Semua Bab หนูน้อยจอมตะกละถูกทิ้ง?ทั้งจวนโหวตามเลี้ยง: Bab 1 - Bab 10

30 Bab

บทที่ 1

[ถอดสมองออกไปก่อนเลยนะ][ฉากทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อเนื้อเรื่อง อย่าไปอิงกับข้อเท็จจริงนะ!!]หิมะตกหนักลมพัดโหมกระหน่ำ ฟ้าดินขาวโพลนราวกับกำลังไว้อาลัยถนนหนทางถูกหิมะทับถมจนหนาเป็นชั้น ๆ จวนมหาเสนาบดีเปิดประตูตั้งแต่เช้าตรู บ่าวไพร่สองสามคนถือไม้กวาดเดินออกมา สายตาถูกดึงดูดจากร่างเล็ก ๆ ที่นอนล้มอยู่บนพื้นหิมะไม่ไกล ในดวงตาเต็มไปด้วยความสงสารเห็นใจ"เมื่อวานหิมะตกทั้งคืน อากาศหนาวขนาดนี้ คุณหนูหกคงไม่รอดแล้วกระมัง ต้องไปเรียนฮูหยินหรือไม่""อย่าไปยุ่งเลย ฐานะของคุณหนูหกในจวน เทียบเจ้าเหลืองหมาหลังครัวไม่ได้ด้วยซ้ำ ต่อให้ตายจริง พวกเจ้านายก็ไม่สนใจหรอก พวกเรารีบกวาดหิมะแล้วกลับไปผิงไฟกันดีกว่า อากาศวันนี้หนาวจริง ๆ เลย..."พวกบ่าวไพร่หนาวสั่นขณะทำความสะอาดหน้าประตูจวนมหาเสนาบดี รวมถึงหิมะขาวที่ทับถมมาทั้งคืนบนถนนหน้าประตูหนึ่งในบ่าวรับใช้หนุ่มหันไปมองร่างเล็กที่ไม่ไหวติงนั่นอีกครั้ง แล้วหดคอถอนหายใจสงสัย "คุณหนูหกกับคุณหนูห้าเกิดจากจากฮูหยินเหมือนกัน เหตุใดถึงได้รับการปฏิบัติปฏิบัติต่างกันราวฟ้ากับดินเช่นนี้"ต้องทราบไว้ว่าแค่แม่นมของคุณหนูห้าคนเดียวก็ปาเข้าไปสี่คนแล้ว!สาวใช้
Baca selengkapnya

บทที่ 2

เมี่ยวเมี่ยวได้พบท่านปู่เทียนเต้าอีกครั้งแล้วชายชราเคราขาวในชุดนักบวชตัวโคร่งกำลังยิ้มตาหยีจ้องมองนาง บนใบหน้าประดับรอยยิ้มเมตตา เขาเรียกนาง "เมี่ยวเมี่ยว""ท่านปู่เทียนเต้า!"เมี่ยวเมี่ยวส่งเสียงร้องอย่างดีอกดีใจ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าท่านปู่เทียนเต้าทิ้งนางไว้ที่ 'ดินแดนหนาวเหน็บ' รอยยิ้มจึงหายวับทันที นางหันหน้าไปอีกทาง พร้อมส่งเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ "ท่านปู่ขี้งก เมี่ยวเมี่ยวไม่อยู่กับท่านก็ได้"ชายชราถอนหายใจเสียงดังจนเกินจริง "ไอ้หยา เมี่ยวเมี่ยวไม่สนใจปู่ เช่นนั้นปู่จะไปแล้วน้า?""ไม่เอา ไม่เอา"เมี่ยวเมี่ยวพุ่งเข้าหาข้างกายชายชราราวกับจรวดลูกน้อย กอดขาท่อนล่างของท่านปู่เทียนเต้าไว้แน่น เงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้นเอ่ยอย่างน่าสงสาร "ท่านปู่ เมี่ยวเมี่ยวสำนึกผิดแล้ว คราวหน้าจะไม่กินปลาอ้วนของท่านอีกแล้ว อย่าทิ้งเมี่ยวเมี่ยวไว้ที่ดินแดนหนาวเหน็บเลยนะ เมี่ยวเมี่ยวหนาวมาก หิวมากด้วย"เทียนเต้าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่วางฝ่ามือใหญ่หนานุ่มลงบนศีรษะของเจ้าตัวน้อยเบา ๆ ความเมตตาในดวงตาแทบจะเอ่อล้นออกมา กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทั้งอ่อนโยนทั้งจนใจ "เมี่ยวเมี่ยว ไม่ใช่ว่าปู่อยากจะทำเช่นนี้ แต่เพราะเจ้า
Baca selengkapnya

