All Chapters of หากคิดจะครอบครองยุทธภพ ฮาเร็มตัวท็อปคือเคล็ดวิชาสูงสุด: Chapter 11 - Chapter 20

26 Chapters

7.1 : เสือสามตัว

หลินซิงเหยียนรีบก้าวมายืนบังหน้าหมอเทวดา นัยน์ตาคู่สวยฉายแววดุดัน ดึงกระบี่ออกมากางถืออย่างมั่นคง เอ่ยปากสวนกลับเสียงกร้าวเด็ดขาด"ฝันไปเถิดพวกหน้าด้าน!” “ยามนี้หร่งจื่อเยว่เป็นคนของข้าแล้ว” “พวกเศษสวะพรรคมาร บังอาจคิดมาแย่งชิงคนของข้าถึงที่ อยากตายนักก็เข้ามา!"สิ้นคำประกาศศึก พวกพรรคมารก็แผดเสียงร้องคำรามแล้วพากันพุ่งเข้าโจมตีทันที หร่งจื่อเยว่ที่ฝีมือด้อยด้านการต่อสู้นักจึงรีบถอยไปหลบเบื้องหลังตามสัญชาตญาณ หัวใจเต้นระทึกด้วยความหวาดหวั่น ยามเห็นเสิ่นมู่หยางและหลินซิงเหยียนขยับกายเข้าห้ำหั่นกับพวกมันอย่างกล้าหาญทว่าสถานการณ์กลับไม่ได้ง่ายดาย... เสิ่นมู่หยางที่เพิ่งได้รับบาดเจ็บจากปีศาจหมีดำเมื่อวาน บาดแผลสดใหม่ที่ท่อนแขนซ้ายเริ่มฉีกขาดอีกคราจนโลหิตไหลซึมออกมา วรยุทธ์ที่เดิมทีแข็งแกร่งจึงลดทอนลงไปกว่าครึ่ง ส่วนหลินซิงเหยียน บาดแผลถูกแทงที่หน้าท้องยังไม่หายดีเช่นกัน ทุกคราที่ตวัดกระบี่โยกย้ายหลบหลีก ความเจ็บปวดแสนสาหัสจะแล่นริ้วจนร่างระหงชะงักงัน ทำให้พลาดท่าโดนอาวุธของพวกพรรคมารเล่นงานจนอาภรณ์เริ่มมีรอยฉีกขาดและโลหิตไหลซึมออกมาหลายแห่งหัวหน้าพรรคมารสบจังหวะฉวยโอกาสที่นางชะงักเ
last updateLast Updated : 2026-08-01
Read more

7.2 : เสือสามตัว

หลินซิงเหยียนตื่นตระหนกเล็กน้อยด้วยไม่คาดคิดว่ายอดฝีมือระดับนี้จะยอมสยบง่ายดายปานนี้ นางรีบก้าวเข้าไปประคองต้นแขนแกร่งภายใต้ชุดดำให้ลุกขึ้นยืนพลางคลี่ยิ้มหวานฉ่ำ ไม่ลืมจะโปรยเสน่ห์ให้คนหล่อเช่นเดิม"รีบลุกขึ้นเถิด ไม่ต้องมากพิธีหรอก ยินดียิ่งนักที่ได้ยอดฝีมืออย่างเจ้ามาร่วมหอลงโรงด้วยกัน” นางหันไปทางเสิ่นมู่หยางที่ยืนกอดอกนิ่งขรึมอยู่ข้าง ๆ กัน "ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จัก นี่คือศิษย์พี่ของข้า เสิ่นมู่หยาง นับจากนี้ไปเจ้าต้องเคารพเขาเสมือนเคารพข้า เพราะเขาเป็นคนสำคัญที่สุดของข้า หากในบ้านสกุลหลินผู้ใดจะมีอำนาจเป็นรองจากข้า ก็คือเขาผู้นี้เพียงคนเดียว"เสิ่นมู่หยางได้ยินคำประกาศชูตนเป็นใหญ่ในฝ่ายชายของบ้าน ก็กระหยิ่มยิ้มย่องอย่างภาคภูมิใจ นัยน์ตาคมทอประกายความพอใจอย่างไม่ปิดบังแต่นักฆ่าทมิฬกลับไม่ขัดข้องสิ่งใด เขาพยักหน้ารับคำอย่างว่านอนสอนง่าย "ข้าเข้าใจแล้ว"หลินซิงเหยียนยิ้มหวาน ก่อนจะหันไปทางหมอเทวดาหน้ามนที่ยืนอยู่ด้านหลัง "ส่วนท่านนี้คือท่านหมอเทวดาหร่งจื่อเยว่ ต่อไปนี้เขาจะย้ายเข้ามาพำนักร่วมเคหาสน์กับพวกเราทุกคน จะเป็นหมอประจำสกุลหลินของข้า หากวันใดที่เจ้าออกไปทำภารกิจแล้วได้รับบ
last updateLast Updated : 2026-08-01
Read more

