บททั้งหมดของ หนูน้อยจอมตะกละถูกทิ้ง?ทั้งจวนโหวตามเลี้ยง: บทที่ 11 - บทที่ 20

30

บทที่ 11

นางให้สาวใช้ตักข้าวต้มเนื้อให้เมี่ยวเมี่ยวชามหนึ่ง หยิบช้อนขึ้นมาเตรียมจะป้อนให้เองเมี่ยวเมี่ยวส่ายศีรษะ พูดเสียงอ้อแอ้เด็กน้อยว่า "ท่านแม่ เมี่ยวเมี่ยวกินเองได้ ท่านแม่กินด้วยสิ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวหิวพุงกิ่ว จะไม่สบายเอานะ"เซียวรั่วหนิงรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาทันทียามมองดูลูกสาวตัวน้อยมือเล็กผอมแห้ง นางก็เป็นห่วงอยู่บ้าง "เมี่ยวเมี่ยว ไม่ต้องให้แม่ป้อนจริง ๆ หรือ ร่างกายหนูยังอ่อนแอมากอยู่นะ...""เมี่ยวเมี่ยวไม่อ่อนแอนะ เมี่ยวเมี่ยวเก่งมากเลย!!"เมี่ยวเมี่ยวเบิกตากลมโตใสแจ๋วราวกับลูกแมวเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองไม่อ่อนแอ นางจึงหยิบช้อนตรงหน้าขึ้นมา ออกแรงหักด้วยสองมือ ช้อนก็หักออกเป็นสองท่อนได้อย่างง่ายดายเซียวรั่วหนิง "..."เสิ่นอี้หนาน "?""น้องสาวเก่งจังเลย น้องสาวเก่งจริง ๆ!" เสิ่นอันเยี่ยนปรบมือ สมองของเซียวรั่วหนิงว่างเปล่าไปชั่วขณะไม่ใช่สิ? เดี๋ยวนะ... หา?ช้อนที่ทำมาจากกระเบื้องเคลือบอันนี้ ไม่น่าน่าจะเปราะบางถึงขั้นที่เด็กสามขวบคนหนึ่งจะหักเป็นสองท่อนได้อย่างง่ายดายหรอกกระมัง?เซียวรั่วหนิงลองออกแรงหักช้อนในมือตนเองโดยสัญชาตญาณอืม หักไม่ลงเสิ่นอี้หนานเองก็อึ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 12

เมี่ยวเมี่ยวถูกเซียวรั่วหนิงอุ้มไปอาบน้ำอย่างสบายตัวในห้องวางอ่างน้ำอุ่นเอาไว้ อุณหภูมิกำลังพอดี ไม่รู้สึกหนาวน้ำในถังไม้เป็นสีเขียวอ่อน ส่องกลิ่นหอมเข้มข้นของยา นี่คือตำรับยาอาบที่เซียวรั่วหนิงไหว้วานให้หมอหลวงช่วยสั่งจ่ายให้บนตัวของเมี่ยวเมี่ยวมีรอยแผลเป็นเยอะมากจริง ๆผิวของนางก็ขาว รอยแผลเป็นสีเขียวช้ำจึงเด่นชัดเกินไปบนตัวของเด็กผู้หญิงไม่ควรมีรอยแผลเป็น ไม่อย่างนั้นจะเป็นปมด้อยได้ง่ายพอแช่น้ำยาเสร็จ เซียวรั่วหนิงก็ลงมือเช็ดคราบน้ำยาที่หลงเหลือบนตัวของเมี่ยวเมี่ยวด้วยตนเอง แล้วก็หยิบขี้ผึ้งออกมาทาบนรอยแผลเป็นของนางด้วย"เมี่ยวเมี่ยว เจ็บหรือเปล่า"เมี่ยวเมี่ยวส่ายศีรษะ ยิ้มเผยฟันขาวสะอาด ดวงตาโค้งลง ให้ความรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวาและเปี่ยมพลังชีวิต "ไม่เจ็บเลย แล้วเมี่ยวเมี่ยวก็ไม่กลัวเจ็บด้วย"จะไม่กลัวเจ็บได้อย่างไรกัน?เซียวรั่วหนิงยิ่งสงสารจับใจนางอุ้มเมี่ยวเมี่ยวกลับไปยังห้องนอน วางลงบนเตียง แล้วเอ่ยเสียงเบา "เมี่ยวเมี่ยว เป็นเด็กดีรออยู่บนเตียงนะ เดี๋ยวแม่ไปอาบน้ำให้พี่สามของหนูก่อน เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว""ท่านแม่รีบไปเถอะ เมี่ยวเมี่ยวจะรออยู่ตรงนี้ดี ๆ"เซีย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 13

