Alle Kapitel von ดอกไม้นานาพันธุ์บานมิรู้โรย: Kapitel 11 – Kapitel 20

23 Kapitel

บทที่ 11

เจียงจี้เยว่หายตัวไปเต็มหนึ่งเดือน เฟิงหลินชวนถึงเพิ่งสังเกตว่ามีบางอย่างผิดปกติเดิมทีเขาคิดว่าเจียงจี้เยว่แค่กำลังเล่นลูกไม้อวดดี แสร้งถอยเพื่อให้อีกฝ่ายไล่ตาม แต่เมื่อพบว่าไม่ว่าจะพยายามติดต่ออย่างไรก็ติดต่อเธอไม่ได้ เขาถึงเริ่มจริงจังขึ้นมาบ้างเขาโทรหาเพื่อนเก่า ๆ ของเจียงจี้เยว่ทีละคน แต่ทุกคนต่างก็บอกว่าไม่เคยพบเธอเขาจึงวางสายอย่างหงุดหงิด ก่อนเดินเข้าห้องทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเรียกข้อมูลบัญชีธนาคารของเจียงจี้เยว่ขึ้นมาดูบนหน้าจอแสดงให้เห็นว่า บัตรดำที่เขาเคยให้เธอ ยอดเงินคงเหลือยังเป็นศูนย์มาตลอดตอนจากไป เธอเอาไปแค่เงินเก็บของตัวเอง และไม่แตะต้องเงินของตระกูลเฟิงแม้แต่หยวนเดียว“หึ มีศักดิ์ศรีดีนี่” เขาแค่นหัวเราะ ก่อนปิดคอมพิวเตอร์ก็แค่อยากให้พวกเขาหันกลับไปตามหาเธอไม่ใช่หรือ วิธีที่แสนเด็กแบบนี้ ไม่มีทางได้ผลอยู่แล้วเช้าวันต่อมา ระหว่างมื้อเช้า เฟิงอวี้กับเฟิงเยว่คุยกันเจื้อยแจ้วเรื่องที่โรงเรียน เมิ่งซูหานคอยตักอาหารให้ทั้งสองอย่างอ่อนโยน พลางเงยหน้าส่งยิ้มหวานให้เฟิงหลินชวนเป็นระยะภาพตรงหน้าดูอบอุ่นและสมบูรณ์แบบ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เฟิงหลินชวนกลับรู้สึกเ
Mehr lesen

บทที่ 12

เฟิงหลินชวนยืนอยู่กลางห้องครัว แสงสะท้อนเย็นเยียบจากเคาน์เตอร์หินอ่อนฉายให้เห็นใบหน้าที่หม่นครึ้มของเขาป้าหวังยืนก้มมืออยู่ด้านข้าง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“แปลว่า...ตลอดหกปีที่ผ่านมา เธอทำทุกอย่างนี้อยู่เงียบ ๆ มาตลอด แต่ไม่เคยพูดสักคำงั้นหรือ” เขาถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าป้าหวังพยักหน้าอย่างระมัดระวัง “คุณผู้หญิงไม่เคยยอมให้พวกเราช่วยเลยค่ะ เธอบอกว่า...บอกว่ากระเพาะของคุณไม่ค่อยดี น้ำแก้เมาจากข้างนอกแรงเกินไป เธอเลยต้องคอยเฝ้าไฟทำเองค่ะ”นิ้วมือของเฟิงหลินชวนเคาะลงบนเคาน์เตอร์โดยไม่รู้ตัวตลอดหกปีเต็ม ทุกครั้งที่เขากลับจากงานเลี้ยง ไม่ว่าจะดึกแค่ไหน บนโต๊ะอาหารจะมีน้ำแก้เมาอุ่น ๆ หนึ่งถ้วยรออยู่เสมอเขาไม่เคยรู้เลยว่า สิ่งนั้นคือผลจากการที่เจียงจี้เยว่นั่งเฝ้าจนดึกดื่น“คุณผู้ชาย จะให้ผมลองทำดูไหมครับ” พ่อบ้านเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง“ไม่ต้อง” เฟิงหลินชวนหันหลังเดินไปทางบันได“ทุกคนไปพักเถอะ”ตอนเดินผ่านห้องนอนใหญ่ เขาได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเมิ่งซูหานดังออกมาจากด้านในเธอพลิกตัวอยู่ในห้วงนิทรา ผ้าปูเตียงไหมส่งเสียงเสียดสีกันเบา ๆเฟิงหลินชวนยืนอยู่หน้าประตู ไม่รู้เพราะ
Mehr lesen

