หากคิดจะครอบครองยุทธภพ ฮาเร็มตัวท็อปคือเคล็ดวิชาสูงสุด

หากคิดจะครอบครองยุทธภพ ฮาเร็มตัวท็อปคือเคล็ดวิชาสูงสุด

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-19
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
26Bab
557Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

พระเอกมีเมียเจ็ดคนแล้วคุมไม่ได้? โถ่ ๆ ช่างน่าสมเพชนัก! ชาตินี้ข้ารวยล้นฟ้า เรื่องอะไรจะยอมนอนจมกองน้ำส้ม ขอลาออกจากบทบาทนางเอก แล้วใช้เงินซื้อฮาเร็มหนุ่มหล่อมากฝีมือ เอามากู้ยุทธภพเองดีกว่า!

Lihat lebih banyak

Bab 1

1 : การเกิดใหม่ของนางเอก

บทที่ 1

‘การเกิดใหม่ของนางเอก’

ภายในห้องนอนอันมืดสลัว แสงแดดรำไรจากภายนอกตกกระทบร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังนั่งกอดเข่าอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน ดวงตากลมโตทอดมองความว่างเปล่าเบื้องหน้า ใบหน้าฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก

นี่ก็เป็นวันที่สามแล้วที่กวินตาต้องยอมรับความจริงอันโหดร้ายว่าตัวเธอได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในโลกของนิยายเรื่องมังกรทะยานฟ้าสยบยุทธภพ นิยายกำลังภายในสายดาร์กที่เคยอ่านจบไปตั้งนานแล้ว แต่ไม่รู้ไปทำอีท่าไหน สวรรค์จึงจับเธอโยนใส่เข้ามาในเรื่องนี้ได้

เฮงซวยที่สุด คือเธอดันเข้ามาสวมบทบาทเป็น ‘หลินซิงเหยียน’ นางเอกที่พ่วงตำแหน่งเมียหลวงของเรื่องนี้

หากเป็นนิยายรักธรรมดาก็คงพอทน

แต่นี่มันคือนิยายฮาเร็มตัวพ่อ!

ในเนื้อเรื่องดั้งเดิม พระเอกของเรื่องอย่าง ‘เยี่ยฉางฟง’ จะต้องเดินสายเก็บแต้มไปทั่วยุทธภพ จนมีภรรยารวมกันถึงเจ็ดคน!

ทว่าตัวพระเอกนั้นกลับไร้ความสามารถในการบริหารจัดการเรื่องภายในบ้านเป็นที่สุด ปล่อยให้เหล่าสตรีทั้งเจ็ดอิจฉาริษยากันเอง ทั้งตบตี ทะเลาะเบาะแว้ง วางยา หรือแม้แต่ลอบฆ่ากันอยู่เป็นนิจ

แต่ถึงจะโดนรังแกข่มเหง เจ็บตัวเจ็บใจ หรือต้องใช้สามีร่วมกับคนอื่นทุกวัน สตรีเหล่านั้นรวมถึงหลินซิงเหยียนก็ไม่ยอมทิ้งเขาไปไหน เพียงเพราะยึดติดกับคำว่ารักและเทิดทูนสามีถวายหัว ตามแบบฉบับค่านิยมสตรีโบราณที่ถูกล้างสมองว่าต้องมีสามีคนเดียว ส่วนผู้ชายจะมีภรรยากี่คนก็ได้ เพราะยิ่งมีเยอะก็ยิ่งแสดงออกถึงอำนาจบารมีมากเท่านั้น

“บ้าบอคอแตกชะมัด!”

หลินซิงเหยียนคนใหม่ สบถออกมาอย่างเดือดดาล

“เสือสองตัวยังอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้เลย แต่นี่สตรีตั้งเจ็ดคนในบ้านหลังเดียวกันเลยนะ”

แล้วเรื่องอะไรที่สาวไทยทะลุมิติจะยอมกัน!

ผู้หญิงไทย ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเบี้ยล่างผู้ชายหรอกนะ!

หลินซิงเหยียนแม้จะมีบทบาทเด่นที่สุด เป็นถึงฮูหยินใหญ่ และยังเป็นภรรยาที่ได้รับความรักมากที่สุดก็ตาม แต่บทนางเอกในนิยายฮาเร็มมันเข้าท่าซะที่ไหน สุดท้ายก็ต้องใช้สามีร่วมกับสตรีอื่นอยู่ดี

ตามนิยายเดิม สกุลหลินนับว่าร่ำรวยระดับมหาเศรษฐี มีเงินถุงเงินถังถมหัว แล้วเรื่องอะไรที่หลินซิงเหยียนจะต้องยอมนอนจมกองเลือดอยู่ในอ่างน้ำส้มเพื่อผู้ชายเฮงซวยคนเดียวด้วย

ขณะที่กำลังวางแผนชีวิตใหม่อยู่ ‘อาเฟย’ สาวใช้คนสนิทก็วิ่งพรวดพราดหน้าตาตื่นเข้ามา "เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!”

“คุณชายเยี่ยกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!"

อาเฟยหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า ราวกับรีบวิ่งมาตั้งแต่หน้าเคหาสน์

"แต่ว่าพาสตรีแปลกหน้าผู้หนึ่งกลับมาด้วยเจ้าค่ะ ยามนี้อยู่ที่ห้องโถงใหญ่แล้ว!"

หลินซิงเหยียนไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงเหยียดยิ้มบาง พลางพึมพำกับตนเองเสียงเบาอย่างคนล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าอยู่แล้วตั้งแต่แรก

"มาแล้วสินะ เมียคนที่สองของพ่อรูปหล่อกระดอทองคำ"

……….

บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ของตระกูลเยี่ยเงียบเสียจนน่าอึดอัด ร่างสูงอันแข็งแกร่งของเยี่ยฉางฟงกำลังนั่งรออยู่ที่เก้าอี้ตัวใหญ่ตรงกลาง ทว่าเมื่อหลินซิงเหยียนปรากฏตัวขึ้น จอมยุทธ์หนุ่มถึงกับตกใจจนนั่งไม่ติด

นั่นเพราะภรรยาคนแรกของเขาดันแต่งกายด้วยชุดขาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่มีเครื่องประดับสีสันใด ๆ เลย แม้กระทั่งปิ่นปักผมยังเป็นหยกขาวราวกับหิมะ ไม่ต่างอะไรกับชุดไว้ทุกข์สักนิดเดียว

"เสี่ยวเหยียนระหว่างที่ข้าไม่อยู่ มีญาติฝ่ายใดของเจ้าตายหรือ เหตุใดต้องแต่งชุดไว้ทุกข์เช่นนี้?"

หลินซิงเหยียนกลอกตามองบนเล็กน้อย

‘หายหัวไปเป็นปี กลับมาอีกทีพร้อมผู้หญิงคนใหม่ไม่พอ ยังมาแช่งญาติข้าให้ตายอีก โคตรจะนิสัยชายแท้ในอุดมคติเลยให้ตายเถอะ!’

นางปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงนุ่มนวล ทว่าถ้อยคำกลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ

"ข้าไว้ทุกข์ให้เจ้า"

"เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด!"

เยี่ยฉางฟงตวาดกลับอย่างไม่เข้าใจ ใบหน้าเริ่มเดือดดาลด้วยความโมโห

"ข้าไม่อยู่เพียงปีเดียว สติของเจ้าฟั่นเฟือนไปแล้วหรือ เหตุใดจึงมาแช่งสามีตนเองเช่นนี้!"

หลินซิงเหยียนหัวเราะหยันในใจ

‘เพียงหนึ่งปีหรือ? หึ! พูดเหมือนหนึ่งปีมันสั้นเท่าวันเดียว นี่ตั้งสามร้อยหกสิบห้าวันที่ไอ้พระเอกชั่วนี่หายหัวไป ทิ้งเมียหลวงไว้เฝ้าบ้าน แล้วดูสภาพที่กลับมาสิ หิ้วเมียน้อยกลับมาด้วย ไปตะลุยยุทธภพแบบใช้ช่วงล่างซะคุ้มเชียวนะไอ้หนุ่ม!’

หญิงสาวผู้มีตำแหน่งเป็นฮูหยินใหญ่ เมียแต่งที่ได้เชิดหน้าชูตายืดตัวขึ้นตรง ดวงตาราบเรียบไร้แววอาวรณ์ใดต่อผู้เป็นสามีที่ไม่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข เน้นแค่ร่วมเตียงกันอย่างเดียว

“ข้ามิได้สติฟั่นเฟือน แต่คิดทบทวนดูดีแล้ว วันนี้จึงตั้งใจไว้ทุกข์ให้แก่ความรักของเราสองอย่างไรเล่า"

ก่อนที่เยี่ยฉางฟงจะได้อ้าปากด่าทอภรรยาคนแรก สตรีร่างน้อยที่นั่งอยู่ข้างกายเขาก็รีบลุกขึ้นยืน หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหางตา ทั้งที่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด ท่าทางอ่อนแอราวบุปผาต้องลมฝน

"พี่หญิง ท่านไม่พอใจสิ่งใดหรือเจ้าคะ?" น้ำเสียงของนางสั่นเครือแต่ยังหวานนุ่มชวนให้บุรุษเอ็นดู

"ถ้าหากการมาของข้าทำให้พี่หญิงต้องขุ่นข้องหมองใจถึงเพียงนี้ เช่นนั้นข้าก็ไม่ขออยู่ที่นี่ให้ท่านระคายสายตาเจ้าค่ะ"

หลินซิงเหยียนมองจริตมารยาตรงหน้าแล้วแทบจะหลุดขำออกมา และเป็นไปตามคาด ทันทีที่ภรรยาใหม่บีบน้ำตา เยี่ยฉางฟงก็รีบหันไปรวบมือของนางมากุมไว้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันมามองหลินซิงเหยียนด้วยสายตาตำหนิ

"หลิงเอ๋อร์ เจ้ารับปากข้าแล้วว่าจะอยู่ด้วยกัน ไม่มีเหตุใดให้เจ้าต้องไป"

เยี่ยฉางฟงกล่าวปลอบเมียใหม่อย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันมาขึ้นเสียงแข็งสั่งการภรรยาคนแรกเชิงบังคับเสียมากกว่าร้องขอ

"เสี่ยวเหยียน เจ้าอย่าได้ทำตัวไร้เหตุผล หลิงเอ๋อร์เป็นภรรยาของข้าเช่นกัน ย่อมต้องอยู่กับข้าที่นี่ เคหาสน์สกุลเยี่ยกว้างขวางถึงเพียงนี้ หากพวกเจ้าสองคนไม่พอใจกัน ก็แยกกันอยู่คนละฝั่ง ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมาข้องเกี่ยวกันเท่านั้นก็สิ้นเรื่อง!"