ภายในตำหนักหย่างซินฮ่องเต้กำลังประทับนั่งประทับตราฎีกาอยู่หน้าโต๊ะทรงพระอักษร"กระหม่อมถวายบังคมฝ่าบาท" เสิ่นอี้หนานทำความเคารพอย่างเป็นทางการ"ลุกขึ้นเถิด"เซียวจิ่นเชียนวางพู่กันในมือลง เขาไม่รอให้เสิ่นอี้หนานเอ่ยปาก เป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นก่อน "จิ้งหย่วน เราได้ยินมาว่า เจ้าบังคับรับเอาคุณหนูหกแห่งจวนมหาเสนาบดี มาเป็นลูกสาวของตนเองหรือ มีเรื่องเช่นนี้จริงหรือ?"จิ้งหย่วนคือชื่อรองของเสิ่นอี้หนาน"เหลวไหลพ่ะย่ะค่ะ!" เสิ่นอี้หนานขมวดคิ้วตอบ"เราก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นข่าวลือ..." เซียวจิ่นเชียนยิ้มเล็กน้อย "บังคับอะไรกันพ่ะย่ะค่ะ ไม่ใช่พูดจาเหลวไหลหรอกหรือ กระหม่อมไม่ได้ข่มขู่เซวียเจินเสียหน่อย เขาเองต่างหากที่ยินยอม แล้วจะบอกว่าบังคับได้อย่างไร" เสิ่นอี้หนานว่าเซียวจิ่นเชียน "?"ประเด็นอยู่ตรงนี้หรือ?เซียวจิ่นเชียนหุบยิ้ม จ้องมองเสิ่นอี้หนานพร้อมกล่าวเสียงเข้มลงเล็กน้อย "เสิ่นอี้หนาน อย่ามาทำเป็นแกล้งโง่ใส่เรา เราหมายความว่าอย่างไรเจ้าก็รู้อยู่แก่ใจ!""กระหม่อมรู้อยู่แก่ใจ กระหม่อมย่อมรู้ดีพ่ะย่ะค่ะ" เสิ่นอี้หนานอธิบาย "ฮูหยินเป็นคนเสนอขึ้นมา ฮูหยินชอบเมี่ยวเมี่ยวมาก ก็คือคุณ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 14

เมี่ยวเมี่ยวถูกปลุกให้ตื่นด้วยกลิ่นหอมนางสูดกลิ่นหอมที่อบอวลอยู่ในอากาศ ยังไม่ทันลืมตา ตัวก็พรวดพราดลุกขึ้นมานั่งแล้วนางเงยหน้าขึ้น จมูกน้อย ๆ ยับย่นหอมจัง หอมจัง หอมเกินไปแล้วน้าเมี่ยวเมี่ยวเลียริมฝีปาก สูดปากดังจ๊วบเซียวรั่วหนิงเดินอ้อมฉากกั้นเข้ามายังห้องด้านใน เห็นภาพนี้เข้าก็อดหัวเราะเบาๆ ออกมาไม่ได้ นางเดินมาที่ข้างเตียงแล้วใช้นิ้วสะกิดปลายจมูกของเมี่ยวเมี่ยว "เมี่ยวเมี่ยว ตื่นไปกินมื้อเช้าได้แล้วจ้ะ พี่สามกำลังรอเจ้าอยู่นะ"พอพูดถึงเรื่องกิน เมี่ยวเมี่ยวก็ลืมตาขึ้นมาทันที"ท่านแม่"นางเอ่ยเรียกเสียงอ่อนเสียงหวาน เผยรอยยิ้มอันหวานหยดย้อย ดวงตาโค้งลงเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ดูเหมือนลูกแมวน้อยตัวหนึ่งเซียวรั่วหนิงเห็นรอยยิ้มนี้แล้ว ก็รู้สึกเพียงว่าอารมณ์สดใสขึ้นมาเป็นพิเศษนางยื่นแขนไปอุ้มเมี่ยวเมี่ยวขึ้นมา โบกมือให้สาวใช้ถอยออกไป แล้วลงมือช่วยเมี่ยวเมี่ยวสวมเสื้อผ้าที่อยู่ข้างๆ ด้วยตนเองเสื้อผ้าเหล่านี้ล้วนเป็นชุดที่นางสั่งให้คนไปที่ร้านตัดเสื้อเร่งตัดเย็บทั้งคืน ผ้าและแบบเสื้อล้วนเป็นแบบที่นิยมที่สุดในเมืองหลวงยามนี้ ราคาย่อมไม่เบาอยู่แล้วแต่เงินแค่นี้ สำหรับเซี
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15