บทที่ 3

เสิ่นอันเยี่ยนไม่พูดอะไรอีกแม้จะชินกับนิสัยที่ไม่ค่อยเสวนาและไม่สนใจใครของลูกชายคนเล็กแล้ว แต่การที่ไม่พูดตอนนี้ มันทำให้นางร้อนรนจนแทบขาดใจจริง ๆเซียวรั่วหนิงรีบเดินไปนั่งย่อตัวลงข้างเตียง สายตาเปี่ยมด้วยความหวังขณะมองเสิ่นอันเยี่ยน "อันอัน ลูก...ลูกพูดกับแม่อีกสักคำได้หรือไม่ พูดอะไรก็ได้ พูดกับแม่สักคำ..."เสิ่นอันเยี่ยนยังคงไม่ปริปาก สายตายังคงเหม่อลอยทว่าทางด้านเมี่ยวเมี่ยว พอเห็นเซียวรั่วหนิงย่อตัวอยู่ข้าง ๆ น้ำลายก็แทบจะไหลย้อยออกจากมุมปากบนร่างของท่านน้าคนสวยคนนี้ก็มีไอสีดำเยอะแยะไปหมดเลย!นางส่งเสียงสูดน้ำลายสูด มองเซียวรั่วหนิงที่สีหน้าร้อนรน แล้วมองเสิ่นอันเยี่ยนที่ไม่ยอมพูดจาอีก ก่อนพูดด้วยเสียงอ่อนเสียงนุ่ม "ท่านพี่ ท่านน้าคนสวยพูดกับท่านพี่ เหตุใดไม่สนใจเล่าเจ้าคะ"น้ำเสียงของหนูน้อยนุ่มนิ่มยิ่งนัก คงเพราะหิวจัด พอพูดจบประโยคหนึ่งก็นกลืนน้ำลายไปสองรอบเซียวรั่วหนิงเกิดความเอ็นดูสงสารไม่หยุด อยากจะเอ่ยอธิบายว่า อันอันไม่ได้ตั้งใจจะไม่สนใจใคร เขาแค่ป่วยอยู่ก็ได้ยินอันอันตอบกลับเสียงแจ้วว่า "ไม่ได้ไม่สนใจสักหน่อย ข้าพูดแล้วนะ"ไม่พูดติดอ่าง และไม่ได้พูดตะกุกตะ
Baca selengkapnya

บทที่ 4

"ท่านโหวกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ อีกเดี๋ยวมีเรื่องจะคุยกับท่าน"เซียวรั่วหนิงป้อนโจ๊กขาวชามที่สองเสร็จ วางชามและช้อนลงแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เช็ดมุมปากให้เมี่ยวเมี่ยวเล็กน้อยจากนั้นนางก็ลุกขึ้นยืน ลูบใบหน้าน้อย ๆ ที่แทบไม่มีเนื้อของเมี่ยวเมี่ยวเอ่ยเสียงเบา ๆ ว่า "อันอัน แม่มีเรื่องต้องคุยกับท่านพ่อหน่อย ลูกพาน้องกลับไปพักผ่อนบนเตียง ดีหรือไม่จ๊ะ"เสิ่นอันเยี่ยนเอียงคอ ราวกับกำลังทำความเข้าใจความหมายของประโยคนี้หลังจากคอยประเดี๋ยวเดียว เขาก็ลุกขึ้นยืน แล้วพยักหน้าตอบ "ดีขอรับ""น้องสาว" เสิ่นอันเยี่ยนยื่นมือไปทางเมี่ยวเมี่ยว "พวกเรากลับไปเล่นบนเตียงกัน"พอสิ้นเสียงนั้น รูม่านตาของท่านโหวติ้งหย่วนเสิ่นอี้หนานก็หดเกร็งลงฉับพลันเขาร้อนใจจนอยากจะเอ่ยปากถาม แขนเสื้อก็ถูกดึงเบาๆ เซียวรั่วหนิงส่ายหน้าให้เขาเงียบ ๆ สื่อว่าอย่าเพิ่งร้อนใจ อีกประเดี๋ยวค่อยอธิบายให้ฟังส่วนเมี่ยวเมี่ยวก็มองชามที่ว่างเปล่า เลียริมฝีปาก "ท่านน้าคนสวย ไม่มีแล้วหรือเจ้าคะ เมี่ยวเมี่ยวอยากกินอีก"อร่อยเกินไปแล้ว นางกินได้จนฟ้าถล่มแผ่นดินทลายเลย!ในดวงตาของเซียวรั่วหนิงมีแต่ความรักใคร่เอ็นดู นางอธิบายเสียง
Baca selengkapnya

