مشاركة

บทที่ 2

مؤلف: กำลังดี
“คุณน้าครับ”

ในเวลานี้เอง มือข้างหนึ่งกดข้อมือของแม่เอาไว้

เป็นเสิ่นเจา เพื่อนสนิทวัยเด็กของฉัน

เด็กหนุ่มที่เติบโตมาด้วยกัน และเคยสัญญากันไว้ว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันให้ได้

ยามนี้เขายืนอยู่หน้าประตูห้องแช่แข็ง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ซุ่ยซุ่ยนิสัยชอบเอาชนะมาแต่ไหนแต่ไรมา น้าพูดอะไรในเวลานี้ เธอก็ไม่ฟังหรอกครับ”

เขานิ่งเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง แล้วหันไปทางห้องแช่แข็ง

“ซุ่ยซุ่ย ฉันรู้ว่าเธอไม่ยินยอม แต่พี่สาวเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ หล่อนไม่ควรต้องกลายเป็นเครื่องสังเวยในชีวิตของเธอ ครั้งนี้เธอช่วยว่าง่ายหน่อยได้ไหม?”

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ จากด้านหลังบานประตู

เพราะฉันขยับตัวไม่ได้แล้ว

ร่างกายของฉันแข็งค้างอยู่ในท่วงท่าทุบประตู ราวกับแท่งไอศกรีมที่ถูกหักสะบั้น

เลือดบนหน้าผากเปรอะจนบดบังดวงตาไปแล้ว

ของเหลวอุ่นร้อนจับตัวเป็นน้ำแข็งบนใบหน้าครึ่งซีก

ฉันจ้องมองร่องประตูนั้นไม่วางตา

แม่คะ เปิดประตูสิ

อีกนิดเดียวเท่านั้น

ฉันก็จะรอดชีวิตแล้ว

ทว่า…

แสงสว่างกลับหายไปแล้ว

ประตูปิดลงอีกครั้ง

ฉันได้ยินเสิ่นเจาถอนหายใจเบาๆ อยู่ด้านนอก

“ซุ่ยซุ่ย เธอวางใจเถอะ รอให้พี่สาวเธอผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัย ฉันจะช่วยพูดกับคุณลุงคุณน้าให้เธอเรียนซ้ำชั้น พวกเรายังสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันได้อยู่นะ”

เสียงฝีเท้าห่างไกลออกไป

พวกเขาทั้งหมดเดินจากไปแล้ว

ภายในห้องเงียบสงัด

ร่างอันแข็งเกร็งของฉันยังคงหยุดนิ่งอยู่ในท่าทางทุบประตู

ไร้ซึ่งลมหายใจอีกต่อไป...

แม่คะ

ทั้งที่ขาดอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น

แม่ก็จะได้เห็นฉันแล้ว

ท่ามกลางความว่างเปล่า ฉันมองเห็นพวกเขาห้อมล้อมพี่สาวขึ้นรถไป

แม่ช่วยจัดแต่งทรงผมให้พี่สาว ส่วนพ่อก็คอยปรับเบาะที่นั่งให้พี่สาว

เสิ่นเจาช่วยเช็กบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบให้แก่พี่สาว

บนใบหน้าต่างมีรอยยิ้มผ่อนคลาย

มีเพียงฉันที่ถูกขังอยู่ในห้องแช่แข็งอย่างโดดเดี่ยว กลายเป็นรูปปั้นที่ไม่มีวันพูดได้อีก

พ่อคะ แม่คะ

พวกท่านหยั่งรู้ถึงความตายของพี่สาวได้อย่างแม่นยำ

แล้วฉันล่ะ?

วิญญาณของฉันติดตามพี่สาวมาถึงสนามสอบ

ทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตาเขียนอย่างรวดเร็ว

มีเพียงพี่สาวที่กระวนกระวายใจ ชะเง้อมองนาฬิกาอยู่บ่อยครั้ง

การสอบวันแรกสิ้นสุดลง

พอเธอกลับถึงโรงแรม ก็รบเร้าอ้อนวอนให้พ่อแม่กลับบ้านทันที

“หนูยังเป็นห่วงซุ่ยซุ่ยอยู่ดี เมื่อคืนเธอก็กินไปนิดเดียว เช้าวันนี้ก็ไม่ได้กินข้าว พวกเราต้องกลับไปดูเธอนะคะ!”

