หนูน้อยจอมตะกละถูกทิ้ง?ทั้งจวนโหวตามเลี้ยง

หนูน้อยจอมตะกละถูกทิ้ง?ทั้งจวนโหวตามเลี้ยง

By:  เสี่ยวเป่าเย่Ongoing
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10
2 ratings. 2 reviews
30Chapters
232views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

[ลูกอสูรตะกละเทาเที่ย ลูกรักของทุกคน สลับตัว ดาวนำโชคตัวน้อย ตัวเอกมีสกิลโกงในตัวเอง ไม่มีคู่] เหมี่ยวเหมี่ยวเป็นอสูรเทาเที่ยน้อย เนื่องจากกินปลาหลีฮื้อกู้โลกที่สวรรค์เลี้ยงไว้ จึงถูกบีบให้ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อกอบกู้โลก กลายมาเป็นคุณหนูหกแห่งจวนมหาเสนาบดี หลวงจีนผู้ทรงศีลเคยบอกว่าคุณหนูหกผู้นี้เป็นดาวอัปมงคล นางจึงใช้ชีวิตในจวนมหาเสนาบดีอย่างแสนรันทด กินไม่อิ่มนอนไม่อุ่น เอะอะก็ถูกทุบตีด่าทอ ในขณะที่พี่สาวร่วมท้องกลับมีดวงชะตาสูงส่งเกินบรรยาย เป็นดวงหงส์แต่กำเนิด เหมี่ยวเหมี่ยวถูกทำโทษให้ยืนตากหิมะทั้งคืนจนสลบอยู่หน้าจวนมหาเสนาบดี ฮูหยินจากจวนโหวยามเดินทางผ่านมา จึงเก็บนางกลับไป และรับไว้เป็นบุตรสาว เหล่าขุนนางและชนชั้นสูงในเมืองหลวงหลังจากรู้ข่าวนี้ ต่างก็ตั้งตารอดูเรื่องอลเวงของจวนโหว เพราะคิดว่าพวกเขาน่าจะถูกดาวอัปมงคลดวงนี้พิฆาตจนตาย แต่พวกเขาก็รอแล้วรอเล่า รอแล้วรออีก รอจนกระทั่งซื่อจื่อผู้สูงส่งสง่างามแห่งจวนโหว อดีตคุณชายอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงฟื้นคืนสติจากการป่วยหนัก กลับมาวางอุบายแยบยลในราชสำนักอีกครั้ง รอจนกระทั่งคุณชายรองแห่งจวนโหว ผู้มีพละกำลังมหาศาลแต่ทรมานเพราะถูกพิษกู่ได้ขับพิษกู่จนหมด จนกลายเป็นเทพสงครามหนุ่มโด่งดังเกรียงไกรแห่งสนามรบ รอจนกระทั่งคุณชายสามแห่งจวนโหว ผู้เคยติดอ่างและหัวช้า กลับมาเฉลียวฉลาด สอบได้ที่หนึ่งสามสนามรวด กลายเป็นจอหงวนที่อายุน้อยที่สุดแห่งอาณาจักรต้าเยี่ยน รุ่งโรจน์ไร้ขอบเขต ตรงกันข้าม จวนมหาเสนาบดีนับวันยิ่งตกต่ำอับโชค ชนชั้นสูงทั่วทั้งเมืองหลวงเต็มไปด้วยคำถาม เดี๋ยวนะ ไหนว่าเป็นดาวอัปมงคลอย่างไรเล่า? มารดาเจ้าเถอะ นี่ดาวนำโชคชัด ๆ!

View More

Chapter 1

บทที่ 1

[ถอดสมองออกไปก่อนเลยนะ]

[ฉากทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อเนื้อเรื่อง อย่าไปอิงกับข้อเท็จจริงนะ!!]

หิมะตกหนักลมพัดโหมกระหน่ำ ฟ้าดินขาวโพลนราวกับกำลังไว้อาลัย

ถนนหนทางถูกหิมะทับถมจนหนาเป็นชั้น ๆ จวนมหาเสนาบดีเปิดประตูตั้งแต่เช้าตรู บ่าวไพร่สองสามคนถือไม้กวาดเดินออกมา สายตาถูกดึงดูดจากร่างเล็ก ๆ ที่นอนล้มอยู่บนพื้นหิมะไม่ไกล ในดวงตาเต็มไปด้วยความสงสารเห็นใจ

"เมื่อวานหิมะตกทั้งคืน อากาศหนาวขนาดนี้ คุณหนูหกคงไม่รอดแล้วกระมัง ต้องไปเรียนฮูหยินหรือไม่"

"อย่าไปยุ่งเลย ฐานะของคุณหนูหกในจวน เทียบเจ้าเหลืองหมาหลังครัวไม่ได้ด้วยซ้ำ ต่อให้ตายจริง

พวกเจ้านายก็ไม่สนใจหรอก พวกเรารีบกวาดหิมะแล้วกลับไปผิงไฟกันดีกว่า อากาศวันนี้หนาวจริง ๆ เลย..."

