All Chapters of ไห่ถังโรยรา สามปีที่สาย: Chapter 11 - Chapter 20

27 Chapters

บทที่ 11

เกี้ยวม่านสีเขียวเข้มเลี้ยวผ่านปากตรอก และเลือนหายไปในยามโพล้เพล้เซียวจิ่งเหยียนยังคงยืนอยู่ที่เดิมเขาไม่รู้ว่าตนเองยืนอยู่ตรงนั้นนานเท่าใด นานเสียจนมือของหลินชิงหลานที่ดึงชายแขนเสื้อของเขาได้ปล่อยออก นานเสียจนบ่าวรับใช้เฝ้าประตูไม่กล้าเงยหน้า ได้แต่ค่อยๆ หลบหลังกำแพงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี้ยวหลังนั้นลับสายตาไปนานแล้วทว่าเขายังคงทอดสายตาไปยังทิศทางนั้นสายลมพัดโบกจนชายเสื้อของเขาปลิวไสวขึ้นเบา ๆเมื่อครู่นางเดินผ่านข้างกายเขาไป โดยไม่ชายตามองเขาแม้แต่นิดเดียวนางไม่แม้แต่จะมองเขาสักครา"พี่จิ่งเหยียน"น้ำเสียงของหลินชิงหลานอ่อนหวานนุ่มนวล "ชิงหลานเจ็บหน้าอก ท่านพี่ไปส่งข้ากลับเรือนดีหรือไม่เจ้าคะ?"เซียวจิ่งเหยียนไม่ได้ขานรับเขายังคงเหม่อมองไปยังปากตรอกอันว่างเปล่าแห่งนั้น"พี่จิ่งเหยียน?"เขาคล้ายเพิ่งตื่นจากภวังค์ ค่อยๆ ละสายตากลับมา"มาๆ ส่งแม่นางหลินกลับเรือน"หลินชิงหลานก้มหน้าลง ปลายนิ้วอันขาวเนียนบีบเค้นเข้าหากันที่ชายแขนเสื้อ"พี่จิ่งเหยียนไม่ไปเป็นเพื่อนข้าหรือเจ้าคะ?"เขาไม่ได้ตอบเขาเริ่มก้าวเดินกลับเข้าไปในจวนแล้วแผ่นหลังเหยียดตรง ทว่าฝีเท้ากลับเร่งรีบกว่
Read more

บทที่ 12

เซียวจิ่งเหยียนนอนหงายหน้าอยู่บนพื้นหินสีเขียวที่เย็นเยียบ แขนขาไม่รับฟังคำสั่งการใดๆ อีกต่อไป มีเพียงสติรับรู้เท่านั้นที่ยังคงดิ้นรนต่อสู้เป็นครั้งสุดท้ายแสงจันทร์สาดส่องลงมาอย่างเย็นชาหลินชิงหลานคุกเข่านั่งลงข้างกายเขา ปลายนิ้วลูบไล้ผ่านคิ้วของเขาอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังวาดลวดลายชื่นชมของล้ำค่าชิ้นหนึ่งที่ในที่สุดก็ตกเป็นของตน"พี่จิ่งเหยียนเจ้าค่ะ" นางเอ่ยเสียงแผ่ว "ในที่สุดท่านพี่ก็สามารถมองเพียงแค่ข้าคนเดียวได้เสียที"เขาไม่ต้องการจะมองนางเขาฝืนหลับตาลงอย่างแรงทว่าใบหน้าที่ผุดขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด กลับมีใบหน้าอีกคนหนึ่งลอยขึ้นมาการไปของนางในครานี้ คือการไปยอมรับความตายแทนเขาเซียวจิ่งเหยียนลืมตาขึ้นทันทีเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรี่ยวแรงมหาศาลนั้นหลั่งไหลมาจากที่ใดเขารวบรวมแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ ยกแขนขึ้นปัดของเต็มแรง!จอกเหล้าบนโต๊ะตกลงพื้นพร้อมเสียงดัง“เพล้ง” เศษกระเบื้องแตกกระจายเขาเอื้อมมือไปคว้าเศษกระเบื้องแหลมคมชิ้นหนึ่งแล้วกำมันไว้แน่นสุดแรงหยาดเลือดไหลทะลักออกมาจากใจกลางฝ่ามือ มันอุ่นร้อนและเหนียวเหนอะหนะ ไหลรินตามซอกนิ้วหยดลงบนพื้นทีละหยดๆขาใช้มือยั
Read more