8 : รสสุคนธ์หยาดน้ำค้าง [ ft.เสิ่นมู่หยาง]

บทที่ 8 ‘รสสุคนธ์หยาดน้ำค้าง' หลังจากจัดแจงที่พักให้แก่บุรุษทั้งสามคนแล้วเรียบร้อย ต่างฝ่ายก็ต่างปลีกวิเวกภายในเรือนตนเพื่อพักผ่อน เช่นเดียวกับหลินซิงเหยียนที่ใคร่จะแช่น้ำเสียหน่อย แต่นางกลับเลือกจะเดินมายังเรือนพักของเสิ่นมู่หยางแทน ร่างระหงเยื้องกรายเข้ามาภายในห้องอาบน้ำที่คละคลุ้งไปด้วยไอน้ำอุ่น กลิ่นหอมหวานของน้ำอบบุปผาอบอวลภายในจนชวนให้จิตใจร้อนรุ่มไม่น้อย ดวงตาคู่สวยจ้องมองเรือนกายขาวกำยำที่แช่อยู่ในน้ำครึ่งอก แล้วก็พลันหัวใจเต้นแรงระส่ำระส่าย นางชมชอบพระรองของนิยายมาตั้งแต่อ่านแล้ว ยามได้มาเห็นตัวจริงว่ารูปงามปานเทพเซียนบนสวรรค์ลงมาจุติถึงเพียงนี้ มันก็อดไม่ได้ที่จะยิ่งรักและลุ่มหลงจนสุดหัวใจ ก็นางชอบคนหล่อ ใจดี และซื่อสัตย์ “ศิษย์พี่…” น้ำเสียงหวานที่เอ่ยเรียกนั้นทำให้เสิ่นมู่หยางหันมามอง พลันใบหน้าก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ ดวงตาคู่คมตื่นตะลึงยามเห็นว่าศิษย์น้องคนงามกำลังปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจากกายอรชร จนเหลือเพียงเรือนกายเปลือยเปล่าที่ย่างเท้าลงมาในบ่อน้ำเดียวกับตน นางแหวกว่ายไปหาเขา ก่อนจะยกวงแขนขึ้นโอบกอดลำคอหนา จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่สุดแสนจะเร่าร้อน “วัน
last updateLast Updated : 2026-08-03
Read more

8.1 : รสสุคนธ์หยาดน้ำค้าง

หลินซิงเหยียนในอาภรณ์สีแดงเพลิงขับผิวขาว พาเหล่าบุรุษทั้งสามคนมาดื่มกินยังโรงสุราเฟิ่งหวง ซึ่งเป็นโรงสุราที่หรูหราแลมีชื่อเสียงที่สุดในเมือง การปรากฏตัวของหลินซิงเหยียนในวันนี้ทำเอาผู้คนบนท้องถนนแลในเหลาสุราถึงกับตาค้าง สตรีที่เพิ่งหย่าขาดจากสามีอย่างนาง แทนที่จะนอนร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่า กลับเดินเชิดหน้าชูคออย่างสง่างาม ทว่าที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างจนแทบลืมหายใจ คือบุรุษรูปงามสามคนที่เดินขนาบข้างอารักขาราวกับนางเป็นองค์หญิงผู้สูงศักดิ์เสิ่นมู่หยางในอาภรณ์สีขาวดูองอาจดุดันแผ่กลิ่นอายบุรุษเพศอย่างเต็มเปี่ยม หร่งจื่อเยว่สวมอาภรณ์สีเขียวราวกับต้นไผ่อ่อนงดงามดุจเทพสวรรค์ และเย่เสวียนยังคงเลือกหยิบอาภรณ์สีดำลึกลับมาสวมใส่อย่างเช่นเคย "โอ้! ข้านึกว่าสตรีไร้ยางอายที่ไหน ที่แท้ก็เป็นอดีตฮูหยินที่เพิ่งถูกข้าหย่าขาดจากจวนไปนี่เอง!"เยี่ยฉางฟงนั่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มสหายและสตรีอีกสองนาง พวกเขาพากันหัวเราะคิกคัก เหยียดยิ้มกว้างยามมองตรงมาทางหลินซิงเหยียนด้วยสายตาดูแคลน หวังจะใช้โอกาสนี้ทำให้นางต้องอับอายต่อหน้าผู้คนมากมาย"หย่ากับข้าไปยังมิทันนาน เจ้าก็พาบุรุษหน้าขาวเข้าบ้านพร้อมกันทีเดียวสามค
last updateLast Updated : 2026-08-04
Read more

