Compartir

บทที่ 3

Autor: เสี่ยวเป่าเย่
เสิ่นอันเยี่ยนไม่พูดอะไรอีก

แม้จะชินกับนิสัยที่ไม่ค่อยเสวนาและไม่สนใจใครของลูกชายคนเล็กแล้ว แต่การที่ไม่พูดตอนนี้ มันทำให้นางร้อนรนจนแทบขาดใจจริง ๆ

เซียวรั่วหนิงรีบเดินไปนั่งย่อตัวลงข้างเตียง สายตาเปี่ยมด้วยความหวังขณะมองเสิ่นอันเยี่ยน "อันอัน ลูก...ลูกพูดกับแม่อีกสักคำได้หรือไม่ พูดอะไรก็ได้ พูดกับแม่สักคำ..."

เสิ่นอันเยี่ยนยังคงไม่ปริปาก สายตายังคงเหม่อลอย

ทว่าทางด้านเมี่ยวเมี่ยว พอเห็นเซียวรั่วหนิงย่อตัวอยู่ข้าง ๆ น้ำลายก็แทบจะไหลย้อยออกจากมุมปาก

บนร่างของท่านน้าคนสวยคนนี้ก็มีไอสีดำเยอะแยะไปหมดเลย!

นางส่งเสียงสูดน้ำลายสูด มองเซียวรั่วหนิงที่สีหน้าร้อนรน แล้วมองเสิ่นอันเยี่ยนที่ไม่ยอมพูดจาอีก ก่อนพูดด้วยเสียงอ่อนเสียงนุ่ม "ท่านพี่ ท่านน้าคนสวยพูดกับท่านพี่ เหตุใดไม่สนใจเล่าเจ้าคะ"

น้ำเสียงของหนูน้อยนุ่มนิ่มยิ่งนัก คงเพราะหิวจัด พอพูดจบประโยคหนึ่งก็นกลืนน้ำลายไปสองรอบ

เซียวรั่วหนิงเกิดความเอ็นดูสงสารไม่หยุด อยากจะเอ่ยอธิบายว่า อันอันไม่ได้ตั้งใจจะไม่สนใจใคร เขาแค่ป่วยอยู่

ก็ได้ยินอันอันตอบกลับเสียงแจ้วว่า "ไม่ได้ไม่สนใจสักหน่อย ข้าพูดแล้วนะ"

ไม่พูดติดอ่าง และไม่ได้พูดตะกุกตะกักเหมือนเมื่อก่อน

เซียวรั่วหนิงได้ยินอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง

อันอันของนาง ไม่พูดติดอ่างแล้วจริง ๆ!

เซียวรั่วหนิงตาแดงระเรื่อขึ้นมาทันที

นางคือพี่สาวแท้ ๆ ขององค์ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เสด็จพ่อเสด็จแม่รักนาง น้องชายก็ดีกับนางเช่นกัน ใช้ชีวิตราบรื่นมาเป็นสิบปีแล้ว ท่านโหวติ้งหย่วนก็เป็นสามีที่นางเลือกเอง นิสัยดี หน้าตาดี มีความสามารถ ตามหลักแล้ว ควรจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขสิถึงจะถูก

แต่เซียวรั่วหนิงที่ให้กำเนิดบุตรชายติดต่อกันสามคน บุตรชายทุกคนล้วนมีปัญหาทั้งสิ้น

บุตรชายคนโตเมื่อสี่ปีก่อนตกหน้าผาเพราะช่วยคน หลังจากนั้นร่างกายก็ย่ำแย่มาโดยตลอด ต้องดื่มยาอยู่ทุกวันคืน ครึ่งเดือนก่อนป่วยหนัก หมอหลวงใช้วิธีการมากมายก็ไร้ผล

ถึงขั้นเอ่ยเตือนนางเป็นนัยว่า หากพ้นครึ่งเดือนไปแล้วยังไม่ฟื้น อาจจะต้องเตรียมจัดงานไม่มงคลแล้ว

