Masukพระเอกมีเมียเจ็ดคนแล้วคุมไม่ได้? โถ่ ๆ ช่างน่าสมเพชนัก! ชาตินี้ข้ารวยล้นฟ้า เรื่องอะไรจะยอมนอนจมกองน้ำส้ม ขอลาออกจากบทบาทนางเอก แล้วใช้เงินซื้อฮาเร็มหนุ่มหล่อมากฝีมือ เอามากู้ยุทธภพเองดีกว่า!
Lihat lebih banyakบทที่ 1
‘การเกิดใหม่ของนางเอก’
ภายในห้องนอนอันมืดสลัว แสงแดดรำไรจากภายนอกตกกระทบร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังนั่งกอดเข่าอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน ดวงตากลมโตทอดมองความว่างเปล่าเบื้องหน้า ใบหน้าฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก
นี่ก็เป็นวันที่สามแล้วที่กวินตาต้องยอมรับความจริงอันโหดร้ายว่าตัวเธอได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในโลกของนิยายเรื่องมังกรทะยานฟ้าสยบยุทธภพ นิยายกำลังภายในสายดาร์กที่เคยอ่านจบไปตั้งนานแล้ว แต่ไม่รู้ไปทำอีท่าไหน สวรรค์จึงจับเธอโยนใส่เข้ามาในเรื่องนี้ได้
เฮงซวยที่สุด คือเธอดันเข้ามาสวมบทบาทเป็น ‘หลินซิงเหยียน’ นางเอกที่พ่วงตำแหน่งเมียหลวงของเรื่องนี้
หากเป็นนิยายรักธรรมดาก็คงพอทน
แต่นี่มันคือนิยายฮาเร็มตัวพ่อ!
ในเนื้อเรื่องดั้งเดิม พระเอกของเรื่องอย่าง ‘เยี่ยฉางฟง’ จะต้องเดินสายเก็บแต้มไปทั่วยุทธภพ จนมีภรรยารวมกันถึงเจ็ดคน!
ทว่าตัวพระเอกนั้นกลับไร้ความสามารถในการบริหารจัดการเรื่องภายในบ้านเป็นที่สุด ปล่อยให้เหล่าสตรีทั้งเจ็ดอิจฉาริษยากันเอง ทั้งตบตี ทะเลาะเบาะแว้ง วางยา หรือแม้แต่ลอบฆ่ากันอยู่เป็นนิจ
แต่ถึงจะโดนรังแกข่มเหง เจ็บตัวเจ็บใจ หรือต้องใช้สามีร่วมกับคนอื่นทุกวัน สตรีเหล่านั้นรวมถึงหลินซิงเหยียนก็ไม่ยอมทิ้งเขาไปไหน เพียงเพราะยึดติดกับคำว่ารักและเทิดทูนสามีถวายหัว ตามแบบฉบับค่านิยมสตรีโบราณที่ถูกล้างสมองว่าต้องมีสามีคนเดียว ส่วนผู้ชายจะมีภรรยากี่คนก็ได้ เพราะยิ่งมีเยอะก็ยิ่งแสดงออกถึงอำนาจบารมีมากเท่านั้น
“บ้าบอคอแตกชะมัด!”
หลินซิงเหยียนคนใหม่ สบถออกมาอย่างเดือดดาล
“เสือสองตัวยังอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้เลย แต่นี่สตรีตั้งเจ็ดคนในบ้านหลังเดียวกันเลยนะ”
แล้วเรื่องอะไรที่สาวไทยทะลุมิติจะยอมกัน!
ผู้หญิงไทย ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเบี้ยล่างผู้ชายหรอกนะ!
หลินซิงเหยียนแม้จะมีบทบาทเด่นที่สุด เป็นถึงฮูหยินใหญ่ และยังเป็นภรรยาที่ได้รับความรักมากที่สุดก็ตาม แต่บทนางเอกในนิยายฮาเร็มมันเข้าท่าซะที่ไหน สุดท้ายก็ต้องใช้สามีร่วมกับสตรีอื่นอยู่ดี
ตามนิยายเดิม สกุลหลินนับว่าร่ำรวยระดับมหาเศรษฐี มีเงินถุงเงินถังถมหัว แล้วเรื่องอะไรที่หลินซิงเหยียนจะต้องยอมนอนจมกองเลือดอยู่ในอ่างน้ำส้มเพื่อผู้ชายเฮงซวยคนเดียวด้วย
ขณะที่กำลังวางแผนชีวิตใหม่อยู่ ‘อาเฟย’ สาวใช้คนสนิทก็วิ่งพรวดพราดหน้าตาตื่นเข้ามา "เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!”
