All Chapters of หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก: Chapter 11 - Chapter 20

30 Chapters

บทที่ 11

พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายวัน งานเลี้ยงครอบครัวตระกูลสีใกล้เข้ามาทุกที ประจวบเหมาะกับที่เคอหนิงเพิ่งรับทำคดีใหม่พอดี เธอจึงตั้งใจจะใช้ข้ออ้างเรื่องไปทำงานต่างเมืองเพื่อหลบหน้าไปให้พ้น ทว่าเตรียมการไว้พร้อมสรรพแล้วเชียว กลับถูกคนมาขวางเอาไว้ที่หน้าเกตก่อนจะขึ้นเครื่องเพียงไม่กี่อึดใจ “นายหญิงน้อยครับ คุณนายผู้เฒ่าสั่งไว้ว่า ก่อนจะถึงวันงานเลี้ยง คุณจะเดินทางออกไปจากเมืองหลินไม่ได้เด็ดขาด” หัวหน้าบอดี้การ์ดเอ่ยด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะสุภาพ ทว่าน้ำเสียงกลับเด็ดขาดไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง มือของเคอหนิงที่กำด้ามจับกระเป๋าเดินทางบีบแน่นขึ้นเรื่อย ๆ บอดี้การ์ดเหล่านั้นคุมเข้มตามประกบเธอแทบจะทุกฝีก้าว จนกระทั่งเธอกลับมาถึงคฤหาสน์หลานสุ่ยวานทั้งเจียงซินและสีซือเฉิงต่างก็ไม่อยู่บ้าน เคอหนิงเดาว่าคงเป็นเพราะอาการป่วยของเจียงอวิ๋นฮ่วนยังไม่หายดี แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้อยู่เงียบ ๆ อย่างสงบ ระหว่างนั้น ป้าหลินก็ยกกล่องของขวัญที่หรูหราประณีตเป็นพิเศษเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “คุณผู้หญิงคะ นี่เป็นของขวัญที่คุณผู้ชายเตรียมไว้ให้ค่ะ สั่งให้คนส่งมาให้ตั้งแต่เช้าตรู่เลย”เคอหนิงไม่ได
Read more

บทที่ 12

คำว่าคุณเคอเพียงคำเดียว ทิ้งระยะห่างระหว่างคนทั้งสองอย่างสิ้นเชิง ห้าปี... ห้าปีเต็ม! หนึ่งพันกว่าทิวาราตรี! เคอหนิงคิดไม่ถึงเลยว่าจะต้องกลับมาพบเขาอีกครั้งในสถานการณ์เช่นนี้ คนหนึ่งกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพล ส่วนอีกคนกลายเป็นภรรยาของผู้อื่นไปแล้ว แม้ตระกูลสีจะป่าวประกาศกับคนภายนอกว่าเป็นเพียงงานเลี้ยงภายในครอบครัว ทว่าทั้งเมนูอาหารและการจัดสถานที่ล้วนอิงตามมาตรฐานงานเลี้ยงอาหารค่ำสุดหรู เห็นได้ชัดว่าตระกูลสีให้ความสำคัญกับการพบปะครั้งนี้มากเพียงใด ระหว่างรับประทานอาหาร คุณนายผู้เฒ่าสีถึงขั้นยกที่นั่งประธานให้แก่ลู่วั่งเฉิน หลังจากผลัดกันดื่มอวยพรเรียบร้อยแล้ว หญิงชราก็เอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม พยายามวกเข้าเรื่องธุรกิจของสองตระกูล “วั่งเฉินช่างเป็นคนหนุ่มที่อนาคตไกลจริง ๆ อายุแค่นี้ก็ก้าวขึ้นมาคุมตระกูลซ่งแล้ว ไม่เหมือนลูกหลานไม่เอาถ่านของฉันพวกนี้เลย ไม่ได้เรื่องสักคน” ก้าวขึ้นมาคุมตระกูลซ่ง... หัวใจของเคอหนิงกระตุกวูบ มือที่กำลังตักอาหารเงียบ ๆ ชะงักไปเล็กน้อยจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น ความรู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดหัวใจของเธอเอาไว้แน่น เขา... กลายเป็นผู้นำตระกูล
Read more

