Lahat ng Kabanata ng กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป: Kabanata 1 - Kabanata 10

10 Kabanata

บทที่ 1

แขนขาราวกับถูกกรอกด้วยตะกั่วฉันได้ยินเสียงพี่สาวแว่วมาจากนอกประตู…“พ่อคะ แม่คะ พวกท่านปล่อยซุ่ยซุ่ยออกมาเถอะ! ผลการเรียนเธอดีขนาดนั้น จะปล่อยให้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยล่าช้าไม่ได้นะ...”“แกหุบปากไปเลย!”เสียงของแม่ทั้งโกรธทั้งร้อนใจ“นี่มันเวลาไหนแล้วแกยังจะพูดแทนเธออีก? แกลืมไปแล้วเหรอว่าปีนั้นเธอสอบได้ที่หนึ่ง แล้วโอ้อวดต่อหน้าแกยังไง?”ฉันรู้ว่าแม่กำลังพูดถึงครั้งไหนปีนั้นฉันอายุสิบขวบสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้คะแนนเต็ม ซึ่งสูงกว่าพี่สาวถึงยี่สิบคะแนนฉันชูกระดาษข้อสอบวิ่งกลับบ้าน ตื่นเต้นเสียจนหน้าแดงไปหมดฉันพูดว่า “หนูเก่งกว่าพี่อีก!”เมื่อพี่สาวได้ยินเข้า ขอบตาก็พลันแดงขึ้นมาตอนนั้นแม่ก็ร้อนใจเสียจนร้องไห้ออกมาทันทีพ่อพุ่งเข้ามา ตบฉันไปฉาดหนึ่งจนล้มลงกับพื้นเลือดกำเดาไหลออกมา หยดลงบนกระดาษข้อสอบคะแนนเต็มนั้นคืนนั้น ฉันถูกขังไว้ในห้องแช่แข็งเพื่อทบทวนความผิดตอนที่ถูกปล่อยออกมาในเช้าวันถัดมา มือและเท้าก็ไร้ความรู้สึกไปแล้ว“เธอเจ้าคิดเจ้าแค้นมาตั้งแต่เด็ก รู้อยู่เต็มอกเรื่องคำทำนายดวงชะตานั่น ยังจะวิ่งมาโอ้อวดอีก ฉันว่าเธอตั้งใจชัดๆ!”น้ำเสียงของแม่เย็นเยือกดุจน
Magbasa pa

บทที่ 2

“คุณน้าครับ”ในเวลานี้เอง มือข้างหนึ่งกดข้อมือของแม่เอาไว้เป็นเสิ่นเจา เพื่อนสนิทวัยเด็กของฉันเด็กหนุ่มที่เติบโตมาด้วยกัน และเคยสัญญากันไว้ว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันให้ได้ยามนี้เขายืนอยู่หน้าประตูห้องแช่แข็ง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย“ซุ่ยซุ่ยนิสัยชอบเอาชนะมาแต่ไหนแต่ไรมา น้าพูดอะไรในเวลานี้ เธอก็ไม่ฟังหรอกครับ”เขานิ่งเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง แล้วหันไปทางห้องแช่แข็ง“ซุ่ยซุ่ย ฉันรู้ว่าเธอไม่ยินยอม แต่พี่สาวเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ หล่อนไม่ควรต้องกลายเป็นเครื่องสังเวยในชีวิตของเธอ ครั้งนี้เธอช่วยว่าง่ายหน่อยได้ไหม?”ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ จากด้านหลังบานประตูเพราะฉันขยับตัวไม่ได้แล้วร่างกายของฉันแข็งค้างอยู่ในท่วงท่าทุบประตู ราวกับแท่งไอศกรีมที่ถูกหักสะบั้นเลือดบนหน้าผากเปรอะจนบดบังดวงตาไปแล้วของเหลวอุ่นร้อนจับตัวเป็นน้ำแข็งบนใบหน้าครึ่งซีกฉันจ้องมองร่องประตูนั้นไม่วางตาแม่คะ เปิดประตูสิอีกนิดเดียวเท่านั้นฉันก็จะรอดชีวิตแล้วทว่า…แสงสว่างกลับหายไปแล้วประตูปิดลงอีกครั้งฉันได้ยินเสิ่นเจาถอนหายใจเบาๆ อยู่ด้านนอก“ซุ่ยซุ่ย เธอวางใจเถอะ รอให้พี่สาวเธอผ่านช่วงเวลานี้
Magbasa pa

