All Chapters of ความค้างคา สุดท้ายกลายเป็นเพียงภาพฝัน: Chapter 1 - Chapter 10

12 Chapters

บทที่1

ลำคอเหมือนถูกมือของใครบางคนที่มองไม่เห็นบีบรัดไว้ผ่านไปเนิ่นนาน ฉันถึงค่อยๆ หาเสียงกลับมาได้ ถามด้วยเสียงสั่นเครือว่า:“ทำไม?”ทำไมนอกใจแล้ว ยังมาจดทะเบียนสมรสและแต่งงานกับฉันทำไมในช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของฉัน ถึงต้องบอกความจริงกับฉันอย่างโหดร้ายฉือเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่งแล้วจู่ๆ ก็หัวเราะเสียงดังลั่น:“คุณชนะแล้ว”ฉันหันมองเขาด้วยความงุนงงวินาทีถัดมา เสียงที่คุ้นเคยดังออกมาจากเครื่องเสียงในรถ:“งั้นคืนนี้คุณต้องใช้รสสตรอว์เบอร์รีที่ฉันชอบนะ~”ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงรู้สึกเหมือนเลือดทั้งร่างกายถูกแช่แข็ง“ผมกับฟางฉงพนันกันว่าหลังจากที่คุณรู้ว่าผมนอกใจแล้วจะมีปฏิกิริยาแบบไหน ผมบอกว่าคุณจะตบผม แต่เธอบอกว่าคุณจะถามผมว่าทำไม”“ผมชนะเธอต้องใส่ถุงน่องสีดำ ถ้าเธอชนะ……”ฉือเยี่ยนเลิกคิ้ว:“คุณก็ได้ยินหมดแล้ว”ทันใดนั้น ในเครื่องเสียงนั้นเสียงของฟางฉงก็ดังขึ้นอีกครั้ง:“หลินเซิง ไม่เจอห้าปี เธอก็ยังขี้ขลาดเหมือนที่ฉันคิดไว้เลย แต่สายตาที่เลือกผู้ชายของเธอก็ยังดีเหมือนเคยเลยนะ คนนี้ฉันก็ชอบมาก”เสียงหัวเราะเย้ยหยันบาดลึกจนแขนขาฉันชาไปหมดในความเลื่อนลอย ฉันเหมื
Read more

บทที่2

“เอาล่ะ รู้ว่าคุณชอบผม เจอกันกลางคืน ผมส่งหลินเซิงกลับบ้านก่อน” เสียงของฉือเยี่ยนดึงฉันกลับมาจากความทรงจำที่แสนเจ็บปวดเขาตัดสายไป ในรถเหลือเพียงเสียงหายใจของเราทั้งสองครู่หนึ่ง ฉือเยี่ยนก็พูดขึ้นก่อนว่า:“หิวแล้วสินะ ไปซื้อเค้กที่คุณชอบกินที่สุดก่อน แล้วค่อยส่งคุณกลับบ้าน”น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยกลับทำให้ฉันที่ตาแดงก่ำ ตัวสั่นเทาดูเหมือนตัวตลกยิ่งนัก“ฉือเยี่ยน ทำไมคุณถึงทำแบบนี้?”“คุณเคยบอกว่าจะทะนุถนอมฉันไปตลอดชีวิต ”เสียงของฉันแหบพร่า น้ำตาไหลลงมาอย่างควบคุมไม่ได้แต่ครั้งนี้ ฉือเยี่ยนกลับไม่ได้เช็ดน้ำตาของฉันอย่างทะนุถนอมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาเขาพิงเก้าอี้เล็กน้อย คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม:“หลินเซิง ถ้าครั้งแรกคุณเลือกผม ผมอาจจะทะนุถนอมคุณไปตลอดชีวิตก็ได้ แต่ตอนนี้ คุณก็แค่ของมือสอง แล้วทำไมผมต้องรักนวลสงวนตัวเพื่อคุณด้วยล่ะ?”หลังจากพูดจบ เขาก็ยื่นกระดาษทิชชู่แผ่นหนึ่งให้ฉันราวกับกำลังทำทานฉันสะดุ้งถอยหลัง จ้องมองเขาเหมือนปีศาจเราเป็นเพื่อนร่วมชั้นมหาวิทยาลัยหลายปีก่อน เขากับฉีเจินสารภาพรักกับฉันพร้อมกันตอนนั้นฉันเลือ
Read more