บทที่ 13

บุรุษผู้หนึ่งในชุดดำวิ่งโซซัดโซเซเข้ามา เสื้อคลุมเปื้อนฝุ่นไปทั้งตัว เขาคือคนที่เซียวจิ่งเหยียนส่งไปคอยรับช่วงต่อที่ประตูวังเมื่อวิ่งมาถึงตรงหน้า เขาเห็นฝ่ามือของเซียวจิ่งเหยียนที่เลือดไหลไม่หยุดก็ร้องด้วยความตกใจ "นายท่าน มือของนายท่านขอรับ""นางล่ะ"เซียวจิ่งเหยียนไม่ได้ก้มหน้าลงมองบาดแผลของตนเองเลยแม้แต่น้อยเขาเอ่ยถามเพียงคำสองคำนี้เท่านั้นคนชุดดำคุกเข่าหมอบลงกับพื้น คอตก"บ่าวไร้ความสามารถ ตำหนักจื่อเฉินมีทหารองครักษ์เวรยามแน่นหนายิ่งนัก ต่อให้เป็นนกสักตัวก็มิอาจบินกล้ำกรายเข้าไปได้ บ่าวเฝ้ารอจนกระทั่งประตูวังลงกลอนปิดสนิท ก็ยังคงไร้วี่แววของฮูหยินเลยขอรับ"เขาเว้นจังหวะไป เสียงยิ่งกดต่ำลงไปอีก"อีกทั้ง ยังไม่มีข่าวคราวการแจ้งประทานความตายหรือจัดงานศพใดๆ หลุดออกมาจากในวังเลยขอรับ"เซียวจิ่งเหยียนไม่ได้เอ่ยคำใดเขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ปล่อยให้หยาดเลือดจากกลางฝ่ามือหยดลงสู่พื้นอิฐสีเขียวทีละหยดๆไร้ซึ่งข่าวคราวสิ่งนี้นับว่าทนทุกข์ทรมานใจยิ่งกว่าผลลัพธ์รูปแบบใดๆ ทั้งสิ้นคนชุดดำเงยหน้าขึ้น "นายท่าน ให้บ่าวทำแผลให้ท่านก่อนเถิด""มิต้อง"เซียวจิ่งเหยียนปลดป้ายคำสั่
Read more

บทที่ 14

อวิ๋นเจาจำต้องคุกเข่าอยู่ที่ตรงนั้นนางจ้องมองฮ่องเต้หนุ่มตรงหน้าที่กุมมือนางไว้และเอ่ยเรียกนางว่า "ท่านพี่หญิง" เนิ่นนานผ่านไป กว่าที่นางจะหาเสียงของตนเองเจอ"...ฝ่าบาทตรัสว่ากระไรนะเพคะ"จ้าวเหยียนมิได้เอ่ยทวนคำเขาเพียงจ้องมองนาง ในดวงตาคู่นั้นสะท้อนแสงเทียนวูบวาบ และสะอ้านสะท้อนภาพแผ่นหลังที่รีบเร่งจากไปอย่างตื่นตระหนก ที่ประตูมุมกำแพงวังบูรพาเมื่อสิบสามปีก่อนอวิ๋นเจาจ้องมองเขา"ปานรูปขนนกฟีนิกซ์บนไหล่ของท่านพี่หญิงไม่ใช่รอยประทับเพียงหนึ่งเดียว" จ้าวเหยียนเงยหน้าสบตา "เสด็จแม่เคยตรัสไว้ว่า ที่เอวด้านหลังของท่านพี่หญิงยังมีปานรูปดอกบัวอีกแห่งหนึ่ง ยามที่เสด็จแม่สวมกุญแจอายุยืนให้ท่านด้วยพระองค์เอง ทรงมองเห็นมันเข้าพอดี"เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง"นั่นคือตราประจำตระกูลเดิมของเสด็จแม่ บนโลกใบนี้จะไม่มีคนที่สองที่มีรอยประทับนี้เด็ดขาด"อวิ๋นเจาตกตะลึงไปในทันใดนางค่อยๆ ก้มหน้าลงอย่างช้าๆภายใต้เสื้อผ้าหลายชั้น และใต้บาดแผลนับไม่ถ้วนที่ได้รับตลอดสามปีในจวนราชครู นางแทบจะหลงลืมมันไปหมดแล้วรอยประทับรูปดอกบัวสีชมพูขนาดเท่าเล็บมือตรงเอวด้านหลังผืนนั้นท่านแม่บุญธรรมไม่เคยเอ่ย
Read more