บทที่ 13

“อืม... พอดีตัวเลย” เคอหนิงไม่รู้เลยว่าเขาตั้งใจจะพูดอะไรกันแน่ สมองของเธอขาวโพลนไปหมด แทบจะปล่อยให้เขาจูงจมูกอยู่ฝ่ายเดียว เธอคล้ายจะได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ ของชายหนุ่มดังแว่วมา บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเริ่มอึดอัดและละเอียดอ่อน สีซือเฉิงส่งสัญญาณให้สาวใช้รินไวน์เพิ่มให้ลู่วั่งเฉิน ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยนนั้นแฝงแววหยั่งเชิงอย่างชัดเจน “น้าเล็กกับหนิงหนิง... ไปรู้จักกันได้ยังไงเหรอครับ?” วินาทีนั้น เคอหนิงถึงกับนิ่งอึ้งไปทั้งตัว หัวใจของเธอเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง หวาดหวั่นเหลือเกินว่าลู่วั่งเฉินจะหลุดพูดอะไรที่น่ากลัวออกมา เพราะอดีตเหล่านั้น... มันไม่ใช่เรื่องน่าภาคภูมิใจเอาเสียเลย ทว่าลู่วั่งเฉินกลับยังมีสีหน้าเรียบเฉยเป็นปกติ เขาเพียงแค่ช้อนสายตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะวางอุปกรณ์รับประทานอาหารในมือลง “ดูเหมือนคุณชายสีจะใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษเลยนะ?” “หนิงหนิงเป็นภรรยาของผม เรารักใคร่กลมเกลียวกันดี ผมย่อมต้องใส่ใจเธออยู่แล้วครับ” คล้ายต้องการตอกย้ำคำพูดนั้น เขาจึงเอื้อมมือมากอบกุมมือของเคอหนิงเอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ สอดประสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกัน “ไม่ใช่แค่ผมหรอกนะครับ แ
Read more

บทที่ 14

คำพูดของเขาแทงใจดำเธอเข้าอย่างจัง เคอหนิงรู้สึกปวดร้าวไปทุกสัดส่วนจนร่างสั่นสะท้าน เธอสูดลมหายใจเข้าลึก เชิดหน้าขึ้นแล้วเค้นเสียงทีละคำ “ฉัน-เต็ม-ใจ” สิ้นคำนั้น นัยน์ตาของลู่วั่งเฉินก็พลันแดงก่ำ เขารวบเอวบางไว้แน่นแล้วบีบอย่างแรง “คุณพูดว่าไงนะ?”“ฉันบอกว่าเกิดมาเป็นคนตระกูลสี ตายไปก็เป็นผีของตระกูลสี! ฉันกับเขารักกันจริง ฉันเต็มใจแต่งงานกับคนพิการอย่างสีซือเฉิง ยอมเป็นคนรับใช้ดูแลเขาไปตลอดทั้งชีวิ...อื้อ!” เธอหัวรั้นเกินไป ดื้อรั้นเสียจนไม่ยอมเผยความอ่อนแอให้เขาเห็นแม้แต่น้อย ลู่วั่งเฉินบดจูบเธออย่างดุดัน รุกล้ำเข้าไปในโพรงปาก ทั้งขบทั้งกัดอย่างเอาแต่ใจ ทีแรกเขาเพียงแค่อยากจะลงโทษเธอ แต่ไม่รู้ทำไม เขากลับกลายเป็นฝ่ายถลำลึกเสียเอง จนกระทั่งเคอหนิงเริ่มขาดอากาศหายใจ เธอจึงกัดเขาเข้าอย่างแรง นั่นถึงเรียกสติที่กำลังจะเตลิดของเขากลับมาได้ ชายหนุ่มผละออกพลางหอบหายใจหนักหน่วง ทว่าคลื่นอารมณ์ปรารถนาในแววตายังคงปะทุโชนอย่างไม่คิดจะปิดบัง “คุณลองพูดมาสิว่า ถ้ารักแท้ของคุณมาเห็นสภาพคุณตอนนี้... เขาจะยังต้องการคุณอยู่อีกไหม?” เพียะ! เคอหนิงตวัดฝ่ามือตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ก่อนจะใ
Read more

