บททั้งหมดของ หนูน้อยจอมตะกละถูกทิ้ง?ทั้งจวนโหวตามเลี้ยง: บทที่ 21 - บทที่ 30

30

บทที่ 21

เสิ่นหลินยวนหลุดขำ "พอทีเถอะ ตัวเล็กกะจ้อยร่อยอย่างเจ้า ข้าต่อยไปทีเดียว คงต้องคุกเข่าอ้อนวอนว่าเจ้าอย่ารีบตายมากกว่า"เสิ่นอันเยี่ยนหันหน้ากลับมา จ้องมองเสิ่นหลินยวนอย่างเหม่อลอยครู่หนึ่ง"ถุย ๆ ๆ"จากนั้นก็ถ่มน้ำลายพ่นใส่เสิ่นหลินยวนพี่รองหัวเราะเยาะเขา พี่รองนิสัยไม่ดี!เสิ่นหลินยวน "???""ให้ได้อย่างนี้สิเจ้าสาม ตอนเด็ก ๆ ก็เจ้าเล่ห์ พอตอนนี้โง่แล้วก็ยังน่ารำคาญเหมือนเดิม คอยดูว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร!"เสิ่นหลินยวนหิ้วตัวน้องสามขึ้นมาด้วยมือเดียว แสยะยิ้มอำมหิตโดยไม่สนใจอีกฝ่ายที่กำลังดิ้นรน อุ้มพาไปยังลานกว้างของเรือนเล็ก แล้วหมุนเหวี่ยงไปมาอย่างบ้าคลั่ง พอหยุดหมุน เสิ่นอันเยี่ยนก็ผลักเสิ่นหลินยวนออก แล้ววิ่งไปอาเจียนที่มุมห้องอย่างมืดฟ้ามัวดิน สายตาทึ่ม ๆ ฉายแววกระจ่างใสขึ้นมาครู่หนึ่ง อาเจียนไปพลางคิดหาทาง 'แก้แค้น' พี่รองไปพลางแต่เมี่ยวเมี่ยวกลับรู้สึกว่าน่าสนุกยิ่งนักนางยืนขึ้นแล้ววิ่งไปข้างกายเสิ่นหลินยวน กางสองแขนออก เอ่ยเสียงใสแจ๋วว่า "เมี่ยวเมี่ยวก็อยากเล่นด้วย พี่รอง พาเมี่ยวเมี่ยวเล่นหน่อย!"เสิ่นหลินยวนยักคิ้วรับคำเขาอุ้มเมี่ยวเมี่ยวขึ้นมา แล้วโยนตัวน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 22

หลังจากกินมื้อเช้าที่เรือนหลักเสร็จ เมี่ยวเมี่ยวก็ไปที่เรือนลี่เฟิงพร้อมกับเสิ่นอันเยี่ยนมีแขกเหรื่อตระเวนเดินทางมาถึงจวนโหวเรื่อย ๆ เซียวรั่วหนิงและเสิ่นอี้หนานต้องออกไปต้อนรับแขก จึงกำชับเสิ่นหลินยวนให้ดูแลน้องชายและน้องสาวให้ดีรอให้แขกมากันครบแล้ว จะให้แม่นมซุนมารับพวกเขาไปสถานที่จัดงานเลี้ยงอยู่ที่สวนเหมยภายในจวนโหวในสวนเหมยปลูกดอกเหมยสีแดงไว้ผืนใหญ่ ช่วงเวลานี้กำลังบานสะพรั่งงดงามที่สุด ประกอบกับเมื่อคืนหิมะตกอีกรอบทัศนียภาพหิมะขาวกับดอกเหมยแดง จึงเป็นที่ชื่นชอบจากผู้คนมากที่สุดประตูหน้าจวนโหวมีรถม้าทยอยขับมาจอด เหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางใหญ่พาครอบครัวมาแสดงเทียบเชิญ แล้วเดินตามบ่าวรับใช้ไปยังสวนเหมย"ใต้เท้าหลิว ท่านมาถึงตั้งแต่เมื่อไรหรือ""ข้าจำได้ว่าใต้เท้าจางชอบหิมะขาวกับเหมยแดงเป็นที่สุด เห็นทิวทัศน์เบื้องหน้านี้แล้ว เกิดอารมณ์สุนทรีย์แต่งบทกวีขึ้นมาบ้างหรือไม่?""เสนาบดีจาง..."คนที่ได้รับเทียบเชิญ ส่วนใหญ่เป็นขุนนางที่มีชื่อเสียงในราชสำนัก ทุกคนเข้าไปจับกลุ่มกับพวกตัวเองแล้วสนทนากันอย่างคล่องแคล่วขุนนางจับกลุ่มกัน เหล่าฮูหยินของขุนนางก็ต้องจับกลุ่มกันเช่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 23

"ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติสละเวลามาร่วมงานเลี้ยงวันนี้ ข้าขอคารวะทุกท่านก่อนหนึ่งจอก ทุกคนผ่อนคลายได้เลย ดื่มกินและสำราญกันตามสบาย"น้ำเสียงของเสิ่นอี้หนานทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ มุมปากประดับรอยยิ้ม เงยหน้าดื่มสุราในจอกจนหมดสิ้น ใบหน้าหล่อเหลาเด็ดเดี่ยวดึงดูดสายตาของเหล่าฮูหยินน้อยให้หันมามองอยู่บ่อยครั้งได้ยินมาว่ายามที่ท่านโหวติ้งหย่วนยังหนุ่ม ๆ เคยเป็นชายในฝันของเหล่าหญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือนไม่น้อยเลยทีเดียว...เซียวรั่วหนิงยืนอยู่ข้างกายเสิ่นอี้หนาน นางยกแก้วสุราผลไม้ขึ้นมาเช่นกัน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า "งานเลี้ยงในวันนี้ เป็นงานที่เราตั้งใจจัดขึ้นให้แก่บุตรสาว เสิ่นเมี่ยวเมี่ยว นับแต่นี้เป็นต้นไป เมี่ยวเมี่ยวก็คือคุณหนูน้อยแห่งจวนโหว ข่าวลือต่าง ๆ ในอดีต เราจะถือว่าไม่เคยได้ยิน แต่หลังจากนี้ เราไม่อยากได้ยินข่าวลือเช่นนี้อีก ทุกท่านตรงนี้ล้วนเป็นคนฉลาด คงจะเข้าใจความหมายของเรา"บารมีและอำนาจขององค์หญิงใหญ่ไม่ได้ด้อยไปกว่าท่านโหวติ้งหย่วนเลยเซวียไฉ่ซวงจิกเล็บลงบนฝ่ามือแน่นนังตัวดีอย่างเมี่ยวเมี่ยว เหตุใดจึงโชคดีขนาดนี้!นางจ้องมองท่านโหวติ้งหย่วนและองค์หญิงใหญ่ตาไม่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 24

เถาอวี้หลินมีรอยยิ้มสมบูรณ์แบบไร้ที่ติประดับบนใบหน้านางใช้ผ้าเช็ดหน้าป้องปากหัวเราะเบา ๆ เชิงเอ่ยก่อนเซียวรั่วหนิงก่อน "องค์หญิงใหญ่ ข้าคงไม่ต้องแนะนำแล้วกระมัง ว่ากันตามจริง นางยังเป็นลูกที่ข้าอุ้มท้องมาตั้งเก้าเดือนสิบเดือนเชียวนะ"น้ำเสียงประชดประชันชัดเจนมากเซียวรั่วหนิงค่อย ๆ หุบยิ้ม ไม่ได้เอ่ยคำใด เพียงจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชาบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาในทันใดรอยยิ้มตรงมุมปากของเถาอวี้หลินค่อย ๆ แข็งค้าง เริ่มอยู่ไม่สุข อยากจะเอ่ยปากทำลายความเงียบ แต่กลับไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีภายในใจเต็มไปด้วยความคับแค้น เป็นเพราะให้กำเนิดลูกสาวที่มี 'ดวงชะตาหงส์โดยกำเนิด' ออกมา ยามที่เถาอวี้หลินไปร่วมงานเลี้ยงทุกครั้ง จึงมักจะถูกผู้คนยกยอปอปั้นอยู่เสมอ ต่อให้ไม่ได้ยกยอ ท่าทีของผู้อื่นก็มักจะไม่เลวร้ายสักเท่าไรเรื่องนี้จึงทำให้เถาอวี้หลินเริ่มหลงตัวเองและลำพองใจไปบ้างยามนี้พอดึงสติปัญญากลับมา จึงเพิ่งเริ่มเกิดความหวาดกลัว"องค์หญิงใหญ่ ท่านแม่ไม่ได้มีเจตนาอื่น ท่านอย่าเพิ่งโกรธเลยนะ" เซวียไฉ่ซวงเห็นท่าไม่ดี จึงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสดใส เบิกตากลมโตจ้องมองไปยังเซียวรั่วหนิง และเงาร่างในอ้อ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 25