คำพูดอันแสนเห็นแก่ตัวของสามี ทำให้สาวใช้ในห้องโถงถึงกับหน้าถอดสีพากันลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก ทว่าหลินซิงเหยียนกลับหัวเราะออกมาเสียอย่างงั้น เป็นเสียงหัวเราะที่สดใสที่สุดในรอบสามวันที่ผ่านมา

"ไม่ต้องลำบากแยกฝั่งให้วุ่นวายหรอก"

ฮูหยินของบ้านก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า มือเรียวล้วงเข้าไปในแขนเสื้ออีกข้าง ก่อนจะดึงพวงกุญแจทุกห้องทุกเรือนพร้อมตราประทับประจำสกุลเยี่ยที่นางเคยเป็นผู้ถือครองดูแลออกมา

เคร้ง!

พวงกุญแจและตราประทับถูกโยนลงพื้นอย่างไม่ไยดี เสียงกระทบสะเทือนไปถึงหัวใจของเยี่ยฉางฟง

"ข้ายกมันให้พวกเจ้าทั้งหมด"

หลินซิงเหยียนปัดมือตัวเองเบา ๆ ราวกับเพิ่งจับสิ่งสกปรก

"เชิญพวกเจ้าสองคนครองคู่ สมสู่ และรักกันให้ตายไปเถิด!"

นางหมุนตัวสะบัดชายกระโปรงสีขาวอย่างสง่างาม พร้อมทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ไม่มีผู้ใดเข้าใจนอกจากตนเองเท่านั้น แต่พูดออกไปเพื่อความสะใจล้วน ๆ

"ส่วนข้าขอเซย์กู๊ดบายก็แล้วกัน!”

"หลินซิงเหยียน!"

เสียงตวาดกร้าวของเยี่ยฉางฟงดังลั่น พร้อมกับสายลมแรงที่เกิดจากพลังวัตร ร่างสูงทะยานพรวดเดียวก็มาถึงตัวของนางแล้ว ใบหน้าของพ่อพระเอกนิยายบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดที่ถูกลบหลู่เกียรติเช่นนี้ มือหนายื่นออกมาหมายจะกระชากแขนบางของภรรยาคนแรกให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน

"เจ้าเป็นภรรยาข้า แต่งเข้าสกุลเยี่ยแล้วก็ถือเป็นคนของสกุลเยี่ย ไม่มีสิทธิ์ไปไหนตามใจชอบทั้งนั้น หากสามีอย่างข้าไม่อนุญาต!"

ดวงตาของหลินซิงเหยียนวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัดไม่ต่างกัน ในเมื่อร่างนี้เดิมทีก็มีวรยุทธ์แก่กล้าไม่ต่างจากตัวละครอื่นสักนิด มีหรือที่นางจะยอมให้เขารังแกข่มเหงได้ง่าย ๆ

สัญชาตญาณและการจดจำของร่างเดิมสั่งการร่างกายทันทีที่นางนึกคิดอยากจะทำสิ่งใด ฝ่ามือบางพุ่งออกไปด้านหน้า หวังใจจะอัดกระแทกพลังปราณใส่หน้าอกกว้าง แต่เยี่ยฉางฟงก็เป็นพระเอก มีสกิลทองคำป้องกันตัว เขาจึงรับรู้ได้อย่างรวดเร็วแล้วผละถอยหลังหนีพร้อมยื่นมือไปรับฝ่ามือของนางเอาไว้อย่างคล่องแคล่ว

ฝ่ามือของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศจนเกิดคลื่นพลังสะท้อนกลับ โต๊ะเก้าอี้ที่ตั้งอยู่โดยรอบทนรับแรงกดดันไม่ไหว แตกละเอียดกลายเป็นเศษไม้กระจัดกระจายไปทั่วห้องโถง

เยี่ยฉางฟงเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง ว่าสตรีที่เคยอ่อนหวานนุ่มนวล และยอมตนทุกเรื่องมาโดยตลอด จะกล้าลงมือหนักหน่วงถึงเพียงนี้

"คิดจะกักขังข้างั้นหรือ ฝันไปเถอะ!"

หลินซิงเหยียนแค่นเสียงหัวเราะ ขยับกายดั่งวิหคเหินบิน รัวฝ่ามือเข้าใส่เยี่ยฉางฟงอย่างไม่ปรานี ท่วงท่าของนางสง่างามทว่าเปี่ยมด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า พลังวัตรถูกซัดออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า จนพ่อพระเอกนิยายต้องพลิกกายหลบหลีก ถึงขั้นต้องนำกระบี่ออกมาต้านรับอย่างทุลักทุเล

"อย่ามาทำร้ายพี่ฉางฟงของข้านะ!"

‘อันหลิง’ ที่เห็นสามีทำท่าจะเพลี่ยงพล้ำ จึงคิดอวดเก่งเอาอกเอาใจชายหนุ่ม นางชักกระบี่คู่กายแล้วทะยานร่างเข้ามา หมายจะลอบโจมตีด้านหลังของหลินซิงเหยียน

ทว่าคุณหนูสกุลหลินก็ไหวตัวทัน ดวงตาคู่สวยเหลียวมองด้านหลังด้วยความสมเพช "หน้าด้านหน้าทนกันไม่พอ ยังคิดจะหมาหมู่รุมข้าอีกหรือ!”

