All Chapters of ฟาดรักนายน้อยตระกูลเฟิง: Chapter 21 - Chapter 30

35 Chapters

21.เปิดหน้ากากคุณชายน้อยจอมโอหัง

ความหนาวเหน็บภายในคุกใต้ดินท้ายเขาเมฆาคล้อยนั้นมิใช่เพียงอากาศที่ติดลบ ทว่ามันคือไอเย็นนิรันดร์ อวี้หาญถูกบิดาย้ายมาทรมานต่อที่นี่ เนื่องจากบุตรไม่เชื่อฟังยังคงปากแข็งไม่ยอมเลิกรากับศิษย์สายนอกอย่างเฟิงหลิงฉีอวี้หาญถูกกักขังไว้ด้วยอาคมโบราณ ผนังถ้ำหนาทึบปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนที่สะท้อนแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันเบื้องนอก ร่างเขาถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรึงวิญญาณสี่เส้นที่รั้งข้อมือและข้อเท้า แผ่นหลังที่เคยสง่างามดุจหยกสลักบัดนี้เหวอะหวะไปด้วยรอยแส้ เลือดที่ไหลอาบลงมาเริ่มแข็งตัวเป็นเกล็ดสีชาดเกาะติดกับบาดแผลทวีความทรมานจนเกินกว่ามนุษย์จะทานทนไหวท่ามกลางความเลือนรางของสติสัมปชัญญะ อวี้หาญกลับรู้สึกราวกับร่างกายกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรที่มืดมิด เสียงหวีดหวิวของลมหนาวค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกสัตตบุษย์ที่คุ้นเคยในความทรงจำอันไกลโพ้นในม่านหมอกแห่งนิมิตฝัน เขาพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่กลางศาลาไม้กลางสระบัวอันกว้างใหญ่ สถานที่ที่เขาเคยวิ่งเล่นในวัยเยาว์ก่อนที่ภาระหน้าที่แห่งเจ้าสำนักจะกัดกินจิตวิญญาณของเขา และที่ตรงนั้น... สตรีผู้มีใบหน้าอ่อนโยนปานพระจันทร์วันเพ็ญ
Read more

22.เฟิงหลิงฉี! เจ้าคนใจร้าย

กลิ่นอายเย็นเยียบของคุกน้ำแข็งที่พัดผ่านออกมาจากซอกหินดูเหมือนจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อร่างในชุดสีแดงเพลิงของเฟิงหลิงฉี ก้าวล่วงล้ำเข้าไป รองเท้าหนังหุ้มข้อชั้นเลิศย่ำลงบนพื้นน้ำแข็งจนเกิดเสียงดังกังวานสม่ำเสมอ แสงจากคบเพลิงที่ติดอยู่ตามผนังถ้ำสะท้อนกับเครื่องประดับทองคำบนศีรษะของคุณชายน้อยตระกูลเฟิงจนดูเจิดจรัสราวกับเปลวไฟที่กำลังจะแผดเผาน้ำแข็งที่ดื้อรั้นให้มลายสิ้นที่ใจกลางห้องขังอันมืดมิด ร่างของอวี้หาญ ยังคงถูกรั้งไว้ด้วยโซ่ตรึงวิญญาณสี่เส้น ลมหายใจของเขาแผ่วเบาจนแทบสังเกตไม่ได้ ใบหน้าที่เคยงดงามราวเทพเซียนบัดนี้ซีดเซียวจนเกือบจะเป็นสีเดียวกับน้ำแข็งรอบข้าง เลือดที่แผ่นหลังเริ่มเน่าเฟะและจับตัวเป็นก้อนสีดำคล้ำเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า อวี้หาญพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ในใจของเขาชุ่มชื่นขึ้นเพียงชั่วครู่เพราะนึกว่านิมิตฝันถึงมารดาได้ประทานโอกาสให้เขาได้พบดวงใจของตนเองอีกครั้ง"หลิง.. ฉี.." เสียงแหบพร่าเรียกชื่อนั้นด้วยความรักสุดหัวใจ "เจ้า.. มาหาข้าหรือ..""อ๋า..สภาพดูไม่ได้เลยนะขอรับ ท่านเจ้าสำนักผู้สูงส่ง"น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นหาได้มีความอาทรไม่ แต่มันกลับราบเรียบ เย็นชา
Read more