บทที่ 13

หลังจากวันนั้น เฟิงหลินชวนก็เริ่มอ้างเรื่องเดินทางไปทำงานต่างเมือง จนค่อย ๆ กลับบ้านน้อยลงเรื่อย ๆเมื่อเขาไม่ค่อยอยู่บ้าน เมิ่งซูหานก็ยิ่งใช้ชีวิตได้อย่างสบาย ทุกวันไม่อยู่ที่ร้านเสริมความงาม ก็ไปทำผมทำหน้าเฟิงอวี้กับเฟิงเยว่ไม่มีคนรับส่งไปโรงเรียน อีกทั้งก่อนหน้านี้เมิ่งซูหานก็เอาใจพวกเขา ด้วยการแอบลาป่วยให้แล้วพาออกไปเที่ยวอยู่บ่อย ๆเด็กทั้งสองจึงทำตาม จนไม่ยอมไปโรงเรียน เอาแต่หนีเรียนไปเที่ยวอยู่ข้างนอกทุกวันเมิ่งซูหานรู้เรื่องแล้ว แต่กลับไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย“คุณผู้หญิงคะ ช่วงนี้คุณชายกับคุณหนูหนีเรียนบ่อยมาก ครูประจำชั้นโทรมาถึงบ้านแล้ว บอกว่าอยากให้คุณผู้ชายกับคุณช่วยดูแลเด็ก ๆ ให้มากกว่านี้”“คุณหนูทั้งสองก็ไม่ยอมฟังพวกเราที่เป็นคนใช้ คุณผู้หญิงช่วยกลับบ้านไปพูดกับพวกเขาหน่อยได้ไหมคะ อย่างน้อยก็ให้พวกเขายอมไปโรงเรียน”“ได้ เรื่องนี้ฉันรู้แล้ว เดี๋ยวฉันจัดการเอง”เมิ่งซูหานเอนกายนอนอย่างเกียจคร้านบนเตียงเสริมความงาม พลางชื่นชมเล็บที่เพิ่งทำเสร็จ“เรื่องนี้ไม่ต้องบอกหลินชวนแล้ว เขางานยุ่งพออยู่แล้ว ฉันไม่อยากให้เขาต้องมาปวดหัวอีก”สายถูกตัด เพื่อนสาวที่นั่งอยู่ข้าง
Mehr lesen

บทที่ 14

หลังจากนั้น ตามคำสั่งของเมิ่งซูหาน คนรับใช้ในบ้านก็ค่อย ๆ เลิกให้ความสำคัญกับเด็กทั้งสองไม่เพียงไม่มีใครรับส่งพวกเขาไปโรงเรียน แม้แต่อาหารสามมื้อในแต่ละวัน ก็ไม่มีใครตั้งใจเตรียมไว้ให้เป็นพิเศษอีกพวกเขาทำได้เพียงรอให้เมิ่งซูหานกินเสร็จก่อน แล้วค่อยกินอาหารที่เหลือจากเธอแสงแดดกลางฤดูร้อนแผดเผาเมืองหลวงอย่างร้อนระอุ เครื่องปรับอากาศในคฤหาสน์ตระกูลเฟิงส่งเสียงหึ่ง ๆ ไม่หยุดเฟิงอวี้กับเฟิงเยว่นอนคว่ำอยู่บนพรมในห้องเล่น ต่อเลโก้ไปพลาง แอบเหลือบมองเมิ่งซูหานที่กำลังลองลิปสติกอยู่หน้ากระจกแต่งหน้าเป็นระยะ“คุณน้าซูหาน” เฟิงเยว่เอ่ยขึ้นอย่างขี้อาย “พวกเราไปกินไอศกรีมได้ไหม คุณน้าเคยรับปากไว้”เมื่อสัปดาห์ก่อน คุณพ่อเพิ่งซื้อเครื่องประดับชิ้นใหม่ให้คุณน้าซูหาน เธอดีใจมาก จึงใช้ปลายเท้าเขี่ยเด็กทั้งสองที่นอนอยู่บนพื้น แล้วบอกว่าจะพาไปกินไอศกรีมทีหลังแต่เมิ่งซูหานไม่แม้แต่จะหันกลับมา เพียงพูดอย่างรำคาญว่า “ไม่เห็นหรือว่าฉันกำลังยุ่ง”“แต่...” เฟิงอวี้รวบรวมความกล้า ก่อนพูดเสียงเบาว่า“เมื่อสัปดาห์ก่อน คุณน้าบอกว่าจะพาพวกเราไป”“น่ารำคาญจริง” เมิ่งซูหานหันกลับมาอย่างแรง จนลิปสติกลาก
Mehr lesen