“ไปตายกันทั้งคู่นั่นแหละ!"

หลินซิงเหยียนหมุนตัวหลบคมกระบี่อย่างพลิ้วไหว แล้วรวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือขวา ก่อนจะซัดเปรี้ยงเข้าที่กลางอกของอันหลิงโดยตรงแบบไม่มีออมแรง

อั่ก!

เสียงกระดูกลั่นแผ่วเบา ร่างของอนุคนใหม่ลอยกระเด็นไปกระแทกกับเสาต้นใหญ่ ก่อนจะร่วงลงมากระอักเลือดสีแดงฉานเต็มพื้น ใบหน้าที่เคยเปล่งปลั่งกลับซีดเผือดลง

"หลิงเอ๋อร์!" เยี่ยฉางฟงร้องลั่นด้วยความตกใจ ใบหน้าฉายแววห่วงใยอีกฝ่ายอย่างสุดซึ้ง รีบถลาเข้าไปประคองร่างของภรรยาใหม่ขึ้นมาแนบอก

ยามเห็นสายตาอาทรที่เขามีให้สตรีอื่น หลินซิงเหยียนก็ยิ่งรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างถึงที่สุด นางลดมือลง จัดแจงอาภรณ์ไว้ทุกข์ให้เข้าที่เข้าทาง แล้วยืนมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นชา ไม่มีอีกแล้วความอาลัยอาวรณ์ต่อสามีอันเป็นที่รัก

เพราะนับจากนี้จะไม่รัก ไม่เทิดทูนอีกต่อไป!

"ถ้ารักกันมาก ก็เชิญอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนกันสองคนให้หนำใจเถิด ส่วนข้าคนนี้ ไม่ขอข้องเกี่ยวด้วยอีก!"

เยี่ยฉางฟงเงยหน้าขึ้นจ้องหลินซิงเหยียนตาเขม็ง

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร!"

หลินซิงเหยียนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาเปล่งประกายแกร่งกล้าดั่งนางพญาหงส์

"หมายความว่า หลังจากนี้ข้ากับเจ้าตัดขาดกัน!”

“สิ้นสุดวาสนา ไม่ขอข้องเกี่ยว ไม่ขอพึ่งพา ไม่ขอพบเจอ ไม่ว่าชาตินี้ ชาติหน้า หรือชาติไหน ๆ ก็อย่าได้มาพบเจอกันอีกเลย!"

สิ้นคำประกาศกร้าวอันทรงพลัง หลินซิงเหยียนก็สะบัดหน้าหมุนตัวเดินออกมาทันที แผ่นหลังของนางเหยียดตรง สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยรังสีของสตรีผู้กุมชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริง ทิ้งให้เยี่ยฉางฟงได้แต่นั่งอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูกอยู่กับภรรยาใหม่

ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเรือน เหล่าบ่าวรับใช้ส่วนตัวที่บิดาส่งมาคอยดูแลนาง ต่างรีบกรูกันเข้ามาหาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก หลินซิงเหยียนหยุดยืน กวาดสายตามองทุกคนไม่มีข้ามหัวผู้ใด

"พวกเจ้า เจ้า แล้วก็เจ้าด้วย ฟังคำสั่งข้าให้ดี!"

น้ำเสียงหวานทว่าทรงอำนาจ ทำเอาบ่าวรับใช้ทุกคนรีบก้มหัวรอรับคำสั่ง

"จงเก็บทรัพย์สมบัติทุกชิ้นที่เป็นของข้ามาให้หมด สิ่งใดที่ข้าใช้เงินของข้าซื้อมาย่อมเป็นของข้าทั้งสิ้น เครื่องประดับ ผ้าแพร ศิลาปราณ เงินทอง แม้กระทั่งต้นไม้ต้นหญ้าที่ข้าเป็นคนปลูก เก็บให้หมดอย่าให้ขาดตกบกพร่อง กวาดมาให้เรียบ เอาให้เกลี้ยงอย่าให้เหลือสักชิ้นเดียว"

คุณหนูหลินแสยะยิ้มอย่างสะใจยามหันกลับไปมองอดีตสามีและภรรยาใหม่ของเขาที่กำลังนั่งอึ้งเสียจนอ้าปากค้าง ดวงวิญญาณหลุดลอยออกจากกายหยาบไปแล้ว