เสิ่นหลินยวนหัวเราะเยาะทีหนึ่งแล้วเดินตามไปเสิ่นอันเยี่ยนถูกเขาจูงมือเดินไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย ราวกับเพิ่งจะรู้สึกตัว จึงหันหน้ากลับไปเอ่ยกับเถาอวี้หลินและเซวียไฉ่ซวงว่า "นั่นน่ะน้องสาวข้า!"เถาอวี้หลิน "..."เซวียไฉ่ซวง "..."ไม่ใช่สิเจ้าหนุ่ม ใช้เวลาตอบสนองนานขนาดนี้เชียวหรือสองแม่ลูกต่างก็นึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่บ้าง ทั้งยังอัดอั้นตันใจเล็กน้อยใครอยากจะไปแย่งน้องสาวกับลูกสาวกับพวกเจ้ากันเล่า นั่นมันดาวอัปมงคล เข้าใจหรือไม่ว่าหมายถึงอะไร!เอาเถิด กับคนของจวนท่านโหวติ้งหย่วน ถึงอย่างไรก็คุยไม่รู้เรื่องหรอกเมี่ยวเมี่ยวที่เป็นตัวหลักของเรื่องยังคงจ้องมองเซวียไฉ่ซวงตาไม่กะพริบ จากความทรงจำ นางรู้ว่าคนผู้นี้คือ 'พี่สาวแท้ ๆ' ของนางแต่นางแปลกมากเลยนะบนร่างเดี๋ยวก็กะพริบแสงทอง เดี๋ยวก็กะพริบเป็นก้อนสีดำแสงสองกลุ่มที่แตกต่างกันสลับสับเปลี่ยนไปมา ทำเอาเมี่ยวเมี่ยวงงเป็นไก่ตาแตกนี่มันสถานการณ์อะไรกัน ท่านปู่เทียนเต้าไม่เคยบอกไว้เลยนี่นา!แสงสีทองตัวแทนแห่งโชคดี ก้อนดำตัวแทนแห่งโชคร้าย เหตุใดคนผู้นี้ถึงได้กระโดดสลับไปมาระหว่างโชคดีกับโชคร้ายเล่า?เมี่ยวเมี่ยวตกตะลึง เม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 26

เมี่ยวเมี่ยวเดินตามท่านแม่ไปทักทายและจำหน้าผู้คนในงานได้เกือบหมด อสูรเทาเที่ยตัวน้อยไวต่อความรู้สึกของผู้คนมากเมี่ยวเมี่ยวรู้สึกได้ว่าคนพวกนั้นไม่ได้ชอบนางเลย หรือถึงขั้นใช้คำว่าเกลียดชังก็ว่าได้ แต่เพราะท่านแม่และท่านพ่อ คนพวกนั้นจึงจำต้องนอบน้อมถ่อมตนต่อนางปากก็เอ่ยคำพูดไพเราะน่าฟังเมี่ยวเมี่ยวเองก็ไม่ได้ชอบพวกนางเช่นกันดังนั้นยามที่ท่านแม่เอ่ยถามนางว่าจะอยู่ที่นี่หรือจะไปเล่นที่อื่นกับพี่รองและพี่สาม เมี่ยวเมี่ยวจึงเลือกอย่างหลังโดยไม่ลังเลเลยเซียวรั่วหนิงผูกสายเสื้อคลุมสีแดงบนร่างของนางให้แน่นขึ้น ก่อนจะกำชับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "เช่นนั้นก็ต้องสวมเสื้อคลุมให้ดี ๆ หากเตาอุ่นมือในมือไม่ร้อนแล้ว ก็ให้เกาเกาหรือโจวโจวเปลี่ยนอันที่อุ่น ๆ ให้ อย่าให้หนาวเชียวนะ รู้ไหม""อื้อ ๆ" เมี่ยวเมี่ยวพยักหน้ารับคำ "เมี่ยวเมี่ยวเข้าใจแล้ว"เซียวรั่วหนิงยิ้ม "เอาล่ะ เช่นนั้นก็ไปเล่นเถิด""ยวนเอ๋อร์ ดูแลน้อง ๆ ให้ดีด้วยนะ"เสิ่นหลินยวนตบอกตัวเองดังตุ้บ ๆ พลางเอ่ยเสียงดัง "มีข้าอยู่ทั้งคน ท่านแม่สบายใจได้เลยขอรับ"หลังจากทิ้งท้ายประโยคนี้ เสิ่นหลินยวนก็จูงมือเมี่ยวเมี่ยวข้างหนึ่ง จ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 27