8.2 : รสสุคนธ์หยาดน้ำค้าง

หลังจากกินดื่มจนหนำใจแล้ว ท้องฟ้าภายนอกก็แปรเปลี่ยนเป็นสีมืดหม่นลง ราตรีกาลคืบคลานเข้ามาพร้อมกับแสงโคมไฟสลัวสีนวลตาที่สว่างไสวไปทั่วท้องถนนในเมืองหลวง หลินซิงเหยียนเดินนำสามยอดบุรุษออกมาจากโรงสุราเฟิ่งหวงด่วยท่าทางและใบหน้าที่อาบย้อมไปด้วยความสุขล้น พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยจากฤทธิ์สุราที่ดื่มกินไปก่อนหน้านี้เมื่อก้าวพ้นประตูใหญ่ออกมาได้ไม่กี่ก้าว เสิ่นมู่หยางก็หันมามองดวงหน้างามของศิษย์น้องอันเป็นที่รัก "ยามนี้ก็มืดค่ำมากแล้ว กลับเคหาสน์ไปพักผ่อนดีกว่า"หลินซิงเหยียนไม่ได้ตอบรับคำในทันที นางเหลือบไปเห็นร้านค้าแผงลอยที่ตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทาง นัยน์ตาคู่สวยก็ทอประกายระยิบระยับดุจดวงดาวบนท้องนภา"กลับเคหาสน์อันใดกัน ยามราตรีเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นแท้ ๆ วันนี้เป็นวันดีที่พวกเรามารวมตัวกัน ต้องกินเที่ยวกันให้เต็มที่สิ!" นางพลางตบถุงเงินข้างเอว "พวกเจ้าอยากได้สิ่งใด ก็เลือกซื้อหาเอาตามใจชอบเลย ข้าจะจ่ายให้ทั้งหมด!"พูดจบหลินซิงเหยียนก็ก้าวเท้าเดินนำลิ่วไปยังแผงขายหยก ทิ้งให้สามหนุ่มมองตามแผ่นหลังบางหร่งจื่อเยว่คลี่พัดปิดบังริมฝีปากที่กำลังยิ้มหวาน รีบก้าวเท้าตามไปยืนเคียงข้างนาง ห
last updateLast Updated : 2026-08-04
Read more

9 : สตรีไร้ยางอาย

บทที่ 9'สตรีไร้ยางอาย’สายลมยามราตรีหอบเอากลิ่นหอมอบอวลของสมุนไพรนานาชนิด และดอกไม้หายากให้ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณเรือนพักส่วนตัวของหมอเทวดา แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำในสระหน้าเรือน เกิดเป็นประกายระยิบระยับดุจผืนฟ้าจำลอง หร่งจื่อเยว่ในอาภรณ์ตัวบางสีขาวกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนแคร่ไม้ภายใต้แสงเทียนสลัว มือเรียวยาวดุจลำเทียนบรรจงคัดแยกใบสมุนไพรทีละใบอย่างจดจ่อ ดวงหน้าหวานงดงามดุจรูปสลักไร้ที่ติสะท้อนแสงไฟนวลตา ดูบริสุทธิ์นุ่มนวลราวกับเทพเซียนที่หลุดออกมาจากภาพวาดของจิตรกรเลื่องชื่อเสียงก้าวเท้าเบาหวิวอันไร้ซึ่งน้ำหนักหยุดลงตรงข้างกายหมอเทวดา พร้อมกับกลิ่นหอมที่ถูกปรุงขึ้นพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของหลินซิงเหยียนโชยมาปะทะจมูก ร่างระหงในอาภรณ์ผ้าแพรแดงพลิ้วไหว ก้าวเข้ามานั่งลงที่พื้นตรงหน้าแคร่ไม้อย่างถือวิสาสะ นัยน์ตาทอดมองเสี้ยวหน้าหวานของหมอหนุ่มพลางคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์มือเรียวขาวดั่งหยกลงมือช่วยเด็ดใบสมุนไพรอย่างอารมณ์ดี ค่ำคืนนี้ตั้งใจจะหยอกเย้าและโปรยเสน่ห์ใส่หร่งจื่อเยว่ตรง ๆ เลย"อุ๊ย!... เจ็บจัง"นางแสร้งส่งเสียงอุทาน แล้วรีบชักมือกลับมาทันที ยกนิ้วชี้เรียวงามดุจลำเทียนขาวขึ้น
last updateLast Updated : 2026-08-05
Read more