บทที่ 15

หัวหน้าหมอหลวงคุกเข่าอยู่ด้านหน้าเซียวจิ่งเหยียน หน้าผากแนบพื้น ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น"ชีพจรของแม่นางหลินมิเหมือนอาการป่วยทั่วไป แต่คล้ายว่าถูกพิษขอรับ”เซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่ข้างเตียง ก้มมองใบหน้าซีดเซียวและอ่อนแรงของนางสามวันแล้วสามวันเต็มๆ ที่ไม่มีข่าวคราวใดๆ ส่งมาจากทางพระราชวังเลยคนที่เขาส่งไปคอยรับตัวอวิ๋นเจาก็ยังคงเฝ้าคอยอยู่ภายนอกประตูจูเชว่ป้ายคำสั่งที่เขามอบให้อวิ๋นเจา ยังคงวางนิ่งอยู่ในฝ่ามือของคนผู้นั้นเขาคอยท่าข่าวเรื่องที่นางจะถูกส่งตัวออกมาจากวังหลวงทว่าสิ่งที่เขารอกลับเป็นข่าวว่าหลินชิงหลานถูกวางยาพิษ"พิษอันใด"เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผากของหัวหน้าหมอหลวง"เรื่องนี้ยากที่จะวินิจฉัยขอรับ เพียงแต่ดูเหมือนว่าพิษจะมาจากสิ่งของที่อยู่ข้างกายของคุณหนู"แววตาของเซียวจิ่งเหยียนหม่นลงเล็กน้อย"ค้น"ครึ่งชั่วยามต่อมา ขันทีผู้หนึ่งประคองผ้าเช็ดหน้าสีขาวเรียบผืนหนึ่งมาคุกเข่าถวายต่อหน้าเขา"นายท่าน สิ่งนี้ค้นพบในกล่องข้างหมอนของแม่นางหลินขอรับ"เซียวจิ่งเหยียนยื่นมือไปรับมา"ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้" สาวใช้ที่คุกเข่าอยู่ข้าง ๆ ตัวสั่นราวกับใบไม้ต้องลม "ผ้าเช็ดหน้าผื
Read more

บทที่ 16

เซียวจิ่งเหยียนไม่ได้เอ่ยคำตอบเขายังคงจ้องมองนางอยู่เช่นนั้นหลินชิงหลานยันตัวขึ้น ค่อยๆ ประคองตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆนางเอนกายพิงหมอน ปอยผมข้างขมับหลุดลุ่ย ใบหน้ายังคงขาวซีดมีเพียงดวงตาคู่นั้นดวงตาคู่ที่คอยเฝ้ามองตามหลังเขามาตั้งแต่อายุสิบห้าปี คู่ที่เคยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาและเต็มไปด้วยความตื่นกลัวอยู่เสมอในยามที่จ้องมองเขาในตอนนี้ กลับราวกับว่าได้ถอดหน้ากากที่สวมไว้มาเนิ่นนานออกไปเสียที"พี่จิ่งเหยียนเจ้าค่ะ"นางเอ่ยเรียกเขาเสียงแผ่ว"ท่านพี่รู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงต้องทำเช่นนี้"เซียวจิ่งเหยียนมิได้ขานรับและหลินชิงหลานเองก็มิได้ต้องการคำตอบรับจากเขาเช่นกันนางจ้องมองเขาจ้องมองบุรุษผู้เป็นที่รักของนางมาตลอดสิบสองปีเต็มผู้นี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่แอบมองเขาจากหลังฉากกั้นตั้งแต่วันที่เขาใช้ร่างกายรับลูกธนูลับดอกแรกแทนนางตั้งแต่วันที่เขาจูงมือนาง พานางหนีรอดจากลานประหารกลับมายังจวนตั้งแต่ยามที่เขาแต่งงานกับสตรีอีกคน"ค่ำคืนที่ท่านพี่แต่งงานกับนาง" นางเอ่ย "ข้านั่งนิ่งอยู่ในเรือนของตนเองตลอดทั้งคืน""ในใจของข้าคิดว่า ไม่เป็นไรหรอก ที่ท่านแต่งนางเข้าจวนก็ทำเพื่
Read more

