All Chapters of ดอกไม้นานาพันธุ์บานมิรู้โรย: Chapter 1 - Chapter 10

23 Chapters

บทที่ 1

เมิ่งซูหานมองเธอด้วยความตกตะลึง ไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงที่ครองตำแหน่งคุณนายตระกูลเฟิงมานานถึงหกปี จะยอมถอยออกไปเองโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยเจียงจี้เยว่เพียงเอ่ยเสริมอย่างเรียบเฉย “ในเมื่อพวกเขาต่างก็ชอบเธอมากกว่า งั้นฉันก็จะสมหวังให้พวกเธอ แค่ให้เฟิงหลินชวนเซ็นชื่อ พอพ้นระยะเวลารอการหย่า ฉันก็จะไป”ครั้งนี้ เธอจะไม่เดินซ้ำรอยเดิมอีก จะไม่เป็นคุณนายตระกูลเฟิงที่ถูกทุกคนมองข้ามอีกต่อไปเมิ่งซูหานใช้นิ้วลูบขอบแก้วกาแฟอย่างไม่รู้ตัว ขมวดคิ้วแน่น “เจียงจี้เยว่ เธอกำลังเล่นลูกไม้อะไรกันแน่”เจียงจี้เยว่สบตาเธอ มองสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาอย่างยากจะคาดเดา แล้วพูดซ้ำอย่างสงบนิ่ง “ฉันไม่ได้เล่นลูกไม้ แค่ทนไม่ไหวแล้ว”“เจียงจี้เยว่ เธอรู้ไหมว่าข้างนอกมีผู้หญิงตั้งเท่าไหร่ที่อยากได้ตำแหน่งของเธอ”“รู้” เจียงจี้เยว่สบตาเธอตรงๆ “เพราะอย่างนั้นถึงยกให้เธอ”สีหน้าของเมิ่งซูหานมีรอยร้าวปรากฏขึ้นในที่สุดเธอจ้องข้อตกลงการหย่าอยู่นาน ก่อนจะยื่นมือรับมา “ได้ ในเมื่อเธอใจกว้างขนาดนี้ งั้นฉันก็ไม่เกรงใจแล้ว”“แต่เธอต้องจำไว้ ของที่ฉันได้มาแล้ว ไม่มีวันยกให้ใครอีก”“วางใจเถอะ” เจียงจี้เยว่ยิ้มบางๆ “ฉันไม่มีวั
Read more

บทที่ 2

นับตั้งแต่เซ็นข้อตกลงการหย่า เจียงจี้เยว่ก็เลิกดูแลงานบ้านเธอไม่ตื่นตีห้าเพื่อเตรียมอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้ลูกอีก ไม่รอเฟิงหลินชวนกลับจากงานสังสรรค์ดึกๆ เพื่อทำน้ำแก้เมาค้างให้เขาอีกงานบ้านทั้งหมดที่ครั้งหนึ่งเธอเคยมองว่าเป็นหน้าที่ของตัวเอง ตอนนี้เธอยกให้บรรดาคนรับใช้จัดการทั้งหมดในช่วงแรก ยังไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติจนกระทั่งเฟิงอวี้ไปโรงเรียนสายจนถูกคุณครูตำหนิ เฟิงเยว่หาสมุดการบ้านไม่เจอ และนาฬิกาพกของเฟิงหลินชวนหยุดเดินเหล่าคนรับใช้ต่างวุ่นวายจนหัวหมุน แต่ก็ยังทำได้ไม่ถึงมาตรฐานของนายหญิงในครัวมีจานชามที่ยังไม่ได้ล้างกองเต็มไปหมด ของเล่นของเด็กๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วห้องนั่งเล่น แม้แต่เสื้อเชิ้ตที่รีดแล้วก็ยังไม่เรียบพอบ้านที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อย ค่อยๆ กลายเป็นความโกลาหลตอนที่เฟิงหลินชวนเปิดประตูห้องนอนเข้าไป เจียงจี้เยว่กำลังเอนตัวพิงหน้าต่างอ่านหนังสือแสงแดดส่องลอดผ่านม่านบาง ทอดเงาแสงเป็นลวดลายบนร่างของเธอ“คุณจะเอาแต่สร้างปัญหาไปถึงเมื่อไหร่” เขายืนอยู่ตรงประตู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจียงจี้เยว่ปิดหนังสือ เงยหน้ามองเขา “ฉันไม่ได้สร้างปัญหา”“ถ้า
Read more