พวกบ่าวไพร่หนาวสั่นขณะทำความสะอาดหน้าประตูจวนมหาเสนาบดี รวมถึงหิมะขาวที่ทับถมมาทั้งคืนบนถนนหน้าประตู

หนึ่งในบ่าวรับใช้หนุ่มหันไปมองร่างเล็กที่ไม่ไหวติงนั่นอีกครั้ง แล้วหดคอถอนหายใจสงสัย "คุณหนูหกกับคุณหนูห้าเกิดจากจากฮูหยินเหมือนกัน เหตุใดถึงได้รับการปฏิบัติปฏิบัติต่างกันราวฟ้ากับดินเช่นนี้"

ต้องทราบไว้ว่าแค่แม่นมของคุณหนูห้าคนเดียวก็ปาเข้าไปสี่คนแล้ว!

สาวใช้ที่คอยรับใช้อยู่ข้างกายยิ่งมีอีกเป็นสิบคน ประคบประหงมราวกับกลัวจะละลายหายไปในปาก ถือไว้ในมือก็กลัวจะตก นายท่านกับฮูหยินรักเอ็นดูยิ่งกว่าดวงใจเสียอีก

บ่าวรับใช้ที่มีอายุหน่อยเอ่ยอย่างประหลาดใจ "เจ้าไม่เคยยินหรือ

ว่ากันว่ายามที่คุณหนูห้าและคุณหนูหกเกิดมา เกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้นบนท้องฟ้า เหนือจวนมหาเสนาบดีมีแสงสีทองอร่ามท่วมฟ้า หลวงจีนวัดฮู่กั๋วจึงมาถึงบ้าน พอตรวจดูดวงชะตาของคุณหนูทั้งสอง ก็บอกว่าดวงชะตาของคุณหนูห้านั้นสูงส่งเกินบรรยาย

ส่วนคุณหนูหกนั้น กลับเป็นดาวอัปมงคล มีแต่จะนำพาภัยพิบัติมาสู่ครอบครัว นายท่านกับฮูหยินเดิมทีคิดจะทิ้งคุณหนูหกไป แต่ถูกหลวงจีนห้ามไว้ บอกว่าต้องให้คุณหนูหกจะจากไปเองเท่านั้น หากพวกเขาเป็นฝ่ายลงมือ อาจจะประสบเคราะห์กรรมได้"

"มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ" บ่าวรับใช้หนุ่มฟังแล้วทำหน้าประหลาดใจ "มิน่าเล่า คุณหนูหกถึงได้มีฐานะต่ำต้อยเพียงนี้"

ถูกด่าถูกตีเป็นประจำ กินไม่อิ่มนอนไม่อุ่นเป็นปกติ

ได้ยินว่าเมื่อวานคุณหนูห้าถูกคุณหนูหกทำร้องไห้ คุณหนูหกเลยถูกไล่ออกจากจวนให้ยืนตากหิมะทั้งคืน อยู่กลางหิมะตกหนักตลอดคืนโดยไม่มีใครเหลียวแล

คาดว่าพวกเจ้านายในจวน คงอยากให้คุณหนูหกไปตายเสียให้พ้น ๆ

เมื่อกวาดหิมะหน้าประตูเสร็จ

ร่างที่อยู่ไม่ไกลยังคงแน่นิ่ง บ่าวรับใช้หนุ่มหันกลับไปมองเป็นครั้งสุดท้าย

ร่างเล็ก ๆ นั้นนอนหงายอยู่บนหิมะ เสื้อผ้าขาดขาดบนร่างมีเพียงชั้นบาง ๆ ชั้นเดียว ทั้งยังไม่พอดีตัว

ข้อมือและข้อเท้าโผล่พ้นออกมาทั้งหมด

ใบหน้าเลอะเทอะมอมแมมกลายเป็นสีเขียวช้ำ หน้าอกไร้ซึ่งการกระเพื่อมไหว

คงจะแข็งตายไปแล้ว

ตายไปก็ดี จะได้ไม่ต้องทนทรมานอีก

สายลมหนาวพัดผ่านวูบหนึ่ง บ่าวรับใช้หนุ่มรีบร้อนกลับเข้าจวนไป

พอประตูใหญ่ปิดลง มือเล็ก ๆ ที่แช่อยู่ในหิมะจนเขียวคล้ำแข็งกระด้างก็ขยับเล็กน้อย

หนาว

หนาวจังเลย!

เมี่ยวเมี่ยวหนาวจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว

นางถูกท่านปู่เทียนเต้าทิ้งไว้ที่ดินแดนหนาวเหน็บสุดขั้วเช่นนั้นหรือ ขี้งกจริง ๆ ก็แค่กินปลาหลีฮื้อตัวใหญ่พันปีที่เขาเลี้ยงไว้เอง เหตุใดปลาหลีฮื้อตัวนั้นต้องอ้วนฉุขนาดนั้นเล่า ทั้งยังว่ายไปว่ายมาต่อหน้านางอีก

นี่มันเป็นการ...การยั่วยวนอย่างโจ่งแจ้งชัด ๆ!

จะว่าไปรสชาติของปลาหลีฮื้อตัวใหญ่นี่มันอร่อยจริง ๆ เลย

เป็นของที่อร่อยที่สุดเท่าที่เมี่ยวเมี่ยวเคยกินมาแล้ว ไม่มีอะไรเทียบได้

เสียดายที่ท่านปู่เทียนเต้าบอกว่ามีแค่ตัวเดียว...