แม่พลันขมวดคิ้วเข้าหากัน

“จะไปดูทำไม? เธอไม่ได้กินข้าวแค่วันเดียว จะสำคัญไปกว่าการสอบของแกได้ยังไง?”

พี่สาวร้อนใจเสียจนน้ำตาร่วงหล่นลงมา

เธอดึงรั้งเสื้อของแม่ไว้ แต่กลับโดนตบหน้าเข้าจังๆ ไปฉาดหนึ่ง

แม่ขอบตาแดงก่ำ พร้อมน้ำเสียงสะอื้นไห้

“อันอัน หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของแกในช่วงไม่กี่วันนี้ ก็คือตั้งใจสอบให้ดี มิฉะนั้นสิ่งที่ซุ่ยซุ่ยยอมเสียสละให้แก มันจะไม่สูญเปล่ารึไง?”

พี่สาวเม้มริมฝีปากแน่น

เวลานี้แม่ก็เอ่ยขึ้นอีกว่า

“แกทำใจสบายๆ อยู่ที่นี่เถอะ เดี๋ยวแม่จะกลับบ้านไปเอากระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิมาให้แก จะได้ถือโอกาสแวะไปดูน้องสาวแกด้วย”

พี่สาวถึงได้ผ่อนคลายความกังวล

แม่กลับถึงบ้านในเวลาอันสั้น

เธอหยิบกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิขึ้นมาจากบนโต๊ะกาแฟ

จากนั้นเดินมาหยุดหน้าประตูห้องแช่แข็ง น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย

“ซุ่ยซุ่ย แม่รู้ว่าแกโกรธมาก แต่ที่พวกเราทำแบบนี้ ก็เพราะอยากปกป้องพี่สาวแกให้ดี”

“แกอดทนอีกหน่อยนะ รอให้พี่สาวแกสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ พวกเราครอบครัวเดียวกันค่อยออกไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันสักสองสามวัน ถึงตอนนั้นแม่จะซื้อโมเดลฟิกเกอร์ชุดที่แกอยากได้มาตลอดให้ โอเคไหม?”

ไม่มีเสียงตอบรับใดส่งมาจากภายในบานประตู

สีหน้าของแม่ขรึมลง

“สวี่ซุ่ย”

เธอกดเสียงต่ำลง

“เมื่อไหร่แกถึงจะเลิกเห็นแก่ตัวสักที?”

“เพียงเพราะความรักศักดิ์ศรีจอมปลอมของแก พวกเราจะต้องทนมองพี่สาวแกไปตายงั้นเหรอ? ทำไมแกถึงใจคอโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้!”

เธอพูดไป พลางทุบประตูอย่างแรงไป

หลังจากนั้น

มือของเธอหยุดชะงักลงกะทันหัน

ขมวดคิ้วเข้าหากัน พลางพึมพำกับตนเอง

“ทำไมถึงได้เย็นยะเยือกขนาดนี้ล่ะ?”

ทันใดนั้นก็หมุนลูกบิดประตู

ประตูถูกเปิดออกเป็นรอยแง้มอีกครั้ง

ชุดนักเรียนของฉันโผล่ออกมามุมหนึ่ง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 10