นางไม่จำเป็นต้องใช้ช้อนเลย ถือชามซดดังซู้ด ๆ สองทีก็กินข้าวต้มรังนกหมดไปชามหนึ่ง แล้วยกมือน้อย ๆ ขึ้นมา เอ่ยอย่างฮึกเหิม "ขออีกพันล้านชาม!"แม่นมซุนตักข้าวต้มมาให้อีกชามหนึ่งส่วนเมี่ยวเมี่ยวใช้นิ้วคีบตะเกียบ กินทั้งขนมมันเทศ ทั้งปอปเปี๊ยะกรอบในจานตรงหน้าจนครบทุกอย่างในที่สุดก็ลูบพุงน้อย ๆ ที่ป่องขึ้นมาเล็กน้อย เป็นอันจบศึกการกิน"เมี่ยวเมี่ยวกินหมดแล้ว"เมี่ยวเมี่ยววางตะเกียบลง แกว่งขาอันเล็กสั้นไปมาเสิ่นอันเยี่ยนเองก็วางตะเกียบลงเช่นกัน เอ่ยอย่างสุภาพเรียบร้อยว่า "ข้าก็กินเสร็จแล้ว"เขารับผ้าเช็ดหน้ามาจากมือสาวใช้ เช็ดปากอย่างสงบเงียบ แล้วก็ยกขันบ้วนปากเงินขึ้นมาบ้วนปากอีกทุกท่วงท่าลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ทุกการเคลื่อนไหวแผ่กลิ่นอายชนชั้นสูงหากไม่มองสายตาอันเหม่อลอยของเสิ่นอันเยี่ยน ก็ดูไม่ออกเลยสักนิดว่าสมองของเขาจะมีปัญหาเมี่ยวเมี่ยวทำท่าครุ่นคิด จากนั้นทำตามท่าทางของพี่อันเยี่ยน ทั้งเช็ดปากและบ้วนปากสุดท้ายก็ยิ้มหวานเผยฟันน้ำนมขาวสะอาด แสดงสีหน้ารอคำชมเต็มที่"เมี่ยวเมี่ยวเก่งจังเลย" เซียวรั่วหนิงเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมี่ยวเมี่ยวที่ไม่ค่อยได้รับคำชมทำท่าทางบิ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 16

เมี่ยวเมี่ยวกลอกตาไปมา ก่อนจะเอียงคอพูดว่า "เมี่ยวเมี่ยวไม่เชื่อ เมี่ยวเมี่ยวจะเข้าไปดูข้างในว่าพี่หลินยวนกำลังพักผ่อนอยู่จริงหรือไม่!"พูดจบ ก็ดึงเสิ่นอันเยี่ยนวิ่งถลาไปข้างหน้าทันทีเคลื่อนไหวรวดเร็วเสียจนแม่นมซุนและบ่าวชายตั้งตัวไม่ทันเห็นเมี่ยวเมี่ยวตัวเล็กกะทัดรัดเช่นนี้ แต่ขาขาสั้นคู่นั้นกลับก้าวซอยยิก ๆ ได้เร็วทีเดียว เพียงพริบตาเดียวก็วิ่งไปถึงประตูแล้วบ่าวชายและแม่นมซุนพอได้สติ ก็รีบวิ่งตามไปทันที"คุณหนูน้อย วิ่งช้า ๆ หน่อยเจ้าค่ะ ระวังหกล้ม!" แม่นมซุนตะโกน"คุณหนูน้อย คุณชายรองกำลังพักผ่อนอยู่จริง ๆ ขอรับ!" บ่าวชายก็ตะโกนเสริมแต่เมี่ยวเมี่ยวกับเสิ่นอันเยี่ยนได้วิ่งไปถึงหน้าประตูตั้งนานแล้วนางก้าวข้ามธรณีประตูแล้วมองเข้าไปข้างในพี่รองเสิ่นหลินยวนที่เพิ่งเจอกันเมื่อวาน กำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ ยืนร้องไห้น้ำตาไหลพรากขี้มูกโป่ง ในมือกำพู่กันจีน กำลังเขียนอะไรบางอย่างอยู่บนกระดาษคงเพราะคาดไม่ถึงว่าเมี่ยวเมี่ยวจะพรวดพราดเข้ามาเสิ่นหลินยวนที่ร้องไห้จนตาแดง ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ตอนนี้จึงมีสีหน้าและสายตาเหม่อลอยเล็กน้อยเมี่ยวเมี่ยวกะพริบตาปริบ ๆ อย่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 17