“คุณชายเยี่ยกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!"
อาเฟยหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า ราวกับรีบวิ่งมาตั้งแต่หน้าเคหาสน์
"แต่ว่าพาสตรีแปลกหน้าผู้หนึ่งกลับมาด้วยเจ้าค่ะ ยามนี้อยู่ที่ห้องโถงใหญ่แล้ว!"
หลินซิงเหยียนไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงเหยียดยิ้มบาง พลางพึมพำกับตนเองเสียงเบาอย่างคนล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าอยู่แล้วตั้งแต่แรก
"มาแล้วสินะ เมียคนที่สองของพ่อรูปหล่อกระดอทองคำ"
……….
บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ของตระกูลเยี่ยเงียบเสียจนน่าอึดอัด ร่างสูงอันแข็งแกร่งของเยี่ยฉางฟงกำลังนั่งรออยู่ที่เก้าอี้ตัวใหญ่ตรงกลาง ทว่าเมื่อหลินซิงเหยียนปรากฏตัวขึ้น จอมยุทธ์หนุ่มถึงกับตกใจจนนั่งไม่ติด
นั่นเพราะภรรยาคนแรกของเขาดันแต่งกายด้วยชุดขาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่มีเครื่องประดับสีสันใด ๆ เลย แม้กระทั่งปิ่นปักผมยังเป็นหยกขาวราวกับหิมะ ไม่ต่างอะไรกับชุดไว้ทุกข์สักนิดเดียว
"เสี่ยวเหยียนระหว่างที่ข้าไม่อยู่ มีญาติฝ่ายใดของเจ้าตายหรือ เหตุใดต้องแต่งชุดไว้ทุกข์เช่นนี้?"
หลินซิงเหยียนกลอกตามองบนเล็กน้อย
‘หายหัวไปเป็นปี กลับมาอีกทีพร้อมผู้หญิงคนใหม่ไม่พอ ยังมาแช่งญาติข้าให้ตายอีก โคตรจะนิสัยชายแท้ในอุดมคติเลยให้ตายเถอะ!’
นางปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงนุ่มนวล ทว่าถ้อยคำกลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ข้าไว้ทุกข์ให้เจ้า"
"เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด!"
เยี่ยฉางฟงตวาดกลับอย่างไม่เข้าใจ ใบหน้าเริ่มเดือดดาลด้วยความโมโห
"ข้าไม่อยู่เพียงปีเดียว สติของเจ้าฟั่นเฟือนไปแล้วหรือ เหตุใดจึงมาแช่งสามีตนเองเช่นนี้!"
หลินซิงเหยียนหัวเราะหยันในใจ
‘เพียงหนึ่งปีหรือ? หึ! พูดเหมือนหนึ่งปีมันสั้นเท่าวันเดียว นี่ตั้งสามร้อยหกสิบห้าวันที่ไอ้พระเอกชั่วนี่หายหัวไป ทิ้งเมียหลวงไว้เฝ้าบ้าน แล้วดูสภาพที่กลับมาสิ หิ้วเมียน้อยกลับมาด้วย ไปตะลุยยุทธภพแบบใช้ช่วงล่างซะคุ้มเชียวนะไอ้หนุ่ม!’