    คืนวันนั้นพี่สาวฟุบลงบนเบาะรองนั่งแล้วหลับไปฉันก้าวเข้าไปในความฝันของเธอนั่นเป็นครั้งแรกหลังจากฉันตายไป ที่เธอได้เห็นฉันฉันสวมชุดนักเรียนสะอาดสะอ้านหน้าผากไม่มีเลือด ใบหน้าไม่มีเกล็ดน้ำแข็งยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างไสว เสมือนยามยังมีชีวิตอยู่พี่สาวนิ่งงันไปจากนั้นเธอก็โผเข้ามา พลางสวมกอดฉันไว้แน่น“ซุ่ยซุ่ย…”เธอลูบใบหน้าฉัน คล้ายต้องการยืนยันว่าฉันมีตัวตนจริง“ซุ่ยซุ่ย เป็นเพราะพี่ปกป้องเธอได้ไม่ดีเอง ทั้งที่มีโอกาสตั้งหลายครั้ง พี่สามารถบอกให้พ่อแม่เปิดประตูออกได้แท้ๆ”“ซุ่ยซุ่ย เธอหนาวหรือเปล่า?”ฉันยิ้มพลางส่ายหน้าให้เธอ“พี่คะ ฉันหายหนาวตั้งนานแล้ว พี่อย่าได้เศร้าโศกไปเลย”เธอสวมกอดฉันและร้องไห้จนพูดไม่ออก“เป็นพี่ที่ไม่ดีเอง พี่รู้สึกผิดสังเกตตั้งนานแล้ว พี่ไม่ควรอ่อนแอแบบนั้นเลย ควรจะกล้าหาญกว่านี้อีกนิด แล้วยืนหยัดที่จะพังประตูออกให้ได้”ฉันกุมมือเธอไว้“พี่คะ พี่ทำได้ดีมากพอแล้วจริงๆ”“ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยนึกเสียใจแม้แต่วันเดียวที่ได้เกิดเป็นน้องสาวของพี่”“หากมีชาติหน้า พี่กลับมาเป็นพี่สาวของฉันอีกได้ไหม?”เธอกอดฉันไว้แน่นเหลือเกินในความ

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 9

    เสิ่นเจาเป็นบ้าไปตั้งแต่วันนั้นคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเขาประกาศออกมาแล้วหกร้อยเจ็ดสิบเก้าคะแนนเพียงพอจะเข้าเรียนสถาบันใดก็ได้ที่เขาปรารถนาแต่เขากลับฉีกใบแจ้งผลคะแนนทิ้งเดินทางมาหน้าประตูบ้านฉันทุกวัน เผชิญหน้ากับประตูห้องแช่แข็งที่ปิดสนิทบานนั้น แล้วเคาะประตูซ้ำแล้วซ้ำเล่า“ซุ่ยซุ่ย เปิดประตูสิ”“ฉันรู้ว่าเธออยู่ข้างใน”“เธออย่าก่อเรื่องอีกเลย ออกมาได้ไหม? พวกเรานัดกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งเดียวกัน?”แม่ของเขาร้องไห้บอกเขาว่า ฉันสิ้นใจแล้วเสิ่นเจาคล้ายไม่ได้ยินสิ่งใดวันรุ่งขึ้นก็มาอีกคราวนี้เขาทรุดตัวลงหน้าประตู ก่อนจะควักโทรศัพท์มือถือออกมา“ซุ่ยซุ่ย เดี๋ยวฉันจะโทรหาคุณน้ากับคุณอา เพื่อให้พวกเขาปล่อยเธอออกมานะ”“เธออย่ากลัวเลย”“ฉันจะโทรหาแล้ว ฉันจะโทรเดี๋ยวนี้เลย”เขาแนบโทรศัพท์มือถือไว้ที่หู รออยู่เป็นเวลานานไม่มีใครรับสายเขากำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น นั่งอยู่หน้าประตูตลอดช่วงบ่ายภายหลังพ่อแม่ของเขาก็มารับตัวเขากลับไปเขาไม่ได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยพักการเรียนไปเต็มๆ หนึ่งปีได้ยินว่าเขาเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องทุกวัน คอยเปิ