บุตรชายคนรองก็ติดพิษกู่ในปีเดียวกัน ตกกลางคืนราวกับเปลี่ยนเป็นอีกคน เปิดฉากฆ่าฟันโดยไม่สนญาติมิตร ซ้ำยังเป็นเพราะมีพละกำลังมหาศาลมาแต่กำเนิด ยามอาการกำเริบก็ยากจะควบคุม จึงต้องใช้โซ่เหล็กล่ามเขาไว้ตอนใกล้ค่ำ

หมอหลวงเคยกล่าวไว้ว่า หากพิษกู่ลามไปถึงหัวใจและปอด ต่อให้เป็นมหาเทพเซียนมาเองก็ยื้อชีวิตกลับมาไม่ได้

บุตรชายคนที่สาม ก็คือเสิ่นอันเยี่ยน

อายุยังไม่ทันครบสามขวบก็ท่อง 'คัมภีร์สามอักษร' 'ร้อยแซ่' 'อักษรพันคำ' หรือกระทั่งคัมภีร์สี่หนังสือห้าคัมภีร์ได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องเอ่ยปากชมว่าฝีปากแคล่วคล่อง ชาญฉลาดมีพรสวรรค์

แต่เมื่ออายุสี่ขวบ มีคืนหนึ่งที่เสิ่นอันเยี่ยนตื่นขึ้นมา จู่ ๆ ก็พูดจาติดอ่างขึ้นมาทันที ทั้งยังกลายเป็นคนโง่เขลาหัวช้า นิสัยใจคอแปลกประหลาดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ชอบเสวนากับใคร

เชิญหมอหลวงมาตรวจก็หาสาเหตุไม่ได้ เมื่อหาสาเหตุของโรคไม่ได้ ย่อมไม่อาจรักษาได้ตรงจุด

เรื่องราวเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นในปีเดียวกันทั้งหมด

เซียวรั่วหนิงในปีนั้นเรียกได้ว่าแก่ชราลงไปเป็นสิบปี คิดไม่ตกเลยว่าครอบครัวอันอบอุ่นสมบูรณ์แบบของตน เหตุใดถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้

แต่ในยามนี้ อันอันไม่พูดติดอ่างแล้ว!

เซียวรั่วหนิงหลั่งน้ำตาแห่งความปีติยินดี ยกมือปิดปากไว้ กลัวว่าเสียงสะอื้นจะทำให้อันอันและหนูน้อยตกใจ

เมี่ยวเมี่ยมมองดูท่านน้าคนสวยตรงหน้าอย่างมึนงง สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเศร้าโศกที่แผ่ออกมาจากรอบกายอีกฝ่าย

นางเอียงคอเบา ๆ พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง ยื่นมือน้อย ๆ อันสั้นขยับไปวางแตะลงบนศีรษะของท่านน้าคนสวยอย่างแผ่วเบา

"ท่านน้าคนสวยอย่าเศร้าไปเลย" นางกล่าวด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อย ดวงตากลมโตเหมือนองุ่นดำกะพริบปริบ ๆ เจิดจ้ายิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน

เมี่ยวเมี่ยวขยับเข้าไปใกล้ท่านน้าคนสวย ปลอบใจว่า "เมี่ยวเมี่ยวชอบท่านกับพี่ชายสุดหล่อ มีเมี่ยวเมี่ยวอยู่ด้วย พวกท่านจะต้องสบายดีแน่นอน อย่าเสียใจไปเลยเจ้าค่ะ"

ยามได้ยินการปลอบใจอันอ่อนโยนไร้เดียงสาของหนูน้อย กอปรกับได้เห็นสีหน้าตั้งอกตั้งใจของเจ้าก้อนแป้งตัวน้อย เซียวรั่วหนิงก็ถูกความน่ารักตกเข้าอย่างจัง อีกทั้งอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในใจก็สงบลงได้แล้วจริง ๆ

"ขอบใจจ้ะ หนูชื่อเมี่ยวเมี่ยวใช่ไหม"

สายตาของเซียวรั่วหนิงช่างอ่อนโยนยิ่ง "เป็นชื่อที่น่ารักมากเลย"

เมี่ยวเมี่ยวพยักหน้าเห็นด้วย "ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน"

นางอาศัยจังหวะนี้ตะปบเอาไอสีดำจากร่างท่านน้าคนสวยมาหลายก้อน แล้วยัดเข้าปากอย่างสบาย ๆ

ดวงตาฉายประกายขึ้นมา

ในใจนึกว่าขอกินแค่คำเดียว แค่คำเดียวพอแล้ว

ก้อนสีดำเข้าปากแล้วละลายทันที แปรเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณไหลเวียนไปทั่วร่าง ช่วยบำรุงร่างกายที่อ่อนแอของนาง

ว้าว! อร่อยจัง!