บทที่ 5

จวนท่านโหวติ้งหย่วน ห้องหนังสือเสิ่นอี้หนานฟังคำพูดของฮูหยินจนจบ ตอนนี้กำลังครุ่นคิด"ฮูหยิน เจ้าอยากรับคุณหนูหกแห่งจวนมหาเสนาบดีมาเป็นลูกสาวหรือ" เขาสรุปได้อย่างถูกต้องเซียวรั่วหนิงยกถ้วยชาขึ้นจิบคำเล็ก แล้วเหลือบตามองเสิ่นอี้หนาน "ถูกต้องเจ้าค่ะ ท่านจะยินยอม หรือว่าสนับสนุน"เสิ่นอี้หนาน "..."เสิ่นอี้หนานลูบปลายจมูก พูดด้วยท่าทางจริงจัง "ย่อมต้องยินยอมและสนับสนุนด้วย""หลวงจีนทรงศีลวัดฮู่กั๋วบอกว่าเมี่ยวเมี่ยวเป็นดาวอัปมงคล หึหึ" เซียวรั่วหนิงแสยะยิ้ม "ดังนั้นมหาเสนาบดีกับฮูหยินของเขา จึงไม่ชอบเมี่ยวเมี่ยว พวกเขาไม่เอา ข้าเอาเอง""ดาวอัปมงคลอะไรกัน หลวงจีนโล้นนั่นเชื่อถือไม่ได้เลยสักนิด เมี่ยวเมี่ยวเพิ่งเข้าจวนมา อันอันก็หายติดอ่างแล้ว นี่มันดาวนำโชคชัด ๆ!"เสิ่นอี้หนานไม่ได้แสดงความคิดเห็นเรื่องดาวนำโชคต่อแต่ในฐานะของคนที่เป็นทาสเมีย เขาจึงไม่ได้คัดค้านเซียวรั่วหนิง แต่กลับหลุบตาคิดไตร่ตรองอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ในการรับเป็นบุตรสาวสองปีมานี้เพราะดวงชะตาบุตรสาวสูงส่เกินบรรยาย ทำให้ตำแหน่งของมหาเสนาบดีในราชสำนักสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ก็ไม่ได้สร
Baca selengkapnya

บทที่ 6

ขณะที่เซียวรั่วหนิงอุ้มเมี่ยวเมี่ยวออกตามหาบุตรชาย เสิ่นอี้หนานก็มาถึงจวนมหาเสนาบดีแล้วท่านโหวติ้งหย่วนเป็นเป้าหมายที่เหล่าชนชั้นสูงในเมืองหลวงต่างอยากประจบเอาใจ เมื่อได้ยินบ่าวไพร่เข้ามารายงาน เพื่อแสดงถึงความให้เกียรติ มหาเสนาบดีเซวียเจินจึงออกไปต้อนรับด้วยตนเองถึงหน้าประตูเซวียเจินอายุมากกว่าเสิ่นอี้หนานเพียงเจ็ดแปดปีเท่านั้นเขาสวมชุดคลุมยาวสีเข้ม ทุกการเคลื่อนไหวล้วนแผ่กลิ่นซ่านอายของบัณฑิต ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เพียงแต่เมื่อเปรียบเทียบกับเสิ่นอี้หนานแล้ว ก็ยังด้อยกว่าอยู่มาก"ท่านโหวมาเยือนในครั้งนี้ มีเรื่องอันใดหรือ" ใบหน้าเซวียเจินประดับรอยยิ้มบาง ๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "หากมีสิ่งใดที่พอจะช่วยเหลือได้ ผู้น้อยย่อมทำอย่างเต็มที่"ถ้อยคำที่พูดออกมาฟังดูประจบประแจงยิ่งนักทว่าสีหน้าเรียบเฉยของเซวียเจินกลับช่วยเจือจางการประจบประแจงนั้นไปเยอะ ท่าทีอันอบอุ่นราวสายลมฤดูใบไม้ร่วง ยิ่งทำให้ได้รับความรู้สึกดีจากผู้อื่นได้ง่ายขึ้นมากแต่ทว่าเสิ่นอี้หนานกลับไม่ตกหลุมพรางนี้เขาเลิกคิ้วเบา ๆ มุมปากประดับรอยยิ้ม รูปร่างที่สูงกว่าเซวียเจินครึ่งศีรษะสร้างแรงกดดันให้อย่างมหาศาลเ
Baca selengkapnya