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 8

    อ่านไล่ลงไปทีละข้อความข้อความแรก[วันนี้ผลสอบออกมาแล้ว แต่ฉันกลับดีใจไม่ออกเลยสักนิด พี่สาวสอบได้ไม่ดีเท่าฉัน ฉันกลัวการกลับบ้าน ไม่รู้ว่าพอแม่ถามขึ้นมาควรจะพูดยังไง ฉันกลัวเหลือเกินว่าท่านจะขังฉันไว้ในห้องแช่แข็งอีก]ข้อความที่สอง[ฉันถูกขังเข้ามาข้างในตามคาด แม่ตบหน้าฉันไปหลายที เค้นถามฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทำไมต้องทำร้ายพี่สาว เสียใจจัง ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ ห้องแช่แข็งหนาวมาก ฉันหิวมากเลย โชคดีที่พี่สาวซ่อนช็อกโกแลตไว้ในตุ๊กตาหมี กินของหวานสักหน่อย ในใจก็คงจะไม่ขมขื่นขนาดนั้นแล้วใช่ไหม?]ข้อความที่สาม[วันแรกของการเปิดเรียน อาจารย์ให้ฉันเป็นหัวหน้าห้อง ฉันบอกว่าไม่เอา ฉันไม่กล้า คราวที่แล้วที่เป็นตัวแทนวิชา พอแม่รู้เรื่องเข้า ก็ไม่พูดกับฉันสักคำตั้งสามวัน ฉันเก่งกาจกว่าพี่สาวไม่ได้ แต่ฉันไม่เข้าใจ ทั้งที่ฉันว่าง่ายขนาดนั้นแล้ว ทำไมพ่อกับแม่ยังไม่รักฉันเลยสักนิด เหมือนอย่างที่รักพี่สาวได้บ้าง?]ข้อความที่สี่[พี่สาวสอบได้อันดับสามของสายชั้น ฉันสอบได้อันดับหนึ่งของสายชั้น อาจารย์ต่างก็ชมพวกเรา แต่ฉันไม่กล้ากลับบ้าน นั่งอยู่หน้าประตูโรงเรียนจนฟ้ามืด พอกลับถึงบ้าน พ่อสั่งให้ฉั

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 7

    เรื่องของฉันทำให้เพื่อนบ้านแตกตื่นในเวลาอันสั้นมีคนโทรแจ้งตำรวจครึ่งชั่วโมงต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็รุดมาถึงพร้อมขึงสายกั้นเขตขึ้นภายในบ้านร่างของฉันถูกยกขึ้นเปลหามแพทย์นิติเวชชันสูตรศพของฉันอย่างละเอียดถี่ถ้วนยามที่รายงานการชันสูตรฉบับนั้นถูกวางลงตรงหน้าพ่อกับแม่พวกเขาจ้องมองตัวอักษรบนนั้น อ่านวนไปวนมาหลายต่อหลายรอบ[ผู้เสียชีวิตสวี่ซุ่ย เสียชีวิตเนื่องจากภาวะถูกความเย็นจัดทำลายร่างกาย เวลาเสียชีวิตโดยประมาณคือห้าวันก่อน]“ห้าวันก่อน...คือวันแรกของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย”น้ำเสียงของพ่อแผ่วเบาอย่างยิ่งเขามองตัวหนังสือแถวนั้นด้วยสายตาเลื่อนลอย ในสมองปรากฏภาพเหตุการณ์ของวันนั้นขึ้นมาจากนั้น ไหล่ก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง“เช้าวันนั้น เธอคุกเข่าลงอ้อนวอนฉัน หน้าผากโขกพื้นจนเลือดซึม อ้อนวอนให้ฉันคืนบัตรเข้าสอบให้เธอ”“ฉันเอง เป็นฉันที่ใช้เท้าถีบเธอเข้าไป ให้เธอทบทวนตัวเองอยู่ในนั้นให้ดี”เวลานี้ แม่ซึ่งอยู่ข้างๆ ก็ส่งเสียงคร่ำครวญอันโศกเศร้าและสิ้นหวังออกมา“เธอทุบประตูแล้ว! ร้องบอกว่าหนาว! ฉันนึกว่าเธอเสแสร้ง! ทั้งที่ได้ยินชัดๆ แต่กลับคิดว่าแกล้งทำ!”ทันใดนั้นเธอก็กระชา