บทที่ 3

วันแรกที่เมิ่งซูหานย้ายเข้ามาอยู่ เธอก็สั่งให้คนรับใช้จัดห้องนั่งเล่นใหม่ทั้งหมด“โซฟาชุดนี้ดูอึมครึมเกินไป” นิ้วเรียวของเธอลูบผ่านโซฟาหนังเบาๆ ก่อนหันไปยิ้มอ่อนโยนให้เฟิงหลินชวน “หลินชวน เปลี่ยนเป็นสีครีมดีไหม”เฟิงหลินชวนไม่แม้แต่จะกะพริบตา หันไปสั่งพ่อบ้านทันที “ทำตามที่คุณเมิ่งบอก”เจียงจี้เยว่ายืนอยู่ตรงหัวมุมบันได มองคนงานช่วยกันยกโซฟาที่เธอเลือกด้วยตัวเองเมื่อครึ่งปีก่อนออกไปเฟิงอวี้กับเฟิงเยว่เดินตามเมิ่งซูหานติดแจราวกับหางตัวน้อย ทั้งชี้นั่นชี้นี่อย่างตื่นเต้น “คุณอาซูหาน หมอนอิงพวกนี้ก็เปลี่ยนด้วยนะ ของที่แม่ซื้อไว้เชยจะตาย”เมิ่งซูหานลูบศีรษะเด็กทั้งสองอย่างอ่อนโยน “ได้ เปลี่ยนทั้งหมด”นิ้วของเจียงจี้เยว่กำแน่นเล็กน้อย ก่อนจะคลายออกอย่างรวดเร็วหมอนอิงพวกนั้นเป็นสิ่งที่เธอเย็บเองทีละเข็มทีละด้ายตอนตั้งครรภ์ ข้างในยัดใยขนอ่อนชนิดป้องกันอาการแพ้ เพราะตอนเด็กๆ ลูกทั้งสองผิวแพ้ง่ายแต่ตอนนี้ พวกมันถูกโยนลงถังขยะอย่างไม่ไยดีหลายวันต่อมา บ้านหลังนี้ก็ยิ่งแปลกหน้าขึ้นเรื่อยๆบนโต๊ะอาหาร เมิ่งซูหานนั่งอยู่ในตำแหน่งที่เคยเป็นของเจียงจี้เยว่ คอยตักอาหารให้ลูกทั้งสองอย่างอ่
Read more

บทที่ 4

“ก็แม่นั่นแหละ” เฟิงเยว่ร้องไห้สะอึกสะอื้น “ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าพวกเราแพ้ ยังตั้งใจให้พวกเรากิน”เฟิงอวี้ก็พยักหน้าแรงๆ “แย่ที่สุดเลย”เจียงจี้เยว่กำวงกบประตูแน่น ข้อนิ้วซีดขาว “เฟิงอวี้ เฟิงเยว่ พวกเธอรู้ไหมว่าตัวเองกำลังพูดอะไร รีบบอกความจริงออกมาเดี๋ยวนี้”“พอได้แล้ว” เฟิงหลินชวนลุกขึ้นยืนทันที คว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบราวกับจะบดกระดูกให้แหลก “เจียงจี้เยว่ นี่คือสิ่งที่แม่คนหนึ่งควรทำงั้นเหรอ ไม่ใช่แค่ทำร้ายลูก ยังบังคับให้ลูกโกหกอีก”“ฉันไม่ได้...” น้ำเสียงของเจียงจี้เยว่าสั่นเล็กน้อย“คุณจะบอกว่าพวกเขาใส่ร้ายคุณงั้นเหรอ” เขาหัวเราะเยาะ “พวกเขาอายุแค่เท่าไหร่ จะมีความคิดแบบนั้นได้ยังไง คุณยังมีคุณสมบัติเป็นแม่อีกเหรอ”จู่ ๆ เด็กทั้งสองก็ร้องไห้ออกมา เฟิงหลินชวนรีบปล่อยมือจากเธอ แล้วหันไปปลอบลูกทันทีแต่ยิ่งปลอบ ทั้งคู่ก็ยิ่งร้องหนัก ใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำ“คุณพ่อ...” เฟิงเยว่สะอื้น “พวกหนูทรมานมาก”“ทำยังไงถึงจะหาย” เฟิงหลินชวนถามเสียงเบา ใช้นิ้วเช็ดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยนเฟิงอวี้ดวงตาแดงก่ำ หันมามองเจียงจี้เยว่ “แม่ก็แพ้มะม่วงเหมือนกัน ให้แม่ดื่มน้ำมะม่วงด้วย ให้แม่ทรมาน
Read more

