ดาวตก
ทันทีที่งานเลี้ยงในวังใกล้จบ ข่าวที่แม่ทัพเผยทุ่มเงินมหาศาลประมูลนางโลมอันดับหนึ่งก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงแล้ว เหล่าขุนนางและแขกที่มาร่วมงานต่างพากันหันมองท่านหญิงเจียเหอหยุนชี ผู้ใดเล่าไม่รู้ว่านางเป็นหญิงขี้หึงตัวแม่ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่งกับเผยอี้มาห้าปี คนหนึ่งเที่ยวโปรยเสน่ห์ไปทั่ว อีกคนบุกไปอาละวาดถึงหอนางโลม เรื่องตลกขบขันที่พวกเขาก่อแทบจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาหลักหลังมื้ออาหารของคนทั้งเมืองหลวงไปแล้ว “ท่านหญิงเจ้าคะ...” สาวใช้คนสนิทรีบเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับกดเสียงให้ต่ำลง“จะให้บ่าวพาองครักษ์ไปเชิญท่านแม่ทัพกลับมาตอนนี้เลยหรือไม่เจ้าคะ?” น้ำเสียงของหยุนชีราบเรียบ “ไม่ต้อง เงินพันตำลึงทองพอกับค่าตัวนางหรือไม่? หากไม่พอส่งไปเพิ่มอีก ให้เบิกจากบัญชีส่วนตัวของข้า”สาวใช้ถึงกับอึ้งตะลึงไป ผู้คนทั่วทั้งโถงจัดเลี้ยงก็ตกตะลึงเช่นกัน จากนั้นเสียงฮือฮาด้วยความประหลาดใจก็ดังขึ้นทันที “นางพูดว่ากระไรนะ? ส่งเงินไปให้งั้นรึ? ไม่ใช่สั่งให้องครักษ์ไปลากตัวรองแม่ทัพเผยกลับมาหรอกหรือ?” “ได้ยินว่าคราวก่อนที่ท่านแม่ทัพเผยไปดื่มเหล้ากับนางโลม นางถึงกับถือกระบี่บุกขึ้นหอนางโลม ท่านแม่ทัพเผยต้องนอนรักษาตัวอยู่ตั้งหลายวัน คราวนี้เหตุใดจึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเช่นนี้?”“นั่นสิ คราวงานเทศกาลโคมไฟยิ่งร้ายกาจกว่านี้ เรือสำราญตั้งสามลำ ถูกนางเผาวอดไม่เหลือชิ้นดี”“ทุกครั้งรองแม่ทัพเผยจะถูกทางวังหลวงลงทัณฑ์ แต่จะมีประโยชน์อันใดเล่า วันต่อมาเขาก็ยังคงไปนอนเคล้านารีหลับนอนในหอนางโลมอยู่ดี”“เฮ้อ หรือว่าในที่สุดนางจะตระหนักได้แล้วว่าทำเช่นนี้ไม่อาจรั้งใจบุรุษไว้ได้ จึงเตรียมจะแสร้งทำตัวเป็นภรรยาที่ดีและมารดาผู้ประเสริฐแล้ว?”เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ลอยเข้าหูของหยุนชีอย่างชัดเจน