หญิงสาวผู้มีตำแหน่งเป็นฮูหยินใหญ่ เมียแต่งที่ได้เชิดหน้าชูตายืดตัวขึ้นตรง ดวงตาราบเรียบไร้แววอาวรณ์ใดต่อผู้เป็นสามีที่ไม่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข เน้นแค่ร่วมเตียงกันอย่างเดียว
“ข้ามิได้สติฟั่นเฟือน แต่คิดทบทวนดูดีแล้ว วันนี้จึงตั้งใจไว้ทุกข์ให้แก่ความรักของเราสองอย่างไรเล่า"
ก่อนที่เยี่ยฉางฟงจะได้อ้าปากด่าทอภรรยาคนแรก สตรีร่างน้อยที่นั่งอยู่ข้างกายเขาก็รีบลุกขึ้นยืน หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหางตา ทั้งที่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด ท่าทางอ่อนแอราวบุปผาต้องลมฝน
"พี่หญิง ท่านไม่พอใจสิ่งใดหรือเจ้าคะ?" น้ำเสียงของนางสั่นเครือแต่ยังหวานนุ่มชวนให้บุรุษเอ็นดู
"ถ้าหากการมาของข้าทำให้พี่หญิงต้องขุ่นข้องหมองใจถึงเพียงนี้ เช่นนั้นข้าก็ไม่ขออยู่ที่นี่ให้ท่านระคายสายตาเจ้าค่ะ"
หลินซิงเหยียนมองจริตมารยาตรงหน้าแล้วแทบจะหลุดขำออกมา และเป็นไปตามคาด ทันทีที่ภรรยาใหม่บีบน้ำตา เยี่ยฉางฟงก็รีบหันไปรวบมือของนางมากุมไว้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันมามองหลินซิงเหยียนด้วยสายตาตำหนิ
"หลิงเอ๋อร์ เจ้ารับปากข้าแล้วว่าจะอยู่ด้วยกัน ไม่มีเหตุใดให้เจ้าต้องไป"
เยี่ยฉางฟงกล่าวปลอบเมียใหม่อย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันมาขึ้นเสียงแข็งสั่งการภรรยาคนแรกเชิงบังคับเสียมากกว่าร้องขอ
"เสี่ยวเหยียน เจ้าอย่าได้ทำตัวไร้เหตุผล หลิงเอ๋อร์เป็นภรรยาของข้าเช่นกัน ย่อมต้องอยู่กับข้าที่นี่ เคหาสน์สกุลเยี่ยกว้างขวางถึงเพียงนี้ หากพวกเจ้าสองคนไม่พอใจกัน ก็แยกกันอยู่คนละฝั่ง ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมาข้องเกี่ยวกันเท่านั้นก็สิ้นเรื่อง!"
คำพูดอันแสนเห็นแก่ตัวของสามี ทำให้สาวใช้ในห้องโถงถึงกับหน้าถอดสีพากันลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก ทว่าหลินซิงเหยียนกลับหัวเราะออกมาเสียอย่างงั้น เป็นเสียงหัวเราะที่สดใสที่สุดในรอบสามวันที่ผ่านมา
"ไม่ต้องลำบากแยกฝั่งให้วุ่นวายหรอก"
ฮูหยินของบ้านก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า มือเรียวล้วงเข้าไปในแขนเสื้ออีกข้าง ก่อนจะดึงพวงกุญแจทุกห้องทุกเรือนพร้อมตราประทับประจำสกุลเยี่ยที่นางเคยเป็นผู้ถือครองดูแลออกมา
เคร้ง!
พวงกุญแจและตราประทับถูกโยนลงพื้นอย่างไม่ไยดี เสียงกระทบสะเทือนไปถึงหัวใจของเยี่ยฉางฟง
"ข้ายกมันให้พวกเจ้าทั้งหมด"
หลินซิงเหยียนปัดมือตัวเองเบา ๆ ราวกับเพิ่งจับสิ่งสกปรก
"เชิญพวกเจ้าสองคนครองคู่ สมสู่ และรักกันให้ตายไปเถิด!"
นางหมุนตัวสะบัดชายกระโปรงสีขาวอย่างสง่างาม พร้อมทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ไม่มีผู้ใดเข้าใจนอกจากตนเองเท่านั้น แต่พูดออกไปเพื่อความสะใจล้วน ๆ
"ส่วนข้าขอเซย์กู๊ดบายก็แล้วกัน!”
"หลินซิงเหยียน!"
