All Chapters of หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก: Chapter 21 - Chapter 30

30 Chapters

บทที่ 21

พูดจบก็ทำท่าเหมือนน้ำตาจะร่วงอีกรอบ “เธอไม่รู้หรอกว่าตอนที่รับสายฉันตกใจแทบช็อก พอมาเห็นสภาพเธอตอนนั้น ฉัน... ฉันแทบอยากจะคว้ามีดบุกไปบ้านตระกูลสี แล้วสับพวกตาแก่ผู้เฒ่าที่รังแกเธอให้ตายไปทีละคนเลย!” “มีใครเขาทำกับลูกสะใภ้ตัวเองแบบนี้บ้าง? ขนาดนักโทษอุกฉกรรจ์ก่อนตายยังมีข้าวปลาน้ำท่าดี ๆ ให้กินสักมื้อเลย แต่นี่พวกเขากลับกล้าตั้งศาลเตี้ยลงโทษเธอในบ้านหน้าตาเฉย ฉันล่ะ…”เคอหนิงอยากจะเอื้อมมือไปหยิบทิชชูให้จิ่งจือ แต่เพราะอยู่ไกลเกินไปจึงเอื้อมไม่ถึง ทำได้เพียงเอ่ยปากปลอบใจ “เอาล่ะ อย่าโมโหไปเลยนะ ฉันก็รอดกลับมาอย่างปลอดภัยแล้วนี่ไง” “ปลอดภัยงั้นเหรอ?” จิ่งจือเผลอขึ้นเสียงสูงปรี๊ด “เธอรู้ตัวไหมว่าตัวเองบาดเจ็บหนักแค่ไหน? หมอบอกว่าอีกนิดเดียวก็จะกลายเป็นความเสียหายที่รักษาไม่หายแล้ว ถ้าหนักกว่านี้อีกนิด หมอนรองกระดูกเข่าเธอคงต้องเปลี่ยนอันใหม่เลยนะ! แถมตอนส่งมาโรงพยาบาลก็ยังไข้ขึ้นสูงปรี๊ด... เธอหมดสติไปตั้งสองวันเต็ม ๆ สองวันเชียวนะ!” “บางทีฉันก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าสีซือเฉิงนั่นตกลงแล้วเป็นผู้มีพระคุณหรือเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเธอกันแน่ แค่เพราะคนตระกูลสีเคยช่วยชีวิตเธอเอาไว้ครั้งนึง เ
Read more

บทที่ 22

ฤดูหนาวปีนี้หนาวจัดเป็นพิเศษ... หนาวเหน็บจนเข้ากระดูกเฉกเช่นฤดูหนาวเมื่อห้าปีก่อน เคอหนิงในวัยยี่สิบปีบริบูรณ์ย่ำเท้าลงบนผืนหิมะขาวนุ่มฟู มือข้างหนึ่งลากกระเป๋าสัมภาระที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ส่วนอีกข้างประคองเฉ่าเหมยเอาไว้ เธอยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ตระกูลซ่งด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความปีติ ก่อนจะยื่นสร้อยคอเงินจี้เฉ่าเหมยในมือให้ยามหน้าประตูด้วยท่าทีตื่นเต้นดีใจ ทว่าผ่านไปเพียงไม่นาน ยามคนนั้นก็เดินกลับออกมาจากคฤหาสน์ แล้วโยนสร้อยคอเส้นที่เธอรักและหวงแหนราวกับของล้ำค่าทิ้งออกมาราวกับขยะไร้ค่า น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดูแคลน “คุณชายสี่บอกว่า... เขาไม่รู้จักของพรรค์นี้” เคอหนิงได้แต่ยืนนิ่งอึ้งงันอยู่กับที่ วินาทีต่อมา สองมือของเธอก็คว้าลูกกรงประตูเหล็กดัดสีทองของคฤหาสน์เอาไว้แน่น “ไม่มีทาง... เขาจะไม่รู้จักได้ยังไง? สร้อยเส้นนี้เขาเพิ่งให้ฉันมาเมื่อสามวันก่อน เขาเป็นคนบอกเองว่าให้ฉันถือสร้อยเส้นนี้มาหาเขานะ!” “เปิดประตูสิ เปิดประตูให้ฉันเข้าไป!” “พี่คะ!” “พี่ออกมาสิคะ!” “แหกปากพอหรือยัง?” เธอตะเบ็งเสียงเรียกคนในคฤหาสน์อย่างเอาเป็นเอาตาย จนเสียงแหบพร่า ริมฝีปากแห
Read more