"ข้าก็บอกว่า เสิ่นเมี่ยวเมี่ยวเป็นดาวอัปมงคล เป็นตัวซวย!"เดิมทีเกาหลิงเยว่ก็ไม่ค่อยถูกชะตากับเสิ่นหลินยวนอยู่แล้ว จึงยิ่งตะโกนส่งเสียงดังขึ้นไปอีกเขาเป็นบุตรชายของเกาหย่งหยาง ท่านแม่ทัพใหญ่ชั้นเอกขั้นหนึ่งปีนั้นแม่ทัพใหญ่เกากับเสิ่นอี้หนานไปปราบปรามซงหนูที่ชายแดนด้วยกัน พอกลับมาเสิ่นอี้หนานได้เป็นถึงท่านโหวติ้งหย่วน ส่วนเกาหย่งหยางกลับได้เป็นแค่แม่ทัพใหญ่ขั้นหนึ่งเท่านั้นเกาหย่งหยางรู้สึกว่าผลงานตนไม่ได้น้อยไปกว่าเสิ่นอี้หนานเลย เหตุใดเสิ่นอี้หนานถึงได้รับแต่งตั้งเป็นโหว ส่วนตนกลับเป็นได้เพียงแม่ทัพใหญ่?ด้วยเหตุนี้หลายปีมานี้เกาหย่งหยางจึงไม่กินเส้นกับเสิ่นอี้หนานมาโดยตลอด ลามไปถึงบุตรชายของทั้งสองคนที่เข้ากันไม่ได้เหมือนน้ำกับไฟ เกาหลิงเยว่กับเสิ่นหลินยวนขอเพียงแค่ได้พบหน้ากันเป็นต้องทะเลาะวิวาทกันทุกครั้ง และทุกครั้งเสิ่นหลินยวนก็เป็นฝ่ายชนะเสมอเกาหลิงเยว่ไม่พอใจ จึงยิ่งยั่วยุหนักขึ้นไปอีกยิ่งเขายั่วยุรุนแรงเท่าไร เสิ่นหลินยวนก็ยิ่งลงมือหนักหน่วงเท่านั้น ความเคียดแค้นระหว่างทั้งสองคนจึงยิ่งถลำลึกขึ้นเรื่อย ๆ"นางเป็นตัวอัปมงคล ส่วนเจ้าก็เป็นไอ้เด็กอายุสั้น เหมาะจะเป็นพ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 28

เมี่ยวเมี่ยวแม้ว่ารูปร่างจะเล็กกะจ้อยร่อย แต่นางคลื่อนไหวได้เร็ว และปฏิกิริยาก็ว่องไวคนพวกนี้ไม่มีใครปาหิมะถูกตัวนางได้เลยแม้แต่คนเดียวเหล่าคุณชายคุณหนูผู้สูงศักดิ์กลุ่มนี้เริ่มโมโห คนตั้งมากมายขนาดนี้ปาใส่คน ๆ เดียวกลับไม่โดนสักลูก ตรงกันข้าม พวกเขาทุกคนกลับโดนปาใส่ตั้งคนละหลายที หากเรื่องนี้แพร่ออกไป จะไม่ถูกหัวเราะเยาะตายหรอกหรือ"พวกเราต้องร่วมมือกัน""พวกเจ้าไปทางโน้น พวกเจ้าไปทางนี้ พวกเราล้อมนางไว้เลย!""นังตัวอัปมงคลนี่วิ่งไวจริง ๆ...""รอให้จับตัวได้เมื่อไรจะให้นางเลียนเสียงหมาเห่า ข้าได้ยินมาว่าตอนนางอยู่ที่จวนมหาเสนาบดี ที่นอนก็เป็นรังหมา เช่นนั้นนางก็ต้องรู้แน่ ๆ ว่าหมาเห่าอย่างไร"หูของเมี่ยวเมี่ยวกระดิกเบา ๆ ได้ยินบทสนทนาของคนพวกนี้เข้าพอดีนางรู้สึกทันทีว่าการสั่งสอนให้เจ้าพวกนี้เจ็บแค่สองัน ช่างเป็นบทเรียนที่เบาเกินไปจริง ๆเมี่ยวเมี่ยววิ่งพรวดเดียวไปอยู่ข้างกายเสิ่นอันเยี่ยนแล้ว นางเอื้อมมือไปคว้าไออัปมงคลที่โอบล้อมรอบตัวเขามาหนึ่งกำมือ แล้วปั้น ๆ ขยำ ๆ ผสมลงไปบนลูกหิมะลูกหิมะที่เคลือบด้วยไออัปมงคลปาโดนใครไออัปมงคลก็จะตกค้างอยู่บนร่างของคนผู้นั้นไออัป
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 29