เสียงตวาดกร้าวของเยี่ยฉางฟงดังลั่น พร้อมกับสายลมแรงที่เกิดจากพลังวัตร ร่างสูงทะยานพรวดเดียวก็มาถึงตัวของนางแล้ว ใบหน้าของพ่อพระเอกนิยายบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดที่ถูกลบหลู่เกียรติเช่นนี้ มือหนายื่นออกมาหมายจะกระชากแขนบางของภรรยาคนแรกให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน
"เจ้าเป็นภรรยาข้า แต่งเข้าสกุลเยี่ยแล้วก็ถือเป็นคนของสกุลเยี่ย ไม่มีสิทธิ์ไปไหนตามใจชอบทั้งนั้น หากสามีอย่างข้าไม่อนุญาต!"
ดวงตาของหลินซิงเหยียนวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัดไม่ต่างกัน ในเมื่อร่างนี้เดิมทีก็มีวรยุทธ์แก่กล้าไม่ต่างจากตัวละครอื่นสักนิด มีหรือที่นางจะยอมให้เขารังแกข่มเหงได้ง่าย ๆ
สัญชาตญาณและการจดจำของร่างเดิมสั่งการร่างกายทันทีที่นางนึกคิดอยากจะทำสิ่งใด ฝ่ามือบางพุ่งออกไปด้านหน้า หวังใจจะอัดกระแทกพลังปราณใส่หน้าอกกว้าง แต่เยี่ยฉางฟงก็เป็นพระเอก มีสกิลทองคำป้องกันตัว เขาจึงรับรู้ได้อย่างรวดเร็วแล้วผละถอยหลังหนีพร้อมยื่นมือไปรับฝ่ามือของนางเอาไว้อย่างคล่องแคล่ว
ฝ่ามือของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศจนเกิดคลื่นพลังสะท้อนกลับ โต๊ะเก้าอี้ที่ตั้งอยู่โดยรอบทนรับแรงกดดันไม่ไหว แตกละเอียดกลายเป็นเศษไม้กระจัดกระจายไปทั่วห้องโถง
เยี่ยฉางฟงเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง ว่าสตรีที่เคยอ่อนหวานนุ่มนวล และยอมตนทุกเรื่องมาโดยตลอด จะกล้าลงมือหนักหน่วงถึงเพียงนี้
"คิดจะกักขังข้างั้นหรือ ฝันไปเถอะ!"
หลินซิงเหยียนแค่นเสียงหัวเราะ ขยับกายดั่งวิหคเหินบิน รัวฝ่ามือเข้าใส่เยี่ยฉางฟงอย่างไม่ปรานี ท่วงท่าของนางสง่างามทว่าเปี่ยมด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า พลังวัตรถูกซัดออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า จนพ่อพระเอกนิยายต้องพลิกกายหลบหลีก ถึงขั้นต้องนำกระบี่ออกมาต้านรับอย่างทุลักทุเล
"อย่ามาทำร้ายพี่ฉางฟงของข้านะ!"
‘อันหลิง’ ที่เห็นสามีทำท่าจะเพลี่ยงพล้ำ จึงคิดอวดเก่งเอาอกเอาใจชายหนุ่ม นางชักกระบี่คู่กายแล้วทะยานร่างเข้ามา หมายจะลอบโจมตีด้านหลังของหลินซิงเหยียน
ทว่าคุณหนูสกุลหลินก็ไหวตัวทัน ดวงตาคู่สวยเหลียวมองด้านหลังด้วยความสมเพช "หน้าด้านหน้าทนกันไม่พอ ยังคิดจะหมาหมู่รุมข้าอีกหรือ!”
“ไปตายกันทั้งคู่นั่นแหละ!"
หลินซิงเหยียนหมุนตัวหลบคมกระบี่อย่างพลิ้วไหว แล้วรวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือขวา ก่อนจะซัดเปรี้ยงเข้าที่กลางอกของอันหลิงโดยตรงแบบไม่มีออมแรง
อั่ก!
เสียงกระดูกลั่นแผ่วเบา ร่างของอนุคนใหม่ลอยกระเด็นไปกระแทกกับเสาต้นใหญ่ ก่อนจะร่วงลงมากระอักเลือดสีแดงฉานเต็มพื้น ใบหน้าที่เคยเปล่งปลั่งกลับซีดเผือดลง
"หลิงเอ๋อร์!" เยี่ยฉางฟงร้องลั่นด้วยความตกใจ ใบหน้าฉายแววห่วงใยอีกฝ่ายอย่างสุดซึ้ง รีบถลาเข้าไปประคองร่างของภรรยาใหม่ขึ้นมาแนบอก
ยามเห็นสายตาอาทรที่เขามีให้สตรีอื่น หลินซิงเหยียนก็ยิ่งรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างถึงที่สุด นางลดมือลง จัดแจงอาภรณ์ไว้ทุกข์ให้เข้าที่เข้าทาง แล้วยืนมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นชา ไม่มีอีกแล้วความอาลัยอาวรณ์ต่อสามีอันเป็นที่รัก
เพราะนับจากนี้จะไม่รัก ไม่เทิดทูนอีกต่อไป!