23.นายน้อยหวนสู่ตระกูลเฟิง

ขบวนรถม้าล้ำค่าปักธงตระกูลเฟิงเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตเมืองหลวงอย่างสง่างาม ล้อรถม้าทองสัมฤทธิ์บดผ่านถนนหินอย่างมั่นคง ม่านแพรสีครามปักลายเมฆมงคลพลิ้วไหวตามแรงลมราวกับคลื่นน้ำสองฟากทางแน่นขนัดไปด้วยชาวบ้านที่พากันออกมามุงดู บ้างกระซิบ บ้างยกมือชี้ไปยังธงประจำตระกูลเฟิงที่โบกสะบัดเหนือหลังคารถม้า“นั่นคือคุณชายน้อยเฟิงสินะ?”“ได้ยินว่าถูกส่งไปฝึกฝนไกลถึงสำนักวิถีวารีสงบ บนเขาเมฆาคล้อย”“กลับมาครานี้คงไม่ธรรมดาแน่”รถม้าค่อยๆ ชะลอความเร็ว ก่อนหยุดสนิทหน้าจวนโหวตระกูลเฟิง ประตูใหญ่สีแดงชาดเปิดอ้ารอรับ เผยให้เห็นลานกว้างและเรือนหลักอันโอ่อ่า เสาหินแกะสลักลายมังกรคู่เฝ้าทางเข้าอย่างสง่าเบื้องหน้าบันไดหินอ่อน หญิงชราในชุดผ้าไหมสีม่วงเข้มปักลายดอกโบตั๋นทองคำ ยืนพิงไม้เท้าหัวมังกรอย่างกระสับกระส่าย แม้แผ่นหลังจะงอเล็กน้อยตามวัย แต่สายตายังเฉียบคมไม่เสื่อมคลาย“หลิงเอ๋อร์! หลานรักของย่า!” เสียงของฮูหยินผู้เฒ่าเฟิงสั่นเครือไปด้วยความคิดถึงม่านรถม้าถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว ร่างของชายหนุ่มในชุดเดินทางสีเทาเข้มก้าวลงมาอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าคมคายคุ้นตาผู้คน หากแววตานั้นลึกซึ้งและสุขุมกว่าเมื่อครั้งจาก
Read more

24.อีกครั้ง! ที่ศักดิ์ศรีเจ้าสำนักอัคคีผลาญถูกย่ำยี (NC)

ณ สำนักเทวะอัคคีผลาญเปลวไฟจากคบเพลิงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่รอบลานกว้างโชติช่วงชัชวาล สะท้อนให้เห็นเงาร่างสีแดงเพลิงของบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังร่ายรำกระบี่เพียงลำพังใต้แสงจันทร์ กงหลั่วหมิงเจ้าสำนักผู้มีใบหน้าคมเข้มและร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสวยงามจากการฝึกฝนท่ามกลางความร้อนสูง เหงื่อไหลซึมตามแผงอกที่เปิดกว้าง ทุกท่วงท่าของเขานำมาซึ่งไอร้อนที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยวเคร้ง!กระบี่ในมือของกงหลั่วหมิงสะบัดออกเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคุกคามที่คุ้นเคย เขาหันไปมองเงามืดที่ชายป่าเบื้องหน้า แววตาคมดุจสิงห์คำรามขึ้นทันที"ฉินเยว่! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาเหยียบที่นี่ในยามวิกาล!"ร่างสูงใหญ่ของฉินเยว่เดินออกมาจากเงามืดอย่างใจเย็น มุมปากประดับรอยยิ้มหยันที่กงหลั่วหมิงเกลียดแสนเกลียด "ข้าเพียงแค่คิดถึงรสชาติของอัคคีที่เคยแผดเผาอยู่ในมือข้าเมื่อคราวนั้น เจ้าสำนักกง เจ้ายังจำความอัปยศที่ข้ามอบให้ได้หรือไม่?""เจ้ามัน! ไอ้คนสารเลว ต่ำช้า!" กงหลั่วหมิงพุ่งเข้าหาพร้อมกระบี่เพลิง ทว่าฉินเยว่กลับเบี่ยงกายหลบอย่างว่องไว เขาจงใจไม่ชักอาวุธ แต่กลับใช้เพียงมือเปล่าหยอกล้อกับกระแสไฟที่รุนแรง"เจ้า..ดูร้อน
Read more

25.พี่ใหญ่! ท่านตัดใจได้แน่หรือ?