บทที่ 7

……เซียวรั่วหนิงอุ้มเมี่ยวเมี่ยว นำบ่าวไพร่ของจวนโหวและองครักษ์จวนองค์หญิงใหญ่ออกถนนเพื่อตามหาบุตรชาย"ทางนี้ ๆ"เมี่ยวเมี่ยวอยู่ในอ้อมกอดของท่านน้าคนสวยอย่างว่าง่าย ออกแรงสูดดมกลิ่นอายที่ตกค้างในอากาศ มือที่เล็กสั้นชี้ไปข้างหน้า "เมี่ยวเมี่ยวได้กลิ่นแล้วนะ!"ด้วยนำทางของเมี่ยวเมี่ยวเซียวรั่วหนิงนำองครักษ์และบ่าวรับใช้เร่งเดินทางไปยังนอกเมืองตลอดทางผู้คนแถบชานเมืองมีไม่เยอะ เซียวรั่วหนิงยิ่งรู้สึกหนักใจยวนเอ๋อร์เขา...วิ่งออกไปนอกเมืองจริงหรือ?ฟ้าใกล้มืดแล้วหากยวนเอ๋อร์อยู่ในเมือง พอฟ้ามืดแล้วอาการกำเริบจนทำร้ายคนจะทำอย่างไร?...ช่างเถิด ออกนอกเมืองมาแล้วต่อให้ยามนี้รีบกลับไป ก็ไม่ทันการณ์แล้ว"ท่านน้า!!"เมี่ยวเมี่ยวชี้ไปที่พุ่มไม้หนาทึบข้างหน้าอย่างตื่นเต้นกลิ่นหอมเข้มข้นมาก ต้องอยู่ในนี้แน่นอนเซียวรั่วหนิงหันไปมองข้างหลังแวบหนึ่งองครักษ์พกดาบที่ติดตามมาข้างหลังตลอดทางเดินไปข้างหน้า จากนั้นชักดาบออกฟันพุ่มไม้จนกระจัดกระจาย เผยให้เห็นทางเข้าถ้ำมืดสนิทแห่งหนึ่งที่ถูกพุ่มไม้บดบังไว้พวกเขาสำรวจเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวังเซียวรั่วหนิงตั้งใจจะอุ้มเมี่ยวเมี่ยวเ
Baca selengkapnya

บทที่ 8

เสิ่นหลินยวนถูกซ้อมอย่างหนักอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็แยกเขี้ยวยิงฟัน เดินกะเผลกเข้าไปในห้อง หยิบโซ่เส้นหนาใหญ่ที่ทิ้งไว้บนพื้นขึ้นมาวพันรอบเอว มือ และเท้าของตนเองอย่างชำนาญบ่าวรับใช้คนที่ถูกเสิ่นหลินยวนตีสลบไปก่อนหน้านี้เดินก้มตัวเข้ามา นำปลายโซ่อีกด้านไปพันรอบเสาต้นใหญ่ในเรือน แล้วใช้กุญแจคล้องลงกลอนไว้"ท่านแม่ ทำไมต้องล่ามพี่ชายไว้เจ้าคะ" เมี่ยวเมี่ยวมองฉากนี้อย่างสงสัยเซียวรั่วหนิงนิ่งเงียบไปครู่เดียว ก่อนเอ่ยอธิบายเสียงนุ่มนวล "เพราะว่าพี่ชายป่วยจ้ะ ตกดึกร่างกายก็จะรู้สึกไม่สบาย ดังนั้นเมี่ยวเมี่ยว ตอนกลางคืนอย่ามาเล่นกับพี่ชายที่นี่นะ ตกกลางคืนพี่ชายไม่รู้จักเจ้าหรอก""อ้อ... เมี่ยวเมี่ยวเข้าใจแล้ว"เมี่ยวเมี่ยวตอบรับอย่างงุนงงง"เมื่อไรพี่ชายจะหายป่วยหรือเจ้าคะ" นางเอ่ยถามอีกครั้ง"...ท่านแม่ก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ" สายตาของเซียวรั่วหนิงดูศร้าสลด ลูบแก้มของเมี่ยวเมี่ยว พลางเอ่ยเสียงเบา "ท่านแม่ก็อยากให้พี่ชายหายดีเร็ว ๆ เหมือนกัน"เพียงแต่พิษกู่ที่ยวนเอ๋อร์โดนนั้นพิสดารยิ่งนักอย่าว่าแต่หมอหลวงเลย แม้กระทั่งคนของหุบเขาแพทย์โอสถก็ยังจนปัญญาเซียวรั่วหนิงถึงขั้นไม่รู้ด้วยซ
Baca selengkapnya