บทที่ 23

เคอหนิงเงียบไป ครู่หนึ่ง เธอก็ค่อย ๆ ถกแขนเสื้อขึ้นอย่างแผ่วเบา บนผิวขาวเนียนละเอียดดุจหยก ปรากฏรอยแผลเป็นยาวราวหกเจ็ดเซนติเมตรพาดผ่าน บาดแผลนั้นยังไม่ได้ตัดไหม จึงพอจะมองเห็นความลึกของมันได้รำไร “นี่แค่ที่แขนนะคะ ที่ไหล่กับที่คอก็มี”พูดจบ เคอหนิงก็เลิกขากางเกงขึ้นอีก หัวเข่าที่ผ่านการทำแผลแล้ว แม้อาการบวมแดงจะลดลงไปมาก แต่ก็ยังคงมีรอยฟกช้ำดำเขียวเป็นจ้ำ ๆ ให้เห็น สีซือเฉิงรู้ดีว่า รอยเหล่านั้นคือร่องรอยจากการที่เคอหนิงถูกทำโทษให้คุกเข่าเมื่อหลายวันก่อน ความรู้สึกผิดเอ่อล้นขึ้นมาในใจ เขาเผลอเอื้อมมือออกไปโดยไม่รู้ตัว คล้ายอยากจะสัมผัสรอยช้ำพวกนั้น ทว่าเคอหนิงกลับชิงปล่อยขากางเกงลงเสียก่อน “เห็นแล้วใช่ไหมคะ?” เธอเอ่ยถาม: “เรื่องที่เจียงซินจะมีประวัติติดตัวหรือเปล่า มันไม่ได้อยู่ที่ว่าฉันจะแจ้งความหรือไม่ แต่มันอยู่ที่ว่าเธอทำผิดกฎหมายหรือเปล่าต่างหาก ส่วนเรื่องคุณย่า ถ้าคุณย่าต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะฉัน แล้วคุณมาทวงถามความรับผิดชอบเอาจากฉันตอนนี้ แล้วที่ฉันต้องเข้าโรงพยาบาลล่ะเป็นเพราะใคร? ทำไมฉันถึงจะเอาผิดกับตัวต้นเหตุบ้างไม่ได้?” “...”สีซือเฉิงถึงกับพูดไม่ออกไปชั
Read more

บทที่ 24

“ใช่” เคอหนิงตอบอย่างหนักแน่นเด็ดขาด “ฉันไม่ทำ และไม่มีทางทำด้วย” เคยมีคนสอนเธอไว้ว่า... ถ้าไม่ยอมก็ต้องลุยให้รู้เรื่อง สีซือเฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่เขาเผยแววตาอันตรายออกมาให้เธอเห็น “หนิงหนิง ไม่ว่าคุณจะเลือกยังไง ผมก็ไม่มีทางปล่อยเจียงซินไปตามยถากรรมหรอกนะ” พูดจบ เขาก็ผลุนผลันออกจากอพาร์ตเมนต์ของเคอหนิงไปกลางดึก อวี้หลงวาน เช้าตรู่ ลู่วั่งเฉินตื่นขึ้นมานั่งทานมื้อเช้าที่โต๊ะอาหาร ทันทีที่นั่งลง ฟางอี้ก็นำเอกสารปึกหนึ่งมาวางไว้ทางขวามือของเขา “คุณชายครับ เรื่องที่สั่งให้จัดการเรียบร้อยแล้วครับ นี่คือประวัติทั้งหมดของเจียงซิน” ลู่วั่งเฉินตอบรับในลำคอ “อืม” เขายกกาแฟดำขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะหยิบเอกสารขึ้นมาพลิกอ่านยิ่งอ่าน มุมปากก็ยิ่งยกยิ้มลึกขึ้นเรื่อย ๆ “เจียงซินคนนี้...” เขาวางแผ่เอกสารลงบนโต๊ะอย่างลวก ๆ “คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่า “วีรกรรมอันน่าภาคภูมิใจ” ของเธอจะมีไม่น้อยเลยเชียว...” “คุณยังจะยิ้มออกอีกเหรอครับ?” ฟางอี้ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้าง ๆ หยิบแซนด์วิชขึ้นมากัดกินหน้าตาเฉย “เจียงซินคนนี้ ตั้งแต่ถูกรับเลี้ยงเข้ามาในตระกูลสี ก็ขยันส
Read more