อย่างที่เคยบอกไว้ เสิ่นหลินยวนมีพละกำลังมหาศาลมาแต่กำเนิด เรี่ยวแรงมหาศาลไร้เทียมทานอายุห้าหกขวบก็ตั้งปณิธานไว้ว่าจะเรียนรู้วิชาจากท่านพ่อ เพื่อเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้รบชนะทุกศึกสงครามอาวุธเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่เสิ่นอี้หนานเสาะหาช่างฝีมือมาสั่งตีขึ้นเป็นพิเศษ โดยใช้เหล็กชั้นดีหลอมขึ้นให้เหมาะกับขนาดตัวของเขาโดยเฉพาะนับตั้งแต่โดนพิษกู๋ เสิ่นหลินยวนก็ไม่ได้แตะต้องพวกมันมาหลายปีแล้วลานอันกว้างโล่งของเรือนเล็กมีพื้นที่มากพอเสิ่นหลินยวนให้แม่นมซุนยกเก้าอี้ตัวเล็กสองตัวมาวางไว้ใต้ชายคา วางเจ้าตัวเล็กทั้งสองลง แล้วยังสั่งให้สาวใช้ยกขนมหวานสองสามจานพร้อมน้ำขิงพุทราเชื่อมมาให้อาเฟิงพากลุ่มผู้ติดตามอีกหลายคนช่วยกันยกอาวุธออกมาอย่างยากลำบากไม่ว่าจะเป็นค้อนใหญ่ ดาบยาว มีดโต้ใหญ่ หอกยาว ขวาน มีดสั้น หน้าไม้ และอื่น ๆ อีกมากมายแทบจะเรียกว่าเป็นคลังอาวุธโบราณย่อย ๆ ได้เลยมีทั้งที่พบเห็นได้ทั่วไปและที่หาดูได้ยากวิ่งไปวิ่งมาอยู่หลายรอบในที่สุดก็ยกออกมาจนหมด อาเฟิงและกลุ่มผู้ติดตามเหนื่อยจนหอบแฮ่ก เป็นฤดูหนาวแท้ ๆ แต่เหงื่อกลับไหลออกมา ทั้งยังมีควันสีขาวลอยออกมาอีกด้วยเสิ่นหลินยวนเดินเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 18

เสิ่นอี้หนานรับก้อนกระดาษมาแล้วคลี่ออกสองสามทีเห็นลายมือบนกระดาษที่ไก่เขี่ยเหมือนหมาคลาน ทังยังมีรอยหมึกพร่าเบลออยู่สองสามจุดคล้ายกับโดนน้ำตาหยดใส่จนซึมเขาหรี่ตาลง พยายามถูไถแกะเนื้อความที่เขียนอยู่บนกระดาษ จากนั้นก็อดใจไม่ไหว มุมปากยกยิ้มโค้งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด"เขียนว่าอะไรหรือ เอามาให้ข้าดูหน่อย"เซียวรั่วหนิงเหลือบไปเห็นสีหน้าของเสิ่นอี้หนาน ก็รู้สึกสงสัยมากเสิ่นอี้หนานกลั้นขำพลางยื่นกระดาษส่งให้ "ฮูหยิน เจ้าลองดูสิ ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ยวนเอ๋อร์ของเราจะ...อ่อนโยนละเอียดอ่อนถึงเพียงนี้"เซียวรั่วหนิงรับไปกวาดตาดูผ่าน ๆ ทั้งรู้สึกเวทนาสงสารและขบขันไปพร้อมกันหากไม่ใช่เพราะเมี่ยวเมี่ยวนางคงไม่มีทางรู้เลยว่า ยวนเอ๋อร์ที่มักจะทำตัวไม่แยแสและเปิดเผยตรงไปตรงมา แท้จริงแล้วเป็นพวกขี้แย"ยวนเอ๋อร์..." เซียวรั่วหนิงหันไปมองลูกชายคนรองเสิ่นหลินยวนในยามนี้อายจนหน้าแดงแจ๋ สะบัดหน้าหนีแล้วพุ่งตัววิ่งกลับเข้าไปในห้อง ตะโกนลั่นว่า "ข้าไม่อยากพูดกับพวกท่านแล้ว!""เมี่ยวเมี่ยว ทำอย่างไรดี พี่รองของเจ้าดูเหมือนจะโกรธแล้ว" เซียวรั่วหนิงไม่ได้วิ่งตามไป นางรู้ว่าเด็กผู้ชายวัยนี้ท
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 19