สูด ๆ

แค่คิดน้ำลายก็จะไหลแล้ว หากได้กินทุกวัน นึกไม่ออกเลยว่านางจะเป็นอสูรเทาเที่ยตัวน้อยที่หรรษาเริงร่าขนาดไหน

เมี่ยวเมี่ยวปลื้มจนหัวใจพองโต สายลมหนาวพัดผ่านอีกวูบ นางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พยายามลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นโลกสีขาวโพลนอันแปลกตา

ที่นี่ไม่ใช่ดินแดนหนาวเหน็บสุดขั้ว

...ที่นี่คือที่ไหนกัน?

เมี่ยวเมี่ยวมึนงงสุด ๆ สัญชาตญาณสั่งให้โคจรพลังวิญญาณในร่างมาปกป้องตนเอง หลบเลี่ยงความเย็นที่แทรกซึมเข้ามาทุกอณู ทว่ากลับพบว่าในร่างกายไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย

ทันใดนั้น นางก็นึกถึงคำพูดของท่านปู่เทียนเต้าขึ้นมาได้

'นังเด็กตะกละ เจ้ากินปลาหลีฮื้อกู้โลกที่ข้าเลี้ยงมาเป็นพันปีเข้าไปหมดในคำเดียว พอไม่มีปลาหลีฮื้อ แล้วโลกมนุษย์จะรอดพ้นจากภัยพิบัติล้างโลกได้อย่างไร? เอาเถิด ๆ ในเมื่อเจ้ากินปลาหลีฮื้อกู้โลกเข้าไปแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็ลงไปจัดการเองก็แล้วกัน'

เมี่ยวเมี่ยว จำไว้ให้ดี ภารกิจจุติลงมนุษย์ของเจ้าในครั้งนี้ คือการกู้โลก'

กู้โลก? มันคืออะไร? อร่อยหรือเปล่า?

นางหิวเหลือเกิน หนาวยิ่งนัก อยากกินของอร่อยจัง

ท่านปู่เทียนเต้า...

เมี่ยวเมี่ยวไม่มีเรี่ยวแรง ทำได้เพียงนอนอยู่บนหิมะอันเหน็บหนาว อุณหภูมิร่างกายค่อย ๆ หายไป

ในลางสังหรณ์นางพอจะรู้สึกตัวอยู่บ้าง ว่าตัวเองเหมือนกำลังจะตาย

ถึงแม้จะไม่รู้ว่าความตายคืออะไร แต่ฟังดูแล้วน่าจะไม่ค่อยอร่อยเท่าไร

ประจวบกับในตอนนั้น รถม้าคันหนึ่งขับโคลงเคลงผ่านหน้าประตูจวนมหาเสนาบดีพอดี

ม่านหน้าต่างรถม้าถูกมือเล็ก ๆ คู่หนึ่งเปิดออก ใบหน้าขาวนวลงดงามจนยากจะแยกแยะชายหญิงปรากฏขึ้นหลังหน้าต่าง ดวงตาของเขางดงามยิ่งนัก ดวงตาดำขลับฉายประกาย ทว่ากลับดูเหม่อลอยอยู่หลายส่วน

"อันอัน รีบปิดม่านเร็วเข้า ข้างนอกหนาว"

น้ำเสียงอ่อนโยนของสตรีดังขึ้น

เขาเห็นร่างที่นอนอยู่กลางหิมะแล้ว แววตาฉายประกายขึ้นอีกหลายส่วน ตะโกนเรียกออกมา

"น้อง...น้องสาว!"

"น้องสาวอะไรกัน"

"น้องสาว! จอด... จอดรถ ข้า...จ้าจะเอา น้อง...น้องสาว..." เสิ่นอันเยี่ยนขมวดคิ้ว สีหน้าเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งมืดมนไร้ที่เปรียบ เขาจับขอบหน้าต่างโวยวายอย่างตะกุกตะกัก "เอามา... เอา น้อง...น้องสาวมาให้ข้า"

เซียวรั่วหนิงถอนหายใจเบา ๆ ยื่นมือเตรียมจะดึงลูกชายที่อาการกำเริบเข้ามาในอ้อมกอด แต่หางตากลับเหลือบไปเห็นร่างเด็กน้อยนอนอยู่กลางหิมะเข้าแล้วจริง ๆ

นางขมวดคิ้วทันที ก่อนส่งเสียงร้องบอก "หยุดถ"

คนขับรถม้ารีบหยุดม้าลงอย่างมั่นคงทันที

พ่อรถม้าหยุดนิ่ง เสิ่นอันเยี่ยนก็เลิกม่านพุ่งตัวออกไปอย่างไม่ลังเล เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วเสียจนเซียวรั่วหนิงไม่ทันตั้งตัว พอนึกขึ้นได้ถึงหยิบเสื้อคลุมที่วางอยู่ข้าง ๆ รีบตามไป "อันอัน สวมเสื้อคลุมก่อน!"