แสงตะวันยามเช้าที่สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างหอพักเจ้าสำนักวิถีวารีสงบ หาได้นำความอบอุ่นมาสู่ผู้อยู่อาศัยไม่ กลิ่นยาสมุนไพรเข้มข้นคละคลุ้งปนไปกับกลิ่นไหม้จางๆ ของแผลที่ถูกไฟเย็นจากแส้ทลายปราณแผดเผา อวี้หาญนั่งนิ่งอยู่บนเตียงไม้สลัก ร่างกายที่เคยผึ่งผายบัดนี้ดูซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด บาดแผลภายนอกได้รับการเยียวยาจากท่านหมอเทวดาผู้เป็นสหายเก่าของตระกูล ผิวหนังที่เคยเหวอะหวะเริ่มสมานตัวด้วยพลังวัตรอันกล้าแกร่งที่เจ้าตัวโคจรหมั่นเพียรมาทั้งชีวิตทว่าบาดแผลที่มองไม่เห็นกลับเน่าเฟะยิ่งกว่าสิ่งใด อวี้หาญไม่ยอมขยับเขยื้อน ราวกับร่างทั้งร่างถูกสาปให้กลายเป็นหิน แววตาที่เคยคมปลาบดุจกระบี่ บัดนี้ว่างเปล่าและมืดมิดยิ่งกว่าราตรีที่ไร้แสงจันทร์ เขาไม่แตะต้องน้ำแกงที่ศิษย์ยกมาให้ ไม่เอ่ยวาจาสื่อสารกับผู้ใด ดวงตาจ้องมองเพียงผนังห้องที่ว่างเปล่า ราวกับรอคอยให้ความตายเดินเข้ามารับดวงวิญญาณที่แหลกสลายนี้ไปเสียทีเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและทรงอำนาจดังขึ้นที่หน้าประตู ก่อนที่ร่างของอวี้เทียนหรงผู้เป็นบิดาจะก้าวเข้ามา บรรยากาศรอบกายของอดีตเจ้าสำนักยังคงเต็มไปด้วยกฎระเบียบที่ตึงเปรี๊ยะ เขาจ้องมองบุตรชายที่นั่งเป็นซ
Read more

26.รอยราคีในโฮ่วถิง(NC)

กลิ่นไหม้ของกำยานไม้กฤษณาที่ถูกจุดทิ้งไว้จนมอดดับ คละคลุ้งไปกับกลิ่นอายแห่งความอัปยศที่ยังไม่จางหายไปจากห้องโถงชั้นในของสำนักเทวะอัคคีผลาญ ร่างของกงหลั่วหมิง นั่งนิ่งอยู่บนเตียงไม้ ดวงตาที่แดงก่ำจากการกรำศึกรักอันป่าเถื่อนจ้องมองไปที่คราบหยดเทียนที่เกาะติดอยู่บนพื้นหิน ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าบัดนี้เต็มไปด้วยรอยขบเม้มสีเข้มและรอยช้ำจากการถูกบีบคั้น ทุกครั้งที่เขาขยับกาย ความเจ็บหนึบที่เบื้องล่างจะคอยย้ำเตือนถึงวินาทีที่เขาถูกฉินเยว่กระแทกกระทั้นอย่างไร้ความปรานีศักดิ์ศรีของเจ้าสำนักที่สั่งสมมาทั้งชีวิตพังทลายลงเพียงชั่วข้ามคืน ทว่าสิ่งที่เจ็บยิ่งกว่ากาย คือความรู้สึกสะอิดสะเอียนที่ตนเองกลับมีความสุขสมลึกๆ ในความรุนแรงนั้น"ไอ้คนสารเลว.. ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นชิ้น" กงหลั่วหมิงเค่นเสียงรอดไรฟัน มือหนากำผ้าปูเตียงจนขาดวิ่นมู่เฉิน กุนซือคู่กายและสหายสนิทผู้ล่วงรู้ความลับทุกอย่างของกงหลั่วหมิง ก้าวออกมาจากหลังม่านกั้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เห็นนายเหนือหัวและสหายต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ทว่ามู่เฉินเป็นคนสุขุมเยือกเย็น เขาข่มอารมณ์ชั่ววูบทิ้งเพื่อมองหาหนทางที่เหนือกว่า
Read more