บทที่ 17

บุรุษในชุดดำขลับคุกเข่าลงหน้าเซียวจิ่งเหยียน"นายท่านขอรับ เข้าวังในยามนี้มิต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย ทางวังหลวงยังมิได้แจ้งประทานความตาย อีกทั้งยังไม่มีข่าวคราวใดๆ เกี่ยวกับฮูหยินหลุดรอดออกมา นับว่าเป็นความโชคดีในความโชคร้ายแล้ว หากนายท่านบุ่มบ่ามเข้าเฝ้าในเวลานี้ ฝ่าบาทย่อมต้องทรงระแวงสงสัยเป็นแน่ขอรับ..."ทว่าเซียวจิ่งเหยียนหาได้ยอมรับฟังไม่เขาพลิกตัวขึ้นหลังม้า บีบกำขวดกระเบื้องเคลือบที่ค้นเจอจากใต้โต๊ะเครื่องแป้งของหลินชิงหลานเอาไว้ในฝ่ามือแน่นยาถอนพิษเผื่อว่านางจะยังไม่ได้กลืนพิษเม็ดนั้นลงไปเผื่อว่านางยังคงเฝ้ารอคอยเขาอยู่เผื่อว่าเขาสะบัดแส้ควบม้าสายลมยามค่ำคืนคมกริบดั่งใบมีด พัดกรรโชกผ่านข้างหูเสียงอื้ออึงเขาไม่ได้ยินเสียงสิ่งใดอีกต่อไปเขาสามารถรับรู้ได้เพียงเสียงหัวใจของตนเองทหารองครักษ์ประจำประตูจูเชว่จดจำเขาได้ แม้จะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมปล่อยให้ผ่านเขาผ่านประตูวังอันแน่นหนาหลายต่อหลายชั้น ฝ่าเท้าก้าวขึ้นบันไดหยกนับพันขั้นตำหนักจื่อเฉินอยู่ตรงหน้าแล้วหลังจากขันทีเข้าไปกราบทูลรายงาน ประตูท้องพระโรงก็ค่อยๆ เปิดออกเซียวจิ่งเหยียนคุกเข่าลงหน้าพระ
Read more

บทที่18

เซียวจิ่งเหยียนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตนเองเดินทางกลับมาถึงจวนราชครูได้อย่างไรเขาจำได้เพียงว่ายามที่ควบม้าฝ่าผ่านประตูจูเชว่มานั้น ท้องฟ้าก็สว่างโร่เสียแล้วบ่าวรับใช้ที่หน้าประตูจวนเห็นเขาดึงบังเหียนม้ามาแต่ไกล ก็รีบกุลีกุจอเข้ามาจูงสายบังเหียนไปยามที่บ่าวรับใช้ยื่นมือไปรับสายบังเหียนพลางจ้องมองแผ่นหลังของเขา กลับรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุเขาบอกไม่ถูกว่ามีสิ่งใดที่ไม่ถูกต้องทั้งที่นายท่านก็ดูสงบนิ่งเป็นปกติเหมือนเช่นทุกวันเซียวจิ่งเหยียนไม่ได้เดินกลับไปยังเรือนนอนของตนเอง ทว่าเขาตรงไปยังเรือนของหลินชิงหลานประตูเรือนเปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่งหลินชิงหลานเอนกายพิงอยู่บนเตียงนางได้ยินเสียงฝีเท้า จึงเงยหน้าขึ้นมองนางจ้องมองเขาและเขาก็เห็นเช่นกันด้านหลังของเขามีคนเดินตามรับใช้มาด้วยถึงสี่คนเป็นขันทีผู้คุมกฎลงทัณฑ์สองคน และหญิงรับใช้ชั้นล่างอีกสองคนที่แขนของหญิงรับใช้คนหนึ่งพาดแส้หวายหนาเท่านิ้วหัวแม่มือ สีดำอมแดงเป็นมันเงา เป็นของเก่าที่แช่น้ำมันตังอิ้วมาหลายปี ตัวแส้ถูกม้วนขดไว้สามรอบ ส่วนปลายที่ห้อยลงมายังแกว่งไหวเบา ๆหลินชิงหลานจ้องมองแส้เส้นนั้นนางยิ้มออกม
Read more