บทที่ 25

สีซือเฉิงอยากรู้ว่าใครเป็นคนประกันตัวเจียงซินออกไป แต่ตำรวจกลับส่ายหน้า “พวกเราก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ อีกฝ่ายไม่ได้เผยตัว เพียงแต่จ้างทนายมาจัดการแทน” ทนายงั้นเหรอ... สีซือเฉิงออกจากสถานีตำรวจ เขาโทรหาเจียงซินครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย เขาเงยหน้ามองแดดจ้า ก่อนจะสั่งให้โจวเหยียนเข็นรถเข็นของตนขึ้นรถทันที มุ่งหน้าตรงไปยังสำนักงานกฎหมายที่เคอหนิงทำงานอยู่ ในตอนนั้น เคอหนิงกำลังพูดคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มาปรึกษาข้อกฎหมาย “เจียงซินอยู่ที่ไหน?” โจวเหยียนเข็นรถของสีซือเฉิงเข้ามา ชายหนุ่มก็ยิงคำถามเข้าประเด็นทันที “อะไรนะ?” เคอหนิงงงงวยไปหมด เธอส่งสัญญาณให้ลูกค้ารอสักครู่ ส่วนตัวเองก็ลุกขึ้นยืน “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” สีซือเฉิงพยายามข่มความโกรธ “ไหนบอกว่าจะจัดการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาไง? แล้วทำไมต้องมาเล่นตุกติกลอบกัดกันลับหลังด้วย?” “เล่นตุกติกอะไร?” เคอหนิงไม่เข้าใจสถานการณ์ “นี่คุณกำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่?” “เคอหนิง แกล้งโง่ไปมันจะได้อะไร?” เขาเผลอขึ้นเสียงดังโดยไม่รู้ตัว “คนในสถานีตำรวจบอกว่าคนที่ประกันตัวเจียง ซินออกไปคือทนายคว
Read more

บทที่ 26

ภายในห้องน้ำ เมื่อเคอหนิงได้ยินชื่อนั้น ม่านตาก็เบิกกว้างขึ้นทันที เธอแทบจะพุ่งตัวออกไปตามสัญชาตญาณ แต่กลับถูกหญิงสาวข้างกายรั้งตัวเอาไว้เบา ๆ เคอหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายในใจลอบประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว แม้จะไม่รู้ว่าลู่วั่งเฉินซ่อนแผนการอะไรเอาไว้ แต่เธอรู้ดีว่าคนอย่างเขาไม่เคยทำเรื่องที่ไร้ความหมาย การที่เขายอมทุ่มเทลงแรงถึงขนาดนี้ ย่อมต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงอย่างแน่นอน ลู่วั่งเฉินเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ โดยไม่เอ่ยสิ่งใด ไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่างอยู่ บรรยากาศภายในห้องวีไอพีตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ในที่สุดสีซือเฉิงก็เป็นฝ่ายหมดความอดทน “หากคุณน้าเล็กมีเงื่อนไขอะไร ก็เสนอมาได้เลยครับ” “อย่างนั้นหรือ?” ภายใต้แสงไฟสลัว แววตาเย้ยหยันของลู่วั่งเฉินฉายชัดโดยไม่คิดจะปิดบัง “ถ้าฉันจำไม่ผิด เมื่อไม่กี่วันก่อนในงานเลี้ยงที่บ้านใหญ่ตระกูลสี ประธานสียังทำตัวเป็นสามีผู้รักภรรยาดั่งแก้วตาดวงใจอยู่เลยไม่ใช่หรือ ทำไมตอนนี้จู่ ๆ ถึงมาขอเจรจาต่อรองกับฉันเพื่อผู้หญิงอีกคนเสียล่ะ?” “ทำแบบนี้ ไม่กลัวว่าภาพลักษณ์สามีแสนดีจะถูกกระ
Read more