27.เจ้าสำนักหึงภรรยาจนทนไม่ไหว

ภายในพระตำหนักไม้หอมล้อมรอบด้วยสระบัวหลวงนั้น บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปหอมจางๆ ที่ควรจะช่วยให้จิตใจสงบ ทว่าสำหรับเฟิงหลิงฉีในยามนี้ กลิ่นหอมเหล่านั้นกลับดูเหมือนจะยิ่งตอกย้ำความอึดอัดที่สุมอยู่ในอก ร่างโปร่งในชุดคลุมสีขาวขลิบเงินดูซูบเซียวลงไปถนัดตา แต่ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววซุกซนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความแน่วแน่และร่องรอยของความโศกเศร้าที่ยังไม่จางหายเขาทรุดกายลงคุกเข่ากลางโถงไม้ ลำหลังเหยียดตรง แม้จะไร้ซึ่งอาวุธและวรยุทธ์ที่ถูกทำลายไปชั่วคราว แต่ศักดิ์ศรีของตระกูลเฟิงยังคงปรากฏชัดในท่วงท่าเบื้องหน้าของเขาคือฮ่องเต้เซิ่งหยวนอี้ ผู้ปกครองแคว้นที่ยิ่งใหญ่ พระองค์ประทับอยู่บนตั่งเตี้ย ทรงวางพู่กันในหัตถ์ลงแล้วถอนหายใจยาว สายตาที่ทอดมองมายังหลิงฉีนั้นเต็มไปด้วยความอาทรเกินกว่าที่กษัตริย์จะพึงมีให้ขุนนางทั่วไป เพราะในสายพระเนตรของพระองค์ หลิงฉีเปรียบเสมือนหลานชายตัวน้อยที่พระองค์ทรงเอ็นดูมาตั้งแต่ยังเยาว์“หลิงฉี.. เจ้าลุกขึ้นเถิด การที่ข้าอนุญาตให้เจ้าเข้าพบเป็นการส่วนตัว มิใช่เพื่อให้เจ้ามาคุกเข่าให้ข้าเช่นนี้”“หามิได้พ่ะย่ะค่ะฝ่าพระบาท” หลิงฉีขยับริมฝีปากที่สั่นเทา “ในฐานะราษฎรคนหนึ่
Read more

28.ขบวนแห่แห่งความโศกเศร้า

เสียงปี่กลองและมโหรีดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั่วทั้งถนนสายหลักของเมืองลั่วเฟิง ทว่าสำหรับผู้ที่นั่งอยู่ภายในรถม้าปิดทองอร่ามที่กรุด้วยม่านมุกหลากสีนั้น เสียงเหล่านี้กลับไม่ต่างจากเสียงกังวานของระฆังงานศพที่ตอกย้ำถึงจุดจบของอิสรภาพของตน เฟิงหลิงฉีนั่งตัวตรงดิ่งไม่ต่างจากรูปปั้นศิลา ใบหน้าเขาถูกแต่งแต้มด้วยแป้งชั้นเลิศและชาดสีแดงสดที่ริมฝีปากเพื่อกลบความซีดเซียวของผิวพรรณ อาภรณ์ที่สวมใส่คือผ้าไหมสีแดงเพลิงปักลวดลายหงส์ทะยานฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ ซึ่งดูขัดกับแววตาที่หม่นแสงของเขาอย่างสิ้นเชิงนิ้วเรียวสวยภายใต้แขนเสื้อยาวสลักสลวยสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เขาลูบไล้กำไลหยกที่ซ่อนอยู่ใต้ข้อมือ.. ของต่างหน้าเพียงชิ้นเดียวที่เขาแอบพกมาจากสำนักวิถีวารีสงบ‘อาจารย์.. ท่านคงเกลียดชังข้าไปแล้วใช่หรือไม่’ หลิงฉีหลับตาลง ภาพใบหน้าอันสงบนิ่งและกลิ่นหอมสะอาดของไม้กฤษณาจากตัวอวี้หาญลอยวนอยู่ในห้วงคำนึงไม่หาย เขาหวนนึกถึงคืนที่แสงจันทร์นวลตา สัมผัสที่หนักแน่นทว่าอ่อนโยนที่อวี้หาญเคยมอบให้ การผูกพันธะวิญญาณที่สลักลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ.. ทุกอย่างกลายเป็นแผลเป็นที่คอยย้ำเตือนว่าเขากำลังทรยศต่อชายที่เขาเป็นทั้งศิษย์และภ
Read more