ก้อนสีดำบนตัวท่านน้าคนสวยรสชาติเปรี้ยวนิด ๆ

เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ก็อร่อยดีเหมือนกัน

เสียดายยัดเข้าปากไปสองก้อนก็ 'อิ่ม' เสียแล้ว ไม่ใช่ท้องอิ่ม แต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่มหัศจรรย์มาก

หากยังกินต่อไป ร่างกายนี้คงพังเพราะรักไม่ไหวแน่ ๆ

ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไปแล้ว

ทำได้เพียงคอยให้ย่อยเสร็จแล้วค่อยกินต่อ

เมี่ยวเมี่ยวตัดสินใจเงียบ ๆ

ไม่ว่าอย่างไร นางก็จะต้องเกาะอาศัยอยู่บ้านท่านน้าคนสวยให้ได้!

ไม่ใช่เพราะก้อนสีดำแสนอร่อยหรอกนะ แต่เป็นเพราะรู้สึกว่า นางกับท่านน้าคนสวยและพี่ชายคนนี้มีวาสนาต่อกันต่างหาก

ไม่อย่างนั้นเหตุใดพอลืมตาขึ้นมา ถึงเห็นพวกเขาเล่า?

นี่แหละ! เขาเรียกว่าพรหมลิขิต!

เมี่ยวเมี่ยวยืดหลังตรงอย่างแนบเนียน สายตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว

ดวงตางามของเซียวรั่วหนิงอมยิ้ม ไม่ได้เก็บการกระทำเล็ก ๆ น้อยๆ ของเมี่ยวเมี่ยวมาใส่ใจ เด็ก ๆ ชอบกระดุกกระดิกไม่อยู่เฉยอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติมาก

ก่อนที่บุตรชายทั้งสามจะเกิดเรื่อง เซียวรั่วหนิงอยากมีลูกสาวมาโดยตลอด

แต่ทว่า...

ยามมองดูเจ้าก้อนแป้งตัวน้อยตรงหน้า ในใจนางพลันเกิดความคิดและอารมณ์ชั่ววูบอันกล้าหาญขึ้นมา

นางอยากจะรับเมี่ยวเมี่ยวเป็นลูกสาว!

หนูน้อยถูกชะตานางยิ่งนัก อันอันก็ชอบนาง อีกทั้งพอพาตัวกลับมาบ้านได้ไม่ทันไร อันอันก็หายพูดติดอ่างแล้ว

เช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเล่า?

หมายความว่าหนูน้อยผู้นี้คือผู้มีบุญวาสนา

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นเช่นนั้น ความคิดของเซียวรั่วหนิงค่อย ๆ มั่นคงขึ้น กะว่ารอท่านโหวกลับมาค่อยปรึกษากัน!

ส่วนตอนนี้น่ะหรือ...

ให้เมี่ยวเมี่ยวกินข้าวกินยาก่อน

ถือโอกาสให้หมอหลวงหลิวตรวจร่างกายให้อันอันไปด้วยเสียเลย

"เมี่ยวเมี่ยว เจ้าหิวหรือไม่ อยากดกินโจ๊กหน่อยไหม" เซียวรั่วหนิงลูบเส้นผมที่เหลืองแห้งกรอบของหนูน้อยเพราะขาดสารอาหารมาเป็นเวลานาน ความเอ็นดูและสงสารในใจยิ่งทวีความเข้มข้น

ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นลูกสาวในไส้

เสือโหดร้ายยังไม่กินลูกตัวเองเลย

มหาเสนาบดีและฮูหยินกลับทนมองดูลูกสาวแท้ ๆ ถูกทรมานทารุณเช่นนี้ได้ เท่านี้ก็ดูออกแล้วว่าทั้งสองนิสัยแย่เพียงใด

"โจ๊ก?" เมี่ยวเมี่ยวเอียงคอ ถามอย่างสงสัย "อร่อยหรือไม่เจ้าคะ"

ถึงขั้นไม่เคยกินโจ๊กมาก่อนเลยหรือ?