"ฟ้าดินเป็นพยาน นับจากวันนี้หลินซิงเหยียนขอตัดขาดกับเยี่ยฉางฟง ไม่เป็นสามีภรรยากันอีก ไม่ขอข้องเกี่ยวไม่ว่าจะทางใดก็ตาม ข้าจะย้ายออกจากที่นี่ในฐานะสตรีม่ายที่สามีเก่าตายไปแล้ว!”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
26 Bab
1 : การเกิดใหม่ของนางเอก
บทที่ 1‘การเกิดใหม่ของนางเอก’ภายในห้องนอนอันมืดสลัว แสงแดดรำไรจากภายนอกตกกระทบร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังนั่งกอดเข่าอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน ดวงตากลมโตทอดมองความว่างเปล่าเบื้องหน้า ใบหน้าฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักนี่ก็เป็นวันที่สามแล้วที่กวินตาต้องยอมรับความจริงอันโหดร้ายว่าตัวเธอได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในโลกของนิยายเรื่องมังกรทะยานฟ้าสยบยุทธภพ นิยายกำลังภายในสายดาร์กที่เคยอ่านจบไปตั้งนานแล้ว แต่ไม่รู้ไปทำอีท่าไหน สวรรค์จึงจับเธอโยนใส่เข้ามาในเรื่องนี้ได้เฮงซวยที่สุด คือเธอดันเข้ามาสวมบทบาทเป็น ‘หลินซิงเหยียน’ นางเอกที่พ่วงตำแหน่งเมียหลวงของเรื่องนี้หากเป็นนิยายรักธรรมดาก็คงพอทนแต่นี่มันคือนิยายฮาเร็มตัวพ่อ!ในเนื้อเรื่องดั้งเดิม พระเอกของเรื่องอย่าง ‘เยี่ยฉางฟง’ จะต้องเดินสายเก็บแต้มไปทั่วยุทธภพ จนมีภรรยารวมกันถึงเจ็ดคน!ทว่าตัวพระเอกนั้นกลับไร้ความสามารถในการบริหารจัดการเรื่องภายในบ้านเป็นที่สุด ปล่อยให้เหล่าสตรีทั้งเจ็ดอิจฉาริษยากันเอง ทั้งตบตี ทะเลาะเบาะแว้ง วางยา หรือแม้แต่ลอบฆ่ากันอยู่เป็นนิจแต่ถึงจะโดนรังแกข่มเหง เจ็บตัวเจ็บใจ หรือต้องใช้สามีร่วมกับคนอื่นทุกวัน สตรีเหล่านั้
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-18
Baca selengkapnya
2 : กระทำในสิ่งที่ต้องทำ
บทที่ 2‘กระทำในสิ่งที่ต้องทำ’ทรัพย์สมบัติพัสถานทุกชิ้นที่หลินซิงเหยียนเคยขนมาตอนแต่งงาน หรือใช้เงินส่วนตัวซื้อเข้าเคหาสน์สกุลเยี่ยที่ผ่านมา ถูกเก็บใส่หีบอย่างถนอม โดยมีเหล่าบ่าวชายช่วยกันขนหีบออกมาวางเรียงด้านนอกจนแทบจะไม่เหลือทางเดินแสดงให้เห็นว่าหลินซิงเหยียนนั้นไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอก ไม่ได้ตัวเปล่าเล่าเปลือยเลย แต่ตามนิยายเดิม นางรักเยี่ยฉางฟงจนยอมถวายหัว ทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ยกให้เขานำไปเลี้ยงดูปรนเปรอเมียอีกหกคนจนหมดแต่หลินซิงเหยียนคนนี้ไม่ใช่นางเอกตามพิมพ์นิยมของนิยายฮาเร็มอีกต่อไปแล้ว จะไม่ยอมทนทุกข์บนความเหน็บหนาวหรอก ร่ำรวยถึงเพียงนี้ ทำไมจะต้องง้อผู้ชายด้วย เป็นพระเอกนิยายแล้วยังไง ใครว่าตอนจบนางเอกต้องคู่กับพระเอกเสมอไปกัน!เยี่ยฉางฟงเดินมาเห็นภาพหีบสมบัติมากมายก่ายกองที่หลินซิงเหยียนกวาดเก็บออกมาหมด จนไม่เหลือสิ่งใดเลย แม้แต่เสาเรือนที่นางเคยออกเงินส่วนตัวซ่อมแซมก็ยังให้บ่าวถอนออกมาด้วยเส้นเลือดที่ขมับก็พลันเต้นตุบ ๆ ด้วยความเดือดดาลร่างสูงเดินตรงปรี่เข้ามากระชากข้อมือของภรรยาคนแรกเอาไว้แน่น แล้วตวาดลั่นจนเสียงสะท้อนไปทั่วเคหาสน์“เจ้าทำเกินไปแล้ว!”“แต่งเข้าบ้านข้าแล้ว
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-18
Baca selengkapnya
3 : มีเงินใช้ผีโม่แป้ง
บทที่ 3‘มีเงินใช้ผีโม่แป้ง’ในยามดึกสงัดเคหาสน์สกุลหลินกำลังจมลึกลงสู่ความเงียบงันอันน่าวังเวง มีเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกันตามสายลมอันเยือกเย็นที่พัดผ่านแนวกำแพงหินเข้ามาภายในหลินซิงเหยียนยังคงลืมตาอยู่ในความสลัวเลือนของโคมแขวนที่พลิ้วไหวภายในห้องนอนกว้างขวางที่ดูจะโอ่อ่าเกินไปสำหรับคนหนึ่งคนเสียด้วยซ้ำ แต่ทว่าในความสงบเงียบนั้น สัญชาตญาณของนางกำลังร้องบอกถึงความผิดปกติบางอย่างจนไม่อาจจะข่มตาหลับลงได้ในห้วงแห่งความเงียบนั้นเองที่มีเงาร่างของใครบางคนในอาภรณ์สีดำสนิท