บทที่ 15

ในห้องทำงาน เฟิงหลินชวนกำลังจัดการงานอยู่ จู่ ๆ โทรศัพท์ก็สั่นขึ้น เป็นสายจากพ่อบ้าน“คุณผู้ชายครับ คุณชายเป็นไข้แล้วครับ ไข้ขึ้นถึง 39.5 องศา พวกเรากลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น...”เฟิงหลินชวนขมวดคิ้วแน่น แล้วถามว่า “เรียกหมอหรือยัง”“เรียกแล้วครับ แต่คุณเมิ่งบอกว่าไม่ต้องรีบร้อน เธอ...เธอออกไปงานสังสรรค์แล้วครับ”“อะไรนะ” สีหน้าของเฟิงหลินชวนเปลี่ยนไปทันที น้ำเสียงแฝงความตกใจ “ผมจะกลับเดี๋ยวนี้ ให้หมอประจำบ้านมาตรวจก่อน”เมื่อเขาฝ่าสายฝนกลับถึงบ้าน ก็เห็นเฟิงอวี้หน้าแดงก่ำเพราะพิษไข้ ตัวเล็ก ๆ ยังสั่นไม่หยุดหมอประจำบ้านกำลังให้น้ำเกลือ สีหน้าดูเคร่งเครียด“ทำไมถึงหนักขนาดนี้”“คุณเฟิงครับ เด็กมีไข้สูงต่อเนื่องมาสี่ชั่วโมงแล้ว ถ้าช้ากว่านี้อีกนิด อาจลุกลามเป็นปอดอักเสบได้” หมอลดเสียงลง สีหน้าเคร่งขรึม“ร่างกายของเด็กคนนี้ก็ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ควรรักษาให้เร็วกว่านี้ครับ”หัวใจของเฟิงหลินชวนบีบรัดขึ้นมาทันทีเขาจำได้...ตอนที่เจียงจี้เยว่อยู่ เด็ก ๆ แค่เริ่มไม่สบายเพียงนิดเดียว เธอก็สังเกตเห็นแล้วหลายครั้งไม่ต้องใช้แม้แต่ปรอทวัดไข้ ก็เดาอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ“เมิ่งซู
Mehr lesen

บทที่ 16

สองวันต่อมา เฟิงอวี้ก็หายดีและออกจากโรงพยาบาลได้ในที่สุดภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลเฟิง มีข้าวของของเมิ่งซูหานกองอยู่เต็มไปหมดส่วนเมิ่งซูหานสวมรองเท้าส้นสูง ยื้อแขนเสื้อของเฟิงหลินชวนไว้แน่น เล็บที่ตกแต่งอย่างประณีตแทบจะจิกเข้าไปในผิวของเขา“หลินชวน คุณทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ ดวงตาเต็มไปด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง“พวกเรารู้จักกันมาตั้งยี่สิบปีแล้ว คุณจะทำแบบนี้เพียงเพราะเรื่องแค่นี้...”“เรื่องแค่นี้” เฟิงหลินชวนสะบัดมือเธอออกอย่างแรง สายตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง“การทำร้ายลูกของฉัน เป็นเรื่องแค่นี้อย่างนั้นหรือ”เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเปิดคลิปจากกล้องวงจรปิดในภาพ เมิ่งซูหานกำลังหยิกต้นขาของเฟิงเยว่ด้วยสีหน้าดุร้าย เด็กหญิงเจ็บจนน้ำตาไหล แต่ไม่กล้าส่งเสียงร้อง“แล้วนี่อีก” เขาเลื่อนไปยังคลิปอีกคลิป เป็นภาพเมิ่งซูหานเทยานอนหลับลงในแก้วนมของเด็กทั้งสอง“ฉันไม่เคยคิดเลยว่า แค่เพราะอยากให้เด็ก ๆ หลับเร็ว จะได้ออกไปปาร์ตี้ เธอถึงกับวางยาเด็ก”ใบหน้าของเมิ่งซูหานซีดเผือดในทันที “คุณ...คุณแอบจับตาดูฉันหรือ คุณไม่ไว้ใจฉันมาตั้งนานแล้วใช่ไหม”“ฉันจับ
Mehr lesen