มหาเสนาบดีกับฮูหยินนี่สมควรตายจริง ๆ

เซียวรั่วหนิงกำหมัดแน่น แต่พอเผชิญหน้ากับเมี่ยวเมี่ยว สีหน้าก็ยังอ่อนโยน ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า

"เมี่ยวเมี่ยวลองชิมเองเดี๋ยวก็รู้จ้ะ"

"ดีเลยเจ้าค่ะ!"

เมี่ยวเมี่ยวดีอกดีใจ

ขอแค่มีของกิน นางก็มีความสุขแล้ว

เซียวรั่วหนิงหันไปมองลูกชายด้านใน ถามอย่างคาดหวัง "แล้วอันอันเล่าะ อันอันอยากกินด้วยกันไหม"

"ข้าไม่หิว เอาให้น้องสาวกินให้หมดเลย"

คราวนี้เสิ่นอันเยี่ยนตอบกลับเร็วมาก แม้ว่าสายตาจะยังเหม่อลอยอยู่บ้าง บนใบหน้าก็ไร้ความรู้สึก

แต่เซียวรั่วหนิงกลับรู้สึกได้ว่าลูกชายกำลังดีขึ้น

นางลุกขึ้นยืน เรียกสาวใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูให้ยกโจ๊กขาวที่อุ่นไว้ในครัวเข้ามา พร้อมกับยกเครื่องเคียงจืด ๆ สำหรับกินคู่กับโจ๊กมาสองจาน

"เมี่ยวเมี่ยว ลงจากเตียงเองได้ไหม ถ้าไม่ได้ ให้น้าอุ้มเจ้าไปดีหรือไม่" เซียวรั่วหนิงถาม

เมี่ยวเมี่ยวอ้าแขนออกโดยไม่ลังเล ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนิ่ม "อุ้ม"

เซียวรั่วหนิงในอ่อนใจบางไปหมด นางอุ้มเมี่ยวเมี่ยวขึ้นด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย มืออีกข้างยื่นไปหาเสิ่นอันเยี่ยน "อันอัน ไปกินข้าวกับแม่กับน้อง ดีไหมลูก เดี๋ยวแม่จูงไป"

เสิ่นอันเยี่ยนไม่ได้พูดอะไร แต่ยื่นมือไปวางไว้บนฝ่ามือของเซียวรั่วหนิงอย่างว่าง่าย เงยหน้ามองแม่และน้องสาวในอ้อมกอดแม่ พร้อมเดินตามไปที่ข้างโต๊ะ

ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานสดชื่นเป็นเอกลักษณ์ของโจ๊กขาว

พอเมี่ยวเมี่ยวได้กลิ่น จมูกน้อย ๆ ก็ขยับ

นางยืดคอยาวประหนึ่งลูกหมาตัวน้อย มองไปยังต้นตอของกลิ่นหอม

หอมจัง หอมจัง หอมจังเลย!

เซียวรั่วหนิงคลี่ยิ้ม วางก้อนแป้งตัวน้อยในอ้อมกอดลงบนเก้าอี้ ตักโจ๊กขาวมาหนึ่งชาม ถือช้อนตักมาหนึ่งช้อน เป่าเบา ๆ แล้วยื่นไปจ่อปากเมี่ยวเมี่ยว "เมี่ยวเมี่ยว อ้า"

"อ้า"

เมี่ยวเมี่ยวอ้าปากกว้าง อ้ำช้อนเข้าไปคำโต

พ่อครัวในจวนโหวเป็นถึงพ่อครัวหลวงที่ฮ่องเต้พระราชทานมา ฝีมือปรุงอาหารเรียกได้ว่ายอดเยี่ยม ต่อให้เป็นเพียงโจ๊กขาวธรรมดา ๆ รสชาติก็ยังดีกว่าพ่อครัวทั่วไปทำ

อ่อนนุ่มละมุนละไม เข้าปากแล้วละลายเลย

รสหวานจาง ๆ แต่อร่อยจัง

เพียงคำเดียว ตุ่มรับรสของเมี่ยวเมี่ยวก็ถูกสยบทันที!