29.คนในตระกูลอวี้ไม่เคยกลัวตาย

สายลมต้นฤดูสาร์ทพัดกรรโชกหอบเอาใบไม้แห้งปลิวว่อนไปตามเส้นทางสายเปลี่ยวที่มุ่งหน้าสู่เมืองลั่วเฟิง เสียงฝีเท้าของอาชาพันธุ์ดีสี่เท้ากระทบพื้นรัวเร็ว เฉินคุนศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักวิถีวารีสงบกุมบังเหียนแน่น ใบหน้าคมเข้มที่เคยขี้เล่นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความตึงเครียดและดุดัน ดวงตาของเขาฉายแววแน่วแน่ชนิดที่ว่าต่อให้ต้องเผชิญกับขุมนรกเขาก็จะไม่ยอมหันหลังกลับไปอย่างแน่นอนในใจของเขามีเพียงภาพของศิษย์น้องร่วมสาบานที่กำลังถูกส่งตัวเข้าสู่กรงทองของเจ้าเมืองโฉด ความโกรธแค้นที่มีต่อฉินเยว่และความผิดหวังในตัวอาจารย์อวี้หาญทำให้หัวใจของชายหนุ่มลุกโชนไปด้วยเพลิงแห่งการตัดสินใจ"รอข้าก่อนนะหลิงฉี พี่ใหญ่จะไปรับเจ้ากลับบ้านเอง!"ทว่าในขณะที่เขากำลังควบม้าผ่านช่วงทางโค้งที่มีต้นหลิวใหญ่ขึ้นตระหง่านริมทาง เฉินคุนกลับต้องรั้งบังเหียนจนม้าถลาหยุดนิ่ง ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ สายตาของเขาปะทะเข้ากับเงาร่างอรชรสายหนึ่งที่ยืนพิงต้นไม้อยู่ในชุดรัดกุมสีม่วงคราม ผิวพรรณของนางขาวผุดผ่องขัดกับธนูคันยาวในมือที่ดูน่าเกรงขาม"อาจารย์อา.. อวี้หานเหยียน!"เฉินคุนอุทานด้วยความแปลกใจจนเสียงหลง อวี้หานเหยียนคือน้
Read more

30.กงลั่วหมิงถูกขืนใจ(NC)

ภายในเรือนพักปีกตะวันตกของจวนเจ้าเมืองลั่วเฟิงที่เคยวางตนอย่างสงบสง่างาม บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายแห่งความพินาศ ข้าวของล้ำค่าแจกันลายครามจากยุคบรรพกาลแตกกระจายเกลื่อนพื้น ผ้าม่านไหมถูกกระชากขาดวิ่น ราวกับมีพายุคลั่งพัดผ่านห้องนอนของกงลั่วหมิงเจ้าสำนักอัคคีเพลิงผลาญผู้เคยทระนงบัดนี้ยืนอยู่กลางห้องกว้างใหญ่ ลมหายใจหอบถี่จนทรวงอกขยับขึ้นลงอย่างรุนแรง เส้นผมที่เคยรวบไว้อย่างประณีตหลุดลุ่ยระใบหน้าซูบซีดนั้น หยดเลือดซึมออกมาจากฝ่ามือที่กำเศษกระเบื้องแน่นจนแหลกละเอียด ทว่าความเจ็บปวดทางกายนั้นไม่อาจเทียบได้แม้เพียงเศษเสี้ยวของความรุ่มร้อนที่แผดเผาอยู่ในขั้วหัวใจเขามองดูเงาของตัวเองในกระจกเงาที่แตกเป็นเสี่ยง เห็นดวงตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยความอัปยศ‘เหตุใดต้องเป็นเฟิงหลิงฉี.. เหตุใดเจ้าถึงมองแต่มัน!’ กงลั่วหมิงคำรามแผ่วเบาในลำคอ ความร้อนรนบีบคั้นให้เขารู้สึกเหมือนจะเสียสติ เขาโกรธแค้น โกรธจนอยากจะเผาทั้งจวนนี้ให้กลายเป็นจุณ ทว่าในความโกรธแค้นนั้นกลับมีความรู้สึกหนึ่งที่แหลมคมดุจเข็มพิษทิ่มแทงหัวใจอย่างต่อเนื่อง มันคือความอิจฉาเขารู้ดีว่าตัวเองไร้ค่าไปแล้วในสายตาของฉินเยว่ เมื่อหงส์
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status