"ถ้ารักกันมาก ก็เชิญอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนกันสองคนให้หนำใจเถิด ส่วนข้าคนนี้ ไม่ขอข้องเกี่ยวด้วยอีก!"
เยี่ยฉางฟงเงยหน้าขึ้นจ้องหลินซิงเหยียนตาเขม็ง
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร!"
หลินซิงเหยียนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาเปล่งประกายแกร่งกล้าดั่งนางพญาหงส์
"หมายความว่า หลังจากนี้ข้ากับเจ้าตัดขาดกัน!”
“สิ้นสุดวาสนา ไม่ขอข้องเกี่ยว ไม่ขอพึ่งพา ไม่ขอพบเจอ ไม่ว่าชาตินี้ ชาติหน้า หรือชาติไหน ๆ ก็อย่าได้มาพบเจอกันอีกเลย!"
สิ้นคำประกาศกร้าวอันทรงพลัง หลินซิงเหยียนก็สะบัดหน้าหมุนตัวเดินออกมาทันที แผ่นหลังของนางเหยียดตรง สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยรังสีของสตรีผู้กุมชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริง ทิ้งให้เยี่ยฉางฟงได้แต่นั่งอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูกอยู่กับภรรยาใหม่
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเรือน เหล่าบ่าวรับใช้ส่วนตัวที่บิดาส่งมาคอยดูแลนาง ต่างรีบกรูกันเข้ามาหาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก หลินซิงเหยียนหยุดยืน กวาดสายตามองทุกคนไม่มีข้ามหัวผู้ใด
"พวกเจ้า เจ้า แล้วก็เจ้าด้วย ฟังคำสั่งข้าให้ดี!"
น้ำเสียงหวานทว่าทรงอำนาจ ทำเอาบ่าวรับใช้ทุกคนรีบก้มหัวรอรับคำสั่ง
"จงเก็บทรัพย์สมบัติทุกชิ้นที่เป็นของข้ามาให้หมด สิ่งใดที่ข้าใช้เงินของข้าซื้อมาย่อมเป็นของข้าทั้งสิ้น เครื่องประดับ ผ้าแพร ศิลาปราณ เงินทอง แม้กระทั่งต้นไม้ต้นหญ้าที่ข้าเป็นคนปลูก เก็บให้หมดอย่าให้ขาดตกบกพร่อง กวาดมาให้เรียบ เอาให้เกลี้ยงอย่าให้เหลือสักชิ้นเดียว"
คุณหนูหลินแสยะยิ้มอย่างสะใจยามหันกลับไปมองอดีตสามีและภรรยาใหม่ของเขาที่กำลังนั่งอึ้งเสียจนอ้าปากค้าง ดวงวิญญาณหลุดลอยออกจากกายหยาบไปแล้ว
"ฟ้าดินเป็นพยาน นับจากวันนี้หลินซิงเหยียนขอตัดขาดกับเยี่ยฉางฟง ไม่เป็นสามีภรรยากันอีก ไม่ขอข้องเกี่ยวไม่ว่าจะทางใดก็ตาม ข้าจะย้ายออกจากที่นี่ในฐานะสตรีม่ายที่สามีเก่าตายไปแล้ว!”