หิมะบนถนนเพิ่งจะทำความสะอาดไปได้เพียงครึ่งเดียว

เสิ่นอันเยี่ยนย่ำหิมะก้าวสั้นสลับยาวจนมาถึงข้างกายเมี่ยวเมี่ยว เขาย่อตัวลง มองเมี่ยวเมี่ยวตาไม่กะพริบ สีหน้าหงุดหงิดเมื่อครู่พลันสงบลง กลับคืนสู่ท่าทางสงบเงียบไร้พิษภัยอีกครั้ง

ตัวอะไรเนี่ย หอมจังเลย

เมี่ยวเมี่ยวสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมชวนหิวโหย นางพยายามกลอกตาไปมา พอเหลือบมองไปข้าง ๆ ก็เห็นพี่ชายหน้าตาประณีตงดงามคนหนึ่งกำลังย่อตัวอยู่ข้าง ๆ

รอบกายของเขามีไอสีดำเข้มข้นลอยวนเวียน

ไอสีดำเมื่อเห็นนางก็ดิ้นพล่านราวกับเจ้าปลาหลีฮื้ออ้วนพันปีตัวนั้น เห็นแล้วดูน่าอร่อยยิ่งนัก

เมี่ยวเมี่ยวส่งเสียงหิวโหยออกมา

แต่ตอนนี้นางไม่มีแรงเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ปากก็ยังอ้าไม่ได้

ทั้งยังง่วงมากด้วย จะลืมตาไม่ขึ้นอยู่แล้ว...

ช่างเถิด ไว้ตื่นนอนค่อยกินแล้วกัน

เมี่ยวเมี่ยวปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งลง

...

"อันอัน"

เซียวรั่วหนิงนำเสื้อคลุมมาห่มร่างลูกชาย เสร็จแล้วถึงหลุบตามองเด็กน้อยที่นอนอยู่บนพื้น

เพียงแวบเดียว คิ้วก็ยิ่งขมวดแน่นขึ้นไปอีก

อากาศหนาวขนาดนี้ บนร่างของนางกลับสวมเพียงเสื้อผ้าที่บางยิ่งกว่าชุดฤดูร้อน มือเท้าและใบหน้านอกร่มผ้าตากหิมะจนเขียวคล้ำ ใบหน้ามอมแมมมองไม่เห็นหน้าตาแท้จริง ผอมแห้งน่าสงสารยิ่งนัก

หากไม่ใช่เพราะแผงอกของเด็กน้อยยังคงกระเพื่อมขึ้นลง เซียวรั่วหนิงก็แทบจะคิดว่านี่คือร่างไร้วิญญาณไปแล้ว

ในใจของนางพลันเกิดความรู้สึกปวดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

"ท่านแม่ น้องสาว ข้า... ข้าจะเอา น้อง... น้องสาว" เสิ่นอันเยี่ยนยื่นมือไปดึงชายเสื้อของเซียวรั่วหนิง ย่อตัวอยู่บนพื้นเงยหน้ามองนาง

"แม่รู้แล้ว"

เซียวรั่วหนิงปลดผ้าคลุมไหล่ขนจิ้งจอกของตัวเองออก นำมาคลุมตัวเด็กน้อยไว้ แล้วอุ้มร่างนั้นขึ้นมาอย่างง่ายดายโดยไม่เปลืองแรง ในมือเบาหวิว ราวกับไม่มีน้ำหนักเลยสักนิด เบาจนเหลือเชื่อ

นางหลุบตามองในอ้อมกอด แล้วมองที่ลูกชายอีกครั้ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "อันอัน น้องสาวไม่สบาย พวกเราต้องรีบขึ้นรถม้ากลับบ้าน ไปตรวจร่างกายให้น้องสาว เจ้าเชื่อฟังแม่แล้วขึ้นรถม้าก่อนดีหรือไม่"