บทที่ 3

ในจังหวะนั้นเองสายโทรศัพท์ของพ่อก็โทรเข้ามาพอดี“ทำไมยังไม่กลับมาอีก อันอันรอดื่มน้ำอยู่นะ”แม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคลายมือออกจากลูกบิด“ไว้สอบเสร็จค่อยว่ากันเถอะ” เธอหันหลังเดินจากไปหลังบานประตู ร่างไร้วิญญาณของฉันพิงอยู่กับบานประตู มือยังคงค้างอยู่ในท่วงท่าทุบประตูฉันล่องลอยอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าเฝ้ามองแผ่นหลังของเธอด้วยความสิ้นหวังแม่คะ ทั้งที่ห่างกันแค่ระยะหมุนตัวกลับแท้ๆแม่ก็จะได้พบร่างไร้วิญญาณของฉันแล้วในคืนวันนั้นพี่สาวรู้ว่าฉันยังถูกขังอยู่ ก็รีบใช้โทรศัพท์มือถือส่งข้อความหาฉันทันที[ซุ่ยซุ่ย แม่บอกว่าลูกกุญแจซ่อนอยู่ใต้พรมเช็ดเท้าหน้าประตู เธอรีบเปิดประตูออกมาหาอะไรกินเร็ว!][พี่เก็บอาหารให้เธอไว้ในห้องครัวนะ เธอกระเพาะไม่ค่อยดี อย่าลืมอุ่นให้ร้อนก่อนแล้วค่อยกินล่ะ!]พี่สาวจำได้เสมอมาฉันเป็นโรคกระเพาะอาหารอย่างรุนแรงหลายปีมานี้ทุกครั้งที่ฉันถูกขังไว้ในห้องแช่แข็งล้วนเป็นเธอที่คิดหาทางส่งของกินมาให้ฉันด้วยเหตุนี้ เธอถึงได้วางตุ๊กตาหมีไว้ในห้องแช่แข็งตัวหนึ่งเป็นพิเศษในท้องกลมป่องของเจ้าหมีน้อย แอบซ่อนของกินบางส่วนไว้ให้ฉันฉันที่ล่องลอยอ
Magbasa pa

บทที่ 4

แม่คะ ถ้าแม่มองต่ออีกสักสามวินาที และขยายภาพให้ใหญ่ขึ้นอีกนิดแม่ก็จะได้พบว่า…หน้าอกของฉันไม่มีการกระเพื่อมขึ้นลงแม้แต่น้อยทั้งที่ขาดอีกเพียงนิดเดียวแท้ๆ…แม่ก็คงจะได้รู้แล้วว่า ฉันตายไปแล้วการสอบวิชาสุดท้ายสิ้นสุดลงพี่สาวพุ่งออกจากสนามสอบเป็นคนแรก“พ่อคะแม่คะ หนูทำได้ดีมากเลยค่ะ ต้องไม่มีปัญหาแน่นอน พวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะ นำข่าวดีนี้ไปบอกซุ่ยซุ่ยกันค่ะ!”พ่อพยักหน้ารับ ยามที่ติดเครื่องรถ ขอบตาก็แดงขึ้นมา “เอาล่ะๆ ทุกอย่างจบลงแล้ว พวกเรากลับตอนนี้เลย ให้ซุ่ยซุ่ยอยู่บ้านคนเดียวมาสองวัน ก็คงจะคิดได้แล้วล่ะ”“พวกเรากลับไปรับเธอ แล้วทั้งครอบครัวไปไหว้พระที่วัดด้วยกันให้สบายใจเถอะ!”แม่นั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ น้ำตาค่อยๆ ร่วงหล่นลงมา“ก่อนหน้านี้ แม่เข้มงวดกับซุ่ยซุ่ยมากไปหน่อยจริงๆ ขอแค่เธอยอมปรับปรุงตัว วันข้างหน้าขอแค่อันอันมีอะไร เธอก็จะมีสิ่งนั้นด้วย”ฉันล่องลอยอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าเผยรอยยิ้มที่ดูน่าเวทนายิ่งกว่าการร้องไห้ออกมาพ่อคะ แม่คะฉันรอคอยวันนี้ รอคอยมาตลอดสิบแปดปีทว่าช่างน่าเสียดาย ที่ฉันไม่อาจรอคอยได้อีกต่อไปแล้วรถยนต์แล่นกลับมาถึงบ้านในเวลาอั
Magbasa pa