อาภรณ์ถูกปลดเปลื้องออกจากเรือนกายอย่างรวดเร็ว สองกายเบียดเสียดกันแบบเนื้อแนบเนื้อ เหงื่อไคลไหลอาบจากความร้อนรุ่ม ท่ามกลางเพลิงราคะที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงหลินซิงเหยียนพลิกตัวขึ้นมานั่งคร่อมด้านบน ก่อนจะลากมือถูไถไปตามหน้าอกแกร่งของหร่งจื่อเยว่ที่นอนหอบหายใจด้วยความกระสันอยาก นิ้วเรียวบิดลงบนยอดปทุมถันสีอ่อนจนแข็งเป็นไตสู้มือ “จะ… เจ็บ” หร่งจื่อเยว่ครางแผ่วยามถูกหยอกเย้าหน้าอก“หึ!” คุณหนูคนงามหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปแลบปลายลิ้นเลียซอกคอขาวที่หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นสมุนไพรเย็นชื่นอุรา“ทีกัดหัวนมข้า ข้ายังไม่บ่นเจ็บเลย” เสียงหวานเอ่ยหยอกเย้าก่อนจะเลื่อนใบหน้าต่ำลงมายังยอดปทุมสีอ่อน ฟันเล็กขบกัดลงบนเนื้ออ่อนแล้วตวัดเลียไปทั่วหน้าอกแกร่ง จนคนถูกบำเรอกามคราวกระเส่าด้วยความเสียวซ่านสุดขีด“อะ… อาเหลียน พอแล้ว ข้าไม่ไหว”หญิงสาวมองต่ำลงไปยังกลางกายของหมอเทวดา เห็นความแข็งนู้นเด่นหราก็อดไม่ได้ที่จะเลื่อนมือลงไปสัมผัส เมื่อความร้อนรุ่มสอดประสานกันภายใต้เนื้อนุ่มที่กำลังชักรูดรั้งไปตามความยาวของท่อนเอ็นลำอวบใหญ่ ก็ทำเอาหร่งจื่อเยว่ครวญครางเสียงกระเส่า “ไม่คิดเลยว่าท่านหมอจะซ่อนร
รสจูบยังคงดำเนินต่อไปอย่างเร่าร้อน ปลายลิ้นสอดแทรกเกี่ยวกระหวัดกันจนเกิดเสียงจูบอันชื้นแฉะ มือเล็กเลื่อนต่ำลากผ่านอาภรณ์ตัวบางของหมอเทวดาจนลงมาถึงส่วนล่างสุด ทันทีที่มือสัมผัสลงบนส่วนอ่อนไหวก็ทำเอาคนใต้ร่างสะดุ้งเฮือก “เจ้าจะทำสิ่งใด?” หร่งจื่อเยว่ดันตัวหลินซิงเหยียนออกไปด้วยความตกใจ “มาถึงขนาดนี้แล้ว ท่านยังจะถามอีก” นางจับใบหน้ารูปงามเอาไว้ พยายามจะขยับขึ้นไปจูบอีก แต่หมอเทวดาก็หันหน้าหนี “เจ้ามีพี่ใหญ่เสิ่นแล้ว ยังจะมาทำเช่นนี้กับข้าอีก” “ข้าเป็นฮ่องเต้หญิงไง มีสามีคนเดียวได้ที่ไหน ไม่งั้นจะเป็นฮ่องเต้ได้ยังไง ฮ่องเต้ก็ต้องมีสนมมากมายสิ” คนเมาพูดเจื้อยแจ้วอย่างมั่นอกมั่นใจในความคิดของตนเอง ก่อนจะยืดกายขึ้นนั่งคร่อมทับบนตัวของหร่งจื่อเยว่ แล้วจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองออกทีละชั้นอย่างไร้ยางอาย ถือคติด้านได้อายอด อย่างไรเสียเป้าหมายของนางนอกจากแก้แค้นคนแซ่เยี่ยจอมเจ้าชู้ผู้นั้นแล้ว ก็ยังอยากล่าแต้มดึงเอาบุรุษรูปงามในยุทธภพมาไว้ในวังหลังของตัวเองให้หมด เป็นฮ่องเต้หญิงทั้งที จะมีสามีคนเดียวได้ยังไง นิยายที่อ่านมาก็ล้วนมีบุรุษรูปงามมากมายที่โผล่เข้ามามีบทบาท แล้วก็จางหายไ