บทที่ 19

เซียวจิ่งเหยียนไม่ได้ลุกขึ้น เขายังคงนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง มองดูแสงสนธยาค่อย ๆ แผ่คลุมลานเรือนทีละน้อย"มีเรื่องอันใด"บุรุษในชุดดำขลับคุกเข่าอยู่ภายนอกประตู พลางก้มหน้าลงต่ำ"มีข่าวคราวส่งมาจากในวังหลวงขอรับ" เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง "ฝ่าบาททรงมีพระราชดำริจะส่งองค์หญิงฉางหนิงแต่งงานไกลไปยังชายแดนเหนือ เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีกับพวกซงหนู"เซียวจิ่งเหยียนร่างกายแข็งทื่อ "เชื่อมสัมพันธไมตรี" เขาเอ่ยทวนคำนี้ซ้ำๆ"ศึกสงครามทางชายแดนเหนือกำลังตึงเครียด ยามนี้พวกซงหนูยกกองทัพม้าเหล็กกว่าแสนนายมาประชิดติดชายแดน กลุ่มขุนนางฝ่ายรักสงบในราชสำนักจึงทูลเสนอให้ส่งองค์หญิงไปเชื่อมสัมพันธไมตรีอย่างสุดกำลังขอรับ"บุรุษในชุดดำเอ่ยอย่างเร็ว "องค์หญิงเพิ่งจะทรงได้รับการหล่อสมุดทองคำตราตั้ง ฐานันดรศักดิ์ถูกกำหนดแน่ชัดแล้ว ตามกฎมณเฑียรบาลย่อมต้องทรงแบกรับหน้าที่แต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีนี้ ยามนี้กรมพิธีการกำลังปรึกษาหารือเรื่องขบวนเครื่องราชบรรณาการการแต่งงานแล้วขอรับ"เซียวจิ่งเหยียนลุกขึ้นยืน "ฝ่าบาททรงเห็นชอบแล้วรึ"บุรุษในชุดดำก้มหน้าลง "ฝ่าบาทยังมิได้ทรงออกพระราชโองการที่แน่ชัด เพียงแต่ก
Read more

บทที่ 20

ยามใกล้หกโมงเช้า เซียวจิ่งเหยียนยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นหลิวที่ตรงด้านนอกเรือนซวงเขาเดินทางมาถึงตั้งแต่ยามใกล้รุ่งแล้วยามที่ประตูวังยังไม่เปิด เขาก็เฝ้ารออยู่ด้านนอกห้องพักของขุนนาง ขันทีเชิญให้เขาเข้าไปรอข้างใน ทว่าเขา กลับส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วเลือกที่จะยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นหลิวต้นนี้หยาดน้ำค้างทำชายชุดขุนนางของเขาเปียกชื้น ทั้งยังซึมลึกเข้าไปจนทั่วหลังรองเท้าบูทเขาไม่รู้สึกหนาวเลยในใจของเขาเพียงแต่คิดคำนึงว่า ยามที่นางเดินมาตามเส้นทางนั้น นางจะมองเห็นต้นหลิวต้นนี้ก่อน หรือว่าจะมองเห็นเขาก่อนกันแน่นางปรารถนาที่จะพบหน้าเขาหรือไม่นางจะหันหลังจากไปทันทีหรือไม่หรือนางจะไม่แม้แต่จะปรายตามองมาทางนี้เลยเขากำรอยปักรูปเมฆไหลเวียนตรงปลอกแขนเสื้อเอาไว้แน่นเมื่อใกล้รุ่งนี้ เขาใช้เวลาจัดระเบียบและลูบไล้รอยปักนี้อยู่หน้ากระจกทองเหลืองเป็นเวลานานแสนนานเขาหวาดกลัวว่ามันจะยับกลัวว่ายามที่นางมองเห็นเข้า จะคิดว่าเขาไม่เห็นคุณค่าจกที่ไกลๆ พลันมีเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังแว่วมาเซียวจิ่งเหยียนเงยหน้าขึ้นมองท่ามกลางสายหมอกยามเช้า ร่มคันนั้นค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ขึ้นทีละน้อยร่มกางกั้นสีเห
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status