อันนี้ก็อร่อยมากเหมือนกัน!!

โอ้สวรรค์ เมื่อก่อนตอนอยู่ข้างกายท่านปู่เทียนเต้านางใช้ชีวิตลำบากยากแค้นขนาดไหนกัน เหตุใดถึงไม่ได้กินของอร่อย ๆ เช่นนี้นะ?

"อร่อย... อร่อยมาก ๆ..."

เมี่ยวเมี่ยวอมโจ๊กขาวไว้ เคี้ยวจนแก้มโตเหมือนหนูตัวน้อย น่ารักมากจริง ๆ

เซียวรั่วหนิงยิ่งยิ้มอ่อนโยนมากขึ้น

เมี่ยวเมี่ยวปล่อยให้เซียวรั่วหนิงป้อนต่อไป พอสูดกินโจ๊กขาวในชามจนหมด ก็ส่ายขาสั้น ๆ กับส่ายศีรษะดุ๊กดิ๊กโดยไม่รู้ตัว

"ฮูหยิน ข้ากลับมาแล้ว"

หน้าประตูมีเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังขึ้น ร่างสูงใหญ่กำยำก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาภายในห้อง

ดวงตาลึกล้ำแหลมคมกวาดมองไปทั่วห้อง สุดท้ายก็หยุดลงที่ตัวเมี่ยวเมี่ยว คิ้วกระบี่ดกหนาเลิกขึ้น แล้วเดินก้าวยาว ๆ มาข้างกายเซียวรั่วหนิง

"ฮูหยิน เด็กน้อยคนนี้มาจากไหนกัน"

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • หนูน้อยจอมตะกละถูกทิ้ง?ทั้งจวนโหวตามเลี้ยง   บทที่ 30

    เมี่ยวเมี่ยวนอนหลับยาวไปจนถึงเวลามื้อเที่ยงนางโยนเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทิ้งไปนานแล้ว พอกินมื้อเที่ยงเสร็จอย่างมีความสุข ก็พา เกาเกาและโจวโจวกลับมานอนหลับที่เรือนเล็กง่วง ง่วงจัง ง่วงมาก ๆ เลย เซียวรั่วหนิงเองก็สังเกตเห็น ว่าเมี่ยวเมี่ยวง่วงนอนผิดปกติ ประจวบเหมาะกับในหมู่แขกเหรื่อมีหมอหลวงหลิวที่เคยตรวจรักษานางอยู่ด้วย จึงเชิญท่านหมอหลวงมาตรวจชีพจรดู"หืม? คุณหนูน้อยร่างกายฟื้นตัวได้ไวมาก อาจเพราะยังเด็กและได้รับสารอาหารเต็มที่แล้ว จึงดูแข็งแรงกว่าแต่ก่อนมาก"หมอหลวงหลิวเลิกคิ้ว ทำสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "การนอนบ่อยไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงอะไร อาจช่วยเร่งการฟื้นฟูร่างกายด้วยซ้ำ ตราบใดที่ไม่ใช่หลับลึกจนไม่ตื่น องค์หญิงใหญ่ก็ไม่ต้องกังวลไปพ่ะย่ะค่ะ"เมื่อได้ยินหมอหลวงกล่าวเช่นนี้ เซียวรั่วหนิงถึงได้วางใจ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ พอกินมื้อเที่ยงเสร็จ บรรดาแขกเหรื่อจึงทยอยกันขอตัวกลับเซวียไฉ่ซวงเดินทางกลับจวนมหาเสนาบดีไปพร้อมกับเซวียเจินและเถาอวี้หลินพอไปถึง นางก็ขังตัวเองไว้ในห้องทันทีนางโถมตัวลงบนเตียง นึกเสียว่าผ้าห่มคือเสิ่นเมี่ยวเมี