บทที่3

ข้างนอกเพิ่งฝนตกหนักเสร็จฉันบังเอิญล้มลงไปในแอ่งโคลน ถนนลื่น และยิ่งฉันพยายามจะลุกขึ้น ก็ยิ่งลุกขึ้นยืนไม่ได้สักทีส่วนฉือเยี่ยนก็นั่งอยู่ในรถอย่างเงียบๆ ด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกใดๆ:"หลินเซิง เห็นหรือยัง?"เห็นฉันมองเขา เขาก็หัวเราะเยาะ:"ผมไม่ช่วยคุณ แค่ลุกขึ้นยืนคุณยังลำบากมากเลย ถ้าหย่ากับผมจริง คุณจะไปไหนได้?"ไม่รอฉันตอบประตูรถก็ปิดลง และรถก็แล่นผ่านฉันไปอย่างรวดเร็วราวกับจรวด โคลนกระเด็นใส่หน้าฉันเต็มไปหมดเมื่อสายตาตกลงไปในความมืดมิด ในสมองพลันปรากฏภาพความหลังกับฉือเยี่ยนอย่างรวดเร็ว ตอนที่เพิ่งอย่ากับฉีเจิน ฉันที่ทนรับกับการถูกทรยศไม่ได้จึงเป็นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงฉันจะทำร้ายตัวเองอย่างควบคุมไม่ได้ และถ้าฉันกรีดตัวเองทีหนึ่ง เมื่อฉือเยี่ยนรู้เข้าก็จะกรีดเขาสองทีฉันนอนไม่หลับทั้งคืน ฉือเยี่ยนจึงทุบหลังคาวิลล่าทิ้งแล้วเปลี่ยนเป็นสกายไลท์แทน กอดฉันไว้พลางนับดาวตลอดทั้งคืนฉันกินอะไรไม่ลง เขาจึงอดอาหารเป็นเพื่อนฉันผ่านไปแบบนี้หนึ่งปี ในที่สุดฉันก็เริ่มดีขึ้น และเริ่มเชื่อใจเขาวันที่สารภาพรักนั้น เขาคุกเข่าลงและสัญญาว่า ทั้งชีวิตนี้จะไม่ทรยศฉันเด็ดขาดฉันก็เ
Read more

บทที่4

ฉันไม่มีแรงไปตอบแค่รู้สึกเหนื่อยล้ามากแต่ฉือเยี่ยนกลับถูกปฏิกิริยาของฉันทำร้าย เขายกคอเสื้อฉันขึ้นด้วยสองมือ แล้วหัวเราะออกมาอย่างโกรธจัด:"หลินเซิง คุณเป็นคนทำให้ผมต้องทำแบบนี้เอง""เดิมทีผมคิดว่าจะผ่านคืนนี้ไปก็ช่างมันแล้ว แต่ตอนนี้ผมจะทำให้คุณต้องทนรับความเจ็บปวดทั้งหมดของผม"เขาปล่อยฉันอย่างกะทันหัน และกวักมือเรียกฟางฉง"งานแต่งผมกับหลินเซิง คุณมาเป็นเจ้าสาว"ฟางฉงโผเข้ากอดเขาด้วยความดีใจ"จริงเหรอ? งั้นฉันจะให้หลินเซิงมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวของฉัน ห้าปีก่อน ฉันเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้เธอไปครั้งหนึ่ง ตอนนี้เธอก็ต้องมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ฉันครั้งหนึ่ง มันถึงจะยุติธรรม""ได้สิ งั้นก็ให้เธอมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้คุณ มาส่งแหวนให้เรา"ฉือเยี่ยนจ้องมองฉัน ทุกถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยออกมาอย่างช้า ๆ นั้น ราวกับคมมีดที่กรีดหัวใจของฉัน ฉันเงยหน้าขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่ออยากจะปฏิเสธ แต่ลำคอกลับเจ็บจนเปล่งเสียงอะไรไม่ออก ทำได้เพียงส่ายหัวด้วยความสิ้นหวังเมื่อเห็นเช่นนั้น ฉือเยี่ยนก็ยิ้มอย่างชั่วร้าย:"เจ็บปวด และทุกข์ทรมานมากเลย ใช่ไหม?""ใช่ก็ถูกแล้ว เมื่อห้าปีก่อน ตอนคุณแต่งกับคนอื่น
Read more