บทที่ 27

“ประธานสีใจเด็ดสมคำร่ำลือจริง ๆ โปรเจกต์มูลค่าหลายหมื่นล้าน บทจะทิ้งก็ทิ้งเอาง่าย ๆ” “ฉันแค่สงสัยน่ะครับ ไม่ทราบว่ากับภรรยาของตัวเอง...” เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย จงใจลากเสียงยาว “เคยยอมทุ่มหมดหน้าตักขนาดนี้บ้างไหมครับ” มือของสีซือเฉิงที่กำลังเตรียมจะหมุนล้อรถเข็นออกไปชะงักกึก ใบหน้าสวยหวานทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของเคอหนิงผุดขึ้นมาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่... คนเราต่างก็มีเลือดมีเนื้อและจิตใจ ตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา มีหรือที่สีซือเฉิงจะไม่รู้ว่าเคอหนิงจริงใจกับเขาแค่ไหน และเพราะแบบนี้เอง ทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับเธอ เขาถึงได้รู้สึกผิดจนแทบทนไม่ได้นิ้วทั้งห้ากำเข้าหากันแน่น พยายามรักษาสีหน้าเรียบเฉยและภาพลักษณ์ที่อบอุ่นดั่งสายน้ำเอาไว้ เขาไม่ตอบ แต่กลับตั้งคำถามแทน “ในเมื่อเซ็นสัญญาแล้ว ไม่ทราบว่าประธานลู่คิดจะปล่อยคนเมื่อไหร่ครับ” ลู่วั่งเฉินหัวเราะในลำคอ เดินไปนั่งบนโซฟาอย่างไม่รีบร้อน “ไม่ต้องรีบหรอกครับ รอให้สัญญาเข้าระบบเรียบร้อยก่อนค่อยว่ากัน” “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนประธานลู่ช่วยดูแลด้วยแล้วกัน” แม้ในใจสีซือเฉิงจะร้อนรุ่ม แต่เขาก็รู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะแตกหักด้
Read more

บทที่ 28

มันเป็นคำถามที่แทบจะกรีดลึกถึงขั้วหัวใจ แม้แต่ฟางอี้ที่ยืนมองอยู่เงียบ ๆ ยังสัมผัสได้ถึงความผิดหวังที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้น ในอดีต เธอเคยรักผู้ชายตรงหน้าคนนี้ ความผูกพันที่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน การเคียงข้างกันในยามวิกฤต เธอเคยมอบหัวใจให้เขาชนิดที่ยอมแลกได้แม้กระทั่งชีวิต แต่แล้วผลลัพธ์ล่ะ? เธอถูกทอดทิ้ง เพื่อลาภยศสรรเสริญ คฤหาสน์หรูหรา อาหารเลิศรส และรายล้อมไปด้วยสาวงาม เขามีคนที่พร้อมจะทอดสะพานให้มากมาย และไม่จำเป็นต้องฝากชีวิตไว้กับใครหน้าไหนอีกต่อไป ส่วนการแต่งงานกับสีซือเฉิงในเวลาต่อมา ก็เป็นเพียงเพราะเธอโหยหาความมั่นคงจากผู้ชายที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเธอในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายก็เท่านั้น ตอนที่ขอแต่งงาน เขาเคยให้คำมั่นสัญญาเสียดิบดี แต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นแค่คำลวงไม่ใช่หรือ? สิบปี... ผู้ชายสองคน เรื่องราวอาจต่างกัน แต่จุดจบกลับไม่ต่างอะไรกันเลย เคอหนิงก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าว สบตาขรึมลึกที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนของ ลู่วั่งเฉินก่อนจะเหยียดยิ้มเย้ยหยัน “จะอย่างไรก็ตาม ฉันกับสีซือเฉิงก็เป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย” “เขาอาจจะยอม
Read more