เสิ่นอันเยี่ยนพยักหน้า เดินตามข้างกายเซียวรั่วหนิงอย่างใกล้ชิด พากันกลับขึ้นรถม้าอีกครั้ง ระหว่างนั้นจ้องในอ้อมกอดนางตาไม่กะพริบ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Pooppup Siriporn
Pooppup Siriporn
ไรเตอร์มาต่อหน่อยเร็วค่ะ
2026-08-15 10:46:18
0
0
Venika Borvornsin
Venika Borvornsin
น่ารัก เมี่ยวเมี่ยวน่ารักมาก
2026-08-13 21:17:58
0
0
30 Chapters
บทที่ 1
[ถอดสมองออกไปก่อนเลยนะ][ฉากทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อเนื้อเรื่อง อย่าไปอิงกับข้อเท็จจริงนะ!!]หิมะตกหนักลมพัดโหมกระหน่ำ ฟ้าดินขาวโพลนราวกับกำลังไว้อาลัยถนนหนทางถูกหิมะทับถมจนหนาเป็นชั้น ๆ จวนมหาเสนาบดีเปิดประตูตั้งแต่เช้าตรู บ่าวไพร่สองสามคนถือไม้กวาดเดินออกมา สายตาถูกดึงดูดจากร่างเล็ก ๆ ที่นอนล้มอยู่บนพื้นหิมะไม่ไกล ในดวงตาเต็มไปด้วยความสงสารเห็นใจ"เมื่อวานหิมะตกทั้งคืน อากาศหนาวขนาดนี้ คุณหนูหกคงไม่รอดแล้วกระมัง ต้องไปเรียนฮูหยินหรือไม่""อย่าไปยุ่งเลย ฐานะของคุณหนูหกในจวน เทียบเจ้าเหลืองหมาหลังครัวไม่ได้ด้วยซ้ำ ต่อให้ตายจริง พวกเจ้านายก็ไม่สนใจหรอก พวกเรารีบกวาดหิมะแล้วกลับไปผิงไฟกันดีกว่า อากาศวันนี้หนาวจริง ๆ เลย..."พวกบ่าวไพร่หนาวสั่นขณะทำความสะอาดหน้าประตูจวนมหาเสนาบดี รวมถึงหิมะขาวที่ทับถมมาทั้งคืนบนถนนหน้าประตูหนึ่งในบ่าวรับใช้หนุ่มหันไปมองร่างเล็กที่ไม่ไหวติงนั่นอีกครั้ง แล้วหดคอถอนหายใจสงสัย "คุณหนูหกกับคุณหนูห้าเกิดจากจากฮูหยินเหมือนกัน เหตุใดถึงได้รับการปฏิบัติปฏิบัติต่างกันราวฟ้ากับดินเช่นนี้"ต้องทราบไว้ว่าแค่แม่นมของคุณหนูห้าคนเดียวก็ปาเข้าไปสี่คนแล้ว!สาวใช้
Read more
บทที่ 2
เมี่ยวเมี่ยวได้พบท่านปู่เทียนเต้าอีกครั้งแล้วชายชราเคราขาวในชุดนักบวชตัวโคร่งกำลังยิ้มตาหยีจ้องมองนาง บนใบหน้าประดับรอยยิ้มเมตตา เขาเรียกนาง "เมี่ยวเมี่ยว""ท่านปู่เทียนเต้า!"เมี่ยวเมี่ยวส่งเสียงร้องอย่างดีอกดีใจ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าท่านปู่เทียนเต้าทิ้งนางไว้ที่ 'ดินแดนหนาวเหน็บ' รอยยิ้มจึงหายวับทันที นางหันหน้าไปอีกทาง พร้อมส่งเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ "ท่านปู่ขี้งก เมี่ยวเมี่ยวไม่อยู่กับท่านก็ได้"ชายชราถอนหายใจเสียงดังจนเกินจริง "ไอ้หยา เมี่ยวเมี่ยวไม่สนใจปู่ เช่นนั้นปู่จะไปแล้วน้า?""ไม่เอา ไม่เอา"เมี่ยวเมี่ยวพุ่งเข้าหาข้างกายชายชราราวกับจรวดลูกน้อย กอดขาท่อนล่างของท่านปู่เทียนเต้าไว้แน่น เงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้นเอ่ยอย่างน่าสงสาร "ท่านปู่ เมี่ยวเมี่ยวสำนึกผิดแล้ว คราวหน้าจะไม่กินปลาอ้วนของท่านอีกแล้ว อย่าทิ้งเมี่ยวเมี่ยวไว้ที่ดินแดนหนาวเหน็บเลยนะ เมี่ยวเมี่ยวหนาวมาก หิวมากด้วย"เทียนเต้าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่วางฝ่ามือใหญ่หนานุ่มลงบนศีรษะของเจ้าตัวน้อยเบา ๆ ความเมตตาในดวงตาแทบจะเอ่อล้นออกมา กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทั้งอ่อนโยนทั้งจนใจ "เมี่ยวเมี่ยว ไม่ใช่ว่าปู่อยากจะทำเช่นนี้ แต่เพราะเจ้า
Read more
บทที่ 3