บทที่ 15

เดิมทีสีซือเฉิงกำลังดูแลเจียงอวิ๋นฮ่วนทานข้าว พอได้ยินเช่นนั้น เขาจึงส่งเด็กให้สาวใช้ที่อยู่ข้าง ๆ แล้วบังคับรถเข็นเข้าไปหา “คุณตำรวจ ไม่ทราบว่าพวกคุณมีธุระอะไรกับเจียงซินหรือครับ” ตระกูลสีถือเป็นตระกูลใหญ่ระดับแนวหน้าของเมืองหลิน ตำรวจย่อมรู้จักฐานะของสีซือเฉิงเป็นอย่างดี นายตำรวจพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อเป็นการทักทาย ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้เป็นทางการตามหน้าที่ “คุณเจียงซินตกเป็นผู้ต้องสงสัยในข้อหายุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นกระทำผิดกฎหมายและจ้างวานก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ตอนนี้เราจำเป็นต้องควบคุมตัวเธอไปสอบปากคำตามกฎหมายครับ”ประโยคนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงมากลางวันแสก ๆ สิ้นคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้คนในตระกูลสีก็จับกลุ่มซุบซิบนินทากันให้แซ่ด คุณนายผู้เฒ่าสีขมวดคิ้วมุ่น ตวัดสายตาอันน่าเกรงขามมองไปยังเจียงซิน: “ซินซิน นี่มันเรื่องอะไรกันแน่” เจียงซินที่ตื่นตระหนกอยู่เป็นทุนเดิม พอถูกสายตาของคุณย่าซีข่มขวัญ คำปฏิเสธก็แทบจะหลุดออกจากปากทันที “ไม่ใช่หนูนะคะ หนูไม่ได้ทำ!” หยาดน้ำตาของเธอร่วงเผาะ ซวนเซเข้าไปเกาะขอบรถเข็นของสีซือเฉิง “พี่รอง คุณย่า เชื่อหนูเถอะนะคะ หนูไม่ได้ทำจริง ๆ... พี่รอง รีบ
Read more

บทที่ 16

เคอหนิงไม่ได้ปริปากโต้เถียง เธอเดินไปคุกเข่ารับโทษแต่โดยดี ทว่าในใจกลับไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย เป็นเจียงซินต่างหากที่ฉวยโอกาสใช้ความเคียดแค้นของแม่เด็กชายคนนั้น แล้วใช้เงินฟาดหัวจ้างวานให้เขามาทำร้ายเธอ ด้วยความเอ็นดูที่คุณนายผู้เฒ่ามีต่อเจียงซิน บวกกับความลำเอียงของสีซือเฉิง หากเธอแอบแจ้งความเงียบ ๆ ท้ายที่สุดพวกเขาก็คงหาทางทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก และเรื่องเล็กกลายเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้น... เคอหนิงต้องการให้เจียงซินถูกฝากขังเสียบ้าง ต่อให้สุดท้ายจะเอาผิดไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของสีซือเฉิงไปได้ชั่วคราว แผนการแอบหย่าของเธอจะได้มีอุปสรรคน้อยลง... ภายในห้องโถงใหญ่ คุณนายผู้เฒ่าสีมองดูสภาพข้าวของที่ระเนระนาดไปทั่วบริเวณด้วยความโมโห จนต้องรีบอมยาใต้ลิ้นระงับอาการโรคหัวใจไปถึงสองเม็ดติด ถึงกระนั้นก็ยังไม่คลายความโกรธา กวาดถ้วยชาแตกกระจายไปอีกสองใบ “ดูเอาไว้เถอะ! นี่ไงสะใภ้แสนดีที่แกแต่งเข้ามา!” สีซือเฉิงเองก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่าเคอหนิงที่มักจะยอมโอนอ่อนผ่อนตามเพื่อยุติปัญหามาตลอด จู่ ๆ จะมอบเซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่ให้พวกเ
Read more