ปิดหน้ามิดชิด เปิดเผยเพียงดวงตาคู่คมที่สะท้อนประกายสังหารเด่นชัด ร่างสูงโปร่งทะลวงฝ่าความมืดเข้ามาอย่างรวดเร็วประดุจภูตผีที่ผุดขึ้นมาจากอเวจีลึกประกายโลหะเย็นเยียบของมีดสั้นตวัดตัดอากาศ มุ่งตรงมายังลำคอระหงของหลินซิงเหยียนที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงทว่าคุณหนูหลินผู้นี้ก็มิใช่สตรีอ่อนแอในห้องหอที่จะยอมให้ผู้อื่นเชือดทิ้งได้ง่าย ๆ ร่างระหงกลิ้งตัวหลบคมโลหะที่เฉียดผ่านปลายคางไปเพียงนิดเดียว ชายอาภรณ์สะบัดพลิ้วยามกายบางดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แล้วยกปลายเท้าขึ้นถีบสวนเข้าที่อกกว้างเต็มแรงจนนักฆ่าในเงามืดถอยร่นไปด้านหลัง"เจ้
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-18
Baca selengkapnya
4 : ต้องก้าวขึ้นไปให้สูงกว่าเดิมอีกชั้น
บทที่ 4‘ต้องก้าวขึ้นไปให้สูงกว่าเดิมอีกชั้น’“ข้าบอกคุณหนูแล้วว่าให้มีเวรยามคอยเดินตรวจตรายามค่ำคืน แต่คุณหนูก็ไม่เอา ไล่พวกบ่าวไพร่ให้ออกไปจากเขตเรือนหมด เวลาเกิดสิ่งใดขึ้นก็ช่วยเหลือกันไม่ทันเช่นนี้”อาเฟยบ่นร่ายยาวออกมายามนั่งทำความสะอาดบาดแผลให้ผู้เป็นนาย เมื่อคืนมีนักฆ่าบุกเข้ามา แต่บ่าวไพร่ในเรือนไม่รู้ตัวกันเลยเพราะทุกคนถูกไล่ออกไปให้พ้นเขตเรือนนอนของหลินซิงเหยียนจนหมด“ข้าไม่ชอบคนเยอะแยะวุ่นวาย ขืนให้คนมาคอยเดินเวรยามตรวจตรา ได้ยินเสียงฝีเท้าทั้งคืน ข้าคงนอนไม่หลับแน่”หลินซิงเหยียนค่อย ๆ เอนกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยความยากลำบาก ดวงหน้าซีดเผือดพลันบิดเบี้ยวเมื่อความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาเมื่อคืนที่ไม่มีผู้ใดเข้ามาช่วยเหลือนางเลย ไม่ใช่เพราะบ่าวไพร่หลับลึกไม่สนใจอะไรหรอกนะ แต่เป็นนางเองที่ขับไล่พวกเขาออกไปให้พ้นเขตเรือนในยามวิกาลเพราะอยากอยู่คนเดียวแบบมีความเป็นส่วนตัวก็เท่านั้นคนยุคสมัยใหม่แบบนางค่อนข้างจะ Introvert ไม่ชอบผู้คนพลุกพล่านให้น่ารำคาญใจ ก็ไม่คาดคิดว่าจะมีนักฆ่าบุกเข้ามาจิ้มท้องสักหน่อยหวนนึกถึงแววตาของนักฆ่าเมื่อคืน รูปร่างสูงสง่างาม นัยน์ตาคมเข้มแต่กลับทอประกายแวว
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-18
Baca selengkapnya
5 : สายฝนในคืนฤดูใบไม้ผลิ [ ft.เสิ่นมู่หยาง]
บทที่ 5‘สายฝนในคืนฤดูใบไม้ผลิ’ภายในป่านั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้ เหนือทิวเขาที่ปกคลุมไปด้วยม่านหมอก ทำให้อากาศแปรปรวนอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานเมฆฝนทมิฬก้อนมหึมาก็เคลื่อนตัวเข้าบดบังแสงอาทิตย์จนมืดฟ้ามัวดิน เสียงฟ้าผ่าดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วพื้นพสุธาสุดท้ายฝนห่าใหญ่ก็เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เปลี่ยนเส้นทางดินบนเขาให้กลายเป็นทะเลโคลนข้นคลั่กในพริบตา แม้อาชาศึกพันธุ์ดีจะมีพละกำลังมหาศาล ทว่าล้อรถม้าที่ถูกหุ้มไปด้วยดินเหนียวกลับเริ่มติดหล่มโคลนจนมิอาจเคลื่อนที่ไปได้อีกเสิ่นมู่หยางเลิกผ้าม่านออกดูสภาพภายนอก สีหน้าฉายแววคกังวลเด่นชัด ก่อนจะหันกลับมามองศิษย์น้องที่นั่งมองซ้ายมองขวาเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก"พื้นกลายเป็นดินโคลนเสียแล้ว รถม้าคันใหญ่เช่นนี้มิอาจฝ่าไปได้ หากดึงดันเดินทางต่อในความมืด ย่อมเสี่ยงต่อการตกหน้าผายิ่งนัก ข้าเห็นโรงเตี๊ยมตั้งอยู่ข้างหน้า พวกเราแวะพักหลบฝนที่นั่นกันสักคืนเถิด"หลินซิงเหยียนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ "แล้วแต่ศิษย์พี่ใหญ่เห็นสมควรเจ้าค่ะ ข้าเองก็เริ่มหนาวแล้วเหมือนกัน หาที่อุ่น ๆ หลบฝนก่อนก็ดี"เมื่อผู้เป็นนายตกลงกันได้ บ่าวที่ทำหน้าที่ขับรถม้าจึงค่อย ๆ ปร
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-18
Baca selengkapnya