บทที่ 5

“กุญแจซ่อนอยู่ตรงไหนก็บอกเธอไปตั้งนานแล้ว! เธอไม่ยอมออกมา ก็คือตั้งใจจะดื้อแพ่งกับพวกเราให้ถึงที่สุด”เธอฉุดพี่สาวให้ออกห่างจากหน้ามือจับประตูพี่สาวร้องไห้จนเสียงหลง“แม่คะ ซุ่ยซุ่ยยังอยู่ข้างในนะคะ! พวกเราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอคะว่า จะกลับมารับเธอไปไหว้พระขอพร…”แต่แม่กลับไม่สนใจการขัดขืนของพี่สาว พร้อมลากพี่สาวเดินออกไปข้างนอกทันที“ในเมื่อเธอชอบหมกตัวอยู่ข้างใน ก็ปล่อยให้เธอหมกตัวให้สมใจ ดูซิว่าแกจะพยศไปได้ถึงเมื่อไหร่! พวกเราไปกันเถอะ!”ประตูถูกปิดกระแทกเสียงดังสนั่นแกร๊กทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบสงัดฉันล่องลอยอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าบนใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาตั้งนานแล้วแม่คะทั้งที่แม่เข้าใกล้ความจริงแล้วแท้ๆเพียงแค่มีประตูบานหนึ่งกั้นไว้ขาดอีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้นแม่ก็จะได้เห็นฉันแล้ว…พ่อกับแม่พาพี่สาวออกไปเที่ยวสามวันพวกเขาไปวัดบนภูเขาอธิษฐานให้พี่สาวผ่านพ้นอายุสิบแปดปีไปได้อย่างปลอดภัยพวกเขากราบไหว้และจุดธูปบูชาอธิษฐานให้พี่สาวสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ สักแห่งพี่สาวเองก็กราบไหว้ด้วยความศรัทธาเช่นกันแต่เธอทำเพื่อขอยันต์คุ้มภัยให้ฉันฉั
Magbasa pa

บทที่ 6

ประตูห้องแช่แข็งเปิดออกจนสุดแล้วร่างของฉันยืนแข็งทื่ออยู่ ณ ที่เดิม ในสภาพโน้มตัวลงครึ่งหนึ่งใบหน้าซีกหนึ่งเกรอะกรังไปด้วยคราบเลือดที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง ขณะที่อีกซีกหน้าปกคลุมไปด้วยผลึกน้ำแข็งละเอียดหนาแน่นมีเพียงมือขวาที่ยังคงค้างอยู่ในท่าทุบประตูแม่หมดแรงจนทรุดลงไปนั่งกับพื้นในทันทีเธอพยายามอยู่หลายครั้งก็ลุกขึ้นยืนไม่ได้ ในที่สุดจึงคลานเข้ามาพลางคุกเข่าอยู่บนน้ำเย็นจัดที่ซึมออกมา คลานเข้าหาร่างไร้วิญญาณของฉันทีละนิดเธอยื่นมือออกไปหมายจะกุมมือฉันทว่าสิ่งที่ปลายนิ้วสัมผัส กลับเป็นผิวเนื้อที่เย็นจัดจนแข็งทื่อ“ซุ่ยซุ่ย...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้...”แม่พึมพำออกมา น้ำเสียงสั่นเทาจนแทบฟังไม่เป็นคำ“แม่ไม่ได้เปิดระบบทำความเย็นเลยแท้ๆ...ซุ่ยซุ่ย ซุ่ยซุ่ยของแม่...”ในตอนนั้นเองสายตาของเธอค่อยๆ เคลื่อนไปมองแผงควบคุมอุณหภูมิบนผนังลบสามสิบองศาเซลเซียสตัวเลขนั้นแดงฉานราวกับเลือดลำคอของเธอจุกแน่นราวกับมีสำลีอัดอยู่ ไม่อาจส่งเสียงใดๆ ออกมาได้อีกเลยได้แต่คุกเข่าอยู่ตรงนั้น พลางสั่นสะท้านไปทั้งตัวราวกับตะแกรงร่อนแกลบพ่อพุ่งเข้ามาหาฉันราวกับคนคลุ้มคลั่งเขาอยากจะอุ้มฉัน
Magbasa pa