เสิ่นอันเยี่ยนไม่พูดอะไรอีกแม้จะชินกับนิสัยที่ไม่ค่อยเสวนาและไม่สนใจใครของลูกชายคนเล็กแล้ว แต่การที่ไม่พูดตอนนี้ มันทำให้นางร้อนรนจนแทบขาดใจจริง ๆเซียวรั่วหนิงรีบเดินไปนั่งย่อตัวลงข้างเตียง สายตาเปี่ยมด้วยความหวังขณะมองเสิ่นอันเยี่ยน "อันอัน ลูก...ลูกพูดกับแม่อีกสักคำได้หรือไม่ พูดอะไรก็ได้ พูดกับแม่สักคำ..."เสิ่นอันเยี่ยนยังคงไม่ปริปาก สายตายังคงเหม่อลอยทว่าทางด้านเมี่ยวเมี่ยว พอเห็นเซียวรั่วหนิงย่อตัวอยู่ข้าง ๆ น้ำลายก็แทบจะไหลย้อยออกจากมุมปากบนร่างของท่านน้าคนสวยคนนี้ก็มีไอสีดำเยอะแยะไปหมดเลย!นางส่งเสียงสูดน้ำลายสูด มองเซียวรั่วหนิงที่สีหน้าร้อนรน แล้วมองเสิ่นอันเยี่ยนที่ไม่ยอมพูดจาอีก ก่อนพูดด้วยเสียงอ่อนเสียงนุ่ม "ท่านพี่ ท่านน้าคนสวยพูดกับท่านพี่ เหตุใดไม่สนใจเล่าเจ้าคะ"น้ำเสียงของหนูน้อยนุ่มนิ่มยิ่งนัก คงเพราะหิวจัด พอพูดจบประโยคหนึ่งก็นกลืนน้ำลายไปสองรอบเซียวรั่วหนิงเกิดความเอ็นดูสงสารไม่หยุด อยากจะเอ่ยอธิบายว่า อันอันไม่ได้ตั้งใจจะไม่สนใจใคร เขาแค่ป่วยอยู่ก็ได้ยินอันอันตอบกลับเสียงแจ้วว่า "ไม่ได้ไม่สนใจสักหน่อย ข้าพูดแล้วนะ"ไม่พูดติดอ่าง และไม่ได้พูดตะกุกตะ
Read more
บทที่ 4
"ท่านโหวกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ อีกเดี๋ยวมีเรื่องจะคุยกับท่าน"เซียวรั่วหนิงป้อนโจ๊กขาวชามที่สองเสร็จ วางชามและช้อนลงแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เช็ดมุมปากให้เมี่ยวเมี่ยวเล็กน้อยจากนั้นนางก็ลุกขึ้นยืน ลูบใบหน้าน้อย ๆ ที่แทบไม่มีเนื้อของเมี่ยวเมี่ยวเอ่ยเสียงเบา ๆ ว่า "อันอัน แม่มีเรื่องต้องคุยกับท่านพ่อหน่อย ลูกพาน้องกลับไปพักผ่อนบนเตียง ดีหรือไม่จ๊ะ"เสิ่นอันเยี่ยนเอียงคอ ราวกับกำลังทำความเข้าใจความหมายของประโยคนี้หลังจากคอยประเดี๋ยวเดียว เขาก็ลุกขึ้นยืน แล้วพยักหน้าตอบ "ดีขอรับ""น้องสาว" เสิ่นอันเยี่ยนยื่นมือไปทางเมี่ยวเมี่ยว "พวกเรากลับไปเล่นบนเตียงกัน"พอสิ้นเสียงนั้น รูม่านตาของท่านโหวติ้งหย่วนเสิ่นอี้หนานก็หดเกร็งลงฉับพลันเขาร้อนใจจนอยากจะเอ่ยปากถาม แขนเสื้อก็ถูกดึงเบาๆ เซียวรั่วหนิงส่ายหน้าให้เขาเงียบ ๆ สื่อว่าอย่าเพิ่งร้อนใจ อีกประเดี๋ยวค่อยอธิบายให้ฟังส่วนเมี่ยวเมี่ยวก็มองชามที่ว่างเปล่า เลียริมฝีปาก "ท่านน้าคนสวย ไม่มีแล้วหรือเจ้าคะ เมี่ยวเมี่ยวอยากกินอีก"อร่อยเกินไปแล้ว นางกินได้จนฟ้าถล่มแผ่นดินทลายเลย!ในดวงตาของเซียวรั่วหนิงมีแต่ความรักใคร่เอ็นดู นางอธิบายเสียง
Read more
บทที่ 5
จวนท่านโหวติ้งหย่วน ห้องหนังสือเสิ่นอี้หนานฟังคำพูดของฮูหยินจนจบ ตอนนี้กำลังครุ่นคิด"ฮูหยิน เจ้าอยากรับคุณหนูหกแห่งจวนมหาเสนาบดีมาเป็นลูกสาวหรือ" เขาสรุปได้อย่างถูกต้องเซียวรั่วหนิงยกถ้วยชาขึ้นจิบคำเล็ก แล้วเหลือบตามองเสิ่นอี้หนาน "ถูกต้องเจ้าค่ะ ท่านจะยินยอม หรือว่าสนับสนุน"เสิ่นอี้หนาน "..."เสิ่นอี้หนานลูบปลายจมูก พูดด้วยท่าทางจริงจัง "ย่อมต้องยินยอมและสนับสนุนด้วย""หลวงจีนทรงศีลวัดฮู่กั๋วบอกว่าเมี่ยวเมี่ยวเป็นดาวอัปมงคล หึหึ" เซียวรั่วหนิงแสยะยิ้ม "ดังนั้นมหาเสนาบดีกับฮูหยินของเขา จึงไม่ชอบเมี่ยวเมี่ยว พวกเขาไม่เอา ข้าเอาเอง""ดาวอัปมงคลอะไรกัน หลวงจีนโล้นนั่นเชื่อถือไม่ได้เลยสักนิด เมี่ยวเมี่ยวเพิ่งเข้าจวนมา อันอันก็หายติดอ่างแล้ว นี่มันดาวนำโชคชัด ๆ!"เสิ่นอี้หนานไม่ได้แสดงความคิดเห็นเรื่องดาวนำโชคต่อแต่ในฐานะของคนที่เป็นทาสเมีย เขาจึงไม่ได้คัดค้านเซียวรั่วหนิง แต่กลับหลุบตาคิดไตร่ตรองอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ในการรับเป็นบุตรสาวสองปีมานี้เพราะดวงชะตาบุตรสาวสูงส่เกินบรรยาย ทำให้ตำแหน่งของมหาเสนาบดีในราชสำนักสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ก็ไม่ได้สร