5.1 : สายฝนในคืนฤดูใบไม้ผลิ [ ft.เสิ่นมู่หยาง]
"เสี่ยวเหยียน...”“เจ้าเป็นคนทำลายความอดทนของข้าเองนะ"แววตาคมแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์สะท้อนประกายระยับ เต็มไปด้วยความกระหายอยากในตัวของศิษย์ผู้น้อง ไม่อาจกักเก็บความรู้สึกรักอันคลั่งไคล้ได้อีกต่อไปศิษย์ผู้พี่โน้มใบหน้าลงประทับจูบบนหน้าผากมน ไล่ลงมายังพวงแก้มเนียน ก่อนจะครอบครองริมฝีปากของนางอย่างลึกซึ้งแนบแน่น ปลายลิ้นใหญ่แทรกซึมเข้าไปในโพรงปากนุ่มเพื่อกวาดต้อนตักตวงความหอมหวานภายใน สองลิ้นเกี่ยวกระหวัดกันอย่างลุ่มหลงจนเกิดเสียงจูบอันชื้นแฉะ เรียกร้องสิทธิ์ความเป็นเจ้าของร่างระหงอย่างซาบซ่านชายหนุ่มละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นของสตรีในดวงใจแล้วขบเม้มแรง ๆ จนขึ้นรอยรักสีกุหลาบเข้มจัด ฝ่ามือหนาอันร้อนระอุเลื่อนต่ำลงมาปลดเปลื้องอาภรณ์น้อยชิ้นออกจากกายงาม สัมผัสความเนียนละเอียดของผิวพรรณอย่างทะนุถนอมยามที่ปลายนิ้วปัดผ่านยอดอกสีอ่อน หลินซิงเหยียนถึงกับครางแผ่วในลำคอ ร่างระหงหยัดสะท้านด้วยความเสียวซ่านสุขสมฝ่ามือหนาเลื่อนลงต่ำ สำรวจไปยังกึ่งกลางกายสาวที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหล่อลื่น นิ้วเรียวแกร่งสอดแทรกเข้าไปด้านในอย่างเชื่องช้า เย้าแหย่จุ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-29
Baca selengkapnya
6 : ผีเสื้อรักดอกไม้
บทที่ 6‘ผีเสื้อรักดอกไม้’แสงตะวันยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุ ขับไล่ความมืดมิดและพายุฝนฟ้าคะนองในราตรีกาลก่อนจนหมดสิ้น บรรยากาศภายในห้องพักอันคับแคบอบอวลไปด้วยร่องรอยแห่งบทรักอันเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นไป หลินซิงเหยียนปรือดวงตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ความอบอุ่นจากแผ่นอกกว้างที่โอบกอดรัดนางเอาไว้แนบกายตลอดทั้งคืนทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในขณะที่เสิ่นมู่หยางลืมตาตื่นอยู่ก่อนแล้ว ยามที่สายตาคู่คมประสานเข้ากับนัยน์ตาหวานล้ำของศิษย์ผู้น้อง บุรุษผู้เคยสุขุมกลับขัดเขินทำตัวไม่ถูก ดวงหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู"เสี่ยวเหยียน เจ้าตื่นแล้วหรือ?”“ข้าขออภัยเรื่องเมื่อคืนด้วย ล่วงเกินเจ้ามากไป ไม่ต้องด้วยธรรมเนียมอันดีงาม ข้าจะรีบกลับไปเตรียมการแต่งงานให้แม่สื่อไปคุยกับพ่อแม่เจ้า เพื่อรับผิดชอบเจ้าให้เร็วที่สุด" เสิ่นมู่หยางเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก วาจาติดขัดเสียอาการจนหมดสิ้นคราบจอมยุทธ์ผู้องอาจ ทว่าหลินซิงเหยียนกลับไม่ได้มีท่าทีเหนียมอายดั่งสตรีน้อยในห้องหอไม่ นางลอบยิ้มด้วยความเอ็นดูในความซื่อตรงของศิษย์พี่ ร่างระหงขยับกายรวดเร็วปานนางจิ้งจอกสาว เอื
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-31
Baca selengkapnya
6.1 : ผีเสื้อรักดอกไม้
บนยอดผาสูงชัน ร่างของหมอเทวดาหร่งกำลังตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตถึงชีวิต เบื้องหน้าของเขาคือปีศาจหมีดำขนาดยักษ์ ลำตัวมหึมาอัดแน่นด้วยมวลมัดกล้ามเนื้อและขนหนาสีดำทมิฬที่แหลมราวเข็มพิษ รอบร่างเดรัจฉานปกคลุมไปด้วยรังสีความดุร้าย ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองเหยื่อด้วยความกระหาย กรงเล็บแหลมคมปานใบมีดตะปบลงมา หมายจะฉีกร่างหมอหนุ่มให้แหลกเหลว หร่งจื่อเยว่ทำได้เพียงหลับตาปี๋สองแขนโอบกอดตะกร้าใส่สมุนไพรแน่น รอคอยความตายที่กำลังจะมาเยือนตึง!