บทที่ 7

เรื่องของฉันทำให้เพื่อนบ้านแตกตื่นในเวลาอันสั้นมีคนโทรแจ้งตำรวจครึ่งชั่วโมงต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็รุดมาถึงพร้อมขึงสายกั้นเขตขึ้นภายในบ้านร่างของฉันถูกยกขึ้นเปลหามแพทย์นิติเวชชันสูตรศพของฉันอย่างละเอียดถี่ถ้วนยามที่รายงานการชันสูตรฉบับนั้นถูกวางลงตรงหน้าพ่อกับแม่พวกเขาจ้องมองตัวอักษรบนนั้น อ่านวนไปวนมาหลายต่อหลายรอบ[ผู้เสียชีวิตสวี่ซุ่ย เสียชีวิตเนื่องจากภาวะถูกความเย็นจัดทำลายร่างกาย เวลาเสียชีวิตโดยประมาณคือห้าวันก่อน]“ห้าวันก่อน...คือวันแรกของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย”น้ำเสียงของพ่อแผ่วเบาอย่างยิ่งเขามองตัวหนังสือแถวนั้นด้วยสายตาเลื่อนลอย ในสมองปรากฏภาพเหตุการณ์ของวันนั้นขึ้นมาจากนั้น ไหล่ก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง“เช้าวันนั้น เธอคุกเข่าลงอ้อนวอนฉัน หน้าผากโขกพื้นจนเลือดซึม อ้อนวอนให้ฉันคืนบัตรเข้าสอบให้เธอ”“ฉันเอง เป็นฉันที่ใช้เท้าถีบเธอเข้าไป ให้เธอทบทวนตัวเองอยู่ในนั้นให้ดี”เวลานี้ แม่ซึ่งอยู่ข้างๆ ก็ส่งเสียงคร่ำครวญอันโศกเศร้าและสิ้นหวังออกมา“เธอทุบประตูแล้ว! ร้องบอกว่าหนาว! ฉันนึกว่าเธอเสแสร้ง! ทั้งที่ได้ยินชัดๆ แต่กลับคิดว่าแกล้งทำ!”ทันใดนั้นเธอก็กระชา
Magbasa pa

บทที่ 8

อ่านไล่ลงไปทีละข้อความข้อความแรก[วันนี้ผลสอบออกมาแล้ว แต่ฉันกลับดีใจไม่ออกเลยสักนิด พี่สาวสอบได้ไม่ดีเท่าฉัน ฉันกลัวการกลับบ้าน ไม่รู้ว่าพอแม่ถามขึ้นมาควรจะพูดยังไง ฉันกลัวเหลือเกินว่าท่านจะขังฉันไว้ในห้องแช่แข็งอีก]ข้อความที่สอง[ฉันถูกขังเข้ามาข้างในตามคาด แม่ตบหน้าฉันไปหลายที เค้นถามฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทำไมต้องทำร้ายพี่สาว เสียใจจัง ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ ห้องแช่แข็งหนาวมาก ฉันหิวมากเลย โชคดีที่พี่สาวซ่อนช็อกโกแลตไว้ในตุ๊กตาหมี กินของหวานสักหน่อย ในใจก็คงจะไม่ขมขื่นขนาดนั้นแล้วใช่ไหม?]ข้อความที่สาม[วันแรกของการเปิดเรียน อาจารย์ให้ฉันเป็นหัวหน้าห้อง ฉันบอกว่าไม่เอา ฉันไม่กล้า คราวที่แล้วที่เป็นตัวแทนวิชา พอแม่รู้เรื่องเข้า ก็ไม่พูดกับฉันสักคำตั้งสามวัน ฉันเก่งกาจกว่าพี่สาวไม่ได้ แต่ฉันไม่เข้าใจ ทั้งที่ฉันว่าง่ายขนาดนั้นแล้ว ทำไมพ่อกับแม่ยังไม่รักฉันเลยสักนิด เหมือนอย่างที่รักพี่สาวได้บ้าง?]ข้อความที่สี่[พี่สาวสอบได้อันดับสามของสายชั้น ฉันสอบได้อันดับหนึ่งของสายชั้น อาจารย์ต่างก็ชมพวกเรา แต่ฉันไม่กล้ากลับบ้าน นั่งอยู่หน้าประตูโรงเรียนจนฟ้ามืด พอกลับถึงบ้าน พ่อสั่งให้ฉั
Magbasa pa