บทที่ 17

“เรื่องในครอบครัวงั้นหรือ?” ลู่วั่งเฉินแค่นหัวเราะแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “เมื่อครู่ประธานสีเพิ่งจะพูดเองไม่ใช่หรือ ว่าตระกูลสีกับตระกูลซ่งเกี่ยวดองกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน? ในเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกัน ผมจะ “ใส่ใจให้มากหน่อย” ก็เป็นเรื่องสมควรแล้วนี่” เขาก้าวลงมาจากบันได เดินเข้าไปหาสีซือเฉิงทีละก้าว จังหวะที่โน้มตัวลงมานั้นแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ทว่าน้ำเสียงกลับแผ่วเบาจนได้ยินกันแค่สองคน “ดูเหมือนว่าบทบาทสามีผู้แสนดีที่ประธานสีพยายามสร้าง จะยังทำได้ไม่เนียนพอนะ” พูดจบ เขาก็ไม่รั้งอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว และก้าวเท้ายาว ๆ จากไปทันที คฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูลสีสร้างขึ้นโดยเลียนแบบสถาปัตยกรรมเรือนหมู่และศาลาแบบโบราณ มีการแกะสลักและวาดลวดลายอย่างวิจิตรบรรจง ดูคลาสสิกและมีมนต์ขลัง ทว่าพื้นทั่วทั้งบริเวณแทบจะปูด้วยหินแกรนิตทั้งหมด แข็งกระด้างไร้ความปรานี ท่ามกลางลมหนาวที่บาดลึกทะลุถึงกระดูก เคอหนิงสวมเพียงชุดเดรสใส่ออกงานที่บางเฉียบ เมื่อสายลมพัดผ่านมา ยอดสนเขียวขจีก็ไหวเอนตามแรงลม ความหนาวเหน็บทำเอาเธอถึงกับสั่นสะท้าน ห่างออกไปไม่ไกล ลู่วั่งเฉินเดินตามพ่อบ้านตระกูลสีออกจากคฤหา
Read more

บทที่ 18

บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่นตลอดปีซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเก่า ฟางอี้เอนหลังพิงเบาะคนขับด้วยความเบื่อหน่ายสุดขีด เขาลอบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเบาะหลังเป็นระยะ ในใจก็พลางค่อนขอดว่าเจ้านายช่างปากไม่ตรงกับใจ ขณะเดียวกันก็คอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวบริเวณบ้านเก่าไปด้วย กระทั่งหางตาเหลือบไปเห็นเงารถเข็นที่คุ้นตา เขาก็ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงทันที “คุณชายสี่ครับ สีซือเฉิงออกมาแล้ว!” เขาหรี่ตาลงเพื่อเพ่งมองอีกฝ่ายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก่อนจะพึมพำด้วยความสงสัย “แปลกจัง ทำไมคุณหนูถึงไม่ออกมาพร้อมกันล่ะ…”เมื่อเห็นว่าคนด้านหลังไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง ฟางอี้จึงคิดว่าลู่วั่งเฉินคงไม่ได้ยิน เลยพูดย้ำอีกครั้ง “คุณชายครับ คุณหนูไม่ได้ออกมาด้วยนะครับ” ภายใต้ความมืดมิดของยามราตรี ลู่วั่งเฉินยังคงหลับตาเอนพิงเบาะหลัง เขาเพียงแค่ส่งเสียงตอบรับในลำคออย่างราบเรียบ “อืม” อืม? คำว่าอืมนี่มันหมายความว่ายังไงกัน? ฟางอี้ยกมือขึ้นลูบจมูกปอย ๆ ชั่วขณะนั้นเขาเดาใจเจ้านายไม่ถูกเลยจริง ๆ จะบอกว่าเจ้านายของตนแคร์... ก็แค่เอ่ยปากคำเดียวก็สามารถพาตัวคุณหนูออกมาจากบ้านตระกูลสีได้แล้วแท้ ๆ แต่ครั้นจะบอกว่าไ
Read more