บทที่ 4

เธอเจ็บปวดราวกับหัวใจถูกฉีกเป็นชิ้นๆ น้ำตาไหลไม่หยุด ต้องยกมือกุมหน้าอกอยู่นานกว่าจะค่อยๆ สงบลงได้ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายจากสายการบินเพื่อยืนยันข้อมูลตั๋วเครื่องบิน“คุณเจียง ตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวไปเมืองอวิ๋นของคุณออกเรียบร้อยแล้ว ต้องการเลือกที่นั่งไหมคะ”“ที่นั่งริมหน้าต่างค่ะ ขอบคุณ” เจียงจี้เยว่รีบเช็ดน้ำตาอย่างลนลาน เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินเพิ่งวางสาย ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกเปิดออกเฟิงหลินชวนก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสุขุม สวมสูทเรียบกริบ แม้แต่ปลายแขนเสื้อก็เนี้ยบไร้ที่ติ“เมื่อกี้คุยโทรศัพท์กับใคร” เขาถามเรียบ ๆเจียงจี้เยว่าวางโทรศัพท์ไว้ข้างตัว “เพื่อน”เฟิงหลินชวนไม่ได้ซักต่อ เพียงยืนอยู่ข้างเตียง ก้มมองเธอจากที่สูง “เรื่องครั้งก่อน เข้าใจผิดกันแล้ว คนที่ให้น้ำมะม่วงเด็ก ๆ ดื่มคือซูหาน”น้ำเสียงของเขาสงบนิ่งราวกับกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ “แต่เธอไม่รู้มาก่อน เรื่องนี้ก็ให้มันผ่านไป”หัวใจของเจียงจี้เยว่ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบแน่น จนแทบหายใจไม่ออกตอนที่คิดว่าเป็นเธอ เขาแทบอยากฆ่าเธอ แต่พอเป็นเมิ่งซูหาน ทุกอย่างกลับกลายเป็นเพียงคำว่า “ไม่รู้มาก่อน”
Read more

บทที่ 6

โลกทั้งใบเหมือนหมุนคว้าง ร่างของเธอกลิ้งตกจากบันไดอย่างแรงความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างในพริบตา ของเหลวอุ่นๆ ไหลลงมาจากหน้าผาก พร่ามัวไปทั้งสายตาเด็กทั้งสองยืนอยู่บนหัวบันได ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันโหดร้าย“สมน้ำหน้า” เฟิงเยว่ตบมืออย่างสะใจ“ก็ใครใช้ให้แม่ไม่ยอมให้พวกเรากินเค้ก” เฟิงอวี้แลบลิ้นทำหน้าล้อเลียนเจียงจี้เยว่พยายามยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เลือดสดไหลตามปลายคางหยดลงบนพื้นเธอมองปีศาจตัวน้อยทั้งสองตรงหน้า ไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็ไม่อาจเชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับเด็กที่เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดบนเตียงคลอดเพื่อให้กำเนิดออกมาได้ทันใดนั้น ประตูใหญ่ก็ถูกผลักเปิด“เกิดอะไรขึ้น”เสียงทุ้มต่ำของเฟิงหลินชวนดังขึ้น ด้านหลังเขามีเมิ่งซูหานเดินตามมา ทั้งสามคนต่างชะงักเมื่อเห็นภาพตรงหน้า“คุณพ่อ” เด็กทั้งสองเปลี่ยนสีหน้าทันที ร้องไห้แล้ววิ่งเข้าไปหา “แม่เอาเค้กไปทิ้ง ไม่ยอมให้พวกเรากิน แล้วยังบอกว่าไม่เอาพวกเราแล้ว ฮือ”สายตาของเฟิงหลินชวนมองไปยังเค้กในถังขยะ ก่อนจะมองเจียงจี้เยว่ที่เปื้อนไปด้วยเลือด ขมวดคิ้วแน่น “เจียงจี้เยว่ ทำไมคุณต้องหาเรื่องลูกสองคนด้วย”น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบ
Read more

บทที่ 7

เสียงซุบซิบของบรรดาแขกดังเข้ามาในหูของเจียงจี้เยว่อย่างชัดเจน“ผมเป็นเพื่อนมหาวิทยาลัยของประธานเฟิงกับคุณเมิ่ง ตอนนั้นประธานเฟิงตามใจคุณเมิ่งสุด ๆ ”ชายในชุดสูทลดเสียงลง “เกือบจะขอแต่งงานกันตั้งแต่ยังเรียนไม่จบแล้ว”“มิน่าล่ะ” คนข้าง ๆ พยักหน้าทันที “รักแรกก็ยังเป็นรักแรก ถึงจะไม่มีสถานะภรรยา แต่ก็ยังเป็นคนสำคัญที่สุดอยู่ดี”“บางคนพยายามทุกวิถีทางจนได้แต่งเข้าตระกูลแล้วจะมีประโยชน์อะไร” มีคนปรายตามองเจียงจี้เยว่ด้วยสายตาเหยียดหยาม “มีลูกแล้วแล้วยังไง สุดท้ายก็ไม่ได้หัวใจของสามีอยู่ดี ฉันว่า ทั้งชีวิตนี้เธอคงต้องอยู่อย่างเดียวดาย”เจียงจี้เยว่ฟังอย่างเงียบ ๆ หัวใจของเธอราวกับถูกห่อหุ้มด้วยน้ำแข็งหนาทึบ ทั้งหนักอึ้ง แต่ไม่เจ็บอีกแล้วเธอสูดหายใจลึก ก่อนหันหลังเดินไปยังลิฟต์ขณะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิด จู่ ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งสอดเข้ามาเมิ่งซูหานก้าวเข้ามาในลิฟต์อย่างสง่างามด้วยรองเท้าส้นสูง มุมปากแดงระเรื่อยกยิ้มบางๆ“อีกสามวันก็จะครบระยะเวลารอการหย่าแล้ว” เธอสบตาเจียงจี้เยว่ตรง ๆ “เธอจะรักษาสัญญา ออกไปจริง ๆ ใช่ไหม”เจียงจี้เยว่กดปุ่มชั้นหนึ่ง “แน่นอน”“ไม่มีใครอยากออกไปจากที่นี่เ
Read more

บทที่ 8

เมื่อเจียงจี้เยว่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง แสงสีขาวจ้าก็แยงตาจนเธอหรี่ตาลงโดยอัตโนมัติกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโชยเข้าจมูก ข้างหูมีเสียงเครื่องติดตามคลื่นหัวใจดังเป็นจังหวะ "ตี๊ด ตี๊ด"“ฟื้นแล้ว” แพทย์เดินเข้ามาตรวจรูม่านตาของเธอ “ซี่โครงหักสามซี่ โชคดีที่ส่งโรงพยาบาลทัน ไม่อย่างนั้นคงไม่รอด”เจียงจี้เยว่มองเพดานอย่างเหม่อลอย ภาพสุดท้ายก่อนลิฟต์ร่วงผุดขึ้นมาในหัวเฟิงหลินชวนเลือกช่วยเมิ่งซูหานโดยไม่ลังเล และตอนที่ประตูลิฟต์ซึ่งบิดเบี้ยวหล่นใส่เธอ เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเธอลองขยับตัว ความเจ็บปวดรุนแรงก็แผ่จากหน้าอกไปทั่วร่างทันทีแต่ที่น่าแปลกคือ เธอกลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว บางทีอาจเพราะเจ็บจนถึงขีดสุด แม้แต่หัวใจก็ด้านชาไปแล้วสามวันต่อมา เฟิงหลินชวนมารับเธอออกจากโรงพยาบาลเขายืนอยู่หน้าประตูห้องพักผู้ป่วย สูทเรียบกริบ สายตาหยุดอยู่ที่หน้าอกซึ่งพันด้วยผ้าพันแผลของเธอ นิ่งเงียบอยู่นานก่อนจะเอ่ยปาก “ต่อไปซูหานยังต้องเต้นรำ ฉันปล่อยให้ขาของเธอเป็นอะไรไม่ได้”เจียงจี้เยว่เงยหน้าขึ้นช้า ๆ มองเขา“เพราะงั้น ก็ต้องให้เธอเป็นฝ่ายยอมเสียสละ” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ราวกับกำลังพูดเรื่
Read more

