวารีเร้นรัก

เปลวเพลิงที่เคยหมุนวนโชติช่วงเหนืออาคารของสำนักวารีวิถีสงบค่อยๆ มอดดับลง เหลือเพียงกลุ่มควันสีเทาดำที่ลอยล่องปะปนกับสายฝนโปรยปราย เหล่าศิษย์ในชุดขาวสะอาดบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าดินปืนและหยาดเหงื่อ ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายนั้น กลับมีร่างหนึ่งที่ยืนนิ่งราวกับรูปสลักน้ำแข็งอวี้หาญเจ้าสำนักหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาปานเทพเซียน ทว่าดวงตามักจะเรียบเฉยไม่ยินดียินร้ายต่อโลก บัดนี้แววตาคู่นั้นกลับสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่นที่ปิดไม่มิด เขาไม่ได้สนใจยาสมุนไพรล้ำค่าที่ถูกไฟคลอกแม้แต่น้อย ฝีเท้าที่เคยมั่นคงกลับเร่งรีบจนแทบจะเป็นการทะยานร่างมุ่งตรงไปยังเรือนพักท้ายสำนักเรือนไม้ไผ่ที่ศิษย์แสบของเขาพักอาศัยอยู่"หลิงฉี!"อวี้หาญผลักประตูพรวดเข้าไป ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นเยียบของอากาศยามค่ำคืน เตียงนอนเรียบตึงไม่มีร่องรอยการพักผ่อน หน้าต่างบานหนึ่งเปิดอ้าให้ลมหนาวพัดเข้ามาพัดพาเอากลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยที่หลิงฉีชอบใช้ติดกายให้ฟุ้งกระจายหายไป"ท่านอาจารย์! หอตำราปลอดภัยขอรับ แต่..." เฉินคุน ศิษย์เอกวิ่งตามมาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก เขาหยุดชะงักเมื่อเห็นแผ่นหลังที่สั่นเทาเ
Read more

18.เพลิงราคะใต้เงาม่านน้ำตก(NC)

พายุฝนด้านนอกถ้ำยังคงโหมกระหน่ำ เสียงสายน้ำตกที่ตกลงมากระทบโขดหินดังกึกก้องราวกับจะช่วยปกปิดเสียงหอบหายใจที่สั่นพร่าภายในถ้ำลับแห่งนี้ อวี้หาญนิ่งงันไปกับคำสารภาพรักที่หลุดออกมาจากปากของศิษย์รัก หัวใจที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง ความยับยั้งชั่งใจประการสุดท้ายพังทลายลงเมื่อเห็นหยาดน้ำตาของหลิงฉีที่เปี่ยมไปด้วยความทรมาน"หลิงฉี.." อวี้หาญกระซิบเสียงพร่า แววตาที่เคยนิ่งสงบบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่ลุ่มลึก "หากนี่คือทางเดียวที่จะช่วยเจ้าได้ ข้าก็พร้อมจะตกนรกไปพร้อมกับเจ้า"อวี้หาญไม่มีทางเลือกอื่น เขาโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากหนาประทับลงบนกลีบปากบางที่ร้อนผ่าวอย่างนุ่มนวลในคราแรก ก่อนจะเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นตามสัญชาตญาณที่ถูกปลุกเร้า รสสัมผัสของหลิงฉีหอมหวานและรุ่มร้อนราวกับสุราชั้นเลิศที่ทำให้ผู้ดื่มด่ำมึนเมา ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปสำรวจความหวานภายในโพรงปากหวาน เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับลิ้นเล็กที่ตอบสนองอย่างเงอะงะทว่าเต็มใจ"อื้อ..." หลิงฉีครางแผ่วในลำคอ มือเรียวบางขยุ้มสาบเสื้อสีขาวของอาจารย์จนยับย่น ร่างกายที่เคยบิดเร่าด้วยฤทธิ์ยาเริ่มโอนอ่อนตามสัมผัสท
Read more