เสียงปะทะกันดังสนั่นปานภูผาถล่ม ร่างของปีศาจหมีดำที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วกลับถูกหยุดยั้งด้วยฝ่ามือเดียวของเสิ่นมู่หยาง จอมยุทธ์หนุ่มยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าหมอเทวดา พลังปราณพยัคฆ์ขาวแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนอากาศรอบข้างสั่นสะท้านเป็นระลอกคลื่น "เสี่ยวเหยียน พาท่านหมอออกไป!" หลินซิงเหยียนรีบเข้ามาประคองหร่งจื่อเยว่ให้หลบไปยังพื้นที่ปลอดภัย แต่สายตาก็จ้องมองเสิ่นมู่หยางแทบจะตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วงคนรักที่บัดนี้กำลังยืนประจันหน้ากับปีศาจอย่างไม่มีความหวาดกลัวให้เห็นสักนิดเดียวปีศาจหมีร้องคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว มันตวัดแขนใหญ่ราวกับท่อนซุงฟาดใส่เสิ่นมู่หยางซ้ำ ๆ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-31
Baca selengkapnya
6.2 : ผีเสื้อรักดอกไม้
แดดหลังฝนสาดส่องลงมากระทบลานกว้างหน้าอารามร้าง ทลายความตึงเครียดของเหตุการณ์ร้ายบนหน้าผาจนหมดสิ้น หลินซิงเหยียนยืนกอดอกพิงเสาไม้ผุพังอยู่ด้านนอก นัยน์ตาหงส์จ้องมองไปยังเส้นทางเดินลงเขาอย่างสงบนิ่ง ทว่ามุมปากกลับกระตุกยิ้มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่าเงาร่างของบุรุษสองคนปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านหมอกที่เริ่มจางหาย เสิ่นมู่หยางเดินนำลงมาด้วยท่วงท่านิ่งขรึมสง่างามเช่นเดิม แขนเสื้อข้างซ้ายที่มีรอยฉีกขาดถูกพันด้วยผ้าพันสีขาวสะอาดอย่างเรียบร้อย ด้านหลังมีหร่งจื่อเยว่ก้าวตามลงมาอย่างเชื่องช้า ท่าทีหยิ่งยโสก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้นเสียแล้ว เหลือเพียงความขัดเขินเล็กน้อยยามต้องสบตากันเท่านั้น ยอดเซียนหมอก้าวมาหยุดยืนเบื้องหน้าหลินซิงเหยียน พยายามทำมาดเข้มเพื่อรักษาภาพพจน์เดิม "แม่นางหลิน…" หร่งจื่อเยว่กระแอมไอแก้เขิน เอียงใบหน้าเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคู่งามที่มองตนอย่างล้อเลียน "ข้าตกลงแล้ว ยามนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ศิษย์พี่ของเจ้ามีบุญคุณช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ตัวข้าเป็นผู้มีคุณธรรมในยุทธภพ ย่อมต้องทดแทนบุญคุณไม่หลบหลีก พรุ่งนี้เช้าข้าจะติดตามเจ้ากลับไปสกุลหลิน ตามที่เจ้าต้องการ"หลินซิงเหยียนได้รับฟังคำตอบ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-31
Baca selengkapnya
7 : เสือสามตัว
บทที่ 7‘เสือสามตัว’ มวลอากาศภายในรถม้าค่อนข้างอึดอัดจนแทบจะจับตัวเป็นก้อน บรรยากาศมาคุแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้วนับตั้งแต่ล้อรถม้าเริ่มบดเบียดไปตามเส้นทางมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองหลวง หร่งจื่อเยว่นั่งกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาเรียวดุจพยัคฆ์ปรายมองเสิ่นมู่หยางที่นั่งฝั่งตรงข้ามเป็นระยะ แต่ผู้เป็นศิษย์พี่กลับนิ่งกว่าที่คิดไว้มาก เขาทำเพียงนั่งกอดอกนิ่ง ๆ แต่ก็ไม่ได้หลบสายตาของหมอเทวดาแต่อย่างใดหลินซิงเหยียนนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเสือสองตัว นางมองศิษย์พี่ใหญ่ที มองหมอเทวดาที ก่อนจะลอบยิ้มอย่างรู้ทัน บุรุษหนอบุรุษ ตึงใส่กันปานเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ หรือดั่งสิงโตหนึ่งฝูงจะมีตัวผู้จ่าฝูงได้เพียงตัวเดียวกัน ทว่าแล้วอย่างไรเล่า ในเมื่อฝูงนี้นางเป็นใหญ่ที่สุด ไม่ใช่พวกตัวผู้เสียหน่อย!เมื่อเห็นว่าความเงียบเริ่มเป็นที่น่ารำคาญเกินไป เศรษฐินีสาวจึงเริ่มขยับกาย เอนร่างระหงไปข้างหน้าเล็กน้อย นัยน์ตาหงส์แปรเปลี่ยนเป็นฉ่ำน้ำสั่นระริก ขุดมารยาสาไถยสวมบทบาทสตรีผู้อ่อนแอทันที "ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านหมอหร่ง พวกท่านเงียบงันเช่นนี้ ข้าใจคอไม่ดีเลย ข้าอยากให้พวกท่านสนิทสนมกล
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-01
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status