บทที่ 12'ค่ำคืนทดลองโอสถ' “ท่านหมอหร่งงงง~” เสียงหวานหยาดเยิ้มของหลินซิงเหยียนดังลอยมาแต่ไกล นางเดินโซซัดโซเซเข้ามาภายในเรือนของหร่งจื่อเยว่ที่กำลังเตรียมตัวจะเข้านอนแล้ว คุณหนูใหญ่แห่งสกุลหลินบุกเข้ามาในห้องนอนของหมอเทวดาจนอีกฝ่ายที่กำลังจะล้มตัวลงนอนบนเตียงสะดุ้งเฮือก ทำท่าจะลุกจากที่นอนแต่ก็ไม่ทันเพราะหลินซิงเหยียนพุ่งเข้าไปหาก่อน“อ๊ะ!”เซียนหมอร้องอุทานเสียงหลงเมื่อถูกผลักจนล้มลงบนเตียงอีกครั้ง มือเล็กกดไหล่หนาเอาไว้แล้วโน้มใบหน้างามลงไปใกล้ดวงหน้ารูปงามที่ชวนให้หลงใหลของหร่งจื่อเยว่ “ท่านหมอหร่ง ข้าเมามาก เวียนหัวยิ่งนัก” นางซบหน้าลงกับอกกว้างอย่างออดอ้อน“อะไรของเจ้าอีก ลุกออกไป” หร่งจื่อเยว่พยายามดันตัวหลินซิงเหยียนออกไป แต่อีกฝ่ายก็ขืนตัวเอาไว้“ข้าเวียนหัวเนี่ย มาขอโอสถท่านกิน”“มาขอโอสถก็นั่งดี ๆ สิ จำต้องบุกเข้ามาถึงเตียงข้าด้วยหรือ!”“ข้าหาท่านที่โรงหมอแล้ว ไม่พบเจอไง จึงมาที่นี่”“งั้นเจ้าก็ลุกไป ข้าจะไปหาโอสถแก้เมาให้”“ข้าลุกไม่ไหวแล้ว” หลินซิงเหยียนสูดดมกลิ่นหอมของหร่งจื่อเยว่ กลิ่นน้ำอบน้ำปรุงที่เขาใช้พรมผิวช่างหอมหวานราวกับบุปผานานาพันธุ์ ดมแล้วก็ชื่นอกชื่นใจ
เยี่ยฉางฟงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ มือข้างหนึ่งกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าของเขายังคงมีร่องรอยความเจ็บช้ำจากงานประมูล แต่ยามโดนผู้เป็นบิดาด่าทอ เขากลับมิได้รู้สึกสำนึกผิดแม้แต่น้อย นัยน์ตาฉายแวววูบไหวไปด้วยความดื้อรั้นและถือดี"ท่านพ่อจะมาโทษข้าฝ่ายเดียวได้อย่างไร!" เยี่ยฉางฟงลุกขึ้นยืน "ข้าก็แค่ขอแต่งภรรยาเพิ่มอีกไม่กี่คนเท่านั้น นางเป็นฮูหยิน เป็นภรรยาเอก ย่อมต้องใจกว้างสิ แต่กลับทนเรื่องแค่นี้ไม่ได้ แล้วเรื่องนี้ข้าผิดที่ตรงไหนกัน ในเมื่อข้าก็ทำทุกอย่างถูกต้องอย่างที่บุรุษอื่นเขาก็ทำกัน!""ท่านพ่อก็ดี หรือบุรุษที่มีเงินทองมั่งคั่งทั่วทั้งแผ่นดินนี้ก็ดี ใครบ้างที่ไม่มีภรรยาหลายคน? มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น!"เยี่ยฉางฟงตบอกตนเอง พลางแค่นยิ้มเหยียดหยาม ยามเมื่อนึกถึงอดีตภรรยาที่สลัดหลุดออกไปจากชีวิตตนได้"สตรีก็เป็นเพียงสิ่งของ เป็นเพียงสมบัติส่วนตัวของบุรุษ เมื่อแต่งงานเข้าบ้านสามีมาแล้ว ย่อมต้องมีหน้าที่คอยปรนนิบัติสามี เชิดชูวงศ์ตระกูล และอยู่อย่างสงบปากสงบคำ ไม่ควรมีปากมีเสียง หรือถือดีมาข่มหัวสามีตนเองเช่นนี้!”“อันตัวข้าเป็นถึงคุณชายใหญ่สกุลเยี่ย จะแต่งส