บทที่ 19

“คุณนายผู้เฒ่าบอกว่า ขอเพียงคุณคุกเข่าเดินรอบบ้านเก่านี้สักหนึ่งรอบ บทลงโทษของวันนี้ก็ถือเป็นอันสิ้นสุดลงครับ” “และเพื่อความปลอดภัยของนายหญิงน้อย ท่านจึงอุตส่าห์จัดบอดี้การ์ดสองคนมาคอยอารักขาตลอดเวลา เผื่อว่าตอนกลางคืนมืดค่ำมองเห็นไม่ชัด นายหญิงน้อยจะได้ไม่เผลอทำตัวเองเจ็บตัวครับ” ความรู้สึกประหลาดใจแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงภายในชั่วเวลาเพียงหนึ่งประโยค เคอหนิงแค่นหัวเราะออกมา ต่อให้เธอโง่งมแค่ไหน ก็ย่อมดูออกว่าการที่ซ่งหมิ่นทำทีเป็นช่วยพูดขอความเมตตานั้น แท้จริงแล้วก็แค่การหาวิธีที่เหี้ยมเกรียมยิ่งกว่ามาจัดการเธอต่างหาก ใครบ้างจะไม่รู้ว่าอาณาบริเวณของบ้านเก่านั้นกว้างขวางใหญ่โตเพียงใด ขนาดใช้สองขาเดินจนรอบยังต้องกินเวลาเป็นชั่วโมง แล้วนับประสาอะไรกับการใช้เข่า? หญิงสาวปรายตาไปมองบอดี้การ์ดทั้งสองคน ข้ออ้างช่างฟังดูสวยหรูซะเหลือเกิน... ที่บอกว่าทำไปเพื่อความปลอดภัยของเธอ พูดกันตามตรงก็แค่กลัวว่าเธอจะแอบอู้กลางทางไม่ใช่หรือไง? พื้นที่บ้านเก่ากว้างขวางขนาดนี้ ย่อมต้องมีบางจุดที่เป็นมุมอับของกล้องวงจรปิด ทว่าตอนนี้ดีเลย กลับมีกล้องวงจรปิดมีชีวิตเพิ่มมาตั้งสองตัว ต่อให้เธ
Read more

บทที่ 20

เคอหนิงรู้สึกได้ว่ารถจอดสนิทแล้ว เธอจึงค่อย ๆ ปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า “ขอโทษด้วยนะครับนายหญิงน้อย คือว่า...คุณนายผู้เฒ่าโทรมาสั่งว่า…”เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงจนใจและรู้สึกผิด “นี่ก็ใกล้จะถึงตีนเขาแล้ว พอลงไปก็คงหารถได้ คุณเดินต่อไปอีกนิด รอเรียกรถกลับบ้านเอาก็แล้วกันนะครับ…”“เฮ้อ... ถ้าคุณชายอยู่ด้วยก็คงดี เขาไม่มีทางยอมให้คุณถูกคุณท่านทำโทษแบบนี้แน่ คงจะปวดใจแย่เลย…”ปวดใจอย่างนั้นเหรอ? ไม่มีทางหรอก... หากสีซือเฉิงอยู่ที่นี่จริง ๆ เขาคงคิดแค่ว่าเธอทำตัวเอง ใครใช้ให้เธอไปแตะต้อง เจียงซินผู้หญิงที่เป็นดั่งยอดดวงใจของเขาเล่า... แม้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะพูดไม่ทันจบประโยค แต่เขาก็ลงไปเปิดประตูรถรอไว้แล้ว “นายหญิงน้อย ให้ผมช่วยประคองลงนะครับ…”“อย่าโกรธเคืองผมเลยนะครับ ยังไงผม...ผมก็เป็นแค่ลูกจ้าง…” สายตาที่เขามองเคอหนิงเต็มไปด้วยความสงสารและเวทนา ราวกับกำลังมองลูกหลานของตัวเอง คนในตระกูลสีที่มีจิตใจเมตตานั้นมีไม่มากนัก สำหรับคนที่ไม่เป็นที่โปรดปรานของคุณนายผู้เฒ่าอย่างเคอหนิง แค่ไม่ถูกซ้ำเติมก็ถือว่าดีถมไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงการยื่นมือเข้าช่วยเห
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status