บทที่ 9

เมี่ยวเมี่ยวหยิบจี้หยกขึ้นมามองสองครั้ง แล้วยัดเข้าปากด้วยความรวดเร็ว"เมี่ยวเมี่ยว!"เซียวรั่วหนิงกับเสิ่นอี้หนานตกใจการกระทำของนางไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ ก็รีบแย่งจี้หยกออกจากปากนางทันทีบนจี้หยกปรากฏรอยฟันขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเซียวรั่วหนิงบีบแก้มของเมี่ยวเมี่ยว ตรวจดูปากน้อย ๆ พอพบว่าไม่ได้บาดเจ็บก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก "เมี่ยวเมี่ยว อันนี้กินไม่ได้จ้ะ ถ้าหิวแล้ว เดี๋ยวพวกเราไปกินข้าวกันดีไหมจ๊ะ""อันนี้ไม่ใช่ของกินหรือ"มิน่าเล่าถึงไม่มีรสชาติเมี่ยวเมี่ยวไม่สนใจของที่ไม่มีรสชาติ จึงตอบรับอย่างว่าง่ายเสียเลยในฐานะที่เป็นอสูรเทาเที่ย นางไม่ค่อยมีความเข้าใจเรื่องบนโลกมนุษย์เท่าไรและสิ่งนี้ ในสายตาของเซียวรั่วหนิงและเสิ่นอี้หนาน กลับเป็นหลักฐานชิ้นที่มีน้ำหนักที่แสดงว่าเด็กหญิงตัวน้อยถูกทารุณกรรมในจวนมหาเสนาบดีสองสามีภรรยาเกิดความคิดขึ้นมาพร้อมกันว่า มหาเสนาบดีกับฮูหยินของเขาสมควรตายจริงๆ!ฟ้ามืดลงแล้วในห้องด้านหลังมีเสียงลากโซ่เหล็กดังขึ้น รวมถึงเสียงคำรามโฮกฮากคล้ายสัตว์ร้ายตอนกลางคืนเรือนเล็กแห่งนี้แทบจะไม่มีคน โคมไฟในลานเรือนก็มีอยู่ไม่กี่ดวง แสงไฟสลัวบวกกับเสียงค
Baca selengkapnya

บทที่ 10

เสิ่นอันเยี่ยนตื่นแล้ว นั่งร้องไห้อยู่บนเตียงอย่างโศกเศร้า ดวงตาหงส์อันงดงามร้องไห้จนแดงฉาน ปลายจมูกก็แดงด้วยเช่นกันดูน่าสงสารเป็นที่สุดเซียวรั่วหนิงรีบก้าวเท้าเข้าไปอุ้มเสิ่นอันเยี่ยนขึ้นมา เอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "แม่กับน้องสาวกลับมาแล้วนะ อันอันไม่ร้องนะ ไม่ร้องนะจ๊ะอันอัน""ท่านแม่...น้องสาว..."เมี่ยวเมี่ยวตบแขนของเสิ่นอี้หนาน พลางบิดตัวไปมา "ท่านพ่อ เมี่ยวเมี่ยวจะลงไป ปล่อยเมี่ยวเมี่ยวลง"เสิ่นอี้หนานโน้มกายลง ค่อย ๆ วางเจ้าตัวน้อยในอ้อมกอดลงบนพื้น มือทั้งสองข้างคอยปกป้องอยู่ข้าง ๆ ด้วยเกรงว่านางจะยืนไม่มั่นคงเมี่ยวเมี่ยวยืนได้อย่างมั่นคง แล้วสับขาเล็ดสั้นวิ่งไปที่ข้างเตียงนางสลัดถีบรองเท้าออกอย่างรวดเร็วแล้วปีนขึ้นเตียง พอมาถึงข้างกายเสิ่นอันเยี่ยน นางก็ยกมือขึ้นเช็ดรอยน้ำตาบนใบหน้าของเขา พร้อมกล่าวเสียงอ่อนนุ่ม "พี่อันเยี่ยน เมี่ยวเมี่ยวอยู่นี่ พี่อย่าร้องไห้เลยนะ""เมี่ยวเมี่ยว... น้องสาว...พอข้าตื่นขึ้นมา เจ้ากับท่านแม่ก็...ก็ไม่อยู่เลย" เสิ่นอันเยี่ยนสะอื้นไห้ มุมปากเบ้ลง ปล่อยให้เมี่ยวเมี่ยวช่วยเขาเช็ดน้ำตาเขาพร่ำพูดอย่างน้อยใจเมี่ยวเมี่ยวกะพริบตาปริบ ๆ
Baca selengkapnya
Sebelumnya
123
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status