  • หนูน้อยจอมตะกละถูกทิ้ง?ทั้งจวนโหวตามเลี้ยง   บทที่ 29

    เซียวรั่วหนิงหุบยิ้ม คิ้วเรียวงามขมวดแน่น ในดวงตาอบอวลไปด้วยเกล็ดไอเย็นเยียบ"เกิดเรื่องอะไรขึ้น""ฮือ ๆ ๆ ๆๆ ๆ ท่านแม่…."พอเห็นว่าเข้ามาในเรือนโถงใหญ่แล้ว เมี่ยวเมี่ยวก็ยิ่งร้องไห้เสียงดังขึ้นไปอีก ทั้งร้องไห้และพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า "ท่านแม่ ฮือ ๆ ๆ พวกเขาด่าเมี่ยวเมี่ยวว่าเป็นตัวอัปมงคล บอกว่าพี่รองเป็นไอ้เด็กอายุสั้น แถมยังบอกว่าเมี่ยวเมี่ยวจะทำพวกท่านตายหมด ฮือ ๆ ๆ ๆ..."พวกเด็กหนุ่มเด็กสาวที่เดินตามหลังเสิ่นหลินยวนกลับเข้ามาหน้าเสียตาม ๆ กัน เอาแต่ก้มหน้าตัวสั่น ไม่กล้ามองสีหน้าของท่านแม่ตนเองเลยแม้แต่น้อย"เด็กพูดจาประสาเด็ก ไร้เดียงสานะเพคะ องค์หญิงใหญ่อย่าได้เก็บมาใส่ใจเลย กลับไปถึงเมื่อไรหม่อมฉันจะสั่งสอนเจ้าเด็กเมื่อวานซืนคนนี้ให้หนักเลย...""นั่นสิเพคะองค์หญิงใหญ่ ยังเป็นเด็กกันทั้งนั้น ยังไม่รู้ความเลย""เจ้าลูกไม่รักดี ยังไม่รีบมาขอโทษคุณหนูเสิ่นกับคุณชายรองเสิ่นอีก วันหน้าหากกล้าพูดจาส่งเดชอีก ระวังจะโดนลงโทษด้วยกฎของตระกูล!"เซียวรั่วหนิงมองกลุ่มคนเหล่านี้ด้วยสายตาเย็นชา พลางตบหลังของเมี่ยวเมี่ยวเบา ๆ กระตุกมุมปากกล่าวเสียงเย็น "เด็กอาจจะยังไม่รู้ความ แต่ผู้

  • หนูน้อยจอมตะกละถูกทิ้ง?ทั้งจวนโหวตามเลี้ยง   บทที่ 28

    เมี่ยวเมี่ยวแม้ว่ารูปร่างจะเล็กกะจ้อยร่อย แต่นางคลื่อนไหวได้เร็ว และปฏิกิริยาก็ว่องไวคนพวกนี้ไม่มีใครปาหิมะถูกตัวนางได้เลยแม้แต่คนเดียวเหล่าคุณชายคุณหนูผู้สูงศักดิ์กลุ่มนี้เริ่มโมโห คนตั้งมากมายขนาดนี้ปาใส่คน ๆ เดียวกลับไม่โดนสักลูก ตรงกันข้าม พวกเขาทุกคนกลับโดนปาใส่ตั้งคนละหลายที หากเรื่องนี้แพร่ออกไป จะไม่ถูกหัวเราะเยาะตายหรอกหรือ"พวกเราต้องร่วมมือกัน""พวกเจ้าไปทางโน้น พวกเจ้าไปทางนี้ พวกเราล้อมนางไว้เลย!""นังตัวอัปมงคลนี่วิ่งไวจริง ๆ...""รอให้จับตัวได้เมื่อไรจะให้นางเลียนเสียงหมาเห่า ข้าได้ยินมาว่าตอนนางอยู่ที่จวนมหาเสนาบดี ที่นอนก็เป็นรังหมา เช่นนั้นนางก็ต้องรู้แน่ ๆ ว่าหมาเห่าอย่างไร"หูของเมี่ยวเมี่ยวกระดิกเบา ๆ ได้ยินบทสนทนาของคนพวกนี้เข้าพอดีนางรู้สึกทันทีว่าการสั่งสอนให้เจ้าพวกนี้เจ็บแค่สองัน ช่างเป็นบทเรียนที่เบาเกินไปจริง ๆเมี่ยวเมี่ยววิ่งพรวดเดียวไปอยู่ข้างกายเสิ่นอันเยี่ยนแล้ว นางเอื้อมมือไปคว้าไออัปมงคลที่โอบล้อมรอบตัวเขามาหนึ่งกำมือ แล้วปั้น ๆ ขยำ ๆ ผสมลงไปบนลูกหิมะลูกหิมะที่เคลือบด้วยไออัปมงคลปาโดนใครไออัปมงคลก็จะตกค้างอยู่บนร่างของคนผู้นั้นไออัป