9.1 : สตรีไร้ยางอาย

หลินซิงเหยียนไม่ได้ใส่ใจคำด่าทอนั้นเลยแม้แต่น้อย นางยักไหล่เบาๆ ก่อนจะเอนหลังลงนอนแผ่หงายลงบนพื้นไม้ทอดตัวยาวอย่างสบายอารมณ์ อาภรณ์สีแดงเพลิงแผ่สยายออกดุจดอกโบตั๋นเบ่งบาน "ข้ากล่าวตามความจริงทุกประการ เหตุใดจะต้องมีแค่บุรุษที่มีภรรยาหลายคนได้ฝ่ายเดียว…” “ข้าเป็นสตรีที่พึ่งพาตนเองได้ทุกอย่าง หากจะมีสามีเอก สามีรอง อนุสามี หรือบุรุษอุ่นเตียงคอยประคบประงมบ้าง มันจะผิดตรงไหนกัน?" "เพราะเจ้าเป็นสตรีอย่างไรเล่า!" หร่งจื่อเยว่หันกลับมาแย้งเสียงเข้ม "สตรีเมื่อออกเรือนแล้วย่อมต้องมีสามีเพียงผู้เดียว ถือว่าเป็นคนและเป็นสมบัติของสามีแล้ว จะตกเป็นของผู้อื่นอีกไม่ได้ การกระทำเช่นนั้นมันผิดหลักจารีตประเพณีแลไม่งามไม่เหมาะสมเอาเสียเลย" หลินซิงเหยียนพลิกตัวนอนหันข้าง ยกมือเรียวขึ้นเท้าคาง จ้องมองใบหน้าหวานของหร่งจื่อเยว่ตรง ๆ ด้วยสายตาพราวระยับ "ข้าไม่ได้อยากเป็นสมบัติของบผู้ใดทั้งนั้น..." "ข้าทั้งงดงาม ทั้งร่ำรวยถึงเพียงนี้ เหตุใดจะต้องเอาตัวเองไปเป็นสมบัติให้บุรุษคนใดเหยียดหยาม หรือคอยกดขี่เล่า ในเมื่อข้ามีทรัพย์สมบัติมหาศาลไว้ปรนเปรอตนเองให้มีความสุข มีเงินทองมากพอที่จะเลี้ยงดูบุรุ
last updateLast Updated : 2026-08-06
Read more

9.2 : สตรีไร้ยางอาย

ยามเมื่อพ้นออกมาจากเขตเรือนสมุนไพร หลินซิงเหยียนก็เดินทอดน่องรับสายลมเย็นยามค่ำคืน ทว่าสายตาพลันเหลือบไปเห็นเงาร่างลึกลับในชุดดำสนิท นั่งชันเข่าร่ำสุราอยู่บนหลังคาจวนภายใต้แสงจันทร์บุรุษผู้นั้นคือ เย่เสวียน นั่นเองด้วยความอยากเย้าหยอกตามนิสัย หลินซิงเหยียนจึงเหยียดกายย่อตัว ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาทะยานร่างขึ้นไปหาเขาบนหลังคาจวนทันทีทว่ายามเมื่อเท้าสัมผัสกระเบื้องมุงหลังคา นางกลับก้าวพลาดไปนิดหน่อยจนเสียการทรงตัว"เหวอ!"ร่างบางทำท่าจะลื่นไถลร่วงตกจากหลังคาลงสู่พื้นเบื้องล่าง ทว่าในเวลาเดียวกัน มือหนาอันทรงพลังของเย่เสวียนก็ตวัดคว้ากอดเอวคอดของนางเอาไว้ได้ทันควัน ดึงร่างอรชรเข้ามาหาตัวอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นว่าหลินซิงเหยียนลงไปนั่งทับอยู่บนตักแกร่งของนักฆ่าทมิฬเข้าพอดิบพอดีหลินซิงเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาหวานเชื่อม พลางยกสองแขนขึ้นโอบรอบลำคอของเย่เสวียนเอาไว้"แหม... เจ้าเนี่ยใจร้อนจังนะ ผู้อื่นเขายังรู้จักรอเวลา แต่นี่เจ้าเล่นดึงข้าขึ้นมานั่งตักเลยหรือ?"พรวด!ยังไม่ทันที่จิ้งจอกสาวจะได้โปรยเสน่ห์จนจบประโยค ยอดนักฆ่าทมิฬผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจก็ผลักนางออกไปข้าง
last updateLast Updated : 2026-08-07
Read more

10 : ตบหน้าสกุลเยี่ย!