พอกล่าวคำนี้ออกมา ก็ยิ่งทำให้ท่านพ่อท่านแม่และพี่ชายเอ็นดูและสงสารจับใจสวรรค์โปรดเมตตา คุณหนูห้าแห่งจวนมหาเสนาบดีไม่รู้ว่าเคยเข้าร่วมงานเลี้ยงมาตั้งกี่ครั้งแล้ว!เมี่ยวเมี่ยวของพวกเขาช่างน่าสงสารเสียจริงเซียวรั่วหนิงตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะต้องจัดงานเลี้ยงครั้งนี้ให้สวยงามและยิ่งใหญ่อลังการให้ได้!เพื่อให้พวกนั้นได้รับรู้ว่า จวนโหวให้ความสำคัญกับเมี่ยวเมี่ยวมากเพียงใดหลังจากอยู่เล่นกับลูก ๆ สักพัก เซียวรั่วหนิงและเสิ่นอี้หนานก็กำชับเหล่าสาวใช้และผู้ติดตามในเรือน ให้ดูแลคุณชายและคุณหนูให้ดีสองสามีภรรยาออกจากเรือนเล็ก เพื่อไปเตรียมการสำหรับงานเลี้ยงเซียวรั่วหนิงเตรียมเทียบเชิญ โดยที่เสิ่นอี้หนานเป็นผู้นำไปมอบส่งถึงจวนของเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ด้วยตนเองซึ่งรวมถึงจวนมหาเสนาบดีด้วยพอได้ยินว่าท่านโหวติ้งหย่วนมาอีกแล้ว เซวียเจินก็อยากจะแกล้งป่วยไม่ยอมออกไปพบ ทว่าความคิดนี้แล่นผ่านเข้ามาในหัวเพียงแวบเดียว เขาก็โยนมันทิ้งไป ก่อนจะโบกมือให้บ่าวรับใช้ด้วยสีหน้าเย็นชา สื่อว่ารับรู้แล้วเซวียเจินสูดหายใจลึก แล้วเดินเนิบนาบไปที่หน้าประตูจวน"ท่านพ่อ"เซวียไฉ่ซวงเห็นเขา จึงวิ่งปรา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 20

เซวียเจินนึกไม่ถึงว่าเซวียไฉ่ซวงจะพูดขึ้นมากะทันหัน หลังชะงักไปครู่หนึ่ง ก็เอ่ยเตือนเสียงหนักไม่จริงจังไม่จางว่า "ซวงเอ๋อร์ อย่าเสียมารยาท""เรื่องนี้พูดไม่ได้หรือเจ้าคะ ซวงเอ๋อร์ไม่ทราบจริง ๆ ขอท่านโหวโปรดอภัยให้ซวงเอ๋อร์ด้วยเจ้าค่ะ"เซวียไฉ่ซวงก็แค่อาศัยว่าตนเองอายุยังน้อย คำพูดเด็กไร้เดียงสา ต่อให้พูดผิดไปก็ไม่มีใครกล้าถือสาเอาความจริง ๆ ถึงได้หาญกล้าเอ่ยเช่นนั้นเสิ่นอี้หนานจ้องเขม็งไปที่เซวียไฉ่ซวง เดิมทีเซวียไฉ่ซวงยังคงมีรอยยิ้มประดับใบหน้าแต่ภายใต้สายตาจ้องจับผิดของเสิ่นอี้หนาน รอยยิ้มของนางก็ยิ่งแข็งค้างขึ้นเรื่อย ๆ จนร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างคุมไม่ได้ขนาดเซวียเจินเองยังทนแรงกดดันที่แผ่จากตัวเสิ่นอี้หนานไม่ไหวเลยนับประสาอะไรกับเซวียไฉ่ซวงเล่า?"ท่านโหว!" เซวียเจินขมวดคิ้วแน่น เอ่ยเสียงเข้มว่า "คำพูดเด็กไร้เดียงสา ท่านคงไม่ถือสาหาความลูกสาวตัวน้อยของข้าหรอกกระมัง?"เสิ่นอี้หนานถอนสายตากลับมา แล้วหัวเราะเยาะ "ตัวข้าย่อมไม่ถือสาหาความกับเด็กเล็กถึงอยู่แล้ว เพียงแต่การไม่อบรมบุตรเป็นความผิดของบิดา ท่านมหาเสนาบดีเซวียคงต้องสั่งสอนลูกสาวของท่านให้ดี ๆ เสียหน่อยแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status