บทที่ 29

เคอหนิงแทบจะวิ่งหนีออกมา เธอรีบก้าวขึ้นรถแล้วปิดประตูทันที เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อหนีไปให้พ้นจากสถานที่ที่แทบจะทำให้เธอสติแตกแห่งนี้ เธอไม่เหมือนกับลู่วั่งเฉินเคอหนิงเป็นคนคออ่อนมาก สิ่งเดียวที่พอจะใช้ระงับความรู้สึกนึกคิดได้ก็คือการทำงาน เธอขับรถฝ่าความมืดมิดยามค่ำคืนมุ่งหน้าไปยังสำนักงานทนายความ บนถนนแทบจะไร้ผู้คน รถวิ่งฉลุยไร้สิ่งกีดขวาง ขณะจอดติดไฟแดงเธอกดกระจกรถลง และบังเอิญสังเกตเห็นว่าคนขับรถคันข้าง ๆ ดูคุ้นหน้าคุ้นตาแปลก ๆ เธอหรี่ตาเพ่งมองอย่างละเอียด ก็รู้สึกว่าเขาดูคล้ายกับเพื่อนหมอของลู่วั่งเฉินคนนั้น ทว่าเธอกับอีกฝ่ายเคยพบกันเพียงครั้งเดียว จึงจำหน้าได้ไม่ชัดเจนนัก จังหวะที่กำลังจะเอ่ยปากทักทาย สัญญาณไฟก็เปลี่ยนสี รถคันนั้นพุ่งทะยานออกไปทางชานเมืองฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นทิศทางตรงกันข้ามกับเธอเสียแล้ว วันรุ่งขึ้น ลู่วั่งเฉินตื่นขึ้นมาในคฤหาสน์อวี้หลงวาน พลางยกมือขึ้นนวดคลึงขมับ อาการเมาค้างทำให้เขาปวดหัวอย่างรุนแรง ขณะกำลังจะตลบผ้าห่มลุกจากเตียง ลูกบิดประตูห้องนอนก็ถูกหมุนเปิดออก “คุณชายสี่ ตื่นแล้วหรือครับ?”ฟางอ
Read more

บทที่ 30

เคอหนิงย้ายออกไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้ทั้งคฤหาสน์จึงเหลือเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว เจียงซินหยิบเครื่องประดับชุดนั้นกลับไปลองสวมในห้องนอนโดยไม่คิดอะไรให้มากความ แต่เมื่อเธอเดินออกมาด้วยความเบิกบานใจหวังจะอวดให้สีซือเฉิงดู ถึงได้พบว่าเขาไม่ได้อยู่ที่ระเบียงแล้ว เธอรู้สึกแปลกใจ จึงเดินไปถามที่ห้องครัว “ป้าหลินคะ คุณผู้ชายล่ะ?” “คุณผู้ชายบอกว่าที่บริษัทมีธุระนิดหน่อย เลยต้องออกไปจัดการค่ะ” น้ำเสียงของป้าหลินราบเรียบเย็นชา ทว่าเจียงซินกำลังหลงระเริงจึงไม่ได้ใส่ใจท่าทีนั้น เธอเดินตรงไปชื่นชมตัวเองที่หน้ากระจก ครู่ต่อมา เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น เจียงซินวางท่าราวกับเป็นนายหญิงของบ้าน “ป้าหลิน ไปเปิดประตูสิ” ป้าหลินที่อยู่ในครัวเบ้ปาก ก่อนจะเดินไปที่ประตูอย่างเสียไม่ได้ ทว่าวินาทีต่อมา เสียงอุทานด้วยความดีใจก็ดังขึ้นในห้องนั่งเล่น “คุณผู้หญิง! ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้ว!” “อืม พอดีลืมแฟลชไดรฟ์ไว้น่ะ เลยกลับมาเอา” เคอหนิงไม่คิดว่าป้าหลินจะดีใจขนาดนี้ที่เห็นเธอ ตัวยังไม่ทันก้าวเข้ามาในบ้าน ป้าหลินก็ก้มลงหยิบรองเท้าสลิปเปอร์มาวางรอไว้ให้แล้ว “ขอบใจจ้ะ” เคอหนิงจับตู้ตรงโถงทางเดินพ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status