หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก

หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก

By:  เมียเมียลู่Updated just now
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
30Chapters
513views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ในช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตายเคอหนิงได้พบกับสีซือเฉิง ชายหนุ่มผู้มีภาพลักษณ์อ่อนโยนดั่งหยกและเป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้วจนเธอหลงคิดไปว่าทั้งสองจะได้ครองรักกันไปชั่วชีวิต จนกระทั่งถูกสามีของตัวเองหว่านล้อมให้ไปเป็นทนายว่าความคดีหย่าร้างให้กับคนในดวงใจของเขา เธอถึงได้ตาสว่างและพบความจริงว่า... ความรักหวานชื่นตลอดห้าปีที่ผ่านมาคือเรื่องโกหก! บทบาทสามีผู้คลั่งรักคือภาพลวงตา! และแม้แต่ขาทั้งสองข้างที่พิการของเขาก็เป็นเรื่องหลอกลวงทั้งเพ! ในเมื่อเขาเสแสร้งหลอกลวงเก่ง เธอก็ทำได้เช่นกัน วันที่ได้รับใบหย่าเคอหนิงถูกชาวเน็ตรุมด่าจนติดเทรนด์ฮอตเสิร์ช แต่เธอกลับอาศัยกระแสนี้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ทะยานสวนกระแสกลับมาผงาดได้อย่างสง่างาม ทว่า... บิ๊กบอสจอมยึดติดที่พลิกแผ่นดินตามหาเธอมาตลอดห้าปี กลับบินด่วนข้ามคืนมาคุกเข่าลงตรงหน้า ชูแหวนขึ้นมาพร้อมเอ่ยอ้อนวอนขอความเห็นใจ “หนิงหนิง... ในเมื่อคุณเข้ามาเป็นแสงสว่างช่วยชีวิตผมไว้แล้ว จะทิ้งกันไปง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไง?”

View More

Latest chapter

More Chapters
No Comments
30 Chapters
บทที่ 1
วันที่เคอหนิงยื่นเรื่องขอหย่ากับสีซือเฉิง เธอถูกชาวเน็ตด่าทอจนพุ่งติดเทรนด์ฮอตเสิร์ช ทนายชื่อดังแห่งเมืองหลินไร้จรรยาบรรณ รับว่าความให้ชายโฉด ทอดทิ้งสามีพิการ บีบบังคับน้องสาวจนฆ่าตัวตาย ทว่าชายหนุ่มที่กำลังขมวดคิ้วนั่งอยู่บนรถเข็น พลิกอ่านหนังสือหย่าตรงหน้า กลับคิดเพียงว่าเธอกำลังเล่นแง่เอาแต่ใจ เขาถอนหายใจอย่างจนปัญญา น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาช่างตามใจราวกับกำลังปลอบโยนเด็กน้อย “ผมไม่มีทางยอมหย่าหรอกนะ หนิงหนิง... เลิกงอแงได้แล้ว” น้ำเสียงของเขายังคงนุ่มนวลและอ่อนโยน ราวกับค่ำคืนที่มีฝนตกหนักเมื่อห้าปีก่อน คืนที่เขาเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อดึงร่างของเธอออกมาจากซากรถแท็กซี่ที่พังยับเยิน ทั้งที่ขาทั้งสองข้างของเขาอาบชุ่มไปด้วยเลือดจนเนื้อหนังเหวอะหวะ แต่ปฏิกิริยาแรกของเขากลับเป็นการเอ่ยปากถามว่าเธอได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า แต่ผู้ชายที่แสนจะอ่อนโยนและอบอุ่นคนนี้นี่แหละ ที่หลอกลวงเธอมาตลอดห้าปีเต็ม ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน คุณท่านสีล้มป่วยกะทันหัน เคอหนิงยอมทิ้งคดีในมือแล้วรีบรุดไปหาสีซือเฉิงที่บ้านเพื่อนของเขาซึ่งกำลังคุยธุรกิจกันอยู่ ทว่าเมื่อไปถึงหน้าประตู เธอกลับบังเอิญเห็น
Read more
บทที่ 2