บทที่ 9

เจียงจี้เยว่เดินทางมาถึงเมืองอวิ๋นเฉิง แม้เมืองแห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย แต่กลับทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเธอใช้เวลาครึ่งเดือนสำรวจพื้นที่อย่างจริงจัง ก่อนจะเปิดร้านหนังสือเก่าเล็ก ๆ ชื่อว่า "จี้เยว่" บนถนนอันเงียบสงบสายหนึ่งในย่านเมืองเก่าร้านไม่ได้ใหญ่โตแต่ข้อดีคือมีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาอย่างทั่วถึงเธอใช้เวลาสามเดือนตกแต่งร้าน เปลี่ยนร้านเก่าทรุดโทรมให้กลายเป็นมุมอ่านหนังสือแสนอบอุ่นฤดูฝนของเมืองอวิ๋นเฉิงยาวนาน เจียงจี้เยว่ยืนอยู่หน้าประตูกระจกของร้านหนังสือ มองม่านฝนที่โปรยปรายด้านนอกอย่างเหม่อลอยจู่ ๆ กระดิ่งลมที่หน้าประตูก็ดังกรุ๊งกริ๊งอย่างใสกังวาน“ยินดีต้อนรับ” เธอหันกลับไปโดยอัตโนมัติ แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนมา ก็ชะงักไปเล็กน้อยชายที่ยืนอยู่หน้าประตูมีรูปร่างสูงโปร่ง กางร่มด้ามยาวสีดำไว้เหนือศีรษะ หยดฝนไหลจากร่มหยดลงบนพื้นในอ้อมแขนของเขาอุ้มเด็กผู้หญิงอายุราวห้าหกขวบ เด็กน้อยถักเปียสองข้าง กำลังซุกตัวเข้าหาเขาอย่างขี้อาย“มีหนังสือภาพที่เหมาะกับเด็กวัยนี้ไหมครับ” ชายหนุ่มเก็บร่ม พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเจียงจี้เยว่จึงได้เห็นใบหน้าของเขาชัด ๆใบหน้าค
Read more

บทที่ 10

หลังจากนั้น กู้ชิงเฉิงกับเฉิงเฉิงก็กลายเป็นลูกค้าประจำของร้านหนังสือแทบทุกสุดสัปดาห์ พวกเขาจะมานั่งอยู่ที่ร้านหนึ่งถึงสองชั่วโมงเฉิงเฉิงมักจะนั่งเงียบ ๆ อยู่บนโซฟาตัวเล็กตรงมุมร้าน อุ้มหนังสือภาพอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจส่วนกู้ชิงเฉิงก็จะเลือกตำราทางการแพทย์สักเล่ม แล้วนั่งอ่านอยู่ข้าง ๆ เธออย่างเงียบ ๆบางครั้ง เจียงจี้เยว่จะชงชาดอกไม้ให้พวกเขาหนึ่งกา กู้ชิงเฉิงจะกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพทุกครั้ง ส่วนเฉิงเฉิงก็จะพูดเสียงหวานว่า “ขอบคุณค่ะ พี่” แล้วก็ก้มหน้าอ่านหนังสือต่อเช้าวันเสาร์ที่อากาศสดใสวันหนึ่ง กู้ชิงเฉิงเสนอว่าจะพาเฉิงเฉิงไปสวนสนุก“คุณไปด้วยกันเถอะ” เขาดันแว่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยชวนด้วยความจริงใจ“เฉิงเฉิงพูดตลอดว่าอยากไปกับคุณ”เดิมทีเจียงจี้เยว่ตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นสายตาเปี่ยมความคาดหวังของเฉิงเฉิง หัวใจของเธอก็อ่อนลงสวนสนุกเต็มไปด้วยผู้คนและเสียงหัวเราะ เฉิงเฉิงจับมือกู้ชิงเฉิงด้วยมือซ้าย จับมือเจียงจี้เยว่ด้วยมือขวา แล้ววิ่งไปมาด้วยความตื่นเต้นพวกเขาเล่นม้าหมุน เล่นรถบั๊ม แล้วก็ต่อแถวขึ้นชิงช้าสวรรค์ด้วยกันตอนที่ชิงช้าสวรรค์ขึ้นไปถึงจุดสูงสุด เฉิงเฉิงก็ช
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status