บทที่5

ครู่ต่อมา จากอีกฟากของกำแพงนั้น ก็มีเสียงจูบอันแสนคลุมเครือชวนให้ใจเต้นดังขึ้นเสียงครางแผ่วเบาอ่อนหวานของฟางฉงก็ดังเข้ามาในหู:“คุณนี่ร้ายจริง ๆ เลยนะ ปล่อยให้หลินเซิงมาแอบฟังเรื่องของพวกเรา”"ร้ายกว่านี้ก็มีนะ คุณจะลองดูไหม……"ฉันเอามือปิดหูแต่เสียงก็ยังเล็ดลอดผ่านนิ้วมือมาความหนาวเย็นแทรกซึมเข้ามาในหัวใจ เจ็บปวดจนทำให้ฉันขดตัวอยู่บนพื้นในหัวสมองก็กำลังทำศึกกันอยู่เดี๋ยวก็เป็นความดีที่ฉือเยี่ยนทำกับฉัน คำสัญญาของเขา และรอยยิ้มของเขาเดี๋ยวก็พลันเผลอไปเชื่อมโยงกับเสียงที่ทำให้คิดถึงภาพที่เขากับฟางฉงพันนัวกันอย่างแนบชิดปวดหัวแทบตาย ฉันรีบหยิบยาต้านซึมเศร้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วยัดเข้าปากไปทีละเม็ดไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน ฉือเยี่ยนก็ห่อผ้าเช็ดตัวไว้แล้วเปิดประตูออกมา มองฉันจากที่สูงลงมา:"แค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ? แล้วหนึ่งปีต่อจากนี้ คุณจะอยู่ยังไง?"ข้างหลังเขา ฟางฉงที่บนเต็มไปด้วยร่องรอยชวนให้คิดไปไกลหัวเราะออกมา:"อาเยี่ยน คุณคงไม่ได้รู้สึกสงสารเธอใช่ไหม?"ดวงตาของฉือเยี่ยนกะพริบเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเยาะเย้ย:"เป็นไปได้ยังไง?""แต่งงานกับเธอก็เพื่อให้เธอได้สัมผั
Read more

บทที่6

แต่ฉือเยี่ยนก็ช้าไปก้าวหนึ่งวินาทีที่เขาเปิดหน้าต่าง ชายเสื้อของหลินเซิงหลุดลื่นจากมือเขา ร่วงลงสู่พื้นดั่งผีเสื้อ เหลือเพียงโคลนที่เปื้อนเต็มมือ นั่นคือสิ่งที่เปื้อนมาตอนที่เขาผลักหลินเซิงลงจากรถ แล้วเปื้อนตัวของหลินเซิงแรงกระแทกมหาศาลทำให้ฉือเยี่ยนถึงกับเหม่อลอยไปชั่วขณะเขายืนอึ้งอยู่กับที่อยู่หลายวินาที กว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองพลาดอะไรไป เขาตะโกนเรียกชื่อหลินเซิง พลางทั้งล้มลุกคลุกคลานวิ่งลงไปชั้นล่างจากห้องบนชั้นสามสู่สวนชั้นหนึ่งที่มีเพียงระยะทางสั้น ๆระยะทางสั้นๆ จากห้องชั้นสามถึงสวนชั้นล่างแต่ฉือเยี่ยนกลับเหมือนผ่านไปยาวนานราวกับหนึ่งศตวรรษ ในที่สุด เขาก็คว้าตัวหลินเซิงไว้ได้ แตะนิ้วไว้ที่จมูกของเธอ ยังมีชีวิตอยู่"มัวแต่ยืนนิ่งอยู่ทำไม รีบโทรเรียกรถพยาบาล!" ฉือเยี่ยนตะโกนใส่ฟางฉงที่วิ่งตามมาข้างหลังระหว่างรอรถพยาบาลมา ฉือเยี่ยนก็กอดหลินเซิงไว้อย่างแน่นอย่ตลอด น้ำตาหยดใหญ่ไหลหยดลงมาที่หน้าของหลินเซิงเขาสำนึกผิด ขอโทษวิงวอนอย่างพูดจาจับต้นชนปลายไม่ถูก:"ผมขอโทษ หลินเซิง ผมขอโทษ ผมไม่ควรถูกความหึงหวงบดบังวิจารณญาณ ผมไม่ควรหักห้ามใจไม่ได้แล้วทำร้ายคุณ""ทุกส
Read more