  • หนูน้อยจอมตะกละถูกทิ้ง?ทั้งจวนโหวตามเลี้ยง   บทที่ 27

    "ข้าก็บอกว่า เสิ่นเมี่ยวเมี่ยวเป็นดาวอัปมงคล เป็นตัวซวย!"เดิมทีเกาหลิงเยว่ก็ไม่ค่อยถูกชะตากับเสิ่นหลินยวนอยู่แล้ว จึงยิ่งตะโกนส่งเสียงดังขึ้นไปอีกเขาเป็นบุตรชายของเกาหย่งหยาง ท่านแม่ทัพใหญ่ชั้นเอกขั้นหนึ่งปีนั้นแม่ทัพใหญ่เกากับเสิ่นอี้หนานไปปราบปรามซงหนูที่ชายแดนด้วยกัน พอกลับมาเสิ่นอี้หนานได้เป็นถึงท่านโหวติ้งหย่วน ส่วนเกาหย่งหยางกลับได้เป็นแค่แม่ทัพใหญ่ขั้นหนึ่งเท่านั้นเกาหย่งหยางรู้สึกว่าผลงานตนไม่ได้น้อยไปกว่าเสิ่นอี้หนานเลย เหตุใดเสิ่นอี้หนานถึงได้รับแต่งตั้งเป็นโหว ส่วนตนกลับเป็นได้เพียงแม่ทัพใหญ่?ด้วยเหตุนี้หลายปีมานี้เกาหย่งหยางจึงไม่กินเส้นกับเสิ่นอี้หนานมาโดยตลอด ลามไปถึงบุตรชายของทั้งสองคนที่เข้ากันไม่ได้เหมือนน้ำกับไฟ เกาหลิงเยว่กับเสิ่นหลินยวนขอเพียงแค่ได้พบหน้ากันเป็นต้องทะเลาะวิวาทกันทุกครั้ง และทุกครั้งเสิ่นหลินยวนก็เป็นฝ่ายชนะเสมอเกาหลิงเยว่ไม่พอใจ จึงยิ่งยั่วยุหนักขึ้นไปอีกยิ่งเขายั่วยุรุนแรงเท่าไร เสิ่นหลินยวนก็ยิ่งลงมือหนักหน่วงเท่านั้น ความเคียดแค้นระหว่างทั้งสองคนจึงยิ่งถลำลึกขึ้นเรื่อย ๆ"นางเป็นตัวอัปมงคล ส่วนเจ้าก็เป็นไอ้เด็กอายุสั้น เหมาะจะเป็นพ