Read more
บทที่ 6
ขณะที่เซียวรั่วหนิงอุ้มเมี่ยวเมี่ยวออกตามหาบุตรชาย เสิ่นอี้หนานก็มาถึงจวนมหาเสนาบดีแล้วท่านโหวติ้งหย่วนเป็นเป้าหมายที่เหล่าชนชั้นสูงในเมืองหลวงต่างอยากประจบเอาใจ เมื่อได้ยินบ่าวไพร่เข้ามารายงาน เพื่อแสดงถึงความให้เกียรติ มหาเสนาบดีเซวียเจินจึงออกไปต้อนรับด้วยตนเองถึงหน้าประตูเซวียเจินอายุมากกว่าเสิ่นอี้หนานเพียงเจ็ดแปดปีเท่านั้นเขาสวมชุดคลุมยาวสีเข้ม ทุกการเคลื่อนไหวล้วนแผ่กลิ่นซ่านอายของบัณฑิต ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เพียงแต่เมื่อเปรียบเทียบกับเสิ่นอี้หนานแล้ว ก็ยังด้อยกว่าอยู่มาก"ท่านโหวมาเยือนในครั้งนี้ มีเรื่องอันใดหรือ" ใบหน้าเซวียเจินประดับรอยยิ้มบาง ๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "หากมีสิ่งใดที่พอจะช่วยเหลือได้ ผู้น้อยย่อมทำอย่างเต็มที่"ถ้อยคำที่พูดออกมาฟังดูประจบประแจงยิ่งนักทว่าสีหน้าเรียบเฉยของเซวียเจินกลับช่วยเจือจางการประจบประแจงนั้นไปเยอะ ท่าทีอันอบอุ่นราวสายลมฤดูใบไม้ร่วง ยิ่งทำให้ได้รับความรู้สึกดีจากผู้อื่นได้ง่ายขึ้นมากแต่ทว่าเสิ่นอี้หนานกลับไม่ตกหลุมพรางนี้เขาเลิกคิ้วเบา ๆ มุมปากประดับรอยยิ้ม รูปร่างที่สูงกว่าเซวียเจินครึ่งศีรษะสร้างแรงกดดันให้อย่างมหาศาลเ
Read more
บทที่ 7
……เซียวรั่วหนิงอุ้มเมี่ยวเมี่ยว นำบ่าวไพร่ของจวนโหวและองครักษ์จวนองค์หญิงใหญ่ออกถนนเพื่อตามหาบุตรชาย"ทางนี้ ๆ"เมี่ยวเมี่ยวอยู่ในอ้อมกอดของท่านน้าคนสวยอย่างว่าง่าย ออกแรงสูดดมกลิ่นอายที่ตกค้างในอากาศ มือที่เล็กสั้นชี้ไปข้างหน้า "เมี่ยวเมี่ยวได้กลิ่นแล้วนะ!"ด้วยนำทางของเมี่ยวเมี่ยวเซียวรั่วหนิงนำองครักษ์และบ่าวรับใช้เร่งเดินทางไปยังนอกเมืองตลอดทางผู้คนแถบชานเมืองมีไม่เยอะ เซียวรั่วหนิงยิ่งรู้สึกหนักใจยวนเอ๋อร์เขา...วิ่งออกไปนอกเมืองจริงหรือ?ฟ้าใกล้มืดแล้วหากยวนเอ๋อร์อยู่ในเมือง พอฟ้ามืดแล้วอาการกำเริบจนทำร้ายคนจะทำอย่างไร?...ช่างเถิด ออกนอกเมืองมาแล้วต่อให้ยามนี้รีบกลับไป ก็ไม่ทันการณ์แล้ว"ท่านน้า!!"เมี่ยวเมี่ยวชี้ไปที่พุ่มไม้หนาทึบข้างหน้าอย่างตื่นเต้นกลิ่นหอมเข้มข้นมาก ต้องอยู่ในนี้แน่นอนเซียวรั่วหนิงหันไปมองข้างหลังแวบหนึ่งองครักษ์พกดาบที่ติดตามมาข้างหลังตลอดทางเดินไปข้างหน้า จากนั้นชักดาบออกฟันพุ่มไม้จนกระจัดกระจาย เผยให้เห็นทางเข้าถ้ำมืดสนิทแห่งหนึ่งที่ถูกพุ่มไม้บดบังไว้พวกเขาสำรวจเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวังเซียวรั่วหนิงตั้งใจจะอุ้มเมี่ยวเมี่ยวเ
Read more
บทที่ 8
เสิ่นหลินยวนถูกซ้อมอย่างหนักอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็แยกเขี้ยวยิงฟัน เดินกะเผลกเข้าไปในห้อง หยิบโซ่เส้นหนาใหญ่ที่ทิ้งไว้บนพื้นขึ้นมาวพันรอบเอว มือ และเท้าของตนเองอย่างชำนาญบ่าวรับใช้คนที่ถูกเสิ่นหลินยวนตีสลบไปก่อนหน้านี้เดินก้มตัวเข้ามา นำปลายโซ่อีกด้านไปพันรอบเสาต้นใหญ่ในเรือน แล้วใช้กุญแจคล้องลงกลอนไว้"ท่านแม่ ทำไมต้องล่ามพี่ชายไว้เจ้าคะ" เมี่ยวเมี่ยวมองฉากนี้อย่างสงสัยเซียวรั่วหนิงนิ่งเงียบไปครู่เดียว ก่อนเอ่ยอธิบายเสียงนุ่มนวล "เพราะว่าพี่ชายป่วยจ้ะ ตกดึกร่างกายก็จะรู้สึกไม่สบาย ดังนั้นเมี่ยวเมี่ยว ตอนกลางคืนอย่ามาเล่นกับพี่ชายที่นี่นะ ตกกลางคืนพี่ชายไม่รู้จักเจ้าหรอก""อ้อ... เมี่ยวเมี่ยวเข้าใจแล้ว"เมี่ยวเมี่ยวตอบรับอย่างงุนงงง"เมื่อไรพี่ชายจะหายป่วยหรือเจ้าคะ" นางเอ่ยถามอีกครั้ง"...