บทที่ 17

บรรดาคนรับใช้รีบลงมือทันที ขนกระเป๋าเดินทางของเมิ่งซูหานออกไปโยนไว้นอกประตูใหญ่ทีละใบกระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องประดับ และเครื่องสำอางราคาแพงของเธอกระจัดกระจายเต็มพื้น ราวกับกองขยะที่ไร้ค่า“คุณจะต้องเสียใจ” เมิ่งซูหานยืนกรีดร้องอย่างเสียสติอยู่หน้าประตู “คุณคิดว่าเจียงจี้เยว่จะกลับมาหาคุณอีกหรือ เธอทนคุณมานานจนพอแล้ว”ประตูใหญ่ปิดลงตรงหน้าเธออย่างแรง ตัดขาดคำสาปแช่งอันน่ารังเกียจทั้งหมดภายในห้องรับแขก พลันตกอยู่ในความเงียบที่ชวนอึดอัดเฟิงหลินชวนค่อย ๆ ย่อตัวลง ก่อนจะโอบเด็กทั้งสองเข้ามาในอ้อมแขนร่างเล็ก ๆ ของทั้งคู่สั่นเทา น้ำตาไหลอาบจนเปียกชุดสูทของเขา“คุณพ่อ...คุณแม่ไม่เอาพวกเราจริง ๆ แล้วเหรอ” เฟิงเยว่สะอื้นถามลำคอของเฟิงหลินชวนตีบแน่นเขานึกถึงแผ่นหลังอันเด็ดเดี่ยวของเจียงจี้เยว่ในวันที่จากไป นึกถึงใบหย่าที่เขาเป็นคนลงลายมือชื่อด้วยตัวเอง ความเจ็บปวดทื่อ ๆ แผ่ซ่านขึ้นในอก“ไม่หรอก” เขาพูดเสียงเบา ราวกับกำลังปลอบตัวเองมากกว่า คิ้วขมวดแน่น“แม่รักพวกลูกมาก ไม่มีทางตัดใจจากพวกลูกได้หรอก อาจจะแค่ออกไปพักใจเท่านั้น”“แล้วทำไมแม่ถึงไม่กลับมาล่ะ” เฟิงอวี้เงยหน้าขึ้นทั้งน้ำ
Mehr lesen

บทที่ 18

เฟิงหลินชวนยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องหนังสือ ปลายนิ้วเคาะโต๊ะทำงานไม้แดงเป็นจังหวะรูปถ่ายที่ผู้ช่วยเพิ่งนำมาส่งกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ แต่ละใบราวกับมีดที่ค่อย ๆ กรีดลึกลงไปในดวงตาของเขา“ยืนยันว่าเป็นเธอแน่” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำจนน่าหวาดหวั่น“แน่นอนครับ” ผู้ช่วยยกมือเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก “คุณผู้หญิงเปิดร้านหนังสืออยู่ที่เมืองอวิ๋น ธุรกิจกำลังไปได้ดี นี่คือรูปที่พวกเราถ่ายได้เมื่อสัปดาห์ก่อน”ในรูป เจียงจี้เยว่ายืนอยู่หน้าร้านหนังสือที่ชื่อว่า “จี้เยว่”แสงแดดลอดผ่านใบต้นอู่ถง ทอดเงาเป็นลวดลายลงบนร่างของเธอเธอสวมชุดเดรสผ้าลินินเรียบง่าย ปลายผมสั้นกว่าตอนจากไปเล็กน้อย กำลังก้มตัวพูดอะไรบางอย่างกับเด็กผู้หญิงวัยห้าหกขวบคนหนึ่งระหว่างคิ้วและดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่เขาไม่ได้เห็นมานานแต่สิ่งที่บาดตาที่สุด คือผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างเธอรูปร่างสูงโปร่งสง่า แววตาหลังแว่นกรอบทองทอดมองเจียงจี้เยว่ด้วยความอ่อนโยนชายคนนั้นอุ้มเด็กผู้หญิงตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน ภาพของคนทั้งสามที่ยืนอยู่ด้วยกัน กลมกลืนเสียจนชวนให้หายใจไม่ออก“ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างคุณผู้หญิงคือใคร” ปลายนิ้วของเฟิงหลินชว
Mehr lesen