  • หนูน้อยจอมตะกละถูกทิ้ง?ทั้งจวนโหวตามเลี้ยง   บทที่ 26

    เมี่ยวเมี่ยวเดินตามท่านแม่ไปทักทายและจำหน้าผู้คนในงานได้เกือบหมด อสูรเทาเที่ยตัวน้อยไวต่อความรู้สึกของผู้คนมากเมี่ยวเมี่ยวรู้สึกได้ว่าคนพวกนั้นไม่ได้ชอบนางเลย หรือถึงขั้นใช้คำว่าเกลียดชังก็ว่าได้ แต่เพราะท่านแม่และท่านพ่อ คนพวกนั้นจึงจำต้องนอบน้อมถ่อมตนต่อนางปากก็เอ่ยคำพูดไพเราะน่าฟังเมี่ยวเมี่ยวเองก็ไม่ได้ชอบพวกนางเช่นกันดังนั้นยามที่ท่านแม่เอ่ยถามนางว่าจะอยู่ที่นี่หรือจะไปเล่นที่อื่นกับพี่รองและพี่สาม เมี่ยวเมี่ยวจึงเลือกอย่างหลังโดยไม่ลังเลเลยเซียวรั่วหนิงผูกสายเสื้อคลุมสีแดงบนร่างของนางให้แน่นขึ้น ก่อนจะกำชับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "เช่นนั้นก็ต้องสวมเสื้อคลุมให้ดี ๆ หากเตาอุ่นมือในมือไม่ร้อนแล้ว ก็ให้เกาเกาหรือโจวโจวเปลี่ยนอันที่อุ่น ๆ ให้ อย่าให้หนาวเชียวนะ รู้ไหม""อื้อ ๆ" เมี่ยวเมี่ยวพยักหน้ารับคำ "เมี่ยวเมี่ยวเข้าใจแล้ว"เซียวรั่วหนิงยิ้ม "เอาล่ะ เช่นนั้นก็ไปเล่นเถิด""ยวนเอ๋อร์ ดูแลน้อง ๆ ให้ดีด้วยนะ"เสิ่นหลินยวนตบอกตัวเองดังตุ้บ ๆ พลางเอ่ยเสียงดัง "มีข้าอยู่ทั้งคน ท่านแม่สบายใจได้เลยขอรับ"หลังจากทิ้งท้ายประโยคนี้ เสิ่นหลินยวนก็จูงมือเมี่ยวเมี่ยวข้างหนึ่ง จ

  • หนูน้อยจอมตะกละถูกทิ้ง?ทั้งจวนโหวตามเลี้ยง   บทที่ 25

    เสิ่นหลินยวนหัวเราะเยาะทีหนึ่งแล้วเดินตามไปเสิ่นอันเยี่ยนถูกเขาจูงมือเดินไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย ราวกับเพิ่งจะรู้สึกตัว จึงหันหน้ากลับไปเอ่ยกับเถาอวี้หลินและเซวียไฉ่ซวงว่า "นั่นน่ะน้องสาวข้า!"เถาอวี้หลิน "..."เซวียไฉ่ซวง "..."ไม่ใช่สิเจ้าหนุ่ม ใช้เวลาตอบสนองนานขนาดนี้เชียวหรือสองแม่ลูกต่างก็นึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่บ้าง ทั้งยังอัดอั้นตันใจเล็กน้อยใครอยากจะไปแย่งน้องสาวกับลูกสาวกับพวกเจ้ากันเล่า นั่นมันดาวอัปมงคล เข้าใจหรือไม่ว่าหมายถึงอะไร!เอาเถิด กับคนของจวนท่านโหวติ้งหย่วน ถึงอย่างไรก็คุยไม่รู้เรื่องหรอกเมี่ยวเมี่ยวที่เป็นตัวหลักของเรื่องยังคงจ้องมองเซวียไฉ่ซวงตาไม่กะพริบ จากความทรงจำ นางรู้ว่าคนผู้นี้คือ 'พี่สาวแท้ ๆ' ของนางแต่นางแปลกมากเลยนะบนร่างเดี๋ยวก็กะพริบแสงทอง เดี๋ยวก็กะพริบเป็นก้อนสีดำแสงสองกลุ่มที่แตกต่างกันสลับสับเปลี่ยนไปมา ทำเอาเมี่ยวเมี่ยวงงเป็นไก่ตาแตกนี่มันสถานการณ์อะไรกัน ท่านปู่เทียนเต้าไม่เคยบอกไว้เลยนี่นา!แสงสีทองตัวแทนแห่งโชคดี ก้อนดำตัวแทนแห่งโชคร้าย เหตุใดคนผู้นี้ถึงได้กระโดดสลับไปมาระหว่างโชคดีกับโชคร้ายเล่า?เมี่ยวเมี่ยวตกตะลึง เม

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status