สีซือเฉิงปรากฏตัวขึ้นที่โรงพยาบาล โดยมีเจียงซินเดินตามมาติด ๆ แม้เขาจะนั่งอยู่บนรถเข็น ทว่ากลิ่นอายความสง่างามสูงศักดิ์ที่หล่อหลอมมาเนิ่นนานกลับไม่ลดทอนลงไปเลยแม้แต่น้อย เจียงซินเป็นคนเข็นรถให้เขา ชุดเดรสยาวสีเบจยิ่งขับเน้นให้เธอดูนุ่มนวลบอบบางน่าทะนุถนอม ใครเห็นต่างก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า: ช่างเป็นคู่ที่สวรรค์สร้างมาโดยแท้ “ซือเฉิงเอ๊ย...” ทันทีที่คุณนายผู้เฒ่าเห็นหน้าหลานชาย ก็ราวกับหาที่ระบายความอัดอั้นเจอ เธอร้องไห้โฮจนแทบยืนไม่อยู่ “ดูสิว่าแกแต่งกับภรรยาแสนดีแบบไหนเข้ามา! ปู่ของแกตายไปทั้งคน เธอยังไม่หลั่งน้ำตาสักแอะ นังคนไร้หัวใจ” “คุณย่าครับ อย่าพูดแบบนั้นเลย...” เขาเอ่ยแทรก “ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือจัดการพิธีศพของคุณปู่ให้เรียบร้อย หนิงหนิงเธอไม่ได้ตั้งใจ ถ้าจะโทษก็...” สีซือเฉิงทอดสายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนมองเคอหนิงซึ่งยืนนิ่งอึ้งอยู่ด้านข้าง บนแก้มซ้ายที่บวมเจ่อเล็กน้อยของเธอมีรอยนิ้วมือทั้งห้าประทับอยู่อย่างชัดเจน ประกายความปวดใจสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาของเขาอย่างยากจะสังเกตเห็น ก่อนที่เขาจะออกรับผิดแทนเหมือนอย่างเคย “ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่ผมมัวแ
Read more
บทที่ 3
สีซือเฉิงเป็นพ่อ เจียงซินเป็นแม่ แล้วเธอที่เป็นภรรยาตัวจริงล่ะ จะให้อยู่ในฐานะอะไร?คราวนี้เป็นฝ่ายจิ่งจือที่เงียบไป ทว่ายังไม่ทันจะได้พูดอะไร เคอหนิงก็ชิงพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นสบายใจ “ตอนฉันจะแต่งงานกับสีซือเฉิง พี่ก็คัดค้านหัวชนฝา แล้วทำไมตอนนี้พอฉันจะหย่า พี่ถึงไม่สนับสนุนล่ะ?” “มันเหมือนกันที่ไหนล่ะ!” จิ่งจือแทบอยากจะพุ่งทะลุสายไปเขกหัวเธอแรง ๆ สักสองที “ตอนนั้นที่ไม่ให้แต่ง ก็เพราะไม่อยากให้เธอต้องกระโดดลงกองไฟเพื่อทดแทนบุญคุณ แต่ตอนนี้ที่ไม่เชียร์ให้หย่า ก็เพราะสีซือเฉิงเขาเป็นคนพิการ แถมยังมีพ่อแม่ของเธออีก…” เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เธอรู้บ้างไหมว่าการจะหย่ากับเขามันยากเย็นแค่ไหน?” “จือจือ คือว่าสีซือเฉิงเขา” ในขณะที่กำลังจะสารภาพความจริงทั้งหมดให้ฟัง เสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาก็ดังแว่วมาจากชั้นล่าง หัวใจของเคอหนิงกระตุกวูบ เธอโยนโทรศัพท์ทิ้งแล้วพุ่งพรวดออกไปข้างนอกทันทีโดยไม่แม้แต่จะกดวางสาย ภายในห้องสัตว์เลี้ยงที่อยู่ด้านในสุดของชั้นหนึ่งแดงฉานไปด้วยเลือด สุนัขพันธุ์บิชองตัวน้อยที่เคยมีขนสีขาวบริสุทธิ์ บัดนี้ร่างทั้งร่างอาบชุ่มไปด้วยเลือด
Read more
บทที่ 4
คล้ายกับเพิ่งรู้ตัวว่าใช้น้ำเสียงหนักเกินไป เขาถอนหายใจเบา ๆ แล้วปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง “หนิงหนิง ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น... แต่คุณปู่ก็เพิ่งจะเสีย ผมแค่อยากให้เรื่องมันจบ ไม่อยากให้มีเรื่องวุ่นวายงอกเงยขึ้นมาอีก ถ้าเกิดคุณย่ารู้เข้า คนที่จะลำบากใจที่สุดก็คือคุณนะ?” ลมหายใจของเคอหนิงสะดุดกึก หนิงหนิงมองเขาด้วยสายตาที่แทบไม่อยากเชื่อ “นี่คุณกำลังขู่ฉันเหรอ?” “หนิงหนิง ทำไมต้องพูดจาให้มันฟังดูแย่ขนาดนั้นด้วย?” สีซือเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้ท่าทีอ่อนโยนนั้นแฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ “ก็แค่ขอโทษเท่านั้นเอง ไม่เสียเวลาอะไรมากมายหรอก”“แล้วถ้าฉันไม่ไปล่ะ?” เป็นทนายความมาตั้งหลายปี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคอหนิงถูกคนข่มขู่ แต่เป็นครั้งแรกที่เธอถูกคนข้างหมอนอย่างสีซือเฉิงข่มขู่เอาแบบนี้... ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมเต็มหัวใจ เมื่อเห็นดวงตาแดงก่ำแต่ยังคงฉายแววดื้อรั้นของเธอ จู่ ๆ ความรู้สึกสงสารก็วาบผ่านเข้ามาในใจของสีซือเฉิงอย่างบอกไม่ถูก เขายกมือขึ้นคลึงหว่างคิ้ว: “หนิงหนิง ขอแค่คุณยอมไปปลอบใจฮ่วนฮ่วนที่โรงพยาบาล ผมจะยอมตามใจคุณทุกอย่างเลย ดีไห
Read more
บทที่ 5
กลางดึก เคอหนิงร่างหนังสือหย่ากับสีซือเฉิงในห้องทำงานจนเสร็จ วันรุ่งขึ้นเธอก็ไปทำงานที่สำนักงานทนายความตามปกติ ทว่าเพิ่งจะจอดรถเสร็จ จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงผมเผ้ารุงรังคนหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาตรงหน้า เคอหนิงกดล็อกประตูรถแทบจะในทันทีด้วยสัญชาตญาณ “นังสารเลว! ทนายหน้าเลือด! คืนความบริสุทธิ์ให้ลูกชายฉันมานะ!” ผู้หญิงคนนั้นทำท่าเหมือนคนเสียสติ เธอใช้ก้อนอิฐในมือทุบกระจกรถจนแตกละเอียด เสียงเศษกระจกแตกกระจายดังกราว เศษกระจกบางส่วนกระเด็นมาโดนตัวเคอหนิง ทำให้แขนของเธอถูกบาดเป็นรอยหลายแห่ง ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นดึงดูดความสนใจของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในลานจอดรถ รปภ. สองสามคนรีบวิ่งเข้ามาช่วยกันล็อกตัวหญิงวัยกลางคนคนนั้นไว้ หนึ่งในนั้นหันมาถามเธอ “ทนายเคอ คุณไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?” เคอหนิงส่ายหน้า ก่อนจะเปิดประตูและก้าวลงจากรถ หญิงคนนั้นยังคงก่นด่าไม่หยุด เคอหนิงถึงเพิ่งจำได้ว่าเธอเป็นใคร เมื่อสามปีก่อน เธอเคยรับทำคดีเด็กสาวคนหนึ่งที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ตอนที่พ่อแม่ของเด็กคนนั้นมาหาเธอ พวกเขาร้องไห้จนแทบขาดใจ แต่น่าเสียดายที่หลักฐานไม่เพียงพอ สำนักงานทนายความหลายแห่งจึงปฏิเสธที
Read more
บทที่ 6
“เมืองอวิ๋นจิง... ตระกูลซ่งเหรอ?” เธอแทบจะคิดว่าตัวเองหูฝาดไปมือที่กำลังหยอกล้อลูกสุนัขสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว “ครอบครัวฝั่งคุณตาคุณยายของเราน่ะ” สีซือเฉิงอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ตอนนั้นแม่ตามคุณยายที่แต่งงานใหม่เข้าตระกูลซ่ง คุณตาเป็นคนเลี้ยงดูแม่มาจนโต ความสัมพันธ์ของพวกเขาดีมาก” วินาทีนั้น เคอหนิงเงยหน้าขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ “คุณ... พูดว่าอะไรนะ?” ย้อนกลับไปตอนที่เธอแต่งงานกับสีซือเฉิง ด้วยความที่ขาของเขาไม่ค่อยสะดวกนัก งานแต่งงานจึงไม่ได้จัดอย่างใหญ่โต เป็นเพียงการจดทะเบียนสมรสและร่วมโต๊ะกินข้าวกับครอบครัวตระกูลสีอย่างเรียบง่ายเท่านั้น