บทที่ 19

เฟิงหลินชวนเดินทางมาถึงเมืองอวิ๋นด้วยเครื่องบินส่วนตัวในวันนั้นเองแสงแดดร้อนแรงจนแสบตา เขาหรี่ตาลง มองบอดี้การ์ดอุ้มเด็กทั้งสองลงจากเครื่อง“พ่อคะ พวกเราจะได้เจอแม่จริง ๆ ใช่ไหม” เฟิงเยว่เงยหน้าขึ้นถาม ดวงตาเต็มไปด้วยทั้งความคาดหวังและความไม่มั่นใจ“ได้เจอแน่นอน” เฟิงหลินชวนจัดเสื้อผ้าของตัวเอง น้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง“แม่เห็นพวกลูกแล้ว จะต้องดีใจมากแน่”ผู้ช่วยเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมยื่นเอกสารชุดหนึ่งให้ “ท่านประธานเฟิงครับ ยืนยันตำแหน่งของคุณนายแล้ว ตอนนี้เธออยู่ที่ร้านเซรามิกแห่งหนึ่งทางฝั่งตะวันออกของเมือง และ... อยู่กับคนสองคนนั้นครับ”ในเอกสารแนบรูปถ่ายที่แอบถ่ายมาไว้หนึ่งใบเจียงจี้เยว่กำลังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าหนูน้อยคนหนึ่ง ใช้ผ้าเช็ดคราบดินบนใบหน้าให้อย่างอ่อนโยนข้างกายเธอมีชายร่างสูงสวมแว่นคนหนึ่งกำลังมองพวกเธอด้วยรอยยิ้มแสงอาทิตย์สาดผ่านกระจกตกลงบนร่างของทั้งสาม ภาพนั้นอบอุ่นจนแสบตานิ้วของเฟิงหลินชวนกำรูปถ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว จนขอบกระดาษยับย่นสายตาที่ผู้ชายคนนั้นใช้มองเจียงจี้เยว่ เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นคือสายตาที่อ่อนโยนแบบที่เขาไม่เคยมอบให้เธอเลย“เ
Mehr lesen

บทที่ 20

เธออ้าปากเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มขื่นแล้วเอ่ยถามว่า“คนที่ผลักฉันตกบันได คนที่ใส่ร้ายว่าฉันให้พวกเธอกินมะม่วง ไม่ใช่พวกเธอทำเองหรอกเหรอ”“คนที่บอกว่าไม่ต้องการแม่อย่างฉัน อยากให้เมิ่งซูหานเป็นแม่ของพวกเธอ ไม่ใช่พวกเธอพูดเองหรอกเหรอ”“ฉันคิดมาตลอดว่า ถึงฉันอาจจะไม่ใช่แม่ที่ดีที่สุด แต่ฉันก็ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ตั้งใจดูแลพวกเธอ ตั้งใจรักพวกเธอ”“แต่ไม่รู้ว่าทำไม สุดท้ายถึงได้ผลลัพธ์แบบนี้”เด็กทั้งสองหน้าแดงก่ำ อับอายจนพูดไม่ออก แต่เฟิงอวี้ก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาอ้อนวอนอีกครั้งว่า“แม่ครับ เมื่อก่อนพวกเราไม่รู้เรื่อง... ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผิด ขอร้องแม่ ยกโทษให้พวกเราได้ไหม”เจียงจี้เยว่ายังไม่ทันได้พูด เฉิงเฉิงก็เอ่ยขึ้นอย่างหวาด ๆ“พี่เสี่ยวเจียง...” มือเล็ก ๆ ของเธอกำชายเสื้อของเจียงจี้เยว่ไว้แน่น ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา “พี่จะไปแล้วเหรอ”กู้ชิงเฉิงก้มลงอุ้มหลานสาวขึ้นมา ก่อนจะปลอบเบา ๆ “เฉิงเฉิง อย่ากลัว พี่สาวไม่ทิ้งหนูหรอก... ไม่ว่าพี่สาวจะเลือกไปที่ไหน พวกเราก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเธอ”“อีกอย่าง ถึงพี่สาวจะไม่ได้อยู่ที่นี่ ต่อไปก็ยังมาเล่นกับเฉิงเฉิงบ่อย ๆ ได้”เฟิงหลินชวน
Mehr lesen
ZURÜCK
123
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status