เกี้ยวม่านสีเขียวเข้มเลี้ยวผ่านปากตรอก และเลือนหายไปในยามโพล้เพล้เซียวจิ่งเหยียนยังคงยืนอยู่ที่เดิมเขาไม่รู้ว่าตนเองยืนอยู่ตรงนั้นนานเท่าใด นานเสียจนมือของหลินชิงหลานที่ดึงชายแขนเสื้อของเขาได้ปล่อยออก นานเสียจนบ่าวรับใช้เฝ้าประตูไม่กล้าเงยหน้า ได้แต่ค่อยๆ หลบหลังกำแพงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี้ยวหลังนั้นลับสายตาไปนานแล้วทว่าเขายังคงทอดสายตาไปยังทิศทางนั้นสายลมพัดโบกจนชายเสื้อของเขาปลิวไสวขึ้นเบา ๆเมื่อครู่นางเดินผ่านข้างกายเขาไป โดยไม่ชายตามองเขาแม้แต่นิดเดียวนางไม่แม้แต่จะมองเขาสักครา"พี่จิ่งเหยียน"น้ำเสียงของหลินชิงหลานอ่อนหวานนุ่มนวล "ชิงหลานเจ็บหน้าอก ท่านพี่ไปส่งข้ากลับเรือนดีหรือไม่เจ้าคะ?"เซียวจิ่งเหยียนไม่ได้ขานรับเขายังคงเหม่อมองไปยังปากตรอกอันว่างเปล่าแห่งนั้น"พี่จิ่งเหยียน?"เขาคล้ายเพิ่งตื่นจากภวังค์ ค่อยๆ ละสายตากลับมา"มาๆ ส่งแม่นางหลินกลับเรือน"หลินชิงหลานก้มหน้าลง ปลายนิ้วอันขาวเนียนบีบเค้นเข้าหากันที่ชายแขนเสื้อ"พี่จิ่งเหยียนไม่ไปเป็นเพื่อนข้าหรือเจ้าคะ?"เขาไม่ได้ตอบเขาเริ่มก้าวเดินกลับเข้าไปในจวนแล้วแผ่นหลังเหยียดตรง ทว่าฝีเท้ากลับเร่งรีบกว่
Read more