ญาติฝั่งแม่สามีอย่างซ่งหมิ่นไม่มีใครมาร่วมงานเลยสักคน เพียงแต่ส่งคนนำของขวัญและซองเงินมาให้ หากซ่งหมิ่นเป็นลูกสาวของตระกูลซ่ง งั้น “เขา” ก็คือ... ของสีซือเฉิงน่ะสิ? ฝันร้ายเมื่อห้าปีก่อนถาโถมเข้ามาดั่งเกลียวคลื่น เคอหนิงราวกับตกลงไปในห้องน้ำแข็ง เลือดในกายเย็นเฉียบและจับตัวเป็นก้อนในชั่วพริบตาร่างกายแข็งทื่อไปหมด ในที่สุดสีซือเฉิงก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ ความห่วงใยแฝงแววหยั่งเชิงที่ยากจะสังเกตเห็น “หนิงหนิง คุณเป็นอะไ
Read more
บทที่ 7
ร่างของเคอหนิงลับสายตาคนทั้งคู่ไปแล้ว สีซือเฉิงขมวดคิ้วมุ่น คล้ายมีบางอย่างอยากจะเอ่ยรั้ง ทว่ากลับถูกเจียงซินเข็นรถเข็นพาไปอีกทางเสียก่อน ไม่รู้เพราะเหตุใด เขากลับรู้สึกว่าเคอหนิงดูแปลกไปจากเดิม แต่ก็บอกไม่ถูกแน่ชัดว่าเปลี่ยนไปตรงไหน ขณะนั่งอยู่บนรถ สีซือเฉิงหลับตาลง ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เจียงซินพยายามเอ่ยปากชวนคุยอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่อาจทำให้เขาลืมตาขึ้นมาได้ เธอขบริมฝีปากล่างแน่นจนรู้สึกเจ็บ หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาคลอหน่วย กระทั่งได้ยินเสียงสะอื้นแผ่วเบา สีซือเฉิงจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น “เป็นอะไรไป”“พี่รอง... พี่โกรธฉันหรือเปล่าคะ” ดวงตาของเจียงซินแดงก่ำ ท่าทางดูน่าสงสารราวกับได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจมาอย่างหนัก “โกรธที่ฮ่วนฮ่วนเผลอทำร้ายเฉ่าเหมยจนทำให้พี่เคอหนิงต้องมาเสียใจ…”สีซือเฉิงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถ “เปล่า”“แล้วทำไมพี่ถึงให้ลูกหมากับพี่เคอหนิงอีกล่ะคะ ฮ่วนฮ่วนเขา” “ก็แค่หมาตัวเดียวเท่านั้น” เจียงซินอ้าปากเตรียมจะพูดต่อ แต่ก็ถูกสีซือเฉิงพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ซินซิน เธอไม่เห็นต้องเก็บเรื่องแค่น
Read more
บทที่ 8
เคอหนิงหัวเราะ เธอหลุดหัวเราะออกมาจริง ๆ เสียงนั้นลอดผ่านช่องประตูเข้าไป ทำให้สีซือเฉิงถึงกับใจกระตุกวูบ เขาบังคับรถเข็นออกจากห้อง แต่กลับเห็นเพียงแผ่นหลังของเคอหนิงที่กำลังเดินขึ้นบันไดไป จู่ ๆ เขาก็รู้สึกใจหวิว ๆ อย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มตรงไปใช้ลิฟต์ส่วนตัวขึ้นไปยังชั้นสองทันที ภายในห้องนอน เคอหนิงกำลังลากกล่องกระดาษออกมา สีซือเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “หนิงหนิง ทำอะไรอยู่น่ะ” เคอหนิงเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มให้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เพิ่งรับคดีใหม่มาน่ะค่ะ ฐานะทางบ้านของลูกความไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คนในสำนักงานกฎหมายเลยรวบรวมเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยได้ใส่แล้วไปบริจาคให้ ถือเป็นการช่วยเหลือกันนิด ๆ หน่อย ๆ” “เยอะขนาดนี้เลยเหรอ” สีซือเฉิงทอดสายตามองกล่องกระดาษที่สูงระดับหัวเข่าเหล่านั้น “มีเยอะก็ยิ่งดีสิคะ” เคอหนิงโกหกหน้าตาย “ยังไงที่บ้านเราก็ยังมีเสื้อผ้าอีกตั้งเยอะ” ทว่าสีซือเฉิงยังคงรู้สึกตะขิดตะขวงใจ เขาบังคับรถเข็นเข้าไปในห้องแต่งตัว เมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าพร่องไปเพียงเล็กน้อยจริง ๆ ถึงได้ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ขณะกำลังจะหันรถเข็นกลับออกมา สายตาของเขาก็พลันชะงักงั