19.บทลงโทษอันหนักหน่วง

สายหมอกยามเช้าโอบล้อมยอดเขาเมฆาคล้อย แสงทองอ่อนๆ ของดวงตะวันพยายามแทรกผ่านหมู่เมฆเพื่อขับไล่ความหนาวเหน็บจากพายุฝนเมื่อคืน ทว่าบรรยากาศหน้าประตูสำนักวิถีวารีสงบกลับตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ เหล่าศิษย์ในชุดขาวนับร้อยยืนเรียงรายกันอย่างเงียบเชียบ ทุกสายตาจ้องมองไปยังเส้นทางเดินหินที่มุ่งหน้ามาจากท้ายเขาทันใดนั้น เสียงฝีเท้าม้าที่หนักแน่นก็ดังกึกก้องขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดขาวที่คุ้นตาอวี้หาญ ควบม้าเหงื่อโลหิตเข้ามาอย่างช้าๆ ทว่าสิ่งที่ทำให้เหล่าศิษย์ถึงกับอ้าปากค้างและเบิกตากว้างจนแทบหลุดจากเบ้า คือภาพของเฟิงหลิงฉี ที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมอกแกร่งของท่านเจ้าสำนัก ร่างบางถูกห่อหุ้มด้วยชุดคลุมไหล่ขนจามรีตัวหนาของอวี้หาญอย่างมิดชิด เห็นเพียงกลุ่มผมสีดำสนิทและใบหน้าที่ซูบซีดซบอยู่กับแผงอกปกติแล้ว อวี้หาญคือปีศาจไร้ใจผู้ที่เคร่งครัดในกฎระเบียบและรักษาระยะห่างจากผู้อื่นราวกับมีกำแพงน้ำแข็งกั้นกลาง แต่วันนี้ ทั้งต่อหน้าผู้อื่น เขากลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเมื่อเห็นหลิงฉีขยับกาย แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความห่วงใยและการปกป้องที่ปิดไม่มิด"อาจารย์.. ท่านอาศัยม้าตัวเดียวพาค
Read more

20.กลศึกขยับแล้ว!

ณ ลานลงทัณฑ์กลางแจ้ง ยามค่ำคืนเหล่าลูกศิษย์ทุกคนถูกสั่งให้มามุงดูเพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง ยกเว้นหลิงฉีที่ถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในเรือนพักหลังน้อย อวี้หาญถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กเย็นเฉียบที่ลงอาคมสกัดจุดลมปราณ แขนทั้งสองข้างถูกดึงรั้งไว้กับเสาหินสูง เสื้อตัวบนของเขาถูกกระชากออก เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างขาวเนียนที่บัดนี้สั่นระริกท่ามกลางลมหนาวอวี้เทียนหรงหยิบแส้หนังที่แช่ในน้ำเกลือและลงอาคมเพลิงเย็นขึ้นมา "อวี้หาญ ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าจะเลิกยุ่งกับมันหรือไม่?"อวี้หาญเงยหน้าขึ้น แววตาของเขายังคงเด็ดเดี่ยวแม้จะซีดเผือด "ข้า... ไม่... เลิก"ขวับ! เพียะ!แส้แรกฟาดลงบนแผ่นหลังขาวละเอียด เนื้อปริแตกออกเป็นแนวยาว เลือดสีแดงฉานกระเซ็นออกมาทันที อวี้หาญกัดฟันแน่นจนเส้นเลือดที่คอปูดโปน เขาไม่ส่งเสียงร้องแม้แต่คำเดียวเพียะ! เพียะ! เพียะ!เสียงแส้กระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไปทั่วลาน ทุกครั้งที่แส้ตวัดลงไป อาคมเพลิงเย็นจะแผดเผาเข้าไปถึงกระดูกและทำลายกระแสลมปราณภายใน อวี้หาญรู้สึกเหมือนร่างกายถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ เลือดไหลอาบแผ่นหลังจนผ้าคาดเอวสีขาวกลายเป็นสีแดงเข้มอวี้หาญก้มหน้าลง น้ำตาของเขาไหล
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status