ท่านแม่ก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ" สายตาของเซียวรั่วหนิงดูศร้าสลด ลูบแก้มของเมี่ยวเมี่ยว พลางเอ่ยเสียงเบา "ท่านแม่ก็อยากให้พี่ชายหายดีเร็ว ๆ เหมือนกัน"เพียงแต่พิษกู่ที่ยวนเอ๋อร์โดนนั้นพิสดารยิ่งนักอย่าว่าแต่หมอหลวงเลย แม้กระทั่งคนของหุบเขาแพทย์โอสถก็ยังจนปัญญาเซียวรั่วหนิงถึงขั้นไม่รู้ด้วยซ
Read more
บทที่ 9
เมี่ยวเมี่ยวหยิบจี้หยกขึ้นมามองสองครั้ง แล้วยัดเข้าปากด้วยความรวดเร็ว"เมี่ยวเมี่ยว!"เซียวรั่วหนิงกับเสิ่นอี้หนานตกใจการกระทำของนางไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ ก็รีบแย่งจี้หยกออกจากปากนางทันทีบนจี้หยกปรากฏรอยฟันขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเซียวรั่วหนิงบีบแก้มของเมี่ยวเมี่ยว ตรวจดูปากน้อย ๆ พอพบว่าไม่ได้บาดเจ็บก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก "เมี่ยวเมี่ยว อันนี้กินไม่ได้จ้ะ ถ้าหิวแล้ว เดี๋ยวพวกเราไปกินข้าวกันดีไหมจ๊ะ""อันนี้ไม่ใช่ของกินหรือ"มิน่าเล่าถึงไม่มีรสชาติเมี่ยวเมี่ยวไม่สนใจของที่ไม่มีรสชาติ จึงตอบรับอย่างว่าง่ายเสียเลยในฐานะที่เป็นอสูรเทาเที่ย นางไม่ค่อยมีความเข้าใจเรื่องบนโลกมนุษย์เท่าไรและสิ่งนี้ ในสายตาของเซียวรั่วหนิงและเสิ่นอี้หนาน กลับเป็นหลักฐานชิ้นที่มีน้ำหนักที่แสดงว่าเด็กหญิงตัวน้อยถูกทารุณกรรมในจวนมหาเสนาบดีสองสามีภรรยาเกิดความคิดขึ้นมาพร้อมกันว่า มหาเสนาบดีกับฮูหยินของเขาสมควรตายจริงๆ!ฟ้ามืดลงแล้วในห้องด้านหลังมีเสียงลากโซ่เหล็กดังขึ้น รวมถึงเสียงคำรามโฮกฮากคล้ายสัตว์ร้ายตอนกลางคืนเรือนเล็กแห่งนี้แทบจะไม่มีคน โคมไฟในลานเรือนก็มีอยู่ไม่กี่ดวง แสงไฟสลัวบวกกับเสียงค
Read more
บทที่ 10
เสิ่นอันเยี่ยนตื่นแล้ว นั่งร้องไห้อยู่บนเตียงอย่างโศกเศร้า ดวงตาหงส์อันงดงามร้องไห้จนแดงฉาน ปลายจมูกก็แดงด้วยเช่นกันดูน่าสงสารเป็นที่สุดเซียวรั่วหนิงรีบก้าวเท้าเข้าไปอุ้มเสิ่นอันเยี่ยนขึ้นมา เอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "แม่กับน้องสาวกลับมาแล้วนะ อันอันไม่ร้องนะ ไม่ร้องนะจ๊ะอันอัน""ท่านแม่...น้องสาว..."เมี่ยวเมี่ยวตบแขนของเสิ่นอี้หนาน พลางบิดตัวไปมา "ท่านพ่อ เมี่ยวเมี่ยวจะลงไป ปล่อยเมี่ยวเมี่ยวลง"เสิ่นอี้หนานโน้มกายลง ค่อย ๆ วางเจ้าตัวน้อยในอ้อมกอดลงบนพื้น มือทั้งสองข้างคอยปกป้องอยู่ข้าง ๆ ด้วยเกรงว่านางจะยืนไม่มั่นคงเมี่ยวเมี่ยวยืนได้อย่างมั่นคง แล้วสับขาเล็ดสั้นวิ่งไปที่ข้างเตียงนางสลัดถีบรองเท้าออกอย่างรวดเร็วแล้วปีนขึ้นเตียง พอมาถึงข้างกายเสิ่นอันเยี่ยน นางก็ยกมือขึ้นเช็ดรอยน้ำตาบนใบหน้าของเขา พร้อมกล่าวเสียงอ่อนนุ่ม "พี่อันเยี่ยน เมี่ยวเมี่ยวอยู่นี่ พี่อย่าร้องไห้เลยนะ""เมี่ยวเมี่ยว... น้องสาว...พอข้าตื่นขึ้นมา เจ้ากับท่านแม่ก็...ก็ไม่อยู่เลย" เสิ่นอันเยี่ยนสะอื้นไห้ มุมปากเบ้ลง ปล่อยให้เมี่ยวเมี่ยวช่วยเขาเช็ดน้ำตาเขาพร่ำพูดอย่างน้อยใจเมี่ยวเมี่ยวกะพริบตาปริบ ๆ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status