บทที่ 10'ตบหน้าสกุลเยี่ย!’ประกายแสงแดดส่องสะท้อนกระทบตั๋วเงินปึกใหญ่ ทองแท่งสุกปลั่ง และหยกน้ำงามที่ถูกนำออกมาวางกองพะเนินเทินทึกเต็มพื้น ใจกลางเรือนในยามบ่ายคล้อยไม่ได้เงียบเหงาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความมั่งคั่งมหาศาลหลินซิงเหยียนนั่งเอนกายอย่างสบายอารมณ์อยู่ท่ามกลางกองเงินกองทองเหล่านั้น มือเรียวจับตั๋วเงินปึกหนาขึ้นมาพัดวีดวงหน้ามนเบา ๆ คลายความร้อน ทอดมองความรวยล้นฟ้าของตนเอง"ข้าร่ำรวยมหาศาลถึงเพียงนี้..." นางบ่นพึมพำกับตัวเอง "ย้อนคิดไปแล้วก็เจ็บใจนัก ไม่น่าหลงผิด ตามืดบอดยอมแต่งงานให้กับเจ้าคนแซ่เยี่ยผู้นั้นเลยจริง ๆ ทอดทิ้งชีวิตที่แสนสุขสบาย เพื่อไปให้มันเหยียดหยามทำร้ายจิตใจอยู่ได้ตั้งหลายปี ช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย"เสิ่นมู่หยางก้าวเท้าเข้ามาหานาง มือหนาอันอบอุ่นเอื้อมไปกอบกุมมือเรียวของหลินซิงเหยียนที่กำลังจับตั๋วเงินอยู่ด้วยความทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะบอบช้ำ"ช่างมันเถิดเสี่ยวเหยียน..."“อดีตที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถิด ยามนี้เจ้าหลุดพ้นจากคนอัปมงคลแซ่เยี่ยนั่นมาได้แล้ว และที่สำคัญเจ้าไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไป ยามนี้มีข้าอยู่เคียงข้างเสม
last updateLast Updated : 2026-08-08
Read more

10.1 : ตบหน้าสกุลเยี่ย!

ทั้งสามคนต่างยืนเลิกลั่กหน้าแดง หันเหสายตามองไปคนละทิศคนละทางอย่างไม่กล้าสบตากัน บรรยากาศกระอักกระอ่วนอบอวลไปทั่วทั้งห้อง "เอ่อ… ว่าแต่ท่านพ่อเร่งรีบมาหาลูกถึงเรือน มีเหตุอันใดหรือเจ้าคะ?"พอถูกถาม นายท่านหลินก็ค่อย ๆ ปรับสีหน้าตื่นตระหนกกลับมาเป็นจริงจัง "เรื่องใหญ่หน่ะสิ! พวกสกุลเยี่ยส่งคนมาเจรจาแล้ว" ผู้เป็นบิดาพลางถอนหายใจยาว "ยามนี้สกุลเยี่ยขาดแคลนศิลาปราณอย่างหนัก งานใหญ่ที่พวกมันรับปากกับราชสำนักเอาไว้ก็ทำท่าจะพังลงทั้งหมด ตอนนี้สกุลเยี่ยร้อนใจจนไฟสุมอก นั่งไม่ติดกันแล้ว!"ฟังจบแววตาคู่สวยของหลินซิงเหยียนพลันเปล่งประกายคมดุจใบมีดโกน มุมปากกระตุกยิ้มเหี้ยม พลันหัวเราะเสียงดังลั่นเรือน พลางโยนก้อนทองในมือเล่นอย่างอารมณ์ดี "หึ! สมน้ำหน้าพวกมันนัก กดขี่ข่มเหงข้าถึงเพียงนั้น คิดหรือว่ายังจะสามารถเสวยสุขบนหยาดเหงื่อแรงกายของข้าได้อีก พวกมันคงลืมไปแล้วกระมังว่าใครกันแน่ที่เป็นคลังสมบัติแท้จริงของยุทธภพ!"นางหันไปสบตากับเสิ่นมู่หยางที่ยืนยิ้มรอรับคำสั่งอยู่ด้านหลัง ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยกับบิดาด้วยรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจ"ดีเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ ในเมื่อพวกมันดิ้นรนมาหาข้าถึงที่ เช่นนั้นข้าก็
last updateLast Updated : 2026-08-08
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status