เซียวรั่วหนิงหุบยิ้ม คิ้วเรียวงามขมวดแน่น ในดวงตาอบอวลไปด้วยเกล็ดไอเย็นเยียบ"เกิดเรื่องอะไรขึ้น""ฮือ ๆ ๆ ๆๆ ๆ ท่านแม่…."พอเห็นว่าเข้ามาในเรือนโถงใหญ่แล้ว เมี่ยวเมี่ยวก็ยิ่งร้องไห้เสียงดังขึ้นไปอีก ทั้งร้องไห้และพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า "ท่านแม่ ฮือ ๆ ๆ พวกเขาด่าเมี่ยวเมี่ยวว่าเป็นตัวอัปมงคล บอกว่าพี่รองเป็นไอ้เด็กอายุสั้น แถมยังบอกว่าเมี่ยวเมี่ยวจะทำพวกท่านตายหมด ฮือ ๆ ๆ ๆ..."พวกเด็กหนุ่มเด็กสาวที่เดินตามหลังเสิ่นหลินยวนกลับเข้ามาหน้าเสียตาม ๆ กัน เอาแต่ก้มหน้าตัวสั่น ไม่กล้ามองสีหน้าของท่านแม่ตนเองเลยแม้แต่น้อย"เด็กพูดจาประสาเด็ก ไร้เดียงสานะเพคะ องค์หญิงใหญ่อย่าได้เก็บมาใส่ใจเลย กลับไปถึงเมื่อไรหม่อมฉันจะสั่งสอนเจ้าเด็กเมื่อวานซืนคนนี้ให้หนักเลย...""นั่นสิเพคะองค์หญิงใหญ่ ยังเป็นเด็กกันทั้งนั้น ยังไม่รู้ความเลย""เจ้าลูกไม่รักดี ยังไม่รีบมาขอโทษคุณหนูเสิ่นกับคุณชายรองเสิ่นอีก วันหน้าหากกล้าพูดจาส่งเดชอีก ระวังจะโดนลงโทษด้วยกฎของตระกูล!"เซียวรั่วหนิงมองกลุ่มคนเหล่านี้ด้วยสายตาเย็นชา พลางตบหลังของเมี่ยวเมี่ยวเบา ๆ กระตุกมุมปากกล่าวเสียงเย็น "เด็กอาจจะยังไม่รู้ความ แต่ผู้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 30

เมี่ยวเมี่ยวนอนหลับยาวไปจนถึงเวลามื้อเที่ยงนางโยนเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทิ้งไปนานแล้ว พอกินมื้อเที่ยงเสร็จอย่างมีความสุข ก็พา เกาเกาและโจวโจวกลับมานอนหลับที่เรือนเล็กง่วง ง่วงจัง ง่วงมาก ๆ เลย เซียวรั่วหนิงเองก็สังเกตเห็น ว่าเมี่ยวเมี่ยวง่วงนอนผิดปกติ ประจวบเหมาะกับในหมู่แขกเหรื่อมีหมอหลวงหลิวที่เคยตรวจรักษานางอยู่ด้วย จึงเชิญท่านหมอหลวงมาตรวจชีพจรดู"หืม? คุณหนูน้อยร่างกายฟื้นตัวได้ไวมาก อาจเพราะยังเด็กและได้รับสารอาหารเต็มที่แล้ว จึงดูแข็งแรงกว่าแต่ก่อนมาก"หมอหลวงหลิวเลิกคิ้ว ทำสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "การนอนบ่อยไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงอะไร อาจช่วยเร่งการฟื้นฟูร่างกายด้วยซ้ำ ตราบใดที่ไม่ใช่หลับลึกจนไม่ตื่น องค์หญิงใหญ่ก็ไม่ต้องกังวลไปพ่ะย่ะค่ะ"เมื่อได้ยินหมอหลวงกล่าวเช่นนี้ เซียวรั่วหนิงถึงได้วางใจ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ พอกินมื้อเที่ยงเสร็จ บรรดาแขกเหรื่อจึงทยอยกันขอตัวกลับเซวียไฉ่ซวงเดินทางกลับจวนมหาเสนาบดีไปพร้อมกับเซวียเจินและเถาอวี้หลินพอไปถึง นางก็ขังตัวเองไว้ในห้องทันทีนางโถมตัวลงบนเตียง นึกเสียว่าผ้าห่มคือเสิ่นเมี่ยวเมี
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status