บทที่ 9

เสิ่นเจาเป็นบ้าไปตั้งแต่วันนั้นคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเขาประกาศออกมาแล้วหกร้อยเจ็ดสิบเก้าคะแนนเพียงพอจะเข้าเรียนสถาบันใดก็ได้ที่เขาปรารถนาแต่เขากลับฉีกใบแจ้งผลคะแนนทิ้งเดินทางมาหน้าประตูบ้านฉันทุกวัน เผชิญหน้ากับประตูห้องแช่แข็งที่ปิดสนิทบานนั้น แล้วเคาะประตูซ้ำแล้วซ้ำเล่า“ซุ่ยซุ่ย เปิดประตูสิ”“ฉันรู้ว่าเธออยู่ข้างใน”“เธออย่าก่อเรื่องอีกเลย ออกมาได้ไหม? พวกเรานัดกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งเดียวกัน?”แม่ของเขาร้องไห้บอกเขาว่า ฉันสิ้นใจแล้วเสิ่นเจาคล้ายไม่ได้ยินสิ่งใดวันรุ่งขึ้นก็มาอีกคราวนี้เขาทรุดตัวลงหน้าประตู ก่อนจะควักโทรศัพท์มือถือออกมา“ซุ่ยซุ่ย เดี๋ยวฉันจะโทรหาคุณน้ากับคุณอา เพื่อให้พวกเขาปล่อยเธอออกมานะ”“เธออย่ากลัวเลย”“ฉันจะโทรหาแล้ว ฉันจะโทรเดี๋ยวนี้เลย”เขาแนบโทรศัพท์มือถือไว้ที่หู รออยู่เป็นเวลานานไม่มีใครรับสายเขากำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น นั่งอยู่หน้าประตูตลอดช่วงบ่ายภายหลังพ่อแม่ของเขาก็มารับตัวเขากลับไปเขาไม่ได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยพักการเรียนไปเต็มๆ หนึ่งปีได้ยินว่าเขาเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องทุกวัน คอยเปิ
Magbasa pa

บทที่ 10

คืนวันนั้นพี่สาวฟุบลงบนเบาะรองนั่งแล้วหลับไปฉันก้าวเข้าไปในความฝันของเธอนั่นเป็นครั้งแรกหลังจากฉันตายไป ที่เธอได้เห็นฉันฉันสวมชุดนักเรียนสะอาดสะอ้านหน้าผากไม่มีเลือด ใบหน้าไม่มีเกล็ดน้ำแข็งยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างไสว เสมือนยามยังมีชีวิตอยู่พี่สาวนิ่งงันไปจากนั้นเธอก็โผเข้ามา พลางสวมกอดฉันไว้แน่น“ซุ่ยซุ่ย…”เธอลูบใบหน้าฉัน คล้ายต้องการยืนยันว่าฉันมีตัวตนจริง“ซุ่ยซุ่ย เป็นเพราะพี่ปกป้องเธอได้ไม่ดีเอง ทั้งที่มีโอกาสตั้งหลายครั้ง พี่สามารถบอกให้พ่อแม่เปิดประตูออกได้แท้ๆ”“ซุ่ยซุ่ย เธอหนาวหรือเปล่า?”ฉันยิ้มพลางส่ายหน้าให้เธอ“พี่คะ ฉันหายหนาวตั้งนานแล้ว พี่อย่าได้เศร้าโศกไปเลย”เธอสวมกอดฉันและร้องไห้จนพูดไม่ออก“เป็นพี่ที่ไม่ดีเอง พี่รู้สึกผิดสังเกตตั้งนานแล้ว พี่ไม่ควรอ่อนแอแบบนั้นเลย ควรจะกล้าหาญกว่านี้อีกนิด แล้วยืนหยัดที่จะพังประตูออกให้ได้”ฉันกุมมือเธอไว้“พี่คะ พี่ทำได้ดีมากพอแล้วจริงๆ”“ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยนึกเสียใจแม้แต่วันเดียวที่ได้เกิดเป็นน้องสาวของพี่”“หากมีชาติหน้า พี่กลับมาเป็นพี่สาวของฉันอีกได้ไหม?”เธอกอดฉันไว้แน่นเหลือเกินในความ
Magbasa pa
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status