Read more
บทที่ 9
หลังจากที่เคอหนิงออกไปแล้ว เธอก็ตั้งใจเดินไปดูในห้องนอน เสื้อผ้าไม่ได้หายไปไหน แต่เอกสารสำคัญทั้งหมดกลับหายไปเกลี้ยง เจียงซินเป็นคนที่เคยผ่านจุดนี้มาก่อน ย่อมรู้ดีว่านี่หมายความว่าอย่างไร ตอนที่เธอแน่วแน่ว่าจะหย่าให้เด็ดขาด เธอก็เก็บไปแค่ของพวกนี้เหมือนกัน ทว่าเรื่องพวกนี้ เธอไม่มีวันปริปากบอกให้สีซือเฉิงรู้เด็ดขาด หลังมื้อเช้า เลขาโทรศัพท์มาแจ้งว่าโปรเจกต์ในต่างประเทศมีปัญหานิดหน่อย สีซือเฉิงจึงจัดแจงเรื่องเดินทางไปดูงานด่วนทันที กว่าจะกลับมาก็ปาเข้าไปสามวันให้หลัง แต่เคอหนิงก็ยังคงไม่อยู่บ้าน เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาเธอ รอสายอยู่นาน แต่ปลายสายกลับมีเพียงเสียงตอบรับอัตโนมัติอันเย็นชา หัวใจของสีซือเฉิงกระตุกวูบ เขาตรงดิ่งไปหาเธอที่สำนักงานทนายความทันที เคอหนิงกำลังจัดเก็บข้าวของอยู่ พอหันมาเห็นเขา เธอยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไร เขาก็ชิงถามขึ้นมาก่อนว่า “หลายวันมานี้ไม่ได้กลับบ้านเลยเหรอ?” เป็นน้ำเสียงที่เจือความคาดคั้น เพราะในความทรงจำของสีซือเฉิง เคอหนิงไม่เคยค้างอ้างแรมที่อื่นมาก่อน “คดีช่วงนี้ค่อนข้างซับซ้อนน่ะค่ะ ยุ่งจนหัวปั่นไปหมด เลยตัดสินใจไปนอน
Read more
บทที่ 10
“เหอะ...” เสียงแค่นหัวเราะเย้ยหยันหลุดรอดออกจากลำคอ ต่อให้เคอหนิงจะโง่แค่ไหนก็เดาได้ว่าเรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือการจัดฉากของเจียงซิน แต่เธอกลับคร้านที่จะเอ่ยปากถามถึงเหตุผลด้วยซ้ำ ในเมื่อคนเดินจากไปแล้วก็คือจากไป ขืนถามไปก็เป็นแค่การเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายหาข้ออ้างมาหลอกลวงเธอต่อไปก็เท่านั้น เคอหนิงส่งข้อความหาจิ่งจือ เรียกพนักงานเสิร์ฟมารับออเดอร์ และสั่งอาหารตามปกติ จำนวนคนร่วมโต๊ะยังคงเท่าเดิม แต่เพื่อนสาวคนสนิทกลับพึ่งพาได้มากกว่าผู้ชายพรรค์นั้นเยอะ จิ่งจือมาถึงอย่างรวดเร็ว พอหย่อนกายลงนั่งปุ๊บก็เปิดฉากสวดด่าสีซือเฉิงฉอด ๆ เป็นชุด ทำเอาเคอหนิงถึงกับหลุดขำ อารมณ์ดีขึ้นมาจนต้องสั่งน้ำซุปแก้ร้อนในมาให้เขากินดับไฟโกรธ ตกค่ำ เธอกลับมาที่อพาร์ตเมนต์พร้อมกับจิ่งจือ ขณะที่เคอหนิงกำลังนั่งทำงานล่วงเวลาอยู่ในห้องทำงาน เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดึงสติเธอให้กลับมา พอเห็นว่าเป็นสายจากสีซือเฉิง เธอก็กดรับสาย “หนิงหนิง คุณอยู่ไหนน่ะ” น้ำเสียงทุ้มละมุนอบอุ่นดั่งแสงตะวันดังลอดมาจากปลายสาย เมื่อก่อนเคอหนิงชอบน้ำเสียงของสีซือเฉิงมาก มันทั้งนุ่มนวลและกังวานใส ฟังแล้วชวนให้รู้สึกเบาส
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status