บทที่7

ระหว่างทางไปโรงพยาบาลฉือเยี่ยนก็เหมือนกับตอนที่หลินเซิงเดินกลับบ้านคนเดียวในท่ามกลางสายฝน ในสมองก็ปรากฏเรื่องราวความทรงจำในอดีตของทั้งสองขึ้นมาอย่างต่อเนื่องครั้งแรกที่เจอหลินเซิง เป็นตอนปีสองในมหาวิทยาลัยเขาเป็นลมขณะเล่นบาสเพราะน้ำตาลในเลือดต่ำ หลินเซิงที่บังเอิญผ่านมาก็เอาลูกอมที่เธอพกติดตัวไว้ให้เขาตอนนั้น เขายังไม่รู้ว่าหลินเซิงคือรุ่นน้องที่ฉีเจินเพื่อนร่วมห้องของเขาตามจีบมาครึ่งปี แต่ก็ตกหลุมรักหลินเซิงตั้งแต่แรกพบ และเริ่มตามจีบอย่างจริงจังกว่าจะรู้ หลินเซิงก็คบกับฉีเจินแล้ววันที่รู้ว่าหลินเซิงจะแต่งงาน ฉือเยี่ยนร้องไห้ไปทั้งคืนจากนั้นก็ขับรถตามรถแต่งงานไปตลอดทางสุดท้าย ตอนที่หลินเซิงถูกฉีเจินอุ้มลงจากรถนั้น เขาก็ไม่กล้าเข้าไปดู เพียงแค่ดวงตาแดงก่ำแล้วกลับรถคืนนั้น หลินเซิงที่ดื่มจนเมามากก็ฝันในฝันนั้น คนที่แต่งงานกับหลินเซิงนั้นคือเขาเมื่อตื่นขึ้นมา ฉือเยี่ยนก็อธิษฐานอย่างร้ายกาจว่าขอให้ฉีเจินไม่รู้จักรักษา แบบนี้เขาถึงจะมีโอกาสสวรรค์โปรดปรานเขา และความปรารถนาของฉือเยี่ยนก็เป็นจริงในที่สุดเขาก็ได้ดวงจันทร์ของตัวเองกลับคืนมา ทำให้หลินเซิงปรากฏตัวอยู่บนท
Read more

บทที่8

เปลวไฟแห่งความอิจฉาริษยาได้ลุกโชนขึ้นแล้วทุกวินาทีหลังจากนี้ ทุกการกระทำและทุกคำพูดของหลินเซิง สำหรับฉือเยี่ยนแล้วล้วนเป็นการยั่วยุในทันทียิ่งรักก็ยิ่งเจ็บปวด ยิ่งเจ็บปวดก็ยิ่งเกลียดมากเท่านั้นฟางฉงเองก็เอาแต่เล่าเรื่องราวในอดีตของหลินเซิงกับฉีเจินให้เขาฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยั่วยวนเขาว่า:"คุณไม่รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเหรอ?""คุณรักหลินเซิงมานานขนาดนั้น แต่เธอกลับเลือกคุณเป็นตัวเลือกที่รองลงมา""ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันจะเอาคืนอย่างแน่นอน"ข้อความถัดไป เป็นรูปถ่ายแนวเย้ายวนที่ฟางฉงส่งมา ฉือเยี่ยนไปตามนัดอย่างบ้าบิ่นตอนกลับบ้าน ก็ไม่ลืมที่จะซื้อเค้กชิ้นเล็กๆ ที่หลินเซิงชอบกินให้เธอ เขาจำได้ว่าจิตแพทย์เคยบอกว่าการกินของหวานแต่พอเหมาะ จะช่วยทำให้อารมณ์ดีได้เมื่อเห็นรอยยิ้มหวานๆ ของหลินเซิงขณะกินเค้ก ฉือเยี่ยนกลับรู้สึน่าเบื่อมากทำไม? เพื่อหลินเซิงแล้วเขาต้องทนทุกข์ทรมานมากมาย แต่หลินเซิงกลับไม่รู้อะไรเลยดังนั้น ในวันที่ไปจดทะเบียนสมรสเขาจึงเปิดเผยทุกอย่างรถที่วิ่งด้วยความเร็วสูงหยุดกะทันหันในขณะที่ฉือเยี่ยนคิดถึงตรงนั้น เขารู้สึกผิดอย่างมาก แต่เขาไม่มีแม้แต่เวลาเสียใจเลยด้
Read more