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 6

    ประตูห้องแช่แข็งเปิดออกจนสุดแล้วร่างของฉันยืนแข็งทื่ออยู่ ณ ที่เดิม ในสภาพโน้มตัวลงครึ่งหนึ่งใบหน้าซีกหนึ่งเกรอะกรังไปด้วยคราบเลือดที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง ขณะที่อีกซีกหน้าปกคลุมไปด้วยผลึกน้ำแข็งละเอียดหนาแน่นมีเพียงมือขวาที่ยังคงค้างอยู่ในท่าทุบประตูแม่หมดแรงจนทรุดลงไปนั่งกับพื้นในทันทีเธอพยายามอยู่หลายครั้งก็ลุกขึ้นยืนไม่ได้ ในที่สุดจึงคลานเข้ามาพลางคุกเข่าอยู่บนน้ำเย็นจัดที่ซึมออกมา คลานเข้าหาร่างไร้วิญญาณของฉันทีละนิดเธอยื่นมือออกไปหมายจะกุมมือฉันทว่าสิ่งที่ปลายนิ้วสัมผัส กลับเป็นผิวเนื้อที่เย็นจัดจนแข็งทื่อ“ซุ่ยซุ่ย...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้...”แม่พึมพำออกมา น้ำเสียงสั่นเทาจนแทบฟังไม่เป็นคำ“แม่ไม่ได้เปิดระบบทำความเย็นเลยแท้ๆ...ซุ่ยซุ่ย ซุ่ยซุ่ยของแม่...”ในตอนนั้นเองสายตาของเธอค่อยๆ เคลื่อนไปมองแผงควบคุมอุณหภูมิบนผนังลบสามสิบองศาเซลเซียสตัวเลขนั้นแดงฉานราวกับเลือดลำคอของเธอจุกแน่นราวกับมีสำลีอัดอยู่ ไม่อาจส่งเสียงใดๆ ออกมาได้อีกเลยได้แต่คุกเข่าอยู่ตรงนั้น พลางสั่นสะท้านไปทั้งตัวราวกับตะแกรงร่อนแกลบพ่อพุ่งเข้ามาหาฉันราวกับคนคลุ้มคลั่งเขาอยากจะอุ้มฉัน

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 5

    “กุญแจซ่อนอยู่ตรงไหนก็บอกเธอไปตั้งนานแล้ว! เธอไม่ยอมออกมา ก็คือตั้งใจจะดื้อแพ่งกับพวกเราให้ถึงที่สุด”เธอฉุดพี่สาวให้ออกห่างจากหน้ามือจับประตูพี่สาวร้องไห้จนเสียงหลง“แม่คะ ซุ่ยซุ่ยยังอยู่ข้างในนะคะ! พวกเราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอคะว่า จะกลับมารับเธอไปไหว้พระขอพร…”แต่แม่กลับไม่สนใจการขัดขืนของพี่สาว พร้อมลากพี่สาวเดินออกไปข้างนอกทันที“ในเมื่อเธอชอบหมกตัวอยู่ข้างใน ก็ปล่อยให้เธอหมกตัวให้สมใจ ดูซิว่าแกจะพยศไปได้ถึงเมื่อไหร่! พวกเราไปกันเถอะ!”ประตูถูกปิดกระแทกเสียงดังสนั่นแกร๊กทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบสงัดฉันล่องลอยอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าบนใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาตั้งนานแล้วแม่คะทั้งที่แม่เข้าใกล้ความจริงแล้วแท้ๆเพียงแค่มีประตูบานหนึ่งกั้นไว้ขาดอีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้นแม่ก็จะได้เห็นฉันแล้ว…พ่อกับแม่พาพี่สาวออกไปเที่ยวสามวันพวกเขาไปวัดบนภูเขาอธิษฐานให้พี่สาวผ่านพ้นอายุสิบแปดปีไปได้อย่างปลอดภัยพวกเขากราบไหว้และจุดธูปบูชาอธิษฐานให้พี่สาวสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ สักแห่งพี่สาวเองก็กราบไหว้ด้วยความศรัทธาเช่นกันแต่เธอทำเพื่อขอยันต์คุ้มภัยให้ฉันฉั

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status