บทที่9

หลินเซิงตื่นมาในวันที่สามหลังจากผ่าตัดเสร็จเมื่อเห็นเธอตื่น ฉือเยี่ยนที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงเธอมาสามวันสามคืนก็ลุกขึ้นยืนทันที และถามอย่างไม่หยุดยั้งว่า:"หลินเซิง คุณตื่นแล้วเหรอ มีตรงไหนไม่สบายหรือเปล่า?"หลินเซิงชะงักไปเล็กน้อย มือที่อยู่ใต้ผ้าห่มกำแน่นอยู่ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็ส่ายหัว และถามด้วยความสงสัยว่า:"คุณเป็นใคร?"ฉือเยี่ยนตกตะลึง รู้สึกดีใจยิ่งนักระหว่างรอหลินเซิงตื่นมา เขาได้ร่างคำขอโทษและคำอธิบายมากมาย เตรียมที่จะตามจีบหลินเซิงอีกครั้งแต่ไม่เคยคิดเลยว่าหลินเซิงจะความจำเสื่อม ลืมทุกอย่างไปกลับมอบโอกาสให้เขาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เขาพยายามปกปิดความตื่นเต้นในใจ:"ผมคือสามีของคุณ เราเพิ่งจดทะเบียนสมรสกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และจะจัดงานแต่งงานกันปลายเดือนนี้"เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง:"แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนคุณขึ้นไปดูดาวที่บนหลังคาแล้วพลัดตกจากตึก เพิ่งผ่าตัดมา ต้องพักฟื้นสักระยะหนึ่ง รอคุณหายดีแล้ว เราค่อยจัดพิธีแต่งงานกัน"ในที่ที่ฉือเยี่ยนมองไม่เห็น หลินเซิงกลับยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ หลังจากหายไปอย่างรวดเร็ว หลินเซิงก็ถามขึ้นด้วยความงุนงงว่า:"คุณบอกแต่
Read more

บทที่10

ใบทะเบียนสมรสแบบนี้ ก็คงต้องทำให้หลินเซิงไม่พอใจอย่างแน่นอนไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หลินเซิงที่ความจำเสื่อมอารมณ์ก็พลุ่งพล่านขึ้น เธอหยิบทุกสิ่งที่สามารถยกได้ขว้างใส่ฉือเยี่ยน ดวงตาแดงก่ำพลางกล่าวหาด้วยความเจ็บปวดว่า:"แม้แต่ใบทะเบียนสมรสของเราคุณก็เก็บรักษาไว้ไม่ได้ คุณไม่รักฉันเลย ฉันจะหย่ากับคุณ!"คำว่า "หย่า" ทำให้ฉือเยี่ยนตื่นตระหนกจนตั้งสติไม่อยู่เขารีบคุกเข่าลง และอธิบาย:"เป็นความผิดของผมเอง แต่เราสามารถทำใหม่ได้ และของที่ทำใหม่นั้นผมจะเก็บรักษาไว้อย่างดีแน่นอน เชื่อผมนะ โอเคไหม?"ในที่สุด หลังจากฉือเยี่ยนคุกเข่าอ้อนวอนต่อเนื่อง และโอนเงินจำนวนแปดหลักให้หลินเซิงโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ในวันที่ออกจากโรงพยาบาล หลินเซิงก็ยอมปริปากตกลงที่จะไปทำใบทะเบียนสมรสใหม่กับเขา แต่เมื่อขึ้นรถ หลินเซิงก็นั่งที่เบาะหลังนึกได้ว่าหลินเซิงเมารถ ฉือเยี่ยนจึงยิ้มแล้วพูดว่า:“ที่รัก คุณลืมไปแล้วเหรอว่าคุณนั่งข้างหลังจะเมารถ?”หลินเซิงจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง โดยไม่หันหน้ามามอง:“ฉันไม่อยากนั่งข้างหน้า ฉันสงสัยว่าที่นั่งข้างคนขับของคุณเคยมีผู้หญิงอื่นนั่งมาก่อน ฉันแค่เห็นก็รู้สึกขยะแขยงสีหน
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status